Tags:
Android

แนวทางการพัฒนาให้แอนดรอยด์ได้รับการยอมรับในตลาดองค์กรนั้นเป็นแนวทางที่ชัดเจน แต่ฟีเจอร์ที่ถูกเรียกร้องมายาวนานอย่างการรองรับ Cisco AnyConnect ที่ต้องการโปรโตคอล IPSec โดยฟีเจอร์นี้ถูกเรียกร้องมาตั้งแต่ปี 2009 หรือช่วงแรกๆ ของแอนดรอยด์

บั๊กนี้ถูกปล่อยให้อยู่ในสถานะ New มาตลอดเวลาจนหลายคนบ่นว่ากูเกิลปล่อยบั๊กนี้โดยไม่สนใจ แต่ล่าสุดหลังการปล่อย Android 4.0 Ice-Cream Sandwich กูเกิลก็ออกมาบอกสั้นๆ ว่าบั๊กนี้ถูกแก้ไปแล้ว

อย่างไรก็ดีแม้บั๊กนี้จะถูกแก้ไปแล้ว แต่ก็แสดงความ "ปิด" ของแอนดรอยด์ที่ไม่มีการเปิดเผยว่าบั๊กนี้มีการรับไปทำแล้วหรืออยู่ระหว่างการแก้ไข แต่บั๊กถูกปล่อยในสถานะ New แล้วเปิดเผยมาอีกครั้งว่าแก้แล้ว

ที่มา - Android Issue 3902, Comment 1537

Comments

By: leonoinoi
AndroidUbuntuWindows
leonoinoi's blog
on 07/11/11 9:30 #351327 toggle
leonoinoi's picture

เห็นข่าวชอบโจมตีว่า android ปิด ผมมองว่ามันตลก (และเป็นข่าวโจมตีมากกว่า ถึงแม้ว่าจะซื้อ moto มาทำให้คนไม่ไว้ใจ) เพราะ android ไม่มีทางปิดได้หรอกครับ การ opensource ถือเป็นอาวุธหลักอย่างหนึ่งที่มีเหนือคู่แข่ง ที่ปิด (ทั้ง ios และ wp ก็ปิด) และ business model ของ google ก็ไม่ได้ขาย os แต่ขายโฆษณา ยิงไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องปิด และทันทีที่ android บอกปิด ก็พร้อมที่จะมีคน fork ตัว andorid ออกมา (เหมือน openoffice -> libreoffice) หรือ ubuntu ที่เตรียมจะเข้าตลาดอยู่ ส่วนเรื่องความปิดในการพัฒนา เป็นคนละเรื่อง (อาจมีเหตุผล เรื่องความเร็วในการพัฒนา และ ความลับที่ไม่ให้คู่แข่งรู้)

By: lew
FounderJusci's WriterMEconomicsAndroid
lew's blog
on 07/11/11 9:39 #351331 Reply to:351327 toggle
lew's picture

คุณไม่เข้าใจเรื่องของ "ระบบเปิด" ที่มีหลายระดับครับ

  • บางโครงการเปิดซอร์ส แต่ไม่รับโค้ดจากภายนอกเลยแม้แต่น้อย
  • บางโครงการไม่เปิดการพัฒนา ไม่สามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาได้
  • บางโครงการเปิดให้คนภายนอกมีส่วนร่วม แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขบางอย่างเช่นยกสิทธิ์ทั้งหมดของโค้ดให้เป็นของบริษัท
  • บางโครงการถึงกับเปิดให้นักพัฒนาภายนอก มีส่วนร่วมในการตัดสินใจได้ โดยพนักงานของบริษัทเจ้าของโครงการเองก็มีเสียงเท่าๆ กัน

ถ้าคุณเป็นนักพัฒนาและได้ทำงานร่วมกับโครงการโอเพนซอร์สหลายๆ โครงการ คุณจะทราบถึงระดับความเปิดเปล่านี้ เช่นโครงการของกูเกิลเองอย่าง Chrome นั้นเปิดซอร์สโค้ด "ทั้งหมด" ที่นักพัฒนาภายในกูเกิลทำงานกันอยู่ ผมสามารถเข้าไปดูโค้ดที่กูเกิลแก้ได้ทุกวัน รวมถึงการพูดคุยกับนักพัฒนา การแนะนำปัญหาและวิธีการแก้ไขก็ง่ายกว่ามาก


LewCPE's Google+

By: Fzo
ContributorAndroidUbuntu
Fzo's blog
on 07/11/11 10:53 #351353 Reply to:351331 toggle
Fzo's picture

โอ้ เป็นความรู้ ขอบคุณครับ


WE ARE THE 99%

By: leonoinoi
AndroidUbuntuWindows
leonoinoi's blog
on 07/11/11 12:52 #351386 Reply to:351331 toggle
leonoinoi's picture

ผมว่าผมเข้าใจนะ แต่ที่เหมือนจะไม่แน่ใจตอนนี้หลังจากที่คุณหลิวโพสคือ android เป็นแบบไหน ? และเหมือนคุณจะรู้ (ช่วยบอกที ^^) แต่มองจากมุมนอกสุดผมก็คิดแบบที่ผมโพสคือ android จะถูกบีบให้เป็นแบบเปิดในระดับที่ทุกคนไว้ใจอยู่แล้วจากการแข่งขัน ส่วนในอนาคตเมื่อการแข่งขันจบลง มันก็อีกเรื่อง (แต่โดย business model google+opensource มันเข้ากันได้ดีอยู่แล้ว)

By: lew
FounderJusci's WriterMEconomicsAndroid
lew's blog
on 07/11/11 13:12 #351389 Reply to:351386 toggle
lew's picture

เท่าที่ผมทราบ (ไม่เคยเข้าไปมีส่วนร่วมโดยตรง)

  • ไม่เปิด trunk อันนี้แน่นอน ไม่มีใครรู้ว่า android รุ่นหน้าจะมีฟีเจอร์อะไร มีใครทำงานกับโค้ดส่วนไหนอยู่ หรือปัญหาไหนได้รับการบรรจุเข้าไว้ในแผน
  • รับโค้ดจากภายนอกน้อยมาก โค้ดจำนวนมากถูกค้างเป็นโครงการภายนอกเช่น CyanogenMod โดยไม่ได้รับเข้าเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ อันนี้เป็นปัญหาต่อเนื่องจากข้อด้านบน คือในเมื่อคุณมองไม่เห็นว่าชุดพัฒนาปัจจุบันมันอยู่ตรงไหน การทำงานร่วมกันก็เป็นไปแทบไม่ได้

ผมไม่คิดว่าการแข่งขันจะนำมาเป็นข้ออ้างได้ มันเป็นวิธีการบริหารมากกว่าครับ สไตล์ของ Andy Rubin คงเป็นแนวทางนี้เอง อย่าง Chrome เองก็ทำได้ดีมากๆ ในการแข่งขันในตลาด แต่กระบวนการทั้งหมดก็เปิดเผย Chrome เองต้องการทำงานร่วมกับโครงการอื่นๆ เช่น WebKit อย่างเป็นมิตรมากๆ การพัฒนา Chrome ช่วยพัฒนา WebKit โดยรวมอย่างต่อเนื่อง

แต่ฝั่ง Android เองกลับไม่ฟังชุมชนภายนอกเท่าใหร่ ก่อนหน้านี้ Android ก็มีปัญหากับ Linux Foundation มาก่อน การพัฒนาหลายๆ อย่างทำให้ driver ไม่สามารถใช้ร่วมกันได้ระหว่าง android กับ linux ปรกติ

ผมไม่ได้บอกว่าวิธีการบริหารนี้ไม่ดีกับตัว android เอง แต่ถ้าคุณเป็นนักพัฒนาภายนอก ที่ต้องการใช้งาน android ในแนวทางของคุณเอง คุณอาจจะต้องการพัฒนาโค้ดเสริม มันมีโอกาสสูงมากที่ โค้ดของคุณจะใช้งานไม่ได้ในอนาคตโดยไม่มีข้อโต้แย้ง (โครงการเปิดสามารถพูดคุย โต้เถียงกับนักพัฒนาอื่นๆ ได้) และหากคุณต้องการให้ส่วนขยายของคุณเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ android เพื่อที่จะไม่เสียแรงงานในการปรับแก้โค้ดไปทุกๆ เวอร์ชั่น ก็จะมีโอกาสน้อยที่โค้ดจะได้เข้ัาไปอีกเช่นกัน


LewCPE's Google+

By: leonoinoi
AndroidUbuntuWindows
leonoinoi's blog
on 07/11/11 13:37 #351392 Reply to:351389 toggle
leonoinoi's picture

+1 ขอบคุณครับ

By: lazywahwah
Android
lazywahwah's blog
on 07/11/11 14:57 #351405 Reply to:351389 toggle
lazywahwah's picture

คิดว่า จุดมุ่งหมายของ android ไม่ได้จะเป็นโครงการที่เน้นในการพัฒนาร่วมกับภายนอกอยู่แล้วครับ แต่เป็นการสร้างระบบที่เติมเต็ม ecosystem ของ google มากกว่า

By: tuckclub
tuckclub's blog
on 07/11/11 11:06 #351359 toggle
tuckclub's picture

ตกลงว่า issue นี้มันเป็น feature หรือว่าเป็น bug กันแน่ครับเนี่ย

By: mr_tawan
ContributoriPhoneAndroidWindows
mr_tawan's blog
on 07/11/11 11:15 #351361 Reply to:351359 toggle
mr_tawan's picture

น่าจะเป็น feature ที่ถูกขอผ่านระบบ bug tracking system ล่ะครับ


By: toooooooon
iPhoneWindows PhoneAndroidBlackberry
toooooooon's blog
on 07/11/11 14:24 #351403 toggle
toooooooon's picture

เอิ่ม....

ฟังแล้วเหมือน ม๊อบ...ก่อนจะเข้าไปฟังปราศัย ต้องโดนตรวจค้นก่อน

By: toandthen
WriteriPhoneAndroid
toandthen's blog
on 07/11/11 16:01 #351420 toggle
toandthen's picture

Cisco VPN เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ทำให้การย้ายไปใช้ Android ง่ายขึ้นสำหรับผม (มหาลัยดันใช้ Cisco)


I'm Garrus Vakarian and this is my favourite site on the Citadel

By: jimrim
Android
jimrim's blog
on 07/11/11 23:49 #351560 toggle
jimrim's picture

มาช้าจริงๆ เลยต้องคอนฟิค ASA ให้ support IPSec สำหรับ iPhone และ L2TP/IPSec สำหรับ Android (มั่วอยู่ตั้งนาน)