สำหรับการรีวิวครั้งนี้ผมขอข้ามรายละเอียดทั่วไปนะครับ เพราะเกรงว่าจะทำให้คนอ่านเบื่อเพราะมีรีวิวออกมาสองชิ้นแล้ว (ของคุณ pittaya และของคุณ zybernav) เอาเป็นเขียนแนวอารมณ์ที่ได้ใช้งานว่ารู้สึกยังไงมากกว่า ไม่รอช้าเข้าเรื่องเลยดีกว่า

Kindle DX Graphite (ที่ในนี้หลังจากนี้ของเรียกย่อว่า Kindle DXG จะได้ดูไม่รกยาวไป) เปิดกล่องมาก็เป็นเช่นนี้ล่ะครับลองดูเทียบขนาดกับ Kindle 3 ดูบ้าง

เทียบกับขนาด Artbook ทั่วไป

ในกล่องก็มี Kindle DXG กับคู่มือและสายชาร์จ MicroUSB ที่มาพร้อมหัวต่อสำหรับเสียบกับเต้าเสียบฝาผนังตามบ้านทั่วไป สามารถใช้กับไฟบ้านเราได้เลยครับมันรับที่ 110-240 V

หน้าจอนี้ได้เห็นแค่ตอนเปิดเครื่องครั้งแรก ทดสอบอย่างแรกลองเอาสแกน Light Novel มาเปิดก็คิดว่าไม่ต่างกันมากนะความละเอียดก็เท่ากันดูไม่ออกมาต่างกันตรงไหน

ลองไปดู PDF บ้าง


พื้นที่ของ Kindle DXG เป็นต่ออย่างมากครับเวลาดูเอกสารวิชาการที่มีภาพ ผมว่าเห็นความแตกต่างอย่างชัดเลยล่ะของ Kindle 3 มันจะเล็กไปมองยากไม่ได้ภาพรวมที่ควรจะได้น่ะ ถ้าเป็นภาพแบบนี้

เราจะศึกษาข้อมูลบน Kindle DXG ได้ดีกว่าว่าแต่ E-book จะเป็นไงบ้างหากไม่เอามาเทียบกันคงแปลกพิลึก


พอมองความต่างออกนะครับว่าต่างกันแค่ภาพปกขนาดต่างกัน กับจำนวนอักษรใน 1 หน้าที่ต่างกันนอกนั้นก็เหมือนกันว่าแต่นอกเรื่องนิด เรื่องในรีวิวที่ซื้อมานี้พอดีมีภาษาไทยแบบคาราโอเกะ แล้วพอใช้ TTS ให้มันอ่านเลยได้ยิน "ฝารั่ง ผูกไทยม่ายชัก" อย่างฮาเลยทีนี้มาว่ากันด้วยเรื่องความรู้สึกเวลาใช้งานของแต่ล่ะตัวกันบ้าง
Kindle DXG
- น้ำหนักก็ไม่หนักมากเท่าที่คิดคิดว่าไม่ต่างจาก iPad ที่เคยจับเท่าไรนะแต่ถือมือเดียวไม่ถนัดเท่าไร เพราะถือนานมากคงล้าได้เหมือนกัน
- ปุ่มเปลี่ยนหน้าแข็งไปนิด แล้วก็ปุ่มเวลาพิมพ์ตัวเลขต้องกด Alt ก่อนนะครับรู้สึกรำคาญเหมือนกัน
- ต่อเน็ทในต่างจังหวัดได้ครับ!!! แต่เป็น 2G นะครับ.... ดังนั้นเอาไว้ใช้ขำๆ ไม่เอาจริงจังน่ะพอได้เช่น เช็คเมล์ อัพสถานะตามเว็บสังคมออนไลน์ต่างๆ
- ไม่เหมาะกับการใช้อ่านไฟล์ PDF ที่ภาพสีเยอะๆ เพราะมันขาวดำ 16 ระดับเท่านั้น
- อ่านไฟล์ที่เป็นภาษาไทยไม่ได้ ต้องไป Root ก่อน
- เอามาอ่าน Comic ถือว่าใช้ได้ดีแต่ถามว่าไม่มีข้อบกพร่องไม่ก็ยังไม่ขนาดนั้น ถ้ามันเล่นเป็นขาวดำ 32 ระดับจะดีกว่านี้เยอะเพราะเรื่องไหนถมดำหนัก มันไม่ค่อยสวยเท่ากับที่อ่านจากรวมเล่มกระดาษเท่าไรน่ะ
- ชอบที่เราเอียงแล้วหนังสือมันกลับด้านตามเราเลย ไม่ต้องกดปุ่มเปลี่ยนโหมดเอาแบบในรุ่นจอ 6 นิ้วแต่ปุ่มน่าจะมีปุ่มกดเปลี่ยนหน้าอีกบนด้านบนด้วยนะจะสะดวกกว่านี้
- เทียบกับรุ่น 6 นิ้วมันต่างที่การเปลี่ยนหน้าเหมือน 6 นิ้วจะเนียนและไวกว่านอกนั้นที่ต่างก็ไมโครโฟนเหมือนว่าไม่มีแบบรุ่น 6 นิ้ว
- เอาไปไหนมาไหนเทอะทะนิด
Kindle 3
- เบาสบายมือเดียวอยู่
- ระบบโดยรวมดูไหลลื่นกว่าตัว DXG ยังไงบอกไม่ถูก
- หากพกไปไหนมาไหนบ่อย ควรซื้อปกมาใส่
- หน้าจอเล็กไปไม่เหมาะกับพวกไฟล์ที่เป็นภาพเท่าไรนักแล้วก็พวก PDF ยังใช้การซูมได้ลำบากพอควร
ข้อเสียที่เหมือนกันทั้งสองรุ่นหนึ่งข้อคือ ต้องอ่านในที่มีแสงสว่างพอนะครับแต่มันก็เป็นข้อดี ที่จอไม่มีแสงส่องเลยอ่านแล้วไม่ปวดตา ถามว่าชอบไหมผมชอบมากครับโดยเฉพาะความสามารถ Text-To-Speech เพลินมากเสียดายที่นิยายที่อยากอ่านบางเล่มไม่มีขายอย่าง Stargate ภาคใหม่ไม่มี มีแต่แบบกระดาษ....
ส่วนที่อยากได้เพิ่มคงระบบจอสัมผัสกับปากกาแล้วก็จอสีน่ะครับ กับอยากให้คีย์บอร์ดมันเป็นแบบสไลด์มากกว่าแบบนี้เกะกะ แล้วก้ปุ่มควบคุมน่าจะออกแบบให้สบายมือในการใช้กว่านี้นิด กับเมนูที่บางที่ปรับอะไรไม่ได้ดั่งใจเท่าไร
ว่าไปธันวาคมนี้ Delta Electronics Inc จะออกตัว E-Reader จอสีที่ใช้จอถนอมสายตาแบบ E-ink จาก Bridgestone ที่ขนาดจอ 8.9 นิ้วแต่รายละเอียดอะไรยังไม่ออกมามากนัก ถ้ารีวิวดีอาจขาย Kindle DX Graphite ทิ้งแล้วไปซื้ออันนั้นแทน


Comments
งงเรื่องใส่ภาพในข่าวจัง เดียวนอนก่อนนะครับค่อยมาแก้ใหม่
 จะทำ bullet ต้องเคาะระหว่างเส้นขีดกับข้อความด้วยครับ
Kindle ใช้ K ตัวใหญ่นะครับ Kindle DXG คืออะไรครับ ไม่เคยได้ยิน
DXG = DX Graphite ครับ (รุ่นจอ 9.7 นิ้ว ที่ปรับปรุง contrast ให้ดีกว่ารุ่น DX เดิม 50%)
my disclaimer
ขอบคุณครับ
May the Force Close be with you.
จริงๆ เรียกแค่ Kindle DX เฉยๆ ก็ได้ครับ เพราะสินค้าอย่าง iPod, Kindle และรถยนต์มักไม่ตั้งชื่อรุ่นย่อยๆ ครับ ครบ cycle ผลิตภัณฑ์ทีก็อัพเกรดหน้าร้านให้ขายแต่ของใหม่หมด แล้วปล่อยให้ผู้ใช้เติมเลขรุ่น/เลขปีเพื่อแยกรุ่นเอาเอง (สำหรับตลาดมือสอง) ครับ
"เต้า" ตกไม้โทไปนะครับ อ่านเพลินๆ เกือบงง ว่าเตาอะไรหว่าไปอยู่บนฝาผนัง :d
@ Virusfowl
sometime something with someone
ขออนุญาตเสริม การเปรียบเทียบฟีเจอร์เด่นที่แตกต่างระหว่าง KDX กับ K3 นะครับ (ไม่เทียบกับรุ่นอื่นๆ หรือกับเครื่อง e-Book reader อื่นๆ)
K3G ข้อดี
KDXG ข้อดี
ข้อเสีย
ลืมบอกตัวในรีวิวสีขาวนี้ 3G ครับ
รอเครื่องสีก่อนดีกว่า
ว่าแต่รูปประกอบเอกสารวิชาการนั่น ...
หน้าจอ นุ่มนวล ชวนอ่านจริงๆ
แน่ใจนะครับว่าหน้าจอ :)
v___v
ถามนอกเรื่องนะครับ Stargate ภาคใหม่ ที่ว่านี่คือ Stargate Universe?
ไม่ใช่ครับ นิยายมันเพิ่งออกชุดเนื้อเรื่องตอนต่อจากปี 5 ของภาคแอตแลนติสและตอนต่อของ SG1 หลังภาคหนัง 2 ภาคที่ออกมาแล้วน่ะครับ แต่ภาค SGU มันก็กำลังจะออกนิยายเหมือนกันนะ
พี่ผมกำลังจะไปญี่ปุ่น ผมเลยจะฝากซื้อ kindle3 ไม่ทราบว่า มันจะต่างกันไหม ซื้อจากแต่ละที่ กลับมาใช้ที่ไทย
ขอบคุณครับ
เนื่องจากเครื่อง Kindle 3 ไม่ได้ขายในร้าน และสินค้าก็ต้องส่งมาจาก US ทางอากาศเหมือนกัน ผมว่ามันก็ต้องโดนค่าขนส่งและโดนภาษีนำเข้าอยู่ดี แต่อาจจะแตกต่างไปบ้าง ในค่า import deposit สำหรับเมืองไทย (30-50 USD)
ผมว่าคุณลองสั่งในอเมซอนแล้วลองใส่ shipping address ที่ไทยและที่ญี่ปุ่นเทียบกันดูก็แล้วกันครับ
โดยส่วนตัว ถ้าคุณจะไปอเมริกาแล้วไปที่ Best Buy, Staples ที่เค้าเพิ่งวางขาย Kindle 3 อันนั้นจะสมบูรณ์แบบ เพราะไม่รวมค่าขนส่ง ไม่ต้องโดนภาษีนำเข้าบ้าๆบอที่กรมศุลกากรที่แล้วแต่ดวง บ้านเรา
แตกต่างแค่เรื่องค่าส่งใช่ไหมครับ เพราะผมเห็นว่าตอนนี้ amazon ของ japan เค้าเขียนว่า "Now all product free shipping" ถ้าไม่มีกรณีอื่น จะไปศึกษาดูอีกที
ขอบคุณมากครับ
สอบถามจากผู้ที่เคยใช้ส่วน 3G หน่อยนะครับ
Kindle 3G + Wi-Fi เค้าให้ใช้ ฟรี 3G ในไทย ได้ไหม หรือว่า ต้องเสียเงิน ผมอยู่ที่รามคำแหง 44 แยก 2 ไป ตรวจดู จาก http://client0.cellmaps.com/viewer.html?cov=1 เค้าบอกว่า 3G coverage อยู่ แต่ ไม่แน่ใจว่า Amazon จะดิว กับผู้ให้บริการในไทย ไหมครับ และหากว่าใช้ได้ ใช้งานแล้วระบบต่อ Internet ใช้ Check Email ได้ดีไหมครับ แต่ที่จริงผมกะว่าจะเอามาอ่านแบบ Offline ซะส่วนใหญ่ แต่ถามเพิ่มเติมเพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อครับ ^^
ถ้าอยู่ในบริเวณที่มีสัญญาณ 3G มันก็จับสัญญาณได้ครับ แต่ผมไม่แน่ใจนะว่า 3G ของเจ้าไหน ที่คอนโดฯผมแถว ๆ สาทรมันจับ 3G ได้เป็นบางจุดน่ะ
ถ้าแค่ check email ผ่าน web ล่ะก็ ทำได้สบาย ๆ