หลังสิ้นสุดเวลาการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq วานนี้ (26 พฤษภาคม) แอปเปิลมีมูลค่าการซื้อขายที่ 222.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ สูงกว่าไมโครซอฟท์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 219.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้แอปเปิลกลายเป็นบริษัทกลุ่มเทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกไปแล้ว นอกจากนี้ยังถือเป็นบริษัทในอเมริกาที่มีมูลค่าในตลาดสูงเป็นอันดับที่ 2 รองจาก Exxon Mobil
นักวิเคราะห์จาก Jacob Internet Fund ให้ความเห็นว่าแอปเปิลเป็นบริษัทที่เหนือว่าในขณะนี้เพราะบริษัทมองหาโอกาสที่จะเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด และยังหาช่องทางในการสร้างกำไรที่สูงโดยตลอด ขณะที่นักลงทุนอีกรายให้ความเห็นว่าไมโครซอฟท์เป็นบริษัทที่พยายามคุมตลาดที่ตัวเองมีตั้งแต่ในอดีต แต่แอปเปิลพยายามสู้กับตัวเองโดยสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆสู่ตลาดมากกว่า
ทั้งแอปเปิลและไมโครซอฟท์ยังไม่ได้ออกมาให้ความเห็นใดๆขณะนี้
ที่มา: BusinessWeek
- 3415 reads




Comments
ส่วนตัวมองอีกมุมว่า ตอนนี้ไมโครซอฟท์กำลังทุ่มเทกับนวัตกรรมทางเทคโนโลยี ทำให้ผลกำไรน้อยลงเพราะยังไม่เห็นผล ในขณะที่แอปเปิลหากินกับ Design / User Experience และการตลาด อยู่ตลอดเวลา
My Blog
+1
[ JIRAYU.IN.TH ]
ซ้ำ
[ JIRAYU.IN.TH ]
+1 เห็นด้วยเหมือนกัน
แต่ว่าทาง apple เองก็วิ่งไปตลาดที่ไม่เคยมีใครบุกมาก่อนเหมือนกัน (เช่น iPad) แต่คิดว่าทาง Apple ไม่น่าจะลงทุนทาง Innovation มากเท่า MS แต่เน้นการเอาของที่ใช้ได้จริงมาขายมากกว่า
เรื่องตลาดแท็บเล็ต ผมคุ้นๆว่าไมโครซอฟท์เปิดมาก่อนนะครับ
แต่ แป้กโดยสิ้นเชิง - -"
[ JIRAYU.IN.TH ]
ผมว่าไม่จริงนะ อย่าง iPhone OS ผมเองเชื่อว่าแอปเปิลแอบพัฒนาภายในมาก่อนหน้าหลายปีมาก และตอนนี้เองก็น่าจะพัฒนาเทคโนโลยีพื้นฐานให้กับสินค้าตัวต่อๆ ไปอยู่
ของพวกนี้มันไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้ง่ายๆ ตอนที่เราคิดสินค้ากันออกและเห็นชัดเจนว่าน่าจะขายได้อ่ะครับ
LewCPE's Google+
+1 มันเกิดจาก R&D กับการตลาดที่วางถูกต้องถูกเวลาพอดี
เรื่องนี้จริง ๆ ก็เกิดขึ้นกับบริษัทไหนได้ทั้งนั้นครับ ขึ้นอยู่กับการวางตัว การตลาด กับสินค้าที่ตัวเองมี (4P)
พูดจริง ๆ ถ้าไม่มีบริษัทแบบแอปเปิลมันก็คงไม่มีบริษัทไหนตื่นตัวทำให้มือถือดีขึ้นอย่างกระทันหันแบบนี้หรอกครับ Nokia ก็คงคอยอยู่เฉย ๆ ตลาดใหญ่อยู่แล้ว R&D ทั้งหลายเก็บไว้รอก่อน เพราะกำไรอยู่แล้วจะ R&D ทำไม
เช่นกัน การเปิดตัว iPad ทำให้ตลาด Slate พุ่งขึ้นมากลายเป็นสมรภูมิใหม่สำหรับผู้ผลิตหลาย ๆ ราย เมื่อก่อนก็มีคนเล่นตลาดนี้อยู่แล้วแต่ไม่กระตือรือร้นจนแอปเปิลเข้ามา
สรุป - แอปเปิลต่อให้จะทำการตลาดน่าเกลียด รุนแรง ดุเดือดถึงขนาดไหนก็ตาม แต่ก็ยังเป็น Catalyst ที่กระตุ้นให้พัฒนาการทางด้านคอนซูมเมอร์เทคโนโลยีตื่นตัวขึ้นมากครับ
+1 เห็นด้วยอย่างแรงครับ
+1
ผมค่อนข้างเน้นนะว่าเป็น นวัตกรรมทางเทคโนโลยี
ส่วนตัวผมไม่เห็น นวัตกรรมทางเทคโนโลยี ของแอปเปิล มากนัก มักจะเห็นแต่ที่ใช้เทคโนโลยีเก่าๆ เอามารวมกันด้วย Design ดีๆ อย่าง iPad iPhone ผมเห็นว่ามันไม่มีอะไรใหม่ ถึงจะนับว่าเป็น นวัตกรรม แต่ผมว่าไม่ใช่ ทางเทคโนโลยี แน่ๆ
My Blog
+10 นวัตกรรมใหม่ในเทคโนโลยีเดิมๆ
iPad iPhone ออกจะเป็นเทคโนโลยีใหม่และเป็นนวัตกรรม ใครก็อยาก killer เปรียบกับตัวนี้ทั้งนั้น แต่ว่าใหม่เฉพาะรุ่นแรก ต่อจากนั้น เหมือนมาแก้บักตัวเองที่ทำผิดพลาด หรือไม่ได้สนใจ XD
ส่วนไมโครซอฟท์ เห็นด้วยว่ายังจับตลาดเดิม และรักษาลูกค้าคนเก่า แต่อีกไม่นานแผนใหม่กับหลังจะมาหลังจากปล่อยตัว Azure และตัวซอฟแวร์เวอร์ชั่นใหม่ๆ
<@mOkin>Every thing that has a beginning has an end.<mOkin/>
ผมว่าของดีๆ advance MS มีไม่น้อยกว่า Apple แต่ปัญหาคือ Apple หาตลาดที่จะขายได้ดีกว่า
+1 ผมเชื่อว่าเค้าได้วางแผนมาอย่างดีและแอบพัฒนามายาวนานพอสมควรคับ กว่าสตีฟจะยอมรับและออกสู่ตลาดได้
ผมอ่านจาก nytimes เค้าบอกว่ากำไร microsoft มากกว่านะครับ แต่มูลค่าบริษัทซี่งคำนวณจากราคาหุ้นเป็นผลสะท้อนถึงความคาดหวังของนักลงทุนมากกว่า ว่า apple สามารถเติบโตหรือสร้างผลกำไรได้มากกว่าในอนาคต
End of Desktop Era
Khajochi Blog : It's not a Bug ... It's a Feature
ถ้าเป็นด้าน Innovation Apple ชนะ Microsoft มาหลายปีแล้ว มันจึงส่งผลให้บริษัทมีผลกำไรดีขึ้นมาเรื่อย ๆ จนชนะ Microsoft แล้ว
ผมว่าไมโครซอฟท์ยึดติดกับสินค้าหลักของตัวเองนานไปหน่อย แต่ไม่ใช่ว่าเขาตามหลังนะครับ เขาก็ยังนำหน้าในด้านนี้และยังทำได้ดีมากด้วย เพียงแต่ Dynamics ความต้องการของคนเปลี่ยนไป และด้วยความที่เล่นกับตลาดคอมพิวเตอร์หลักนานเกินไปหน่อยไมโครซอฟท์เลยพลาดโอกาสตลาดใหม่โดยเฉพาะ Mobile Technology ทั้งหลายให้กับคู่แข่งรายอื่น ๆ
ใครยังจำได้ Kodak กับฟิล์ม ที่ตัวเองยึดติดกับฟิล์มมากเกินไปจนแพ้คนอื่นเขาในยุคดิจิตอลฟอทอกราฟฟี่ แต่ก็เทียบกับไมโครซอฟท์โดยตรงไม่ได้ เพราะไมโครซอฟท์ทุกวันนี้ยังอยู่ได้อย่างสบาย ๆ แถมกำลังจะก้าวไปสู่ตลาดอื่น ๆ ด้วยซ้ำ (แต่ก็ไม่คิดจะไล่งาบแอปเปิลมากเท่าใด)
ผมเชื่อว่าใน Labs ของ Microsoft ยังมีของดีๆ อีกเยอะ แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะปล่อยออกมาสักที
เค้าเรียกว่า ยังหาวิธีขายไม่ได้
จริงของนาย
<@mOkin>Every thing that has a beginning has an end.<mOkin/>
ตรงเนี้ยแหละครับ ทำให้ MS ตกต่ำไปเรื่อย สินค้าหลายตัว เปิดตัวก่อนชาวบ้านแต่เข็นมาขายไม่ได้สักที ใครยังจำโต๊ะแทงบอลได้หรือเปล่าครับ(Surface) ตอนนี้ชาวบ้านขาย Tablet กันบ้าคลั่ง แต่ตัวเองยังไม่มีสินค้าแบบนี้อยู่เลย
เห็นว่ามันแพงมากจนชาวบ้านธรรมดาเค้าซื้อไม่ไหวนี่คับ เห็นจะมีแต่ตามCasinoที่มีทุนหนาๆ
สมน้ำสมเนื้อ
comment ไปก็ไม่เกิดประโยชน์ เสียเวลาพิมพ์
สงครามยังไม่จน...อย่าเพิ่งนัดศพทหาร...งานนี้ดูกันยาวๆ
Mylive
ศพทหารจะนัดได้อย่างไร? บร้ารึปร่าวว
นัดได้ นัดวิญญาณมาอ่ะ :P //เขาเขียนผิด แบบนี้ผมจะตอบว่า ระหว่างจัดทัพ ข้าศึกก็มาโจมตีรอบเมืองแล้วครับ ระวังจะตายในบ้านตั้งแต่ยังไม่ออกศึกน่ะครับ
<@mOkin>Every thing that has a beginning has an end.<mOkin/>
แหมๆๆๆ แซวเล่นหน่ะ ไม่อยากให้เครียด เอะอะจะไปรบกันแล้วดูสิ
ไมโครซอฟท์น่าจะหาครีเทีฟใหม่หรือดีไซเนอร์มาดีไซน์ gui ของ windows ใหม่ซะ ใช้ไปใช้มาอารมณ์เหมือนใช้ OS ที่ยังออกแบบไม่เสร็จซะงั้น ต้องไปหา theme สวยๆ จาก deviantART มาใช้แทน
ปล.ความเห็นส่วนตัวนะครับ
ใช้ OS หรือ mac เพื่อเข้าสังคม เป็นค่านิยมที่ผิด
ผมกลับคิดว่าเรื่อง GUI ทั้ง Windows 7 และ Office 2010 ดีขึ้นมากๆ เลยนะครับ ทำได้ดีมากเลยด้วยซ้ำ ส่วนตัวคิดว่าธีม windows aero + glass บน 7 ออกแบบมาดีนะครับ นาทีนี้ผมว่านำ Aqua ที่เริ่มเก่าแล้วครับ (แต่ยังไงส่วนตัวก็ชอบ GUI ของ OSX ครับ มันเท่.. แต่ถ้าเรื่องความสวยยกให้ aero)
อย่าง GUI บน WP7 เอาดีไซเนอร์ชั้นนำมาออกแบบ ถือว่าล้ำมากๆ สำหรับ GUI ของมือถือวันนี้ครับ
+1
The Phantom Thief
ตอนนี้ แอปเปิล ก็เริ่มไม่มีมุกขายแล้วล่ะครับ เนื่องจากอุปกรณ์ที่ออกมาแค่ปรับแต่งจากของเดิม แล้วถ้า แอปเปิล เปลี่ยนเป็นระบบเปิลล่ะก็ จะยิ่งใหญ่มากกว่านี้อีกล่ะครับ
คิดว่าข่าวอะไรซะอีก... แค่ข่าว MS ขาลง ของอย่างนี้มันก็ขึ้นๆ ลงๆ กันได้คับ
เอนกชาติภุชงค์ ||สายน้ำคือชีวิต ดำรงค์ไว้ซึ่งเผ่าพันธุ์ สายน้ำแห่งนิรันด์
ผมว่าตอนนี้ UI กินกันไม่ขาดครับ Windows 7 aero peak
ในขณะที่หลายๆ ส่วนของ mac ก็ใช้ง่ายกว่า
บลาๆ แต่หน้าตาเครื่อง mac ดีกว่า, เครื่องที่เอามาลง windows จะเอาถึกแค่ไหนก็ได้
Moss 's blog
Innovation !!!! Bravo !!!
My Website - http://ibluetus.com
Follow me @FollowBluetus
"Brand Apple is "Tool for creative minds" not "Tool for rich guy"
Market Capitalization ใช่มูลค่าการซื้อขายเหรอครับ เท่าที่กูเกิ้ลดูมีคำนี้ แต่ยาวไป "มูลค่ารวมของหุ้นที่มีอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมด"
ส่วน Subject เห็นว่าไม่ตรงประเด็น เพราะว่าจาก Business Week ก็มีเพียงประเด็นเดียวคือ Market Cap. นี่ล่ะครับ
ส่วน Market Cap ล่าสุดตอนนี้ ในกลุ่มเทคโนโลยี
Microsoft Corporation 229.44B Apple Inc. 228.33B International Business Machines Corp. 160.81B Google Inc. 154.94B Cisco Systems, Inc. 133.91B Intel Corporation 120.52B Oracle Corporation 112.88B Hewlett-Packard Company 109.98B Siemens AG (ADR) 78.86B QUALCOMM, Inc. 58.10B SAP AG (ADR) 52.30B Taiwan Semiconductor Mfg. Co. Ltd. (ADR) 51.19B Canon Inc. (ADR) 50.69B ABB Ltd (ADR) 39.46B Nokia Corporation (ADR) 38.50B EMC Corporation 38.30B Emerson Electric Co. 35.18B Research In Motion Limited (USA) 34.04B Infosys Technologies Limited (ADR) 32.73B Wipro Limited (ADR) 30.91B
จาก "Jacob Internet Fund ให้ความเห็นว่าแอปเปิลเป็นบริษัทที่เหนือว่าในขณะนี้" เป็น "Jacob Internet Fund ให้ความเห็นว่าแอปเปิลเป็นบริษัทที่เหนือกว่าในขณะนี้" รึเปล่าคับ
ผมว่า Apple มันก็เติบโต ตามค่านิยม แบบ วัตถุนิยม นั่นแหละครับ เป็นปกติ
ประโยชน์เทียบกับราคา มันก็ยังสูงเกินไป ในเมื่อเงิน หมื่นกว่าบาท ทำได้เหมือนกับเงิน สี่หมื่น
แต่คนเราทุกวันนี้เลือกคุณค่าอย่าอื่นมากกว่าประโยชน์