แคนนอนยอมรับว่า 5D Mark II ให้ภาพที่ดีกว่า 1Ds Mark III

tags:

อย่างที่ทราบกันไปแล้วว่า 5D Mark II เป็นกล้อง DSLR ตัวล่าสุดที่แคนนอนเพิ่งจะเปิดตัวต่อชาวโลกไปหมาดๆ ถ้าเทียบชื่อชั้นของเจ้า 5D ตัวใหม่นี้ ก็ต้องนับว่าเป็น เบอร์ 3 ของค่าย แต่ถ้านับเฉพาะตัวที่มีเซ็นเซอร์เต็มเฟรม (ขนาดเท่าฟิล์ม) แล้ว ก็จะเป็น เบอร์ 2 รองจาก 1Ds Mark III เท่านั้นเอง

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ แคนนอนนั้นไม่ได้สนใจว่าใครเป็นมือหนึ่งหรือมือสอง (มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว) แคนนอนได้ขนเอาเทคโนโลยีใหม่ๆยัดใส่ 5D ตัวใหม่นี้เพียบ ซึ่งมีหลายๆอย่างใหม่กว่าพี่เบิ้มอย่าง 1Ds Mark III ด้วยซ้ำไป หนึ่งในนั้นก็คือ image processor ตัวใหม่ ซึ่งก็คือ DIGIC 4 (ใน 1Ds Mark III เป็น DIGIC 3)

ทั้งนี้ผู้บริหารระดับสูงของแคนนอนออกมายอมรับในการให้สัมภาษณ์กับ Dpreview.com ในงาน Photokina 2008 ว่าคุณภาพของภาพที่ได้จาก 5D นั้นเหนือกว่า 1Ds Mark III แน่นอน อีกทั้งยังมีช่วง ISO ที่กว้างกว่าอีกด้วย (6400 เทียบกับ 1600) ส่วน 1Ds Mark III นั้นยังคงมีข้อดีกว่าในด้านความทนทานและความเสถียรในการทำงาน

ที่มา-Dpreview

panuta's picture

ยังไงก็ตาม 1Ds Mark III ก็ยังดีกว่าในหลายด้าน เช่นสามารถถ่ายต่อเนื่องได้เร็วกว่า ระบบ Auto Focus ที่ดีกว่า ระบบ Metering ที่ดีกว่า มี Full weather sealing มี 100% Viewfinder ซึ่งบางอย่างนี่มืออาชีพจะต้องการมากกว่าคุณภาพของภาพที่ออกมา (ซึ่งมันก็ดีมากอยู่แล้ว)

คาดว่าซักต้นปีหน้า Canon ก็คงจะปรับรุ่นตัว 1Ds


http://www.seasandsong.com/
DoraeMew's picture

ให้ Jpeg ดีกว่าใช่ป่าว?
แบบนี้ Nikon ก็ทำเหมือนกันนิ เห็นมาแต่ไหนแต่ไร -*-
D50 Jpeg ดีกว่า D70/D70s
D60 ดีกว่า D200
D90 ดีกว่า D300

elyouseekay's picture

บังเอิญข่าวนี้เป็นการสัมภาษณ์และเค้าก็ถามเจาะไปที่ image processor,แคนนอนก็เลยตอบตรงตามนั้น

ที่ผมเขียนว่าแต่ไหนแต่ไรนั่นคือ โดยรวมๆแล้วน่ะครับ คือจะมีหลายๆครั้งที่แคนนอนเอา feature เด็ดๆมาใส่ให้เบอร์ 2 ก่อนแล้วค่อยเอาไปใส่ให้ตัวท๊อปที่หลัง ที่ฮือฮาที่สุดเห็นจะเป็นตอนที่แคนนอนเอา focus แบบ 45 จุดไปใส่ให้กับ EoS-3 ซึ่งขณะนั้น EoS-1N มีแค่ 5 จุด และกว่า 1V จะออก (ซึ่งเอา 45 จุดมาใส่) ก็หลัง EoS-3 เป็นปี ซึ่งของแบบนี้ผมไม่เคยเห็นนิคอนทำ

แต่หลังๆนี่ ผมก็เห็นนิคอนให้ feature มาค่อนข้างคาบเกี่ยวกันพอสมควรสำหรับรุ่นที่ติดๆกัน

DoraeMew's picture

อือ จริงด้วย
แต่ถ้าจะมองมุมนี้ เอาตัวอย่างปัจจุบันก็ยังมีอีกนะเนี่ย ดู 50D กับ 5D MkII นี่แหละ
EOS 5D MkII ใช้ AF sensor แบบ 9 จุด เป็น cross type ตรงกลางจุดเดียว
EOS 50D ใช้ 9 จุดเหมือนกัน แต่เป็น cross type ทุกจุด
คิดๆ ไปก็รู้สึกแปลกๆ ดีวุ้ย เหมือนจะเริ่มเกิด cannibalism ขึ้นมาตะหงิดๆ - -“

elyouseekay's picture

ซึ่งหลายๆคนแปลกใจไม่น้อยนะครับ ว่าทำไม่ 5D MKII ถึงใช้ 9 จุดเหมือนเดิม ซึ่งเห็นได้จากบทสัมภาษณ์ที่ผมไปเอามา เค้าก็ถามคำถามนี้นะครับ แคนนอนตอบว่าผู้ใช้ตอบรับดีอยู่แล้ว ก็เลยไม่เปลี่ยน ทั้งนี้เพื่อแลกกับการรักษาขนาดกล้องให้ไม่ใหญ่เกินไป

เป็นผม เอา 45 จุดมาให้ผมดีกว่า ผมยอมแบก (ถ้าซื้อได้ ก็แบกได้ล่ะวุ้ย)

แสดงว่าถึงแม้ว่าของจะดี แต่เราต้องบ่นเยอะๆ ไม่งั้นเดี๋ยวรุ่นต่อไปจะไม่เปลี่ยนแปลง … รึเปล่า? ^_^

DoraeMew's picture

ไม่รู้แฮะ รู้สึกเหมือนแคนอนแถเรื่อง AF sensor ยังไงชอบกล
ไม่คิดว่ามันจะเกี่ยวกับขนาดกล้องตรงไหนเลยนิ 50D ตัวกล้องเล็กกว่า ยังใส่ sensor ที่ว่าใหญ่นั่นได้ แล้วทำไม 5D MkII ตัวเบ้อเริ่มใส่ลงไปไม่ได้หว่า -___-“

TiD's picture

ภาษาไทยน่าจะเขียนว่า แคนอน นะครับ

kohsija's picture

แคนออน?


Kohsija

adamy's picture

สำหรับช่างภาพแล้ว ผมคิดว่า Processor ของภาพไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่สุดนะครับ … เรื่องของการได้ “ภาพ” มามากกว่าครับที่เป็นสิ่งที่ดีที่สุด … ส่วนใหญ่แล้ว Chip นั้นมันอยู่ตัวพอสมควรแล้วครับสำหรับงานพิมพ์ (ตั้งแต่ 6 Mega Pixel แล้ว) ส่วนเรื่องของ Chip ประมวณก็ไม่ค่อยจะมีปัญหาเพราะช่างกล้องระดับพระกาฬส่วนใหญ่จะเรียนรู้การใช้งานกล้องจนรู้ “ใจ” ของกล้องนั้นๆแล้ว … เช่นผมเองใช้ Sony a700 ถ้าผมถ่ายด้วย Sony a700 นั้นผมจะได้ภาพที่ผมต้องการ … ระหว่างที่ผมไปจับกล้อง D3 หรือ 1D Mark III แล้วผมจะได้ภาพที่ไม่ถูกใจเลย … เพราะผมไม่รู้ “ใจ” ของกล้อง … เหมือนกล้องฟิลม์ครับ จะมี Curve สีของฟิลม์แต่ละชนิด … ช่างภาพจะใช้ฟิลม์ต่างๆกันเพราะมี Curve สีต่างๆกันครับ

ดังนั้นมันไม่ใช่สิ่งที่สำคัญสุดครับ … อยากได้ Chip ดี ความละเอียดสูง … ใช้ Hass หรือ Sinar สิครับ ฮาๆ … 3 ล้านเอง ฮาๆ

ขอบคุณครับ สวัสดีครับ

:: Take minimum, Give Maximum ::

Site Search

 
Web blognone.com

Poll