Tags:
Node Thumbnail

ไม่ใช่มาโฆษณาอะไรหรอกนะครับ แต่ต่อจากตอนที่แล้ว ว่าด้วยการซื้อซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์อย่าง Microsoft Office 2007 (Blognone) เป็นเหตุผลที่มานั่งคิดกับตัวเองว่าจะเสียเงินซื้อแพง ๆ ทำไมเมื่อมี OpenSource อย่าง OpenOffice.org ทำไมไม่ใช้ก็เลยเอามานำเสนอกันครับ

  • ตัว UI ตัวใหม่ใน Office 2007 ที่ชื่อ Ribbon
    • ตัวนี้สร้างความแตกต่างให้กับ Office ทุกรุ่นตั้งแต่ 97 - 2003 ทำให้การตัดสินใจซื้อง่ายขึ้นกว่าเดิมครับ เพราะทำให้ต้องศึกษาใหม่ และดูน่าคุ้มค่าในการเปลี่ยนแปลงมาก ๆ รวมถึงการลงทุนที่จะซื้อมาใช้
    • ด้วยลักษณะของ icon ต่าง ๆ ที่เข้าใจง่าย (แต่ต้องเปิดใจรับการเปลี่ยนแปลงด้วย) การเข้าถึงการใช้งานต่าง ๆ ที่ง่าย ถ้าใช้กันจริง ๆ ผมก็ว่าง่ายนะ ด้วยความที่ความสามารถของ Office มันเยอะมาก ๆ ใช้ Menu-bar แบบปกติคงไม่สามารถทำให้ความสามารถนั้นออกมาได้ครบเครื่องมากขึ้น
  • ผมใช้ Outlook บ่อยมากประมาณว่าใช้เป็นประจำทุกชั่วโมงในทุก ๆ วัน ตั้งแต่ตอนอยู่มหาวิทยาลัยแล้ว
    • รับ/ส่งอีเมลหลาย Account (มีอยู่ 4 Account ในตอนนี้) แถมแยกและรวม Storage file ได้
    • ใช้รับ Calendar ทางอีเมล แล้วทำ Task จากอีเมลในตัว
    • ทำ Journal ตอน Meeting
    • แถม Note ใน Outlook แทนใช้ Sticky
    • รับ iCal ใน Calendar แล้วมาทำ Overlay กับ Calendar หลักของเรา (มันใช้ Feed ได้ด้วย แต่ผมแยกไปใช้ FeedDemon แทนเพราะมีความสามารถที่ดีกว่า)
    • ใช้ Google Calendar Sync เพื่อ Sync ตัว Calendar กับ Google Calendar
    • ตัว Outlook มี 3rd party software เยอะในการช่วยจัดการข้อมูล ซึ่งผมใช้ Windows Mobile เลยสามารถ Sync กับตัวมือถือได้เป็นปกติเช่น Contact, Calendar, Task และ Note ทำให้ผมมี Backup ตัวข้อมูลพวกนี้จาก PDA Phone ของผม แต่โดยความจริงอีกอย่างแล้วคือ Sony Ericsson ตัวเก่าผม W700i และ T61 ก็ใช้แบบเดียวกับแต่ Sync ได้แค่ Contact, Calendar และ Note ซึ่งก็ Sync ได้เช่นกัน แต่ทำผ่าน Software Suite ของ Sony Ericsson นั้นเอง
  • ผมติดใจ Word, Excel และ PowerPoint ในรุ่นใหม่ใน 2007 เรื่องการทำงานด้าน Graphic ของตัวเอกสารที่ดูดีกว่าเดิมมากเลย ใช้มันหมดทุกตัวเลยตอนนี้ยิ่งพวกจัดการด้านรูป การทำ effect ต่าง ๆ นี่ดูดีกว่าเดิมมากครับผมเลยคิดว่าคุ้มค่ากว่าที่จะซื้อในตอนนี้ซะเลย
  • ตัว PowerPoint ทำได้ดีมากขึ้น โดยเฉพาะ Presentation mode ที่เข้าถึงง่ายกว่าเดิม ทำให้ผู้ใช้ที่ใช้ Present ในรุ่นเก่า ๆ ได้รู้ว่ามี Presenation mode (คล้าย ๆ กับตัว Presentation mode ของ Keynote อันนี้ต้องขอบคุณ ribbon ที่ทำให้ความสามารถนี้โผล่มาให้เห็นกันแบบง่าย ๆ เพราะมันมีมาตั้งแต่ Office PowerPoint XP แล้วมั้ง ถ้าจำไม่ผิด) ทำให้จัดการ slide ได้ง่ายขึ้น ถึงแม้ว่า Transition สวย ๆ แบบ Keynote จะยังไม่มีแต่ก็มี 3rg party อย่าง PowerPlug For Power Point ของ  CrystalGraphics ที่ต้องซื้อเพิ่ม แต่โดยภาพรวมแล้วก็ไม่จำเป็นเท่าไหร่ แค่ effect ปกติก็ใช้งานได้ดีอยู่แล้ว
  • การค้นหาด้วย Desktop Search นี่โดยตัว OpenOffice และ Microsoft Office นี่ตัว Microsoft Office นี่กินขาดเลยครับ เพราะทุกค่ายที่ทำ Desktop Search รองรับหมดครับ ทั้งตัวไฟล์รุ่นเก่าและรุ่นใหม่ ส่วน OpenOffice นี่มี Google Desktop Search แต่ก็รองรับแบบไม่ค่อยดีนักครับ ไม่ประทับใจเท่าไหร่ และอีกตัวคือ Copernic Desktop Search ครับที่รองรับได้ดีมาก ๆ ซึ่งตัว Copernic Desktop Search นี่ผมก็ซื้อรุ่น Professional มาใช้งานในราคา 1,700 บาทเช่นกัน เพราะมันทำงานได้ดีกว่ามาก ๆ กินทรัพยากรต่ำครับ แถมรองรับการค้นหาได้ดีมาก ๆ รวมไปถึง OpenOffice ไฟลืที่ค้นหาได้ดีทั้งไฟล์แบบเก่าของ sun และไฟล์แบบใหม่อย่าง ODF ครับ
  • ระบบ Template Online ตัวใหม่ทำให้ผมหา Template สวย ๆ ใหม่ ๆ ได้ผ่านตัวโปรแกรมครับ โดยความสามารถนี้มีมาตั้งแต่ XP แล้ว แต่ว่ามาใน 2007 ต้อง Validate ตัว Office ผ่านด้วยถึงจะใช้ความสามารถนี้ได้ครับ
  • โดยส่วนตัวผมแล้วใช้ OpenOffice มาตั้งแต่อยู่ในชื่อ TLE และ Pladao Office ครับ แต่ว่าเมื่อ Office 2007 ออกมาผมก็ใช้น้อยลง ด้วยเหตุผลที่ว่าระบบการตรวจสอบคำผิดในภาษาไทยใน OpenOffice รุ่นหลัง ๆ ใน 2.3 นั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่ครับ ซึ่งผมก็แจ้งเข้าไปแล้วเช่นกัน และจากที่ได้ใช้ OpenOffice ตัวล่าสุดอย่าง 3.0 beta 1 ก็ ok นะ ยังไม่เจอปัญหาดังกล่าวนี้เลย ซึ่งโดยรวมก็ถือว่า ok นะครับ แต่ด้าน effect และ graphic คงต้องมีการปรับเปลี่ยนกันเพราะว่าตอนนี้ความแตกต่างของ OpenOffice 3.0 กับ Microsoft Office 2007 มีความแตกต่างกันเยอะแล้วครับ โดยเฉพาะตัว UI ที่ยังไมได้ปรับเปลี่ยนให้เข้าถึงความสามารถที่เยอะแยะมากมายได้อย่าง ribbon ซึ่งมันไม่เหมือนตอน OpenOffice 2.3 กับ Microsoft Office XP-2003 ที่กินกันไม่ลงและทดแทนกันได้ โดยตัวผมเนี่ยช่วงเรียนที่มหาวิทยาลัยตอนปี 2-4 นี่ใช้ OpenOffice Writer กับ Calc เป็นประจำในการทำรายงานครับ เพราะใช้งานทดแทนได้ทั้งหมดเลย ส่วน Impress สำหรับผมใช้คงทดแทน PowerPoint ไม่ได้เลยยังใช้ PowerPoint กันต่อไป
  • และเหตุผลสุดท้ายคือรับไฟล์ต่าง ๆ จากหน่วยงานหรือองค์กรต่าง ๆ มาถ้าเมื่อก่อนแล้วเนี่ย ผมใช้ Word/Excel/PowerPoint Viewer มาใช้แสดงผล และใช้ OpenOffice เปิดเอา (ตอนที่เรียนมหาวิทยาลัย) แต่มาตอนหลัง ๆ เนี่ยต้องมีการปรับแก้ผมเลยโดยบังคับกลาย ๆ ว่าต้องใช้ไปนั้นเอง เมื่อเราจำเป็นต้องใช้ในการทำธุรกิจ เราก็ต้องจำเป็นต้องซื้อ ผมมองว่าไม่มีข้อยกเว้น ผมได้แนวคิดเรื่องนี้มาจากตอนที่ไปเที่ยว ไปนั่งคิด ๆ ว่าชาวนาเค้าต้องใช้รถไถนา เค้ายังต้องซื้อมาใช้ มันจะคันละกี่หมื่นกี่แสน เค้าก็ต้องซื้อถ้ามันทำให้งานมันเสร็จเร็วขึ้น เค้าคงไม่สามารถไปขโมยมาได้หรอก มันเป็นเรื่องของเครื่องมือทำมาหากิน ยิ่งเครื่องมือในส่วนของอาชีพ IT นี่ผมว่าถ้าเทียบกับชาวนาแล้วผมว่ามันยังถูกกว่าเยอะ เค้าไม่ได้ลงทุนแค่เครื่องมือที่ผมบอกไป เค้ายังต้องไปลงทุนตัวอื่น ๆ อีก ซึ่งจะให้เค้าไปขโมยมาแล้วจ่ายทีหลังคงไม่ได้ แต่อาชีพอย่างเรา ๆ ชาว IT มันเอามาใช้ก่อนได้ ถูกใจ หรือพร้อมก็จ่ายเงิน แถมนั่งทำงานก็นั่งทำงานในห้องแอร์เย็น ๆ ไม่ต้องไปตาแดดตากลมอีก ผมว่าโคตรสบายเลย แล้วทำไมเราจะจ่ายคืนไม่ได้หล่ะครับ ไม่ต้องมาบอกผมนะว่าเสียดุลการค้า รถไถ รถยนต์ขนส่ง มันก็ของนำเข้า หรือไม่ก็ต้องมีลิขสิทธิ์มาประกอบแล้วจำหน่ายทั้งนั้นครับ ยังไงก็เสียดุลการค้าอยู่แล้วครับ

ส่วนใครที่ไม่ได้ใช้แบบเป็นชุด ๆ ก็ซื้อแยกก็ได้ครับ เช่นใช้ Word อย่างเดียว ก็มีขายแยก เป็นตัวโปรแกรมไปเลยครับ แต่ราคาเมื่อเอามารวมเป็นชุดแล้วก็จะดูแพงกว่าครับ (เรื่องปกติในการทำตลาดด้านราคาครับ) อย่างที่เห็นขายแยกอยู่ตอนนี้คือ Microsoft Outlook 2007 ครับ ราคาประมาณ 3,900 บาทได้มั้ง ถ้าจำราคาไม่ผิด ซึ่งเหมาะกับคนที่ไม่อยากได้พวกชุดที่มี Word, Excel และ PowerPoint ที่อาจจะใช้ OpenOffice เอาได้ อะไรแบบนั้น สำหรับราคาลองไปดูที่ Microsoft Office ที่เว็บ http://www.selectmore.com ดูครับ

สุดท้ายแล้ว ตราบใดที่เรายังคิดจะใช้ซอฟต์แวร์ของนอก และไม่อุดหนุนคนไทยด้วยกันเอง โดยการที่เราไม่คิดกลับมามองพวกเดียวกัน คิดว่าของนอกดีกว่า ยังไงผลงานคนไทยด้วยกันเองก็ไม่เกิดหรอก เพราะเราไม่สร้างให้เกิดมูลค่าของซอฟต์แวร์ของพวกเดียวกัน ไม่ช่วยกันเอง และถ้ารู้อยู่แล้วว่าของนอกแพง ของไทยถูก เราก็ซื้อของคนไทยก่อนเป็นอันดับแรกซิครับ สร้างให้วงจรการพัฒนามันขับเคลื่อน อันไหนไม่ดี อันไหนยังไม่มี ก็นำเสนอ บอก ๆ กัน น่าจะช่วยให้การพัฒนาตัวเองในระยะยาวดีกว่า และมากขึ้นเรื่อย ๆ ซอฟต์แวร์บางตัว ตัวราคาก็ไม่กี่ร้อยบาท ยังไม่ค่อยจะซื้อกันเลย ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเหมือนกัน อย่างโปรแกรม Dictionary นี่ตัวอย่างที่ดีเลย ตัวไม่ถึง 500 บาทยังไม่เอากันเลยครับ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมรู้สึกเซงทุกครั้งที่มีคนมาขอผม copy ทั้ง ๆ ที่มีขายตามร้านหนังสือตามห้างอยู่แล้ว ซึ่ง entry เก่า ๆ ใน blog ของผมก็เคยนำเสนอไปแล้วในชื่อ "แสบๆ คันๆ !!! Bill Gates เยาะเย้ย Software เถื่อนเมืองไทย กระทบคนไทย โปรแกรมเมอร์ไทยและบริษัทไทยมากกว่า MS" ซึ่งผมได้เข้ามาอยู่ในวงการนี้มาพอสมควรผมก็มองเห็นว่าเป็นความจริงครับ เรื่องพวกนี้ได้เอาไปพูดคุยกันในงาน Barcamp Bangkok 2 ร่วมครับพี่ @9aum ไปแล้วครับ Slide ภาษาไทยก็ที่นี่ครับ Copyrighted Software And A Life Of Freelancer Thai ส่วน VDO ก็ไปดูที่ More Videos from Duocore Team ที่ตัว VDO ที่ชื่อ BarCampBangkok2 - Freeware and Freelances แต่เสียดายที่เวลาน้อยไปหน่อยเลยไม่ได้รายละเอียดลึก ๆ หลายส่วนครับ แต่ผมมองว่าเป็นตัวจุดประกายให้กับใครหลาย ๆ คนในครั้งนั้นได้ครับ

ทั้งหมดนี่เป็นเหตุผลหลัก ๆ ที่ผมซื้อซอฟต์แวร์ Microsoft Office 2007 ในครั้งนี้ แต่ในความเป็นจริงอีกอย่างแล้วนั้น เดี่ยวนี้ผมก็ซื้อแผ่น DVD ภาพยนต์และแผ่นเพลงลิขสิทธิ์แท้แทบจะตลอดอยู่แล้วเป็นปกติ จากเมื่อก่อนที่โหลดเอาจากเว็บ BitTorrent แต่มาตอนหลัง ๆ สักช่วงที่ผมทำงานมีรายได้เป็นของตัวเองแล้วก็ซื้อประจำครับ

ผมยอมรับแหละครับว่า BitTorrent ผมก็โหลด แต่เดี่ยวนี้ลดน้อยลงมาก ปกติโหลดแต่ MV หรือพวกรายการ TV พวกวสารดคีมากกว่า แต่อันไหนที่มันเป็นเครื่องมือทำมาหากิน อันไหนเป็นการสนับสนุนคนไทยด้วยกันเอง ผมก็ทำ ผมว่าเราทำเท่าที่ตัวเองทำได้ และคิดว่าดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลยลองคิดเล่น ๆ ครับว่า Microsoft Office 2007 ที่ผมซื้อในราคา 7,700 เนี่ยผมเก็บเงินกว่า 5 เดือน ก็คือเก็บเงินวันละ 52 บาทโดยประมาณ หรือเดือนละ 1,600 บาทนั้นแหละครับ ถ้ารับงาน Freelances ผมมองว่าต้องคิดต้นทุนตัวซอฟต์แวร์ลงไปในราคางานด้วย 10 - 20% ครับ เพื่อนำไปใช้ตอนมีการ upgrade และซื้อตัวซอฟต์แวร์ใหม่ ๆ ในอนาคตครับ (เอาแนวคิดนี้ไปคิดในเชิงการทำงานอื่น ๆ น่าจะทำให้มูลค่าของเนื้องานเราดีมากขึ้นครับ)

เราคงต้องเริ่มแนวคิดแบบนี้กันเยอะ ๆ ครับ ผมว่าช่วย ๆ กันน่าจะเป็นการดีครับ

ที่มา - เหตุผลที่ซื้อ Microsoft Office 2007

ปล. จะมีใครว่าผมว่าเป็น sale ของ Microsoft ไหมเนี่ย -_-'

Get latest news from Blognone

Comments

By: Sikachu
ContributoriPhoneIn Love
on 15 September 2008 - 21:35 #64874
Sikachu's picture

ไหนๆ มาถึงขั้นนี้แล้ว
เอาความเห็นของคนใช้ Mac บ้างละกัน

ผมว่า Office 2008 for mac ก็ทำได้ดีขึ้นมากเลยครับ
การนำ Ribbon Interface + Interface ของ Mac ก็ทำให้ดูหรูขึ้น
มันไม่ดูก๊องแก๊ง เหมือน Office 2004

แต่ถ้าผมไม่ต้องแชร์ไฟล์กับใคร ผมยังใช้ Keynote / Numbers / Pages เหมือนเดิมครับ :)

บล็อกของผม: http://sikachu.com


บล็อกของผม: http://sikachu.com

By: pittaya
WriterAndroidUbuntuIn Love
on 15 September 2008 - 21:43 #64877
pittaya's picture

ที่จริงแล้วราคาของ software ถูกลิขสิทธิ์หลายๆ ตัวไม่ได้แพงอย่างที่หลายคนคิด เราอาจจะถูกราคาของ MS office, Adobe Creative Suite หรือพวก AutoCAD มาหลอกตา

อันที่จริงแล้วถ้าเราเลือกใช้ software ที่มีความสามารถแค่เพียงพอกับความต้องการของเรา โดยมากพวกนี้จะราคาไม่แพงนัก อยู่ในระดับ 2-3 พันบาท หลายตัวราคาหลักร้อยก็มี

ยืนยันตามคำพูดของ Ford ครับ "เมื่อเราจำเป็นต้องใช้ในการทำธุรกิจ เราก็ต้องจำเป็นต้องซื้อ"

pittaya.com


pittaya.com

By: lew
FounderJusci's WriterMEconomicsAndroid
on 16 September 2008 - 01:07 #64896 Reply to:64877
lew's picture

ลองคิดดูว่าถ้าเราใช้งานแบบปรกติ ไม่ลง Enterprise Edition มันทุกอย่าง

  • Windows XP 3,500
  • Office 8,000
  • Paint.NET 0.0
  • SmartDraw 7,000
  • JEdit 0.0
  • NOD32 ปีละ 699

รวมแล้วก็สองหมื่นได้แพงเหมือนกันแฮะ

แต่ถ้าซื้อโน้ตบุ๊กได้ เงินจำนวนนี้ก็ไม่ได้ต่างกัน?

LewCPE


lewcpe.com, @public_lewcpe

By: mk
FounderAndroid
on 16 September 2008 - 03:45 #64909 Reply to:64896
mk's picture

ผมไม่เชื่อ (และไม่มีวันเชื่อ) ว่าคนมีเงินซื้อโน้ตบุ๊กตัวละหลายหมื่น (แถวนี้ MBP เกลื่อน) จะไม่มีเงินซื้อซอฟต์แวร์ราคาหลักพัน ขึ้นกับจะซื้อหรือเปล่าเท่านั้น

By: mokin
Contributor
on 16 September 2008 - 21:22 #64975 Reply to:64909
mokin's picture

ใช่เลยครับพี่ mk เคยสงสัย แล้วโพสไว้ ใน comment นี้

มันขึ้นอยู่กับใจคน ซะมากกว่า กับซอฟแวร์เถื่อนมันง่ายกว่าการซื้อซอฟต์แวร์จริง
และก็งงๆ กับบ้างคนที่บอกเราไม่ได้ละเมิดลิขสิทธิ์ เพียงแต่เราใช้โปรแกรมที่ทำเป็น Port table เท่านั้น เราก็ไม่แคร้กซะหน่อย แล้วก็พวกที่ชอบทำโปรแกรมให้เป็นเวอร์ชั้นทดลองอยู่ตลอด
แล้วก็ บลาๆๆๆ..ที่ทำให้ซอฟแวร์ที่สำหรับขาย แต่ทำให้้งานได้ตลอดด้วยไม่ต้องซื้อ

ผมเขาใจว่าตราบใดที่เราทำให้โปรแกรมใช้งานได้ตลอดด้วยไม่ต้องซื้อ ก็ถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์

อย่าท้อแท้ที่จะเรียนรู้ และจงเป็นครูสอนผู้อื่นต่อ

By: NgOrXz
iPhoneAndroidWindows
on 15 September 2008 - 23:06 #64884
NgOrXz's picture

ในระดับบริษัท แนะนำว่าควรจะซื้อ ของที่ถูกต้องดีกว่านะครับ เพราะมีกำลังซื้อแน่นอน แต่สำหรับ Home ผมก็ยังใช้ของปลอมอยู่เพราะผมไม่มีเงินพอจะซื้อ

©NgOrXz™®
แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เก่งที่สุดในโลก

By: bitworld
AndroidSymbianUbuntuWindows
on 15 September 2008 - 23:54 #64888 Reply to:64884
bitworld's picture

ผมก็เห็นด้วยนะว่าถ้าบริษัทน่าจะซื้อให้ถูกต้อง แต่สำหรับผม home use ยังใช้จากที่แจกกันกระจายตาม Torrent เหตุผลเดียวๆ กันเลยไม่มีเงินพอจะซื้อ

แล้วก็เห็นด้วยกับเจ้าของบทความด้วยนะครับว่าถึงแม้เราจะมี OpenOffice ที่มีความสามารถใกล้เคียงกัน แต่ถ้าเรามีอะไรที่มันทำงานได้ดีกว่าและทำให้งานเสร็จเร็วกว่า แล้วก็ตรงกับความต้องการกับเรามากที่สุดเราก็คงต้องเลือกใช้เช่นเดียวกัน

อย่างผมก็ใช้ Outlook มาตั้งแต่ Office97 แล้วแต่ก็ใช้ไม่ได้จริงจังมากนักจนกระทั่งมาเป็นรุ่น 2000 (แถมมากับ PocketPC) ครั้งนี้ใช้กันแบบเต็มที่เลยเพราะตัวเองจำเป็นจะต้องพก device หลายประเภทมาก อารมณ์บ้าหอบฟางแต่ก็เพราะจากตัวงานที่จำเป็นต้องใช้และทดสอบไปในตัวอย่าง Palm (ตั้งแต่รุ่นจอขาวดำโน่น), PocketPC แล้วก็ SmartPhone ทั้งหลายที่ Sync กับ Outlook ได้ เรียกได้ว่าเปลี่ยนชีวิตกันเลยทีเดียว เพราะตัวผมเองโดยลำพังแล้วเป็นคนขี้ลืมครับ เลยฝากชีวิตไว้กับ device พวกนี้แหล่ะ (ขอบคุณบริษัทเก่าที่เคยทำงานเพราะหาของพวกนี้มาให้ผมเล่นเสมอจำทำให้ติดและขาดไม่ได้ -*-) ตอนนี้พอทดลองใช้ Outlook 2007 แล้วก็รู้สึกว่ามันทำงานได้ดีจริงๆ ครับ จัดการอะไรได้ง่ายกว่ารุ่นเก่าๆ เยอะ

แต่ตอนนี้ถ้าใครแนะนำโปรแกรม PIM แบบ OpenSource บน XP ที่สามารถใช้กับ Nokia PC Suite ได้ จะขอบคุณมากครับ ^ ^

By: shinejikids on 16 September 2008 - 00:54 #64894

antivirus licenseนึงก็ประมาณ 500 กว่าๆ ถูกกว่าค่าเหล้าอีกแฮะ

By: lawender
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 16 September 2008 - 01:56 #64899

เห็นด้วยเช่นเดียวกันครับ

ผมเองก็พยายามปรับเปลี่ยนมาใช้ Software ละเมิดลิขสิทธิ์ให้มันน้อยลงเรื่อยๆ
อย่าง OS ตอนนี้มั้ง OS X และ Vista ผมก็ใช้ลิขสิทธิ์ซึ่งเวลา Activate ก็สบายใจ
อย่าง Office 2007 ก็เป็นลิขสิทธิ์ แม้จะเป็นของที่บริษัทซื้อให้ก็เถอะ

แต่บางอย่างก็ซื้อไม่ไหวจริงๆ แพงมาก เช่น ผมใช้ Rational Software Modeler ของ IBM อยู่ซึ่งมัน License เริ่มต้นที่ 4 หมื่น สู้ราคาไม่ไหวจริง ตอนนี้ก็เอา Trial มาใช้เอา แล้วก็หาทางให้มัน Trial ไปเรื่อยๆก่อน ฮ่า

ตอนนี้คือ ถ้ามีฟรีใช้ฟรี ถ้าไม่มีฟรีก็พยายามหาตัวถูกๆมาเล่น ถ้าเจอที่ดีก็ซื้อ แต่ถ้าหาไม่ได้จริงๆ ก็ทนๆใช้แบบ... ต่อไปเรื่อยๆ

ฮ่าๆๆ

By: azx
iPhoneWindows
on 16 September 2008 - 02:23 #64902
azx's picture

ดีครับ

By: a2b2c517 on 16 September 2008 - 16:34 #64956

ส่วนตัวถ้าระดับคนที่สามารถจ่ายค่าคอมพิวเตอร์ในระดับ 30K ขึ้นไปก็น่าจะซื้อของจริงตัวหลักกันได้อย่างไม่มีปัญหานะครับ

ตอนนี้เครื่องก็ freeware เป็นส่วนใหญ่ มีเถื่อนอยู่ 2 - 3 ตัวครับ ของจริงจ่ายตังก็มีแต่น้อยเพราะตัว freeware ใช้งานได้พอเพียง

ส่วนเพลงกับหนังใช่ระบบโหลด ถ้าชอบก็ซื้อเก็บครับ (ใช้ระบบฟังเกิน 10 ครั้งซื้อ หนังถ้ารู้สึก 8/10 ขึ้นไปซื้อ)

ส่วนหนัง... โหลดอย่างเดียวอ่ะ ถึงอยากจะสนับสนุนนักแสดงก็เหอะ :P

By: javaboom
WriteriPhone
on 16 September 2008 - 23:20 #64964
javaboom's picture

ขอแชร์ประสบการณ์เล่าสู่กันฟังครับ

ที่สิงคโปร์ ที่นี่ใช้ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ และเทียบกับค่าครองชีพของคนทำงานบริษัทก็มีกำลังซื้อซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ได้ไม่ลำบากครับ เงินเดือนเฉลี่ยสำหรับคนจบตรีก็ประมาณ 43,200 - 60,000 บาท (S$1,800 - S$2,500) ส่วนราคาซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ตัวที่ใช้กันทั่วๆไป (เช่น Office / Windows) ผมว่าราคาก็สมเหตุสมผลกับเงินเดือนครับ ผมไม่จำราคาโปรแกรมของ PC ไม่ได้ แต่ถ้าของ Mac อย่าง Leopard ก็ประมาณ 5712 บาท (S$238) ถ้าไทยคงขายประมาณ 4,500 - 5,000 บาท (ไม่แน่ใจราคาไทยเท่าไหร่) แต่ถ้าเป็นเกมคอมราคาแพงกว่าไทยเท่าตัวเลย ประมาณ 1,000 - 1,500 บาท แต่เทียบกับเงินเดือน ผมว่าก็ยังเอาอยู่ มีเงินเหลือเก็บอยู่ครับ (ถ้ายังไม่มีลูกเมีย)

ถ้าทำบริษัทใหญ่ๆหน่อยในตำแหน่งพวกนักบัญชี นายธนาคาร ควบคุมโรงงาน นักวิจัย ทำงานกับบริษัทนานาชาติ ก็มีกำลังซื้อซอฟต์แวร์รุ่น Professional/Premium เลยทีเดียว เพราะเงินเดือนคนจบตรีใหม่ๆสำหรับบริษัทพวกนี้ก็มีหลากหลายตั้งแต่ 96,000 - 288,000 บาท (S$ 4,000 - 12,000)

ถ้าเป็นนักเรียนนักศึกษาเขามีราคาพิเศษหรือ Edition พิเศษขายให้โดยเฉพาะอยู่แล้ว ซึ่งถูกกว่า Edition ทั่วๆไป 10 - 50 % เลยทีเดียว แต่อาจจะมี feature จำกัดนิดนึง แต่ก็เพียงพอสำหรับนักเรียนนักศึกษาครับ

เทียบกับเมืองไทย เงินเดือนเพียงพอที่จะซื้อซอฟต์แวร์เช่นกันครับ เพียงแต่เงินเก็บอาจจะเหลือน้อยกว่าเท่านั้นเอง แต่ถ้าเงินเดือนหลัก 8 พัน - 1.5 หมื่น อันนี้ก็ต้องบริหารเงินกันหน่อยครับ หรือหันไปใช้ทางเลือกอื่นอย่าง Freeware + OpenSource

Sivadon Chaisiri (JavaBoom)
http://javaboom.wordpress.com


My Blog

By: z2
Windows PhoneAndroidUbuntuWindows
on 17 September 2008 - 02:54 #65003

อ่ะ พอดี M$ ทำโปรโมชั่นพอดีก็เลยเอามาให้ดู

เผื่อคนสนใจ

http://www.microsoft.com/thailand/promotion/officepromo/