สิทธิชัยแสดงวิสัยทัศน์อีกครั้ง อยากให้ค่าโทรศัพท์แพงขึ้น!
on 17 March, 2007 - 13:19.
tags:
สุดยอดวิสัยทัศน์จากรัฐมนตรีระดับโลกของเราเกิดขึ้นอีกครั้งหลังการแสดงวิสัยทัศน์ด้านโอเพนซอร์ส ด้วยการระบุชัดเจนว่าต้องการให้ค่าโทรศัพท์แพงขึ้น เพื่อให้ประชาชนระดับรากหญ้าลดการใช้งานลง เนื่องจากคนกลุ่มนี้มีรายได้ไม่เพียงพออยู่แล้ว
นอกจากนี้นายสิทธิชัยยังแสดงท่าทีไม่พอใจต่อ กทช. ที่ได้ให้ใบอนุญาตประเภทที่สาม คือผู้ให้บริการแบบมีเครือข่ายเป็นของตนเอง กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พร้อมกับระบุการเตรียมเสนอแก้กฏหมายให้ลดอำนาจ กทช. ลง
นายเศรษฐพร คูศรีพิทักษ์ ตัวแทนกทช. ได้ชี้แจงว่าการที่ กทช. ออกใบอนุญาตนั้นเป็นการทำไปตามกฏหมาย และคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีเนื่องจากหน่วยงานทั้งสองนั้นมีโครงข่ายครอบคลุม เช่น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคนั้นสามารถเชื่อมต่อได้ทั่วถึงทุกครัวเรือน ขณะที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตนั้นมีโครงข่ายความเร็วสูงอยู่ทั่วประเทศ การที่สองหน่วยงานได้สามารถเปิดให้บริการได้จะทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ในราคาถูก
ผมไม่แน่ใจว่ารัฐมนตรีคนนี้กำลังทำอะไรอยู่ รู้แต่ชืื่อเสียงด้านวิชาการที่ทำมายาวนานถูกใช้หมดลงอย่างรวดเร็วในเวลาไม่ถึงครึ่งปีที่ผ่านมา เห็นแต่ละความเห็นของรัฐมนตรีคนนี้แล้ว ถ้าอ่านอยู่ผมอยากจะบอกว่า ถ้าไม่เข้าใจโลกสมัยใหม่ ก็ลาออกไปเถอะครับ ครองตำแหน่งยิ่งนานยิ่งเปลืองตัว
ที่มา - ไทยรัฐ
- lew's blog
- Login or register to post comments

สมควรให้ออก อย่างยิ่งครับ
ขิงแก่จริงๆครับ
จะแก้ปัญหาหนี้สินให้คนระดับรากแก้ว ช่วยหันมาปลูกฝังระเบียบวินัยการใช้เงิน ออมเงินดีกว่า นี่เห็นโฆษณาสินเชื่ออยู่เต็มจอทีวี ต่อให้ค่าใช้จ่ายแพงขึ้น แต่มีสินเชื่อมาล่อใจก็เป็นหนี้อยู่ดีครับ
ปัญหาการออมเงิน น่าเป็นปัญหาของคนชั้นกลางของสังคมไทยมากกว่าครับ
ส่วนปัญหาของคนระดับรากหญ้า จริงๆของประเทศคือปัญหาการเข้าถึงทุนและทรัพยากร
ไอ้ที่เราอยู่ยังมีปัญญาบ่นเรื่องบางเรื่องกันได้ โดยไม่เดือดร้อนอะไรมากนักนี่
เพราะส่วนหนึ่งเราไปเบียดบัง สิทธิ์ และทรัพยากรธรรมชาติ ของคนที่อยู่ต่ำกว่าเรา
โดยทั้งทีู่รู้ตัวและไ่ม่รู้ตัว และถึงรู้ก็จำยอมเพราะมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบ
ที่ทำให้เรายังอยู่กันได้
บริษัทโทรคมนาคมบางบริษัท มีหนี้เป็นพันล้าน
และไปขอแบงค์กู้สักล้านสองล้านได้สบายๆ
ส่วนรากหญ้าในประเทศนี้ที่ไม่มีหนี้ แต่ไม่ีมีเงินเก็บ เพราะแค่หากินไปวันก็เหนื่อยสายตัวแทบขาดแล้ว
จะไปกู้เงินแบงค์แค่สักไม่กี่หมื่นมาใช้ทำงานศพพ่อ
กลับทำไมได้
คิดอย่างนักธุรกิจ และนายแบงค์ เรื่องข้างบนไม่แปลก
แต่คิดอย่างคนที่ยังมีหัวใจ ผมว่า มันโคตรบีบหัวใจเลยละ
ส่วนเรื่องคุณสิทธิชัยกับคำสัมภาษณ์ ผมขอดูรายละเอียดหนังสือพิมพ์ฉบับอื่นก่อนละกัน
เพราะผมยังติดใจกับชื่อหนังสือพิมพ์ในอ้างอิง
แต่ถ้าเป็นอย่างที่ข่าวว่ามาจริง ผมก็ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง
ทำไมไม่ให้ใช้ฟรีละ...รายได้ไม่เพียงพออยู่ไม่ใช่หรือ
..................................
ขี่ช้างจับตั๊กแตน
คนระดับรากหญ้าเขาไม่จำเป็นต้องใช้โทรศัพท์กันหรือครับ
ก๊ากแรกแห่งวัน
ประเทศเลือกเดินทางนี้มานานแล้ว เทคโนโลยีต้องเดินต่อไปข้างหน้าไม่ใช่หยุดคิดค้นพัฒนาเพื่อลดค่าใช้จ่าย
ถ้าหมายถึงโทรศัพท์มือถือ เห็นด้วยอย่างยิ่ง จริงๆ แล้วควรจะมีมาตรการควบคุมราคาไม่ให้ถูกเกินไปเสียด้วยซ้ำ
ผมเองไม่เข้าใจพวกคุณเหมือนกันว่า ถ้ามันไม่ตรงกับความคิดเห็นของพวกคุณนี่ไม่ผิดหมดเลยหรืออย่างไร
ทำไมไม่ไปถามเขาก่อนละว่าทำไม เขาถึงอยากใ้ห้มันแพงขึ้น คนเรามีสมองเหมือนกันนั่นแหละ
ทำไม ผมใช้ windows ทำไมคุณใช้ mac ทำไมคุณใช้ linux
ลองหาเหตุผลก่อนค่อยว่ากัน ไม่ใช่เอะอะอะไรก็ผิดไปหมด
ไม่ใช่ความคิดเห็นไม่ตรงใครแล้วผิดหรอกครับ แต่หาก ตรรกะ มีปัญหา ยังไงก็มองให้ถูกไม่ได้ครับ หากมีเหตุผลก็ชี้แจงได้ครับ ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่รับฟังอยู่แล้ว (ไม่ได้มีใครห้ามให้พูดนิ) แต่หากเหตุผลมีแค่ตามที่ชี้แจงมาจริง ๆ ผมก็บอกได้เลยครับว่า ตรรกะท่านรัฐมนตรีก็มีปัญหาจริง ๆ
ส่วนเรื่อง OpenSource มันคนละเรื่องกับ OS ครับ ผมคิดว่าคุณน่าจะศึกษา OpenSource ให้เข้าใจก่อน แล้วค่อยแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ก็จะดีมาก ๆ ครับ ไม่ใช่แสดงความคิดเห็นไม่ได้นะครับ เพียงแต่ผมไม่อยากให้คุณตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับท่านรัฐมนตรีครับ
BioLawCom.De
เท่าที่เขาพูดมันผิดครับ คุณมองเห็นจุดที่มันถูกรึเปล่าล่ะถ้ามีก็เอามาคุยกัน
------
LewCPE
1 การทำให้บริการที่เป็นสาธารณะหรือเกือบจะเป็นสาธารณะ..ให้มีค่าใช้จ่ายถูกลงหรือไม่มี..สิ่งนี้ควรเป็นสิ่งที่เป็นปรกติ
2 ความพยายามที่จะทำบริการสาธารณะ..มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น..เป็นเรื่องที่ไม่ปรกติ
--ทำให้นึกได้เหตุผลเดี่ยว..อย่างรวดเร็วว่าเป็นเรื่องผลประโยชน์(ของตน ของพวกพ้อง)
--เป็นเหตุผลที่คนแถวนี้ไม่ต้องหาเหตุผล
....................................................
ว่าแต่ว่า..ทำไมไม่ใช้ linuxละ..ส่งแผ่นให้ฟรีๆเอาใหม
;)
การไฟฟ้าเนี่ย จำเป็นต้องมีเครือข่ายความเร็วสูง เพราะต่อไปเราจะโทรศัพท์และเล่นเนตผ่านสายไฟตามมาตรฐาน HomePlug
เรื่องการไฟฟ้าเท่าที่รู้คือในส่วนของกฟผ. ซึ่งเค้ามีเครือข่ายของสายไฟฟ้าแรงสูงโยงไปทั่วประเทศ แล้วสิ่งที่โยงไปกับสายไฟฟ้าแรงสูงคือสายไฟเบอร์ครับ ซึ่งอยู่ในสายเส้นเดียวกับสายไฟเลย เท่ากับว่าตอนนี้กฟผ.มีเครือข่ายระดับ backbone อยู่ในมือ แต่ยังไม่สามารถดำเนินการอะไรเพื่อให้เกิดประโยชน์ได้ ซึ่งได้ยินมาว่าพยายามดำเนินการขออนุญาตนานแล้ว
คาดว่าต่อไปประเทศจะมีต้นทุนการสื่อสารระดับ wan ที่ถูกลง เพราะมีเครือข่ายของ กฟผ. เป็นทางเลือก ซึ่งต้นทุนของกฟผ.ถือว่าถูกมากๆ เพราะมันรวมไปกับต้นทุนสายไฟฟ้าแรงสูงไปแล้ว
ส่วนในด้าน กฟภ. นี่ยังไม่ทราบว่าลักษณะโครงข่ายจะเป็นอย่างไร
--
กฟภ. นี่คือสายไฟโดยตรงเลยครับ ใช้ทำพวก HomePlug ได้ อาจจะต้องปรับตู้กับทำจุดส่งข้อมูลข้ามหม้อแปลงบ้าง แต่คงไม่เท่าใหร่
------
LewCPE
ก็หลายมุมมองฮะไม่มีถูกที่สุดแล้วก็ผิดที่สุด สำหรับผม ผมเห็นรอบ ๆ ตัวว่าถ้าค่าโทรแพงขึ้นธุรกิจเยอะแยะที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร เกี่ยวข้องกับโทรศัพท์มือถือก็ยิ่งปั่นป่วนกันไปใหญ่ เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะได้เริ่มก็ไม่ได้เริ่ม
ส่วนตัวค่าโทรแพงขึ้นหรือถูกลงผมก็ใช้เท่าเดิม คือใช้เท่าที่จำเป็นอยู่แล้ว
ท่านอื่นมีแนวคิดอย่างไรก็แชร์ ๆ กันบ้างนะครับ
เห็นใจคนอยุ่ไกลๆกันหน่อยเหอะ
- -*
ไม่่อยากจะใช้นักหรอกโทรศัพท์ แต่ไม่มีตังค์นั่งเครื่องบินไปหา
ได้ยินมาว่าคนๆ นี้ไม่สนับสนุน 3G ด้วย
เหตุผลคือ มันไม่พอเพียง
----------
iPAtS
จริงๆ แล้วมันมีปัญหาเรื่อง กทช. ไม่กล้าตัดสินใจเรื่อง 3G license :P เรื่อง รมต. ผมไม่รู้แฮะ
คนละประเด็นครับ กทช. ออกไลเซนส์ 3G ไม่ได้ เพราะติดว่า กสช. ไม่เกิด
เรื่อง รมต. นี่คืออยู่ดีๆ สิทธิชัยก็ออกมาแสดงวิสัยทัศน์ว่า 3G ไม่น่าจะเกิด แล้วดันวิสัยทัศน์ตัวเองเป็นนโยบายไม่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อลงทุนกันมากกับ 3G
------
LewCPE
ผมว่าหลายคนเข้าใจเจตนาของคำว่าพอเพียงผิดไปเยอะนะครับ
เหนด้วยกะคุณ mega7
อีกอย่าง ถ้าเท่าที่มีอยู่ตอนนี้มันใช้งานกันได้ ok แล้ว ก็ไม่เหนมีเหตุผลที่จะต้องรีบขยับไป 3g นิคับ? การพัฒนาทางเทคโนโลยี มันก็จำเป็น อันนี้เห็นด้วย แต่ว่าเงินมันก็ไม่ใช่น้อยๆ ถ้าลองคิดๆ ดูแล้วการลงทุนททางอื่น อาจจะช่วยประเทศพัฒนามากขึ้นกว่าก็ได้ อย่างเช่นการศึกษาในต่างจังหวัด?
ป.ล. พูดรวมๆ ไม่ได้พูดถึงคุณคนนี้น่ะนะ ไม่เหนด้วยกะไอเพิ่มค่าโทรศัพท์นี่เหมือนกัน
ได้ทีขี่แพะไล่กันไป
ได้อารมณ์ประมาณอ่านเว็บสีเหลืองๆ :P
กำแท้ๆ
การสื่อสารแพง ต้นทุนธุรกิจสูงขึ้น ค่าครองชีพก็สูงขึ้นตามนะสิ แบบนี้เรียกว่าช่วย?
เรื่องอินเตอร์เน็ตของการไฟฟ้า หลายคนรอใช้มาเป็นปีแล้วเรื่องยังไม่คืบหน้าเลย = ="
-----------
http://arthuran.net
รมต.กบในกะลา
ครม.ชุดนี้มีทีเด็ดเยอะจริงๆ
นายกฯ ปูผ้ากราบโจร
รมต. อื่นๆก็มีทีเด็ดทั้งนั้น
ใจเย็น ๆ หน่อยก็ดีนะครับ ^^'
ถ้าจะด่าอยากฟังเหตุผลมากกว่าอารมณ์นะครับ อ่านมาหลายทีเบื่อมากด้วยจนไม่อยากเลื่อนมาอ่านคอมเมนต์เลยด้วย หลายทีแล้ว
ผมไม่แน่ใจว่ายังไงคือเหตุผลนะครับ แต่ถ้าเป็นเรื่องโทรศัพท์
ผมเขียนในข่าวตามที่สิทธิชัยแสดงความเห็นครับ ผมมองว่าการพูดแบบนี้แล้วโดนประชาชนด่า ถ้าเป็นการเข้าใจผิดจริง สิทธิชัยเองต้องออกมาอธิบาย แต่ถ้าไม่ได้เข้าใจผิด โดนด่าแบบนี้ก็สมควรดีอยู่แล้ว
------
LewCPE
OpenLetter อีกสิครับ
ล่อแหลมครับ ประเด็นนี้
ส่วนตัวคิดว่าวิธีแก้ปัญหาเรื่องค่าใช่จ่ายระดับรากหญ้า เห็นด้วยกับคุณ wanchana ที่ให้ปลูกฝังการออมเงินมากกว่า เพิ่มค่าโทรฯ ดูจะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ และไม่ตรงจุดนัก อีกอย่างการแสดงวิศัยทัศน์ลักษณะนี้ ดูเหมือนมีผลประโยชน์แอบแฝงยังไงไม่รู้
ผมว่าอย่าเก่งแต่ปากเลยครับ ที่ไปบอกให้เค้าลาออก
ถ้าใครมีความเห็นไม่ตรงกับคุณนี่ผิดหมดเลยหรือครับ
ไม่ใช่นึกจะว่าใครก็ว่าได้ เสนอแนวทางแก้ไขสิครับ
มีแต่อคติ ในการเขียนข่าว แย่มาก
งั้นแทนที่จะออกมาโวยวายว่า "เก่งแต่ปาก" "อคติในการเขียนข่าว" ทำไมไม่อธิบายมาล่ะครับ ว่าทำไมไม่ควรจะให้ลาออก
ผมมองว่าถึงจะราคาแพงขึ้น คนมันก็ยังใช้กันอยู่ดี คนที่จนอยู่แล้วก็จนขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นมันไม่ใช่การแก้ปัญหา
News Submission Guideline
$0.02
มีคนจัดการให้แล้ว (จริงๆ หน้าที่ผม) ขอบคุณครับ
ผมกำลังจะเข้ามาจัดการเลย มีคนตัดหน้าไปแล้ว
ต้นทุนการทำงานของผมก็เพิ่มมากขึ้นด้วย แน่นอนครับ ตอนนี้ผมใช้การโทรศัพท์ สั่งงานลูกน้อง ถ้า ค่าโทรแพงขึ้น เช่นเหมือนเดิมคือ นาทีีละ 5 บาท วันนึงผมลองคำนวณคร่าว ๆ คือ สั่งลูกน้อง 15 นาที ครั้ง วันนึง ทำงาน 8 ชม. = 8 x 60 = 480 นาที หารด้วยเวลาประมาณ 15นาทีต่อ 1 ครั้ง เพราะต้องคอยเช็คตลอด 480/15 = 32 ครั้ง
คูณด้วย 5 บาท = 160 บาทต่อวัน คือตุ้นทุนการติดต่อสื่อสารนะครับ x 30 วัน
= 4800 บาท นี่คือ ตุ้นทุนที่ต่ำสุดของผมนะเนี่ย
แล้วรัฐมนตรีน่าจะใช้การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุมากกว่าปลายเหตุนะครับ การแก้ปัญหาอย่างงี้ จะทำให้
้เกิดผลกระทบตามมาอย่างมหาศาล แทนที่จะไปสอนคนให้รู้ัจัการวางแผนทางการเงินจะดีกว่าครับ
ทำไมไม่ไปส่งเสริมตรงนี้จะดีกว่า การศึกษาน่ะ สงเสริมไปบ้างเถอะ จะปล่อยให้คนอยู่แต่ในกะลาเหรอครับ ทุกอย่างมีผลดีและผลเสียนะครับ ต้องเป็นจดหมายเปิดผนึกดีกว่ามั้ง
ร้ายกาจจริงๆ รมต คนนี้
คราวที่แล้วก็มาพูดให้ร้าย Opensource แล้วก็แก้ตัวด้วยท่าทีที่ว่า ตัวเองรู้ไม่ดีพอ
"เขา"จะแก้ตัวว่าอย่างไร ต้องดูกันต่อไป
เบื่อพวกที่ชอบแก้ปัญหาที่ปลายเหตุจริงๆเลย ใช้ปัญญาส่วนไหนคิดเนี่ย
แก้ปัญหาไม่ตรงจุดอ่ะ...
ยังงี้ถ้าจะแก้ปัญหาเรื่องคนจนเล่นหวย ก็ขึ้นราคาค่าหวยซะ เป็นเลขละ 1000 บาทไปเลย
คนจนจะได้ไม่เล่น (งั้นหรือ?)
ผมมองว่าน่าจะรณรงค์ให้ประชาชนรู้จักออมกันมากกว่า จำได้ว่าสมัยก่อน คำขวัญวันเด็ก
จะมี ออม ออม ออม แล้วก็ออม เสมอ แต่หลังๆ นี่รู้สึกจะหายไปแล้วนะครับ
โฆษณาตามทีวีก็ไม่ค่อยจะเห็นส่งเสริมการออมซักเท่าไหร่ เห็นแต่กู้ เครดิต เงินด่วน ฯลฯ
มีนะครับ
ใช้ 1 ส่วน ออม 3 ส่วนไงครับ
ของใครหว่า
หากค่าโทรศัพท์แพงขึ้น หุ้นการสื่อสารก็จะขึ้นตาม เพราะจะมีกำไรในผลประกอบการเพิ่มขึ้น (ค่าใช้จ่ายแทบจะคงที่)
ลองตรวจสอบดูว่ามีเครือข่าย เครือญาติ ของท่านถือหุ้นการสื่อสารประเภทไหนอยู่บ้างหรือเปล่า
ผมแค่สงสัยเท่านั้น ...
สวนกระแสโลกจัง
ผมไม่ได้นิยมนอก(ใจไทยแท้) แต่ไม่อยากให้ประเทศเราแข่งขันกับประเทศอื่นไม่ได้
อย่างนี้คงไม่ต้องหวัง VoIP? .. คิดๆก็เศร้านะ
ผมเห็นหลายๆโครงการที่จะทำให้คนต่างจังหวัดสื่อสารกันได้ถูกลง(แม้กระทั่งทำชุมสายท้องถื่น)ผมว่าถ้าใช้เทคโนโลยีเป็นจะเป็นช่องทางเปิดโอกาสให้เกษตรกรมากกว่านะ
(แค่ความเห็นส่วนตัวนะ) :)
----------------
http://www.ThaiBuddy.com
ฟรี T<->E dictionary แค่ชี้ mouse
เป็นอะไรของเฮีย
ขึ้นน้ำมันลิตรละ 70 บาท...เพื่อลดปัญหาเด็กแว้น จะได้ไม่มีเงินเติมน้ำมัน
ขึ้นราคามือถือ...เพื่อลดปัญหาคลิปลามก
คงสนุกดีนะ
ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่า ใครคิดยังไง
แต่ประเด็นมันอยู่ที่ ตรรกะ "โง่ๆ" ของ รมต. คนนี้
คุณอย่าลืมซิว่าตามตำบล หมู่บ้านส่วนใหญ่ ไม่มีสายโทรศัพย์นะครับ
เด่วก็ได้เป็นข่าวดังทั่วโลกอีกครั้ง แน่นอน
อยู่ได้อีกไม่นานหรอกครับมีวิสั้นแบบนี้