ขอความเห็นหน่อยนะครับ คือว่า
1. เป็นไปได้ไหมที่เด็กไทย จะสามารถพัฒนาโปรแกรมระดับโลกได้ (เช่น ไมโครซอฟท์ หรือ Open Source ทั้งหลาย) ด้วยปัจจัยใด?
2. และความรู้วิชาใดที่ผู้สนใจเขียนโปรแกรมควรมีความรู้ในระดับที่ลึกซึ้ง
ขอแรงทุกท่านช่วยกันถกหน่อยครับ
- 218 reads
Comments
ผมคิดว่าเป็นไปได้นะครับ แต่ในตอนนี้ที่ยังไม่เห็นชัดเท่าไหร่ น่าจะเพราะการทำ i18n บ้านเรายังไม่ดีพอ โปรแกรมที่พัฒนาเลยไม่ไปถึงระดับโลก
ส่วนความรู้.. ผมว่าถ้าทำเป็นทีม มันก็คงต้องแยกกันไปแต่ละคนเลย
แต่ที่ผมคิดว่าทุกคนจะต้องมี.. พื้นๆ ก็คงเป็นเรื่องตรรกะ ไม่งั้นทำไรคงไม่รู้เรื่องแน่ ส่วนโปรแกรมจะรุ่งไม่รุ่ง คงต้องพึง usability & design
โปรแกรมฟีเจอร์เจ๋งแค่ไหน ใช้ยากก็ไม่มีคนใช้ โปรแกรมไร้สาระ ฟีเจอ์รไม่มีเลย แต่สวยงามอลังการ ใครๆ ก็อยากหามาลอง (แล้วก็ไม่ใช้ เพราะมันใช้ทำไรไม่ได้.. ฮาา)
---------- iPAtS
iPAtS
เห็นด้วยอย่างแรง
dark.angular
สิ่งที่คนไทยขาดไม่ใช่ฝีมือครับ แต่เป็นความตั้งใจ BioLawCom.De
XimpleSoft
ผมมองกลับกันนะครับ จำเป็นด้วยหรือที่คนไทยต้องมีโปรแกรมระดับโลก? ถ้ามองในแง่ทรัพยากรบุคคล มันอาจจะคุ้มกว่าถ้าเราลงแรงไปในโปรแกรมระดับโลกที่มีอยู่แล้ว แทนที่จะสร้างขึ้นมาใหม่ เป็นของคนไทยล้วนๆ
เพียงแต่ทุกวันนี้ผมก็ยังไม่ค่อยเห็นชื่อคนไทยเข้าไปแจมในโปรแกรมระดับโลกที่มีอยู่แล้วสักเท่าไรเลย ส่วนมากเห็นชื่อแล้วก็คิดว่า "อ้าว คนนี้อีกละ" มักจะเป็นแบบนี้
ผมคิดว่าคนอ่าน Blognone มีศักยภาพพอที่จะเปลี่ยนแปลงเรื่องพวกนี้ได้นะ การเข้าไปมีส่วนร่วมไม่จำเป็นต้องเป็นการโค้ดดิ้งอย่างเดียว การแปลภาษา เขียนเอกสาร ตอบคำถามใน forum ทำเว็บ มันก็นับหมด (และเป็นอะไรที่ยังขาดมากกว่าการโค้ดซะอีก)
โหนกระแสนิดหน่อย เหมาะสำหรับเด็กไทยพอดี
Google Summer of Code 2007
แค่สมัครก็ถือว่ามีส่วนร่วมแล้ว โปรแกรมระดับโลกทั้งนั้น
AppServ ไงครับ
ผมว่าสุดยอดแล้ว
เรียบง่ายและไปไกลสู่ระดับโลก
อีกโปรแกรมที่เมื่อก่อนดังมากจนได้ลงหน้าหนึ่งก็คือ
"โปรแกรมไล่ยุง" แต่ภายหลังก็ถูกซื้อไป และตอนนี้ก็เงียบไปแล้ว
เป็นไปได้ครับ เพียงแต่ว่า ต้องวางแผนเชิงรุกให้หนักกว่านี้
ถ้าเป็น open source ผมยกนิ้วให้ Hospital OS ครับ ประทับความตั้งใจของเขาจริงๆ
คนรู้น้อยจ้า:ผมมองว่าคนไทยนั้นจริงๆแล้วก็ทำใด้ครับ แต่ความสามารถความเพียรพยายามไม่พอครับ ต้องมีสิ่งนี้เข้ามาช่วยผลักดัน สร้างแรงจูงใจขึ้นมาให้อยากทำ สิ่งนั้นก็คือ ทุน ครับ ทุนนั้นมีความจำเป็นมากในระยะเริ่มแรกครับ เพราะมันคือสิ่งที่บอกว่ามีเวลามากเท่าไหร่ในการทำงาน ทีมจะเสียเวลาหรือไม่ ถ้าทุนหมดก่อนที่งานจะเสร็จครับ สรุปคือ ทุนเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการทำงาน ความตั้งใจ ความเอาใจใส่ ขจัดความวิตกกังวลออกไปจากการทำงาน ต้องมีคนคอยสนับสนุนในระยะแรกครับ อีกอย่างก็ ลัทธิชาตินิยม ครับผม ไทยทำ ไทยใช้ ดังแน่ครับ
คนรู้น้อยจ้า
ผมว่าเด็กไทย ก็พัฒนาซอพแวร์ ได้ระดับโลกเหมือนกันละครับ แต่ปัญหาที่มันไม่ระดับโลกคงจะเป็น ภาษาอะครับ โปรแกรมเม้ิิอไทยส่วนใหญ่ชอบ สร้าง ThaiEdition แล้วฝรั่งมันก็โอ้วพระเจ้า แล้วมันก็งงกันไป นอกจากคนไทยแล้วใครจะใช้ หรือไม่จริงครับ ผมว่าการพัฒนาซอพแวไม่ต้องระดับโลกหรอกครับ แค่ ให้ใช้กันภายในประเทศ ไม่ต้องซื้อของฝรั่งมาใช้ก็โอเคแล้วสำหรับบ้านเรา ผมมองการเรียน ในประเทศ เราเพื่อนสนับสนุนการสร้่างโปรแกรมเม้อเพื่อใช้ในประเทศมากกว่า.
1. Software ระดับโลก? จริงๆแล้วเรามองว่า software ที่มันดังระดับโลก ไม่ได้ต้องการแค่ programmer ฝีมือดี แต่ว่าการออกแบบตัวโปรแกรมเองในแง่ต่างๆ มันต้องดี ถึงจะดังได้จริง เช่น user interface ต้องดี, functionality ต้องดี, usability ทุกๆอย่างรวมกันต้องดี ต้องทำกันเป็นทีม ทำคนเดียวคงไม่ไหว ดังนั้นถ้าถามว่าเมืองไทยมีคนที่เขียนโปรแกรมเก่งระดับ programmer ชั้นนำของโลกมั้ย เราว่าตอนนี้ก็มีแล้วหลายคน ใน MS USA เองก็มีคนไทยทำงานอยู่ตั้งเกือบร้อยคนนะคะ แต่ถ้าถามว่าจะผลิต software ให้ออกมาเทียบชั้น microsoft ได้มั้ย เราว่าตอนนี้ยังยากอยู่ การผลิต software มันก็เหมือนผลิตของออกมาขายซักอย่าง คู่แข่งมันเยอะ ถึงมี programmer ฝีมือดีเต็มทีม แต่ไม่มี idea ดีๆ ไม่มี design เจ๋งๆ ก็คงยากจะขึ้นไประดับนั้น
2. ตอบแบบว่า จะเป็น programmer อย่างเดียวอะนะ อย่างน้อยๆก็ต้อง data structure กับ logic ล่ะ
ดังไม่ดังอยู่ที่จำนวนคนใช้ซะเป็นส่วนมากเลยครับ ไม่เกี่ยวกับโปรแกรมดีหรือไม่ไดี เท่าไหร่ (ดี ๆ แล้วไม่ดังมีถมเถไป แต่ไม่ได้หมายถึงห่วยนะ)
ผมอาจจะเขียน application เล็ก ๆ ขึ้นมา ซึ่งผมมีฐานผู้ใช้มาก เหมือนกับโปรแกรม ICQ ที่ดังมาก ๆ หรือ Bittorrent มันขึ้นอยู่กับไอเดียครับ มีไอเดียแล้วโปรแกรมเมอร์เก่ง ๆ หาทีหลังก็ได้
MapMyWord Dictionary ที่ชนะเลิศ Google Gadget Award 2006 ก็ฝีมืิอคนไทยนะครับ (แต่ไม่เด็กแล้วนา)
อธิการบดีของมหาลัย Stanford ยังชมเปาะว่าเป็นผลงานที่ชาํ๊ํ๊๊ญฉลาดที่สุด ในบรรดาผู้เข้าแข่งขันปีนั้นเลยนะ ไปดูได้จากที่นี่ครับ:
http://www.google.com/intl/en/events/gadgetawards/winners.html
ผมว่าเรื่องการสนับสนุนทางด้านการเงิน น่าจะเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ทำให้วงการไอที ของเมืองไทย ไม่ค่อยไปไหน เพราะที่เมืองนอก หากคุณพัฒนาอะไรดีๆ ออกมา คุณสามารถ นำไปเสนอขอนายทุนได้ทันที และก็มีโอกาสสามารถ หาเงินก้อนมาพัฒนาสิ่งที่ฝัน และอยากทำได้อย่างง่าย ๆ อันไหนไม่ถนัดเค้าก็จ้างคนอื่นๆ มาช่วยพัฒนา (มีเงินแล้วนิ) แต่สำหรับเมืองไทย นักพัฒนาต่าง ต้องพึ่งตัวเองทำเองหมด ดังนั้นนี้คือปัญหาของวงการนักพัฒนาเมืองไทยครับ
สำหรับคนที่มีโปรเจ็กดีๆน่าสนใจ ส่วนตัวผมอยากสนัับสนุน มีอะไรเจ๋งๆ ลอง mail มาคุยกันได้นะ pawoot(at)tarad.com ยินดีสนับสนุนเต็มที่ครับ เพราะส่วนตัวก็มีประสบการณ์เรื่อง venture capital หรือ ร่วมทุนมาพอสมควรครับ.... จะได้ดันของคนไทยออกสู่ตลาดโลก ผมว่าคนไทยทำได้ครับ.....
---------------------------------------- Pawoot.com
Pawoot.com
ไม่รู้ใครคิดอะไรในใจหรือเปล่านะครับ
แต่โปรเจคคาใจผมอยู่ตอนนี้คือ โปรแกรมคำนวนข้อมูลจากดาวเทียม
คืออยากทำ GIS ครับ
ประมาณว่าเอาข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมมาหาข้อมูลเช่น
- ปีนี้พื้นที่แห้งแล้ง มันจะเกิดขึ้นตรงส่วนไหนบ้าง เอามาแก้ปัญหาภัยแล้ง เป็นกันทุกปี ทำไมยังแก้ไม่ได้ อายอิสราเอลครับ - พื้นที่การเกษตรประเภทนี้ (อย่างเช่น อ้อย, ข้าว) พอถึงฤดูเก็บเกี่ยว มันจะเก็บได้ประมาณเท่าไหร่ เสร็จแล้วก็เอาตัวเลขประมาณการตรงนี้ ไปเทียบกับมูลค่ารวมของตลาด มันจะมากหรือจะน้อย จะได้วางแผนถูก
ผมไม่รู้ว่ามีหน่วยงานไหนทำอยู่หรือเปล่า ถ้าทำมีการนำข้อมูลไปทำประโยชน์บ้างหรือเปล่า? แค่ไหน? อย่างไร? ให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายแค่ไหน?
เชื่อมั๊ยครับ แถวบ้านผม อบต. จ้างทำโปรแกรมแผนที่ภาษีกันสี่ห้าแสน (จริงๆต้นทุนแค่สองแสน เต็มที่สามแสน ที่เหลือก็... เป็นที่รู้กัน)
ทำไม ไม่ทำเป็นมาตรฐานเดียวกัน เหมือนกันทั้งหมดทั่วประเทศ ปล่อยให้รับประทานกันอร่อยเชียว (ช่วงนี้แย่หน่อย เงินลงไปไม่ถึง โครงการระงับเพียบ)
หุๆ อาจจะหลุดๆไปหน่อยนะครับ แต่ผมอยากทำจริงๆ คงต้องหาโอกาสทำให้ได้
น่าสนใจครับ ถ้าทำสำเร็จคงดีมากทีเดียว แต่อาจต้องใช้กำลังภายในนิดหน่อยเท่านั้น
ผมเป็นศิลปินทำงานศิลปะด้วยการเขียนโปรแกรม
โปรแกรมแบบนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือข้อมูลที่มาจากดาวเทียมน่ะแหละ ว่ามีครอบคลุมขนาดไหน ไม่ใช่ตัวโปรแกรม แต่ก็น่าสนใจครับ
ไม่รู้ผมหลงประเด็นรึเปล่านะครับ ถ้าพูดถึง เด็ก(ม.ปลาย ,นิสิต,นักศึกษา) ผมคิดว่า เด็กไทย โดนอย่างอื่นดูดเวลาไปหมดอะ ทั้งเรื่องเรียน งาน/การบ้านต่างๆ ยิ่งเจอเกมส์อีก เวลามันโดนดูดไปเรื่อยๆ จนไม่ได้ทำอะไรที่ตัวเองชอบ นอกจากเรียน (ไม่นับพวกที่ทิ้งการเรียนนะครับ)
แค่เรียนในห้อง เรียนพิเศษ พักผ่อน(เช่น เกมส์) เวลาก็หมดแล้ว แม้จะอยากทำอะไรที่ชอบ เช่นเขียนโปรแกรม ก็เถอะครับ
ผมว่าปัญหาคงไม่ใช่เรื่องเงินนะ เพราะประเทศไหนๆก็คงเหมือนกันหมด แล้วภาษาผมว่าคงไม่ใช้ปัญหาหลักหรอก เพราะเกาหลีกับญี่ปุ่นก็แสดงให้เห็นเป็นตัวอย่างแล้ว สิ่งสำคัญน่าจะเป็นเรื่องของแนวความคิดของตัวบุคคลเองมากกว่า ผมคงไม่บอกเฉพาะเจาะจงว่าเป็นเรื่องการรักชาติเท่านั้น เพราะความคิดประเภทถือตัว, หลงตัวเอง,ฯลฯ ก็คงต้องเปลี่ยนเหมือนกัน แล้วก็ความคิดประเภทไม่ยอมเดินตามรอยเท้าคนอื่นก็เหมือนกัน พอจะทำอะไรก็ต้องเป็นของใหม่หมด แล้วก็มัวแต่ไปทำของใหม่ที่ใช้งานจริงไม่ได้ แล้วเมื่อไหร่งานจะพัฒนาซักที