Special Report

ในคืนนี้หลังจากแอปเปิลเปิดตัวสินค้าชิ้นใหม่อย่าง iPad 4 และ iPad Mini ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ในหลายๆ แง่ ดังนั้นผมเลยขอนำมาเขียนเป็นบทความวิเคราะห์ให้อ่านกันครับ

ขอชี้แจงให้ทราบว่าบทความนี้เขียนจากมุมมอง ข้อคิดเห็น และความคิดส่วนตัวเท่านั้นครับ

iPad mini –  เพราะจอ 10" มันใหญ่เกินไป

ท่ามกลางกระแสความนิยมของแท็บเล็ตขนาดจอ 7" ที่ได้รับความนิยมด้วยเหตุผลของความสะดวกในการพกพา ผมคาดว่าแอปเปิลน่าจะเล็งเห็นความสำคัญของตลาดลูกค้าที่ต้องการแท็บเล็ตขนาดพอดีมือที่สามารถทำงานทั่วไป แต่ในขณะเดียวกันสตีฟ จ็อบส์ก็เชื่อมาโดยตลอดว่าแท็บเล็ตขนาด 7" มีขนาดเล็กไป และมนุษย์จำเป็นต้องมีนิ้วมือที่เล็กลงเพื่อที่จะสามารถสั่งงานบนหน้าจอขนาดนั้นได้

สิ่งที่ออกมาคือ iPad mini ที่มาพร้อมขนาดหน้าจอ 7.9" ซึ่งวิศวกรของแอปเปิลบอกว่ามีพื้นที่มากกว่าจอ 7" อยู่ 35% แต่ยังคงความละเอียดของหน้าจอไว้ที่ 1024x768 หรือเท่ากับ iPad 2 ซึ่งหากมองในมุมมองของนักพัฒนาแล้ว นักพัฒนาสามารถนำแอปที่มีอยู่แต่เดิมมาใช้บน iPad Mini ได้ทันที

ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วผมเชื่อว่าขนาดเส้นทแยงมุมหน้าจอที่เล็กลงไปเหลือประมาณ 80% น่าจะทำให้แอปเก่าๆ มีปัญหา และผู้ผลิตก็จำเป็นที่จะต้องอัพเดตแอปกันอยู่ดีครับ

สำหรับนักพัฒนาแอปที่ต้องการทดสอบความสะดวกในการใช้งานแอปบน iPad mini สามารถทำได้โดยเปิดภาพหน้าจอความละเอียด 1024x768 บนโน้ตบุ๊กทั่วไป แล้วตั้งกำลังขยายภาพไว้ที่ 81.44% จะได้ขนาดแอปคร่าวๆ ไว้สำหรับกะประมาณครับ

สิ่งที่แอปเปิลชูเป็นจุดขายของ iPad mini มีอยู่สามอย่างด้วยกัน

  • น้ำหนักที่เบาและความบาง
  • ขนาดของจอที่เล็กกำลังดี แต่ใหญ่กว่า 7"
  • ขนาดที่กำลังพอดีมือ (ในงาน Phil ถือโชว์ด้วยมือเดียว)
  • ราคาที่ถูกลง

คำถามคืองานหลัก (key tasks) ที่สามารถทำงานบน iPad mini ได้คืออะไร?

ผมคิดว่างานที่สามารถทำบนจอขนาด 7.9" ได้ดีที่สุดคือการใช้ด้านความบันเทิง โดยเฉพาะการใช้สังคมออนไลน์, อ่านฟีดจากสำนักข่าว, หรือเข้าเว็บทั่วไป และในขณะเดียวกัน iPad ขนาด 9.7" ก็จะยังคงตีตลาดผู้ที่ต้องการทำงานเกี่ยวกับเอกสาร หรือใช้งานโปรแกรมสำนักงานบน iPad (สังเกตได้จากในงานไม่มีการโชว์โปรแกรมชุด iWork บน iPad mini เลย)

ถึงแม้เราจะไม่เคยบ่นว่า Galaxy Tab 7 เล็กเกินไป แต่ผมว่าแอปเปิลคิดถูกที่ออกแท็บเล็ตขนาดเท่านี้มา (มีอีกวิธีหนึ่งคือการแบ่งรุ่นขนาดจอย่อยไปอีก – แต่นี่คือแอปเปิล)

ในขณะเดียวกัน iPad ก็เป็นแท็บเล็ตแบรนด์เนมราคา ~10,000 บาทที่มีจอขนาดใหญ่ที่สุด ซึ่งเมื่อเทียบกับ Nexus 7 รุ่น 16GB ที่ขายในไทยด้วยราคา 9,900 บาท ผมเชื่อว่ามีหลายคนที่พร้อมเพิ่มเงินอีกไม่กี่บาทเพื่อแลกกับจอที่ใหญ่ขึ้นและ "แบรนด์แอปเปิล"

ถ้าใครดู Keynote จะเห็นว่าในงานมีการนำ iPad mini มาเทียบกับ Nexus 7 ในด้านต่างๆ ทั้งขนาด, น้ำหนัก และหน้าจอ ซึ่งแอปเปิลทำการบ้านมาดีมาก เพราะตัวเครื่องนั้นกว้างกว่า Nexus 7 แค่ 14.7mm (iPad mini 134.7mm – Nexus 7 120mm) แต่สามารถใส่หน้าจอที่ใหญ่กว่า และน้ำหนักที่เบากว่ากัน 36g ครับ

สรุปผมมองว่าการที่แอปเปิลนำ iPad mini ลงสู่ตลาดนั้น เพื่อตีตลาดแท็บเล็ตที่มีราคาถูกและจอเล็กลง และเมื่อมีข่าวว่า Google จะเลิกขาย Nexus 7 รุ่น 8GB ($199) ผมคิดว่า iPad mini สามารถที่จะเบียดตลาดของ Nexus 7 ได้ครับ

iPad 4 – อายุของความใหม่ที่สั้นลง

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของการเปิดตัว iPad 4 ไม่ใช่สเปก, หน้าตา หรือสิ่งอื่นใด แต่เป็นช่วง life cycle ที่สั้นลงมาก

ย้อนไปตั้งแต่ปี 2010 iPad แต่ละรุ่นเปิดตัวในวันที่ดังนี้

  • iPad 1: 3 เมษายน 2010
  • iPad 2: 11 มีนาคม 2011
  • iPad 3: 16 มีนาคม 2012
  • iPad 4: 23 ตุลาคม 2012

อายุความเป็นสินค้าตัวใหม่ที่สุดของแอปเปิล (life cycle) ของสินค้าตระกูล iPad/iPhone นั้นอยู่ที่ประมาณ 1 ปี ทว่างานเปิดตัว iPad 3 นั้นเพิ่งจัดไปในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา (เจ็ดเดือนก่อน) ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเพราะเหตุใดแอปเปิลถึงตัด life cycle ของ iPad 3 เหลือเพียงเจ็ดเดือน


เทคโนโลยีใหม่ใน iPad 4 จะพบว่ามีเพียงซีพียู A6X และ Lightning Port ที่ใหม่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่วนที่เหลือคือรองรับเครือข่าย LTE มากขึ้น – ส่วนตัวมองว่าแทบไม่มีอะไรใหม่

สิ่งที่ตามมาคือเสียงก่นด่าของลูกค้าที่เพิ่งซื้อ iPad 3 และกลายเป็นของตกรุ่นในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งปี ต่างจากแนวทางของแอปเปิลแต่ก่อนที่ life cycle ของผลิตภัณฑ์ค่อนข้างนานเมื่อเทียบกับบริษัทอื่น

ขณะทุกคนน่าจะกังวลในเวลานี้คืออายุของผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ๆ ที่สั้นลงอย่างเห็นได้ชัด – ไม่แน่ว่าแอปเปิลอาจนึกอุตริเปิดตัว iPhone ตัวต่อไปในไตรมาสแรกของปีหน้าก็เป็นได้!

ผมไม่เห็นด้วยกับแนวทางนี้ เพราะเท่ากับเป็นการ "ถีบ" ผลิตภัณฑ์เก่า (ที่ยังไม่เก่า) ให้ตกเหวเป็นผลิตภัณฑ์ "เก่าตามวิธีการแบ่งรุ่น" ในทันที (ไม่นับอัพเดตซอฟท์แวร์ที่เแอปเปิลทำได้ดีกว่าผู้ผลิตรายอื่น)

ส่วนตัวมองว่าหลังจากนี้ต่อไปความคิดที่ว่า "ซื้อผลิตภัณฑ์แอปเปิลเก่าเร็ว" จะมีเยอะขึ้น (โดยเฉพาะกับผู้ถือครอง iPad 3) หาเป็นแบบนี้ไปนานๆ นั่นหมายถึงแอปเปิลกำลังสุูญเสียฐานลูกค้าที่ยอมจ่ายแพงเพื่อให้ได้ใช้นานๆ และหากยังเป็นอย่างนี้ต่อไปผมเชื่อว่าลูกค้าพร้อมจะย้ายไปใช้สินค้ายี่ห้ออื่นที่ถูกกว่า, ได้สเปคแรงกว่า และตกรุ่นช้ากว่า (ยกเว้น zealots อย่างเหนียวแน่นที่ให้ตายก็ไม่มีทางย้ายค่าย!)

ผมเชื่อวา่หากแอปเปิลแอบอัพเดตเงียบๆ แบบตอนที่อัพเดตชิปภายใน iPad 2 จะไม่มีกระแสด้านลบมากเท่านี้ครับ

สรุป

หลังจากงานคืนนี้ผมเห็นแนวทางใหม่ของแอปเปิลอยู่สองทาง ได้แก่

  • การพยายามตีตลาดลูกค้าให้มากขึ้น ตามกระแสที่ได้รับความนิยม และ
  • การเปิดตัวของใหม่ ทำผลิตภัณฑ์ไม่เก่าให้กลายเป็นของเก่าเร็วขึ้น

หลังจากนี้เราอาจเห็นแอปเปิลทำตลาดแบบผู้ผลิตหลายๆ ราย (ซอยรุ่นให้เยอะขึ้น อายุความใหม่สั้นลง) ซึ่งส่วนตัวมองว่าแอปเปิลจะสูญเสียความเป็น "แอปเปิล" ไปหากทำแบบนี้

เราต่างเห็นนักวิเคระห์บอกว่าแอปเปิลมีระบบจัดการที่ดีมาก ขายของน้อยรุ่น คนซื้อเยอะและพอใจ ได้กำไรดี – แถมบอกด้วยว่าหลายบริษัทควรใช้วิธีแบบนี้มากกว่าซอยรุ่นเยอะๆ ให้ตรงใจคนมากที่สุด แต่ทุกอย่างตรงกันข้าม แอปเปิลเลือกที่จะซอยรุ่นให้เยอะขึ้น และลด life cycle ของผลิตภัณฑ์ให้สั้นลงเกือบครึ่ง!

วินาทีนี้หลายคนเริ่มออกมาฟันธงอนาคตของแอปเปิลกันแล้ว ซึ่งจะแม่นหรือไม่ก็คงไม่มีใครรู้

ถึงวันนั้นคงต้องรอดูอีกทีครับ

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

mongchoo Wed, 24/10/2012 - 13:47

ผมไม่เดือดร้อน เพราะว่าไม่มีของแอปเปิลเลยสักชิ้น แพงไปสำหรับการใช้ชีวิต

อันที่จริงมันก็ควรจะเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว มันไม่ได้ชื่อ Pro ครับ

(แต่ตอนนี้สเปกมันเหลื่อมกับ mbpr 13" จริง ถ้าไม่นับเรื่องจอ)

ไม่ใช่ครับ อย่านับสเปกอย่างเดียว เพราะทั้ง air และ pro ในปัจจุปัน แทบไม่ต่างกันแล้วในการใช้งานเช่นพิมพ์ เว็บ เขียนแอป กราฟิค เล่นเกมก็เล่นไม่ได้อยู่แล้ว -*-

ตอนผมซื้อ mac คิดอยู่อย่างเดียวว่ามันต้องเบา สเปคต่างนิดหน่อยทำไรได้ แค่นั้นแหละทำให้ air เหนือกว่าแล้วครับ :)

ผมไม่ได้พูดถึงการนับเสปก ผมแค่จะบอกว่า Product Line ของ Air อยู่ต่ำกว่า Pro เป็นการตอบคำถามของ Reply ข้างบน ส่วนความเห็นเรื่องสเปกนั้นคือการสอดแทรก มันถึงได้อยู่ในวงเล็บ

ส่วนนี่คือวิเคราะห์สเปก Air 13 และ Pro 13 Retina ของผม

http://www.blognone.com/node/37391#comment-496057

เพิ่มเติมครับ

  • h1 ใหญ่เกินไป ลองใช้ h3
  • Key tasks << คำนี้ใช้ภาษาไทยได้
  • ภาษาอังกฤษอันไหนไม่ใช่ชื่อเฉพาะ ใช้ตัวเล็ก อะไรใช้คำไทยแทนได้ก็ควรใช้ภาษาไทยครับ

ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วผมเชื่อว่าขนาดเส้นแทยงมุมหน้าจอที่เล็กลงไปเหลือประมาณ 80% 

เส้นแทยงมุม => เส้นทแยงมุม

สรุปได้น่าสนใจ แต่ส่วนตัวผมว่า apple ไม่น่าจะทำแบบนั้น
น่าจะแค่ กรณี ipad 4 เท่านั้น ที่เหลือ ผมว่า อายุน่าจะ 1 ปี เหมือนเดิม

การซอยรุ่นเพิ่มขึ้น ที่จิง เพิ่มขึ้นแค่ ipad mini ซึ่ง มันพอมีช่องว่างของตัวเองอยู่
การเพิ่มเข้ามา อาจจะได้ลูกค้าใหม่ แต่แน่นอนว่าอาจจะกระทบ ipod touch หรือ ipad 4 อยู่บ้าง
แต่ผมว่า ความแตกต่าง มันค่อนข้างชัด ถ้าจะกระทบ น่าจะกระทบกับ ipad4 มากกว่า ipod

ต้องรอดูปีหน้า ว่า iphone ipad รุ่นต่อจากนี้ จะ มาไว หรือมีความเปลี่ยนแปลงมากน้อยแค่ไหน
ถ้ายังมาเหมือนแนวคราวนี้ ผมว่า ที่คุณ tanersirakorn สรุปไว้ ก้คงจะเข้าเค้าแล้วหละ

ปล. เร็วนี้ อาจจะมี ipad mini A6 retina ออกมาในอีกไม่กี่เดือนก็ได้ :P
เพราะตอนนี้ คนใกล้ตัวบอกว่า เอาของเก่า ipad2 มาย่อส่วนแล้วขายเป้นของใหม่

leonoinoi Wed, 24/10/2012 - 23:21

In reply to by mnobita

+1 เห็นด้วยที่จะเป็นเพียงครั้งนี้ครั้งเดียวครับ (ถ้าไม่เกิดเหตุสุดวิสัยอีก) สาวกสบายใจได้ การออก ipad mini นั้นถือเป็นช๊อตบังคับที่ต้องเดินและไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ (เพราะการมาของ tablet android 7 นิ้วทั้ง Nexus7 และ Kindle) มันรุนแรงมากจน apple ต้องออกมาเบรค โดยที่ไม่เต็มใจเลย (เพราะมันจะกระทบต่อยอดขาย new ipad แน่นอน และมันก็เป็นโจทย์ของ apple ที่ต้องไม่ให้ของใหม่ที่ออกมา ฆ่าของเก่า (new ipad) ซึ่ง apple ก็แก้ปัญหานี้ได้ดีเกินความคาดหมาย จุดแรกคือ up cpu ตัว new ipad เพื่อสร้างความเหนื่อชั้นขึ้นไปอีกระดับ จากนั้นก็ตั้งราคา ipad mini ไม่ให้ต่ำจนเกินไป) ถามว่าด้วย spec และราคาสามารถสู้ Nexus7 และ Kindle ได้หรือเปล่าคำตอบคือ ไม่ได้เลย (แต่ถ้าถามว่า apple บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้หรือเปล่า คำตอบคือ ใช่ ความร้อนแรงของ android 7 นิ้ว จะลดลงอย่างมาก และคนใช้ apple ที่เผลอปันใจไปให้ android 7 นิ้วเนื่องจากต้องการ tablet ขนาดพกพาจะกลับมา) แต่สินค้าจริง ๆ ที่ apple อยากขายคือ ipad 10 นิ้ว ipad4th (ปล. หลังจากวันนี้ ผมอยากเห็นราคาของ Nexus10 ถ้ามีจริง ผมคิดว่าคง ราคาช๊อคโลก แน่แน่ เพราะ google รู้ว่า กลยุทธ์ราคา ได้ผล)

+1 ครับ มันเป็นช่วงจับจ่าย mini ออกมาเพื่อเป็นตัวเลือกที่ดึงดูด บดบังตลาดคู่แข่งลงให้น้อยที่สุด รวมทั้งการมาของ วิน8 ด้วย ส่วน iPad4 ออกมาเพื่อยกระดับพอร์ต lighting ให้ไลน์ผลิตภัณฑ์แอปเปิลเกี่ยวเนื่องมีความสัมพันธืกันมากขึ้นและเบรกการมาของแท๊บวินโฟน8 ส่วนคนที่บ่นๆกันคงเสียดายที่เสียโอกาสมากกว่า เพราะอย่าลืม iPad1 ยัง support ถึง iOS5 อยู่และรันแอพได้สบายไม่ได้โดนลอยแพ แต่อย่างใดก็นับดุกี่ปีมาแล้ว Gen3ก็คิดว่าได้ใช้ก่อน Gen4คอของขวัญคริสมาสต์จาก Apple

ในทางกลับกัน ผมสงสัยว่า ทำไม Apple ถึงไม่ใส่ Lightning มาเลยใน The New iPad ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าตัวเองกำลังจะออก iPhone 5 ที่มีพอร์ทนี้ นี่ถือเป็นความผิดพลาดของ Apple ที่เลือกที่จะทำให้ผู้ใช้ที่เพิ่งซื้อได้ของตกรุ่นไปทั้ง ๆ ที่ออกมาได้ไม่นาน ถ้า Apple เลือกที่จะใส่ Lightning มาเลย The New iPad Apple ยังสามารถเลื่อนการเปิดตัว iPad 4 ไปปีหน้าก็ยังได้ เพราะในความเป็นจริงความเร็วของ CPU นั้นไม่ได้สร้างความแตกต่างในแง่ประสพการณ์การใช้งานสักเท่าไหร่

ส่วนเมื่อเทียบ iPad Mini กับ Nexus 7 ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ใช้จะคิดเมื่อจะเลือกระหว่างสองตัวนี้คือ "ราคา" เนื่องด้วยว่า Nexus 7 นั้นมีราคาต่ำกว่า iPad Mini มาก ($199-$249 กับ $329 ขึ้นอยู่กับข่าวลือที่ Google จะลดราคานั้นจริงหรือเปล่า) อีกอย่าง ด้วยขนาดจอที่แตกต่างกัน ทำให้อุปกรณ์ของ Apple นั้นเลื่อนชั้นขึ้นไปสู้กับอุปกรณ์ที่มีขนาดใหญ่กว่า (เช่น Samsung Galaxy Tab 7.7 ... ยังมีขายอยู่มั้ยเนี่ย ?) แทนอย่างไม่ได้ตั้งใจหรือเปล่า ? ถ้า Apple ตั้งใจจะลงมาเล่นตลาดนี้จริง ๆ ก็ควรจะทำราคาให้ต่ำกว่า $300 (ซึ่งถือว่าแพงกว่าคู่แข่งอยู่แล้ว) ซึ่งก็ทำได้อยู่แล้ว

ที่แน่ ๆ เราก็ต้องมารอดูกันว่า Google มีอะไรจะเอามาอวดในวันจันทร์หน้า แล้วจะมันจะแรงพอที่จะทำให้ WP8 ที่เปิดตัววันเดียวกันดับได้หรือเปล่า :)

Lightning อาจจะยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ดีตอนนั้น เลยยังไม่ใส่มา

ความเร็วของ CPU สำหรับ iPad 3 สร้างประสบการณ์การใช้ดีแตกต่างได้ เพราะ A5X เอาจอเรตินาไม่อยู่จริงๆ เกมหลายเกมต้องมีตัวเลือกสำหรับผู้ใช้ iPad 3 ว่าต้องการภาพระดับไหน รับได้กับภาพคมแต่กระตุกแค่ไหน

mr_tawan Thu, 25/10/2012 - 02:19

In reply to by Eka-X

If so they can just delay the product announcement. Says, if it better if there is no 'new iPad' at all and jump into 4th gen directly.

For games, I believe that new iPad does not really design for full-res gaming (which even Mac Book Pro with retina display cannot cope with). It's the game developer that just overestimate the performance of A5X and just push to much demand on it. Games should run at 1024*768, I believe. I also think that A6X would not have any different in this regard (even GTX690 would have problems with that high resolution.).

ว่าง่าย ๆ ให้ iPad ภาพไม่ชัด ไม่มี retina display ไปจนถึงวันเปิดตัว iPhone?

ส่วนเรื่องเกมนี่ก็ขึ้นอยู่กับเกมล่ะครับ Infinity Blade II ไม่กระตุก แต่ Walking Dead กลับกระตุก เห็นชัดเจนว่าเกมบางเกมทำเพื่ออุปกรณ์นึง กับเกมบางเกมใช้วิธี Port ออกมาจากอีกอุปกรณ์​ (PS3) ส่วน rMBP ก็ไม่ได้มีปัญหาการเล่นเกมที่ native resolution นะครับ

ออกมาตอนไหนก็แล้วแต่ ถ้าจะมีคนมาซื้อ ก็ออกไปเถอะครับ willingness to pay แต่ละคนไม่เหมือนกัน

rMBP นี่ ผมเห็น Starcraft 2 รันได้ไม่ถึง 30 fps (ที่ 2880*1800) ที่มา ก็เลยคิดว่ามันน่าจะไม่รอดน่ะครับกับเกมอื่นน่ะครับ (ฮา) อย่าง Diablo 3 ที่กราฟิคเองก็ไม่ได้หนักอะไรก็ทำได้แค่ 18 fps (แต่มันพอจะเล่นได้นะ) คือผมเองก็ไม่มีเครื่องจะลองน่ะนะก็เลยไม่รู้

ขนาดเกมบน PS3 กับ XBox360 ส่วนใหญ่ (เกือบทั้งหมดด้วยซ้ำ) ยังทำงานแค่ที่ 720p เอง

ผมลองนึกภาพดูเล่นๆว่าถ้าตอนนั้น iPhone 5 ไม่มี Lightning มาด้วย
การเปิดตัว iPhone 5 จะยิ่งไม่มีอะไร WOW เลยจริงๆนะ

คิดว่า ipad 4th ออกมาเพื่อสองเหตุผล คือ แก้ปัญหาอาการอืดจากความเร็วซีพียูที่ขับ retina ไม่ไหว กับต้องการผลักดัน lightning port ใหัเป็นมาตรฐานใหม่ (ของ apple) ที่จริงข้อหลังนี่ไม่น่าเป็นความจำเป็นเร่งด่วนนะ

ได้เสียตังค์ก็คราวนี้ เวลาพบปะลูกค้ามันสร้างมูลค่าให้กับคนนำเสนอได้เยอะและคุ้มมาก ไปขายของหลักล้านแต่ใช้ของกระจอกมันดูยังไงอยู่ ขนาดปากกายังต้องแพงเลย แถมเวลาเซ็นต์ต้องพยายามให้เขาเห็นด้วย

+64 เห็นด้วยอย่างมากครับ สำหรับคนที่ไม่เคยรู้จักกัน First Impression ที่ดีนั้นมาจากลักษณะภายนอกที่เป็นบวกจริงๆ ซึ่งภาพลักษณ์ที่ดีไม่สามารถหาได้จากทุกแบรนด์ และประเมินค่าไม่ได้

nunt Wed, 24/10/2012 - 17:28

ผมว่า Apple คิดถูกที่ย้ายมาเปิดตัว iPad ปลายปีจะได้ขายช่วงเทศกาล เค้าคงเห็นแล้วว่าช่วงเทศกาลยอดขาย iPad น่าจะมากกว่านี้ แต่ลูกค้ารู้ว่าอีกไม่เกิน 3 เดือนรุ่นใหม่ก็ออกมาก็เลยหันไปซื้ออย่างอื่นแทน

นั่นสิครับ ถ้าคิดกลับกัน เป็นไปได้มั้ยว่า cycle อันเก่ามันไม่เหมาะการขายเพื่อเป็นของขวัญ

ต้นปี 2012 ที่ผ่านมา Apple ก็มี Campaign ส่งเสริมการขายในเอเชียเน้นการให้เป็นของขวัญ (ถ้าผมจำไม่ผิด) อาจจะได้ไอเดียอะไรมาจากตรงนั้นก็ได้ครับ

ผมว่าถ้ามองในมุมแอบเปิ้ลคงมองการณ์ไกลกว่านั้น
เพราะตอนนี้ตลาดแท็บเล็ทแข่งขันสูงมาก
New iPad อาจจะกระตุ้นยอดขายไม่ทะลุเป้าจึงส่ง iPad 4 เข้ามา
และมีพอร์ทใหม่ด้วยจะได้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

สำหรับผู้ที่คิดจะซื้อ iPad ใหม่คงดีใจไม่น้อย
แต่คนที่เพิ่งซื้อ New iPad นี่อาจจะแอบน้อยใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อย ^^

เห็นด้วยครับ จริงๆ แค่บอกว่าเป็น small upgrade ให้กับ the new iPad ให้มี Lightning กับซีพียูที่แรงขึ้นก็พอแล้ว คนที่ซื้อ iPad 3 ไปก็จะไม่รู้สึกอะไรมาก

ถ้าเป็นผม ผมจะตั้งชื่อว่า iPad 3 Lightning หรือ The new iPad Lightning อะไรก็ว่าไป แล้วชูเรื่องของการเปลี่ยนพอร์ตเฉยๆ คนซื้อ iPad 3 เดิมก็คงไม่คิดอะไรมาก

ซื้อมาแล้วก็ใช้ให้คุ้มจะคิดอะไรมาก บางคนคิดมากอย่างกับจะซื้อหุ้น ผมใช้ iPad 1 มาจนถึงทุกวันก็ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร ใช้ได้เหมือนกับรุ่นใหม่หมดยกเว้นแค่ว่าไม่ได้อัพ iOS6 กับไม่มีกล้องก็แค่นั้น

ผมมองว่า ที่ apple ส่ง ipad มาเร็วกว่ากำหนดเพราะต้องการผลักดัน port lightning นี่แหละครับ เพราะตลาด tablet นั้น apple ยังครองตลาดอยู่ แต่ด้วยเหตุที่ว่าผลิตภัณฑ์สายอื่นๆของ apple นั้น ใช้ lightning กันหมดแล้ว เหลือแค่ new ipad ตัวเดียว จึงต้องทำให้สอดคล้องกัน ผมหาเหตุผลอื่นที่ดีกว่านี้ไม่เจอจริงๆ และผมก็ยังคิดว่า apple จะกลับไปสู่ life cycle เดิม

มันมีเหตุผลเรื่องต้นทุนการผลิตและการจัดการชิ้นส่วนการผลิตครับ การจัดการชิ้นส่วน แค่ตัวเดียวแล้วสามารถใช้กับผลิตภัณฑ์ทุกรุ่นนั้น ช่วยลดต้นทุนการจัดการและการผลิตได้มาก ทั้งเรื่องพื้นที่จัดเก็บ และเครื่องมือที่ใช้ในการผลิตก็ใช้แค่แบบเดียว stockอะไหล่ที่ใช้ซ่อมเครื่องก็ใช้แค่แบบเดียวตามไปด้วย ลดปัญหาได้อีกมากมาย แค่เปลื่ยนมาใช้ชิ้นส่วนที่เหมือนกันในการผลิต

ผมว่า CEO ที่เก่งการผลิตเขาคิดเรื่องต้นทุนเรื่องนี้เก่ง แต่อาจลืมความรู้สึกของลูกค้าที่พึ่งซื้อ iPad3 ไป เพราะนั้นคือความเก่งของ steve อีกทั้งการอัพเดตที่เร็วขึ้นกว่าเดิมนี้ เพราะ samsung ครับ ถ้าจำได้เมื่อ Apple ออก iPhone 4S ได้แค่ 2 เดือน Samsung ก็ออก Galaxy s ii ออกมาแข่งทันที(ไม่มีใครว่าด้วย) สิ่งที่เกิดขึ้นคือยอดขาย iPhone ไม่แรงเท่าที่ควรจะเป็น และนี้คือการทำงานของ Samsung ที่จะ update สินค้าใหม่ให้เร็วกว่าคู่แข่ง ถ้า Apple ยังทำงานเหมือนเดิม โดน Samsung แซงแน่ และแนวทางของทิมคุกก็คือ การทำให้ Apple นั้นคาดเดาไม่ได้ จาก ชื่อของ New iPad 3 และอีกหลายๆเรื่อง มันมีผลในการแข่งขันในธุรกิจ เยอะมากถ้าคนอื่นเดาแนวทางการทำงานออก แล้วคนลอกวิธีการทำงานตามแบบเรื่องชื่อ ผลิตภัณฑ์ที่คนไปแย่งจดลิทสิทธิ์ก่อนที่ผลิตภัณฑ์จริงจะออกมา ทำให้เสียโอกาสในการขายในประเทศจีนไปหลายเดือน มูลหลายพันล้าน $

การเป็นแชมป์นั้นยาก แต่การรักษาแชมป์นั้นยากกว่า

ช่วงเวลาตรงไหนครับ Samsung ตาม Apple ในเวลาสองเดือน?

  • 4 >> S II ใช้เวลา 10 เดือน
  • S II >> 4S ใช้เวลา 6 เดือน
  • 4S >> S III ใช้เวลา 7 เดือน

pawinpawin Wed, 24/10/2012 - 23:02

ผมใช้ iPhone4, iPad2 จนบัดนี้ก็ยังไม่รู้สึกว่ามันตกรุ่นเท่าไหร่นะ ผิดกับที่เคยใช้ของค่ายอื่นโดนลอยแพมากกว่านี้เยอะ

ผมอยากบอกตรงๆ ว่าเห็น iPad mini สเปกใกล้กับ iPad 2 แล้วรู้สึกใจชื้นขึ้นว่าคงมีแอพที่จะสนับสนุน iPad 2 ต่อไปอีกนานครับ (จนกว่าจะตกรุ่นอีกครั้ง) T_T

mcimike Thu, 25/10/2012 - 12:45

In reply to by pawinpawin

+1 ถือว่ามีอายุการอัพเดตที่ค่อนข้างนานที่สุดแล้ว และยิ่งนานมากเมื่อนึกถึงกรณี iPhone 3GS ที่ยังอัพเป็น iOS 6 ได้ ถึงแม้ว่าจะไม่ 100% ก็ตาม

ผมคิดว่า iPad รุ่นที่ 5 จะกลับมาอีกครั้งในเก้าเดือนครับ เพราะแอ็ปเปิ้ลเริ่มตระหนักได้แล้วว่าสินค้าของตัวเองเริ่มจะขายไม่ออกเมื่อครบรอบเก้าเดือนเพราะผู้บริโภคจะชลอการซื้อสินค้าเมื่อครบหนึ่งปีเพียงเพราะรอผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ และระหว่านั้นเมื่อคู่แข่งออกผลิตภัณฑ์ใหม่ลูกค้าบางส่วนจะถูกดึงไปซื้อผลิตภัณฑ์อื่นก่อน และ ถ้าเชื่อตามกฎของมัวส์ ทิศทางของการพัฒนานวัตกรรมของแอ็ปเปิ้ลค่อนข้างจะล้าหลัง การรีบออกผลิตภัณฑ์ให้เร็วขึ้นมาถูกทางแล้ว คำถามก็คือแอ็ปเปิ้ลจะกลืนน้ำลายตัวเองและออกอุปกรณ์ประเภท stylus มาใช้เหมือนที่ค่ายอื่นทยอยออกมากันหรือไม่ ถ้าไม่ทำอุปกรณ์ให้รองรับ ผมรับรองว่าส่วนแบ่งการตลาดของแท็บเล็ตจะต้องเทไปทางไมโครซอฟต์แน่นอน

แอ็ปเปิ้ลเริ่มตระหนักได้แล้วว่าสินค้าของตัวเองเริ่มจะขายไม่ออกเมื่อครบรอบเก้าเดือนเพราะผู้บริโภคจะชลอการซื้อสินค้าเมื่อครบหนึ่งปีเพียงเพราะรอผลิตภัณฑ์ตัวใหม่

ผมลองคิดตลกๆ ดูแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นถ้าพอเลื่อนรอบมาเป็น 9 เดือนแล้วเกิดวัฏจักรที่ผู้บริโภคจะรอซื้อผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ก่อนครบรอบเป็นเวลา 3 เดือนเหมือนเดิม แบบนี้คงแย่แน่ๆ XD

ผมว่าไม่อะครับ เพราะเปิดตัวช่วงนี้ขายช่วง Thanks giving + Christmas + New Year รวยส์กันเลยทีเดียว ถ้าบวกอีกเก้าเดือนจะเป็นเดือนกรกฏาคม ถามว่าขายดีมั้ย? ใช่ ผมว่ามันขายดีแน่ๆ แต่ปล่อยปลายปีน่าจะขายดีกว่า

แต่งวดนี้เจ็บครับ The old iPad

คงจะเป็นครั้งเดียวที่ apple ทำกับสินค้าตัวเองอย่างนี้

ผมว่ามันมีปัญหาที่ cpu a6 ใน ipad3 มากกว่า (กินแบต/ร้อน) คงสุดปัญญาที่จะแก้ปัญหาด้วย software ได้ จึงต้องยอมคัดทิ้งไปแล้วออกรุ่น a6x มาแทน

เพราะตอนที่ออก iphone5 ทุกคนก็คิดว่าจะได้ใช้ a6 quadcore สุดท้ายก็ได้แค่ dualcore (ก็คงเพราะอาการเดียวกัน)

และการที่ไม่ขายเครื่อง ipad3 ที่ตกรุ่นในราคาถูกตามแนวทางเดิม แต่กลับไปขายเป็นเครื่องซ่อม ยิ่งแสดงสถานะของปัญหาได้อย่างชัดเจน

apple ยอมถูกด่าคราวนี้ เพื่อรักษา "คุณภาพ" ของสินค้าตัวเองให้สูง (เพื่อรักษาระดับราคาตลอดอายุสินค้า) ดีกว่ายอมปล่อยให้ขาย cpu ที่มีปัญหาไปเรื่อยๆอีก 5 เดือน

และอีกอย่างนึง ยอดขายของ ipad3 รวม 7 เดือน (ไม่รู้กี่ล้านเครื่อง) ก็คงจะคุ้มค่าพัฒนาไปแล้วล่ะ 5555

เอา A5X ที่ใช้กับ iPad 3 แล้วร้อนมาใส่ iPad Mini แทนแล้วจะไม่ร้อนเพราะว่าประมวลผลที่ความละเอียดน้อยกว่านี่โคตรฉลาดเลย

งานเปิดตัวเมื่อวานนี้ ในความคิดของผม การออก iPad 4 ของ Apple มีเหตุผลหลักๆคือ

  • ต้องการเปลี่ยน Port เก่าเป็น Lightning Port เพื่อกำจัดอุปกรณ์ที่ยังใช้ port เก่า ออกจากตลาดให้เร็วที่สุด
  • อัพ iPad ให้สดที่สุดในราคาเดิมเพื่อเป็นการตั้งท่าชน Surface และ ขบวนพาเหรด Windows8 Devices ทุกยี่ห้อ ที่มีแนวโน้มจะมาชิงตลาด Tablet จอใหญ่

ส่วนการออก iPad mini จุดประสงค์หลักคือ มา"กด"ตลาด Tablet ราคาถูก กล่าวคือ ตั้งใจบี้ Android Tablet ให้ตาย ก่อนที่จะเติบโตและแข็งแรงจนแย่งส่วนแบ่งไปได้แบบที่ Android Smartphone เคยแย่งตลาด iPhone มาแล้ว
จุดประสงค์รองคือ ตลาด Tablet 7นิ้ว มันไม่ใช่ Tablet สำหรับทำงาน ดังนั้น Windows8 จึงไม่มีจุดเด่นในตลาดนี้ ถ้าสามารถยึดครองได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยจะได้จุดยืนที่แข็งแกร่ง และส่งเสริมให้จุดอื่นๆแข็งขึ้นด้วย

Apple กรำศึกสองด้าน เป็นงานหนักหนาของ CEO เก๋าเกมอย่าง Tim Cook ครับ

ผมเห็นด้วยครับ ผมเห็นหลายเสียงจะเห็นใจคนที่เพิ่งซื้อ iPad 3 ไป

ถ้ากลับมามองลูกค้าใหม่ที่กำลังตัดสินใจล่ะครับ ทราบกันดีอยู่ว่าสเปกคู่แข่งจัดจ้านขนาดไหน (และมักจะเอามาอ้างต่อว่าจะให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีกว่า ซึ่งไม่ค่อยจะเป็นอย่างนั้นซักเท่าไร) และยังมีตลาดที่กำลังโหมกระพือข่าวอย่างต่อเนื่อง ก็คือ Win 8 อีก แอปเปิ้ลปล่อย A6X ออกมา ช่วยให้หลายคนตัดสินใจง่ายเลยครับ

แท็บแอนดรอยมันยังไม่ลุกลามเท่าโทรศัพท์ครับ สักวันถ้ามันลูกลามเนี่ย ยอดขายรวมมันชนะอยู่แล้วครับ หนึ่งพ่อพันแม่ ลูกออกมาเป็นเบือครับ ถ้าแอปเปิลไม่รีบเก็บเกี่ยวตอนนี้ อนาคตมันจะยากกว่านี้ เพราะแอนดรอยมันก็ต้องออกมาเป็นเบือแน่ๆ

ส่วนตัวผมมองว่า ณ เวลานี้ google เข็น Tablet Android ขนาดใหญ่ๆไม่ขึ้นแล้วครับ นอกจากจะสู้ iPad ไม่ได้ทั้งเรื่องราคา คุณภาพ ชื่อแบรนด์ และ จำนวน app ตอนนี้ยังถูกตีขนาบด้วย windows 8 ที่ชูโรงด้วย Microsoft office นะครับ

ถ้าจะให้ประเมินตอนนี้คงเร็วไปนิดนึง เพราะเราไม่รู้ว่าผลกระทบจาก MSOffice ในตลาด tablet มีเยอะแค่ไหน (ที่ผ่านมา ipad ก็ขายระเบิดเถิดเทิง ทั้ง ๆ ที่ไม่มี MSOffice) แต่ราคาและคุณภาพ tablet android ผมว่าสู้ได้สบายนะ (ถ้าคุณภาพคือ spec ส่วนเรื่องงานประกอบก็แล้วแต่ค่าย) และเขาจะใช้จุดนี้สู้ด้วย ส่วน แบรนด์ และจำนวน app สู้ไม่ได้จริงครับ (เพราะฉนั้น กลยุทธ์ของ android ตอนนี้ คงจะใช้ราคา ฆ่าให้ตายครับ มาลองดู ราคา Nexus10 ครับ ถ้าให้เดา ผมว่าราคาช๊อคโลกแน่ เพื่อดึงโมเมนตัม)

สำหรับผม เรื่องราคา ไม่ได้เล่นได้ทุกคนครับ ที่เขาไม่ทำ แปลว่าเขาไม่สามารถเล่นได้ (ลองนึกสภาพ apple ที่ position อยู่ระดับ premiun แต่ทำราคายาจกขาย มันจะเหลือภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้ยังไงละครับ) ในตลาดตอนนี้ เรื่องราคา เป็นไม้ตายของ Google คนเดียวครับ และอีก เจ้าที่มีแนวโน้มคือ MS (ลองดูราคา window 8 คุณว่ามันถูกผิดปกติมั้ย)

Apple นี่แหละ ควรจะเป็นตัวอย่างว่า สามารถกดราคาขายให้ต่ำได้ แต่ไม่ทำ และยังไม่คิดจะทำในตอนนี้
ถ้าถามว่าทำได้หรือไม่ ตอบได้ทันที และชัดเจนว่า Apple สามารถกดราคาขายได้ต่ำกว่าทุกยี่ห้อครับ

ส่วน Google มีท่าไม่ตายเป็นการขายถูก+แจกฟรีมานานแล้ว ยังไม่เห็นมีไม้อื่น

ขณะที่ Microsoft ขายถูกบางแพงบางแล้วแต่สภาพตลาด ณ เวลานั้นๆ เน้น Market share สูงๆไว้ก่อน นึกภาพสมัย บัลเมอร์ โฆษณาขาย Windows 1.0 ราคา 99$

ถ้าจะมีอะไรที่พลาด ก็คือ A6 เองออกมาช้าไปหน่อยครับ ผมมองว่าชิป A5X เป็นชิปขัดตาทัพที่จำเป็นต้องปล่อยออกมาก่อนเพราะยังทำ A6 ไม่เสร็จ ไม่่งั้น iPad 3 จะออกมาช้าเกินควรจนเสียจุดแข็งได้ (Retina อาจไม่ Wow หากออกมาหลังคู่แข่ง)

พอดูรีวิวชิป A6 อย่างละเอียดจะรู้ว่ามันเร็วกว่า A5x มาก เชื่อได้ว่า iPad4 นี่เร็วกว่าเดิมแน่และถ้าแบตขนาดเท่าเดิมก็จะใช้ได้นานขึ้นด้วย ในมุมของแอปเปิ้ลและผู้ใช้เองก็ไม่มีใครอยากได้ชิปใหญ่กว่าร้อนกว่าช้ากว่าอยู่แล้วครับ ในเมื่อทำ A6 ได้ A5x ก็ไม่จำเป็นอีก

ผมคิดว่าเหตุผลหลักข้อนึงที่แอปเปิลต้องออก iPad 4 ออกมาเพราะต้องการเปลี่ยนให้ iPad ใช้พอร์ต lightening connector แบบใหม่เหมือนกับ iPhone, iPod touch, iPod nano รุ่นใหม่ ดังที่ Phil Schiller กล่าวไว้ตอนนึงในงานเปิดตัวเมื่อคืนนี้
นอกจากนี้ ยังเป็นการช่วยทั้งลูกค้าที่ซื้อ iPhone 5 ไปแล้ว และผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมให้ทำอุปกรณ์ที่ใช้การเชื่อมต่อแบบใหม่ออกมาเร็วขึ้นไปอีก เพราะผู้ใช้อุปกรณ์ที่ใช้ lightening connector มีจำนวนมากขึ้นนั่นเอง

IonRa Thu, 25/10/2012 - 00:33

ผมคิดว่า ipad4 ออกมาเพื่อพลักดัน Lightning Port ให้เป็นที่ยอมรับมากกว่านะครับ เพราะ เจ้า port นี้อาจจะเป็นตัวชี้เป็นตาย apple เลยก็ว่าได้ครับ ดังนั้นapple จึงพยายามพลักดันให้มีการใช้ lightning port ให้มากๆเข้าไว้ไม่ว่าจะเป็น iphone ipad ipod ถ้าพลักดันให้เป็น lightning ได้เร็วเท่าไร ก็จะสามารถพลักดันผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมให้สนับสนุน lingtning ได้เร็วเท่านั้นครับ

ถ้าเทียบกับiPad3แล้วรู้สึกว่ามีกล้องหน้าด้วยนะครับที่ปรับปรุงเพิ่ม ของเก่าVGA ของใหม่รู้สึกจะ1.2ล้านหรือ1.3นี่แล

ส่วนตัวน่าจะออกมารับมือกับบรรดาแทปแอนดรอย10นิ้วที่จะออกมามากกว่ารวมถึงmicrosoft surfaceด้วย
แต่iPad miniนี่ น่าสนใจจริงๆ

kajarp Thu, 25/10/2012 - 03:12

เคยซื้อ iPod Photo ตอนออกใหม่ๆ จากนั้นไม่กี่เดือน ก็โดน รีไวซ์ รุ่นที่ผมซื้อ-หยุดขายไป เปลี่ยนเป็นความจุอื่น แล้วก็เปลี่ยนเป็น iPod with color display ก็เจ็บแสบไม่หาย ที่สินค้าวายไปจากตลาดเร็วมากกว่ารุ่นอื่นๆ จะขายต่อก็ไม่ค่อยได้ราคาไม่มีใครสน และเมื่อคืน apple ก็ฆ่า iPad 3rd gen (the new ipad) ลงเช่นกัน (ขนาดชื่อ ยังไม่โปรโมทชื่อเฉพาะเลย ใช้แค่ว่า ไอแพดรุ่นใหม่)

** ส่วนการที่วิเคราะห์ว่า apple ทำเพื่อ ผลักดัน lightning port ผมกลับรู้สึกว่า ก็ไม่เห็นจำเป็นต้อง ทิ้ง ไอแพดรุ่นสามแต่อย่างใด ทำไมไม่เอา iPad2 ออก แล้ว เลื่อน iPad3 ขนาด 16 MB มาขายเป็นรุ่นถูกสุด ก็ได้ แต่ apple เลือกทิ้ง iPad3 แต่เก็บ iPad2 ไว้ ชวนให้งง ทำให้ CPU A5X ก็ตายตามไปด้วย
(ลองดูหน้า เปรียบเทียบสินค้าที่วางขายนะครับ http://www.apple.com/ipad/compare/ )

ปล. คำที่เขียนบอกว่า "หนากว่า Nexus 7 แค่ 14.7mm (iPad mini 134.7mm – Nexus 7 120mm)"
หนาอะไรครับ 14.7 mm = หนึ่งเซ็นครึ่งเลยนะครับ
คิดว่าน่าจะพิมพ์อะไรสักอย่างผิดครับ

ผมเข้าใจคุณครับ เพราะผมซื้อ iPod Click Wheel จอขาวดำที่เพิ่งเปิดตัว แต่แค่สามเดือนก็ออก iPod Photo รุ่นที่คุณใช้ออกมา

ส่วนความเห็นเรื่อง Life Cycle ของ product Apple เนี่ย เท่าที่รู้จักกันมา ผมกล้าพูดเลยว่า ไม่มีกฏตายตัวแน่นอนเสมอไปหรอกครับ บางทีนึกอยากจะอัพเดตก็โผล่ขึ้นมาดื้อๆ อย่างนี้แหละ

แต่โดยเฉลี่ยจะมี Life Cycle ที่นานกว่าชาวบ้านเขามากกก iMac ที่เพิ่งอัพเดตใหม่ห่างจากการอัพเดตครั้งสุดท้ายประมาณห้าร้อยกว่าวันนะครับ ถือว่านานมาก

iPhone4S ก็ยังเลื่อนจาก 12 เดือนเป็น 15 เดือน

มันมีเหตุผลของมันอยู่ แต่โดยปกติ Apple จะออกสินค้าใหม่ได้ถูกเวลา (ที่ตัวเองได้เปรียบ) และมีความพร้อมในระดับหนึ่ง

ขอบคุณครับ
จริงๆ ผมก็ฝากเพื่อนหิ้ว iPod click wheel นั่นมาด้วยแหละครับ
ในใจเราอยากได้ จอสี อยากใส่ภาพปกอัลบั้ม แต่รอนานแล้ว แอปเปิ้ลก็ไม่ออกจอสีสักที เลยสอย จอขาวดำคลิกวีล
แล้วก็โป๊ะเชะ ไอพอดโฟโต้ จอสี ออก ทำให้ต้องฝากซื้อมาอีกตัว แล้วก็โดนอีก แหะๆๆ
จอขาวดำตัวเดิมแทบขายไม่ออกเลย ไม่รู้จะพกทำไมสองเครื่องด้วย
แต่ทุกวันนี้ ผมยังใช้ ไอพอดโฟโต้ ต่อฟังเพลงในรถอยู่ครับ

อ่านคอมเมนท์นี้แล้วก็ชวนให้คิดว่า งั้น iPad mini ก็น่าจะใส่ A5X มาให้ซะเลย หรือมีผลด้านต้นทุนที่จะสูงขึ้นจนขายราคาเท่านี้ไม่ได้

คิดว่า ปัญหาใหญ่ น่าจะเกิดจาก A5X เพราะตอนที่ นิวไอแพด ออกมา ก็มีปัญหาหลายอย่าง ทั้งความร้อน น้ำหนัก แบต ฯลฯ แอปเปิ้ลเลยกำจัด A5X ทิ้งซะเลย ไม่มีผลิตภัณฑ์ใดใด ใช้ชิพตัวนี้อีก

รุ่น X เข้าใจว่าทำมาสำหรับจอ Retina บน iPad น่ะครับ (จริงๆความเร็ว A5 กับ A5X มันก็เท่ากัน แต่ A5X ทำออกมาเพื่อประมวลกราฟิกความละเอียดสูง)

ใช้ Apple ยังพอได้อัพ iOS ได้ต่ออีกหลายรุ่น ยกเว้น Product Line เดิมๆ ซึ่งก็เลิกขายไปแล้ว
ซื้อ Android พอ Jelly Bean ออกมา บางยี่ห้อก็ไม่อัพให้แล้วในบางรุ่นหรือไม่ก็รอจนลืมไปเลย แถมตอนนี้ 4.2 ออกมาจ่อแล้ว แทบมองเห็นอนาคตได้เลย อย่าบอกนะว่าให้ไปหา Custom ROM มาใช้แทน เซ็ง
แต่ผมเองก็ใช้นะ android เพราะว่ามือถือมันถูกดี ยังหาเหตุผลซื้อมือถือราคาเกินหมื่นไม่ได้
ส่วน iPad ซื้อมาไว้เล่นเกมส์ ดูอินเตอร์เน็ต

ยังใช้ ipad 1 อยู่เลยครับ ก็ยังใช้เป็น ipad อยู่เหมือนเดิมนะ ไม่เปลี่ยน
แฟนเพิ่งหันมาใช้ the new ipad เมื่อสักสามเดือนมานี่เอง แต่ซื้อ accessories ไป 2 ชุดแล้ว เพราะ smart cover มันไม่ตอบโจทย์เธอ (แยกชิ้นหน้าหลัง) พอ smartcase ออกมา เธอก็เลยซื้อเพิ่ม สำหรับคนใช้งาน (ไม่ใช่เล่นเกม) new ipad ก็ตอบโจทย์แล้ว และเหนือกว่ากล้องถ่ายรูปด้วย เพราะถ่ายภาพแล้วเห็นจะ ๆ ส่งต่อ social media ได้ทันที

ที่สำคัญคือผมจะซื้อเพิ่มเพราะถึงเวลาที่จะซื้อ ตอนนี้ไอแพด 1 ไม่สามารถถ่ายภาพได้ ทำให้ทำงาน social media ได้ไม่สะดวก ก็ได้เวลาขยับเท่านั้นเอง

ก่อนหน้านี้ ipad 1 ใช้แบบ 3G แต่ต่อไปตัวใหญ่คงซื้อแบบ wifi อย่างเดียวแล้ว เพราะแชร์เอาจากไอโฟนได้ ตอนเป็น ipad 1 นั้น ยังไม่มีฟังก์ชั่นนี้ เลยจำเป็น

คุ้มสุดคือ iphone 3Gs เพราะวันนี้ยังลง iOS6 ได้อยู่เลยอ่ะ ซื้อวันแรกเปิดจำหน่าย ก็คุ้มสุดนะ ตกไป 3 รุ่นแล้ว ถ้าเรื่อง image เวลาใช้งาน ยังไม่เห็นมันตกเลย ดังนั้น the new ipad ถ้าสอดคล้องกับการใช้งานก็ไม่มีอะไรตกรุ่นหรอก ผมว่า (ยกเว้นคนที่จิตตกกับคำวิจารณ์)

ผมมองในมุมของคนใช้นะครับ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญทางฮาร์ดแวร์

CoCo Thu, 25/10/2012 - 08:30

ถ้าใครดู Keynote จะเห็นว่าในงานมีการนำ iPad mini มาเทียบกับ Nexus 7 ในด้านต่างๆ ทั้งขนาด, น้ำหนัก และหน้าจอ ซึ่งแอปเปิลทำการบ้านมาดีมาก เพราะตัวเครื่องนั้นหนากว่า Nexus 7 แค่ 14.7mm (iPad mini 134.7mm – Nexus 7 120mm) แต่สามารถใส่หน้าจอที่ใหญ่กว่า และน้ำหนักที่เบากว่ากัน 36g ครับ

Height x Width x Depth

Nexus 7's Dimension : 198.50 x 120.00 x 10.56 mm

iPad mini 's Dimension : 200.00 x 134.70 x 7.20 mm

ผมว่า iPad mini บางกว่า Nexus7 อยู่ 3.36 mm เลยน่ะ แค่กว้างกว่า กับยาวกว่า

อายุสินค้าสั้นลงนี่ผมยังไม่เห็นด้วยนะ เพราะมันเพิ่งทำกับไอแพตเอง (เหมือนจะเคยเห็น mbp ก็เคยโดนแบบนี้ หรือมากกว่านี้บอกด้วย) ยังติดสินอะไรไม่ได้ ต้องรอดูไปอีกสักหน่อยว่ามันจดลดอายุสินค้าลงจริงไหม

ไม่แปลกครับ ก็ ipad 3 มันแค่ออกมาขัดตาทัพ ถ้าตอนนั้น ipad 4 ที่พึงออกมาพร้มแล้ว ipad 3 ก็คงเป็นตัวที่พึงออกมานี้ละครับ

ตลาดใหม่ของ Apple

Unibody + จอละเอียด + บางเบา

ตลาดใหม่ถัดไปของ Apple

Unibody + จอละเอียด + บางเบา + อายุสั้น

chomintong123 Thu, 25/10/2012 - 11:38

ที ชัมชวย ออกปีหนึ่งเป็นสิบรุ่นไม่เห็นมีใครออกมาว่าอะไร แล้ว แอปเปิ้ลจะออก7.9นิ้วบ้างทำไม่จะทำไม่ได้ จะอะไรกันหนักกันหนา ทำออกมาให้เล็กลงเบาขึ้น ไม่ดีหรือไง

ผมไม่แปลกใจที่คราวนี้แอปเปิลเลือกที่จะเปิดตัวแบบนี้ แผนการตอนนี้ทุกคนก็รู้แผนหมดแล้ว

ว่าแต่น้องลำไยเขียนบทวิเคราะห์แล้วขึ้นฟีเจอร์ แต่พี่ไม่ได้ T_T

เซ็งครับ ถ้าซื้อ ipad3 มาใช้เองคงไม่คิดอะไรมาก เข้าใจความไม่แน่นอนในวงการนี้ดี

แต่คุณลองมานั่งอธิบายเรื่องนี้ให้พ่อคุณเองฟังสิว่าทำไมของที่ลูกเลือกซื้อให้มันถึงตกรุ่นในครึ่งปี T-T

ปีนี้พิเศษหน่อยครับ แอปเปิ้ลมีสินค้าใหม่เกือบทุกไลน์ (หรือ ทุกไลน์หว่า) ภายในปีเดียว

แล้วก็เปิดตัว iPhone iPad ที่เป็นตัวทำเงินช่วงปลายปีพอดี กะกระชากเงินจากกระเป๋าตังเต็มที่เลย

หลังจากนี้คงอีกนานล่ะครับ ว่าจะออกรุ่นใหม่อีก

ยังไม่ถึงเวลาฟันธงนะครับว่าจะซอยรุ่นย่อย เพราะตลาด iPad mini ใหญ่เสียจริง เหมือนกับตลาด Tablet ที่ตอนนั้นแอปเปิลเข้ามาบุกเพราะ Netbook ทำหน้าที่นี้ได้ไม่ดีพอ

ส่วนสินค้าอายุสั้น ผมก็ว่ายังฟันธงไม่ได้ เพราะประวัติศาสตร์แอปเปิลเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเยอะมาก เช่น MacBook Pro 2011 มีทั้ง Early (เดือน 2) และ Late (เดือน 9) แต่เห็นด้วยที่ว่า อัพแบบเงียบ ๆ ก็ไม่มีใครว่า