ผมอายุ 30 ปลายๆ แล้ว(ไม่อยากแสดงตัวว่าแก่เลย) แต่ยังไม่มีอะไรเป็นเรื่องเป็นราวเลย ตอนทำงานได้สักพัก หนังสือ พ่อรวยสอนลูก กำลังฮิต อ่านแล้วก็ตั้งเป้าไว้เลยว่า 45 ปี ลอยตัวล่ะ ไม่เปิดร้าน มีหุ้นในบริษัท ก็มีสตางค์เล่นหุ้นเป็นเรื่องเป็นราว(ให้เงินทำงานให้เรา) คือฐานะมั่นคง ทำงานสบายๆ แต่ตอนนี้ ใกล้ 40 เข้ามาทุกที ยังไม่เห็นเลยว่ารูปร่างอนาคตเลยที่คิดไว้เป็นยังไง T^T อาจเป็นเพราะหลายๆสาเหตุ และจาก ประเด็นเรื่อง "ตำแหน่งงานไหน ในตลาดแรงงาน IT มี Turn over สูงที่สุดครับ" ก็เป็นสาเหตุหนึ่ง เช่นกัน เลย อยากทราบว่า ทั้งพี่ๆน้องๆ ที่ถึงวัยอันควร และ อยู่ในวัยที่ยังมีเวลาเตรียมตัวกันอีกพอสมควร วางแผน หรือมีแนวทางกันอย่างไร ครับ (หวังว่าคำตอบในประเด็นนี้จะเป็นประโยชน์กับน้องๆและเพื่อนทุกๆคนครับ)

Comments
ส่วนตัวผมอยากทำงานในองค์กรใหญ่ จะได้มีหน้าที่การงานสูงๆครับ ด้าน IT มันมีอะไรใหม่ๆ มาตลอด ส่วนตัวผมต้องทำงานไปจนกว่าลูกจะหางานที่มั้นคงทำได้ครับ
Sangkasi
ตอนนี้ผมกำลังจะทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อไล่ตามความฝันตอนเด็กๆอยู่เลยครับ T^T
@korkid
ถ้าอยากอยู่องค์กรณ์ใหญ่ ๆ ก็ต้องขึ้นตำแหน่งบริหาร แต่ถ้าอยากทำตามที่ใจรักก็อาจจะต้องคิดหนัก เพราะงานที่ผมอยากทำมันเป็นงานเด็ก ๆ น่ะ 555
คูณเคยฝันแล้วทิ้งมันหรือเปล่า ต้องตอบให้ได้ก่อน หากมั่นใจในตอนนั้น ตอนนี้น่าจะเห็นเค้าลางว่าเป็นยังไง ทุกคนรู้ว่าทำไงถึงรวยถึงประสบความสำเร็จ แต่มีกี่คนลงมือทำได้จริง ฝันก็ยังจะเป็นแค่ฝันถ้าไม่มุ่งมั่น ฝันยังจะเป็นแค่ฝันถ้าไม่ไขว่คว้า ตั้งต้นใหม่ดูครับ หรือไม่ก็ลดความเพ้อฝันนั่นลงแล้วใช้ชีวิตอย่างพอมีพอกิน ส่วนตัวผมอยากประสบความสุข 2อย่าง คือ 1.ครอบครัว 2.งาน ข้อแรกดีมากครับ ส่วนข้อสองกำลังทำงานอย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้าอีก 15ปีอยากใช้ชีวิตทำไร่ทำสวน อยากอยู่กับธรรมชาติครับ
ทำงาน เก็บเงิน แล้วคิดว่า สักวันจะเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง
แบบนี้มีแต่ในนิยายครับ น้อยคนที่จะทำได้ วงจรชีวิตที่อยู่ในรูปแบบนี้จะมีพันธะให้ไม่สามารถออกมาจากระบบ มากขึ้นเรื่อยๆ
อย่างน้อย ถ้าคุณแต่งงาน และ มีลูก คุณจะไม่กล้าสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญแบบนี้ให้ชีวิต
คิดให้ดี อะไรคือลำดับความสำคัญ
รับสร้างเกมส์ Facebook Online www.orangeointeractive.com
จริงๆผม เป็น เซล น่ะ วางแผนไว้ไกลเลย คือทำงาน ขายสักพัก ดูโพรดักส์ดีๆ ถ้าลงตัวก็ ลุยเลย แต่ก็เพราะมองหาโพรดักส์ เลือกช๊อปปิ้งเยอะไปหน่อย ลองไปเรื่อย(จึงเป็นที่มาของการเปลี่ยนงานบ่อย ทำตัวเป็น AFตามล่าหาความผัน ตกหลุม หลายครั้ง บางครั้งต้องลดเงินเดือนไปทำ เทคนิคอลก็มี) เพราะไม่ได้เจาะจงอะไรเป็นพิเศษ กลัวว่าตลาดจะวาย คู่แข่งจะเยอะ สุดท้าย ได้สัจจะธรรมว่า อะไรที่เราทำได้ และ ทำได้ดี นั่นแหละ ขายได้ แต่มันก็ยังขึ้นอยู่กับ จังหวะและโอกาศที่เหมาะสมด้วย ซึ่งตรงนี้สำคัญพอๆความเก่งกาจของคุณในสายงานที่คุณทำ สรุปข้อคิดประจำใจได้ว่า ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ อย่าใจดีแบบไม่มีเหตุผล ทำอะไรคิดให้รอบคอบ วางแผนให้ไกล แต่ควรมีการ revise แผนเป็นระยะๆ และสนใจกับแผนระยะสั้นเป็นพิเศษ ที่สำคัญอย่าเชื่อมั่นอะไรมากเกิน อย่าคิดเข้าข้างตัวเองเช่น ถ้าขายได้ ถ้าได้งาน ถ้าบริษัทมีกำไร ถ้า.... เพราะ ทุกอย่าง มีสำเร็จ มีพลาด อย่าฝากความหวังและอย่าเสียเวลากับคนอื่นๆหรือสิ่งแวดล้อมให้มากเกินพอดี พึ่งเตรียมแผนสำรองที่ชัวร์ๆไว้ด้วยเสมอ ผมต้องยอมรับว่าพลาดเรื่องพวกนี้มาเยอะ แต่ก็ได้รสชาดของชีวิตไปอีกแบบ ตอนนี้เอาแบบชัวร์ไว้ก่อน เช่นถ้าเรื่องงาน ถ้าคิดจะเปลี่ยนงาน เงินเดือนมาก่อนครับ ตำแหน่งเป็นเพียงหัวโขน ลักษณะงานที่หลัง(เพราะไม่ว่าตำแหน่งงานเราจะเป็นอะไร แต่ถ้าเจ้านายสั่งยังไงเราก็ต้องทำ ไม่ว่าจะอยู่ใน job description หรือไม่ ก็เป็นลูกจ้างนี้ครับ) และ ที่สำคัญมากก็คือ Attitude ครับ ประคองไว้อย่าให้หดหายไปไหน นึกถึงเพลง เหลือแต่ตอ ของ จุ๋ยจุ๋ยส์ ยังไงไม่รู้ 555+
When the solution is simple, God is answering. ~ Albert Einstein
สัก 30 กว่าๆก็กลับบ้านไปทำไร่ละครับ ใช้เทคโนโลยีช่วยการเกษตรบ้าง อยู่กับธรรมชาติ น่าจะมีความสุข
กินตับทำให้ร่างกายแข็งแรง
ความฝันผมเลยนะนั่น อยากเป็นชาวไร่ชาวสวน แล้วเอาเทคโนโลยีมาใช้ให้เป็นประโยชน์
แต่ผมเป็นคนกรุงแต่กำเนิด ไม่มีที่ต่างจังหวัดเลยนี่ซิ กว่าจะมีเงินก้อนไปซื้อที่เฮ้ออออ...
ปล.เพื่อนผมทำไฮโดรโฟนิค พื้นที่แค่ 2 ไร่ (เช่าที่แถวสวนหลวง) รวมแล้วยังหมดไปตั้ง 3 ล้าน
ใกล้เคียงกับผมเลย กลับไปดูแลกิจการของทางบ้าน(ห้องเช่า-หอพัก) เทคโนโลยีมันมีมาใหม่ตลอด ตามยังไงก็ไม่ทัน ถึงเวลาเราก็ต้องพักบ้าง
Alone Again
มีห้องเช่า หอพักน่ะ สุดยอดแล้ว ผมยังอยากทำเลย ติดแต่ว่า ลงทุนแพงมาก
แต่กินได้ยาวนะครับท่าน เก็บไว้ดี ๆ เถอะครับ กินได้นาน
+1 ผมเองอยากทำกังหันแนวตั้งปั๊มน้ำในสวนจัง ผมเอง 29 จะย่าง 30 แล้ว ตอนนี้มีสวนแล้ว(ของพ่อแม่หนะซื้อเมื่อราว 10 ปีก่อน) จะบอกว่าปีแรกๆ กว่าจะปลูกดูแล ต้องเข้าสวนเกือบทุกอาทิตย์ เป็นงานหนักเลยละ แต่ตอนนี้สวนเลี้ยงตัวเองได้แล้วไม่ต้องลงทุนเท่าช่วงแรก กะว่าวันนึงก็จะไปอยู่ในสวนนี่ละแต่คงไม่ใช่ในช่วง 5 ปีนี้ละ
ที่บ้านผมมีอาชีพทำไร่สับปะรดครับ แล้วผมเป็นลูกคนเดียวด้วย อยากกลับไปดูแลแม่ด้วยน่ะครับ แล้วก็อยากพัฒนาบ้านเกิดด้วย
กินตับทำให้ร่างกายแข็งแรง
สนับสนุนครับ
Jusci - Google Plus - Twitter - FSN
วิธีผมอาจจะดูแย่หน่อย แต่ลองพิจารณาดูนะครับ
เริ่มด้วยการทำงานให้หนักขึ้น เช่น รับงาน freelance แล้วรับผิดชอบงานให้ดี เมื่อเริ่มได้ดี คุณจะได้ connection งานเพิ่มขึ้นแรกๆ อย่าโก่งค่าตัวตามอายุมากนัก เพราะงาน freelance คนจ้างคาดหวังว่าจะได้ราคาถูก และที่สำคัญคู่แข่งเยอะ
ผ่านขั้นตอนแรกได้ คุณจะได้ connection เพิ่มมากขึ้น งานจะเริ่มไหลมาเทมา คุณจะเริ่มทำเองไม่ทัน ก็จะเริ่ม part งานต่อแล้วเก็บหัวคิวเอา แต่สิ่งที่คุณต้องรับผิดชอบในขั้นตอนนี้คือ ต้องเตรียมรับมือปัญหา การตามงาน การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของเพื่อนร่วมทีม
ระหว่างขั้นตอนที่ 1 และ 2 คุณต้องสร้างความเป็น specialist ในตัวคุณ ถ้าตอนนี้รู้สึกว่ายากเริ่มจากเรียนรู้ทุกอย่างในสายงานของคุณให้ทันสมัยที่สุด แล้วเริ่มมองว่าอนาคตจะไปทางไหน จากนั้นเริ่มบุกไปทางนั้นเลย เมื่อคุณเป็น Specialist ได้ค่าตัวคุณจะสูงขึ้น
หมั่นออกงานสังคมบ้าง มี meeting อะไร ก็ออกไปแนะนำตัวเองบ้างว่าเป็นใครทำอะไร เด๋วก็มีคนจำคุณได้เอง
ขั้นสูงสุดคุณจะกลายเป็นที่ปรึกษาให้กับ บ. หรือ agency ต่างๆ ก็รับเงินกันไป ไม่ต้องเหนื่อยลงมือทำเอง หรือมีหน้าที่แค่คอยแก้ปัญหาที่ ทีม production ทำไม่ได้ และรับค่าตัวตามอายุ และความเป็น Specialist กันไป
ปล. อย่าลืมเก็บหอมรอมริบไว้ด้วย ถ้าฟองสบู่แตก คุณอาจจะเหนื่อยมากขึ้นแต่ก็ไม่อดตาย :)
+1 เป็นแนวคิดที่ดีมากๆเลยครับ
+1 ครับ โดยเฉพาะสำหรับคนที่ขอบงานเป็นที่ปรึกษา
When the solution is simple, God is answering. ~ Albert Einstein
ว่าจะออกไปเปิด ธุรกิจส่วนตัว รับเหมา เล็กๆน้อยๆ ซ่อมด้วย
ทำ SI อยู่ อายุก็ใกล้ๆจะเบญเพศเข้ามาทุกที ตอนนี้สิ่งที่ผมสนใจมีแต่เรื่องของประสบการณ์ (เงินก็สนนะ..)
ผมก็แพลนไว้เช่นกันว่า ซักวันนึงหากย่างเข้าวัยทอง(30 โอวว) ผมก็อยากจะได้เพื่อนที่รู้ใจซักคนสองคน มาลงทุนเปิดบริษัทที่เกี่ยวข้องกับสายงานที่ผมทำประจำอยู่ในตอนนี้ แต่ตอนนี้..ยังคิดไม่ออกว่าจะทำธุรกิจแบบไหนดีที่เหมาะกับตัวเรา (เพื่อนที่รู้ใจในด้านนี้ก็ยังไม่มี = =") ก็ขอเวลาไปอีกซัก 5-6 ปี..ขอเก็บประสบการณ์ไปอีกซักระยะหนึ่งก่อน (รวมไปถึงหาพันธมิตรในด้านนี้ให้ได้เยอะๆ) หลังจากนั้นไปแล้วค่อยว่ากันอีกที องค์กรผมก็เป็นองค์กรใหญ่พอสมควร ดังนั้นเลยพอเก็บๆอะไรติดตัวมาได้เยอะแยะบ้าง ^^
ปล.ย้อนกลับมาสู่ช่วงเวลาใน ณ ขณะนี้... กำลังทำงานเก็บตังค์ซื้อ Xbox อยู่ = ="
ecution.style
ทำงานซักพักแล้วต่อโท แล้วก็ไปเป็นอ.ที่มหาฯลัยที่บ้านเกิด ^___^
"คอมไซน์" ไม่ได้เป็นแค่โปรแกรมเมอร์ - CS7th @MFU
อยากได้แบบนี้เลย! ไปนั่งส่องเด็กสาว-..-
May the Force Close be with you.
ไม่ใช่ครับ แค่อยากสอย เอ้ย สอนคนบ้านเดียวกันแค่นั้นเอง หะๆ
Blognone = 138.1 news/w เยอะมากๆ
กำลังคิดอยู่เลยครับ
ว่าจะเอาเทคโนโลยีอะไรมาใช้ในสวนยาง สวนปาล์มที่บ้านเหมือนกัน
สัก 30 จะได้กลับไปทำ
ไม่เป็นกลาง...แต่เป็นธรรม
ออกบวชครับ ตอนนี้ต้องทำให้ครอบครัวสะบายก่อนครับจะได้ไม่ต้องห่วงอะไรอีก
jQuery PHP ปอนปอน
หากเป้าหมายอยู่ที่สถานะทางการเงิน - เส้นทางก็คงเป็นแบบหนึ่ง แต่ถ้าเป้าหมายอยู่ที่การเติมเต็มชีวิตให้สมบูรณ์ - วิธีการวางแผนก็อาจจะไม่เหมือนกัน
หลังจากเหน็ดเหนื่อยกับการทุ่มเทพลังทำงานในวัยหนุ่ม ช่วงบั้นปลายอาจจะหางานเบาๆ ไม่หนักตารางเวลา ไม่หนักสมอง
เพื่อทุ่มเทกับครอบครัวที่เรามีอยู่ และทบทวนชีวิตที่ผ่านไป....
ไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ที่เกิดขึ้นโดยความบังเอิญ
ผมมองว่าแนวทางที่เหมาะสมของแต่ละคนมันต่างกัน เป้าหมาย ความตั้งใจแน่วแน่ ความสามารถ และโอกาสต้องสัมพันธ์กันครับ
ผมอยากดิ้นรนไปทำงานบริษัทต่าง ๆ (แม้จะไม่มีความชำนาญมากนัก) เหมือนกันนะ แต่สภาพการณ์ของผมมันทำไม่ได้ เพราะผมมีร้านขายของชำ และร้านอินเตอร์เน็ตเล็ก ๆ ต้องดูแล (เป็นธุรกิจครอบครัวไปแล้วล่ะ)
ผมพยายามคิดหาทางออกที่จะรักษามันไว้ และออกไปทำงานข้างนอก แต่ผมมองไม่เห็นทางออกดี ๆ เลย แฟนบอกว่า "อยู่คนเดียวมันยุ่งเกินไป" (ต้องดูแลแม่ด้วยครับ)
สุดท้ายหยุดดิ้น แล้วมานั่งคิดว่า การมีชีวิตสบาย ๆ (ก็ไม่เชิงหรอก) แบบนี้มันไม่ดีตรงไหนบ้าง เท่าที่รู้สึกหงุดหงิดคือ ไม่ค่อยมีสมาธิจดจ่อกับอะไรสักเท่าไหร่ คนจะซื้อของเขาก็มาตลอด ๆ และค่อนข้างจุกจิกวุ่นวาย แต่ไปไหนมาไหนสะดวก จะไปเที่ยวก็ไม่ต้องลา ไม่ต้องกังวลว่าจะโดนให้ออกไหม
เงินที่ได้ถึงไม่เยอะ แต่ก็พอเลี้ยงตัว และครอบครัวให้อยู่ได้ไม่เดือดร้อน แม้จะไม่ร่ำรวยมากนัก (ตามกฏเงินหมุน) ถึงจะไม่ใช่ความตั้งใจหลักของผม (ผมหวังจะมีชีวิตเรียบ ๆ ทำไร่ทำสวน อยู่กับต้นไม้ใบหญ้ามากกว่า แต่ผมเป็นคนมือร้อน ปลูกต้นไม้ไม่ขึ้นนะครับ T-T)
สิ่งที่ผมอยากได้เพิ่มเติมคือ วันหยุดสักวันในแต่ละสัปดาห์ (แต่แฟนบอกว่าหยุดก็ขาดรายได้ซึ่งก็จริง สุดท้ายเลยตกลงกันว่า หากเศรษฐกิจไม่แย่นัก จะออกไปซื้อของดูหนังกัน 2-3 เดือนครั้ง และไปเที่ยวกับปีละครั้งสองครั้ง) และมีเงินส่วนตัวใช้บ้าง เพราะรายได้ทั้งหมดแฟนเป็นคนเก็บ T-T
ผมไม่อยากขอหน่ะ แต่แฟนถือคติว่า "เงินของเขาก็คือเงินของฉัน ส่วนเงินของฉันก็คือเงินของฉัน" ครับ T-T
Jusci - Google Plus - Twitter - FSN