รายงาน TWTCON BKK 09
เมื่อวานนี้ ทางทีมของ Kapook.com ได้จัดงาน TWTCON BKK 09 ซึ่งเป็นงาน Twitter for Business Conference ขึ้น แม้ว่าจะเป็นงานที่เน้นผู้ฟังกลุ่มธุรกิจ แต่เนื้อหาที่พูดในงานก็มีประโยชน์กับผู้ใช้ social media ทั่วไปไม่น้อย ในฐานะที่ผมได้ไปงานนี้ด้วย เลยเก็บเนื้อหาบางส่วนมาเล่าให้ฟังครับ
ที่มาที่ไปของงานคงไม่ต้องเล่าซ้ำ อ่านกันเองได้จาก
ภาพประกอบเป็นผมถ่ายเองบางส่วน (อันที่ไม่ชัดนั่นแหละ!) ส่วนภาพชัดๆ ผมไปขอมาจากช่างกล้องอย่างเป็นทางการของงานครับ
งานเริ่มโดยคุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (@SatitTrang) มาในฐานะรัฐมนตรีที่คุมสื่อออนไลน์ของรัฐบาล เนื่องจากงานเริ่มเช้ามาก (8.30) ผมไปทันแค่ตอนกลางๆ
ประเด็นเนื้อหาที่รัฐมนตรีสาทิตย์พูด
- นายกรัฐมนตรีไม่มีเวลามาใช้ Twitter เอง แต่ก็ตามดูตลอด
- เว็บ pm.go.th เป็นต้นแบบให้เว็บโครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งนำข้อมูลการลงทุนของรัฐบาลมาเปิดเผยให้เข้าถึงง่ายๆ
- รัฐบาลกำลังเตรียมโครงการด้านการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ ลักษณะเดียวกับ data.gov โดยอาจไปศึกษาวิธีการทำงานของรัฐบาลสิงคโปร์ด้วย ตอนนี้ตั้งคณะกรรมการแล้ว อยู่ในระหว่างศึกษาข้อมูล
- ประสบการณ์การใช้ Twitter ของรัฐมนตรีสาทิตย์ โดยเริ่มสนใจจากกรณีประท้วงในอิหร่านเมื่อกลางปีนี้
- นโยบายด้านการสื่อสารของไทย ที่ผ่านมาสนใจเฉพาะเชิงโครงสร้าง ยังต้องตั้งคำถามต่อไปว่า จะสร้างภูมิคุ้มกันในการใช้สื่อให้กับเยาวชนได้อย่างไร
ถัดมาเป็น Keynote เปิดงานโดยคุณปรเมศวร์ มินศิริ หรือ @iwhale แห่ง Kapook มาเล่าความรู้ที่ได้จากงาน TWTRCON DC 09 ที่สหรัฐ
ประเด็นเนื้อหาที่พูด
- Social media เริ่มถูกพูดถึงในสื่อครั้งแรก คือนิตยสาร BusinessWeek ฉบับปลายปี 2004 (เล่มนี้ครับ The Vanishing Mass Media) จากนั้นมาเริ่มดังก็ตอน TIME เลือกให้ "คุณ" เป็นบุคคลแห่งปี 2006)
- Social media มีคนให้นิยามมันว่าเป็น "conversational media" (สื่อที่เกิดจากการสนทนาระหว่างผู้ใช้) บทความที่สำคัญคือ The Rise of Conversational Media (ผมไม่แน่ใจว่าต้นฉบับคืออันไหน) บทความนี้มีประโยคเด็ดว่า
"Conversation is king"
Content is just something to talk about
- หนังสืออีกเล่มที่มีอิทธิพลคือ The Attention Economy (Amazon) ซึ่งบอกว่า "ความสนใจ" กลายเป็นทรัพยากรอันมีค่า (และหายาก) ในโลกยุคนี้ ทุกฝ่ายต่างแย่งชิง "ความสนใจ" ของผู้ใช้มาเป็นของตัวเอง
- ความสนใจกลายเป็น "สกุลเงิน" ใหม่ของโลกออนไลน์
- พูดเรื่อง "อิทธิพล" หรือ influence ว่าเป็นเรื่องของการลงทุน คือคนใช้เน็ตลงทุนลงแรงเพื่อให้ตัวเองกลายเป็นผู้มีอิทธิพล พูดอะไรมีคนฟัง มีคนเคารพ แทนการลงทุนเพื่อได้กำไรเป็นตัวเงิน
- คำว่า return of investment (ROI) จึงกลายเป็น return of influence
- พัฒนาการของความสัมพันธ์ออนไลน์ คือการเปลี่ยน "attention" หรือความสนใจ ให้เป็น "engagement" หรือการเข้าร่วม
- คุณปรเมศวร์มองว่า จุดแข็งของ Twitter เหนือ Facebook คือ vanity URL หรือ URL สั้นที่แสดงตัวตนของผู้ใช้ แม้ว่าภายหลัง Facebook จะเปิด vanity url บ้าง แต่ยังไงก็ไม่มีทางสู้ @username ได้ เวลาเจอคนรู้จักใหม่ๆ แทนที่จะให้นามบัตร บอกเว็บหรืออีเมล ก็แค่บอก @username แล้วที่เหลือก็ไปตามหาตัวตนในเน็ตกันเจอได้
- จุดแข็งอย่างที่สองของ Twitter คือความสั้น การที่ถูกบังคับให้เขียนแค่ 140 ตัวอักษร ทำให้คนอ่านเสียเวลาอ่านน้อยลง อ่านข้อความอื่นๆ ได้เยอะขึ้น
เนื้อหาในส่วนนี้มีประโยชน์มาก และมีเยอะกว่าที่ผมจดมามากๆ เดี๋ยวทางผู้จัดคงอัพโหลดสไลด์แจกครับ รอติดตามจากเว็บของงานละกัน
ลำดับถัดไปเป็นเรื่อง "การสร้างเครือข่ายธุรกิจผ่าน Twitter" โดยคุณธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย หรือ @mktmag กูรูด้านการตลาด เขียนหนังสือหลายเล่มและจัดรายการวิทยุช่วงบ่ายๆ ทุกวัน
ลีลาของคุณธันยวัชร์นั้นเล่าเป็นตัวหนังสือได้ยาก เพราะใช้น้ำเสียงและการเล่าเรื่องเป็นหลัก (มันมากครับ) ไม่เน้นสไลด์มากนัก อย่างไรก็ตามเนื้อหาที่คุณธันยวัชร์พูดก็ตามสไลด์ และสไลด์ก็จับประเด็นเข้มข้นจริงๆ ไม่มี noise มาเกะกะ ผมขอเล่าด้วย slideshow แทนนะครับ (ได้รับคำอนุญาตให้เผยแพร่จากคุณธันยวัชร์แล้ว)
ลำดับสุดท้ายก่อนเที่ยง เป็นประสบการณ์การใช้ Twitter ของดาราและเซเลบครับ ไม่มีเรื่องมาฝาก เราเน้นรูป
จากซ้าย @nuishow, @panraphee, @patee122, @kalamare, @dc_danai และ @ceemeagain
@panraphee ตัวจริงน่ารักมากครับ
@kalamare สาวคนดังแห่งยุคนี้
@ceemeagain หลายคนคงรู้จักกันดี
ช่วงบ่ายผมอยู่ไม่ครบ ถ้าใครไปช่วยเสริมข้อมูลด้วยครับ ตอนนี้หาสไลด์เจอแต่ของ @pawoot (@iannnnn และ @sugree ส่งสไลด์ในคอมเมนต์ด่วน!)
โดยส่วนตัวแล้วผมอยากให้มีงานลักษณะนี้เกิดขึ้นเยอะๆ (งานเชิงไอทีแบบเสียเงิน) เพราะมันจะช่วยอุดหนุนและค้ำจุนให้งานอยู่ได้ ไม่งั้นเราจะเจอแต่งานสัมมนาฟรีแอบขายของเต็มไปหมดแบบทุกวันนี้ บัตรแพงไม่แพงมันเป็นเรื่องของกลุ่มเป้าหมายมากกว่า ถ้ารู้สึกว่าบัตรแพงไปก็แปลว่าเราคงไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของงานนั้นๆ สำหรับงานนี้มีคนฟังหลายร้อย (กะด้วยสายตา ผมว่า 300++ แต่ต้องไปถามข้อมูลจากผู้จัดอีกครั้ง) ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี
สุดท้ายต้องขอบคุณ @iwhale เจ้าของงาน @oaddybeing แม่งานใหญ่ และทีมงานผู้จัดงานทุกๆ ท่าน ที่สร้างงานดีๆ แบบนี้ครับ










ตามมา +1 @panraphee
@kohsija
+1 @panraphee ไมค์ชัดดี
+1 reply บน
+1 reply ต่อมา 555+
@panraphee น่ารักมากครับ
อัลบัมรูปเล็กๆ ของผมครับ :: www.bank2u.net ::
น่าเสียดายที่พลาดงาน เพราะไปธุระตจว. ^^'
เจอตัวจริง @panraphee ตอนค่ำที่ #CODEFAIL ตัวเล็กน่ารักดีครับ
แต่ผมว่า เสน่ห์ของ @panraphee น่าจะเป็นการที่เป็นคนพูดจาฉะฉาน มั่นใจในทุกคำพูดของตัวเองนี่แหละ
http://sugree.com/node/526
@panraphee @ceemeagain นางฟ้าเด่นดุจดาว ^^
•Follow me ลักยิ้มทำไมมีแต่รูปใหญ่สาว ๆ 55
ผมรู้ใจผู้อ่านครับ
+1 ให้ mk
@kohsija
+1 mk ถูกใจรูปสาว ฮาๆ
+1 ด้วยอีกคน
+1
You have the greatest insight.
+1
เสียดายไม่ได้ไป ;P
@panraphee โฟกัสผิดไปอยู่ที่ไมค์นะ
เรื่องอย่างนี้ไม่ควรพลาด :P
LewCPE
+1
http://tomazzu.exteen.com
งานสนุกทั้ง 2 งานเลยครับทั้ง #twtcon และ #codefail ^ ^
ขอบคุณที่แบ่งปั่นประสบการณ์
ได้อ่านข้อความ @SatitTrang ว่า "เว็บ pm.go.th เป็นต้นแบบให้เว็บโครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งนำข้อมูลการลงทุนของรัฐบาลมาเปิดเผยให้เข้าถึงง่ายๆ"
คือว่าน่าจะทำเว็บรัฐบาล ด้วยน่ะครับ
ไทย - http://www.thaigov.go.th/index.aspx
อังกฤษ - http://www.thaigov.go.th/eng/
อย่าประชาสัมพันธ์แต่เว็บที่เป็นผลงานของตัวเอง
เพราะต่างชาติเอาไปวิจารณ์แล้วครับ The Ultimate Ugly Showcase of Current Government Websites
ปล. สไลด์ทั้งหมดมีขึ้นบนหน้าเว็บงาน #twtcon หมดแล้วครับ :)
<@mOkin>Every thing that has a beginning has an end.<mOkin/>
อยากเห็นรูป @pannitap มั่งง่าาาาาาาาาาาาา
New Blog! & My Elder Brother Blog
ขออนุญาตนะครับ เห็นหลายคน request.
Gallery @panraphee
http://panraphee.hi5.com/friend/photos/displayUserAlbum.do?ownerId=21526296&albumId=19423161
----------------------------------------------------------------------
Your life is in your own hands
ทำไม พาที ไม่นั่งให้เรียบร้อยเหมือน กาละแม
หรือ
ทำไม กาละแม ไม่นั่งให้เหมือน พาที
ของผมเพิ่งเขียนเสร็จครับ ขออภัยในความล่าช้า
» http://iannnnn.com/2009/971