มีเรื่องน่าคิดและชวนสงสัยมากครับจากประสบการณ์ตรงที่ได้ทำการทดลงว่า ทำไม Electronics Dictionary (หรือที่เรียกรวมกันง่าย ๆ ว่า Talking Dict) ของยี่ห้อที่ขายในไทยทุกวันนี้ ยิ่งทำยิ่งออกทะเลและห่างไกลฟังค์ชั่นที่เราได้ใช้จริงมากขึ้นเรื่อย ๆ
เรื่อง นี้คิดขึ้นมาได้หลังจากการเลือกดู Electronic Dictionary ของญี่ปุ่นยี่ห้อคาสิโอ อยู่ครับ ซึ่งรุ่นล่าสุดก็มีจอแยกไว้ให้เราเขียนตัวอักษรภาษาอังกฤษหรือภาษาญี่ปุ่นเพื่อหาศัพท์ พลิกจอซ้ายขวาแนวตั้งก็อ่านได้โดยจอหมุนตาม มีดิกแบบนู่นแบบนี่กี่เล่มก็ว่ากันไป แถมมี Body ให้เลือกตั้ง 6 สีด้วย ดูแล้วรู้สึกครับว่าหลาย ๆ ฟังค์ชั่นน่าจะนำมาใ้ช้ได้จริงและเอื้อประโยชน์ต่อการเรียนรู้ และสามารถค้นหาศัพท์ได้รวดเร็วตามคุณสมบัติหลัก ๆ ที่คนซื้อต้องการ ราคาตามร้านค้าทั่วไปของญี่ปุ่นรุ่นนี้ก็อยู่ราว ๆ 9,000 - 10,000 บาทครับ
แต่พอลองนึกย้อนแล้วหันกลับมามองยี่ห้อไทยเอง กลับกลายเป็นว่ามีการเติมคุณสมบัติไปมากมายเพื่อเน้นการขายซะจนละเลยคุณสมบัติจริง ๆ ของมันไปคือการค้นหาศัพท์หรือเปล่า
คือใช่ครับ การเติมจอสีหรือการเติมให้เล่นวิดีโอต่าง ๆ หรือ MP3 ได้มันก็น่าสนใจต่อการใช้งานดี แต่ทว่าสิ่งที่ผมพบตลอดระยะเวลาหลายปีในทุกยี่ห้อคือการใช้งานที่อืดขึ้น เรื่อย ๆ ต้องรอนานกว่าจะแสดงผลออกมาครับ ล่าสุดผมค้นพบครับว่า Talking Dict รุ่นล่าสุดที่มี Wi-Fi ให้เราใช้ได้ด้วย สนนราคา 13,900 บาท กลับต้องใช้เวลากว่า 3 นาทีกว่าจะเปิดเครื่องให้พร้อมใช้งานได้ = =" ยังไม่ทันต้องจิ้ม
ย้ำครับ 3 นาที ผมพิมพ์ไม่ผิด คือเรียกว่ากว่าจะหาคำแปลได้ทีนึงนี่หมดคาบกันพอดี
กลาย เป็นว่าผมรู้สึกอย่างนึงนะ ไม่รู้ใครจะคิดเหมือนกันบ้างหรือเปล่าว่า Electronics Dictionary รุ่นเก่า ๆ กลับใช้งานได้รวดเร็วและตรงกับวัตถุประสงค์ของการใช้งานมากกว่าด้วยซ้ำ แม้ว่าจะเป็นหน้าจอขาวดำก็ตาม รุ่นที่ผมใช้งานอยู่ปัจจุบันก็ใช้ของ Talking Dict ราคาประมาณ 5,000 บาทเมื่อ 5 - 6 ปีก่อนกลับใช้งานได้ดีและตรงตามวัตถุประสงค์ซะงั้น
จริง ๆ ยังไม่นับเรื่อง Interface ที่นับวันยิ่งทำให้สับสนมากขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงรูปลักษณ์ภายนอกที่ถอยลงไปเช่นกันครับ ลองเอาดิกชั่นนารี่แต่ละรุ่น ๆ มาวางเทียบกันได้เลย วอนผ่าน Blognone ให้นักออกแบบ + Programmer หรือใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ไปช่วยพัฒนากันหน่อยครับ เจ้านายยยยยยยยยยยยยย........ = o =
- 1779 reads

Comments
เห็นด้วย ควรจะพัฒนาด้าน data แทน
...
มันอยู่ที่คนซื้อครับ ว่าซื้อในฐานะของอะไร
สิ่งแสดงฐานะ พูดง่ายๆว่าเฟอร์นิเจอร์ชนิดหนึ่ง ใช้ไว้อวดว่าเรามี ไว้เท่ห์ๆ ทำโน่นได้มั้ย ทำนี้ได้มั้ย ดูวิดิโอได้มั้ย ท่องเว็บได้มั้ย
ใช้เพราะฟังก์ชันการทำงาน ก็ต้องพิจารณา ที่จำนวนฐานคำศัพท์ที่มี ความครอบคลุมของคำศัพท์ ชนิดของฐานข้อมูลให้มีใช้
แต่เอาจริงๆนะ ถ้าผมเป็น Casio ผมเห็น Nintendo DS เนี่ย ผมว่าไอ้นี่แหล่ะคู่แข่งผมมากกว่า ดังนั้นผมคงต้องพัฒนาฟีเจอร์ที่ ซอฟท์แวร์พจนานุกรมบน Nintendo ที่ยังไม่มีให้เร็วที่สุด
พูดถึง DS เจ้านายญี่ปุ่นผมใช้ dict ภาษาไทยบนไอ้เจ้า DS นี่แหละครับ
i = NulL
ผมเอง ยังใช้ leklekdict บนมือถืออยู่เลย เพราะมันค้นหาไว + ไม่ต้องพกอุปกรณ์อื่นๆ (เพราะรันบนมือถือ)
iPAtS
iPAtS
เพราะไม่ยอม port ออกมาเป็น software :P
ผมชอบเปิดดิคที่เป็นเล่มมากกว่า ถ้าให้เลือกระหว่างที่เป็นเล่มกับที่เป็น talking dict
13,000+ ดูเน็ตบุ๊กรุ่นถูกๆ จะดีกว่ามั้งครับ แล้วหาซอฟต์แวร์มาลงเอง ใช้ Lexitron ของเนคเทคก็ได้
พอเรียนจบแล้วก็ไม่ได้ใช้ศัพท์พิสดารทั้งหลายเหล่านั้นอีกเลย ทุกวันนี้อาศัยแปลบน lexitron กับ dict.longdo ก็พอ
แต่ก็เห็นด้วยครับ ว่าเครื่องสมัยนี้ ออกทะเลไปไกล
Kohsija
@kohsija
ผมว่ามันใกล้อวสานเต็มทีแล้ว เพราะเดี๋ยวนี้มือถือก็พอทำได้ (ถ้ามีเนื้อที่พอ ซึ่งสามารถลงในเมโมรี่การ์ดแทนก็ได้) ยิ่งพยายามพัฒนาตัวเองให้ทำได้หลายๆ อย่าง มันก็ยิ่งเข้าใกล้มือถือไปทุกที เพราะงั้นสำหรับผม มือถือก็พอแล้ว (ยิ่งถ้าอยู่จุดที่มี Wifi ผมใช้มือถือถาม "อากู๋" กะ "ป้าวิ" เอา สำหรับคำศัพท์ที่อยากรู้เกี่ยวกับมันเชิงลึก) ผมคิดว่าผมยอมให้มันช้ากว่าหน่อย (คิดว่ามือถือน่าจะช้ากว่า) แต่ผมไม่ต้องพกของเยอะแยะจะดีกว่า
เทคโนโลยีไม่ผิด คนใช้มันในทางที่ผิดนั่นแหละที่ผิด!?!
เทคโนโลยีไม่ผิด คนใช้มันในทางที่ผิดนั่นแหละที่ผิด!?!
ก็เกิดจากตัวเจ้าของโปรดักท์เอง ไม่เข้าใจในผลิตภัณฑ์ของตัวเองล่ะมั้ง แทนที่จะไปเสริมจุดเด่น ดันไปเพิ่มจุดด้อยให้ผลิตภัณฑ์ตัวเอง 55
แต่ตอนนี้ผมเริ่มสงสัยแล้วว่า พวก Dict พวกนี้เนี่ย เค้าออกแบบกันเองในประเทศ หรือไปจ้าง ODM ต่างประเทศผลิตแล้วใส่ Dict ภาษาไทยกันแน่ ?
ThaiGameDevX -- The First Game Developer Community in Thailand.
เป็นไปได้ว่า คุณอาจเป็นคนกลุ่มน้อยในกลุ่มเป้าหมายของเขา
ผมเดาเอาว่า คนซื้อส่วนใหญ่มีความคิดว่า ขอ feature เยอะๆ ไว้ก่อน
(เคยคิดเล่นๆ ว่า เติม function ให้มันโทรศัพท์ได้อีกอย่าง ก็จะกลายเป็น smartphone ไปเลย)
มันก็เลยออกมาอย่างที่เห็น
เห็นราคา 13,900 -
ผมว่าเอาเงินไปซื้อ netbook แล้วลงโปรแกรมดิคฯ เลย
จะคุ้มกว่ามั้ยครับ
การตลาด ต้องเข้าใจลูกค้าครับ ลูกค้าเป็นใคร ดูว่าอะไรเป็นปัจจัยที่คนใช้ตัดสินใจซื้อ
บางทีปัจจัยที่คนซื้อส่วนมาก อาจจะไม่ใช่เพราะว่ามันดีเหมาะสมก็ได้ คนซื้อไม่ได้เป็นคนที่มีความรู้ทุกคน เป็นเรื่องจิตวิทยาซะมากเหมือนกัน
อย่างคนรู้จักผมคนหนึ่ง บอกจะให้ผมซื้อให้เขาเอาอันที่แพงที่สุด มีเยอะที่สุด ทั้งๆที่จริงๆเยอะๆนี่ไม่ได้ใช้หรอก เขาซื้อความสบายใจของเขา เลือกอันแพงสุดจะได้ัชัวร์ เพราะความไม่รู้จึงได้กลัวเกินเหตุ
ตอนนี้เปลี่ยนมาใช้มือถือแทน http://dict.longdo.com/m/