Tags:

Dr Vinesh Oommen นักวิทยาศาสตร์จาก Queensland University of Technology's Institute of Health and Biomedical Innovation ได้ทำการวิจัยผลสำรวจเกี่ยวกับการจัดพื้นที่ทำงานของออฟฟิศสมัยใหม่กับผลของการทำงานและสุขภาพทั่วโลก ได้ผลออกมาเป็นผิดความคาดหมายมาก

ข้อสรุปจากผลสำรวจพบว่า 90% ของพื้นที่ทำงานแบบเปิด (คือมีห้องน้อยๆ ไม่มี pratition กั้นระหว่างพนักงาน) พนักงานจะมีความเครียดสูง, ความดันสูง, ผลการทำงานต่ำ และมีการลาออกสูงมาก

เหตุผลเกิดจากการไม่มีห้องส่วนตัวหรือ partition ทำให้มีเสียงรบกวนจากเพื่อนร่วมงานทำให้ไม่มีสมาธิในการทำงาน ซ้ำยังกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวเพราะคนอื่นจะเห็นและได้ยินตลอดว่าเราทำอะไรบ้าง ทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย ซ้ำยังทำให้เกิดปัญหากับเพื่อนร่วมงานได้ง่ายอีกต่างหาก นอกจากนี้ด้วยสภาวะแวดล้อมแบบเปิด ทำให้เชื้อโรคอย่างแพร่กระจายได้ง่าย เสี่ยงต่อโรคติดต่อเข้าไปอีก

Dr Oommen กล่าวว่าพื้นที่ทำงานแบบเก่า (แบบปิด มีพื้นที่ส่วนตัว) นั้นดีกว่าอยู่แล้ว แต่ว่าบริษัทมักจะหาทางลดค่าใ้ช้จ่าย ซึ่งออฟฟิศแบบเปิดจะลดต้นทุนการก่อสร้างสัก 20% และชาวออฟฟิศควรจะชั่งใจดีๆ กับออฟฟิศแบบเปิดครับ

ที่มา - News.com.au ผ่านทาง Joel On Software

Comments

By: shelling
ContributorWindows
shelling's blog
on 15/01/09 23:24 #81029 toggle
shelling's picture

ถ้าเป็นเวลานี้ ทำงานในออฟฟิศแบบเปิด ยังไงก็ดีกว่าไม่มีออฟฟิศให้ทำงาน (ไม่มีคนจ้าง)

แต่ถ้าเลือกได้ privacy เป็นสิ่งจำเป็นต่อจินตนาการครับ lol

By: latesleeper
Android
latesleeper's blog
on 15/01/09 23:32 #81033 toggle
latesleeper's picture

ผมรู้สึกเอาเองนะ<br/> ว่าผลวิจัยเหล่านี้มันจะกลับไปกลับมาอยู่เรื่อยๆ ตามยุคสมัย<br/> พอคนแห่ไปทำอะไรกันมากๆ เข้า ก็มักจะมีผลวิจัยทำนองค้าน<br/> ออกมาให้คนได้สังเกตกันว่า อ้าว มันชักจะเยอะเกินไปเสียแล้ว<br/> โดยการเอาสถิติในด้านลบมาให้ดูกัน<br/><br/> ตัวอย่างงานวิจัยพวกนี้ก็เช่น

  • กินผักเยอะๆ ร่างกายจะขาดโปรทีนที่ผักไม่สามารถให้ได้ VS. กินเนื้อสัตว์เยอะๆ ทำให้กรดในร่างกายเพิ่่ม ไม่สมดุล
  • งานที่ต้องยืนนานๆ ขณะทำงาน (เช่นพนักงานห้างฯ) นั้นทำให้สรีระเสีย ไม่เป็นผลดีต่อร่างกาย VS. การนั่งทำงานในออฟฟิศนานๆ เป็นผลเสียต่อร่างกายเช่นกัน
  • รับประทานชาเขียวต้านอนุมูลอิสระกันนะ มีขายตามตู้แช่ทั่วไป VS. ชาเขียวเย็นลดอนุมูลอิสระไม่ได้ นอกจากนั้นยังช่วยให้สารพิษเกาะตัวและอุดตันตามหลอดเลือดได้ง่ายขึ้น

หลังจากผลวิจัยนั้นออกมา คนก็จะแห่ไปทำอีกอย่างกัน<br/> จนผ่านคนไปสักชั่วอายุหนึ่ง แล้วเราก็จะกลับมากังวลกับ<br/> "สิ่งที่ยอดเยี่ยม ที่เราอุตส่าห์คิดทางหนีปัญหาเหล่านั้นมาเมื่อหลายปีก่อน"<br/> แล้วก็วิจัย ค้นพบว่าสิ่งตรงข้ามก็มีดี (บ่อยครั้งเราถูกจูงใจว่าดีกว่า)<br/> แล้วคนรุ่นนั้นก็กลับไปใช้อย่างนั้นแทน<br/><br/> แต่ก็โอเคล่ะ ผมก็รู้ล่ะว่าผลงานวิจัยเป็นแค่ทฤษฎี ไม่ใช่สัจพจน์เนาะ<br/> จะอ่านผ่านๆ ไม่เก็บมาใส่ใจมากครับ (ยกเว้นเรื่องโลกร้อน) ขอบคุณครับ


ซู่ซ่า ~♥(>◡<)♥

By: akiTheCrepe
akiTheCrepe's blog
on 15/01/09 23:54 #81041 Reply to:81033 toggle
akiTheCrepe's picture

จึงต้องมี "ทางสายกลาง" หรือ "มัชฌิมาปฏิปทา" ตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไงครับ

แวะมาเยี่่ยม Hi5 ของผม แอดเป็นเพื่อนกันครับ


My Multiply

By: natt_han
Symbian
natt_han's blog
on 16/01/09 10:42 #81127 Reply to:81041 toggle
natt_han's picture

งั้นสายกลางในกรณีนี้ คงต้องทำออฟฟิศ แบบมีแผงกั้นเลื่อนขึ้นลงได้ อาจจะกำหนด เวลาว่าช่วงเช้า ช่วงพักกลางวัน และช่วงก่อนเลิกงานให้เอาแผงกั้นลงนอกนั้นก็เอาขึ้น หรืออาจจะตามใจคนทำงาน อยากเอาขึ้นลงเมื่อไหร่ก็ได้ แต่แบบนี้ก็อาจจะมีคนที่เอาแผงขึ้นตลอดไม่ยอมเอาลง และถูกเพื่อนร่วมงานมองไม่ดีได้

By: oasys
oasys's blog
on 16/01/09 13:26 #81173 Reply to:81033 toggle
oasys's picture

รู้สึกคล้าย ๆ กันครับ

www.nonsiri.com


Youth of the nation

By: ABZee
ABZee's blog
on 17/01/09 1:14 #81268 Reply to:81033 toggle
ABZee's picture

ความจริงมันไม่กลับไปกลับมาหรอกครับ ความจริงมีเพียงหนึ่ง แต่บทสรุปหรือสมมุติฐานต่างหากที่มันผิดหรือเปลี่ยนแปลงไป

ปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นก็คือผู้คนสนใจแค่บทสรุป ไม่ได้เข้าใจเหตุผลหรือสมมุติฐานเหล่านั้นเลย แล้วนำไปปฎบัติแบบผิดๆถูกๆ

และผมว่าเรื่องโลกร้อนเองก็เช่นกันนะครับ ข้อสรุปหลายๆงานนั้นมีข้อสมมุติฐานที่อันตรายอยู่ เช่นเรื่องนำแข็งเรื่องขั้วโลกเหนือละลายมากกว่า"ทุกๆปี" เราก็ต้องมาตีความว่า"ทุกๆปี"นี่มันนับยังไง ทำไมถึงไม่นับไปไกลกว่านั้น

LongSpine.com


LongSpine.com

By: Wizard.
iPhoneWindows PhoneAndroidSymbian
Wizard.'s blog
on 15/01/09 23:54 #81042 toggle
Wizard.'s picture

ตอนอ่านหัวข้อนึกว่าพูกถึง โปรแกรม open office


...

By: tomazzu
Windows PhoneBlackberrySymbianUbuntu
tomazzu's blog
on 15/01/09 23:58 #81044 Reply to:81042 toggle
tomazzu's picture

คิดเหมือนกันเลย ..

http://tomazzu.exteen.com


http://tomazzu.exteen.com

By: xcession
iPhoneAndroidUbuntu
xcession's blog
on 16/01/09 0:26 #81051 Reply to:81044 toggle
xcession's picture

+1

By: 7ingN0ngN0i
7ingN0ngN0i's blog
on 16/01/09 8:04 #81083 Reply to:81042 toggle
7ingN0ngN0i's picture

+1

By: onimaru
SymbianWindows
onimaru's blog
on 16/01/09 10:16 #81116 Reply to:81042 toggle
onimaru's picture

+1


สิ่งที่เธอชอบมันจึงถูกและใช่ สิ่งที่เธอไม่ชอบมันจึงไม่ใช่และผิด

By: mokin
Contributor
mokin's blog
on 16/01/09 19:47 #81230 Reply to:81042 toggle
mokin's picture

อืม น่ะจะคำว่า สำนักงานดีกว่าน่ะ เขียนออฟฟิศแล้วหนึ่งถึงโปรแกรมเหมือนกันครับ

</mOkin™>มีความสุขที่พอดี กับชีวิตที่พอเพียง</mOkin™>


<@mOkin>Every thing that has a beginning has an end.<mOkin/>

By: Mayarine
Mayarine's blog
on 16/01/09 0:18 #81050 toggle
Mayarine's picture

ผลวิจัย บางแบบก็ไม่น่าเชื่อถือเท่าไรพวกเก็บสถิติสำรวจยังงี้ เก็บเฉพาะในแถบ ปท ใกล้ๆ ม (จะให้ดีควรเก็บทั้งโลก ทุก ปท)

By: Chengings
Contributor
Chengings's blog
on 16/01/09 0:31 #81053 toggle
Chengings's picture

ดีอย่างเสียอย่าง เห็นด้วยก็ตรงที่ไม่ค่อยส่วนตัวเท่าไหร่เนี่ยแหละ แต่ออฟฟิศแบบเปิดมันก็ดีตรงที่สามารถติดต่อเพื่อนร่วมงานได้โดยตรงเลย

หมาไฟ


หมาไฟ

By: pawinpawin
Writer
pawinpawin's blog
on 16/01/09 0:45 #81056 toggle
pawinpawin's picture

จริงๆ จะเอามา generalized ใช้กับคนไทยก็อาจจะลำบากนิดนึง เพราะส่วนใหญ่ออฟฟิศคนไทยชอบเม้าท์ข้ามโต๊ะกันบ่อยๆ อยู่คนเดียวอาจคันปากได้ :P ___________pawinpawin


pawinpawin | clinicalepi.com

By: demon69gt
demon69gt's blog
on 16/01/09 12:49 #81160 Reply to:81056 toggle
demon69gt's picture

+10000000000000 จริง โดยเฉพาะผู้หญิง

By: dafty
AndroidWindows
dafty's blog
on 16/01/09 2:21 #81065 toggle
dafty's picture

จริง 1000% ครับ ... เวลาทำงานในออฟฟิสแบบเปิดนี่ มันเสียสมาธิจริงๆ ... และถึงจะสามารถคุยกันได้ตรงๆ เรื่องงาน ก็ยังไม่เวิร์กอยู่ดีครับสู้คุยกันใน meeting หรือ email ให้เป็นเรื่องเป็นราวยังจะดีซะกว่า

By: thedesp
WriteriPhoneAndroidUbuntu
thedesp's blog
on 16/01/09 5:25 #81078 toggle
thedesp's picture

ทำไมไม่ใช้คำว่าพื้ีนที่ทำทางแทนออฟฟิศล่ะครับ

By: cloverink
iPhoneAndroidUbuntu
cloverink's blog
on 16/01/09 7:24 #81079 toggle
cloverink's picture

ต้องดูด้วยว่าเป็นงานแบบไหนครับ ถ้าเป็นงานต้องใช้หัวคิดสมาธิ ก็ถูก แต่ถ้าเป็นงานติดต่อ วิจัย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ก็คิดผิด

ผมชอบแบบปิดนะ แอบอู้ได้ หุหุ


i = NulL

By: iwat
iPhone
iwat's blog
on 16/01/09 7:37 #81081 toggle
iwat's picture

ผมว่าแบบเปิดก็ดีออก ทำงานไปคุยกันไปไม่ต้องลุกลุกมา ยิงมุขกันทั้งวันเลย (ไม่เครียดเหมือนงานวิจัย แต่สงสัยผลการทำงานแย่เหมือนเดิม)


// iWat :: it's me //

By: D.o.W
D.o.W's blog
on 16/01/09 10:03 #81112 toggle
D.o.W's picture

หากผ่านการทำงานมาหลายที่จะเข้าใจโลก คนที่วิจัยเขาเป็นแบบฝรั่งก็เลยคิดว่าออฟฟิศแบบปิดจะดีกว่า แต่หากคนเคยทำงานกับที่ทำงานแบบเอเซียที่ไม่มีเชื้อฝรัง จะไม่ค่อยยอมเสียเงินมากนักกับการแบ่ง partition กั้นห้องก็กั้นไปเลย แต่ถ้าเป็นออฟฟิศแบบฝรั่งหรือค่อนข้างอินเตอร์จะแบ่ง partition กัน เอาแบบง่ายๆลองนึกถึงภาพเวลาเราดูออฟฟิศของอากู๋(google) สิเรารู้สึกว่าแปลกไหม จะไม่ค่อยเจอออฟฟิศแบบนี้ในคนเอเซียเท่าไร วัฒนธรรมมันต่างกัน ฝรั่งเขามีความเป็นตัวของตัวเองมาก เขาเลยอยากมีอะไรมากั้น แต่คนไทย partition เป็นอุปสรรคต่อการ mount และการแย่งหนมกิน

By: thep
Writer
thep's blog
on 16/01/09 10:28 #81121 Reply to:81112 toggle
thep's picture

สงสัยผมจะเป็นพวกฝรั่งมั้ง เลยชอบออฟฟิศที่เป็นส่วนตัว อย่างน้อยก็ขอสมาธิในการคิดหน่อย ยังไม่มือโปรพอที่จะทำไปเมาท์ไปได้ หรือบางทีต้องไปดูโค้ดของคนเมาท์ไปเขียนโปรแกรมไปเนี่ย แกะของทั่นไม่รู้เรื่องเลยเหมือนกัน โค้ดมันยุ่งเหยิงจนรู้สึกว่ามันทำงานได้ด้วยปาฏิหาริย์มากกว่าเจตนา

หรือถ้าไม่คิดอะไรมาก ทำงานในออฟฟิศไทย ๆ ที่นั่งเมาท์แตกกันทั้งวันก็เพลินดีนะ แต่จะเครียดมากพอถึงเวลารายงานความก้าวหน้า ฮ่ะ ๆ

By: dafty
AndroidWindows
dafty's blog
on 16/01/09 11:35 #81135 Reply to:81112 toggle
dafty's picture

อุปสรรคใหญ่หลวงคือการปิดกั้นการเหล่สาว (แต่ก็มีข้อดีคือ เราสามารถเดินไปจีบได้โดยไม่ต้องแคร์สายตาใคร)

By: demon69gt
demon69gt's blog
on 16/01/09 12:54 #81161 Reply to:81135 toggle
demon69gt's picture

อย่าจินตนาการจนเกินเลยว่าสาวในออฟฟิศจะเป็นสาวสวยรวยเสน่ห์ ส่วนใหญ่มีลูกมีสามีหมดแล้วล่ะ ที่เหลือโสดอายุ 35 ขึ้น ส่วนมากจะ 40 แต่ละคนงี้ปากคันจริงๆ เฮ้อ นานๆ จะได้ระบายความอัดอั้นในใจซะที

By: demon69gt
demon69gt's blog
on 16/01/09 12:46 #81158 toggle
demon69gt's picture

เห็นด้วยอย่างมาก ที่บริษัทผมเหมือนกับห้องเรียน หลายแผนกรวมอยู่ในห้องเดียว ตั้งโต๊ะทำงานหันหน้าไปทางกระดานดำ(เทียบเคียง) มีโต๊ะหัวหน้าอยู่ด้านข้างคอยดูว่าพนักงานทำอะไรกัน ห้องก่อนหน้าและห้องถัดไปเหมือนกันแต่กั้นด้วยกระจกใส คนจะมองเห็นหมดถ้าอยู่ห้องสุดท้ายและมองไปยังห้องแรกสุด ทำงานเครียดมาก เสียงจ๊อกแจ๊กจอแจดังขรม แถมมีพนักงานในออฟฟิศส่วนใหญ่เป็นหญิง เรื่องขี้อิจฉานินทาอย่าให้บอกเชียว

การจัดห้องทำงานลักษณะนี้เป็นสไตล์ญี่ปุ่น เขาจะอนุรักษ์วิธีการเดิมๆ ไว้ จะไม่เปลี่ยนแปลงสไตล์ ถึงจะมีคนแนะนำว่าไม่ดีอย่างไรเขาก็จะไม่ยอมรับ (ชาตินิยมเสียจัง)

เวลาทำงานที่ต้องใช้ความเงียบและสมาธินี่หาไม่ได้เลย ต้องเอาหูไปนาเอาตาไปเลยคิดเสียว่าไม่ได้ยินอะไร หรือไม่ก็เอาหูฟังมาอุดหูแล้วฟังเพลงไป

By: ezy
ezy's blog
on 16/01/09 17:54 #81217 toggle
ezy's picture

สำนักงานของเล็กนุ่มเท่าที่เคยเห็นภาพถ่าย ห้องทำงานเขาเป็นห้องกระจกที่เลื่อนพาร์ทิชั่นขยายห้องไปมาได้นะ (ทางสายกลาง?)

ezybzy.info blog


ezybzy.info blog

By: Jedt3D
iPhoneWindows PhoneAndroidUbuntu
Jedt3D's blog
on 16/01/09 18:49 #81224 toggle
Jedt3D's picture

ฮาดีครับ

ผลการวิจัยเผย 'ออฟฟิศแบบเปิด' (!= OpenOffice) ทำให้ผลการทำงานแย่

ออฟฟิศแบบเปิดโล่ง :D

-- Flex | Java | REALBasic --


-- Ruby, Sinatra, Rails, Java, ASP.NET MVC, NoSQL, Real Studio --

By: ABZee
ABZee's blog
on 17/01/09 1:17 #81269 Reply to:81224 toggle
ABZee's picture

ตอนแรกผมก็เข้าใจแบบนี้เหมือนกันเลย

LongSpine.com


LongSpine.com

By: isunsunsun
isunsunsun's blog
on 23/01/09 2:26 #81936 Reply to:81269 toggle
isunsunsun's picture

นึกว่าแปล OpenOffice เป็นภาษาไทยเหมือนกันครับ

เหอ ๆๆๆ

By: Kerberos
Android
Kerberos's blog
on 16/01/09 19:55 #81232 toggle
Kerberos's picture

เห็นด้วยครับ

สำหรับผมแค่ในมุมสายตาไม่มีอะไรมากวนสมาธิ ก็พอใจแล้ว เลยต้องหาอะไรมาบังไว้ ส่วนเรื่องเสียงถ้าได้ยินคนอื่นคุยกันแล้วจะรู้สึกรำคาญมากๆ เลยต้องหาเพลงมาฟังไว้ตลอด

ไม่ตายไม่เลิก


#Utthawit ไม่ตายไม่เลิก

By: fortissimo
fortissimo's blog
on 16/01/09 22:37 #81256 toggle
fortissimo's picture

เคยทำงานมาสองที่ครับ เป็นที่ทำงานแบบเปิดโล่ง มีพาร์ติชั่นกั้นแค่ระหว่างทีม มีห้องให้ระดับหัวหน้าเท่านั้น เหมือนกันทั้งสองที่

แต่รู้สึกว่าตอนทำที่แรกอยากได้พาร์ติชั่นมากๆ เพราะเสีบสมาธิกับสิ่งรอบข้างจนไม่เป็นอันทำงาน เพราะงานส่วนใหญ่จะเป็นงานเอกสาร หรือตัวเลข

แต่ในขณะมาทำที่ใหม่ เป็นสำนักงานขนาดเล็กกว่ามาก กลับไม่รู้สึกว่าอยากได้ ชอบซะอีกเพราะว่ามีอะไรอยากถามใครก็ถามได้เลย ก็มีบ้างที่บางครั้งต้องการสมาธิในขณะที่คนอื่นคุยกันอยู่ แต่ก็ไม่บ่อยนักเพราะว่ามีคนไม่เยอะ

เลยคิดเหมือนคุณ cloverink ว่าคงขึ้นอยู่กับลักษณะงานด้วยซะมากกว่า

By: tomyum
ContributorAndroidWindows
tomyum's blog
on 18/01/09 10:03 #81389 toggle
tomyum's picture

จากความเห็นส่วนตัวคิดว่าห้องทำงานแบบทีมเล็ก 3-6คน หันหลังให้กันทำงานง่ายนะครับ เพราะอยากคุยขอความเห็นกัน ก็หันหลังไปเรียกมาดูหน้าจอได้เลย ดีกว่าหันหน้าชนกัน ตอนนี้อยู่ห้องแยก เวลาจะเรียกลูกน้องมาคุยขอความเห็นรู้สึกรบกวนเขามาก จะยกทั้งจอไปก็ไม่สะดวก จะอัพขึั้นแชร์พ้อยคุยกันก็เกินไปจะพิมพ์ก็เปลืิองกระดาษ เพราะเป็นงานครึ่งๆกลางๆ แต่เวลาทำงาน (80%) ก็มีสมาธิดีนะครับ \(@^_^@)/ M R T O M Y U M


\(@^_^@)/ my Google+ M R T O M Y U M

By: wiennat
Writer
wiennat's blog
on 18/01/09 10:20 #81391 toggle
wiennat's picture

ทำไมผมอ่านเป็นออฟฟิศแบบ เป็ด

onedd.net


onedd.net