IBM มีธรรมเนียมที่จะออกมาพยากรณ์แนวโน้มเทคโนโลยีเป็นประจำทุกปี ผ่านการจัดอันดับที่เรียกว่า "Five in Five" หรือ 5 เทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเราในอีก 5 ปีข้างหน้า
สำหรับปี 2011 มีดังนี้
- เก็บสะสมพลังงานที่เราสร้างขึ้นเองแล้วนำมาใช้ในบ้าน เช่น ความร้อนจากคอมพิวเตอร์ พลังงานจากการเดินหรือการปั่นจักรยาน ซึ่งเกิดขึ้นได้เพราะเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนพัฒนากว่าเดิม
- ถึงเวลาเลิกใช้รหัสผ่าน แล้วเปลี่ยนมาใช้การแยกแยะด้วยชีวภาพแทน เช่น สแกนนิ้วมือหรือใบหน้า แยกแยะด้วยเสียง ซึ่งอีก 5 ปีเทคโนโลยีน่าจะพัฒนาจนอยู่ในขั้นใช้งานจริงและแพร่หลาย
- การสั่งงานด้วยจิตใจ เทคโนโลยีการต่อเชื่อมกับสมอง เพื่อใช้ความคิดสั่งงานน่าจะเกิดขึ้นได้จริงแล้ว โดยน่าจะเริ่มใช้จากวงการเกมและบันเทิงก่อนเพื่อน
- ปัญหา digital divide เริ่มหมดไป ปัญหาช่องว่างการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล จะถูกอุดด้วยเทคโนโลยีมือถือที่แพร่หลายอย่างรวดเร็ว และ 80% ของประชากรโลกจะใช้งานมือถือได้ในอีก 5 ปี นอกจากนี้ เทคโนโลยีการสั่งงานด้วยเสียงจะช่วยให้คนเข้าถึงเทคโนโลยีได้มากขึ้น
- สแปมจะกลายเป็นอีเมลที่เราต้องสนใจ เพราะการส่งอีเมลโฆษณาสินค้าแบบหว่านจะเริ่มหมดไป เปลี่ยนเป็นการประชาสัมพันธ์แบบเจาะกลุ่มที่แม่นยำและตรงกับความสนใจของลูกค้ามากขึ้น ในอีกด้าน ตัวกรองสแปมก็จะเก่งขึ้นจนกรองสแปมได้เกือบหมด
ที่มา - IBM Press




Comments
มีแต่สั่งงานด้วยจิตใจที่ยัง ไม่ค่อยเห็นเป็นตัวเป็นตนเท่าไร...
หูแมวของญี่ปุ่นไง
มีที่พอจะดูได้น่ะ Project Black Mirror หรือ สั่งการ Siri ใน iPhone ได้ด้วยความคิด
ลายเซ็นถูกระเบียบครับ
มันเป็นโปรเจ็คระดับปริญญาตรีที่เมืองไทยแล้วครับ เข้าใจเอาเองว่าผู้แปลพยายามแปลให้ดูตื่นเต้น ถ้าอ่านต้นฉบับจริง ๆ มันแค่นี้เองครับ Scientists in the field of bioinformatics have designed headsets with advanced sensors to read electrical brain activity that can recognize facial expressions, excitement and concentration levels, and thoughts of a person without them physically taking any actions.
เลิกใช้รหัสผ่าน นึกถึง MI ตู้โทรศัพท์สาธารณะกับโบกี้รถไฟยังมีแสกนม่านตาเลย
จากนั้นก็จะมีการฆ่าควักลูกตา, ตัดนิ้ว เพื่อเปิดเซฟในบ้าน -0-"
ผมว่ายังไงรหัสผ่านมันก็ยังต้องมีอยู่นะ เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้มากขึ้น
เพราะการมีสิ่งยืนยันตน 2 อย่างคือ What you know (password) กับ What you are (Bioinformatic) ย่อมแข็งแรงกว่าการใช้แค่อย่างเดียวอยู่แล้ว
สั่งงานด้วยจิตใจและสแปมหมดไป สองข้อนี้ผมว่าเป็นไปไม่ได้ในอีกห้าปี
Gingerbread
..สแปมหมดไป.. สิบปีก็ไม่ได้ครับ คงได้แค่เกือบอย่างที่เขาคาด
สแปมน้อยลงโดยเปลี่ยนเป็น data minding ก็ไม่ได้ดีกว่ากันหรอก -_-
^^
สั่งงานด้วยจิตใจ ผมว่าน่าจะความหมายเดียวกับสั่งงานด้วยสมองรึเปล่าครับ ถ้าใช่ ก็มีทางเป็นไปได้ เคยดูสารคดีต่างประเทศ เค้ามีมือเทียมสำหรับคนพิการ จะขยับมือ หรือขยับนิ้ว ก็ใช้การสั่งการจากคลื่นสมอง
เร็วๆ นี้เพิ่งเห็นข่าวมือเหล็กที่เค้าใช้คนแขนขาดมาสั่งการนิครับ ผมว่าเป็นอะไรที่ยากมากเลยน่ะ แขนขาดแล้วต้องมาจินตนาการขยับนิ้วเนี่ย ไอ้เรามันมีแขนอยู่เราสั่งล่ะง่ายมากเลย
แต่คนไม่มีแขนเนี่ยสิ - -" ขนาดตอนนี้เรามีมือ เราอยากสั่งให้มันขยับ เรายังไม่รู้เลยว่ามัน ขยับ กุ๊กกิ๊กๆๆ ยังไงเลย
ใช้ชีวิตไปอีกสักนิด เดี๋ยวก็คิดได้ครับ
ดู VDO แล้วไม่ค่อยน่าสนใจเท่ากับ Microsoft Future Vision เลย
OXYGEN2's Blog
anti spam พัฒนาไปแค่ไหน
spam มันจะพัฒนาไป ×1.2 เท่า