Tags:

เว็บ The Register ได้ไปพบกับ Scott McNealy ซีอีโอของซันตั้งแต่ปี 1985 มาจนถึงปี 2006 ก่อนหน้า Jonathan Schwartz จะเข้ามารับตำแหน่งและขายบริษัทให้กับออราเคิลไปในปีนี้ในบทสัมภาษณ์ McNealy ได้เล่าถึงความสำเร็จและความล้มเหลวของซัน โดยประเด็นหนึ่งที่สำคัญคือซันกับโอเพนซอร์ส

คำถามที่ The Register ถามกับ McNealy คือบทเรียนที่ได้จากความผิดพลาดของซันนั้นคืออะไร และ McNealy ตอบว่า "เอาใจผู้ถือหุ้นของคุณก่อนเสมอ"

คำตอบนี้อาจจะทำให้หลายคนแปลกใจ เพราะซันเองเป็นมิตรที่ดีกับโลกโอเพนซอร์สเสมอมา แต่ McNealy ระบุว่าในช่วงท้ายๆ ของบริษัท ซันอาจจะเอาใจชุมชนและพยายามโอเพนซอร์สทุกอย่างมากเกินไป เขาพูดถึงการที่ออราเคิลใช้สิทธิ์ในจาวาและโอเพนซอร์สของซัน การที่เราเป็นบริษัทมหาชน มีหน้าที่ต้องตอบคำถามว่าจะสร้างมูลค่าสูงสุดให้กับผู้ถือหุ้นได้อย่างไร และจะสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานให้กับพนักงานได้อย่างไร

แต่เมื่อมาถึงประเด็น Solaris เขากลับระบุว่าซันนั้นโอเพนซอร์ส Solaris ช้าเกินไป ทำให้ลินุกซ์เข้ามาครองโลกซอฟต์แวร์เปิดได้อย่างเบ็ดเสร็จ แทนที่จะเป็นซัน โดยความตั้งใจของซันที่จะโอเพนซอร์ส SunOS มาตั้งแต่แรก แต่ AT&T กลับพยายามรักษาซอร์สโค้ดของตัวเอง จนซันซึ่งใช้สิทธิ Unix จาก AT&T ต้องยอมปิดซอร์สตาม และใช้เวลาอีกหลายปีกว่าซันจะจัดการเรื่องลิขสิทธิ์ของ Unix หมดลงจนเปิดซอร์สโค้ดได้ หากซันสามารถจัดการเรื่องนี้ได้ตั้งแต่แรก ซันน่าจะครองส่วนแบ่งและทำได้ดีกว่านี้ในโลก Unix

ยังมีประเด็นอื่นๆ ในบทสัมภาษณ์ยาวสี่หน้า ทั้งเรื่องการควบรวมบริษัท, ประวัติอันรุ่งโรจน์, ตลอดจนประเด็นไมโครซอฟท์และ x86 ถ้าภาษาอังกฤษแข็งแรงพอแนะนำให้อ่านครับ

ที่มา - The Register

Comments

By: DesertWasabi
iPhoneWindows PhoneAndroidUbuntu
DesertWasabi's blog
on 09/12/10 0:10 #239133 toggle
DesertWasabi's picture

เร็วไปหนึ่งปีอาจจะดีกว่าช้าไปหนึ่งปี


ชอบสิ่งใดนั้นชอบได้ แต่อย่าให้กลายเป็นการหลงไหลมัวเมายึดติด จนเกรียนใส่ผู้อื่น

By: bitworld
AndroidUbuntuWindows
bitworld's blog
on 09/12/10 9:56 #239187 toggle
bitworld's picture

จนซันซึ่งใช้สิทธิ Unix จาก AT&T ต้องยอมปิดซอร์สตาม จนซันซึ่งใช้สิทธิ Unix จาก AT&T ต้องยอมเปิดซอร์สตาม

กว่าซันจะจัดการเรื่องลิขสิทธิ์ของ Unix หมดลงจดเปิดซอร์สโค้ดได้ กว่าซันจะจัดการเรื่องลิขสิทธิ์ของ Unix หมดลง จนเปิดซอร์สโค้ดได้

ผมมันพวกอ่านเร็ว ตอนแรกอ่านตรงพารากราฟสุดท้ายเป็น จัดการลงหมดจด เฉย

เสียดาย Solaris เหมือนกันครับ เคยว่าจะลองศึกษาดูสักหน่อย แต่ตอนนั้น Linux มาแรงเหลือเกิน ถ้าจำไม่ผิดตอนนั้นคงมี Mandrake, Redhat, SuSe แค่สามตัวนี้ก็เล่นจนมึนไปหลายรอบแล้ว

By: ds2kGTS
Windows PhoneAndroidSymbianUbuntu
ds2kGTS's blog
on 11/12/10 12:25 #239970 Reply to:239187 toggle
ds2kGTS's picture

จนซันซึ่งใช้สิทธิ Unix จาก AT&T ต้องยอมปิดซอร์สตาม

อันนี้ถูกแล้วครับ

By: bean3g
Windows PhoneUbuntu
bean3g's blog
on 09/12/10 11:34 #239236 toggle
bean3g's picture

OpenSolaris ทั้งแข็ง ทั้งกินแรม ติดตั้งครั้งเดียว ลบทิ้งอย่างไว ชอบ Windows, Linux มากกว่า

By: pongcx
pongcx's blog
on 09/12/10 12:00 #239247 toggle
pongcx's picture

ถ้า Sun ยังคงเป็นแบบ SunOS 4.x (BSD UNIX) ไม่เปลี่ยนจาก X-View ไปเป็น CDE (window ที่ใช้เทคโนโลยีแบบ Java อีกทั้งยังเป็น irregular window คือ window เป็นรู้ต่างๆได้ไม่จำเป็นต้องเป็นสี่เหลี่ยม และ Synchronize ระหว่าง windowได้โดยควบคุมง่ายมาก) สนใจในการทำภาษาต่างชาติอย่างจริงจัง แล้วก็ซ่อนความเป็น UNIX และสร้าง UI แบบ Silicon Graphic และ Mac. ตอนนี้มีโอกาสกลับมาถ้าวิศวกรออกจาก Oracle มาสร้างบริษัทใหม่ สร้างภาษาแบบ Java เป็น Kava แล้วใช้ Kava processor ทำใหเร็วขึ้นและปลอดภัยขึ้น แล้วนำเสนอแบบคอมพิวเตอร์แบบกระดาษอิเลคโทรนิคส์ ใช้ OS แบบ Chrome OS. วิศวกรของ Sun เก่ง Java เป็นภาษาที่ดีมากและคนยังใช้เยอะ อาจมาแข่งกับ Apple และ Android ได้อย่างสนุก เนื่องจาก programmer ภาษา Java มีมาก แต่คงต้องเปลี่ยนเป็น Kava เพราะลิขสิทธิ์กลายเป็นของ Oracle ไปแล้ว

By: Iterator
Android
Iterator's blog
on 09/12/10 14:04 #239283 toggle
Iterator's picture

ประเด็นไม่ใช่อยู่ที่เปิดมากหรือน้อยเกินไป

แต่ขาดโมเดลในการหาเงินที่ดี มี บ ที่หากินกับ open source สำเร็จเยอะแยะไป

ก่อนจะโดนซื้อ ใครเคยได้สัมผัสมาบ้างคงพอเข้าใจ product & service ของ sun เลื่องชื่อในด้าน ...