รายงาน FOWA 2007 วันที่สอง

tags:

รายงาน FOWA วันที่สอง (วันแรก) ไม่ต้องพูดอะไรกันมากแล้ว กดเข้าไปอ่านกันได้เลย

Docking at ExCel

แถวศูนย์ประชุมเป็นท่าเรือเก่า เรียกว่า Dockland ยังเห็นซากอารยธรรมอยู่บ้าง

วันที่สองตอนเช้าค่อนข้างหงอยเหงา คนเหลือแค่ 1 ใน 3 ซึ่งเหตุผลก็ง่ายมาก เพราะเมากันหมดนั่นเอง (เผอิญเราบ้านไกลต้องรีบกลับเดี๋ยวรถไฟหมด) คนดูทยอยมากันตอนสายๆ พอใกล้เที่ยงก็เต็มเหมือนเดิม

The Future of Web Startups

โดย Paul Graham จาก Y Combinator

Paul Graham @ FOWA

session นี้ว่าด้วยเรื่องของ startup หรือบริษัทเว็บหน้าใหม่ โดยพูดถึงแนวโน้มของอุตสาหกรรมในภาพรวม รูปข้างบนนี่หน้าตาคนพูด ชื่อว่า Paul Graham เป็นนักลงทุนพวก Venture Capital (ต่อจะไปย่อ VC) ประวัติก็ดูเอาเองตามลิงก์

Paul Graham ตั้งข้อสังเกต 10 ข้อเกี่ยวกับ startup ครับ

ข้อ 1 คือมี startup จำนวนมาก เพราะลงทุนต่ำ อันนี้สั้นๆ

Paul Graham @ FOWA

ข้อ 2 พอมีเยอะแล้วก็จะมั่ว ดังนั้นต้องมีการจัดระเบียบ (standardization) โดยมากเป็นระเบียบปฏิบัติด้านการขอทุนจาก VC แต่ Paul ก็บอกว่าอนาคตเราคงเห็นซอฟต์แวร์สำหรับจัดการ startup มากขึ้น

ข้อ 3 เกิดความคาดหวังแนวใหม่สำหรับการซื้อกิจการ เนื่องจากว่าการเข้าซื้อกิจการเว็บของยักษ์ใหญ่ในช่วงหลัง จึงเกิดธรรมเนียมว่าถ้าเจอบริษัทน่าสนใจก็ควรรีบซื้อไว้กันคู่แข่งชิงซื้อตัเหน้า ทั้งๆ ที่ตัวบริษัทเองนั้นก็มีศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์แบบเดียวกันได้ Paul ยกตัวอย่างว่าพนักงานของ Google นั้นเรียกว่าแทบพัฒนาอะไรก็ได้ แต่กูเกิลมองว่าเป็นการลงทุน และนั่นเป็นโอกาสของเรา

ข้อ 4 เกิดความเสี่ยงเพิ่มขึ้น และจะมากกว่าฟองสบู่ดอตคอมตอนปี 1999 อย่างไรก็ตาม high risk, high return สำหรับบรรดานักลงทุน (พวกเจ้าของกิจการจะระมัดระวังมากกว่านักลงทุน เพราะนั่นคือทั้งหมดที่มี)

Younger, Nerdier Founders

ข้อ 5 เจ้าของกิจการไม่ต้องเสนอแผนธุรกิจให้ VC ตั้งแต่แรกอีกแล้ว แต่กลายเป็นขอยืมเงินตั้งต้นจากญาติพี่น้องมาเริ่มธุรกิจได้เลย พอมียอดคนดูก็เอาอันดับใน Alexa เดินเข้าไปหานักลงทุน

Still Need Silicon Valley?

ข้อ 6 ในเมื่อเทคโนโลยีเอื้อให้ทำงานที่ไหนก็ได้ คำถามจึงเกิดขึ้นว่า Silicon Valley ยังจำเป็นหรือไม่ คำตอบก็คือทั้งจำเป็นและไม่จำเป็น ถึงแม้การทำงานจะทำที่ไหนก็ได้ แต่ก็ควรมีสถานที่กลางไว้เป็น startup hub อยู่

คำแนะนำของ Graham คือช่วงแรกให้เริ่มกิจการจากที่ไหนก็ได้ จากนั้นถ้าทำขึ้น ช่วงที่ยังมีคนไม่มากแค่ 2-3 คน ถือว่ามีความคล่องตัว (mobility) ในการย้ายงานสูง ให้ย้ายเข้าไป Silicon Valley เพื่อหวังความรู้ในการดำเนินธุรกิจและใกล้แหล่งทุน

ในมุมกลับกัน ฝั่งนักลงทุนเองก็มีความสามารถในการเคลื่อนย้ายเงินทุนมากขึ้นด้วย ทำให้ธุรกิจ VC ยกระดับจากธุรกิจท้องถิ่น (เฉพาะ Silicon Valley หรือบางเมืองในสหรัฐ) มาเป็นธุรกิจระดับชาติหรือข้ามชาติมากขึ้น ซึ่งเป้าหมายของนักลงทุนก็คือยุโรป จีน และอินเดีย

ข้อ 7 VC ต้องพัฒนากระบวนการคัดเลือก startup เพราะมีตัวเลือกมากขึ้น ปัจจุบันไม่มีขั้นตอนแน่ชัด แล้วแต่ว่า VC จะไปหากฎเกณฑ์มาตัดสินใจกันเอง ในอนาคตอาจจะมีตำแหน่ง Chief Acquisition Officer ทำหน้าที่เลือกบริษัทและทำดีลทั้งหมด

อนาคตบทบาทของ CIO จะเปลี่ยนไป กลายเป็นมองหาเทคโนโลยีจากข้างนอกเข้ามาในบริษัท ส่วนหน้าที่ด้านไอทีภายในจะไปอยู่กับ VP ฝ่ายเทคนิคแทน

ข้อ 8 อนาคตคนจะเลิกเรียนมหาวิทยาลัย (drop out) กันมากขึ้น เพราะการเปิด startup นั้นไม่ขึ้นกับปริญญา (แถมแอบเชียร์ให้คนในห้องสัมมนา drop out กันให้หมด)

ข้อ 9 ถึงคู่แข่งจะมาก แต่ไม่ได้แปลว่าโอกาสจะน้อยลง เพราะ startup ที่สำเร็จมีได้ไม่จำกัด แต่ตำแหน่งพนักงานกินเงินเดือนมีจำกัด (คมมาก)

ข้อ 10 เทคโนโลยีจะก้าวหน้าเร็ว เพราะการที่คนมีไอเดียได้ลองลงมือทำจริง ก็จะทำให้รู้ว่าอะไรใช้ได้ใช้ไม่ได้

ปิดท้าย Paul Graham บอกว่าปัญหาของบริษัทใหญ่ที่ควรแก้คือฝ่ายการตลาดมักจะเป็นห่วงภาพลักษณ์บริษัท และคอยสกรีนผลิตภัณฑ์ที่จะออกสู่ตลาด บริษัทอาจพัฒนาผลิตภัณฑ์สัก 10 อย่างแต่มีแค่อย่างเดียวได้ออกจำหน่ายจริง ถ้าเปลี่ยนเป็นออกมาเยอะๆ ก็จะดีไม่น้อย ไม่ต้องห่วงภาพลักษณ์มากเพราะว่าสุดท้ายคนจะจำแต่สิ่งที่สำเร็จได้อยู่ดี สู้ออกมาเยอะๆ เพื่อเพิ่มโอกาสสำเร็จดีกว่า

mk's picture

Sponsor: Predicting The Future of Web Apps

โดย Edwin Aoki จาก AOL

AOL Developer Network @ FOWA

รายการสปอนเซอร์อีกแล้ว คนจาก AOL มาพูดแนวโน้มธุรกิจ มีแอบกัด Larry Ellison เรื่อง NC ว่ามันก็เกิดขึ้นจริงตามที่ Ellison ทำนายนั่นแหละ แค่เปลี่ยนจาก NC เป็นโทรศัพท์เท่านั้นเอง

IMG_0015.JPG

IMG_0016.JPG

iPhone ชิดซ้ายมาเจอมือถือเครื่องนี้

IMG_0018.JPG

คำแนะนำจาก AOL ก็คือ

  • ให้เริ่มต้นจากเล็กๆ
  • ใช้ของที่มีอยู่แล้ว และได้รับความเชื่อมั่นพอสมควร

IMG_0020.JPG

(สังเกตว่าหลายๆ คนจะพูดถึง S3 ครับ ผมคิดว่าได้เวลาหันมามองกันแล้วล่ะ)

  • พยายามเป็นแพลตฟอร์มเปิดเข้าไว้
  • อันสุดท้ายคือเทคโนโลยีไปเร็วกว่าสังคมเสมอ ดังนั้นใช้อย่างระมัดระวัง
mk's picture

Developer: Web app do’s and don’ts - Practical lessons we learned

โดย Leah Culver จาก Pownce

เนื่องจากเสียงตอบรับของคนแถวนี้ดีมาก ผมเลยตัดสินใจไปจองที่ทำเลเหมาะๆ เพื่อถ่ายสไลด์ของ Leah Culver มาทุกหน้า จะโพสต์ทั้งหมดก็ใช่ที่ รบกวนเข้าไปที่สไลด์แรก แล้วอ่านตามลำดับได้เลย (อู้สุดๆ)

Leah Culver at FOWA 2007

Leah Culver

Pownce Session @ FOWA

กดเข้าไปอ่านสไลด์แรกได้เลยครับ

ข้อมูลนอกสไลด์: Pownce ใช้เวลาพัฒนา 3 เดือน และใช้เงินลงทุนหลักหมื่นดอลลาร์

sukita's picture

มี slide online ของ Leah แล้วที่นี่นะครับ http://www.leahculver.com/2007/10/08/pownce-lessons-learned-fowa-2007/

ปล. โทษทีครับ ไม่เห็นว่ามี link อยู่แล้วข้างล่าง

bow_der_kleine's picture

ช่วงนี้ผมกำลังตามอ่านงานของ Paul Graham อยู่ เรื่อง The Future of Web Startups ผมก็เพิ่งอ่านไปเมื่อวานพอดี อะไรจะเหมาะเจาะขนาดนั้น

ผมว่า Paul Graham เป็น Hacker ที่มีแนวคิดที่น่าสนใจมากคนหนึ่ง ใน Essays ของลุง Paul ได้อธิบายอะไรหลาย ๆ อย่าง ที่ผมรู้สึก แต่อธิบายไม่ได้ ให้ผมได้เข้าใจ เลยไล่อ่านแทบทุกบทความ แนะนำให้อ่านกันครับ

BioLawCom.De

b39ppr's picture

Paul Graham เป็นคนแรกๆที่แนะนำว่าปัญหา Spam น่าจะแก้ได้ด้วย Statistical Filter เช่น Bayesian แนวคิดนี้มีมีคนเอามาประยุกต์ใช้ใน Spam Filter หลายตัวครับ

ixohoxi's picture

ตื่นเช้ามาก็มีสาระดีดีให้อ่านทันทีเลยแฮะ

ไม่เคยรู้จัก Pownce มาก่อนเลย ตอนนี้เริ่มติดใจซะและ (ติดใจ Pownce นะ)

..(ติดใจ Leah ด้วยก็ได้ @_@)

ติดตามอยู่เนืองๆครับ

pittaya's picture

สไลด์ของ Leah Culver มีให้โหลดที่เวบเจ้าตัวด้วยนะครับ Pownce Lessons Learned - FOWA 2007


Don’t think, Just read
audy's picture

S3, EC2 สนุกมากครับ ลองดู

rerngrit's picture

เช้ามาก็ได้อ่านเรื่องดีๆ เยี่ยมเลย ว่าแต่ ใครมี invite pownce ขอบ้างสิครับ หามาหลายวันแล้วเนี่ย


Rerng®IT

keng's picture

เดี๋ยวจัดให้ครับ

molecularck's picture

ขอมั้งครับ คุณ keng


Please go to molecularck.wordpress.com

keng's picture

ทิ้งอีแมวมาที่ kengggg จีแมว จ้ะ

xce1's picture

อยากได้มั่งอะครับ invite เนี่ย ลองเอามาลงแล้วไม่ได้อะครับ มันบอกว่า AIR ของ pownce เก่าเกินไป

psp's picture

อ่านด้วยความสงสัย กว่าจะรู้ว่า FOWA ย่อมาจากอะไร

ช่วยเขียนบอกไว้ต้นๆ เรื่องหน่อยก็ดีนะครับ

เห็นรูปแรกแล้วนึกว่าเป็นการประชุมเกี่ยวกับอุตสาหกรรม

mk's picture

โพสต์ไว้ตั้งแต่สองข่าวก่อนหน้าแล้ว ช่วยย้อนกลับไปอ่านด้วยครับ

mk's picture

Developer: The Story Behind The Facebook Platform

โดย Dave Morin จาก Facebook

อีกหนึ่งเว็บไซต์ขาใหญ่ที่มางานนี้ เค้าทำสไลด์สวยมาก และกดเปลี่ยนสไลด์เร็วมาก ช่วงแรกเป็นข้อมูลทางสถิติของ Facebook

หน้าตาคนพูด

Dave Morin @ FOWA

อัตราการเติบโตของ Facebook

Facebook Growth

Active Users

Facebook Users

ส่วนแบ่งตามประเทศ ส่วนใหญ่เป็นประเทศที่พูดภาษาอังกฤษ

Facebook Users by Country

ส่วนแบ่งตามอายุ ของสหรัฐก็เด็กเยอะหน่อย

Facebook Users by Age

Returning Users

Facebook Return Users

จำนวนหน้า

Facebook Pages

อันดับเว็บ

Facebook Rank

ช่วงหลังพูดถึงแพลตฟอร์มของ Facebook ซึ่งถ่ายไม่ทันเลยเปลี่ยนเป็นถ่ายวิดีโอแทน มี 5 คลิปนะครับ (เพื่อความสะดวกขอไม่ embed แต่ใส่เป็น permalink แทน)

xce1's picture

แหม ถ้าเป็นไปได้อยากให้ไปงาน FOWD (Future Of Web Design) ด้วยอะครับ อิอิ อยากรู้ว่า Elliot Stocks จะด่า IE ยังงัยมั่ง

mk's picture

Developer: Short on Cycles, Long on Storage

โดย Simon Wardley

คนนี้คุณออยเคยดูวิดีโอของปีก่อนๆ บอกว่าพูดสนุกมาก ซึ่งฟังจบแล้วก็สนุกจริงดังว่า เค้าทำสไลด์เยอะมาก (300 กว่าหน้า!) และกดเปลี่ยนตามคำพูดทันที

Simon Wardley @ FOWA

ใจความหลักก็ว่าด้วยอุตสาหกรรมไอทีเริ่มหมดยุคตั้งต้นแล้ว ถ้าเทียบง่ายๆ ก็เหมือนไฟฟ้า สมัยแรกๆ เครื่องปั่นไฟเป็นของแพง แต่พอถึงระยะหนึ่งมันก็กลายเป็นบริการพื้นฐาน (commodity) จะใช้ไฟฟ้าก็ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องปั่นไฟเอง แต่ซื้อบริการจากผู้ผลิตพลังงานในท้องตลาดได้

ลำดับขั้นพัฒนาการ (เทียบกับบล็อก)

IMG_0068.JPG

มีการอ้างผู้เชี่ยวชาญมากมาย

IMG_0070.JPG

ชื่อทางการตลาดที่เราคุ้นหู เป็นตัวอย่างว่าถึงยุค commodity ของไอทีแล้ว

IMG_0072.JPG

ตัวอย่าง stack ของแพลตฟอร์มในอนาคต

Salesforce, Ning, EC2

อันบนสุดคือ SaaS ที่เราคุ้นเคย แต่ลำดับถัดมาคือ Framework as a Service

IMG_0077.JPG

ตัวอย่างของ FaaS

IMG_0080.JPG

ชั่นล่างสุดคือ Hardware as a Service

IMG_0079.JPG

ตัวอย่างของ HaaS

IMG_0082.JPG

พอมีผู้ให้บริการเยอะ ป้องกันการผูกติดกับผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่งด้วยการ standardization ตัวอย่างเช่น มาตรฐานกลางของ virtual machine อย่าง OVF (ถ้าใครยังไม่เข้าใจความสำคัญของ open standard ก็ลองใคร่ครวญตรงนี้ดีๆ ครับ ผมเห็นจากคอมเมนต์เรื่อง ODF ก็ยังมีเยอะเหมือนกัน)

Open Virtual Machine

สรุปอีกที

XaaS Stack

mk's picture

คนพูดแจกสไลด์บน Slideshare ครับ เพื่อลดโหลดของหน้าก็ขอแปะแค่ลิงก์ละกัน

nong_oos's picture

Mk สรุปได้เยี่ยมครับ เก็บได้ทุกเม็ดเลย

Nice's picture

ไอคอนในสไลด์ pownce น่าเอ็นดูเชียว

facebook ถ้าปรับแต่งหน้าตาได้เยอะๆ, ไม่ต้องล็อกอินไปซะทุกอย่าง, มี sub/short domain น่าจะฮิตในไทยมากกว่านี้ (hi5 ไม่ค่อยมีอะไร แต่ social base มันเยอะ ไปเรียบร้อยแล้ว)
---
Nice - SE7ENize

mk's picture

Developer: Practical Semantic Web

โดย John Aizen & Eran Shir จาก Dapper

session นี้เค้าพยายามเสนอแนวคิดของ Semantic Web หรือเว็บที่อธิบายตัวเองได้ ผมคงไม่พูดเรื่องนี้ซ้ำ ใครเพิ่งเคยได้ยินก็ตามไปอ่านใน Wikipedia กันเอง เผอิญช่วงนี้กล้องแบตหมด เลยไม่มีภาพครับ

  • RSS Feed เข้าสู่กระแสหลักไปเรียบร้อย นี่เป็นตัวอย่างที่ดีของ Semantic Web โดยส่วน metadata อยู่ใน header ของ Feed
  • บอกว่าสิ่งสำคัญอยู่ที่ความเรียบง่าย โดยเปรียบเทียบเทคโนโลยีด้านต่างๆ
    • API: SOAP (ดับ) REST (เกิด)
    • Interactive: Server-side (ดับ) AJAX (เกิด)
    • Standard: RDF+OWL (ดับ) Microformat (เกิด)
  • จากนั้นก็โชว์ความสามารถของ Dapper ซึ่งสองคนนี้ทำอยู่ โดยเป็น search engine ที่ค้นหาข้อมูลเจาะจงได้ เช่นว่า ต้องการหาสูตรช็อคโกแลตที่ใช้เวลาทำ 5-10 นาที โดยมีแคลลอรีไม่เกิน 500 มิลลิกรัม ก็หาดังนี้

    ingredient:chocolate cooktime:[5-10] callories:[500]

Entrepreneur: Next Generation Visualisations

โดย Eric Rodenbeck จาก Stamen Design

คนพูดมาจากบริษัท Stamen ซึ่งมีผลงานเป็นที่ปรึกษา+พัฒนาด้าน visualization ให้กับบริษัทดังๆ หลายเจ้า เค้าใช้วิธีเดโมผลงานเก่าให้ดู

อันแรกเป็นแผนที่เลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐปี 2004 เรามักคุ้นกับการแบ่งสีตามมลรัฐ แต่อันนี้แบ่งตามเขตย่อยลงไปอีกชั้น

IMG_0094.JPG

ลงไปอีกชั้น

IMG_0096.JPG

ปรับอัตราส่วนขนาดของรัฐ ตามจำนวนประชากร

IMG_0097.JPG

อันนี้ขำมาก

Pacman Chart

อันถัดมา เค้าติด GPS ไว้ตามแท็กซี่ แล้วจับภาพการเคลื่อนไหว สีขาวแปลว่ามีรถวิ่งผ่านเยอะ แสดงว่าเส้นทางนั้นคนใช้มาก ก็สามารถนำไปปรับใช้กับแท็กซี่ให้วิ่งผ่านบ่อยๆ ได้ (รายละเอียด)

IMG_0099.JPG

สีแดงแปลว่าวิ่งเร็ว ตรงนั้นคือไฮเวย์ ในเมืองสีขาววิ่งช้าหน่อย

IMG_0102.JPG

แผนที่การเกิดอาชญากรรม? โดยแบ่งตามประเภทต่างๆ (รายละเอียด)

IMG_0103.JPG

แสดงอาชญากรรมทุกชนิด ตำรวจสามารถนำไปใช้วางแผนการจัดการอาชญากรรมได้ หาสาเหตุได้ว่าทำไมบางพื้นที่จึงเกิดอาชญากรรมชนิดนั้นเยอะ

IMG_0105.JPG

อันนี้ทำกับ Digg ครับ เจ๋งมาก แสดงตัวอย่างว่าข่าวใน Digg มีพัฒนาการอย่างไร มีคะแนนขุดเพิ่มจากไหนบ้าง ตัวอย่างนี้คือ iPhone ตอนข่าวออกใหม่ๆ (ดูของจริง)

Digg Labs

ผ่านไปซักระยะ

IMG_0108.JPG

HD DVD นี่ยักษ์เชียว

Spread this number again

ตัวอย่างอื่นๆ ของการ visualize ข่าวใน Digg (รายละเอียด)

IMG_0110.JPG

IMG_0111.JPG

อันนี้แยกหมวดหมู่ตามสี ดูวิดีโอประกอบ (รายละเอียด)

IMG_0113.JPG

visualization ของ Twitter

Twitter Visualization

Twitter Visualization

อันนี้ใช้กับการวางผังเมือง โดยแสดงการขยายของเมืองตามปี ส่วนที่สว่างแปลว่าบ้านเรือนถูกสร้างแล้วในปีนั้น (รายละเอียด)

IMG_0118.JPG

อันสุดท้ายเป็น visualization ว่าคนสหรัฐที่ค้นหาชื่อเมือง มาจากเมืองไหนกันบ้าง สีเข้มก็แปลว่าอยู่ที่นั่นเยอะ

IMG_0120.JPG

IMG_0122.JPG

สุดท้ายเค้าสรุปว่า visualization มีประโยชน์ตรงช่วยให้เราตั้งคำถามที่เจาะจงขึ้นได้ เพราะเห็นความสัมพันธ์ของข้อมูลมากกว่าเดิม

mk's picture

Developer: Comet: Making the Web a 2-Way Medium

โดย Joe Walker

ผมคิดว่าผู้อ่าน Blognone โดยมากคงรู้จัก AJAX กันอยู่แล้ว (ถ้าไม่รู้จักก็รบกวนหาความรู้เพิ่มเติมกันเอง) Comet เป็นแนวคิดใหม่ที่พัฒนาขึ้นมาอีกขั้นจาก AJAX โดยถึงขั้นว่าส่งข้อมูลมายังเบราว์เซอร์โดยไม่ต้องร้องขอได้

AJAX

AJAX นั้นชื่อไปตรงกับน้ำยาล้างห้องน้ำ คนคิด Comet จึงตั้งชื่อเลียนแบบ โดยใช้ชื่อจากน้ำยาล้างห้องน้ำเหมือนกัน

Comet

ผมถ่ายสไลด์มาแต่มันอ่านยากมากเพราะตัวหนังสือจาง แต่โชคดีที่ค้นพบว่าคนพูดอัพโหลดสไลด์ไว้ที่ Slideshare อันนี้คงต้องไปอ่านกันเองเหมือนกัน

อย่างไรก็ตาม Comet ยังเป็นแค่การแฮก ยังต้องดูต่อไปในระยะยาว

mk's picture

Entrepreneur: Ambient Intimacy

โดย Leisa Reichelt

Leisa Reichelt  @ FOWA

คนนี้มาพูดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนใน social network โดยประดิษฐ์คำศัพท์ใหม่ว่า Ambient Intimacy ขึ้นมา ซึ่งผมก็สารภาพว่าฟังไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไรเพราะว่าหลับ! ดังนั้นก็รบกวนไปดูสไลด์อีกแล้ว

mk's picture

Entrepreneur: Launch Late to Iterate Often

โดย Dick Costolo แห่ง FeedBurner

Dick Costolo

คนนี้คือ CEO ของ FeedBurner ซึ่งเรารู้กันดีว่าขายกิจการให้กูเกิลในราคาไม่เปิดเผย (แต่ข่าวลือว่า 100 ล้านเหรียญ) เค้าเปิดบริษัทมาแห่งก่อนจะมาลงเอยกับ FeedBurner เลยมาเล่าวิชาสร้างกิจการให้ฟัง ผมคิดว่า session นี้เป็นหนึ่งในอันที่ดีที่สุดในงานเลย

  • ความจำเป็นของ Venture Capital ลดลง เพราะว่า startup ต้องใช้เงินลงทุนตั้งต้นน้อย แต่ การเติบโตของ startup นั้นต้องใช้เงินเพื่อ scaleup
  • ปัญหาว่าจะแบ่งหุ้นระหว่างคนเริ่มต้น startup อย่างไร
    • ให้เลือกเอาว่าจะเอา 10% ของมูลค่า 100 หรือ 100% ของมูลค่า 5
    • สรุปว่าแบ่งตามความสามารถ ตรงนี้ต้องคุยให้ชัดแต่แรก
  • Business plan ไม่ใช่เรื่องจำเป็น ลุยก่อนแล้วค่อยว่ากัน
  • ช่วงชีวิตของ FeedBurner จะเห็นว่าใช้เวลาไม่ถึงปี
    • เริ่มคิด - เดือนตุลา
    • ลงมือ - กุมภา
    • มีเงินเข้า - มิถุนา
  • การเลือก VC เป็นเรื่องสำคัญ เลือกให้มีสไตล์เหมาะกับเรา มองว่าเค้าเป็นเพื่อน ไม่ใช่เจ้านาย
  • FeedBurner มีเงินจาก VC 5 ราย
  • เทคนิคของ Costolo คือขอเงินจาก VC มาเก็บไว้ก่อนทุกครั้งเมื่อมีโอกาส เพราะไม่รู้ว่าจะจำเป็นต้องใช้เงินเมื่อไร ดังนั้นก่อนเขาจะปิดการเจรจากับ VC รายแรก เค้าก็แอบคุยกับ VC อีกรายไว้แล้ว
  • การสร้างตลาดใหม่ ไม่มีใครรู้ว่าตลาดนั้นมีโอกาสมากน้อยแค่ไหนในตอนแรก
  • การจ้างลูกน้อง - จ้างคนเก่งในสายของตัวเอง และทำงานด้านอื่นได้ด้วย เผื่อขยับขยาย
  • ทำโครงสร้างองค์กรให้แบนราบเข้าไว้ (flat organization) เพื่อลดลำดับชั้นการบังคับบัญชา
  • ควรมี KPI คร่าวๆ ว่าจะทำอะไรบ้างภายในกี่เดือน แล้วมาวัดว่าทำได้จริงมั้ย ถือเป็นการวัดผล ไม่ต้องทำละเอียดมาก
  • ไม่ต้องรีบร้อนจ้างพนักงานฝ่ายขาย-การตลาดเร็วจนเกินไป เพราะวิธีคิดของเซลส์คือรอให้พร้อมก่อนค่อยเปิดตัวสินค้า แต่ในโลกของเว็บมันไม่ใช่ รีบออกเลย
  • วิธีการออกผลิตภัณฑ์ของเขาคือ ออกรุ่นแรกให้ช้าหน่อย แล้วออกรุ่นถัดมาให้บ่อยๆ
    • รุ่นแรกออกช้า เพราะควรวางรากฐานให้ดีก่อน เวลาต้องการขยายทีหลังจะได้ไม่ต้องมาแก้ทั้งหมด
    • จากนั้น iterate ให้บ่อยที่สุดที่เป็นไปได้
  • การเปิด API เป็นสิ่งสำคัญ เพราะ
    • เราจะได้เรียนรู้จากคนนอก
    • เป็นการตั้งกำแพงกันคู่แข่งไปในตัว
  • ไม่ต้องไปสนใจ exit strategy มีอย่างอื่นสำคัญกว่านั้นอีกมาก ไปคิดเรื่องอื่นดีกว่า
  • Be a big small company
mk's picture

Panel Discussion

สุดท้ายเป็น panel discussion ซึ่งช่วงนี้หมดแรงแล้วเลยเลิกจด

FOWA Panel

จากซ้ายไปขวา:

  • Ryan Carson - คนจัดงาน
  • คนจาก AOL Developer Network
  • คนจาก Satisfaction - เว็บรับฟังเสียงบ่นลูกค้า
  • Rashmi Sinha / Slideshare
  • Dick Costolo / FeedBurner
  • คนจาก Dogster
  • Simon Willison - chair ของ developer track - คนทำ Django และ OpenID
  • Brian Oberkirch - chair ของ entrepreneur track

จบเสียทีครับ ขอบคุณที่ติดตาม

burlight's picture

ขอบคุณที่แบ่งบันครับ :)

พี่ไท้'s picture

ชอบมาก ชอบมาก ๆ เล่าได้ละเอียดมาก ๆ ^o^

Mr. PeeTai

Blue Rabbit's picture

ตามอ่านตั้งแต่ต้นจนจบทั้ง 2 ตอน เยี่ยมมากครับ ชอบมากๆๆ ขอบคุณมากครับ

memtest's picture

เรื่องราวที่คุณ mk ได้ถ่ายทอดจากงาน FOWA ทำให้ได้เห็นโลกในมุมที่กว้างขึ้นเยอะเลย ได้รับรู้มุมมองไหม่ๆ ขอบคุณครับ

heha's picture

ขอบคุณในสิ่งที่เผื่อแผ่จริงๆ ครับ เหมือนเป็นตัวแทนประเทศไทยไปร่วมสังเกตการณ์งานใหญ่ระดับโลกเลย ^^

iWindows's picture

อีกหนึ่งปีผมเรียนจบ คิดว่าต้องเข้าสายเว็บแน่ ๆ เลย มีอะไรให้คิดให้ทำอีกเยอะมาก ขอบคุณครับ

Site Search

 
Web blognone.com

Poll