9to5Mac (via MacRumors) ได้รายงานว่าจากข้อมูลที่ได้รับจากผู้ผลิตและสำนักพิมพ์หนังสือทั้งหลายนั้น พอสรุปได้ว่าแอปเปิลได้พยายามที่จะดึงบริษัทเหล่านี้มาร่วมงานกับตน โดยแอปเปิลได้ออกมาบอกกับบริษัทเหล่านี้ว่าอุปกรณ์ตัวนี้จะเป็น "Game changer" สำหรับตลาด e-Book เลยทีเดียว
โดยข้อตกลงระหว่างแอปเปิลกับบริษัทเหล่านี้นั้นจะเสร็จภายในวันพุธนี้ เพื่อที่แอปเปิลจะได้มีข้อมูล "Partnership" ไปนำเสนอในงาน ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ นั้นเก็บเอาไว้คุยกันหลังจากงาน ส่วนบริษัทอื่น ๆ ที่ก่อนนี้มีข่าวว่าจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการนำ e-Book มาขายลักษณะเดียวกับโปรแกรม e-Book ทั้งหลายบนไอโฟน ในตอนนี้นั้นถูกตัดออกไปแล้ว เนื่องจากแอปเปิลต้องการที่จะทำงานร่วมกับผู้ผลิตและสำนักพิมพ์เองโดยตรง
ในส่วนของคอนเทนท์ต่าง ๆ คาดว่าแอปเปิลยังคงไม่มีอะไรมานำเสนอจนกว่าช่วงกลางปีนี้ ซึ่งแอปเปิลน่าจะมีงาน Press Conference ออกมาอีกรอบ
และจนถึงวันนี้ยังไม่มี Partner ของแอปเปิลรายไหนเลยที่ได้เห็น Tablet แต่มีรายละเอียดเพียงว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีหน้าจอขนาด 10 นิ้ว มีขนาดที่เล็กกว่าแต่มีน้ำหนักเกือบเท่ากับ Kindle DX ของอเมซอน ส่วนเรื่องราคานั้นตามรายงานนี้บอกว่าราคาไม่มีทางใกล้เคียงกับ $1,000 แน่นอน
ที่มา - MacRumors
- 2674 reads



Comments
ไม่มีทางใกล้เคียงกับ 1000 USD แน่นอน นี่หมายความว่าอย่างไรน้าาา.... อาจจะน้อยกว่า เช่น 500 USD หรือล่อเข้าไป 1500 USD ก็ได้
ราคาไม่ใกล้เคียง $1,000
แต่เกินไปเยอะใช่มั้ยครับ :D
ไม่มีทางใกล้เคียงกับ $1,000
หลายๆคนๆคิดว่าคงยากที่จะต่ำกว่า 1,000 เลยหล่ะ (ผมด้วย) งั้นราคานี้ซื้อ Macbook ไม่ดี..?
ยัง รอวันเปิดตัวพร้อมกับคุณสมบัติก่อน..(แล้วค่อยตัดสินใจอีกทีว่าจะให้ Feedback แบบไหนดี)
ecution.style
อาจจะเป็นแบบว่า 599 + contract 2 ปี
อคติทำให้คนรับเหตุผลด้านเดียว
อันนี้น่ากลัวมาก
มันใช้วาดรูปได้มั้ยครับ?
My Blog
ถ้าได้จะสอยมาใช้เหมือนกัน เอามาทำงานโลด
hayha
ถ้าไม่มี stylus สงสัยจะได้ละเลงด้วยนิ้ว
เข้าท่ากับบ้าบอ
แรกๆใช้เป็น E-Book แต่หลังๆจะกลายเป็นเครื่องเล่นเกมส์ Touch Screen แทนไหม ?
ราคาเกิน 1000 ไม่เห็นฝุ่น, fan boy เก็บตังรอได้เลย (แต่ fan มะม่วงส่วนใหญ่รวยๆ ทั้งนั้น) จนๆอย่างเราคงต้องรอ จีน หรือไม่ก็ acer ที่ราคา 1 ใน 3
ว่าแต่ราคาแบบนี้ คงหาสาวกใหม่ยากหน่อย
เป็นไปได้ว่า 599 - 799 แต่อาจจะมีสัญญานะครับ เช่นสมัครสมาชิกอะไรสักอย่างสัก 2 ปี
ที่น่าสนใจเมื่อเทียบในตลาด e-reader นะครับ ผมยังเชื่อว่า Kindle ทำได้ดีที่ว่าอ่านได้สบายตา แต่ Tablet ของ Apple น่าจะมีลักษณะคล้ายกับ iPhone ที่ขยายขนาดใหญ่ขึ้น อันนี้เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตกลงมันจะยังไง แต่ถ้าหากว่าทำออกมาเพื่อรองรับ Application ที่มีอยู่มากมายนั้น การทำให้หน้าจอไม่มีแสงบาดตา คงจะทำได้ยากครับ
ปล. ผมใช้ Kindle อยู่ครับเพราะแค่อยากอ่านหนังสือ ประหยัดเงินค่าหนังสือและพื้นที่จัดเก็บหนังสือ แต่ก็พิจารณาซื้อ Tablet ถ้าหากว่ามันมีประโยชน์ครับ
เป็นความเห็นส่วนตัวเล็กๆ ครับ jakrapong
ผมเขียนเรื่องแนวอื่นๆ ที่อาจไม่เกี่ยวเนื่องกับ Blognone ด้วย ถ้าสนใจก็ติดตามได้ที่ jakrapong.com นะครับ
.
".. ร่วมกับผู้ผลิตและโรงพิมพ์เองโดยตรง .."
ผมว่าน่าจะหมายถึง "สำนักพิมพ์" มากกว่า "โรงพิมพ์" หรือเปล่าครับ? เพราะโรงพิมพ์ ไม่เกี่ยวอะไรกับกระบวนการขาย หรือลิขสิทธิ์ใดๆเลย มีหน้าที่พิมพ์ไฟล์ ลงกระดาษ ตามแม่พิมพ์อย่างเดียว แต่สำนักพิมพ์ จะเป็นผู้จัดจำหน่าย และควบคุมดูแลเรื่องลิทสิทธิ์งานเขียนต่างๆแทบทั้งหมดครับ ;)
ถูกต้องครับ ผมพยายามคิดหาคำแล้วแต่นึกไม่ออกเอง กำลังแก้ครับ :D
ไม่มีทางใกล้เคียง 1000$
มากหรือน้อยกว่าหว่า
My Website - http://ibluetus.com
Follow me @FollowBluetus
"Brand Apple is "Tool for creative minds" not "Tool for rich guy"
รอดูราคาอย่างเดียวเลย :P
Khajochi Blog : It's not a Bug ... It's a Feature
อืม....ง่ะ
ผมสน E-book เพราะมันประหยัดไฟ จอ E-ink แล้วก็ไม่ร้อนนะครับ ไม่ใช่ว่าไม่สน tablet ตัวนี้แต่ถ้าขาดคุณสมบัติสามข้อนั้นผมก็คงเอาไว้ทำอย่างอื่นมากกว่าเอามาอ่านหนังสือ - -
ปล. Tablet PC ของ HP เอามาอ่านก็ได้อารมณ์อยู่หรอกถึงมันจะ LCD แต่รับรองครับ ถือไว้กับตัวอย่างนั้นแล้วจะรู้เองว่ามันร้อนจริงๆ นะ แต่ Apple คงไม่ร้อนขนาดนั้นแน่ๆ
The Phantom Thief
จะรอดูแล้วกัน
ผมว่าเป็นเน็ทบุ๊คในนิยามของ Apple ครับ เพราะหลายคนมีเน็ทบุ๊คเป็นคอมเครื่องที่สอง และเน็ทบุ๊คที่ออกมาแล้วก็ไม่สร้างความรู้สึกที่ดีแก่ผู้ใช้ เช่นจอเล็ก ซึ่ง Apple ไม่จำเป็นต้องออกผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่พัฒนาสิ่งที่มีอยู่เดิมให้ใช้ง่ายขึ้น เช่น ทำเป็นจอสัมผัส (แน่นอน) ทำให้ผู้ใช้สื่อสารกับอุปกรณ์ง่ายขึ้น และให้ประสบการณ์ในการใช้งานที่ดีตามมา
blognon จะถ่ายทอดสด หรือป่าวครับ อยากรู้ link จัง
http://www.xinnixsoft.com