หลังจาก SQL Server 2014 เข้าสถานะ RTM เมื่อวานนี้ไมโครซอฟท์ก็จัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ รายละเอียดฟีเจอร์อ่านได้ในข่าวเก่า สามารถดาวน์โหลดรุ่น Express มาใช้งานได้ฟรีเช่นเดิม

ที่น่าสนใจกว่าคือในงานเดียวกัน ไมโครซอฟท์ยังเปิดตัวเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลใหม่อีก 2 ตัว

  • Analytics Platform System (APS) เป็นแพลตฟอร์มสำหรับ "วิเคราะห์ข้อมูล" (analytics) ของไมโครซอฟท์ ที่ใช้ได้กับทั้งข้อมูลเชิงโครงสร้างแบบเดิม (SQL Server Parallel Data Warehouse) และข้อมูลแบบไม่มีโครงสร้างที่เก็บด้วย Hadoop/HDInsight รายละเอียดอ่านเพิ่มเติมได้จาก APS
  • Microsoft Azure Intelligent Systems Service บริการตัวนี้จะเฉพาะทางหน่อย เพราะเน้นไปที่ตลาด Internet of Things (IoT) โดยมันจะช่วยเก็บข้อมูลจากอุปกรณ์ต่างๆ ขึ้นไปเก็บไว้บนกลุ่มเมฆของไมโครซอฟท์ให้เรา ปัจจุบันยังอยู่ในสถานะพรีวิว - รายละเอียด
Tags:
Microsoft

ไมโครซอฟท์โชว์หน้าจอพอร์ทัลแบบใหม่ของ Azure ที่ปรับปรุงใหม่ให้ดูสดใสและใช้งานง่ายกว่าเดิม โดยใช้ชื่อว่า Microsoft Azure Preview Portal

  • บริหารทรัพยากรเสมือนต่างๆ ได้ครบจากหน้าจอเดียว บริการทุกอย่างเชื่อมเข้าหากันกับบัญชีผู้ใช้ ไม่ได้แยกทรัพยากรตามแต่ละบริการย่อยของ Azure เหมือนที่แล้วๆ มา
  • ระบบการคิดเงินรวม (integrated billing) ช่วยให้ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น
  • เพิ่ม Gallery ตัวอย่างแอพและบริการต่างๆ ที่นักพัฒนารายอื่นๆ นำมาขายหรือแจกให้ใช้ฟรีบน Azure
  • เชื่อมโยงกับ Visual Studio Online บริการกลุ่มเมฆสำหรับการพัฒนาโปรแกรม ซึ่งออกรุ่นจริงมาพร้อมๆ กัน

ที่มา - Microsoft, Microsoft Blog

Tags:
Microsoft Azure

สงครามราคากลุ่มเมฆมีผลอย่างเต็มตัว (ผู้บริโภคเฮ) หลังจากกูเกิลออกมาเปิดศึกด้วยการลดราคา Cloud Platform ครั้งใหญ่ จนฝั่ง Amazon ต้องตอบโต้ด้วยการลดราคา AWS ทันที หลังจากนั้นเพียง 1 วัน

การลดราคาของทั้งสองค่ายใหญ่ส่งผลให้พี่เบิ้มค่ายสุดท้ายอย่างไมโครซอฟท์ต้องออกมาประกาศลดราคาบ้าง โดยบริการกลุ่มเมฆสำหรับประมวลผลลดสูงสุด 35% และบริการสตอเรจลดสูงสุด 65% รายละเอียดในแต่ละบริการย่อยมีค่อนข้างเยอะ ใครใช้ Azure อยู่สามารถตามไปอ่านได้จากลิงก์ที่มา

ไมโครซอฟท์ประกาศว่าการลดราคาครั้งนี้เกิดเพราะนโยบายของบริษัทเองที่ว่า AWS ลดเท่าไร เราขายถูกกว่า ดังนั้นตอนนี้ Azure จึงมีราคาเทียบบริการใกล้เคียงกับ AWS ถูกกว่าหรืออย่างต่ำก็คือเท่ากันครับ

ที่มา - Windows Azure Blog

Tags:
China

เมื่อเกือบ 1 ปีที่แล้ว ไมโครซอฟท์เคยประกาศทำ Azure ในจีน โดยจับมือกับพันธมิตรท้องถิ่น 21Vianet หลังจากทดสอบแบบพรีวิวกันมานาน วันนี้ Azure เปิดให้บริการแก่ลูกค้าทั่วไปในประเทศจีนแล้ว

ไมโครซอฟท์ยืนยันว่าตัวเองเป็นบริษัทระดับโลกรายแรกที่เปิดให้บริการกลุ่มเมฆในจีน (คู่แข่งอย่าง Amazon เพิ่งเริ่ม, Google ยังไม่ขยับ) ส่วนพันธมิตร 21Vianet ก็มีฐานลูกค้าเป็นบริษัทใหญ่ๆ ของจีนเป็นจำนวนไม่น้อย เช่น Coca-Cola China, CNTV, LineKong, GMW.cn

เมื่อเดือนที่แล้วไมโครซอฟท์เพิ่งเปิดบริการ Azure อย่างเป็นทางการในญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน

ที่มา - Microsoft

Tags:
Microsoft

เว็บไซต์ ZDNet เผยข้อมูลวงในของไมโครซอฟท์ว่า ไมโครซอฟท์เตรียมรีแบรนด์บริการ Windows Azure เป็น Microsoft Azure โดยคาดการณ์กันว่า ทางไมโครซอฟท์จะประกาศอย่างเป็นทางการในเรื่องนี้ในวันที่ 25 มีนาคมนี้ตามเวลาของสหรัฐอเมริกา (ประมาณช่วงกลางคืนของวันที่ 25 มีนาคมในประเทศไทย) และจะมีการพูดถึงรายละเอียดในวันที่ 3 เมษายนนี้ในงาน BUILD 2014

ทั้งนี้เว็บไซต์ ZDNet บอกว่า การรีแบรนด์ครั้งนี้ถือว่าสมเหตุสมผลดี เนื่องจากในช่วงหลัง ๆ ที่ผ่านมา บริการ Windows Azure เริ่มไม่ได้รองรับแค่ตัว Windows อย่างเดียวเท่านั้นแล้ว อย่างเช่น การรองรับการรัน Linux ใน virtual machine, รองรับ Oracle Database และ WebLogic รวมถึงชุดภาษาสำหรับการพัฒนาที่ไม่ใช่สาย Windows อย่าง Java, Ruby, PHP และ Python

ทาง ZDNet สอบถามความเห็นจากโฆษกของไมโครซอฟท์ แต่ทางไมโครซอฟท์ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นกับข่าวลือนี้ครับ

ที่มา: ZDNet

ป.ล. ณ เวลาที่ผมเขียนข่าว ผมลองเข้าไปที่เว็บไซต์ MicrosoftAzure.com ปรากฎว่ามัน redirect ไปยังหน้าเว็บของ Windows Azure โดยส่วนตัวคาดว่าข่าวลือนี้เป็นจริงแน่นอนครับ

อัพเดต: ไมโครซอฟท์ประกาศผ่านหน้าบล็อกของ MSDN แล้วว่าจะรีแบรนด์เป็น Microsoft Azure ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายนนี้ครับ ขอบคุณ @Jonathan_Job ที่ฝากบอกข้อมูลมาให้ครับ ฉะนั้นผมขอเพิ่มแท็ก Microsoft Azure เลยแล้วกันนะครับ

Tags:
Titanfall

ข่าวนี้นำเสนอทิศทางการพัฒนาเกมที่น่าสนใจ โดยเฉพาะส่วนของ backend เกมที่เริ่มย้ายขึ้นไปบนกลุ่มเมฆครับ

ก่อนอื่นต้องเล่าก่อนว่าเกม Titanfall เป็นเกมที่เน้นมัลติเพลเยอร์ ซึ่งเกมมัลติเพลเยอร์ที่ผ่านๆ มา เลือกใช้เซิร์ฟเวอร์ 2 แนวทางคือ ใช้เครื่องของผู้เล่นสักคนเป็นเซิร์ฟเวอร์ (player host ซึ่งจะมีปัญหาเรื่องเกมหลุดถ้าเครื่องของผู้เล่นคนนั้นมีปัญหาการเชื่อมต่อ) หรือบริษัทวางระบบเซิร์ฟเวอร์เอง (dedicated server ซึ่งมีปัญหาเรื่องต้นทุนในการดูแลระบบเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องแบกรับ และ ping time ที่ช้าเกินไปสำหรับผู้เล่นที่อยู่คนละภูมิภาคกับเซิร์ฟเวอร์)

ทีมงาน Respawn Entertainment ซึ่งแยกตัวมาจาก Infinity Ward เดิม มีประสบการณ์เรื่องนี้เป็นอย่างดีจากการทำเกมซีรีส์ Call of Duty และเมื่อแยกตัวมาเปิดบริษัทใหม่ในปี 2010 ทีมงานก็วางแผนเรื่องนี้กับไมโครซอฟท์ในการดึงพลังประมวลผลจากกลุ่มเมฆมาตั้งแต่แรก จนออกมาเป็นแนวทางการทำ dedicated server แต่แทนที่จะซื้อเครื่องเองก็เปลี่ยนเป็นใช้ Azure แทน

Google Cloud Platform

เว็บ Infoworld ออกรายงานวัดประสิทธิภาพของบริการประมวลผลจากเซิร์ฟเวอร์ในกลุ่มเมฆ เพื่อวัดประสิทธิภาพราคาของแต่ละราย โดยวัดจากสามเจ้าหลัก ได้แก่ อเมซอน, กูเกิล, และไมโครซอฟท์

เครื่องที่ใช้ของทั้งสามเจ้าแบ่งเป็น (รายการเครื่องเป็น Amazon EC2, Google Compute Engine, และ Windows Azure ตามลำดับ)

  • เครื่องประเภท 1 คอร์ ได้แก่ m1.medium แรม 3.75GB, n1-standard1 แรม 3.75GB, Small VM แรม 1.75GB
  • เครื่องประเภท 2 คอร์ ได้แก่ c3.large แรม 3.75GB, n1-highcpu-2 แรม 1.8GB , Medium VM แรม 3.5GB
  • เครื่องประเภท 8 คอร์ ได้แก่ m3.2xlarge แรม 30GB, n1-standard-8 แรม 30GB, Extra Large VM แรม 14GB
Tags:
Microsoft

หลังจากไมโครซอฟท์ร่วมกับออราเคิล รองรับ Oracle Database และ WebLogic บน Windows Azure เมื่อกลางปีที่แล้ว ไมโครซอฟท์ก็ประกาศว่าจะเริ่มให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 มี.ค. นี้ และจะเริ่มคิดค่าไลเซนส์รวมเข้ากับค่าใช้บริการ Windows Server VM

สำหรับการคิดค่าใช้บริการนั้นจะขึ้นกับจำนวนนาทีทั้งหมดที่ VM รันซอฟต์แวร์ของออราเคิลใช้งานไป (license-included Oracle VM) รายละเอียดค่าใช้บริการเป็นรายชั่วโมงดูได้จากเว็บไซต์ Windows Azure ตามที่มาของข่าว และหากทำสัญญาแบบ 6 หรือ 12 เดือน ระหว่าง 12 มี.ค. - 30 มิ.ย. ปีนี้ จะได้ส่วนลด 20-32%

ไมโครซอฟท์ยังระบุว่า มี Bring-Your-Own-License (BYOL) Oracle VM ให้เลือกใช้ด้วย โดย VM นี้มีซอฟต์แวร์ของออราเคิลติดตั้งอยู่แล้วแต่ไม่มีไลเซนส์ติดมา ผู้ใช้จะต้องจัดหาเอาเอง ส่วนบริษัทจะคิดค่าใช้บริการเฉพาะ Linux VM เท่านั้น

การให้บริการก่อนหน้านี้ไม่คิดเงินในส่วนของไลเซนส์ซอฟต์แวร์จากออราเคิล เนื่องจากยังอยู่ในช่วงพรีวิว (แต่บริษัทคิดเงิน Windows Server VM ที่รันซอฟต์แวร์ของออราเคิล)

ที่มา: Windows Azure ผ่าน ZDNet

Tags:
PHP

จากตอนที่แล้ว “Windows Azure ตอนที่ 3 การติดตั้ง Drupal บน Windows Azure Web Sites” นั้น จะไม่ขอพูดในบางส่วนที่เป็นการอธิบายซ้ำซึ่งอยู่ในขั้นตอนที่ 1 – 30 ซึ่งจะใช้การตั้งค่าที่เหมือนกัน (ใช้ในการอ้างอิงได้ทุก CMS ของ PHP ด้วยซ้ำไป)

โดยจากขั้นตอนที่ 1- 30 จากบทความที่แล้ว เราจะมีข้อมูลดังต่อไปนี้

  • FTP host name , username และ password สำหรับการ FTP/FTPS เข้าไปวางไฟล์
  • Endpoint Information (MySQL hostname) และ Access Credentials  (username และ password) ของฐานข้อมูล MySQL จาก cleardb
Tags:

ในตอนที่ 3 นี้ เราจะมาพูดถึงการติดตั้ง Drupal บน Windows Azure Web Sites กัน โดยต้องย้อนกลับไปสักหน่อยว่า  Windows Azure Web Sites เป็นบริการแพลตฟอร์ม (PaaS) สำหรับให้เรานำเว็บไซต์ที่พัฒนาขึ้นมาไปไว้บนบริการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ ซึ่งจะมีระบบฐานข้อมูล พื้นที่ และระบบเครือข่ายที่ถูกติดตั้งไว้รองรับการใช้งานไว้พร้อม เรามีหน้าที่เพียงนำระบบที่พัฒนาและฐานข้อมูล ขึ้นไปติดตั้งและใช้งานได้ทันที

Tags:
Microsoft

หลังจากอเมซอนประกาศลดราคา S3 และ EBS ลงอีกรอบ มีผล 1 ก.พ. นี้ไปไม่นาน ไมโครซอฟท์ก็ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ว่าจะตั้งราคาบริการบน Windows Azure อย่าง บริการประมวลผล พื้นที่จัดเก็บข้อมูล และแบนด์วิธ ให้เท่ากับ Amazon Web Services โดยประกาศลดราคา Block Blobs Storage และ Disks/Page Blobs Storage ลงสูงสุดถึงร้อยละ 20 สำหรับการให้บริการแก่ภูมิภาค US East Region และให้ราคาใหม่มีผลต่อการให้บริการแก่ภูมิภาคอื่นทั่วโลก ซึ่งจะมีผลตั้งแต่ 13 มี.ค. เป็นต้นไป

ในประกาศเดียวกัน บริษัทยังประกาศลดราคา Locally Redundant Disks/Page Blobs Storage ลดถึงร้อยละ 28 และลดราคาทรานเซกชันของ Azure Storage ลงครึ่งหนึ่งของราคาเดิมอีกด้วย

ไมโครซอฟท์ยังคุยว่า การลดราคาทั่วโลกนั้นทำให้บริการข้างต้นของบริษัทในหลายภูมิภาคถูกกว่าของอเมซอน ไมโครซอฟท์ยังโฆษณาว่าบริการของตนดีกว่าของอเมซอน โดย

  • อ้างอิงรายงานของ Nasuni Cloud Storage Report ที่ว่าปีที่แล้ว Blob Storage ดีกว่า S3 ทั้งในด้านประสิทธิภาพ ความสามารถในการขยายขีดจำกัดในการทำงาน (scalability) และเสถียรภาพ
  • กล่าวว่าลูกค้ายังได้พื้นที่บน VM ที่ทนทาน (durable) โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มแต่อย่างไร โดยยกตัวอย่างว่าดิสก์บน IaaS ที่ 0.095 ดอลลาร์ต่อกิกะไบต์ต่อเดือนนั้นมาพร้อมกับ Geo Redundancy หากลูกค้าใช้ AWS จะต้องจ่ายทั้ง EBS Standard Volumes ที่ 0.05 ดอลลาร์ต่อกิกะไบต์ต่อเดือน และ EBS Snapshot ไปยัง S3 ที่ 0.095 ดอลลาร์ต่อกิกะไบต์ต่อเดือน ซึ่งจากต้นทุนโดยรวมทั้งหมดแล้วบริการของ AWS แพงกว่าของ Windows Azure ถึงร้อยละ 34

ที่มา: Windows Azure Blog

Tags:
ARM

The Register ยังคงเกาะติดความเห็นของผู้บริหารบริษัทต่างๆ ในประเด็นการใช้เซิร์ฟเวอร์ ARM ตอนนี้เป็นการสัมภาษณ์ Mike Neil ผู้จัดการ Windows Azure

Neil ระบุว่าแม้เซิร์ฟเวอร์ ARM จะเป็นเทคโนโลยีใหม่แต่ยังหาความแตกต่างไม่ได้ และ
งานที่เหมาะจะรันบน ARM เป็นความท้าทายใหญ่ของเซิร์ฟเวอร์ ARM เอง ขณะที่คุณค่าสำคัญของธุรกิจคือความต่อเนื่อง การทำฮาร์ดแวร์เฉพาะทางเพื่องานเฉพาะทางบางอย่าง (แบบที่ผู้บริหารของ Calxeda แนะนำ) เมื่อนำเซิร์ฟเวอร์เหล่านี้เข้าสู่กองกลางของทรัพยากรแล้วจะไม่สามารถรับงานประเภทอื่นๆ ได้ ขณะที่ผู้ให้บริการส่วนมากมักพยายามสร้างกองกลางทรัพยากรขนาดใหญ่

เขายังระบุว่าบทเรียนสำคัญของไมโครซอฟท์คือบทเรียนจากการซัพพอร์ตชิป Itanium ของอินเทลที่ค่าใช้จ่ายสูงมาก ค่าพัฒนาคอมไพล์เลอร์อาจจะอยู่ที่หลักล้านดอลลาร์ แต่ค่าพอร์ตแอพพลิเคชั่นอยู่ที่สิบล้านดอลลาร์ ค่าพัฒนาแอพพลิเคชั่นอยู่ที่หลักร้อยล้านดอลลาร์ และค่าใช้จ่ายในการสร้างระบบนิเวศที่อยู่ได้ด้วยตัวเองอาจจะถึงพันล้านดอลลาร์

ที่มา - The Register

Tags:
Microsoft

บริษัทไมโครซอฟท์ไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้บริการกลุ่มเมฆที่ชื่อ Windows Azure ให้แก่บริษัทอื่นๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ใช้งานบริการเหล่านี้เองด้วยเช่นกัน จากบทสัมภาษณ์ล่าสุด Scott Guthrie ซึ่งเป็นรองผู้บริหารระดับสูงของไมโครซอฟท์ที่ดูแลบริการ Windows Azure ได้ยืนยันแล้วว่า ขณะนี้ Skype ได้ย้ายการทำงานไปอยู่บน Windows Azure ที่เขาดูแลอยู่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำหรับบริการอื่นๆ ที่ทำงานบน Windows Azure ไปก่อนหน้านี้เท่าที่เปิดเผยคือ

  • ระบบตรวจสอบพิสูจน์ทราบตัวตน และระบบรักษาความปลอดภัยของ Office 365
  • ระบบ Xbox Music
  • ระบบ Xbox Video
  • ระบบบริหารจัดการข้อมูลของ Xbox Live ที่ทำงานร่วมกับ Xbox One

สำหรับบริการที่จะเป็นรายต่อไปคือ SkyDrive โดยอยู่ในช่วงของการรื้อ-ถอน ปรับแต่ง และพัฒนาให้สามารถย้ายทุกๆ อย่างขึ้นไปที่ Windows Azure ได้

แน่นอนว่าบริการหลายๆ ตัวยังไม่ได้ถูกย้ายไป Windows Azure ซึ่งได้แก่ Bing, Outlook (Hotmail) และบริการ Xbox Live สำหรับ Xbox รุ่นเก่า โดยยังเป็นการใช้งานในรูปแบบเซิร์ฟเวอร์แบบเก่าอยู่

ที่มา: Neowin

Tags:
Microsoft

ใน Windows Azure นั้น การคิดเงินในการใช้งานโดยทั่วไปนั้นแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ ที่จำเป็นต้องนำมาคิดค่าบริการเกือบจะในทุกๆ บริการ ได้แก่

  1. Compute (Hours/Minutes)
  2. Storage (GB/TB)
  3. Bandwidth (GB/TB)
Tags:
Microsoft

Windows Azure เป็นรูปแบบการให้บริการที่ให้ใช้การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ (cloud computing) ที่สร้างขึ้น พัฒนา และบริหารโดยบริษัท Microsoft ซึ่งบริการทั้งหมดจะให้บริการภายในศูนย์ข้อมูล (data center) ของ Microsoft เองที่กระจายอยู่ทั่วโลกทั้งหมด 8 ศูนย์ข้อมูล ตั้งอยู่ใน 3 ทวีปด้วยกัน ซึ่งได้แก่

อเมริกา: ชิคาโก (North-central US), ซานอันโตนิโอ (South-central US), แคลิฟอร์เนีย (West US) และ เวอร์จิเนีย (East US)

เอเชีย: ฮ่องกง ประเทศจีน (East Asia) และสิงค์โปร์ (South East Asia)

ยุโรป: อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ (West Europe) และดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ (North Europe)

Tags:
Microsoft

ไมโครซอฟท์ประกาศเปิดศูนย์ข้อมูลให้กับบริการ Windows Azure ในบราซิลภายในช่วงต้นปี 2014 หลังจากมีศูนย์ข้อมูลทั้งในเอเชีย, สหรัฐฯ, และยุโรป มาก่อนแล้ว

Azure นับเป็นบริการคลาวด์ที่มีศูนย์ข้อมูลให้เลือกมากที่สุดบริการหนึ่ง ศูนย์ข้อมูลที่มีการเปิดตัวก่อนหน้านี้เช่น ญี่ปุ่น, จีน, และออสเตรเลีย

ข้อดีสำคัญข้อหนึ่งของศูนย์ข้อมูลบราซิลคือมันใกล้สหรัฐฯ ทำให้สำหรับผู้ใช้ที่เลือกบริการเก็บข้อมูลข้ามทวีป (Geo Redundant Storage - GRS) จากสหรัฐฯ จะถูกสำรองข้อมูลไปยังบราซิลเป็นที่แรกก่อน และเลือกศูนย์ข้อมูลอื่นเป็นอันดับต่อไป

ก่อนหน้านี้ Digital Ocean ก็เคยระบุว่าบราซิลเป็นประเทศที่มีลูกค้าขอให้เปิดศูนย์ข้อมูลมากที่สุด แต่ทางบริษัทยังไม่พร้อม

ที่มา - MSDN Blog

Tags:
Microsoft

เราเห็นข่าวของอเมซอน (และตามด้วยกูเกิล) เปิดให้ส่งฮาร์ดดิสก์ไปเพื่อขนถ่ายข้อมูลเข้าบริการกลุ่มเมฆกันแล้ว คราวนี้ถึงคิวของไมโครซอฟท์บ้างครับ

ไมโครซอฟท์ตั้งชื่อบริการนี้ว่า Windows Azure Import/Export Service โดยหลักการก็คงไม่ต่างจากคู่แข่งมาก นั่นคือส่งฮาร์ดดิสก์ไปยังศูนย์ข้อมูลของไมโครซอฟท์ แล้วไมโครซอฟท์จะถ่ายข้อมูลลงบัญชี Windows Azure Storage ของเราให้ ที่พิเศษหน่อยคงเป็นว่าเราสามารถเข้ารหัสข้อมูลด้วย BitLocker ก่อนส่งฮาร์ดดิสก์ได้ (ป้องกันฮาร์ดดิสก์โดนขโมยหรือสูญหายระหว่างทางแล้วข้อมูลหาย) แล้วค่อยไปถอดรหัสปลายทางหลังไมโครซอฟท์นำข้อมูลเข้ามาให้แล้ว

ตอนนี้ไมโครซอฟท์รับเฉพาะฮาร์ดดิสก์ขนาด 3.5" SATA II ความจุฮาร์ดดิสก์ไม่เกิน 4TB (ส่งหลายชิ้นได้) และต้องฟอร์แมตมาเป็น NTFS, บริการส่งพัสดุยังรองรับเฉพาะ FedEx และจำกัดเฉพาะในสหรัฐเท่านั้น ค่าใช้จ่ายคิด 40 ดอลลาร์ต่อฮาร์ดดิสก์ 1 ตัว และไม่คิดค่าบริการสำหรับส่งฮาร์ดดิสก์กลับ

ที่มา - Windows Azure Blog

ไมโครซอฟท์เคยประกาศแผนการพัฒนา Hadoop ไว้ตั้งแต่ปี 2011 วันนี้เวลาผ่านมาเกือบสองปี มันสำเร็จเป็นรูปเป็นร่างแล้วในชื่อ Windows Azure HDInsight

ความสามารถของมันก็ตามชื่อครับ มันเป็นการเอา Apache Hadoop รุ่นมาตรฐานไปรันบนเมฆ Windows Azure ทำให้คนที่อยากวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ big data บนกลุ่มเมฆสะดวกแก่การใช้งาน ส่วนกระบวนการพัฒนาแอพเพื่อต่อเชื่อมกับ HDInsight ก็ใช้เครื่องมือมาตรฐานของ Azure ที่รองรับทั้ง .NET, Java และภาษาอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง

งานนี้ไมโครซอฟท์ร่วมมือกับบริษัท Hortonworks (ทีมงาน Hadoop ดั้งเดิมที่แยกตัวมาจากยาฮู) ช่วยกันสร้าง HDInsight ขึ้นมา โดยอิงอยู่บนซอฟต์แวร์ Hortonworks Data Platform (HDP) ที่เป็น Hadoop เวอร์ชันบน Windows Server อีกทีหนึ่ง

ที่มา - Microsoft

Microsoft

การเปลี่ยนแปลงของภาครัฐที่เริ่มมาซื้อบริการกลุ่มเมฆแทนการซื้อเซิร์ฟเวอร์และสร้างศูนย์ข้อมูลเองมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับบริการอื่นๆ ตอนนี้ไมโครซอฟท์ก็บุกมาตลาดนี้เต็มตัวแล้ว

ไมโครซอฟท์เพิ่งได้รับใบรับรอง FedRAMP ใบรับรองจากรัฐบาลกลางเพื่อยืนยันว่าผู้ให้บริการมีความปลอดภัยพอที่หน่วยงานรัฐ ทั้งรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นสามารถซื้อบริการและนำข้อมูลของประชาชนไปวางได้

มาตรฐานนี้จะกำหนดผู้ให้บริการต้องมีมาตรการพิเศษ ได้แก่ แยกเครือข่ายและเซิร์ฟเวอร์ออกจากลูกค้าทั่วไป, ข้อมูลทั้งหมดต้องอยู่ในสหรัฐฯ เท่านั้น, การแชร์เซิร์ฟเวอร์กันจะแชร์ได้เฉพาะหน่วยงานรัฐที่กำหนด, และการให้ดูแลศูนย์ข้อมูลต้องมีการคัดครองผู้เข้าดูแลด้วยกระบวนการ PPT-Moderate

บริษัทที่ได้ใบรับรอง FedRAMP ยังไม่มากนัก ก่อนหน้านี้บริษัทที่ได้รับ เช่น อเมซอน, เอชพี, AT&T, Akamai เป็นต้น

ที่มา - Microsoft

Tags:
Microsoft

ช่วงหลังๆ เราเห็นบริการออนไลน์ชื่อดังมากมายรองรับการยืนยันตัวตนสองชั้น (two-step verification หรือบ้างก็เรียก multi-factor authentication) ซึ่งช่วยแก้ปัญหาเรื่องความปลอดภัย-แฮ็กบัญชีไปได้มาก

คำถามก็คือผู้สร้างบริการรายเล็กๆ ที่อยากมีระบบ multi-factor authentication บ้างจะต้องทำอย่างไร? ไมโครซอฟท์มีคำตอบให้กับเรื่องนี้ด้วยบริการ Windows Azure Multi-Factor Authentication

Windows Azure Multi-Factor Authentication ทำงานตรงไปตรงมาคือช่วยยืนยันตัวตนของผู้ใช้ผ่านอุปกรณ์พกพา โดยผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะเป็นการกดผ่านแอพ, SMS, หรือการรับสายโทรศัพท์ มันสามารถใช้งานได้กับแอพทุกชนิด ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นแอพที่รันบน Azure เพียงอย่างเดียว

บริการนี้เป็นบริการแบบเสียเงินนะครับ โดยไมโครซอฟท์มีวิธีคิดเงินให้เลือก 2 แบบ คือ นับตามผู้ใช้งาน (คนละ 2 ดอลลาร์ต่อเดือน ไม่จำกัดการล็อกอิน) หรือนับตามจำนวนการล็อกอิน (ครั้งละ 0.20 ดอลลาร์) ช่วงแรกมีโปรโมชั่นลดครึ่งราคาก่อนวันที่ 31 ตุลาคมนี้

ที่มา - Windows Azure Blog

  • 1