Tags:
Digg

ใกล้วันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 4 พ.ย. เข้ามา บรรดาเว็บไซต์ชื่อดังหลายแห่งได้เปิดเซคชั่นที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งกันทั้งนั้น รวบรวมมาบางส่วนครับ

  • Twitter - เปิด Elections 2008 รวม tweet ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง
  • Politweets - เว็บต้นแบบของอันข้างบน
  • Digg The Candidates - รวมเรื่องใน Digg ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง
  • Google In Quotes - รวมคำพูดของผู้สมัครและนักการเมืองในประเด็นต่างๆ (เช่น การทำแท้ง อิรัก) แล้วเอามาเทียบกันเป็นคู่ๆ ได้ นอกจากนักการเมืองสหรัฐ ยังมีของอังกฤษ แคนาดา และอินเดียด้วย
  • YouTube Youchoose - ต้นตำรับ
  • Technorati - รวมข่าวธรรมดา
  • Compete - สถิติผู้เข้าชมเว็บของแต่ละฝ่าย
  • Map the Candidates - ของ Slate เป็น mashup ของ Google Maps บอกว่าผู้สมัครแต่ละฝ่าย กำลังทำอะไรกันที่ไหนบ้าง
  • กลุ่มผู้สนับสนุนใน social network ทั้ง MySpace และ Facebook นอกจากนี้เว็บข่าวรายใหญ่ๆ อย่างพวก CNN ก็มีหน้าเว็บสำหรับรายงานข้อมูลเลือกตั้งเช่นกัน

สำหรับการเมืองไทย ลองดู MThai Politics

ที่มา - VentureBeat

Tags:

Ma.gnolia บริการ social bookmarking คู่แข่งของ Delicious ประกาศโอเพนซอร์สซอฟต์แวร์ Ma.gnolia เวอร์ชัน 2.0 (M2) ซึ่งจะนำมาใช้กับเว็บไซต์ Ma.gnolia ในเร็วๆ นี้ (ปัจจุบันยังเป็น 1.0 อยู่)

ตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดทางเทคนิคออกมาว่า M2 มีหน้าตาอย่างไร ใช้สัญญาอนุญาตแบบไหน และต้องการอะไรในการรัน ทาง Ma.gnolia ได้เปิดเว็บไซต์ Ma.gnolia.org ขึ้นมาเตรียมไว้ และบอกว่าโค้ดจะพร้อมเอาขึ้นในเดือนกันยายนนี้

ฟีเจอร์ของ Ma.gnolia ที่น่าสนใจคือสนับสนุนมาตรฐานเปิดใหม่ๆ หลายตัว เช่น OpenID, OAuth และยังสามารถเชื่อมต่อกับ IM ได้

การเปิดโค้ดของ Ma.gnolia รอบนี้จะคล้ายกับกรณีของ reddit ตามข่าวเก่า ทั้งสองบริษัทเป็นหมายเลขสองในตลาดที่หวังว่าการพัฒนาแบบโอเพนซอร์สจะช่วยให้ตามหมายเลขหนึ่งทันในแง่ฟีเจอร์ ทางเว็บไซต์ ReadWriteWeb ยังไม่ค่อยเชื่อมากนักว่า Ma.gnolia จะประสบความสำเร็จในการไล่ Delicious ทันเพราะมีปัจจัยเรื่องฐานผู้ใช้ประกอบด้วย แต่ในระยะอันใกล้นี้ ถ้าใครอยากทำระบบแชร์ลิงก์ภายในองค์กร ก็มี Ma.gnolia พร้อมให้ใช้

ที่มา - Ma.gnolia, ReadWriteWeb

Tags:

รบกวนขอประชาสัมพันธ์ สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนงานนี้ครับ

ทางผู้จัดงานมีความยินดีที่จะแจ้งให้ทุกท่านทราบว่า ขณะนี้มีผู้สนับสนุนการจัดทำ T-Shirt สำหรับงาน Thailand Next Web Apps 2008 ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 16 สิงหาคมแล้ว ดังนั้นผู้เข้าร่วมงานที่ลงทะเบียนเอาไว้ทุกท่าน จะได้รับเสื้อยืดท่านละ 1 ตัว เป็นที่ระลึกจากงาน

ดังนั้น ทางผู้จัดงานจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเรียนเชิญผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน ทำการแก้ไขข้อมูลการลงทะเบียน โดยการเพิ่มข้อมูลขนาดของเสื้อที่คุณใส่ เพื่อที่ทางเราจะได้จัดเตรียมเสื้อยืดให้ได้ตรงกับขนาดของทุกท่าน โดยท่านสามารถเข้าไปแก้ไขข้อมูลได้ตามลิงค์ด้านล่างครับ

หน้าแก้ไขข้อมูลผู้ลงทะเบียน

และสำหรับผู้ที่ลงทะเบียนไว้แล้ว และไม่สามารถเข้ามาร่วมงานได้ ท่านสามารถทำการยกเลิกการลงทะเบียนได้ภายในหน้าแก้ไขการลงทะเบียนเช่นกัน เพื่อที่จะเปิดช่องให้กับผู้ที่สนใจท่านอื่นๆ ได้ลงทะเบียนเข้ามาแทน

สำหรับงาน Thailand Next Web Apps เป็นงานสัมนาแบบไม่เป็นทางการ ในบรรยากาศที่สบายๆ มีจุดมุ่งหมายให้นักพัฒนาเว็บไซต์และบริษัทที่อยู่ในวงการการจัดทำเว็บไซต์ได้มารวมตัวกัน เพื่อพูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้ เปิดโอกาสให้สอบถามกันอย่างเสรี และให้นักพัฒนาหน้าใหม่ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีศักยภาพต่อนักพัฒนาท่านอื่นๆ โดยหลังจากที่งานนั้นได้ถูกประชาสัมพันธ์ใน Blognone ไป มีผู้ที่สนใจเข้าไปทำการลงทะเบียนอย่างล้นหลาม จนผู้จัดงานจำเป็นที่จะต้องปิดการลงทะเบียนในระยะเวลาเพียง 2 วันหลังจากเปิดลงทะเบียนเท่านั้น เนื่องด้วยปัญหาทางด้านสถานที่ ทำให้สามารถคาดการณ์ได้ว่า งานนี้จะเป็นแหล่งรวมตัวของนักพัฒนาเว็บไซต์ที่น่าสนใจงานหนึ่งเลยทีเดียว

สำหรับงานปีนี้ จัดขึ้นเป็นปีแรก ณ อาคารไทยซัมมิต ชั้น IT ในวันที่ 16 สิงหาคม 2551

Tags:

งานดีๆแบบนี้ขอเชิญนักพัฒนาเว็บทั้งหลายเข้าร่วมครับ
ขออนุญาตตัดรายละเอียดจากเว็บมาเลย

งาน Thailand Next Web Apps คืออะไร?

งาน Thailand Next Web Apps (TNWA) เป็นงานสัมนาแบบเปิดกว้าง (unconference) ในภาษาไทยและอังกฤษ เน้นเป้าหมายไปที่การรวมกลุ่มของเว็บโปรแกรมเมอร์, เว็บดีไซน์เนอร์ และสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเว็บ ให้ได้มาพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ และเปิดโอกาสให้บริษัทหน้าใหม่ ได้มีโอกาสนำเสนอผลงานต่อสาธารณชน

ใครควรจะสนใจงานนี้?

เว็บโปรแกรมเมอร์ และเว็บดีไซน์เนอร์ทุกคน เพราะในงานนี้จะมีเหล่า geek มาถ่ายทอดประสบการณ์ในการทำเว็บของพวกเขาให้ฟังในแนวทางไปสู่ความสำเร็จ หรือว่าถ้าหากคุณทำเว็บที่สุดเจ๋ง เราก็ต้องการจะฟังการนำเสนอของคุณเช่นกัน!

งานจัดวันที่ 16 สิงหาคม 2551, 10.00 น. - 18.00 น.
ตึกไทยซัมมิต ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพฯ

รีบลงทะเบียนด่วนจ้า ที่ http://nextwebapps.com/

Tags:

สารานุกรมเสรีที่ได้รับความนิยมสูงสุดในวันนี้คงไม่มีใครเกินวิกิพีเดียไปได้ ตอนนี้แนวคิดของวิกิพีเดียนั้นกำลังขยายตัวไปยังสาขาต่างๆ อย่างกว้างขวาง ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะหลายบทความที่ดีๆ ในวิกิพีเดียเองนั้นกลับไม่ได้รับการยอมรับจากชุมชนข้างในเท่าใหร่ด้วยเหตุผลที่ว่าวิกิพีเดียเป็นสารานุกรม อีกทั้งกระบวนการทำงานในวิกิพีเดียเองก็ยังเป็นคำถามให้กับหลายๆ คนว่าการใช้ผู้เขียนนิรนามจำนวนมากเช่นนี้จะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบทความเฉพาะทางได้หรือไม่

ความแตกต่างเช่นนี้ทำให้โรงเรียนแพทย์สี่แห่งในสหรัฐฯ ได้แก่ Harvard Medical School, Stanford School of Medicine, University of California Berkeley School of Public Health, และ University of Michigan Medical School จับมือเป็นแกนนำในการก่อตั้งเว็บ Medpedia.com ที่สร้างขึ้นเพื่อเก็บข้อมูลทางการแพทย์โดยเฉพาะ นอกจากนี้แล้ว ยังมีหน่วยงานอื่นๆ ที่ประกาศร่วมมือในโครงการนี้อีกหลายหน่วยงาน และตอนนี้เองทางโครงการก็ยังรับสมัครหน่วยงานทางการแพทย์ทั่วโลกที่สนใจเข้าร่วมโครงการได้

การเข้าเป็นนักเขียนของทาง Medpedia ได้นั้นผู้สมัครจะต้องได้รับการยอมรับจากทางทีมงานของ Medpedia ก่อน โดยทีมงานจะพิจารณาจากความเชี่ยวชาญในเชิงการแพทย์ และบทความทั้งหมดที่แสดงอยู่ใน Medpedia จะมีสัญญาอนุญาตเป็น GFDL เพื่อรับประกันว่าเอกสารทั้งหมดจะนำไปใช้งานได้ฟรี

ตอนนี้มีแต่แถลงข่าวเปิดตัวและรับสมัครนักเขียน ส่วนการเปิดตัวให้คนภายนอกเข้าไปอ่านบทความนั้นเริ่มสิ้นปีนี้

ที่มา - Medpedia

Tags:
Digg

ข่าวลือจากทาง TechCrunch ระบุว่ากูเกิลได้บรรลุข้อตกลงในการเข้าซื้อเว็บ Digg.com เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยมูลค่า 200 ล้านดอลลาร์

ทุกวันนี้รายได้ของ Digg มาจากข้อตกลงโฆษณาจากไมโครซอฟท์เป็นระยะเวลาสามปี ซึ่งข่าวระบุว่าข้อตกลงนี้จะสิ้นสุดลงหลังจากที่กูเกิลเข้ามาครอบครอง Digg อย่างเป็นทางการแล้ว

ย้ำอีกทีว่านี่เป็นข่าวลือโดย TechCrunch อ้างว่าได้ข่าวจากแหล่งข่าวภายใน และยังไม่มีการแถลงอย่างเป็นทางการจากทั้งสองบริษัท

ที่มา - TechCrunch

Tags:

กระแสบล็อกอาจจะเปลี่ยนไปจากเดิมที่เป็นผู้รายงานข่าวสินค้าใหม่ๆ และให้ความเห็นชอบ/ไม่ชอบอะไรในตัวสินค้าเหล่านั้นกลายมาเป็นผู้สร้างสินค้าขึ้นใช้งานเสียเอง

กระแสนี้เกิดขึ้นเมื่อ Michael Arrington แห่ง TechCrunch หมดความอดทนกับการรอ Mac Tablet และเขียนบทความระบุว่าเขาต้องการเพียงแค่คอมพิวเตอร์แบบ Tablet ที่เข้าเว็บได้เท่านั้น โดยราคาต้องถูกและเรียบง่ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

กระแสนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากชุมชนผู้อ่าน TechCrunch โดยในตอนนี้มีความเห็นรวมสามบทความที่สร้างขึ้นมาเพื่อพูดคุยกันในประเด็นนี้กว่าหนึ่งพันความเห็นแล้ว

โดยส่วนตัวแล้วผมยังไม่เห็นหนทางว่าโครงการนี้จะประสบความสำเร็จได้อย่างไรกัน เพราะการผลิตฮาร์ดแวร์นั้นต่างจากซอฟต์แวร์ที่โมเดลโอเพนซอร์สค่อนข้างประสบความสำเร็จ แต่อย่างไรก็ตามนี่อาจจะเป็นการเปลี่ยนแปลงโลกออนไลน์ให้สนใจที่จะลงมือทำอะไรด้วยตัวเองแทนที่การเรียกร้องจากผู้ผลิต

ว่าแล้วเรามาออกแบบ Power Supply ขนาด 30 วัตต์ให้เมนบอร์ด Atom กันดีไหม?

ที่มา - TechCrunch, TechCrunchIT

Tags:
OpenOffice

เว็บไซต์ InfoWorld ทดสอบชุดโปรแกรมออฟฟิศทางเลือก 4 ตัว เพื่อใช้แทน Microsoft Office ซึ่งได้แก่

  • Zoho Office
  • Google Docs
  • IBM Lotus Symphony
  • OpenOffice.org

โปรแกรมที่เข้ารอบคือ Zoho และ OpenOffice.org ซึ่งเหตุผลของ InfoWorld คือ Zoho นั้นเป็นชุดออฟฟิศออนไลน์ที่ครบเครื่องและมีฟีเจอร์เทียบเท่า Microsoft Office ส่วน OpenOffice.org นั้นมีโปรแกรมในชุดหลายตัว และทำงานเข้ากับ Microsoft Office ได้ดี ถ้าต้องการใช้งานคนเดียวควรเลือก OpenOffice.org แต่ถ้าทำงานร่วมกับชาวบ้านก็ใช้ Zoho

IBM Lotus Symphony ก็ได้คะแนนไม่เลว แต่ผมเข้าใจว่ามันอิงมาจาก OpenOffice.org 1.x ซึ่งสนับสนุนภาษาไทยไม่ดีเท่าไรนัก เผอิญไม่เคยใช้ Symphony เลยให้ความเห็นไม่ถูก สำหรับ Google Docs นั้น InfoWorld มองว่าคุณภาพยังเป็นระดับเบต้าอยู่ รายละเอียดการทดสอบอ่านเอาตามลิงก์

ที่มา - InfoWorld

หมายเหตุ: สำหรับผู้ใช้ OpenOffice.org 2.4 มี extension สำหรับใช้ร่วมกับ Google Docs และ Zoho ครับ (ต้องการ Java 6)

Tags:
Java

นักศึกษาไทยคว้ารางวัลชนะเลิศ Java Jive Regional Challenge 2008 ซึ่งเป็นการแข่งขันออกแบบแอพพลิเคชันด้วยภาษาจาวาในระดับภูมิภาค (ในปีนี้มีผู้เข้าแข่งขันสามประเทศคือ ไทย, มาเลเซีย, สิงคโปร์) ธีมของการแข่งขันในปีนี้คือแอพพลิเคชันด้านสุขภาพ

โดยแอพพลิเคชันที่ได้รับรางวัลคือ Calories Asistant เป็นแอพพลิเคชันแก้ปัญหาโรคอ้วนโดยการคำนวณปริมาณพลังงานที่บริโภคในแต่ละมื้อโดยการป้อนเมนูอาหาร และแลกเปลี่ยนสูตรอาหารเพื่อสุขภาพในรูปแบบ Web 2.0

นักศึกษาที่ได้รับรางวัลคือทีม Snooze Monkey มีสมาชิกคือ ศรา สนธิศิริกฤตย์, รพี กมณฑลาภิเษก, ศิริศิลป์ กองศิลป์ จากภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ สาขาวิศวกรรมซอฟท์แวร์และความรู้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ที่มา: manager

Tags:
Yahoo!

กลยุทธ์ของยาฮูในช่วงหลังนั้นมาแนวเดียวกับบริษัทซอฟต์แวร์มวยรอง นั่นคือถ้าสู้ไม่ได้ก็โอเพนซอร์สดีกว่า แต่คราวนี้ยาฮูไม่ได้เปิดเผยซอร์สโค้ดของระบบค้นหาของตัวเอง แต่เปิดให้เข้าถึงผลการค้นหาแทน

Yahoo! BOSS ย่อมาจาก Build your Own Search Service เป็นเว็บเซอร์วิสที่อนุญาตให้นักพัฒนาทั่วไป ดึงผลการค้นหาและดัชนีเว็บของยาฮูมาดัดแปลงเป็น search engine เฉพาะทางของตัวเองได้ BOSS เป็นพัฒนาการอีกขั้นจาก Yahoo! Search API โดยอนุญาตให้พลิกแพลงแก้ไขได้อิสระมากขึ้นมาก เงื่อนไข 5,000 queries ต่อวันถูกเปลี่ยนเป็นไม่จำกัดจำนวน และอนุญาตให้ผู้ใช้เรียงลำดับผลการค้นหาได้ใหม่ รวมถึงเพิ่มเนื้อหาแบบอื่นๆ เข้ามาผสมกับผลการค้นหาของยาฮูได้เช่นกัน

ขณะนี้ชนิดของข้อมูลที่ยาฮูเปิดออกมาให้ใช้คือเว็บ รูปภาพ และข่าว โดยจะเปิดเพิ่มอีกในอนาคต รวมถึงอนุญาตให้หารายได้จาก search engine ที่เราสร้างขึ้นมาจาก Yahoo! BOSS ด้วย ส่วนของซอฟต์แวร์ นอกจากตัว API โดยตรงแล้ว ยาฮูยังออกไลบรารีสำหรับต่อเชื่อมกับ Python ออกมาให้ใช้แล้ว

ตัวอย่างเว็บที่นำเอา BOSS ไปใช้ได้แก่: hakia, Me.dium, Daylife, Cluzz ซึ่งมาแนวคล้ายๆ กันหมดคือเน้นการค้นหาแบบ semantic ข้ามระหว่างสื่อหลายชนิด

ที่มา - Yahoo! Search Blog

Tags:
Sanook

Sanook.com เว็บไซต์อันดับหนึ่งของไทย เปิดให้บริการ microblogging แบบเดียวกับ Twitter อย่างเงียบๆ ในชื่อ Noknok (นกนก) เว็บไซต์อยู่ที่ http://noknok.in.th

ผมลองเล่นดูคร่าวๆ แล้วพบว่ามันเหมือน Twitter จริงๆ

Tags:
Digg

สำหรับคนที่อ่านหัวข้อข่าวแล้วเข้าใจว่ามันคืออะไร ไม่ต้องเสียเวลาอ่านต่อ เข้าไปดูวิดีโอที่ Kevin Rose อธิบายได้เลย

ปัญหาอย่างหนึ่งของ Digg คือคนไปกระจุกตัวกันอยู่เฉพาะหน้าแรกที่เรื่องถูกโหวตจนมีคะแนนสูงพอ ส่วนหน้า Upcoming นั้นมีแค่ส่วนน้อยที่เข้าไปอ่านและโหวตขึ้นมา สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะว่าเรื่องที่ส่งเข้ามาใน Digg มีเยอะมาก (16,000 เรื่องต่อวัน) เป็นไปไม่ได้เลยที่จะอ่านและโหวตได้หมด

ทางแก้ของ Digg จึงสร้างระบบ Recommendation Engine ขึ้นมา โดยหลักการทำงานของมันคือหาเพื่อนร่วม Digg ที่โหวตเรื่องใกล้เคียงกับเรา (Diggers Like You) แสดงเรื่องที่ทั้งสองคนโหวตตรงกันให้เห็น และเปิดโอกาสให้เราดูรายชื่อเรื่องอื่นๆ ที่เพื่อนร่วม Digg ของเราโหวตให้ได้

ระบบจะใกล้เคียงกับของ Amazon หรือ Netflix รายละเอียดทางอัลกอริทึมมีเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ใครสนใจเข้าไปอ่านได้ที่ Digg Recommendation Engine Whitepaper ฟีเจอร์นี้จะเริ่มเปิดให้ใช้งานแบบสุ่มในสัปดาห์นี้ และเปิดใช้จริงกับผู้ใช้ทั้งหมดในอีกไม่นาน

ที่มา - Digg the Blog, TechCrunch

Tags:
Acrobat

Adobe ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในตระกูล Acrobat สองตัว ตัวแรกเป็นการอัพเกรดเวอร์ชันตามปกติ Acrobat 9 ซึ่งมีฟีเจอร์ใหม่คือ ฝัง Flash ลงใน PDF ได้ (ผู้รับต้องมี Acrobat Reader 9 ด้วยถึงจะดูได้) และการแปลงไปแปลงกลับระหว่าง PDF กับ Microsoft Word เป็นต้น Acrobat 9 มีกำหนดวางขายเดือนกรกฎาคม ราคารุ่น Standard Edition เริ่มต้นที่ 299 ดอลลาร์

อันที่น่าสนใจกว่าคือ Acrobat.com ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนย้ายโปรแกรมทั้งหมดไปไว้บนเว็บภายใน 5-10 ปี ตัวอย่างที่เปิดตัวไปแล้วคือ Photoshop Express (ภาพ) และ Adobe Media Player (วิดีโอ) คราวนี้ถึงคิวของเอกสารและการแชร์ไฟล์

Tags:

หมากรุกมักเป็นเกมที่ถูกนำมาทดสอบพลังประมวลของคอมพิวเตอร์กับคนอยู่บ่อยครั้ง ที่ดังสุดๆ คงไม่มีอะไรเกินแมตช์ระหว่าง Garry Kasparov กับคอมพิวเตอร์ Deep Blue ของไอบีเอ็มในปี 1996 ซึ่งชัยชนะเป็นของ Deep Blue

ในยุคเว็บ 2.0 ที่คนจำนวนมากรวมพลังกันสร้างสรรค์ผลงานขนาดใหญ่ๆ ผ่านอินเทอร์เน็ต จึงมีคนหัวใสเปิดให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตรวมตัวกันแข่งหมากรุกกับ Gawain Jones เซียนหมากรุกระดับ Grandmaster

เว็บไซต์ที่ว่านี้ชื่อ CrowdChess ซึ่งจะตัดสินตาเดินของฝ่ายผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจากผลโหวต ซึ่งให้เวลาโหวตตาละ 12 ชั่วโมง (ขณะที่ผมเขียนอยู่เล่นไปแล้ว 9 ตา) ใครสนใจก็เข้าไปโหวตกันได้ครับ

ก่อนหน้านี้ในปี 1999 ทาง MSN Gaming Zone เคยจัดการแข่งขันแบบเดียวกันมาแล้วคือ Kasparov versus The World ซึ่ง Kasparov คนเดิมชนะชาวโลกด้วยการเดิน 62 ตา

คราวก่อนกระแส 2.0 ยังไม่ดัง คราวนี้หวังว่าชาวโลกจะชนะบ้าง?

ที่มา - TechCrunch

Tags:
Twitter

เว็บ 2.0 ที่กำลังมาแรงอย่าง Twitter นั้นไม่เคยเปิดเผยข้อมูลว่ามีผู้ใช้มากน้อยแค่ไหน เนื่องจากว่าเป็นความลับทางธุรกิจของบริษัท (ให้คู่แข่งได้แต่คาดเดา) แต่เมื่อ Twitter ต้องการระดมทุนเพิ่ม ข้อมูลการดำเนินกิจการเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องเปิดเผยให้นักลงทุนประกอบการตัดสินใจ ซึ่งสุดท้ายแล้วตัวเลขนี้ก็หลุดออกมาสู่สาธารณะจนได้

สถิติเดือนมีนาคม 2008 Twitter มี "ผู้ใช้" มากกว่า 1 ล้านราย มีผู้ใช้ที่ active 200,000 คนต่อสัปดาห์ และมีข้อความส่งกันในระบบ 3 ล้านข้อความต่อวัน อัตราส่งข้อความเฉลี่ยของผู้ใช้หนึ่งคนคือ 15 ข้อความต่อวัน ส่วนใครจะมองว่าตัวเลขมากหรือน้อยกว่าที่คาด อันนี้แล้วแต่คนนะครับ

หมายเหตุ: ทาง TechCrunch ซึ่งเป็นคนเผยตัวเลขนี้ให้ข้อมูลว่า "ผู้ใช้" ของ Twitter นั้นไม่ชัดเจนนักว่าจริงๆ แล้วหมายถึงอะไร (ผู้ใช้ที่ลงทะเบียน? ผู้ใช้ที่เคยส่งอย่างน้อย 1 ข้อความ?) ส่วน Twitter เองปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อข่าวนี้

ที่มา - TechCrunch

Tags:
Wikipedia

สารานุกรม Britannica มีต้นกำเนิดมาตั้งแต่ปี 1768 แต่ในช่วงหลังต้องเจอกับคู่แข่งที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีครั้งสำคัญ นั่นคือ Microsoft Encarta ในยุคซีดีรอม และ Wikipedia ในยุคอินเทอร์เน็ต Britannica จึงต้องปรับตัวตาม โดยปัจจุบันยังขายสารานุกรมเป็นหนังสือยกชุดอยู่ และมีเวอร์ชันเว็บที่ต้องเสียเงินก่อนเข้าใช้งาน

ปัจจุบันอัตราส่วนของผู้เข้า Britannica กับ Wikipedia ต่างกัน 184 เท่า ทาง Britannica จึงต้องหาวิธีโปรโมทตัวเองบนเว็บเพิ่มเติม โดยเปิดแคมเปญใหม่ชื่อ Britannica Webshare ซึ่งจะอนุญาตให้ "web publisher" (บล็อกเกอร์ เว็บมาสเตอร์ และนักเขียนออนไลน์) เข้าใช้งานสารานุกรม Britannica ได้ฟรี โดยมีเงื่อนไขว่าต้องสมัครและรออนุมัติจาก Britannica ก่อน

TechCrunch วิเคราะห์ว่าสุดท้ายแล้ว Britannica จะต้องเปิดสารานุกรมให้ทุกคนแก้ไขได้เหมือน Wikipedia เพียงแต่มีจุดขายที่ทีมผู้เขียนเฉพาะทางของ Britannica เอง

ที่มา - TechCrunch

Tags:
Flickr

กลุ่ม We Demand Donuts ได้รับโดนัทแล้วสิบโหลจากร้านโดนัทในซานฟาซิสโก (รูป) โดยได้รับการเอื้อเฟื้อจาก Matthew Rothenberg ซึ่งเป็น Senior Product Manager ของ Flickr (ข่าวเก่า)

กลุ่ม We Demand Donuts ซึ่งตั้งมาตั้งแต่ปี 2007 (ก่อนที่จะมี Flick Video) จุดประสงค์เพื่อรวมสมาชิกให้ถึง 20,000 คนก่อนจะไปบังคับให้ Flickr แจกโดนัท แต่ก็รวบรวมสมาชิกได้ไม่เท่าไหร่ จนมามีเหตุการณ์ต่อต้านฟีเจอร์อัพโหลดวีดีโอของผู้ใช้ Flickr ทำให้ทางกลุ่มได้รับอานิสงฆ์สมาชิกเพิ่มไปด้วย (ขณะนี้มีสมาชิกกว่า 3,000 คน จาก 1,800 คน ตอน Flickr ประกาศแจก) จนในที่สุดก็มีคนใน Flickr เล่นด้วย

ตอนนี้ผมขอตั้งกลุ่ม "We Demand ข้าวต้มมัด" ไปพลางๆ ก่อน BTD ครั้งหน้าเมื่อไหร่จะ "protest" ;-P

ที่มา - Neatorama, underwire

Tags:
Flickr

หลังจากที่ Flickr เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ คือฟีเจอร์อัพโหลดไฟล์วิดีโอไปเมื่อไม่นานที่ผ่านมานี้ ผู้ใช้บางส่วนรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก และต้องการให้ฟีเจอร์นี้ถูกถอดถอนออกไปจากเว็บ โดยรวมตัวกันเป็นกลุ่มเพื่อยื่นข้อเสนอดังกล่าวต่อทีมผู้พัฒนา แต่ยังไม่ได้รับคำตกลงใดๆ

อย่างไรก็ตาม มีข้อเสนอจากอีกกลุ่มหนึ่งใน Flickr ที่ได้รับการตอบสนอง: Flickr จะแจกโดนัทฟรี สำหรับสมาชิกทุกคนที่อยู่ในกลุ่ม "We Demand Donuts" โดยสมาชิกต้องมาแสดงตัวที่ร้านโดนัทในซานฟรานซิสโก เพื่อรับสิทธิ์นั้น โดยกลุ่ม We Demand Donuts ขณะนี้มีสมาชิกมากกว่า 1,800 คน และเห็นได้ชัดว่ากลุ่มนี้ตั้งขึ้นมาเพื่อล้อเลียนกลุ่มที่ต่อต้านฟีเจอร์วิดีโอข้างต้น

รออยู่ว่าเมื่อไหร่ Blognone จะแจกข้าวต้มมัดฟรีบ้าง

ที่มา - Download Squad, We Demand Donuts flickr group

Tags:
Flickr

Michael Arrington แห่ง TechCrunch ได้เล่าประสบการณ์การใช้ฟีเจอร์อัพโหลดวิดีโอของ Flickr ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ถูกคาดการณ์กันมานาน

วิดีโอจะถูกจำกัดความยาวที่ 90 วินาที และขนาดไม่เกิน 150MB (อาจเปลี่ยนได้ในอนาคต) เพื่อป้องกันการอัพโหลดคลิปที่ละเมิดลิขสิทธิ์ (และผมคิดว่าเป็นการหลบกลุ่มเป้าหมายของ YouTube และเว็บไซต์วิดีโออื่นๆ ด้วย) แสดงผลเป็น FLV เหมือนเว็บวิดีโอทั่วไป นำไป embed ได้ และสามารถจัดลงอัลบั้มหรือใส่แท็กได้เหมือนกับรูปภาพทุกประการ

ผู้ที่จะอัพโหลด Flickr Video ได้ต้องเป็นผู้ใช้แบบ Pro เท่านั้น ส่วนผู้ใช้ธรรมดาดูได้อย่างเดียว ตอนนี้ฟีเจอร์นี้ยังไม่เปิดให้คนทั่วไปได้ใช้ แต่บน Flickr Blog ได้โพสต์วิดีโอตัวอย่างให้ดูกันแล้ว หน้าตาสะอาดเรียบง่ายสมเป็น Flickr

ที่มา - TechCrunch

Tags:
Adobe

เมื่อปีที่แล้ว Bruce Chizen ซีอีโอของ Adobe ได้เผยวิสัยทัศน์ว่าในอนาคต ซอฟต์แวร์ของ Adobe จะทยอยย้ายไปอยู่บนเว็บ (ข่าวเก่า) ซึ่งเราเห็นได้ชัดจาก AIR และล่าสุด Photoshop Express โปรแกรมแต่งภาพออนไลน์ที่เขียนด้วย Flash/Flex ทั้งหมด

นอกจากการแต่งภาพตามปกติแล้ว ผู้ใช้ยังจะได้พื้นที่อัพโหลดภาพฟรี 2GB และฟีเจอร์ในการแชร์อัลบั้มภาพเป็น slideshow ให้คนอื่นดู ผมลองเล่นดูคร่าวๆ แล้วสามารถดึงภาพจาก Facebook, Picasa และ Photobucket มาได้โดยตรง อินเทอร์เฟซใช้สีเข้มเหมือนกับ Lightroom และที่เดาได้ไม่ยากคือ Adobe ประกาศว่าจะออกไคลเอนท์เวอร์ชันที่เป็น AIR ซึ่งสามารถแต่งภาพแบบออฟไลน์ได้ในอนาคต

ก่อนหน้านี้ Adobe เคยออก Adobe Premiere Express โปรแกรมตัดต่อวิดีโอออนไลน์ ซึ่งใช้วิธีจับมือกับเว็บไซต์พันธมิตรอย่าง MTV แทนการเปิดบริการด้วยตัวเอง ส่วน Photoshop Express นี้ดูแล้วจงใจตี Flickr/Picnik ตรงๆ เลย เดี๋ยวขอเล่นสักพักแล้วจะมีรีวิวละเอียดนะครับ

ที่มา - News.com, Webware (รีวิว)