ลงข่าวประกาศของหน่วยงานต่างๆ ตลอดจนงานอีเวนต์ได้ที่นี่ครับ
Tags:

BIOSTAR ได้เปิดตัวเมนบอร์ดใหม่ล่าสุดสำหรับชิปเซ็ต A70M จาก AMD ในชื่อโมเดล A70MGP ซึ่งเป็นชิปเซ็ตที่รองรับการใช้งานซ็อกเก็ต FM2+ APU, USB 3.0 และ SATA3 ด้วยเมนบอร์ดนี้ได้มอบความคุ้นค่าที่ดียิ่งกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับอัตราส่วนด้านประสิทธิภาพของชิปเซ็ต A68H หรือ A58
แม้ว่าทาง AMD ได้เปิดตัวชิปเซ็ต A68H ที่สนับสนุน FM2+ APUs เมื่อเร็วๆนี้ก็ตาม เมนบอร์ด A70M ใหม่นี้ (ที่มีเพียงเฉพาะ BIOSTAR เท่านั้น) รองรับการทำงาน USB 3.0 และ SATA3 ที่ได้มอบการยกระดับไปอีกขั้นและเหนือกว่าบอร์ดชิปเซ็ท A58 ในปัจจุบัน
ตอนนี้ BIOSTAR ได้นำเสนอเมนบอร์ดสำหรับชิปเซ็ต A70M ใหม่ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติจากบอร์ด A68H แต่มีราคาที่ถูกกว่าเดิม A70MP เป็นเมนบอร์ดที่ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ AMD Multi-Core (x4, x2) socket FM2+ / FM2 / AMD A-series / E2-series สำหรับขนาด microATX
เมนบอร์ดเหล่านี้ได้มอบตัวเลือกสำหรับการสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กในขนาด micro ATX ทั้งสองบอร์ดรองรับการติดตั้ง 2 DIMM DDR3 สูงสุด 32GB และอินเตอร์เฟสใหม่ล่าสุด SATA 6Gb/s จำนวน 4 พอร์ท ซึ่งมีความเร็วเป็นสองเท่าของ SATA 3Gb/s และมาพร้อมกับฟีเจอร์ USB 3.0 นอกจากนี้ยังสนับสนุนเทคโนโลยี AMD Dual Graphics สำหรับการแสดงผล Full HDMI 3D 1080p
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม A70MGP (ราคา $44 สำหรับ MSRP): http://www.biostar.com.tw/app/en/mb/introduction.php?S_ID=771
สำหรับวิดีโอ: https://www.youtube.com/watch?v=6HWznc8bLP8

Tags:

ข่าวฝากประชาสัมพันธ์

“"ทุกคนไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นเจ้าของบริษัท
และทุกคนก็ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นลูกจ้างตลอดไป..." Credit FB คุณเมษ พิชญพล

แต่คุณกล้าหรือไม่ที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงกับอาชีพของคุณ

“ใครไม่อยากเป็นมนุษย์เงินเดือนยกมือขึ้น” กิจกรรมครั้งใหม่จาก 2xpace มาเปิดมุมมองใหม่ๆ ที่อาจช่วยให้คุณกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง และออกจากรอบเดิมๆ พบกับเจ้าของธุรกิจสาวรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในด้านธุรกิจออนไลน์ คุณณัฐธิดา สงวนสิน เจ้าของเว็บไซด์ Buzzybees.com ซึ่งมีผู้ใช้งานหลายแสนคนต่อวัน
สาวเก่งจาก Google Business Group Bangkok คุณสิวลี อนันตชาติ ที่จะมาแบ่งปันการทำธุรกิจในมุมมองของ Google พร้อมกับแนวทางการทำธุรกิจทั้งออนไลน์ และ ออฟไลน์ และ พลาดไม่ได้กับการทำความรู้จัก Wecosystem ศูนย์บ่มเพาะนักธุรกิจยุคใหม่ Startup โดยพี่ไวท์ ชาคริต จันทร์รุ่งสกุล

ครั้งนี้เราพบกันที่ @NE8T School for all Makers ใกล้สถานีรถไฟฟ้าราชเทวี
วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2558 เวลา 13.00 – 16.30 น.
จองบัตรเข้างานได้ที่ http://bit.ly/1yJ4orx (ฟรีตลอดงานค่ะ)
ปล. ผู้ชายมาร่วมงานได้นะคะ เพียงให้สาวๆ จองบัตรและพาเข้าร่วมงานค่ะ

กำหนดการ Women เม้าท์ เล่า Startup #5
วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2558 เวลา 13.00 – 16.30 น.
@NE8T School for all Makers (BTS ราชเทวี ทางออก 3)

12.30 ลงทะเบียนเข้างาน @NE8T School for all Makers เพลิดเพลินกับกิจกรรมของบูธเพื่อนๆ ที่มาร่วมงาน ทำนายไพ่ทาโร่ต์ ระหว่างนี้ เชิญสาวๆ พูดคุย เฮฮา สนุกสนานกับทีมงาน 2xpace และ networking กันได้เลย
13.30 @NE8T ทักทาย ต้อนรับสาวๆ
13.35 VDO แนะนำ 2xpace
13.40 Women Connect กิจกรรมสนุกๆ ที่จะทำให้สาวๆ รู้จักกันมาก
13.50 Women เม้าท์ แนะนำธุรกิจทางเลือกใหม่ให้กับสาวๆ โดย Emme Max
14.00 Women Startup : คุณพิ้งค์ ณัฐธิดา สงวนสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท บัซซี่บีส์ จำกัด และ คุณส้ม สิวลี อนันตชาติ Community Lead of Google Business Group Bangkok /Thailand ร่วมพูดคุยการสร้างธุรกิจสไตล์ผู้หญิงเก่ง
15.00 Women Special : แนะนำ Wecosystem ศูนย์บ่มเพาะนักธุรกิจยุคใหม่ Startup โดย พี่ไวท์ ชาคริต จันทร์รุ่งสกุล Founder
15.10 จบงานแล้ว มาเม้าท์สร้าง Networking กันต่อนะคะ อย่าเพิ่งรีบกลับ

หมายเหตุ : กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม
ทำนายไพ่ทาโรต์ พิเศษสำหรับท่านแรกที่มาถึงหน้างานและลงทะเบียนเรียบร้อยเท่านั้นนะจ๊ะ

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/2xpace

ที่จอดรถ : ฟรี 3 ชั่วโมง บนอาคารเอเชีย (ที่จอดรถเดียวกับโรงแรมเอเชีย)

Tags:

ขอต้อนรับน้องๆ เหล่านักล่าขุมทรัพย์ความรู้ ม.ปลาย และ ปวช. ทั่วประเทศไทยทุกท่าน นี่คือค่าย IT CAMP ครั้งที่ 11 จากคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ที่ทุกคนรอคอยกลับมาแล้วอีกครั้งหนึ่งแล้ว

ค่ายที่เหล่าน้องๆ นักล่าขุมทรัพย์ความรู้ 120 คน จะได้มาเรียนรู้เทคโนโลยีที่พี่ๆ คัดมาแล้วว่าน่าสนใจ แปลกใหม่และไม่เหมือนใคร ตลอดเวลาค่าย 4 วัน 3 คืน ในวันที่ 5 - 8 มิถุนายน 2558

Tags:

เซินเจิ้น, จีน--17 เม.ย.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

      Skyworth Group ผู้ผลิตชุดเครื่องรับโทรทัศน์รายใหญ่ที่สุดของจีน เป็นเจ้าภาพจัดงาน 2015 Overseas Distributor Convention & New Product Exhibition เมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา ที่เมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน ในหัวข้อ "Trends & Emerging Trends" โดยนายหยาง ตงเหวิน ผู้อำนวยการบริหารและซีอีโอของ Skyworth Digital Holdings Limited และประธานของ Skyworth Group รวมถึงผู้บริหารบริษัทในเครือที่ดำเนินธุรกิจโทรทัศน์สี ตู้เย็น เครื่องซักผ้า และเครื่องปรับอากาศ พร้อมใจกันประกาศกลยุทธ์ของเครือบริษัทเพื่อขยายธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ Skyworth ได้แจ้งเกิดในตลาดระดับโลก

      http://photos.prnasia.com/prnvar/20150416/0861502969 

      คุณหยางอธิบายว่า “Skyworth จะสร้างและบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานในต่างประเทศ รวมถึงเร่งสร้างเครือข่ายปฏิบัติการขนาดใหญ่นอกตลาดจีน ขณะเดียวกันยังมีแผนรุกโปรโมทแบรนด์ของบริษัทเพื่อแจ้งเกิดบนเวทีโลกด้วย”

      คุณหยางกล่าวเสริมว่า ขณะนี้ Skyworth ตั้งเป้าขายเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านให้ได้ 10 ล้านเครื่องภายในเวลา 3 ปีนับตั้งแต่บัดนี้ไปจนถึงสิ้นปี 2560 ด้วยการใช้กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจอย่างหลากหลาย เน้นที่ธุรกิจชุดเครื่องรับโทรทัศน์เป็นหลัก โดยสินค้าแบรนด์ของบริษัทเองจะคิดเป็นสัดส่วน 30% ขณะที่ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ได้แก่ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า และเครื่องปรับอากาศ จะคิดเป็นสัดส่วน 10% จากทั้งหมด และภายในปี 2563 Skyworth ตั้งเป้าขายเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านนอกประเทศจีนให้ได้ 15 ล้านเครื่อง ซึ่ง 50% จากทั้งหมดจะวางจำหน่ายภายใต้แบรนด์ของบริษัทเอง

      “เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่นี้ Skyworth จะเดินหน้าสนับสนุนและสร้างทีมบุคลากรในต่างประเทศที่สามารถทำงานได้อย่างเป็นอิสระ ผ่านการอัดฉีดงบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนา การปรับรูปแบบงานขายและงานบัญชีในต่างประเทศ ตลอดจนบุกตลาดใหม่ๆด้วยการผสานศักยภาพด้านการเงินและการผลิตเข้าด้วยกัน” คุณหยางกล่าว พร้อมให้คำมั่นว่า “ภายใต้เงื่อนไขใหม่เหล่านี้ Skyworth คาดหวังว่าจะก้าวออกจากรูปแบบการดำเนินงานลักษณะ OEM และ ODM พร้อมทั้งสร้างชื่อให้กับแบรนด์ของบริษัทเองในตลาดโลก”

      ในวันเดียวกัน นายหลิว ถังจือ รองประธานของ Skyworth Group และซีอีโอแผนกธุรกิจโทรทัศน์สี ได้นำเสนอแผน 8 ประการสำหรับการขยายธุรกิจในต่างประเทศประจำปีนี้ ซึ่งครอบคลุมถึงเป้าหมายด้านบุคลากร การวิจัยและพัฒนา ห่วงโซ่อุปทาน การสร้างแบรนด์ การดำเนินงานด้านเงินทุน เป็นต้น

      นอกจากนี้ นายหวง หงเซิง ผู้ก่อตั้ง Skyworth และนายหลิน เว่ยผิง ประธานกรรมการบริษัท Skyworth Digital Holdings Limited รวมถึงผู้บริหารบริษัทอื่นๆในเครือที่ดำเนินธุรกิจโทรทัศน์สี เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น และเครื่องซักผ้า ก็ได้เข้าร่วมงานในครั้งนี้เช่นกัน

      ดุลยภาพใหม่ผลักดันให้เกิดกลยุทธ์ใหม่

      ในฐานะบริษัทชั้นนำในวงการจอภาพของจีน Skyworth สามารถรักษาอัตราการเติบโตต่อปีได้ถึง 14.8% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และเป็นบริษัทที่มีมูลค่าแบรนด์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุดในวงการโทรทัศน์สี 6 ปีติดต่อกัน รายงานการวิเคราะห์ตลาด LCD TV จีนรายเดือนจาก AVC ระบุว่า Skyworth ครองส่วนแบ่งสูงสุดในตลาดโทรทัศน์สีของจีน และครองส่วนแบ่งสูงสุดในตลาดกล่องรับสัญญาณ HD ของจีนเช่นเดียวกัน

      การเข้าสู่ “ดุลยภาพใหม่” ของเศรษฐกิจจีนนั้นเป็นเครื่องบ่งชี้ว่า การทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่งของเศรษฐกิจจีนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ไม่น่าจะปรากฏให้เห็นอีกในเวลาอันใกล้ และเพื่อตอบรับยุทธศาสตร์ "One Belt, One Road" ของรัฐบาลจีน ทาง Skyworth จึงมีแผนบริหารจัดการธุรกิจในตลาดจีนอย่างรอบคอบ พร้อมกับรุกสำรวจตลาดใหม่ๆนอกประเทศจีนเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาด Skyworth ได้ผลักดันกลยุทธ์การพัฒนาธุรกิจรูปแบบใหม่ที่เน้นเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจหลักของบริษัท พร้อมขยายขอบเขตให้ครอบคลุมธุรกิจอื่นๆที่เกี่ยวข้อง คุณหยางอธิบายว่า Skyworth จะดำเนินงานตามแผนกลยุทธ์ใหม่โดยเน้นที่ 4 ส่วนหลัก ได้แก่ นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ นวัตกรรมแม่แบบธุรกิจ การขยายธุรกิจไปยังสาขาที่เกี่ยวข้อง และการแจ้งเกิดบนเวทีโลก

      จนถึงขณะนี้ Skyworth ได้แจ้งเกิดอย่างสวยงามในต่างประเทศ โดยมียอดขายกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลในต่างประเทศแซงหน้ายอดขายในจีน ขณะที่ยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านอื่นๆในต่างประเทศก็ขยายตัวเหนือความคาดหมาย โดยตลาดที่มีขนาดใหญ่อย่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ และแอฟริกา ได้สร้างโอกาสครั้งยิ่งใหญ่ให้แก่ Skyworth ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2557 ที่ผ่านมา กล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลของ Skyworth สามารถครองส่วนแบ่งสูงสุดในตลาดแอฟริกา อินเดีย ไทย และฟิลิปปินส์ ทั้งยังมีความได้เปรียบทางตลาดในอีกหลายประเทศ เช่น อินโดนีเซีย เวียดนาม และเมียนมาร์

      สำหรับผู้เข้าร่วมงานครั้งนี้ส่วนใหญ่เดินทางมาจากประเทศที่กล่าวถึงข้างต้น ทั้งจากไทย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม อินเดีย อินโดนีเซีย และแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นตลาดต่างประเทศที่ Skyworth สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วที่สุดในช่วงไม่กี่ปีมานี้

      เกี่ยวกับ Skyworth

      Skyworth ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2531 โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมไฮเทคเซินเจิ้น และมีพนักงานกว่า 35,000 คน บริษัทมีฐานการดำเนินงานในประเทศจีนด้วยวิสัยทัศน์กว้างไกลระดับโลก Skyworth เป็นเครือบริษัทไฮเทคขนาดใหญ่ที่ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาคอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์ จอภาพ กล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอล จอมอนิเตอร์ของกล้องวงจรปิด อุปกรณ์สื่อสารเครือข่าย เซมิคอนดักเตอร์ ตู้เย็นและเครื่องซักผ้า 3Cdigital ระบบไฟ LED และอื่นๆอีกมากมาย ทั้งนี้ Skyworth Digital ซึ่งเป็นบริษัทแม่ ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงเมื่อปี 2543 (00751.HK) และเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2557 บริษัทในเครืออย่าง Skyworth Digital Co., Ltd. ได้เข้าจดทะเบียนหลักทรัพย์โดยอ้อมบนกระดานซื้อขายหลักของตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้นผ่านทางบริษัท China Resources JinHua Co., Ltd. อันเป็นบริษัทลม (shell company) ภายใต้รหัส SZ000810 ส่งผลให้บริษัทก้าวเข้าสู่ตลาดเงินทุนระดับ A-share ของจีนแผ่นดินใหญ่

      ปัจจุบัน Skyworth ก้าวเข้าสู่ปีที่ 27 โดยติดอันดับแบรนด์โทรทัศน์สียอดนิยม 10 อันดับแรกของโลก และยังเป็นแบรนด์ชั้นนำในอุตสาหกรรมจอภาพของจีน ทั้งยังครองอันดับที่ 13 ในการจัดอันดับ 100 สุดยอดบริษัทเทคโนโลยีสารสนเทศและอิเล็กทรอนิกส์ของจีน ทั้งนี้ Skyworth มีมูลค่าแบรนด์แตะ 5.5695 หมื่นล้านหยวนในปี 2557 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถรับชมได้ที่เว็บไซต์ของบริษัท www.skyworth.com 

      รูปภาพ- http://photos.prnasia.com/prnh/20150416/0861502969 
Tags:
     มอนทรีออล --(โกล๊บ นิวส์ไวร์)--13 เม.ย. 2558

     เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่สามรุ่น: เหนือกว่าด้วยศักยภาพ คุณภาพเอฟเฟกต์ และฟีเจอร์อนิเมชั่น พร้อมช่องทางใช้งานผ่านเดสก์ท็อป

     ด้วยการเปิดตัว Harmony 12 ในวันนี้ Toon Boom Animation รุกเปลี่ยนโฉมวงการอนิเมชั่น ผ่านตระกูลผลิตภัณฑ์ที่มาคู่กับฟีเจอร์ใหม่ๆสำหรับผู้ใช้งานตามสตูดิโอและผู้ที่ชื่นชอบการสร้างสรรค์ผลงาน โดยซอฟต์แวร์อนิเมชั่นสองมิติยอดนิยมสามรุ่นใหม่ พร้อมช่องทางในการสมัครใช้งานซึ่งสนนราคาเริ่มต้นเพียง 15 ดอลลาร์/เดือน ส่งผลให้เครื่องมือการผลิตที่เหล่าสตูดิโออนิเมชั่นรายใหญ่ๆของโลกเลือกใช้นี้สามารถเข้าถึงได้ทุกคน 

     สามารถรับชมภาพประกอบข่าวประชาสัมพันธ์ได้ที่:

     http://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/f9b85d92-9307-4c88-80d7-5b761fea9311

     http://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/69876ece-74df-4a6d-ac36-9ed7dbca1a1c

     http://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/fc3794ff-a661-4761-b340-093ea37b68b1

     http://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/1ec87eeb-544a-4db3-8135-3c9afb25b63c

     ฟรานซิสโก เดล กูเอโต ซีทีโอของ Toon Boom กล่าวว่า “Harmony 12 ไม่ได้เป็นเพียงผลิตภัณฑ์ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เราเคยมีมาเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถรองรับผู้ใช้งานได้ทุกประเภทเช่นกัน”

     ผลิตภัณฑ์ตระกูล Harmony 12 แต่ละรุ่น สามารถรองรับความต้องการด้านอนิเมชั่นของผู้ใช้งานที่มีลักษณะแตกต่างกันไป:

     - Harmony Essentials เหมาะสำหรับโปรเจกต์อนิเมชั่นในรูปแบบ paperless และ cut-out ที่ไม่ซับซ้อน โดยผู้ที่ชื่นชอบการสร้างอนิเมชั่นและทำเป็นงานอดิเรกสามารถใช้เครื่องมือวาด ลงสี และอนิเมชั่น อันเป็นเครื่องมือพื้นฐานของ Harmony ได้ตามความต้องการ

     - Harmony Advanced เป็นโซลูชั่นระดับมืออาชีพสำหรับการใช้งานตามสตูดิโอ ผู้รับจ้างอิสระ หรือผู้ใช้งานที่ต้องการฟังก์ชั่นสร้างอนิเมชั่นประเภท paperless และ cut-out ที่ไม่ซับซ้อนอย่างเต็มรูปแบบ

     - Harmony Premium เหมาะสำหรับงานอนิเมชั่นประเภท paperless และ cut-out ที่มีความซับซ้อนอย่างเต็มรูปแบบ โดยผลิตภัณฑ์ตัวนี้เป็นรุ่นที่ทรงพลังและซับซ้อนมากที่สุดในตระกูล Harmony ซึ่งสามารถใช้ร่างคาแรคเตอร์ขั้นสูง ออกแบบการเคลื่อนไหวเสมือนจริง พร้อมสเปเชียลเอฟเฟกต์ที่มีให้เลือกอย่างไม่จำกัด

     คริสติน่า ฮาลสเตด ผู้สร้างอนิเมชั่นอิสระ กล่าวว่า “Harmony Essentials ตัวใหม่นี้เหมาะสมกับเพื่อนๆในวงการเดียวกับฉันที่ต้องการเป็นผู้สร้างอนิเมชั่น โดยพวกเขาสามารถเข้ามาลองใช้เครื่องมือบางส่วนที่ดิฉันมักใช้ใน Harmony Premium ด้วยตนเอง”

     สำหรับทีมงานหรือสตูดิโอที่ต้องการยกระดับประสิทธิภาพในการผลิต Harmony Server จึงนับเป็นช่องทางที่มีความปลอดภัยและยืดหยุ่น ในการประสานงานอีกทั้งแบ่งใช้สินทรัพย์กลางและฐานข้อมูลการผลิต

     Harmony ถูกเลือกใช้ในกองผลิตอนิเมชั่นชื่อดังอย่าง The Simpsons, SpongeBob Movie: Sponge Out of the Water และ The Congress โดยถือเป็นมาตรฐานทองของวงการอนิเมชั่นสองมิติ Harmony ผสานเครื่องมือวาดและสร้างอนิเมชั่นที่ใช้งานง่าย พร้อมชอร์ทคัทระบบอัตโนมัติและกระแสงาน เพื่อมอบประสบการณ์สร้างสรรค์ผลงานอันทรงพลัง สำหรับคุณสมบัติใหม่ของ Harmony 12 นั้นประกอบไปด้วย:

     - ยกระดับบิตแมปบรัช – ผู้วาดสามารถสร้างบิตแมปบรัชได้ในรูปแบบที่ตนต้องการเพื่อใช้เป็นเท็กซ์เจอร์สำหรับผลงานทดลองและผลงานเสมือนจริง และด้วยฟีเจอร์บรัชคู่ ผู้วาดจึงสามารถออกแบบผลงานได้อย่างเป็นเอกลักษณ์ยิ่งขึ้น

     - เครื่องมือแพลตฟอร์มแบบเปิด -- Harmony 12 รองรับปลั๊กอิน OpenFX ซึ่งสามารถนำไปใช้เพื่อเพิ่มสเปเชียลเอฟเฟกต์อันตื่นตาตื่นใจแก่ตัวคาแรคเตอร์และฉากหลัง โดยสามารถโหลดไฟล์ Collada และ Alembic 3D ซึ่งใช้กันทั่วไปในอุตสาหกรรมลงใน Harmony ขณะที่สามารถส่งโครงร่างคาแรคเตอร์เคลื่อนไหวไปยังโปรแกรม Unity ยอดนิยม

     - การลงแสงเงา -- Harmony 12 เสริมปริมาตรผิวหน้าและกำหนดแสงบนวัตถุสองมิติ ซึ่งช่วยลงโทนสีและเน้นแสงกระทบอย่างอัตโนมัติต่อตัวคาแรคเตอร์ ที่นับว่ามีประสิทธิภาพกว่าการลงสีด้วยมือ

     - ยกระดับประสิทธิภาพ -- Harmony 12 สามารถเรนเดอร์ได้เร็วกว่าสูงสุดถึง 65% เช่นเดียวกับการสร้างดีฟอร์มเมอร์และสเปเชียลเอฟเฟกต์แบบเรียล-ไทม์

     - ยกระดับดีฟอร์มเมอร์ – ระบบติดตั้งพร้อมควบคุมเอนเวลล็อปใหม่ที่ง่ายกว่าเดิมนั้นเหมาะสำหรับการดัด บีบ และสร้างการเคลื่อนไหวเสมือนจริงของคาแรคเตอร์ โดยดีฟอร์มเมอร์ Game Bone ตัวใหม่รองรับการทำงานของกลไกเกม

     “เรามีความตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งต่อการเปิดตัว Harmony 12 โดยการยกระดับความเร็วสำหรับการควบคุมและเรนเดอร์นั้น จะก่อให้เกิดความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดต่อกระบวนการทำงานของเรา” แอนดริว โชนทัค รองประธานฝ่ายดิจิตอลและโพสต์โปรดักชั่นของ Disney Television Animation กล่าว “การต่อยอดช่องทางรองรับปลั๊กอินภายนอกนับเป็นความก้าวหน้าขั้นบุกเบิกของซอฟต์แวร์นี้ และจะช่วยเปลี่ยนมุมมองที่อุตสาหกรรมมีต่อ Harmony ในฐานะเครื่องมือสร้างสรรค์ชิ้นงาน โดยเราจะเปลี่ยนไปใช้เวอร์ชั่น 12 สำหรับรายการโชว์ทั้งหมดของเรา”

     ราคาและช่องทางจำหน่าย

     Toon Boom Harmony 12 พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ หรือผ่านช่องทาง Desktop Subscription

     สามารถรับชมราคาผลิตภัณฑ์ทั้งหมดได้ที่เว็บไซต์ของ Toon Boom 

     เกี่ยวกับ Toon Boom Animation

     ซอฟต์แวร์ที่ได้รับรางวัลการันตีคุณภาพของ Toon Boom Animation Inc. เป็นซอฟต์แวร์มาตรฐานระดับโลกสำหรับวงการอนิเมชั่นสองมิติและการเขียนสตอรี่บอร์ด โซลูชั่นของเราตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ชื่นชอบการสร้างสรรค์ผลงาน ไปจนถึงบรรดามืออาชีพที่เปี่ยมไปด้วยอิสระในการรังสรรค์งานศิลปะ เพื่อก่อให้เกิดรูปแบบและนำเสนออย่างมีประสิทธิภาพ ลูกค้าของบริษัทประกอบไปด้วย Walt Disney Animation, Rovio Entertainment, Warner Bros., Universal Studios, Nelvana และ 20th Century Fox Animation สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถรับชมได้ที่ toonboom.com

     Copyright (C) 2015 Toon Boom Animation Inc. บริษัทในเครือของ Corus Entertainment Inc. ขอสงวนลิขสิทธิ์ Toon Boom เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน Harmony และโลโก้ Toon Boom เป็นเครื่องหมายการค้าของ Toon Boom Animation Inc. ส่วนเครื่องหมายการค้าอื่นๆเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทที่เป็นเจ้าของ

     ข้อมูลเพิ่มเติม (สื่อมวลชนเท่านั้น):

     Liaison Inc.
     Colin McLaughlin
     colin@liaisonpr.com
     +1 503 796 9822

     ผู้อ่านสามารถติดต่อได้ที่:

     Toon Boom Animation Inc.
     Desideria Mastriaco
     ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและสื่อสาร
     dmastriaco@toonboom.com
     +1 514 490 6497
Tags:
     กรุงเทพฯ, ประเทศไทย--(Marketwired)--15 เม.ย. 2558

     ช่วงการทำงานที่มีประสิทธิภาพพร้อมด้วยการจัดการพลังงานอย่างชาญฉลาด ลดค่าใช้จ่ายและการใช้พลังงาน

     RS Components (RS) แบรนด์การค้าของ Electrocomponents plc (LSE: ECM) ผู้จัดจำหน่ายทั่วโลกด้านวิศวกรรม ได้เปิดตัว WXR 3 ของ all-in-one rework stations อุปกรณ์เสริมล่าสุดแก่ผลิตภัณฑ์ในซีรีย์ของ Weller's WX สามารถเข้ากันได้กับเครื่องมือทุกชนิดของ Weller's WX 'intelligent', WXR 3 เป็นการทำงาน3 ช่องทางขนาด 600W ที่มอบประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมและอีกหลายนวัตกรรมใหม่ๆ ที่รวมถึงการสอบกลับข้อมูลและการควบคุมด้านบน เครื่องเหล่านี้มีราคาที่ดีมากและอยู่ในสต็อกพร้อมสำหรับการจัดส่งได้อย่างรวดเร็ว จากการขยายตัวอย่างมากของอุปกรณ์บัดกรี Weller ที่มีอยู่จาก RS WXR 3 รุ่นใหม่นี้ได้ส่งมอบอีกหนึ่งวิธีการสำหรับการประหยัดค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพในการรวมเอาอุปกรณ์บัดกรี ถอดอุปกรณ์และสามารถทำลมร้อนสำหรับการใช้งานได้อย่างหลากหลาย รวมถึงการใช้งานทางห้องปฏิบัติการหรือการผลิตอีกด้วย

     ชุดอุปกรณ์ที่แตกต่างกันทั้งสามแบบนั้นมีให้เลือกในแบบ ชุดเหล็กบัดกรี WXP 65W หรือ 120W, เครื่องมือดูดตะกั่ว รุ่นการใช้งานแนวนอน (WXDP) 120W หรือ รุ่นแนวตั้ง (WXDV) และดินสอลมร้อน WXHAP 200W ชุดอุปกรณ์ทุกแบบ WXR 3030, WXR 3031 และ WXR 3032 มีปั๊มลมสุญญากาศในตัวเอง ตัวจับสุญญากาศที่ช่วยในการจัดวางส่วนประกอบอย่างแม่นยำ เครื่องมือ WX พร้อมด้วยตัวควบคุมเซ็นเซอร์จับความเคลื่อนไหว และที่วางเพื่อความปลอดภัยทั้งสามแบบ

     WXR 3 รุ่น 600W หน่วยพลังงานพื้นฐานสำหรับทุกชุดอุปกรณ์มีการจัดการพลังงานอัจฉริยะเพื่อรักษาอุณหภูมิเครื่องมือในอยู่ในระดับที่เหมาะสม พร้อมกับการใช้พลังงานให้น้อยที่สุดเพื่อยืดอายุการใช้งานให้มากขึ้นและช่วยประหยัด นอกจากนี้ WXR 3 ยังสามารถซื้อแยกต่างหากได้ โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์เสริม สำหรับลูกค้าที่ต้องการอัพเกรดในค่าใช้จ่ายที่ต่ำที่สุดโดยการเชื่อมต่อเครื่องมือ Weller WX ที่พวกเขามีอยู่แล้วเข้ากับหน่วยพลังงาน all-in-one

     รูปภาพ          
     RS Components เปิดตัว Weller ชุดประกอบสำเร็จ All-in-One / สถานีผลิตงานซ้ำ รุ่นล่าสุดในราคาไม่แพง          
     http://release.media-outreach.com/i/Download/2767          

     ตราบริษัท          
     http://release.media-outreach.com/i/Download/2705

     เกี่ยวกับ RS Components          
     RS Components และ Allied Electronics เป็นแบรนด์การค้าของ บมจ. Electrocomponents ผู้จัดจำหน่ายทั่วโลกในด้านวิศวกรรม  ที่ดำเนินงานใน 32 ประเทศ เราแนะนำผลิตภัณฑ์ราว 500,000 รายการผ่านทางอินเตอร์เน็ต แคตตาล็อก และเคาน์เตอร์สินค้าให้แก่ลูกค้ามากกว่าล้านราย จัดส่งสินค้ามากกว่า 44,000 ชิ้นต่อวัน สินค้าของเรามาจากซัพพลายเออร์ชั้นนำกว่า 2,500 ราย ซึ่งรวมถึงเซมิคอนดักเตอร์ คอนเน็คเตอร์ ชิ้นส่วนพาสซีฟและเครื่องกลไฟฟ้า วงจรอัตโนมัติและแผงควบคุม ระบบไฟฟ้า การทดสอบและวัดค่า เครื่องมือและเครื่องอุปโภคบริโภค

     Electrocomponents เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอนและในปีงบประมาณล่าสุด สิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2557 มีรายได้อยู่ที่ 1.27 พันล้านปอนด์ 

     สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมที่เว็บไซท์ www.rs-online.com

     ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้จากลิงค์เหล่านี้: 
     @RSElectronics; @alliedelec; @designsparkRS

     RS Components บน Linkedin
     http://www.linkedin.com/company/rs-components

     RS Components บน Weibo
     http://e.weibo.com/u/3206377000?type=0

     ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง:
     Electrocomponents plc
     www.electrocomponents.com

     RS Components
     www.rs-online.com/ 

     DesignSpark
     www.designspark.com

     ข้อมูลการติดต่อ
     RS Components 
     Tan Soo Chun
     ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ - เอเชียแปซิฟิก
     อีเมล์: soochun.tan@rs-components.com 
     โทรศัพท์: +65-6391-5745

     ฝ่ายประชาสัมพันธ์ Edelman (สิงคโปร์)
     Yvette Yeo
     ผู้จัดการ
     อีเมล์: yvette.yeo@edelman.com
     โทรศัพท์: +65-6347-2355
Tags:
     สามรางวัลสำหรับประสิทธิภาพสูงสุดในสองทวีป โดดเด่นในด้านการบริการลูกค้าและการขับเคลื่อนการเติบโตของยอดขาย 

     RS Components (RS) แบรนด์การค้าของ Electrocomponents plc (LSE: ECM) ผู้จัดจำหน่ายทั่วโลกด้านวิศวกรรม ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมสูงสุดถึงสามรางวัลจากคู่ค้าการจัดจำหน่าย Tektronix ผู้นำในด้านเครื่องมือวัดและทดสอบระดับโลก 

     ทีมงาน  RS ได้รับเชิญไปรับรางวัลในระหว่างการประชุมการขายประจำปีที่สำนักงานใหญ่  Tektronix ที่เมืองพอร์ทแลนด์ รัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา นับเป็นครั้งแรกในการไปเยือนเวทีที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งหนึ่งในการมอบรางวัลของยุโรปที่ได้บันทึกการเติบโตในด้านการขายถึงสองหลักในปี 2557 

     จากนั้น RS ยังได้รับรางวับสำหรับการบริการที่เป็นเลิศในยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการให้บริการสอบเทียบได้รับการยกย่องอย่างสูงจากลูกค้าในการอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงและการตอบกลับอย่างรวดเร็ว 

     ในตลาดสำคัญอื่นๆ ทั่วโลก RS ยังได้รับรางวัลที่สามในด้านการเป็นคู่ค้าที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

     "RS เป็นหนึ่งในผู้จัดจำหน่ายทั่วโลกที่สำคัญ และด้วยรางวัลเหล่านี้เราจึงตระหนักถึงการบริการให้อยู่ในระดับสูงส่งมอบมูลค่าเพิ่มให้แก่ลูกค้า” คำกล่าวของ Dave Farrell รองประธานส่วนภูมิภาค ฝ่าย EMEA ของ Tektronix “ความมุ่งมั่นและความทุ่มเทของพวกเขาเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญในการเติบโตที่เราจะประสบความสำเร็จร่วมกัน” 

     “เรารู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งจากผลลัพธ์ที่เราได้บรรลุความสำเร็จกับ Tektronix และรางวัลเหล่านี้ยังเป็นสิ่งที่ยืนยันถึงการทำงานได้เป็นอย่างดี” คำกล่าวของ Valerie Ramon หัวหน้าฝ่ายด้านไฟฟ้า การทดสอบและการวัด RS Components “มันยังเป็นตัวบ่งชี้ที่ดีของการทำงานที่ยอดเยี่ยมของทั้งสองบริษัทในความร่วมมือนี้ และเสริมสร้างจุดยืนของเราเพื่อส่งมอบความสำเร็จไห้มากยิ่งขึ้นในปี  2558"

     ตราบริษัท
     http://release.media-outreach.com/i/Download/2705

     เกี่ยวกับ RS Components          
     RS Components และ Allied Electronics เป็นแบรนด์การค้าของ บมจ. Electrocomponents ผู้จัดจำหน่ายทั่วโลกในด้านวิศวกรรม ที่ดำเนินงานใน 32 ประเทศ เราแนะนำผลิตภัณฑ์ราว 500,000 รายการผ่านทางอินเตอร์เน็ต แคตตาล็อก และเคาน์เตอร์สินค้าให้แก่ลูกค้ามากกว่าล้านราย จัดส่งสินค้ามากกว่า 44,000 ชิ้นต่อวัน สินค้าของเรามาจากซัพพลายเออร์ชั้นนำกว่า 2,500 ราย ซึ่งรวมถึงเซมิคอนดักเตอร์ คอนเน็คเตอร์ ชิ้นส่วนพาสซีฟและเครื่องกลไฟฟ้า วงจรอัตโนมัติและแผงควบคุม ระบบไฟฟ้า การทดสอบและวัดค่า เครื่องมือและเครื่องอุปโภคบริโภค

     Electrocomponents เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอนและในปีงบประมาณล่าสุด สิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2557 มีรายได้อยู่ที่ 1.27 พันล้านปอนด์ 

     สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม, กรุณาเยี่ยมชมที่เว็บไซท์ www.rs-online.com

     ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้จากลิงค์เหล่านี้:
     @RSElectronics; @alliedelec; @designsparkRS

     RS Components บน Linkedin
     http://www.linkedin.com/company/rs-components

     RS Components บน Weibo
     http://e.weibo.com/u/3206377000?type=0

     ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง Links:
     Electrocomponents plc
     www.electrocomponents.com

     RS Components
     www.rs-online.com/ 

     DesignSpark
     www.designspark.com
Tags:

BIOSTAR แนะนำเมนบอร์ดในซีรีย์เกมมิ่งใหม่สำหรับโมเดล Gaming Z97X พร้อมการรับประกันสูงถึง 3 ปีเต็ม เมนบอร์ดนี้ไม่ใช่เกมมิ่งเมนบอร์ดทั่วไป เพียงเพื่อตอบสนองความต้องการในด้านฮาร์ดแวร์เท่านั้น BIOSTAR ได้คำนึงถึงทุกอย่างตั้งแต่ระดับพื้นฐานของเมนบอร์ดไปจนถึงด้านการออกแบบหรือดีไซน์ และประสิทธิภาพการทำงานระดับสูง พร้อมกับมีการออกแบบ Gaming Commander Box ใหม่และคุณสมบัติต่างๆที่ทันสมัยกว่าเดิม เช่น USB 3.1 ออนบอร์ด แน่นอนว่ายังเสริมนวัตกรรมใหม่ในด้านความทนทานที่ยอดเยี่ยม
BIOSTAR Gaming Z97X เป็นเมนบอร์ดที่มาในขนาดฟอร์แม็ท ATX รองรับซ็อกเก็ต LGA 1150 ภายใต้การควบคุมด้วยชิปเซ็ต Intel Z97 พร้อมคุณสมบัติใหม่ USB 3.1 และ PCI Express 3.0x16 จำนวน 3 สล็อต, PCIe M.2 Dual GbE LAN และ Super Hi-Fi Audio technology สำหรับ DisplayPort และพอร์ต HDMI สำหรับการเชื่อมต่อการแสดงผลความละเอียด 2K และ 4K นอกจากนี้ยังมี SATA Express Connector ที่รองรับ SATA และ PCIe เป็นโซลูชั่นการจัดเก็บข้อมูลให้ความเร็วในการถ่ายโอนสูงสุดถึง 10Gb/s
เมนบอร์ดนี้ ได้นำเสนอสิ่งใหม่ๆที่ทำให้สะดวกต่อการใช้งานมากขึ้น คือ BIOSTAR external Gaming Commander box ที่มีขนาด 5.5 นิ้ว หรือสามารถติดตั้งพอดีกับช่องใส่ CD-ROM นั่นเอง โดยเป็นเสมือนแหล่งรวมฟีเจอร์ต่างๆไว้ ไม่ว่าจะเป็น USB DA, dedicated MIC_IN และ Line-out jacks, ปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง, ไฟ LED สำหรับแสดงอุณหภูมิ CPU/ DDR/ VGA นอกจากนี้ยังมีปุ่มชนิดพิเศษคือ XLouder ที่สามารถปรับ MIC boost ได้ด้วยอย่างรวดเร็ว ซอฟท์แวร์ Gaming Commander มีอินเตอร์เฟสการใช้งานที่ทุกท่านสามารถเข้าใจง่าย ด้วยฟังค์ชั่นควอไลเซอร์ ทำให้ผู้ใช้สามารถสร้างเสียงเอฟเฟคได้ด้วยตนเองขณะกำลังเล่นเกม
PCIe M.2 slot ออนบอร์ดถูกออกแบบมาสำหรับการใช้งาน SSD ในระดับประสิทธิภาพที่สูงกว่าเดิม และพอร์ต SATA Express ที่รองรับสตอเรจทั้ง SATA และ PCIe ที่ให้ความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลสูงสุดถึง10Gb/s คุณสมบัติทั้งสองสามารถเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณด้านการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากฟีเจอร์ต่างๆข้างต้นแล้ว Gaming Z97X นั้นเป็นเมนบอร์ดตัวแรกที่มีคุณสมบัติการเชื่อมต่อด้วยอินเตอร์เฟส USB 3.1 ออนบอร์ดที่เป็นรูปแบบการเชื่อมต่อใหม่ที่เรียกว่า SuperSpeed+ และเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อรูปแบบใหม่ที่สามารถทำความเร็วเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า จากอัตราการรับส่งข้อมูล 5Gbps เป็น 10Gbps นอกจากนี้ยังสามารถใช่ร่วมกับ USB3.0 และ USB2.0 ได้อย่างไม่มีปัญหา
สิ่งหนึ่งที่เชื่อว่าเป็นสิ่งที่เหล่านักเล่นเกมต้องเบื่อหน่ายคือการที่ระหว่างกำลังเล่นเกมอยู่นั้นเกิดเหตุการณ์ อินเตอร์เน็ตตัดขึ้น Biostar ได้คำนึงถึงจุดนี้ด้วยเช่นกัน จึงได้เตรียมช่องเชื่อมต่อ LAN จำนวน 2 ช่อง พร้อมกับชิปยอดนิยม Killer LAN และ Intel LAN ด้วย Dual GbE LAN ที่ช่วยในการเชื่อมต่อ LAN ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้มีแบนด์วิธเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า จาก 1G เป็น 2G ด้วยการเชื่อมต่อเครือข่าย High-speed ทั้ง 2 ช่อง ทำให้คุณได้รับประสิทธิภาพการส่งผ่านข้อมูลที่สูงเป็นพิเศษ ประโยชน์ที่สำคัญคือการสามารถทำ Load Balancing โดยการทำ Load Balance นั้นคือการใช้ ระบบเครือข่าย 2 เครือข่ายมาเชื่อมต่อกัน ทำให้เกิดแบนด์วิธเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ทั้งนี้ฟังค์ชั่นดังกล่าวเหมือนการช่วยเหลือกันแบบเป็นทีมที่เป็นการรวมประสิทธิภาพ 2 เครือข่ายเข้าด้วยกันเป็นเครือข่ายเดียวหรือ Teaming นั่นเอง นอกจากนี้ BIOSTAR ได้นำระบบป้องกันไฟฟ้ากระชากมาใช้กับวงจรของ Dual Gigabit ด้วย โดยสามารถรถลดความเสียหายจากการเกิดไฟกระชากหรือแม้แต่กระแสไฟที่ไม่นิ่งได้ หากมีปัญหากับการเชื่อมต่อใดๆตัวหนึ่ง อีกตัวจะพร้อมที่จะทำหน้าที่แทนโดยอัตโนมัติ
ในด้านความเสถียร BIOSTAR ได้มองเห็นบริเวณรอบๆ CPU เช่นกัน การจัดวางภาคจ่ายไฟไว้มากถึง 12-phase ด้วยกัน ออกแบบมาเพื่อป้องกันและทนทานต่อความร้อนสูงๆ สุดยอด Ferrite Chokes และ Solid Capacitors ที่การันตรีถึงความทนทานและประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม ระบบป้องกันไฟกระชากและ ESD ที่สามารถช่วยจัดการแรงดันจากไฟฟ้าสถิตที่จะทำให้เมนบอร์ดของ BIOSTAR นั้นมีประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมและมีความคงทนที่เป็นเลิศ
ด้วยคุณสมบัติมากมายที่กล่าวถึงไปนั้นเป็นข้อมูลบางส่วนในด้านประสิทธิภาพฮาร์ดแวร์ ในตอนนี้เรามาดูในด้านประสิทธิภาพระบบเสียงกันบ้าง Gaming Z97X นั้นยังคงมีเทคโนโลยีสุดพิเศษอย่าง Hi-Fi 3D ที่เป็นเทคโนโลยีของ BIOSTAR โดยจะช่วยให้เสียงมีความละเอียดสูงและมีมิติมากขึ้น นอกจากนี้เมื่อใช้งานคู่กับ Gaming Commander box คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์คุณภาพเสียงระดับสูงและเกมเมอร์สามารถรับรู้ถึงเสียงคุณภาพผ่านระบบเครื่องขยายเสียงออนบอร์ด คุณสามารถเชื่อมต่อผ่านเมนบอร์ดหรือ BOX ในสถานการณ์ต่างๆได้ง่าย เพื่อเติมเต็มประสิทธิภาพของเสียงภายในเกมให้ถึงขีดสุด
ในตอนนี้เรารู้แล้วว่า Gaming Z97X นั้น เป็นที่สุดแห่งความทนทาน ทั้งปลอดภัยและเชื่อถือได้ในการเชื่อมต่อรูปแบบต่างๆ แน่นอนว่าเมื่อเราใช้งานในระดับ High-End นั้น สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ Super Rapid Debug 3 ที่จะช่วยให้แสดงข้อมูลรหัส POST ที่สำคัญในการแสดงผลแบบดิจิตอล LED จะช่วยให้เราทราบถึงปัญหาของระบบอย่างทันที
เมนบอร์ด BIOSTAR Gaming Z97X นี้มีคุณสมบัติอีกมากมายที่ยังไม่ได้กล่าวถึงเช่น N2 switch, T-Overclocking software & an ปุ่ม XMP ออนบอร์ดสำหรับสำหรับโอเวอร์คล๊อก CPU และ RAM ได้อย่างง่าย และพอร์ต dual HDMI ที่รองรับการแสดงผลวิดีโอ HD 4k/2k สุดท้ายนี้ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะได้สัมผัสทั้งหมดนี้ด้วยตัวคุณเอง
ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับ Gaming Z97X: http://www.biostar.com.tw/app/en/mb/introduction.php?S_ID=784

Tags:

คนรุ่น Gen Y หรือ Gen M (Millennial), Gen X และองค์กรธุรกิจ ผลักดันสไตล์การทำงานแบบ “ซูเปอร์ทาสกิ้ง” ที่ทำงานได้ “ทุกที่ทุกเวลา”

ผลการสำรวจในไทยชี้ กว่าครึ่งหนึ่งของบุคลากร Gen X และ Gen Y ยอมให้ “ลดเงินเดือน” เพื่อแลกกับความยืดหยุ่นในการทำงาน และ 100 เปอร์เซ็นต์ ของบุคลากรทั้งหมดเลือก
“สมาร์ทโฟน” เมื่อจำเป็นต้องเลือกเพียงอุปกรณ์เดียวสำหรับการทำงานและการใช้ชีวิตส่วนตัว

ประเทศไทย – 16 เมษายน 2558 – คนทำงานรุ่นเจนเนอเรชั่นเอ็กซ์ (Generation X) และเจนเนอเรชั่นวาย (Generation Y) หรือมิลเลนเนียล (Millennial) ต้องการสไตล์การทำงานที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยนายจ้างได้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายเพื่อรองรับทัศนคติที่เปลี่ยนไป จากรายงาน Cisco Connected World Technology Report (CCWTR) ประจำปี 2557 นอกจากนี้ รายงานดังกล่าวยังเปิดเผยว่า ภายในปี 2563 คนทำงานรุ่น Generation X และ Y ส่วนใหญ่เชื่อว่า สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์สวมใส่ (Wearable Device) จะกลายเป็นอุปกรณ์ “เชื่อมต่อ” ที่สำคัญที่สุดสำหรับบุคลากร ขณะที่แล็ปท็อปยังคงเป็นอุปกรณ์ที่เหมาะสำหรับสถานที่ทำงาน

โดยรวมแล้ว รายงาน CCWTR แสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เทคโนโลยีจะส่งผลต่อรูปแบบการทำงานในอนาคต และอุปกรณ์ แอพพลิเคชั่น และโซลูชั่นที่คนรุ่นเหล่านี้ชื่นชอบจะรองรับการทำงานในรูปแบบใหม่ๆอย่างไรบ้าง รวมถึงการเกิดใหม่ของสุดยอดคนทำงาน หรือ "Supertasker" ซึ่งใช้งานอุปกรณ์ 4 เครื่อง และทัศนคติที่เปลี่ยนไปของคนทำงานและองค์กรธุรกิจที่มีต่อการทำงานจากที่ใดก็ได้ (44 เปอร์เซ็นต์ของคนรุ่นมิลเลนเนียลรู้สึกว่ามีประสิทธิภาพมากที่สุดในการทำงานจากออฟฟิศ), การใช้งานแอพพลิเคชั่น (ผู้ตอบแบบสอบถาม 6 ใน 10 คนชอบที่จะใช้ปากกาและกระดาษมากกว่าโปรแกรมจดบันทึกยอดนิยม) และการรับสมัครบุคลากรทั่วโลก (50 เปอร์เซ็นต์ของผู้จัดการฝ่ายบุคลากรจะว่าจ้างคนทำงานจากการสัมภาษณ์ทางวิดีโอเท่านั้น)

สำหรับประเทศไทย ผลการสำรวจความคิดเห็นในประเทศไทยในส่วนของบุคลากร Gen X, บุคลากร Gen Y และพนักงานฝ่าย HR สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมการทำงานของคนไทย รวมถึงผลกระทบจากเทคโนโลยีต่อการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานในปัจจุบันและอนาคต ผลกระทบของอดีไวซ์ต่างๆ แอพ และโซลูชั่นที่ใช้โดยบุคลากรเหล่านี้ต่อรูปแบบใหม่ในการทำงาน รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากอุปกรณ์อัจฉริยะ และการสร้างสรรค์แนวทางใหม่ๆในการเชื่อมต่อของบุคลากรรุ่นใหม่

ในประเทศไทย กว่าครึ่งหนึ่งของบุคลากร Gen X (95 เปอร์เซ็นต์) และ Gen Y (72 เปอร์เซ็นต์) ต้องการที่จะเป็นอิสระจากตารางเวลาทำงาน 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็นตามปกติ ขณะที่กว่าครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถาม (54 เปอร์เซ็นต์) ระบุว่าบริษัทของตนเองอนุญาตให้ทำงานจากบ้าน และ 44 เปอร์เซ็นต์ของบุคลากร Gen X และ 56 เปอร์เซ็นต์ของบุคลากร Gen Y สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งจากที่บ้านและออฟฟิศ อีกทั้ง 87 เปอร์เซ็นต์ของบุคลากร Gen X เชื่อว่า องค์กรที่ปรับใช้รูปแบบการทำงานนอกสถานที่ผ่านอุปกรณ์พกพาอย่างยืดหยุ่น มีความได้เปรียบด้านการแข่งขันเหนือกว่าคู่แข่งที่ให้พนักงานทำงานในออฟฟิศ 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น ผลการสำรวจยังระบุด้วยว่า บุคลากรของไทยมองว่า “สมาร์ทโฟน” คือตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด กล่าวคือ 100 เปอร์เซ็นต์ ของบุคลากรที่ตอบแบบสอบถามเลือกสมาร์ทโฟนเมื่อจำเป็นต้องเลือกเพียงอุปกรณ์เดียวสำหรับการทำงานและการใช้ชีวิตส่วนตัว ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากรายงาน CCWTR ซึ่งระบุว่าบุคลากร Gen X และ Gen Y เชื่อว่าสมาร์ทโฟนคืออุปกรณ์เชื่อมต่อที่สำคัญที่สุดสำหรับบุคลากรภายในปี 2563

นอกจากนี้ รายงานดังกล่าวนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผลกระทบที่อุปกรณ์อัจฉริยะ เช่น อุปกรณ์สวมใส่ (wearables) ที่มีผลต่อระบบไอทีและผู้กำหนดกลยุทธ์ด้านไอที โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเกิดขึ้นของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมโยงทุกสิ่งเข้าด้วยกัน หรือ Internet of Everything (IoE) ซึ่งจะสร้างการเชื่อมต่อรูปแบบใหม่ รวมทั้งเปลี่ยนแปลงการติดต่อสื่อสารสำหรับคนทำงานรุ่นอนาคต เช่นเดียวกับปีก่อนหน้า รายงาน CCWTR แสดงถึงทัศนคติ ความคาดหวัง และพฤติกรรมของคนทำงานรุ่นอนาคตในประเทศต่างๆทั่วโลก โดยในปีนี้มีการเพิ่มเติมข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับบุคลากรรุ่น Gen X และพนักงานฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) รวมถึงทัศนคติที่มีต่อความสามารถในการเชื่อมต่อ (เหนือความจำเป็นทางกายภาพ), ความคิดเห็นเกี่ยวกับความพร้อมใช้งานของระบบสื่อสารที่ใช้ในการทำงาน (24 ชั่วโมง 7 วัน) รวมถึงประเด็นที่ว่าความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่งผลอย่างไรต่อนโยบายทางด้านไอทีและการรักษาความปลอดภัยขององค์กร การพัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์ และความสามารถด้านการแข่งขันของธุรกิจ

ภาพรวม

รายงาน Cisco Connected World Technology Report สำรวจตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมของมนุษย์ อินเทอร์เน็ต และการใช้เครือข่าย การตรวจสอบความสัมพันธ์ที่ว่านี้เผยให้เห็นข้อมูลเกี่ยวกับขีดความสามารถด้านการแข่งขันของบริษัทท่ามกลางอิทธิพลของแนวโน้มไลฟ์สไตล์ที่มีการใช้เทคโนโลยีอย่างกว้างขวาง รายงานระดับโลกนี้อ้างอิงการสำรวจความคิดเห็นของบุคลากรอายุ 18 ถึง 50 ปีใน 15 ประเทศ พร้อมทั้งจัดหาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับปัญหาท้าทายในปัจจุบันที่บริษัทต่างๆ ต้องเผชิญ ขณะที่พยายามรักษาสมดุลระหว่างความต้องการของพนักงานและองค์กรธุรกิจทั้งในปัจจุบันและอนาคต ท่ามกลางความสามารถทางด้านโมบิลิตี้ที่เพิ่มขึ้น รวมไปถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และเทคโนโลยีที่นำเสนอข้อมูลทุกที่ทุกเวลา

ประเด็นสำคัญของผลการศึกษาจาก 15 ประเทศ

** สถานที่ทำงานในอนาคต **

"Supertasker" หรือ “พนักงานที่ทำงานได้หลายอย่างในเวลาเดียวกันและทำได้ดี” เป็นพนักงานที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดในอนาคตหรือไม่?

· กว่า 4 ใน 10 ของคนทำงานรุ่น Gen X และ Gen Y รวมถึงเกือบ 6 ใน 10 ของพนักงานฝ่าย HR มองว่าตนเองเป็น "Supertasker" ซึ่งหมายถึงบุคคลที่สามารถทำงานมากกว่าสองอย่างในเวลาเดียวกันได้เป็นอย่างดี

· ราวครึ่งหนึ่งของบุคลากรรุ่น Gen X และ Gen Y เชื่อว่า การทำงานแบบ Supertasking จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และในทำนองเดียวกัน บุคลากรฝ่าย HR (62 เปอร์เซ็นต์) เชื่อว่า Supertasker ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับองค์กรโดยรวม

· เกือบ 2 ใน 3 เชื่อว่าในปี 2563 การทำงานแบบ Supertasking จะเป็นที่ต้องการมากที่สุดสำหรับองค์กร

· ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ระบุว่าตนเองกำลังเรียนรู้ที่จะเป็น Supertasker ด้วยการจัดการชีวิตส่วนตัว และส่วนใหญ่มักจะผสมผสานกิจกรรมเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคลากรรุ่น Gen X (70 เปอร์เซ็นต์)

คนทำงานรุ่น Gen X เทียบกับรุ่น Gen Y

· บุคลากรกว่า 4 ใน 10 คนเชื่อว่า พนักงานรุ่น Gen Y มีประสิทธิภาพในการทำงานแบบ Supertasking มากที่สุด เมื่อเทียบกับคนรุ่นอื่นๆ

· 60 เปอร์เซ็นต์ของบุคลากรรุ่น Gen X และ 81 เปอร์เซ็นต์ของบุคลากรฝ่าย HR เชื่อว่า พนักงาน Gen Y สามารถทำงานได้รวดเร็วกว่าพนักงานรุ่นเก่า ด้วยการใช้อุปกรณ์พกพาและโมบายล์แอพ

· นอกจากนั้น พนักงานฝ่าย HR ราว 7 ใน 10 คนคิดว่า พนักงานรุ่น Gen Y สามารถทำงานได้เร็วกว่า หากเขาได้รับอนุญาตให้ใช้อุปกรณ์พกพาและโมบายล์แอพ แทนที่จะใช้คอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป แล็ปท็อป หรือโน้ตบุ๊ก

อนาคตของฝ่าย HR และฝ่ายสรรหาบุคลากร

· พนักงานฝ่าย HR เกือบ 6 ใน 10 (58 เปอร์เซ็นต์) เต็มใจที่จะว่าจ้างผู้สมัครโดยเพียงแค่สัมภาษณ์ผู้สมัครผ่านการประชุมด้วยวิดีโอ (โดยไม่ต้องดำเนินการสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัว)

· เมื่อสอบถามความคิดเห็นทั่วไปเกี่ยวกับผู้จัดการฝ่ายบุคคล พนักงาน 50 เปอร์เซ็นต์เชื่อว่า ผู้จัดการฝ่ายบุคคลมีทัศนคติเปิดกว้างต่อการว่าจ้างพนักงานโดยไม่ต้องมีการสัมภาษณ์เป็นการส่วนตัว

อวสานของเวลาทำงานตามปกติ – ไลฟ์สไตล์ที่มีการเชื่อมต่อตลอดเวลา

· พนักงานกว่าครึ่งหนึ่ง (Gen X และ Gen Y) คิดว่าตนเองพร้อมทำงานทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึง 3 ใน 10 คนที่สามารถติดต่อได้ทั้งทางอีเมลและโทรศัพท์

· เวลาทำงาน 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็นยังมีอยู่อีกหรือ? ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่คิดว่าเวลาทำงานน่าจะเป็น 7 โมงเช้าถึง 8 โมง และ 9 โมงถึงเที่ยง ต่อด้วยบ่ายสองถึงห้าโมงเย็น และสามทุ่มถึงสี่ทุ่ม

· ตารางเวลาทำงานที่ยืดหยุ่นกำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น กล่าวคือ ราวหนึ่งในสี่ของพนักงานรุ่น Gen X และ Gen Y ระบุว่า องค์กรของตนอนุญาตให้ทำงานจากที่บ้านได้

· ที่น่าสนใจก็คือ พนักงานรุ่น Gen Y ที่มีโอกาสทำงานนอกสถานที่มีแนวโน้มที่จะชอบทำงานที่ออฟฟิศมากกว่าพนักงานรุ่น Gen X

การรับประทานอาหารกลางวันตอนบ่ายสามกลายเป็นเรื่องปกติ: คนรุ่น Gen X & Y ชอบตารางเวลาทำงานที่ยืดหยุ่น และยินดีที่จะทำงานนอกเวลางานปกติเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน

· บุคลากรมีความเห็นแตกต่างกันอย่างครึ่งๆ ในเรื่องที่เกี่ยวกับวันทำงานปกติของพนักงานทั่วไป โดยเกือบครึ่งหนึ่งระบุว่าตนเองต้องการอิสระในการทำงานและเล่นสนุกได้ทุกที่ทุกเวลา โดยไม่มีข้อจำกัด (เทียบกับเวลาทำงานตามปกติ 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น จันทร์ถึงศุกร์)

· บุคลากรรุ่น Gen X ส่วนใหญ่เชื่อว่า พนักงาน Gen Y ชื่นชอบเวลาทำงานที่ยืดหยุ่นมากกว่า แต่บุคลากร Gen Y มีแนวโน้มที่จะชอบเวลาทำงานปกติแบบเดิมๆมากกว่า (54 เปอร์เซ็นต์)

· บุคลากรประมาณหนึ่งในสี่ได้รับการว่าจ้างโดยองค์กรที่อนุญาตให้ทำงานจากที่บ้าน โดยมีเพียง 28 เปอร์เซ็นต์ของคนรุ่น Gen Y, 19 เปอร์เซ็นต์ของ Gen X และ 6 เปอร์เซ็นต์ของพนักงานฝ่าย HR เท่านั้นที่ชอบทำงานในออฟฟิศมากกว่าที่บ้าน

· บุคลากร Gen Y ส่วนใหญ่ (44 เปอร์เซ็นต์) ระบุว่าตนเองมีสมาธิและประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อทำงานในออฟฟิศ ขณะที่พนักงาน Gen X (38 เปอร์เซ็นต์) ระบุว่าตนเองมีสมาธิและประสิทธิภาพเท่ากันทั้งที่บ้านและในออฟฟิศ

“ความยืดหยุ่นในเวลาการทำงาน” คือ เครื่องมือดึงดูดบุคลากร

· บุคลากร 2 ใน 3 เชื่อว่าองค์กรที่ปรับใช้รูปแบบการทำงานนอกสถานที่ที่ยืดหยุ่น มีความได้เปรียบด้านการแข่งขันมากกว่าองค์กรที่กำหนดให้พนักงานประจำอยู่ในออฟฟิศ ตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์

· ราวครึ่งหนึ่งของพนักงาน Gen X และ Gen Y รู้สึกว่าฝ่ายทรัพยากรบุคคลกำลังปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับสไตล์การทำงานแบบโมบายล์ที่ยืดหยุ่นมากขึ้นสำหรับพนักงาน แต่พนักงานเกือบหนึ่งในสามรู้สึกว่าการปรับเปลี่ยนดังกล่าวยังไม่เร็วพอ

· จากมุมมองของฝ่าย HR ราว 56 เปอร์เซ็นต์ระบุว่า ฝ่าย HR ได้ปรับใช้หรือมีแผนที่จะปรับใช้สไตล์การทำงานแบบโมบายล์ที่ยืดหยุ่นมากขึ้น

ความยืดหยุ่นในการทำงาน และเงินเดือน

· โดยรวมแล้ว พนักงานไม่เต็มใจที่จะยอมลดเงินเดือนเพื่อแลกกับการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น แต่พนักงานในฝ่าย HR เต็มใจที่จะทำเรื่องนี้มากที่สุด โดย 4 ใน 10 ระบุว่าตนเองยอมรับการปรับลดเงินเดือน ในทำนองเดียวกัน บุคลากรฝ่าย HR เต็มใจที่จะยอมรับการลดเงินเดือนมากที่สุด โดย 56 เปอร์เซ็นต์ยอมรับการปรับลดเงินเดือนมากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ (เทียบกับ 35 เปอร์เซ็นต์ของพนักงาน Gen Y และ 34 เปอร์เซ็นต์ของพนักงาน Gen X)

· แม้ว่าเงินเดือนเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่ความยืดหยุ่นในการกำหนดตารางเวลาของตนเองหรือความสามารถในการทำงานนอกสถานที่มีความสำคัญมากที่สุดสำหรับพนักงาน Gen X และ Gen Y ราว 1 ใน 5 คน รวมถึงพนักงานฝ่าย HR ราว 1 ใน 3 คน

** อุปกรณ์และอุปกรณ์สวมใส่ (Wearables) **

กระแส BYOS (Bring Your Own Stuff) คือ BYOD รูปแบบใหม่

· ปัจจุบัน การนำเอาอุปกรณ์ส่วนตัวมาใช้ในที่ทำงาน (Bring Your Own Device – BYOD) ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง โดยพนักงานฝ่าย HR ราว 4 ใน 10 คนระบุว่า พนักงานทั้งหมดภายในองค์กรได้รับอนุญาตให้เชื่อมต่ออุปกรณ์ใดๆ เข้ากับเครือข่ายขององค์กร เพื่อรองรับการทำงาน

Tags:

ลอนดอน และกรุงเทพฯ--16 เม.ย.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

      ebpSource ผู้นำด้านการจัดหาโซลูชั่นการออกใบเสร็จและชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิก (EBP) ในปริมาณสูงและการออกใบแจ้งหนี้และการชำระเงิน (EIP) สำหรับธนาคาร บริษัทโทรคมนาคม และผู้ให้บริการชำระเงินชั้นนำ มีความภูมิใจที่ได้ประกาศเรื่องการเป็นพันธมิตรด้านกลยุทธ์กับบริษัท เอสเอสซี โซลูชั่นส์ จำกัด (SSCS) ในประเทศไทย

      SSCS เป็นผู้พัฒนาด้านไอทีที่ได้รับรางวัลชนะเลิศและผู้เชี่ยวชาญด้านการรวมแอปพลิเคชั่น ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การนำเสนอเอกสารขั้นตอนการทำงาน การบริหารจัดการข้อมูล การบริหารจัดการความรู้ และโซลูชั่นการชำระเงิน

      ทีมงาน ebpSource อยู่ในระดับแถวหน้าด้านแอปพลิเคชั่นที่ทันสมัยติดต่อกันเป็นเวลาหลายปีในวงการใบเสร็จและการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิก และใบแจ้งหนี้แบบอิเล็กทรอนิกและแบบรวมศูนย์สำหรับธนาคารและผู้ให้บริการชำระเงิน ลูกค้าของ ebpSource หลายรายได้เดินหน้าไปสู่การเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติในเรื่องนวัตกรรมและการออกใบเสร็จ ใบแจ้งหนี้ ห่วงโซอุปทานทางการเงิน และบริการชำระเงินโดยอัตโนมัติ

      ในโลกปัจจุบันที่มีการใช้อุปกรณ์พกพาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การรวมโซลูชั่นต่างๆและความเชี่ยวชาญจาก ebpSource และ SSCS จะช่วยให้ลูกค้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก้าวไปสู่เป็นองค์กรธุรกิจไร้สาย ด้วยการนำเสนอใบเสร็จ เอกสารทางการเงิน เอกสาร ใบแจ้งหนี้ และข้อมูลการทำธุรกรรมทั่วไปไปผ่านลูกค้าหลายช่องทางอย่างครบวงจร นับตั้งแต่ช่องทางออนไลน์แบงกิ้งและการเข้าถึงลูกค้าผ่านทางเว็บพอร์ทัล ไปจนถึงสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต แผงขายของ สาขา และเครือข่ายเอทีเอ็ม

      เฟรด ชาน ซีอีโอของ เอสเอสซี โซลูชั่นส์ กล่าวว่า "ใบเสร็จและใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกแสดงให้เห็นถึงพื้นที่ที่มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในภูมิภาคและเรารู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมทีมกับผู้นำระดับโลกในวงการนี้ การเป็นพันธมิตรครั้งนี้นำมาซึ่ง 2 ศูนย์กลางแห่งความเป็นเลิศที่มีอนาคตสดใสในทั้งสองประเด็น นั่นก็คือ ความเชี่ยวชาญระดับโลกที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้วและนวัตกรรม การนำเสนอด้วยภูมิปัญญาและการสนับสนุนในท้องถิ่น"

      หมายเหตุถึงบรรณาธิการ:

      เกี่ยวกับ ebpSource (http://www.ebpsource.com)

      ทีมงานที่มีประสบการณ์มากที่สุดในอุตสาหกรรมใบเสร็จและการชำระเงินระหว่างประเทศของ ebpSource นำเสนอโซลูชั่นซอฟต์แวร์ การให้คำปรึกษาและสนับสนุนแก่ผู้ให้บริการด้านการเงินระดับโลก ผู้ให้บริการชำระเงิน บริษัทโทรคมนาคม สาธารณูปโภค ไปรษณีย์ และผู้ให้บริการเอาท์ซอร์ส ทีมงานดังกล่าวมีความรู้ที่ไร้เทียมทานในด้านการจัดตั้งโครงสร้างพื้นฐานแบบหลายช่องทางที่ประสบความสำเร็จสูงและการให้การสนับสนุนบริการขนาดใหญ่ มีชื่อเสียงมากที่สุด และมีการนำไปใช้งานสูงในวงการนี้ทั่วโลก

      เกี่ยวกับบริษัท เอสเอสซี โซลูชั่นส์ จำกัด (http://www.sscs.co.th)

      SSCS เป็นผู้รวมระบบและแอปพลิเคชั่นไอซีทีที่ให้บริการแก่ลูกค้าชั้น 1 ในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัทมีความเชี่ยวชาญหลักๆในด้านการบริหารจัดการข้อมูล การบริหารจัดการความรู้ ไอทีเพื่อสิ่งแวดล้อม และโซลูชั่นการชำระเงินซึ่งรวมถึงแอปพลิเคชั่นการบริหารจัดการบัตรที่ครบชุดสำหรับช่องทางอุปกรณ์พกพาและอินเทอร์เน็ต ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา SSCS ได้รับรางวัลด้านไอทีและธุรกิจที่มีชื่อเสียงมากมายในระดับภูมิภาคจากโซลูชั่นการชำระเงินและกรีน คอมพิวติ้ง ของบริษัท

      แหล่งข่าว: ebpSource
Tags:

ประโยชน์ของการวางแผนทรัพยากรองค์กร (Enterprise Resource Planning หรือ ERP) โดยระบบคลาวด์
โดย คุณสุทธิศักดิ์ จันทรจำนง ผู้จัดการประจำประเทศไทย ฝ่ายแอปพลิเคชัน บริษัทออราเคิล คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย)

การใช้แอปพลิเคชั่นวางแผนทรัพยากรองค์กรผ่านระบบคลาวด์สามารถช่วยประหยัดเวลาในการทำงาน สรรค์สร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ และยังขยายขีดความสามารถขององค์กร

บริษัทขนาดกลางจำนวนมหาศาลในประเทศไทยถือเป็นภาคส่วนที่สำคัญและกำลังเติบโตสำหรับเศรษฐกิจภายในประเทศ อย่างไรก็ตามมีเพียงไม่กี่องค์กรเท่านั้นที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างเต็มที่ เป็นเรื่องที่พูดถึงกันมากขึ้นสำหรับการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (AEC) ซึ่งจะเป็นการสร้างโอกาสแก่ธุรกิจในประเทศไทยในการขยายธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศรวมถึงการขยายระบบการทำงานข้ามพรมแดนประเทศ แต่การที่จะประสบความสำเร็จในเป้าหมายนี้องค์กรทั้งหลายต้องมีความว่องไวและสามารถปรับตัวอย่างรวดเร็วในการใช้ประโยชน์จากโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ

ปัญหาที่หลายองค์กรประสบอยู่คือขาดระบบแอพพลิเคชั่นทางไอทีแบบบูรณาการ ซึ่งหมายความว่าการเติบโตด้านธุรกิจขององค์กรอาจชะงักงันได้ อย่างไรก็ตามระบบโซลูชั่นการวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP) ที่ทำงานผ่านระบบคลาวด์สามารถช่วยให้องค์กรทั้งหลายทำงานได้อย่างรวดเร็วในการได้รับประโยชน์ทางธุรกิจในโอกาสต่าง ๆ และสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น

เมื่อไม่นานมานี้การนำแอพพลิเคชั่นวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP) ผ่านระบบคลาวด์มาปรับใช้แบบสาธารณะได้รับความนิยมอย่างมาก โดยจากผลการวิจัยจากนิตยสารฟอร์บส์ (Forbes) และ ซีดีเน็ต (ZDNET) คาดการณ์ว่าในอีก 10 ปีข้างหน้าจะมีการนำแอปพลิเคชั่นทรัพยากรองค์กรผ่านระบบคลาวด์แบบสาธารณะมาใช้อย่างแพร่หลายเพิ่มขึ้นซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของโปรแกรมวางแผนทรัพยากรองค์กรในรูปแบบเดิม และเมื่อมองลงไปในแต่ละส่วนของโปรแกรมวางแผนทรัพยากรองค์กรตั้งแต่ระบบการบริหารลูกค้าสัมพันธ์ (Customer Relationship Management หรือ CRM) และการบริหารจัดการทุนมนุษย์ (Human Capital Management หรือ HCM) ไปจนถึงการบริหารด้านการเงินและการบริหารห่วงโซ่อุปทานจะพบว่าองค์กรเริ่มนำเอาระบบคลาวน์มาใช้งานเพื่อเพิ่มศักยภาพสำหรับกระบวนการต่าง ๆ อาทิด้านงานสรรหาบุคลากรและการบริหารจัดการรวมถึงระบบการขายอัตโนมัติ (Sales Automation)

อะไรคือกุญแจสำคัญที่จะสามารถช่วยสนับสนุนแนวความคิดนี้ และองค์กรจะได้ประโยชน์อะไรจากการใช้ ERP ผ่านระบบคลาวด์?
ร่นระยะเวลาในการทำงาน: ระบบคลาวด์ทำให้องค์กรสามารถใช้ฟังก์ชั่นการทำงานได้อย่างทันทีและประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าโปรแกรมการทำงานแบบเดิม การทำงานผ่านระบบคลาวด์นั้นแผนกไอทีจะเน้นไปที่เรื่องการบูรณาการและเรื่องความปลอดภัยซึ่งนับว่าเป็นฟังก์ชั่นที่โดดเด่น โดยในโปรแกรมการทำงานแบบเดิมที่ใช้กันอยู่มีข้อกำหนดมากมายในเรื่องไอทีและเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายที่สูงในการดูแลรักษาเพื่อให้ใช้งานได้ต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นโปรแกรมที่ซับซ้อนซึ่งไม่รองรับฟังก์ชั่นรูปใหม่ที่จะถูกผลิตออกมา

สรรค์สร้างนวัตกรรมอันโดดเด่น: การทำงานผ่านแอพพลิเคชั่นคลาวด์ฟังก์ชั่นจะทำงานบนระบบพื้นฐานร่วมกันซึ่งหมายความว่าผู้ใช้งานสามารถใช้งานภายใต้ในซอฟต์แวร์เดียวกัน ได้แต่ไม่สามารถให้ผู้ใช้งานกำหนดรูปแบบการใช้งานเองได้ อย่างไรก็ตามแอพพลิเคชั่นคลาวด์ยังพัฒนาศักยภาพที่สามารถรองรับการทำงานได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น รวมถึงสามารถแชร์ข้อมูลระหว่างกันได้ อีกทั้งแอพพลิเคชั่นนี้ยังมาพร้อมฟังก์ชั่นพื้นฐาน อาทิ การวิเคราะห์ เครื่องมือการทำงานร่วมกัน และรองรับการใช้งานผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ได้อย่างง่ายดาย
ความสำเร็จที่วัดได้จริง: แอพพลิเคชั่นวางแผนทรัพยากรองค์ผ่านระบบคลาวด์ทำให้องค์กรชั้นนำต่าง ๆ สามารถปฏิบัติงานได้ทันทีทันที โดยปกติหลังช่วงทดลองใช้งานแล้ว องค์กรจะสามารถประเมินความสำเร็จที่เกิดขึ้นได้และเลือกใช้รูปแบบฟังก์ชั่นการทำงานที่เหมาะสมกับองค์กร แอพพลิเคชั่นนี้ได้เติบโตขึ้นมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และในปัจจุบันแอพพลิเคชั่นนี้สามารถรองรับการใช้งานด้านการเงินและการจัดซื้อในรูปแบบที่เหมาะสมกับองก์กรส่วนใหญ่ ซึ่งนับเป็นโอกาสทางธุรกิจและประโยชน์ที่ดียิ่งขึ้นตามเหตุผลที่มาจากลูกค้าที่ได้ใช้งานจริงดังต่อไปนี้

องค์กรจะเติบโตขึ้นด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ :
กลยุทธ์สากล (Globalization strategy)
องค์กรให้บริการระดับมืออาชีพต่าง ๆ ได้เติบโตขึ้นย่างมากมายในกว่า 20 ประเทศ แต่ละประเทศได้นำโซลูชั่นด้านการเงินที่ใช้งานกันอยู่ทั่วไปมาใช้ตามความเหมาะสมและความต้องการของแต่ละประเทศซึ่งส่งผลให้ขาดความโปร่งใสและเข้าใจในเรื่องศักยภาพในการสร้างผลกำไรและต้นทุนของธุรกิจ โดยปัญาหนี้จะส่งกระทบกับความสามารถทางการเงินขององค์กร แอพพลิเคชั่นการวางแผนทรัพยากรองค์ผ่านระบบคลาวด์ (ERP) จึงนับเป็นทางเลือกใหม่ ที่จะช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาการติดตั้งระบบไอทีใหม่ ๆ ที่มีค่าใช้จ่ายสูง และยังง่ายต่อการออกแบบขั้นตอนการเงินใหม่แทนแบบเดิมที่ใช้อยู่ อีกทั้งยังช่วยให้องค์กรก้าวเข้าสู่ระบบการทำงานที่วัดได้จริงที่เป็นรูปแบบเดียวกันและเป็นสากล นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาการทำงานร่วมกันระหว่างทรัพยากรทางการเงินในหลาย ๆ ประเทศกับข้อมูลการจัดการอย่างต่อเนื่องในหลาย ๆ ด้าน (ประเทศ, ทรัพยากรและขอบเขตบริการ ) ที่ใช้ได้ทันทีเมื่อต้องการ

การขยายกิจการ (Business Expansion)
องค์กรขนาดกลางที่ใช้กลยุทธ์เข้าซื้อกิจการ (Acquisition Strategy) ได้สานต่อโปรแกรมวางแผนทรัพยากรองค์แบบเดิม ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าแต่โปรแกรมวางแผนทรัพยากรองค์แบบเดิมนี้ไม่สามารถที่จะขยายขอบเขตการทำงานจึงกลายเป็นปัญหาที่เสี่ยง เพราะหากองค์กรเติบโตขึ้นความต้องการของพนักงานไอทีและพนักงานที่คอยดูแลระบบก็ต้องเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย การใช้แอพพลิเคชั่นวางแผนทรัพยากรโดยระบบคลาวด์จึงตอบโจทย์เรื่องนี้ได้เพราะมีแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อรองรับธุรกิจทั้งที่มีอยู่ในปัจจุบันและในอนาคต ซึ่งช่วยลดต้นทุนด้านไอทีและงานควบคุมระบบเพราะแอพพลิเคชั่นตัวใหม่นี้สามารถใช้งานได้ง่าย

การจัดการกับระบบวางแผนทรัพยากรองค์ที่เก่า
องค์กรขนาดกลางของภาครัฐได้ใช้โปรแกรมวางแผนทรัพยากรองค์กรในช่วง 10-15 ปีที่ผ่านมา ระบบนี้กลายเป็นรูปแบบที่สามารถกำหนดได้เองมากขึ้น แต่ผลที่ตามมาคือค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาโปรแกรมที่สูงขึ้นและการอัพเกรดตัวโปรแกรมแทบจะทำไม่ได้เพราะข้อจำกัดด้านเทคนิค แต่ค่าใช้จ่ายในการใช้แอพพลิเคชั่นการวางแผนทรัพยากรองค์ผ่านระบบคลาวด์นั้นถูกกว่าค่าบำรุงรักษาโปรแกรมที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน อีกทั้งแอพพลิเคชั่นการวางแผนทรัพยากรองค์กรผ่านระบบคลาวด์ยังมีประสิทธิภาพในการทำงานที่เหนือกว่าด้วย
กรณีที่ยกมานี้บอกได้ว่าการแอพพลิเคชั่นการวางแผนทรัพยากรองค์ผ่านระบบคลาวด์ได้กลายเป็นทางเลือกเชิงกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดสำหรับองค์กรจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับองค์กรที่มีระบบการวางแผนทรัพยากรซึ่งเน้นในส่วนของการบริหารลูกค้าสัมพันธ์ การบริหารจัดการทุนมนุษย์และการจัดการด้านการเงิน และอีกกรณีหนึ่งคือโปรแกรมวางแผนทรัพยากรแบบเดิมสามารถแทนที่ได้ด้วยรูปแบบของแอพพลิเคชั่นการวางแผนทรัพยากรแบบผสมผสานซึ่งมีระบบความปลอดภัยที่ดีและมีการผสมผสานเชิงบูรณาการของระบบคลาวด์แบบสาธารณะเพื่อความสามารถทั่วไปในการวางแผนทรัพยากรองค์กรและระบบคลาวด์แบบส่วนตัวเพื่อความสามารถของการวางแผนทรัพยากรองค์กรในเชิงธุรกิจ
***

Tags:
  • AMD เปิดตัวปลั๊กอินเพื่อการเรนเดอร์สำหรับแอพพลิเคชันยอดนิยม –

ลาสเวกัส, เนวาดา – AMD (NASDAQ:AMD) ผนึกกำลังบริษัทชั้นนำฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ณ NAB Show 2015 เพิ่มศักยภาพการผลิตดิจิตอลคอนเทนต์และสื่อเพื่อการออกอากาศสำหรับworkflow แบบ 4K ด้วยขุมพลัง AMD FirePro™ W-series professional graphics พร้อมกันนี้ AMD ได้เปิดตัวปลั๊กอิน Fire Rende r ตัวใหม่จาก Render Legion s.r.o นักพัฒนาจาก Corona Renderer เพื่อใช้สำหรับการเรนเดอร์ในแอพลิเคชั่นที่ใช้กราฟฟิกการ์ด AMD FirePro™ W-series

“AMD รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับบริษัทชั้นนำฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เพื่อส่งมอบเครื่องมือผลิตดิจิตอลคอนเทนต์และสื่อเพื่อการออกอากาศการสร้างเนื้อหาทางที่รองรับการทำงานแบบ 4k” Karl Freund ผู้จัดการทั่วไป แผนก Professional Graphics ของ AMD อธิบาย “ผู้ใช้งานของAMD จะได้รับประโยชน์จากกราฟฟิกการ์ดที่รองรับการใช้งานหลายหน้าจอระดับ4K นอกจากนี้ยังรองรับแอพพลิเคชัน ISV เพื่อการทำงานที่รวดเร็วขึ้น”

“บริการ Adobe Creative Cloud ซึ่งมาพร้อมกับโปรแกรมขั้นเทพอย่าง Adobe Premiere Pro CC และ Adobe After Effects CC ได้รวมเอาแอพและ mobile-to-desktop workflow ที่ครีเอทีฟมืออาชีพต้องการเข้าไว้ด้วยกัน” Simon Williams ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจของ Adobe กล่าว “AMD และ Adobe ได้ร่วมมือพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพของแอพที่นักตัดต่อมืออาชีพใช้งานเป็นประจำ”

AMD พร้อมทั้งAdobe, Autodesk, Blackmagic Design, Dell, HP และ The Foundry ให้ผู้เข้าชมงานได้สัมผัสประสบการณ์ตรงในการทำงานแบบ workflow โดยได้จัดแสดง:

  • ฟีเจอร์ OpenCL™ ที่อัพเดตใหม่บนโปรแกรม Adobe Premiere® Pro CC (หนึ่งในโปรแกรมที่อยู่ใน Adobe Creative Cloud) ซึ่งจะทำนักตัดต่อเพิ่มลูกเล่นด้านสีได้มากขึ้น นอกจากนี้ Adobe ยังได้เปิดตัว OpenCL™ โฉมใหม่พร้อมฟีเจอร์ Morph Cut เพื่อทำให้ภาพตัดต่อดูลื่นไหลไม่สะดุด

  • คอมโพซิเตอร์ NUKE ของ The Foundry, 3D modeling จาก MODO และโปรแกรมวาดภาพ 3D จาก MARI ขุมพลังกราฟฟิกการ์ด FirePro™ D700 ของ AMD

  • Autodesk พร้อมปลั๊กอิน Fire Render สำหรับโปรแกรม 3ds Max และ Autodesk Maya พร้อมไลบรารี่ Bullet Physics และ deformer ขุมพลังกราฟฟิกการ์ด FirePro™ W9100 ของ AMD Render Legion s.r.o คือนักพัฒนาชื่อดังที่ทาง AMD ได้เลือกให้เป็นผู้ผลิตปลั๊กอิน Fire Render ซึ่งช่วงฤดูใบไม้ผลินี้

  • การสาธิตการตัดแต่งภาพแบบ real-time และการปรับแต่งสี จาก Blackmagic DaVinci Resolveและ 3D workspace จาก Eyeon Fusion

  • Dell Precision™ Workstation ที่ส่งมอบประสิทธิภาพเหนือชั้นพร้อมทั้งให้เหล่าครีเอทีฟทำงานบนแพลทฟอร์มที่เสถียรสำหรับแอพพลิเคชั่น ISV

  • HP Z Workstations ที่มอบความเสถียรและประสิทธิภาพสูงให้กับ post-processing effects ที่ซับซ้อนในการตัดต่อภาพยนตร์หรือเอนิเมชั่น

ทาง AMD ได้จัดแสดงกราฟฟิกการ์ดที่ใช้ร่วมกับฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์จากค่ายดังใน NAB Show2015 ที่ลาสเวกัสคอนเวนชั่นเซนเตอร์ บูธ #SL9324

เกี่ยวกับ AMD เอเอ็มดี (NASDAQ:AMD) เป็นผู้ออกแบบและประสานเทคโนโลยีที่ใช้ขับเคลื่อนอุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล แท็บเล็ต เกมคอนโซล และคลาวด์เซิร์ฟเวอร์ ซึ่งเป็นอุปกรณ์แห่งยุค Surround Computing ยุคใหม่ โซลูชั่นของเอเอ็มดีจะทำให้ใช้ประโยชน์สูงสุดจากแอพพลิเคชันและอุปกรณ์ชิ้นโปรดได้อย่างไร้ข้อจำกัด สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ www.amd.com

Tags:

แอพจัดการร้านอาหาร Order Anywhere เป็นแอพ ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อใช้บริหารจัดการธุรกิจ ร้านอาหาร, ภัตตคาร, สวนอาหาร โดยเริ่มตั้งแต่ รับออร์เดอร์ พิมพ์ใบสั่งอาหารไปยังห้องครัว, บาร์น้ำ จนกระทั่ง เก็บเงิน โดยใช้ Smart Phone หรือ Tablet ของคุณเป็นเครื่องมือในการจัดการ เหมือนในร้านอาหาร ภัตตคารชั้นนำอย่าง MK Restaurant, Fuji Restaurant.
โหลดฟรี สำหรับ มือถือ และสมาร์ทโฟน แอนดรอย์
http://www.orderanywhere.biz/oa/th/content/18-Download

Tags:

CareerVisa Thailand ร่วมกับสถาบัน i-Learn จัดกิจกรรม Passion Decode ถอดรหัสลับ อาชีพที่ใช่... Episode 2 : Digital
กิจกรรมนี้มีเนื้อหาเข้มข้นจากมืออาชีพสายงานดิจิตอล คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ @mimee (Co-Founder, Thumbsup in Thailand) และคุณศารณีย์ บุญฤทธิ์ธงไชย นักการตลาดจาก Google รวมถึงพี่ๆ Career Coaches ในสายงานดิจิตอลให้น้องๆได้พูดคุยกันตัวต่อตัว เวทีนี้เป็นของน้องๆ หากมีคำถาม หรือสงสัยด้านอาชีพข้อไหน สามารถซักถาม และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้เต็มที่เลยค่ะ

เนื่องจากเราต้องการให้กิจกรรมนี้เป็นประโยชน์แก่ผู้เข้าร่วมมากที่สุด ทางเราจึงจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมงานไว้เพียง 50 คน และเราต้องการให้น้องๆทุกคนได้คำตอบจากการไขรหัสลับอาชีพที่ใช่จริงๆ จึงขอให้น้องๆกรอกข้อมูลผ่านระบบคัดเลือกผู้สมัคร Career IQ test นี้ โดยเลือกคำตอบที่ใกล้เคียงกับตัวตนของน้องให้มากที่สุด แล้วทีมงานเราจะคัดเลือกผู้เข้าร่วมงานจากข้อมูลที่น้องๆกรอกใน test นี้ค่ะ

เรารอวันที่จะได้พบกับน้องๆนะคะ
สำหรับน้องๆที่ไม่ได้เข้าร่วมสามารถติดตามบรรยากาศหลังงานทางวิดีโอต่อได้ที่ www.facebook.com/careervisathailand ค่ะ

รายละเอียดกิจกรรม
วัน และ เวลา: วันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2558
ลงทะเบียนในงาน: 8.30 น.
กิจกรรม: 9.00 น.- 12.00 น.
สถานที่: ห้อง Royal Hall, ชั้น 1, ศศินทร์ อาคารศศปาฐศาลา

แคเรียร์ วีซ่า (CareerVisa) เป็นธุรกิจเพื่อสังคม ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 ด้วยจุดประสงค์เพื่อเชื่อมต่อชีวิตนักศึกษาเข้าสู่โลกการทำงานผ่านประสบการณ์จริง และสร้างโอกาสในนักศึกษาค้นหาแรงบันดาลใจด้านการงาน และ เส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพ โดยช่วยเหลือนักศึกษาเพิ่มประสบการณ์ก่อนเข้าทำงาน ผ่านการพูดคุยกับวิทยากรที่ประสบความสำเร็จและผู้เขี่ยวขาญในสายงานต่างๆ และ โปรแกรมผึกงานที่มีคุณภาพจากบริษัท และองค์กรหลากหลายขนาด หลากหลายวงการ และ การฝึกอบรมเพื่อเพิ่มพูนทักษะต่างๆก่อนเริ่มทำงานจริง

Tags:

WeChat ชวนคนไทยร่วมเเชร์ภาพความประทับใจช่วงเทศกาลสงกรานต์
ลุ้นรับ Gift Voucher คลายร้อน+อิ่มท้องฟรี! จาก Swensen’s และ The Pizza

WeChat โซเชียลแอปพลิเคชันยอดนิยม ชวนคนไทยร่วมเเบ่งปันภาพถ่ายสุดประทับใจในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่ายเซลฟี่ตัวคุณเอง ภาพเล่นสาดน้ำมันส์ๆ กับแก๊งเพื่อนๆ หรือภาพวิวธรรมชาติสวยๆ ตามสถานที่ที่คุณเดินทางไปท่องเที่ยว ไม่ว่าคุณจะไปเที่ยวที่ไหนหรือไปกับใคร WeChat ขอร่วมเป็นเพื่อนเดินทางไปเที่ยวเเละสัมผัสประสบการณ์ต่างๆ ในช่วงเวลาแห่งความสุขไปพร้อมกับทุกคน เพียงเเชร์รูปภาพผ่านทาง Moments บน WeChat แล้วแคปเจอร์ภาพหน้าจอส่งมาที่ WePlayTH Official Account หรือ WeChat Thailand Fanpage ภาพไหนเจ๋ง ซ่า โดนใจกรรมการ ลุ้นรับฟรี Gift Voucher ให้คุณได้คลายร้อน จาก Swensen’s หรืออิ่มท้องกับมื้ออร่อยจาก The Pizza ฟรี! ร่วมสนุกได้ตั้งเเต่วันที่ 12-19 เมษายน ศกนี้

ติดตามประกาศรายชื่อผู้โชคดีในวันที่ 20 เมษายน 2558 ผ่านทาง WePlayTH Official Account และ WeChat Thailand Fanpage (www.facebook.com/wechatthai)

วิธีติดตาม WePlayTH Official Account
1. กดเข้าเมนู “ผู้ติดต่อ”(Contacts) และกดปุ่ม “เพิ่มผู้ติดต่อ”(Add Contacts)
2. กดที่เมนู “บัญชีทางการ”(Official Accounts)
3. พิมพ์ “WePlayTH” ที่ช่องด้านบนและกด “ค้นหา”(Search)
4. กด “ติดตาม”(Follow) WePlayTH Official Account

หรือสแกน QR Code ที่รูปด้านล่างนี้ด้วย WeChat เพื่อร่วมกิจกรรมสนุกๆ กับ WePlayTH Official Account

วิธีการสแกน QR Code
1. ไปที่ "แชท" คลิกเมนูเครื่องหมาย "+" ทางด้านมุมขวามือบน
2. เลือก "สแกน QR โค้ด" แล้วทำการสแกนที่รูป
3. กด “ติดตาม” (Follow) WePlayTH Official Account

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ WeChat Thailand Fanpage (www.facebook.com/wechatthai) หรือโทรติดต่อที่เบอร์ 02-833-3000 ต่อ 2004

เกี่ยวกับ WeChat
WeChat นวัตกรรมด้านการสื่อสารด้วยโซเชียลแอปพลิเคชันผ่านอุปกรณ์มือถือที่ออกแบบมาสำหรับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน เป็นแอปพลิเคชันที่ช่วยเปิดโลกทรรศน์และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ให้กับผู้คนในการติดต่อสื่อสาร และแบ่งปันประสบการณ์ซึ่งกันและกัน และยังเป็นโซเชียลแอปพลิเคชันที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกในขณะนี้ ด้วยยอดผู้ใช้งานหลายร้อยล้านคนในระดับโลก WeChat จะทำให้ผู้ใช้งานเพลิดเพลินไปกับแอปพลิเคชันและยังใช้งานได้อย่างง่ายดาย พร้อมด้วยหลากหลายฟีเจอร์ ทั้งการส่งข้อความ การติดต่อสื่อสารผ่านโซเชียลและเกมส์ที่นำมารวมกันไว้เป็นหนึ่งเดียวแบบไร้ที่ติ พร้อมด้วยประสบการณ์การใช้งานแบบอินเตอร์แอคทีฟ ที่มาพร้อมระบบความเป็นส่วนตัวที่ครอบคลุมทุกฟังก์ชั่นการใช้งานและการตั้งค่าการรักษาความปลอดภัยที่สามารถปรับตั้งได้ตามความต้องการของแต่ละบุคคล WeChat สามารถดาวน์โหลดได้ฟรี และใช้งานได้บนสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ Android,

BlackBerry, iOS, Symbian และ Windows
ข้อมูลเพิ่มเติมของ WeChat และดาวน์โหลดได้ที่ www.wechat.com
อัพเดทความเคลื่อนไหวของ WeChat ประเทศไทยได้ที่ www.facebook.com/wechatthai
สำรวจโลกของ WeChat ผ่าน Chatterbox ได้ที่ http://blog.wechat.com
ติดตามชมวิดีโอเจ๋งๆ ของ WeChat ได้บน YouTube ที่ www.youtube.com/WeChatVideo

Tags:

มาดูกัน! 9 เหตุผลที่ใครๆก็อยากพกปลั๊กสามตาขนาดเล็ก (Mini Travel Surge Protector)
ไว้ตะลอนทริปหน้าร้อน

จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อคุณกำลังเพลินกับทริปหน้าร้อนของคุณ แต่กลับพบว่า…

-เช็คอินห้องพัก แล้วพบว่ามีเต้าเสียบเพียงช่องเดียว คุณพบว่ามันน้อยเกินไปสำหรับอุปกรณ์พกพาสารพัดอย่างของคุณ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต โน๊ตบุ๊ค กล้องถ่ายรูป
-คุณชาร์จแบตได้ แต่กระแสไฟตก ไฟกระชากช่วงหน้าฝน กำลังไฟต่ำกว่ามาตรฐานติดๆดับๆ เสี่ยงอุปกรณ์พัง และคุณพบว่าตัวเองกำลังหงุดหงิด

คงไม่ดีแน่ๆ ถ้าทริปฉลองวันหยุดของคุณจะต้องมีเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น ต่อให้ดีไวซ์แรงรองรับ 3G/4G มากแค่ไหน หรือรองรับแอพมากมายเพียงใด แต่ถ้าขาดตัวกลางช่วยเติมแบตเตอรี่ให้ดีไวซ์ตัวโปรดของคุณ กิจกรรมแชท แชะ แชร์สวยๆในโลกออนไลน์คงเป็นอันต้องจอดสนิทแน่ๆ รับซัมเมอร์ปีนี้ เบลกิ้นขอแนะนำ 9 เหตุผลดีๆที่คุณควรพกปลั๊กสามตาขนาดเล็ก (Mini Travel Surge Protector) ไว้ติดกระเป๋า ตลอดการเดินทาง

-ชาร์จแบตไหลลื่น ดีไวซ์แล่นปรื๊ดทุกกิจกรรม

ใช้รางปลั๊กดีมีชัยไปกว่าครึ่ง อุปกรณ์จะรองรับกระแสไฟที่วิ่งเข้ามา และส่งเข้าเครื่องดีไวซ์ในปริมาณที่เหมาะสม ใช้เวลาชาร์จแบตไม่นานก็ใช้งานยาวตลอดทั้งวัน

-ดีไซน์หลายช่อง รองรับหลากดีไวซ์

ปัจจุบันการออกแบบของ Mini Travel Surge Protector เพิ่มหลายเต้าเสียบ รองรับดีไวซ์ในการชาร์จแต่ละครั้ง ตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่จะได้ความคุ้มค่าจากดีไซน์ ทั้งในรูปแบบเต้าเสียบ และพอร์ต USB พร้อมๆกัน จะชาร์จคนเดียว หรือชาร์จเป็นกลุ่มก็หมดห่วง

-ขนาดพกพาง่าย สบายกระเป๋า

แม้จะเป็นอุปกรณ์ไอที แต่ก็ยังไม่ทิ้งดีไซน์ และขนาดผลิตภัณฑ์ให้จับใจผู้ใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรางปลั๊กสำหรับนักท่องเที่ยว ขนาดจะถูกย่อให้เหมาะอยู่ในกระเป๋า ชาร์จในร้านกาแฟ สนามบิน หรือโรงแรมหรู ก็เอาอยู่

-360 องศา!.. อิสระในการชาร์จแบตเตอรี่

หัวปลั๊กสามารถหมุนได้ครบรอบ 360 องศา ล็อคตำแหน่งทุกๆ 90 องศา เพื่อให้ชาร์จแบตกับทุกดีไวซ์ได้สะดวกยิ่งขึ้น และไม่ให้บังเต้าเสียบช่องอื่น
แท็คทีมเป็นคู่ขาที่ลงตัว กับการชาร์จเวิลด์ไวด์ ชาร์จได้รอบโลก
ใส่เป้ไปใช้ไกลถึงเมืองนอกก็ยังคุ้ม เพียงพกเจ้า Mini Travel Surge Protector ร่วมทริปไปกับที่ชาร์จแปลงขา ที่จะช่วยปรับค่ากระแสไฟ เพิ่มช่องชาร์จดีไวซ์ทั้งแบบเสียบปลั๊ก หรือสายยูเอสบีก็มีให้เลือก

-ปกป้องทุกวินาทีขณะชาร์จแบตเตอรี่

จะไฟตก ไฟตัด หรือฮาร์ดคอร์หนักถึงขั้นไฟกระชากก็ชิลๆ เพราะความปลอดภัยที่ Surge Protector มอบให้กับทุกดีไวซ์ กับทุกการชาร์จ ด้วยประสิทธิภาพการปกป้องขั้นสูง MOV ที่จะช่วยเปลี่ยนเส้นทางของแรงดันไฟฟ้าที่มากเกิน 240 โวลต์ หรือดูดซับความร้อน ก่อนจะปล่อยกระแสไฟเข้าสู่แก็ตเจ็ทต่างๆ พร้อมเสริมความแข็งแกร่งด้วย Thermal Fuse ฟิวส์ความร้อนที่จะช่วยต่ออายุการใช้งาน MOV ด้วยการตัดไฟเมื่อความร้อนเกินกำหนด
ที่สุดของเครื่องกรองกระแสไฟฟ้า ขจัดปัญหาเครื่องช้า.. ไฟฟ้าไม่เข้า

รู้หรือไม่! หากค่ากระแสไฟฟ้าไม่แมทต์กันกับกำลังไฟที่อุปกรณ์ไอทีต้องการแล้ว เครื่องจะหน่วง กำลังเครื่องจะตกลง และระบบเครื่องจะพังลงท้ายที่สุด เนื่องมาจากแรงดันไฟฟ้าแต่ละประเทศต่างกัน เมื่อกระแสไฟที่ไหลเข้าเครื่องต่ำกว่ามาตรฐานการใช้งาน ประสิทธิภาพอุปกรณ์จะลดลง Mini Travel Surge Protector มีหน้าที่ปรับค่ากระแสไฟให้เท่ากับ 240 โวลต์ (มาตรฐานในประเทศไทย) ก่อนชาร์จเข้าสมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์ใดๆ
มีสัญญาณเตือนขณะใช้งาน และ Alarm เตือนสัญญาณอันตราย
ปุ่มสีแดงไม่ใช่แค่ใช้ turn on / turn off เท่านั้น แต่ยังเพิ่มกิมมิคป้องกันกระแสไฟไหลเข้าเครื่องเกินอัตราเมื่อเข้าสู่สภาวะอันตราย กลไกในสวิตช์จะร้อนขึ้น และตัดกระแสไฟให้หน้าปุ่มขึ้นสัญลักษณ์ offline ทันที
ปลอดภัยหายห่วง ใช้งานง่าย
จะรุ่นคุณพ่อ หรือรุ่นหลานก็ชาร์จแบตง่ายๆ เพียงเสียบกับเต้ารับ ให้ Mini Travel Surge protector เป็นตัวกลางระหว่างปลั๊กกับดีไวซ์ต่างๆ เสริมความปลอดภัยให้กับเด็กๆ เพราะบริเวณรูปลั๊กมีม่านปิด ป้องกันเด็กซนเอานิ้วลงไปแหย่เล่น เหมาะใช้กับทุกคนในครอบครัว

#

เกี่ยวกับ เบลคิน อินเตอร์เนชั่นแนล อิงค์
เบลคินนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ใช้ประโยชน์จากพลังของเทคโนโลยีเพื่อเติมเต็มชีวิตของผู้คนให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ตั้งแต่เครือข่ายไร้สายภายในบ้านและความบันเทิง ไปจนถึงอุปกรณ์เสริมสำหรับระบบโมบายล์ การจัดการพลังงาน และอุปกรณ์เชื่อมต่อ USB และสายสัญญาณที่หลากหลาย ผลิตภัณฑ์ของเบลคินเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับสิ่งต่างๆ ที่เขาชื่นชอบ เบลคินเป็นบริษัทเอกชน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2526 และได้เข้าซื้อกิจการของลิงค์ซิสเมื่อปี 2556 โดยสร้างสรรค์แพลตฟอร์มที่ทรงพลังเพื่อนำเสนอประสบการณ์เครือข่ายภายในบ้านและเครือข่ายไร้สายที่เหนือระดับ หลังจากที่เข้าซื้อกิจการของลิงค์ซิส เบลคินจะมีพนักงานราว 1500 คน และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก สำนักงานใหญ่ของเบลคินตั้งอยู่ที่เมืองพลาย่า วิสต้า รัฐแคลิฟอร์เนีย ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของเบลคินได้ที่ Belkin.com และดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของลิงค์ซิสได้ที่ Linksys.com

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเบลคินได้ที่ http://www.belkin.com/aboutus/ กดไลค์บนเฟซบุ๊คได้ที่ facebook.com/belkin และติดตามเราบนทวิตเตอร์ที่ Twitter.com/belkin

Tags:

บริษัท เอลาแบรม ซิสเต็ม จำกัด มอบเงินบริจาคและสิ่งของแก่มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้...

Posted by Elabram Systems Thailand on Thursday, April 9, 2015

บริษัท เอลาแบรม ซิสเต็ม จำกัด มอบเงินบริจาคและสิ่งของแก่มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม ใน
พระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

ด้วยแนวคิดในการทำธุรกิจจัดหา พัฒนาบุคลากรทางด้านโทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศ และการทำประโยชน์เพื่อสังคมของบริษัท ทางบริษัทเล็งเห็นว่าการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กทารกและเด็กเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นบริษัท เอลาแบรม ซิสเต็ม จำกัด ได้ทำการมอบเงินบริจาคและสิ่งของแก่มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในวันที่ 9 เมษายน 2558 ภายในงานการกุศลนี้ คุณไมเคิล กรรมการผู้จัดการจากทางบริษัทได้ทำการกล่าวเปิดงาน
และคุณสุคนทิพย์ ผู้ดูแลจากมูลนิธิได้กล่าวขอบคุณที่ทางบริษัทมาเยี่ยมและบริจาคเงินรวมถึงสิ่งของเพื่อช่วยเหลือมูลนิธินี้
หลังจากนั้นทางพนักงานของบริษัทได้ช่วยดูแลและเลี้ยงอาหารว่างเด็กๆ รวมถึงการสอนเด็กๆระบายสีและเล่นลูกเต๋าสตอรี่คิวบ์สฝึกภาษาและเสริมสร้างจินตนาการให้กับเด็ก พร้อมถ่ายภาพมอบเงินบริจาคและสิ่งของสนับสนุนกับผู้บริหารจากมูลนิธิ และช่วยเลี้ยงข้าวเย็นน้องๆ
ทางบริษัทรู้สึกดีใจและภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเด็กทารกและเด็กให้ได้รับการดูแลที่เหมาะสม มีสุขภาพและโภชนาการที่ดี รวมถึงได้รับการศึกษาอย่างถูกต้อง รวมถึงช่วยไม่ให้เด็กได้รับการทารุณหรือหลงผิดไปติดยาเสพติด
ทางบริษัทจะทำการช่วยเหลือในการบริจาคช่วยเหลือสังคมแบบนี้ในทุกๆๆปี

บริษัท เอลาแบรม ซิสเต็ม จำกัด
10/97 ช้ัน 6 อาคารเดอะเทรนดี้ สุขุมวิท 13 คลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
โทร 026462501 อีเมล์: prida.c@elabram.com เว็บไซด์: www.elabram.com
Facebook: https://www.facebook.com/elabramthailand

Tags:

Las Vegas, NEVADA – AMD (NASDAQ:AMD) joins forces with the industry’s most notable hardware and software leaders at the 2015 NAB Show to equip broadcast and digital content creation customers for enhanced 4K workflows powered by AMD FirePro™ W-series professional graphics. Additionally, AMD announced the new FireRender plug-in, based on contributions from Render Legion s.r.o., developers of Corona Renderer, for rendering functionality in major software applications using AMD FirePro™ W-series professional graphics.

“AMD is very proud to collaborate with hardware and software application leaders to provide broadcast and digital content creation customers with amazing tools and support for creative 4K workflows,” said Karl Freund, general manager, Professional Graphics at AMD. “AMD professional graphics benefit customers with robust GPU memory sizes, outstanding multi-display 4K capabilities, plus driver quality and certified ISV application support, enabling users to simply do more, faster.”

"Adobe Creative Cloud – with powerful tools such as Adobe Premiere Pro CC and Adobe After Effects CC - includes tight integration between apps and a deeply connected mobile-to-desktop workflow that creative professionals need,” said Simon Williams, senior director of business development at Adobe. "Working together, AMD and Adobe continue to create innovative advances that push the boundaries of app performance that video professionals rely on every day."

At the 2015 NAB Show, the AMD exhibit showcases Adobe, Autodesk, Blackmagic Design, Dell, HP, and The Foundry offering attendees a range of hands-on workflow experiences powered by AMD FirePro professional graphics:

  • New fully integrated and redesigned OpenCL™ AMD accelerated features for Adobe Premiere® Pro CC (part of Adobe Creative Cloud) allow editors to be more creative with color than before. In addition to OpenCL™ streamlined color features, Adobe will showcase an all new OpenCL™ powered Morph Cut feature for making, previously impossible, jump cuts natural and seamless.
  • The Foundry’s NUKE node-based compositor, MODO 3D modeling, and MARI 3D paint tool powered by the Apple Mac Pro and the AMD FirePro™ D700 GPU;
  • Autodesk demonstration featuring the FireRender plug-in for 3ds Max and Autodesk Maya with OpenCL™ accelerated Bullet Physics and deformers powered by a workstation with AMD FirePro™ W9100 professional graphics. Render Legion s.r.o., a leading developer with an established reputation for rendering solutions, was selected by AMD to help create the FireRender plugin scheduled for public testing this spring;
  • Demonstrations of Blackmagic DaVinci Resolve real-time video post-processing effects previews and color correction along with Eyeon Fusion advanced infinite 3D workspace;
  • Dell Precision™ Workstation family that delivers outstanding performance and stability while giving creative designers and professionals a reliable platform for demanding ISV applications;
  • HP Z Workstations featuring power, performance, and reliability for complex post-processing effects on a feature film, or texturing TV animations.

The AMD FirePro W-series professional cards are on display with hardware and software leaders at the 2015 NAB Show at the Las Vegas Convention Center in Las Vegas, Nevada at booth #SL9324 (south hall lower level).

About AMD (NASDAQ: AMD) designs and integrates technology that powers millions of intelligent devices, including personal computers, tablets, game consoles and cloud servers that define the new era of surround computing. AMD solutions enable people everywhere to realize the full potential of their favorite devices and applications to push the boundaries of what is possible. For more information, visit www.amd.com.

Tags:

2015 ปีของการรุกคืบของมัลแวร์ที่เปี่ยมพลังในการทำลายล้าง

มัลแวร์ ภัยคุกคามที่สร้างปัญหาให้แก่องค์กรธุรกิจอย่างต่อเนื่องมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับมัลแวร์สมัยใหม่ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น การแพร่กระจายของมัลแวร์ในปัจจุบันได้ขยายวงกว้าง ทำให้องค์กรธุรกิจต่างๆ ต้องปรับตัวโดยการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและทันสมัยเพื่อหามาตรการป้องกันข้อมูลที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการแพร่กระจายของมัลแวร์

อย่างไรก็ตาม การต่อสู้กับภัยคุกคามดังกล่าวเป็นไปอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนแปลงของแต่ละอุตสาหกรรมทำให้ระบบรักษาความปลอดภัยมีความเข้มข้นขึ้น อย่างไรก็ตามแฮกเกอร์เองก็พยายามที่จะใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ใหม่ๆ จนถึงช่วงปลายปี 2014 ผู้เชี่ยวชาญต่างยกให้เป็น “ปีแห่งการละเมิดข้อมูล” ในสถานการณ์ปัจจุบัน ประเด็นไม่ได้อยู่ที่องค์กรจะถูกปล้นข้อมูลหรือไม่ ประเด็นอยู่ที่เมื่อใดต่างหาก

เพื่อให้ทันต่อพัฒนาการของแฮกเกอร์ องค์กรธุรกิจต้องยกระดับตนเองเพื่อป้องกันปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น บริษัทสามารถลดความเสี่ยงต่อการเป็นเหยื่อจากภัยคุกคามดังกล่าวได้ ด้วยการมีมาตรการการป้องกันที่ดี เช่นการจับตาดูแนวโน้มภัยคุกคามในปัจจุบัน และเรียนรู้กลยุทธ์ของอาชญากรในโลกไซเบอร์ที่มีการเผยแพร่ออกมาอย่างสม่ำเสมอ

ในปีนี้ แฮคเกอร์ทำงานได้ง่ายขึ้น เพราะมัลแวร์ใหม่ๆที่ง่ายต่อการใช้มากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้หรือทักษะขั้นสูงแต่อย่างใด ในขณะเดียวกันองค์กรธุรกิจสามารถพัฒนาระบบการป้องกันที่ดีขึ้นเพื่อปกป้องข้อมูลสำคัญขององค์กรด้วยการเรียนรู้จากตัวอย่างเหล่านี้ เช่น ศึกษาเทคนิควิธีการทำงานของมัลแวร์และรูปแบบการโจมตีช่องโหว่ของระบบ

มัลแวร์ยุคนี้: ซับซ้อนและเจาะจงเป้าหมาย

ตามรายงานของ Federal Times ปัญหาการละเมิดข้อมูลเมื่อปีที่ผ่านมาพบเรื่องราวที่น่าสนใจที่ว่า การโจมตีแบบเจาะจงเป้าหมายโดยใช้มัลแวร์ที่มีความซับซ้อนไปยังหน่วยงานภาครัฐมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นคือผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าการโจมตีลักษณะนี้จะเกิดขึ้นเป็นระยะๆ ตลอดเวลา

จากผลการวิจัยพบว่า มีการละเมิดข้อมูลในหน่วยงานภาครัฐที่มีการรายงานออกมารวม 10 ครั้ง เมื่อปีที่ผ่านมา ในตัวอย่างนี้ จำนวน 8 ครั้งมาจากการที่อาชญากรไซเบอร์ติดตั้งมัลแวร์บนระบบของหน่วยงานกลางของรัฐ ซึ่ง 1 ในการโจมตีดังกล่าว คือการโจมตีเครือข่ายการให้บริการไปรษณีย์ของสหรัฐอเมริกา ผลคือการรั่วไหลของข้อมูลส่วนตัวของสมาชิกกว่า 800,000 ราย

ผู้เชี่ยวชาญรวมทั้ง พอล คริสแมน รองประธานกรรมการฝ่ายพัฒนาซอฟต์แวร์ ของเดลล์ เชื่อว่าการสร้างมัลแวร์ไม่ได้ยุ่งยากอย่างในอดีตอีกต่อไป ทำให้องค์กรจะต้องเผชิญกับการโจมตีลักษณะนี้มากขึ้น

นายคริสแมนยังระบุว่า “ไม่ยากเลยที่จะสร้างมัลแวร์ใหม่ขึ้น แค่นำโค้ดชิ้นส่วนของมัลแวร์ต่างๆซึ่งสามารถหาได้บนอินเตอร์เน็ตมารวมกัน” ซึ่งจากวิธีนี้ “การสร้างมัลแวร์ตัวใหม่ขึ้นมาก็แทบจะไม่ต้องใช้ความรู้มากมายแต่อย่างใด”

เนื่องจากความพร้อมขององค์ประกอบของมัลแวร์ ส่งผลให้เหล่าแฮกเกอร์สบโอกาสและความเป็นไปได้ที่จะสร้างตัวมัลแวร์ใหม่ๆที่สามารถหลบเลี่ยงการตรวจจับและจะสร้างความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญต่อธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญยังค้นพบว่า ปัจจุบันเหล่าแฮกเกอร์ใช้วิธีการที่แตกต่างจากในอดีต เช่น การโจมตีเป้าหมายโดยใช้มัลแวร์จำนวนมากเพื่อดึงความสนใจ แต่ยังคงส่งมัลแวร์ตัวย่อยๆที่สามารถตรวจจับได้ยาก เพื่อโจมตีเป้าหมายที่แท้จริง

นายร็อบ รอย, ประธานหัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ระบบรักษาความปลอดภัยของเอชพีกล่าวว่า “สิ่งที่เรากำลังเห็นอยู่ขณะนี้ เป็นวิธีการที่ซับซ้อนมากขึ้นในการส่งมัลแวร์ให้เข้าไปแฝงตัวในการสื่อสารภายในองค์กร เพื่อคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง”

นอกเหนือจากการใช้มัลแวร์ต่างๆ ดังที่กล่าวมา อาชญากรไซเบอร์บางคนยังพยายามสร้างมัลแวร์ตระกูลใหม่ที่ไม่เคยพบที่ใดมาก่อน ซึ่งใช้เทคนิคขั้นสูงแบบ end-memory และ disc-less ทั้งนี้ นายโจ สจ๊วต ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยมัลแวร์ SecureWorks ระบุว่า “สิ่งนี้แทบจะเรียกว่ามัลแวร์ไม่ได้” และที่แย่ไปกว่านั้นคือการจู่โจมที่ใช้มัลแวร์ตระกูลใหม่ๆเหล่านี้พบไม่บ่อย ทำให้มีตัวอย่างน้อยในการทำการศึกษาเพื่อให้ได้ข้อมูลด้านการป้องกันความปลอดภัยเชิงลึก

การคาดการณ์แนวโน้มของมัลแวร์

แม้ว่าจะมีกลุ่มตัวอย่างของมัลแวร์ขั้นสูงอยู่น้อยมาก แต่เราคาดว่ากลุ่มตัวอย่างมัลแวร์ส่วนใหญ่ที่จะได้เห็นในปีนี้น่าจะทำงานคล้ายๆกับแนวโน้มในปีที่ผ่านมา โดย LavaSoft ตั้งข้อสังเกตุว่า การติดมัลแวร์ในภาคธุรกิจที่จะพบเห็นในปี 2558 น่าจะอาศัยช่องโหว่ของแอพพลิเคชั่นเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา เช่นในปี 2557 เราพบช่องโหว่ Shellshock, POODLE และ Heartbleed ที่สร้างความเสียหายอย่างมากต่อเว็บไซต์ที่สำคัญๆ หลายไซต์ และในปีนี้เองผู้สร้างมัลแวร์ก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาหาช่องโหว่เช่นเดียวกันนี้เพื่อแพร่กระจายมัลแวร์ต่อไป

LavaSoft ระบุว่า อาชญากรไซเบอร์จำนวนมากยังคงตั้งเป้าโจมตีเหยื่อเป้าหมายกลุ่มใหญ่ๆ เช่นกลุ่มผู้ใช้งาน Windows XP ซึ่งการสนับสนุนแพลตฟอร์มได้สิ้นสุดตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ.2557 อย่างไรก็ตามการที่ Windows XP ยังคงมีผู้ใช้งานจำนวนมากทั้งในส่วนของบุคคลและองค์กรธุรกิจ ทำให้กลุ่มเหล่านี้ตกเป็นเป้าหลักในการโจมตี

การละเมิดข้อมูลยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องและจะเพิ่มขึ้นในปี 2558 จากรายงานของ Identity Theft Resource Center พบการละเมิดข้อมูลสำคัญโดยรวม 761 ครั้งกระจายอยู่ในอุตสาหกรรมที่แตกต่างกันไป ทั้งอุตสาหกรรมการเงิน หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานสาธารณสุข ขณะที่การละเมิดข้อมูลบางอย่างนั้นป้องกันยากกว่าบางรูปแบบ ทำให้องค์กรธุรกิจเองมีความจำเป็นต้องยกระดับการป้องกันให้สูงชั้นขึ้น

หากองค์กรธุรกิจมีความเข้าใจในกลยุทธ์และวิธีการทำงานของเหล่าแฮกเกอรเป็นอย่างดีแล้ว จะช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถพัฒนาขีดความสามารถด้านการปกป้องข้อมูลและป้องกันการโจมตีเหล่านี้ได้เช่นกัน

เกี่ยวกับเทรนด์ ไมโคร

บริษัท เทรนด์ ไมโคร ผู้นำระดับโลกในด้านซอฟต์แวร์ความปลอดภัย มุ่งมั่นที่จะปกป้องโลกให้ปลอดภัยเพื่อรองรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิตอล นวัตกรรมโซลูชั่นของเราให้บริการสำหรับผู้ใช้ทั่วไป องค์กรธุรกิจ และหน่วยงานภาครัฐ โดยนำเสนอระบบรักษาความปลอดภัยในการปกป้องข้อมูลแบบแบ่งระดับชั้น (Layered content security) ในอุปกรณ์พกพา อุปกรณ์ปลายทาง เกตเวย์ เซิร์ฟเวอร์ และระบบคลาวด์ โซลูชั่นทั้งหมดของเราขับเคลื่อนด้วย Trend Micro™ Smart Protection Network™ ซึ่งเป็นเครือข่ายข้อมูลเกี่ยวกับภัยคุกคามทั่วโลกบนระบบคลาวด์ พร้อมการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญด้านภัยคุกคามกว่า 1,200 คนทั่วโลก ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.trendmicro.com

Tags:

แอดไวซ์ ชวนคนไทยเล่นสาดน้ำกันอย่างสุขสรรค์เเละปลอดภัยมากขึ้น
เผย 8 ข้อห้ามที่ทำให้ชีวิตคุณมีความเสี่ยง พร้อม 10 อุปกรณ์ “ต้องมี” ในวันสงกรานต์

อีกไม่กี่วันก็ใกล้จะถึงเทศกาลสงกรานต์หรือปีใหม่ไทยเข้ามาทุกที เชื่อว่าหลายท่านคงเริ่มนับถอยหลังให้ถึงวันสงกรานต์ไวๆ ยิ่งอากาศร้อนๆ แบบนี้ จะได้วางแผนรวมตัวกับเพื่อน ออกไปเล่นน้ำกันให้สนุกสนานชุ่มฉ่ำคลายร้อนกันให้เต็มที่ วันนี้ แอดไวซ์ นำเคล็ดลับดีๆ กับ “8 ข้อห้าม รับสงกรานต์ 2558” เพื่อให้คุณเล่นน้ำกันได้สนุกสนานและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

นอกจากจะปฏิบัติตามเคล็บลับทั้ง 8 ข้อแล้ว ก็ถึงเวลาเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม กับ “10 อันดับอุปกรณ์จำเป็น ช่วงเทศกาลสงกรานต์” ให้คุณพร้อมออกไปตะลุยสาดน้ำกันได้อย่างสบายใจ

ง่ายๆ กับเทคนิคที่นำเสนอเพียงเท่านี้ ก็พร้อมเล่นน้ำสงกรานต์กันได้อย่างมีความสุขสนุกกันได้แบบเต็มที่ แอดไวซ์ ขอให้ทุกท่านมีความสุขและสุขภาพแข็งแรง ต้อนรับวันสงกรานต์นี้

ลูกค้าและแฟนคลับแอดไวซ์สามารถติดตามข่าวสารโปรโมชั่นดีๆจากแอดไวซ์ ผ่านเฟซบุ๊คแฟนเพจที่ http://www.facebook.com/AdviceClub หรือที่เว็บไซต์ www.advice.co.th

เกี่ยวกับ แอดไวซ์ โฮลดิ้งส์ กรุ๊ป (AVH)
บริษัท แอดไวซ์ โฮลดิ้งส์ กรุ๊ปจำกัด (AVH) ผู้นำธุรกิจแหล่งรวมไอทีและสมาร์ทโฟนรายใหญ่ มีสาขาครอบคลุมทั่วไทย ที่เกิดจากการรวมตัวของร้านค้าไอทีทั่วประเทศ โดยมีรูปแบบการดำเนินธุรกิจ ของแอดไวซ์ ดิสทริบิวชั่น ด้วยกิจการค้าปลีก-ส่ง สินค้าอุปกรณ์ไอทีและสมาร์โฟนกว่า 6,000 รายการ และมีการควบคุมการทำงานในทุกขั้นตอนโดยใช้ระบบสารสนเทศที่ทรงประสิทธิภาพและบริหารงานโดยเจ้าของกิจการเอง ในลักษณะเครือข่ายเชื่อมโยงกันทั้งหมดเพื่อทำให้เกิดประสิทธิผล ความสะดวก ความประหยัด กับลูกค้าที่มาใช้บริการได้อย่างถูกต้องแม่นยำและรวดเร็ว ปัจจุบัน แอดไวซ์ มีเครือข่ายอยู่กว่า 350 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ 75 จังหวัดทั่วไทย ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแอดไวซ์ สามารถเข้าไปดูได้ที่www.advice.co.thหรือติดตามเราผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊คที่ www.facebook.com/AdviceClub