Tags:
Node Thumbnail

ประเทศจีนเป็นหนึ่งในประเทศที่รู้กันว่ามีการควบคุมการรับรู้ข้อมูลของประชาชนมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก โดยที่เว็บต่างๆ ถูกบล็อคตามช่วงเวลาโดยไม่มีการแจ้งเหตุผลกันเสมอๆ แต่ประชาชนจีนจำนวนมากก็รู้ว่าวิธีการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกบล็อคเหล่านั้นได้ง่ายๆ คือการอ่านข้อมูลผ่านบริการ RSS ที่ไม่ได้ผ่านระบบกรองเอกสารของจีน ทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้เป็นวงกว้าง

เมื่อวานนี้ทางการจีนจึงมีการดำเนินการบล็อคข้อมูลทาง RSS Feed ทั้งประเทศ รวมถึงเว็บเช่น FeedBurner และเว็บทั้งหมดที่ขึ้นต้น URL ด้วยคำว่า feed, rss และ blog โดยการทำเช่นนี้ทำให้แม้แต่เว็บที่ไม่ได้มีเนื้อหาเป็นภัยต่อความมั่นคง ของจีนก็ถูกบล็อคบริการเหล่านี้ไปด้วยทั้งหมด

แน่นอนว่าการบล็อคอย่างนี้ก็ไม่ได้ช่วยป้องกันไม่ให้ประชาชนที่ต้องการเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้สามารถรับข้อมูลที่พวกเขาต้องการได้ บริการที่ได้รับความนิยมสูงๆ ในจีนก็เช่น gladder, Tor ตลอดจนบริการ Proxy และ VPN อื่นๆ ที่มีอยู่ทั่วโลก

ที่มา - ArsTechnica

Get latest news from Blognone

Comments

By: memtest on 6 October 2007 - 14:36 #32794

หลักการคอมมิวนิสต์ที่การปกครองโดยใช้คนเพียงกลุ่มเดียวกำหนดทิศทางของประเทศ และมุ่งเน้นผลประโยชน์และความมั่นคงของชาติเป็นหลัก การปิดตาประชาชนแล้วรัฐ(ในความหมายด้านสังคมศาสตร์)ได้ประโยชน์อะไร?
ผมค่อนข้างขัดใจกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพในประเทศจีนด้านการรับข่าวสารและข้อมูล
ประชาชนทุกคนควรมีโอกาสในการได้รับและเลือกรับข่าวสารข้อมูลที่เท่ากัน แต่หลักการนี้คงใช้ไม่ได้กระมังในประเทศที่ไม่ได้ดำรงอยู่บนฟื้นฐานของประชาธิปไตย

By: mk
FounderAndroid
on 6 October 2007 - 16:09 #32804 Reply to:32794
mk's picture

คอมมิวนิสต์มีหลายสายนะครับ เพียงแต่ว่าแบรนดิ้งของคำนี้เสียไปเนื่องจากแนวคิดกับการปฎิบัติจริงต่างกันมาก เวลาเอ่ยถึงต้องบอกให้ชัดว่าเป็น

  • สายมาร์กซิสต์ต้นตำหรับ
  • สายเลนิน
  • สายเหมา

ถ้าเอากันจริงๆ ตามหลักวิชาการ ก็มีสายย่อยอีกเยอะมาก

By: memtest on 6 October 2007 - 18:18 #32814 Reply to:32804

คำว่าคอมมิวนิสต์ข้างบนผมหมายถึงคอมมิวนิสต์แบบของจีนครับ เพราะผมค่อนข้างเชื่อว่าไม่ว่าไม่ว่าคอมมิวนิสต์สายไหน ก็คงไม่นโยบายปิดหูปิดตาประชาชนริดรอนข้อมูลข่าวสาร เพื่อส่งผลให้ประชาชนโง่ลงทำให้การปกครองภายในประเทศง่ายขึ้น
เพราะผมคิดว่าแนวคิดอย่างนี้น่าจะหมดไปตั้งแต่สมัยการล่าอาณานิคมแล้ว

ขอโทษด้วยถ้าผมใช้คำที่อาจจะดูรุนแรงไป เป็นความรู้สึกส่วนตัวเกี่ยวกับสิทธิมนุษย์สิยะชล

By: ABZee on 7 October 2007 - 15:54 #32884 Reply to:32814

คอมมิวนิสต์ในจีนไม่ได้เท่าเทียมกันทุกคน ผู้บริหารจะมีอภิสิทธิ์มากกว่าประชาชนทั่วไป
ประชาธิปไตยในไทยก็ไม่ได้เท่าเทียมกันทุกคน ตละกูลขุนนางก็มีอภิสิทธิ์มากกว่าประชาชนทั่วไป

ถ้าคิดในมุมมองแบบนี้ ผมคิดว่าหลักการสิทธิและเสรีภาพของข้อมูลข่าวสาร ก็ใช้ไม่ได้ในระบอบประชาธิปไตย (แบบไทยๆ) เช่นเดียวกัน

PoomK

By: tvchampion on 6 October 2007 - 16:24 #32805 Reply to:32794

ยังไม่เคยมี รัฐคอมมิวนิสต์ตามทฤษฎีของมาร์กซ์จริงๆเลยนะครับ
ที่แล้วมามี่แต่ เผด็จการสังคมนิยม กับเผด็จการทุนนิยม แทบทั้งนั้น

By: pittaya
WriterAndroidUbuntuIn Love
on 6 October 2007 - 15:15 #32796
pittaya's picture

หนักกว่าบ้านเราเยอะแฮะ

Don't think, Just read


pittaya.com

By: mean
iPhoneUbuntuWindows
on 6 October 2007 - 15:49 #32799
mean's picture

ไม่ใช่ครับหลักการของคอมมิวนิสต์ม่ได้ปกครองโดยใช้หลักการความมั่นคงเป็นหลักเพียงอย่างเดียวแต่ต้องให้ประชาชน
มีสิทธิขั้นพื้นฐานเท่าเทียมกัน ใช้หลักการในการร่วมมือกันผลิตและยังใช้ระบบธุรกิจแบบสังคมนิยมด้วยครับแต่หลักการนี้มันเป็นไปได้ยาก
ในโลกนี้จึงไม่มีคอมมิวนิสต์แท้จริงอยู่แท้จริงแล้วจีนอ้างว่าเป็นคอมมิวนิสต์นั้นผมว่าจีนน่าจะเป็นเผด็จการทุนนิยมมากกว่า

By: memtest on 6 October 2007 - 17:46 #32813 Reply to:32799

จากข่าวทางด้านบนแสดงว่าจีน ไม่สามารถให้ประชาชนมีสิทธิขั้นพื้นฐานเท่าเทียมกันได้ซิครับ
ผมคิดว่าสิทธิในการรับข้อมูลข่าวสารถือเป็นสิทธิขั้นฟื้นฐานเช่นเดียวกัน ข้อมูลในที่นี้หมายถึงข้อมูลโดยๆทั่วๆไปที่ไม่ขัดต่อจิตสำนึกของคนในชาตินั้นๆ

คำว่าได้รับเท่าเทียมหมายถึงทุกคนมีสิทธิที่ควรจะได้รับเท่ากัน ไม่ได้หมายถึงทุกๆคนถูกปิดตาเหมือนกันหมดทั้งประเทศอย่างนี้

By: DuRiAn on 6 October 2007 - 16:42 #32807

พวกคอมมิวนิสต์สมัยยังต่อสู้ ยังจนๆอยู่ จะค่อนข้างเสมอภาคกันดี
แต่พอรวยหน่อย ตั้งรัฐบาลได้ เกิดมีตำแหน่งขึ้นมา ความเสมอภาคก็จบลง หนักกว่าทุนนิยมอีก

คอมมิวนิสต์เป็นแนวความคิดที่ดีแต่เป็นไปไม่ได้ ที่จะคล้ายๆหน่อยก็คงพวกฟินแลนด์ สวีเดน
เออ...ชักนอกเรื่องไปแล้ว :(

By: mean
iPhoneUbuntuWindows
on 6 October 2007 - 17:03 #32808
mean's picture

ใข่ครับ
คอมมิวนิสต์เป็นแนวความคิดที่ดีแต่เป็นไปไม่ได้ ที่จะคล้ายๆหน่อยก็คงพวกฟินแลนด์ สวีเดน เออ…ชักนอกเรื่องไปแล้ว :(

By: AdmOd
iPhoneWindows
on 6 October 2007 - 17:30 #32811
AdmOd's picture

คอมมิวนิสก็ดีอย่างนะ นโยบายพัฒนาประเทศเขามีทิศทางที่แน่นอน

ประชาธิปไตยยุบสภาที ก็เปลี่ยนที...

By: celerachan
iPhone
on 6 October 2007 - 18:55 #32821

บล็อคนานแล้วค่ะ ประมาณเดือนนึงได้แล้ว ตอนนั้นคิดว่าโปรแกรมอ่าน RSS เราเจ๊งซะอีก ที่แท้ก็บล็อคนี่เอง เฮ้ออ บล็อคเยอะไปแล้วนะ

By: audy
AndroidUbuntu
on 6 October 2007 - 21:20 #32825 Reply to:32821
audy's picture

เมืองจีนอากาศดีมั๊ยครับ

By: smilelovehappiness on 6 October 2007 - 23:32 #32828

คอมมิวนิสต์ที่แท้จริง มันอุดมคติเกินไป ทำจริงๆไม่ได้

By: ABZee on 7 October 2007 - 16:01 #32885 Reply to:32828

ผมว่ามันก็อุดมคติพอๆกับคำว่า ประชาธิปไตยนะ โดยเฉพาะประชาธิปไตยในห้องประชุมกับผู้หลักผู้ใหญ่

ผมว่าคำพูดที่ว่า "คอมมิวนิสต์มันอุดมคติเกินไป ทำไม่ได้หรอก" เป็นเพียงคำพูดของอาจารย์ในโรงเรียน ที่ถูกปลูกฝังมาในยุคต่อต้านคอมมิวนิสต์มากกว่า

ปัญหาไม่ใช่ว่ามันเป็นอุดมคติหรือเปล่า ถ้าจะทำมันก็ทำได้ทั้งนั้นแหละ นอกจากเราติดปัญหาอะไรทำให้เป้าหมายนั้นเป็นไปได้ยาก เช่นการทำให้ไทยเป็นประชาธิปไตย ต้องสังคมไทยเท่าเทียมกันเสียก่อน

PoomK

By: atheist
AndroidUbuntuWindows
on 6 October 2007 - 23:38 #32831

ประชาธิปไตยแบบทุนนิยม ตามที่หวังกันจริงๆ มันก็อุดมคติเกินไป ทำไม่ได้เหมือนกัน
คนยังไม่มีคุณภาพพอ ระบอบอะไำรๆ ก็คงห่างไกลคำว่าสมบูรณ์พอๆกัน
..
ส่วนจีนเรียกว่า ทุนนิยมโดยรัฐ State Capitalism

By: thep
Writer
on 7 October 2007 - 10:40 #32868 Reply to:32831

ผมไม่เชื่อในระบบทุนนิยม มันเป็นระบบที่นำพาสู่ความฉิบหาย สู่การผูกขาดในที่สุด

ทำไมถึงพูดอย่างนั้น แนวคิดทุนนิยมตอนเริ่มแรกนั้นดี คือมีสมมุติฐานว่าทรัพยากรเป็นสิ่งที่มีอยู่อย่างจำกัด ต้องนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทุนและแรงงานจึงถูกบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงความพึงพอใจของทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค

แต่พอทำไป กลับทำให้เกิดการแบ่งชนชั้น รายได้ไปตกค้างอยู่ที่ชนชั้นนายทุน ซึ่งต้องสะสมทุนไว้แข่งขันกับนายทุนอื่น ต้องขยายกิจการเพื่อให้อัตราการเติบโตสูงขึ้นเรื่อย ๆ โตแบบเชิงเส้นก็ไม่ได้ด้วย ต่ำกว่าเชิงเส้นก็ถือว่า "ซบเซา" การแข่งขันอย่างเอาเป็นเอาตายทำให้เกิดความจำเป็นที่จะต้องเอาตัวรอด หลักอุปสงค์-อุปทานจากเดิมที่เป็นดุลยภาพของความพึงพอใจของผู้ผลิตกับผู้บริโภค ก็ถูกควบคุมด้วยหลักการตลาด พออุปทานเพิ่มก็ไปเพิ่มอุปสงค์ ทำให้คนจับจ่ายใช้สอยอย่างไม่สมเหตุสมผล แล้วก็เร่งแข่งกันถลุงทรัพยากรมาผลิตอย่างบ้าคลั่ง ลืมแนวคิดเริ่มแรกเรื่องทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดไปเสียสิ้น

ทุนนิยมยิ่งพัฒนาไป ก็ยิ่งสร้างความฟุ้งเฟ้อ ถ่างช่องว่างระหว่างชนชั้นให้กว้างขึ้น ในเมื่อด้านหนึ่งก็มีการกระตุ้นอุปสงค์ในตลาดอยู่ตลอด และอีกด้านหนึ่ง ชนชั้นแรงงานก็ถูกกดราคาค่าแรง เนื่องจากนายทุนต้องเก็บทุนไว้แข่งขัน

การแข่งขันที่ว่าจะทำให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์ ก็ไม่จริงเสมอไป บ่อยครั้งที่การแข่งขันเป็นเพียงมายาภาพ ในเมื่อทุกอย่างยังมีต้นทุน สิ่งที่เกิดจากการแข่งขันก็คือ การบิดเบือนข้อมูล ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือโปรโมชั่นมือถือต่าง ๆ ที่ผ่านการคำนวณกำไรมาอย่างดี แต่สามารถนำเสนอให้ผู้บริโภครู้สึกว่าถูกได้ หรือจะเป็นการลดคุณภาพสินค้าอย่างจงใจ นอกจากนี้ บ่อยครั้งก็มีการฮั้วกันเองของกลุ่มผู้ผลิต

แข่งกันหนักเข้า ก็เกิดความจำเป็นต้องเอาตัวรอด เกิดการควบรวมกิจการจนกระทั่งเหลือรายใหญ่ไม่กี่เจ้าในตลาด หรือในบางตลาดอย่างซอฟต์แวร์ ถึงกับมีบริษัทเดียวผูกขาดตลาดส่วนใหญ่ ตลาดที่บอกว่าแข่งขันแบบเสรีนั้น ในบั้นปลายจะจัดระเบียบตัวเองกลายเป็นตลาดผูกขาดในที่สุด

ทุนนิยมจึงไม่ควรนำมาใช้เดี่ยว ๆ แต่ควรใช้สังคมนิยมผสมด้วย ดังเช่นการตั้งสหภาพแรงงานเพื่อต่อรองสวัสดิการลูกจ้างกับนายทุน การมีสวัสดิการสังคมของรัฐ การบริหารโครงสร้างพื้นฐานโดยรัฐ การแทรกแซงตลาดโดยรัฐ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การป้องกันการผูกขาดตลาด

By: DuRiAn on 9 October 2007 - 23:07 #33047 Reply to:32868

จริงๆทุกวันนี้ แม้แต่ในไทยเราก็ยืมนโยบายของคอมมาหลายอย่างเหมือนกันนะครับ
สหกรณ์ สหภาพแรงงาน ฯลฯ

ส่วนตัวผมก็คิดว่าทุนนิยมไม่ใช่สิ่งดีที่สุด แต่ ณ ตอนนี้ ก็ดีกว่าสังคมนิยมเยอะมากละครับ
เรื่องชนชั้นแม้จะต่างกัน แต่ชนชั้นต่ำในทุนนิยมก็ยังอยู่ดีกินดีกว่าชั้นต่ำในสังคมนิยมมากมาย

By: bitworld
AndroidSymbianUbuntuWindows
on 7 October 2007 - 09:01 #32858
bitworld's picture

ไม่รู้สิครับ รู้แต่ว่าเรื่องเศรษฐกิจของเอเซีย นอกจากญี่ปุ่นและสิงค์โปรแล้ว ก็จะเห็นว่ามีจีนนี่แหล่ะครับที่เริ่มจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำทางด้านเศรษฐกิจกับเขาบ้างแล้ว แถมทุนสำรองเงินตราก็มากที่สุดในโลกอีกต่างหาก (หรือญี่ปุ่นเยอะกว่านะ จำไม่ได้แล้ว) ขนาดเค้าปิดประเทศแถมบางประเทศยังประณามว่าเค้าเป็นคอมมิวนิสต์ แต่เค้าก็ยังทำให้เศรษฐกิจบ้านเค้าเจริญ

ประเทศประชาธิปไตยบางประเทศ (ประเทศไหนก็ไม่รู้) ก็ขยันทะเลาะกันจัง อายเค้ามั๊ยนั่น

By: lew
FounderJusci's WriterMEconomicsAndroid
on 7 October 2007 - 10:17 #32863 Reply to:32858
lew's picture

เท่าที่ผมรู้ เศรษฐกิจจีนโตมาจากจำนวนประชากรที่มาก และค่าแรงที่ถูกนะครับ

มันคงดูง่ายที่เราจะบอกว่าอย่างเขาก็ดีอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะตัวเลขทางการเงินแข็งแกร่งต่างๆ นาๆ

แต่ถ้าเราต้องเป็นชนชั้นล่างของประเทศเค้าที่ต้องได้รับค่าจ้างต่ำๆ ล่ะครับ เราจะชื่นชมประเทศตัวเองกันออกไหม

อ่อ เศรษกิจจีนเปิดประเทศมานานแล้วครับ ปิดประเทศนั่นต้องประมาณพม่าครับ

LewCPE


lewcpe.com, @public_lewcpe

By: fujitarc on 7 October 2007 - 10:42 #32867

จะ คอมมิวนิสต์ หรือ ปรธ มันก็มีจุดด้อยจุดอ่อนทั้งคู่แหละครับ
ลองดูละกัน คนไทยที่ศึกษาแตกฉานจริๆงมีซักกี่คน? แล้วคิดว่าคนมีการศึกษาไม่วันๆบนบานศาลกล่าว ไม่งมงาย โดนเป่าหู ยัดเงินหน่อยก็เอาแล้ว มีตั้งเท่าไหร่??

มันขึ้นกับว่าเหมาะกับประชาชนในประเทศนั้นรึเปล่าก็แค่นั้นมากกว่านะ

เทียบง่ายๆ เหมือนเอาคนไม่เรียนหมอซั4คน กับคนเรียนหมอ 1 คนมาตัดสินเรื่องของหมอแหละครับ พวกไม่เรียนหมอ 4 เห็นด้วยหมด อย่างี้ยุติธรรมเหรอครับ?

By: Blue Rabbit
iPhone
on 7 October 2007 - 19:03 #32890

เข้า blognone ไม่ได้ด้วย

By: BonBon
iPhone
on 8 October 2007 - 04:59 #32919

เกี่ยวกับการเมืองทีไร มีความเห็นกันสนุกสนานทุกทีจริงๆ

By: khajochi
WriteriPhoneIn Love
on 8 October 2007 - 12:00 #32931
khajochi's picture

จีนนี่สุดยอดจริงๆ (ในทางลบนะครับ)

---
Khajochi


แฟนพันธุ์แท้สตีฟจ็อบส์ | MacThai.com