Tags:
Node Thumbnail

รีวิว MacBook Air โน้ตบุ๊คสุดบางที่ใครๆ ก็พูดถึงมากที่สุดในตอนนี้ ไม่ต้องเกริ่นกันยาว เริ่มกันเลยดีกว่า

หมายเหตุ

รีวิวอันนี้ผมเขียนจากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยใช้ iBook G4 12" มาก่อน ดังนั้นการเปรียบเทียบในหลายจุดจะเป็นการเปรียบเทียบกับ iBook G4 และด้วยข้อจำกัดทางฮาร์ดแวร์บางประการ ผมไม่ได้ทดสอบและจะไม่เขียนถึงประเด็นต่อไปนี้ ซึ่งผู้สนใจสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้จากรีวิวของเว็บไซต์ต่างประเทศตามที่ใส่ลิงก์ไว้ให้ด้านล่างครับ

  • Remote Disk
  • ต่อโปรเจคเตอร์ผ่านพอร์ต Micro DVI
  • Migration Assistant
  • ต่อ Wi-Fi ด้วยมาตรฐาน IEEE 802.11n

สเปกเครื่อง

ส่วนนี้คงไม่กล่าวถึงละเอียดนักเพราะว่าเป็นข้อมูลทั่วไปที่หาได้บนอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว ฮาร์ดแวร์ของ MacBook Air มีส่วนสำคัญคร่าวๆ ดังนี้

  • CPU เป็น Intel Core 2 Duo ความเร็ว 1.6GHz
  • RAM 2GB DDR2 667 MHz
  • การ์ดจอใช้ Intel GMA X3100 หน่วยความจำ 144MB แชร์กับหน่วยความจำหลัก
  • LCD 13 นิ้ว ความละเอียด 1280x800 (จอกว้าง)
  • ฮาร์ดดิสก์ 80GB เป็นแบบ 4200 rpm ดูยี่ห้อแล้วเป็น Samsung
  • USB 1 พอร์ต, ต่อจอนอกด้วยพอร์ต Micro DVI (มีหัวแปลงแถมมาให้ในชุด)
  • คีย์บอร์ดเรืองแสง, trackpad แบบมัลติทัช
  • ลำโพงแบบ mono, มีแจ็คเสียบหูฟัง, ไมโครโฟนและกล้อง iSight ในตัว
  • Wi-Fi สนับสนุน IEEE 802.11n (ชิปเซ็ตเป็น Broadcom ตระกูล BC43xx), มี Bluetooth มาให้ในตัว
  • แบตเตอรี่แบบถอดเปลี่ยนไม่ได้ แอปเปิลอ้างว่าทำงานได้ประมาณ 5 ชม.
  • มาพร้อมกับ Mac OS X 10.5.1 (อัพเดตเป็น 10.5.2 ก่อนรีวิว) และชุด iLife '08

สิ่งที่ไม่มีใน MacBook Air

  • ไดร์ฟซีดี-ดีวีดีรอม (มี External Superdrive ขายแยก)
  • พอร์ต FireWire
  • พอร์ต PCMCIA
  • พอร์ต Ethernet (มี USB-to-ethernet ขายแยก)
  • ช่องเสียบไมโครโฟนภายนอก
  • โมเด็ม

แกะกล่อง

MacBook Air มาในกล่องสีดำขนาดเล็กกว่าโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ของแอปเปิลพอสมควร ในภาพผมเอาโทรศัพท์มือถือมาเทียบจะได้กะขนาดกันถูก

alt="RIMG0064.JPG"

กล่องของ MacBook Air เป็นแบบฝาครอบซึ่งต่างจากกล่องแบบฝาพับของโน้ตบุ๊ครุ่นอื่น เมื่อเปิดฝาขึ้นมาก็พบกับตัวเครื่องในซองพลาสติกทันที

alt="RIMG0069.JPG"

ชั้นถัดมาเป็นอุปกรณ์อื่นๆ ได้แก่สายชาร์จ สมุดคู่มือพร้อมดีวีดีระบบปฏิบัติการอีก 2 แผ่น และตัวแปลงจากหัวต่อ Micro DVI เป็น VGA และ DVI อย่างละชุด

alt="RIMG0070.JPG"

ขนาดและหน้าตา

MacBook Air จัดเข้าประเภทโน้ตบุ๊ค 13 นิ้วเท่ากับ MacBook มีขนาดเป็นตัวเลขคือ 32.5x22.7 ซม. ถ้ากะไม่ถูกจะใหญ่กว่ากระดาษ A4 อยู่นิดหน่อย

alt="MacBook Air In Action!"

ส่วนความหนาซึ่งเป็นจุดขายสำคัญของ MacBook Air นั้นก็ต้องแยกกรณีเพราะตลอดทั้งเครื่องหนาไม่เท่ากัน ส่วนที่หนาที่สุดหนา 1.94 ซม. (ตามตัวเลขของแอปเปิล) ส่วนที่บางที่สุดก็ 0.4 ซม.

ผมถ่ายรูปโดยวางเทียบกับนิตยสาร (จริงๆ มันคือ Maxim) กับตัว Superdrive ของชุด MacBook Air

alt="RIMG0085.JPG"
alt="RIMG0086.JPG"
alt="RIMG0087.JPG"

ส่วนการทดสอบความบาง ให้ภาพอธิบายแทนน่าจะดีกว่าครับ

alt="Sorry but I've to"

น่าเสียดายว่าซองน้ำตาลที่ผมเตรียมไว้นั้นเล็กเกินไปหน่อย เลยต้องเปลี่ยนมาใช้แฟ้มกระดาษแทน

alt="RIMG0106.JPG"

สุดท้ายค้นเจอซองของไปรษณีย์ไทย เพียงแต่เป็นซองใหญ่เอาไว้ใส่หนังสือ เลยไม่ค่อยเหมือนโฆษณาต้นแบบเท่าไรนัก

alt="RIMG0107.JPG"

ด้านใต้เครื่องไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เพราะเราไม่สามารถถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่เองได้ (อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่แบตเสื่อมเราสามารถซื้อแบตก้อนใหม่และไขน็อตประกอบเองได้ไม่ยาก - รายละเอียด)

alt="Beneath MacBook Air"

ใต้เครื่องด้านซ้ายมือเป็นช่องเสียบสายชาร์จแบบ MagSafe ส่วนด้านขวาเป็นบานพับเก็บพอร์ตต่ออุปกรณ์ภายนอก ซึ่งมี 3 พอร์ตเท่านั้น ตามรูปได้แก่ Micro DVI, USB และช่องเสียบหูฟัง

alt="RIMG0089.JPG"

ปุ่มเปิดเครื่องอยู่มุมขวาบนของตัวเครื่อง

alt="RIMG0095.JPG"

น้ำหนัก

ดูรูปภาพหน้าตากันไปพอสมควรแล้ว ก็มาถึงประเด็นที่หลายๆ คนสงสัยคือ

  1. มันบางขนาดนี้แล้วแข็งแรงแค่ไหน
  2. เบาประมาณไหนกันเชียว

คำตอบของคำถามแรกต้องตอบว่าแข็งแรงกว่าที่ผมคิดไว้มาก ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะวัสดุทำด้วยอลูมิเนียม อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะต้องอัดทุกอย่างให้ลงในเคสอันขนาดนี้ ทำให้ตัวเครื่องของ MacBook Air แน่นปึ๊กมั่นคงทีเดียว ไม่ต้องกลัวว่านั่งทับแล้วจะหักกลางแน่นอน

ข้อเสียมีเล็กน้อยคือเมื่อวัสดุเป็นโลหะและการดีไซน์แบบบางเฉียบ ทำให้ขอบมันค่อนข้างคม เวลาวางมือไว้แล้วโดนขอบ หรือวางไว้บนตัวบนตักก็อาจจะระคายเคืองเล็กน้อย (ไม่ถึงกับบาด) นอกจากนี้ยังมีประเด็นว่าเกิดคราบเหงื่อได้ง่าย รวมถึงตัวเครื่องจะเย็นมากเมื่อใช้ในสภาพอากาศหนาว

ส่วนคำถามที่สอง ต้องย้อนกลับก่อนว่า iBook G4 ตัวเก่าของผมนั้นหนัก 2.2 กิโลตามสเปก ส่วน MacBook Air หนัก 1.36 กิโล ในการใช้งานจริงเวลาขนไปนอกสถานที่ย่อมต้องพกสายชาร์จไปด้วย ซึ่งสายชาร์จของ iBook ใหญ่และหนักกว่า MacBook Air อยู่บ้าง เมื่อคำนวณส่วนต่างของน้ำหนักแล้ว การขน MacBook Air จะมีน้ำหนักน้อยกว่า iBook ประมาณ 1 กิโล

แต่ 1 กิโลนี้กลับเป็นช่องว่างที่สำคัญมาก ความรู้สึกแรกของผมตอนที่ทดลองใส่เป้สะพายครั้งแรกนั้นคิดว่า "เหมือนแบกกระเป๋าเปล่าๆ" (หรืออย่างดีก็ใส่สมุด 1 เล่ม อะไรประมาณนั้น) ถ้าเอาเฉพาะตัวเครื่องอย่างเดียวก็ต้องบอกว่า สามารถยกด้วยมือข้างเดียวได้โดยไม่รู้สึกล้าแต่อย่างใด

สรุปว่าจุดขายของ MacBook Air ในเรื่องความบาง+น้ำหนักนี่สอบผ่านครับ คะแนนเกือบเต็ม

ทีนี้มาดูแง่การใช้งานจริงกันบ้าง

คีย์บอร์ด

ผมมีปัญหาในการสั่งซื้อเล็กน้อย คือสั่งคีย์บอร์ดแบบ US ไปแต่ดันได้คีย์บอร์ดแบบ UK มา บางปุ่มจึงสลับที่กันเล็กน้อยแต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคมากนักในการใช้งาน

alt="RIMG0094.JPG"

แอปเปิลนำคีย์บอร์ดแบบใหม่ของ Mac Pro มาใส่ใน MacBook Air เป็นตัวแรก ความรู้สึกที่พิมพ์มาประมาณ 3 วันผมคิดว่าคีย์มันตื้นไปหน่อย คือปุ่มเมื่อโดนกดน่าจะลงไปลึกกว่านี้ีอีกสักหน่อย อีกประเด็นคือผมคุ้นกับคีย์บอร์ดของ iBook เดิมซึ่งเป็นแบบคีย์ชิดกัน พอมาเจอคีย์บอร์ดที่เป็นแบบคีย์ห่าง มีช่องว่างระหว่างปุ่ม (เริ่มใน MacBook) เลยยังไม่ชินนัก

ข้อสังเกตอีกประการคือผมมีปัญหากับการวางมือเล็กน้อยโดยเฉพาะมือซ้าย ปกติแล้วผมจะวางมือโดยใช้ขอบของตัวเครื่องเป็นที่ตั้ง ซึ่งผลที่ได้คือปุ่มคีย์บอร์ดฝั่งซ้ายเลื่อนจากตำแหน่งที่คุ้นเคยไปทางขวาเล็กน้อย ตรงนี้ผมเข้าใจว่าเป็นเพราะตัวเครื่องเป็นแบบจอกว้างทำให้มีระยะขอบระหว่างคีย์บอร์ดกับขอบของตัวเครื่องมากขึ้น รวมถึงเป็นปัญหาความเคยชินของตัวผมเองด้วย

สิ่งที่หายไปในคีย์บอร์ดแบบใหม่นี้คือปุ่มตัวเลขแบบ Num Lock ปกติผมไม่ได้ใช้ความสามารถนี้อยู่แล้วเลยไม่มีปัญหา ส่วนปุ่ม F1-F12 ซึ่งเป็นปุ่มลัดสำหรับตั้งค่าหน้าจอหรือความดังก็มีการสลับตำแหน่งบ้าง โดยเลื่อนปุ่มปรับระดับเสียงไปอยู่ขวามือสุด (F10-F12) และย้ายปุ่ม Expose กับ Dashboard มาไว้ที่ F3-F4 แทน ถัดจากปุ่ม F12 ยังแยกปุ่ม Eject ซีดีมาให้ด้วย (ทั้งๆ ที่เครื่องไม่มีไดร์ฟ) ซึ่งก็เข้าใจได้ว่าใช้กับ Superdrive

ปุ่มลูกศรขึ้นกับลงนั้นอยู่ติดกัน (เข้าใจว่าเพื่อความสะดวกในการ scroll) บนปุ่มลูกศรทั้ง 4 ปุ่มไม่มีข้อความอื่นๆ เหมือนที่เคย อย่างไรก็ตามเมื่อกดปุ่ม Fn ประกอบ ก็กลายเป็นปุ่ม Home, End, Pageup, Pagedown ได้เหมือนคีย์บอร์ดแอปเปิลรุ่นก่อนๆ

ผมมีปัญหาในโปรแกรม Vim ซึ่งปุ่มลูกศรไม่ถูกแมปเข้ากับการเลื่อนเคอร์เซอร์ ตรงนี้ต้องหาวิธีแก้ไขต่อไป

ฟีเจอร์คีย์บอร์ดเรืองแสงในที่มืดก็ทำงานได้ดีไม่มีปัญหาอะไร โดยปกติแล้วตัววัดแสงจะทำงานอัตโนมัติ แต่ถ้าไม่ถูกใจก็สามารถเปิด/ปรับระดับความสว่างเองได้ที่ปุ่ม F5-F6 อย่างไรก็ตามผมคิดว่าฟีเจอร์นี้เป็นเหมือนของแถม มีก็ดี ไม่มีก็ไม่เสียหาย

alt="RIMG0004.JPG"

แทร็กแพด

อีกฟีเจอร์ที่น่าสนใจซึ่งแอปเปิลนำมาโฆษณาคือแทร็กแพดแบบมัลติทัช ซึ่งนำเทคโนโลยีของ iPhone/iPod touch มาใช้ การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนคือแทร็กแพดมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมาก ส่วนปุ่มกดก็มีขนาดบางลงเพื่อเพิ่มพื้นที่ของแทร็กแพด

เราสามารถเลือกเปิด/ปิดฟีเจอร์ของแทร็กแพดแบบมัลติทัชได้ใน System Preferences > Keyboard & Mouse > Trackpad ซึ่งแอปเปิลได้เพิ่มวิดีโอแนะนำการใช้งานเข้ามาให้ด้วย ซึ่งช่วยให้นึกภาพออกตอนตั้งค่าได้มากขึ้น (ดูภาพประกอบ) ตรงนี้ถือว่าทำได้ดีครับ

alt="MacBook Air Trackpad Preferences"

ส่วนที่เพิ่มเข้ามาจากแทร็กแพดแบบปกติคือการใช้ 2 นิ้วและ 3 นิ้วสัมผัส ซึ่งแยกเป็นส่วนๆ ได้ดังนี้

2 นิ้ว

  • Secondary Click (คลิก 2 นิ้ว = คลิกขวา) และ Scroll (เลื่อนหน้าจอโดยลาก 2 นิ้ว) อันนี้มีใน MacBook และ MacBook Pro อยู่แล้ว
  • Pinch Open & Close ใช้สองนิ้วถ่างออกจากกันเพื่อขยายรูปภาพ (เหมือนใน iPhone) ใช้ได้กับโปรแกรมดูภาพคือ Preview และ iPhoto รวมถึงขยายไอคอนใน Finder (ถ้าใช้ในโหมด Cover flow จะเป็นการขยายขนาดของ preview pane ครึ่งบน แต่ Cover flow ใน iTunes ใช้ไม่ได้)
  • Rotate ใช้สองนิ้วหมุนเป็นวงเพื่อหมุนรูปภาพ ใช้ได้กับโปรแกรมดูรูปภาพทั้งสองตัว
  • Screen Zoom (กดปุ่มเสริมตามที่ตั้ง+Scroll 2 นิ้ว เป็นการขยายทั้งหน้าจอ)

3 นิ้ว

  • Swipe to Navigate ใช้ 3 นิ้วปัดไปทางซ้าย-ขวาเพื่อเลื่อนไปยังรูปถัดไป ใช้ได้กับ Preview, iPhoto และ Safari (ใช้ใน Cover flow ไม่ได้)

ส่วนของ Pinch Open & Close, Rotate และ Swipe to Navigate ไม่สามารถปิดได้ใน Preferences

ผมลองใช้มาสักพักพบว่า Rotate มีประโยชน์มากเวลาจัดการกับรูปใน iPhoto ส่วน Pinch Open & Close หรือถ่างนิ้วเพื่อขยายรูปนั้น เอาจริงแล้วผมใช้นิ้วชี้ซ้าย-ขวาลากออกจากกันแทนที่จะใช้นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ของมือข้างเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าเราไม่ได้จำเป็นต้องซูมรูปภาพแบบนี้บ่อยเท่าไรนัก

ส่วน Swipe หรือใช้สามนิ้วปัดเพื่อเลื่อนหน้าจอ ผมกลับรู้สึกว่ามันไม่เป็นธรรมชาติเหมือนกับที่เราใช้ 2 นิ้ว (เพราะปกติเวลาใช้งานเรางอนิ้วนางอยู่แล้ว) สุดท้ายแล้วกลับไปใช้ปุ่มลูกศรเลื่อนซ้าย-ขวาดีกว่า

ข้อเสียอย่างแรงของแทร็กแพดแบบมัลติทัชคือแอปเปิลเองยังไม่เปิดเทคโนโลยีให้คนอื่นใช้ (โปรแกรมของตัวเองก็ยังทำได้แค่ไม่กี่โปรแกรม) ทำให้เกิดปัญหาเรื่องความสม่ำเสมอว่า เมื่อไรเราจะใช้ความสามารถเหล่านี้ได้? ซึ่งต่างกับการ scroll แบบ 2 นิ้วซึ่งใช้ได้กับทุกโปรแกรม จุดนี้ต้องรอดูต่อไปว่าแอปเปิลจะทำอย่างไรเมื่อนำแทร็กแพดแบบใหม่มาใช้กับสินค้าครบทุกตัวแล้วในอนาคต

ฮาร์ดแวร์อื่นๆ

หน้าจอถ้าตั้งความสว่างไว้สูงสุดจะสว่างมาก เป็นผลมาจากการใช้จอ Backlit แบบใหม่ ปกติแล้วผมตั้งความสว่างไว้ประมาณครึ่งเดียวเพื่อไม่ให้จ้าเกินไปและประหยัดแบตไปด้วยในตัว จอเป็นแบบ glossy เหมือน MacBook ไม่สามารถเลือกได้เหมือน MacBook Pro

ถ้าดูตามสเปก ลำโพงแบบโมโนเป็นอะไรที่น่าผิดหวัง ตัวลำโพงอยู่ใต้ปุ่มลูกศร เสียงดังกว่าลำโพงของ iBook อยู่พอสมควร ผมลองทดสอบทั้งดูหนังและฟังเพลงแล้วพบว่าไม่แย่ถึงขั้นที่จินตนาการไว้แต่แรก ทำงานทั่วไปได้ไม่มีปัญหาอะไร อาจรู้สึกว่าเสียงมันแหว่งๆ ไปหน่อยเพราะลำโพงไม่ได้อยู่ตรงกลาง ถ้าต้องการเสียงแบบสเตอริโอ มีทางเลือกเดียวคือต้องต่อหูฟัง

ส่วนของ MagSafe นั้นทำงานได้ดีไม่มีปัญหาอะไรเช่นกัน เพียงแต่ผมไม่มี MagSafe แบบตรงมาลองเสียบ (ซึ่งตามรีวิวที่อื่นๆ พบว่าเสียบได้แต่มันจะเอียงลงมาติดพื้นโต๊ะ ต้องวางเครื่องให้ล้นขอบ)

alt="RIMG0003.JPG"

พอร์ต USB ที่อยู่ใต้บานพับนั้น ด้วยการออกแบบเครื่องที่เอียงเข้าไป ทำให้เรากะระยะของพอร์ต USB ได้ยากเพราะมองจากมุมข้างบนเครื่องไม่เห็น สุดท้ายแล้วเชื่อว่าทุกคนจะต้องใช้ท่าเอามือซ้ายยกตัวเครื่องเอียงขึ้นมาดู ส่วนมือขวาเสียบสาย USB เข้าไป นอกจากนี้การออกแบบเครื่องเอียงยังมีความเสี่ยงสูงที่อุปกรณ์ USB บางชนิด เช่น USB drive จะเสียบไม่ได้เพราะติดขอบเครื่อง อันนี้ขึ้นกับดีไซน์ของอุปกรณ์ของแต่ละคนแล้วล่ะครับ

Superdrive

เนื่องจาก MacBook Air ไม่มีไดร์ฟอ่านซีดี-ดีวีดีรอมในตัว ทางออกสำหรับคนต้องการใช้คือซื้อ External Superdrive ที่แอปเปิลขายแยก ซึ่งตามข่าวของเว็บฝรั่งบอกว่ามันเกิดมาเพื่อกันและกันเท่านั้น ไม่สามารถใช้กับอุปกรณ์อื่นได้ เนื่องจากแอปเปิลได้ปรับให้ไฟเลี้ยง USB ของ MacBook Air สูงกว่ามาตรฐาน เพื่อจ่ายไฟให้ Superdrive ได้โดยไม่ต้องเสียบไฟเพิ่ม อันนี้ผมไม่มีอุปกรณ์อื่นทดลองก็ไม่ทราบว่าจริงแท้แค่ไหนนะครับ

alt="RIMG0056.JPG"
alt="RIMG0057.JPG"

จากการทดลองใช้พบว่าตัว Superdrive นั้น seek แผ่นช้ากว่าไดร์ฟปกติเล็กน้อย และสั่นมาก วางไว้บนโต๊ะจะรู้สึกได้ถึงการหมุนของแผ่นเลยทีเดียว การใช้งานไม่มีปัญหาอะไรให้ต้องติ สิ่งที่น่าปรับปรุงคือควรมีไฟ LED บอกว่ามีแผ่นอยู่ข้างในเพิ่มอีกนิดนึง

alt="RIMG0001.JPG"

สำหรับคำถามว่าควรซื้อ Superdrive หรือไม่ อันนี้ขึ้นกับสภาพแวดล้อมในการใช้งานครับ ถ้าซื้อ MacBook Air มาเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สอง ก็ไม่มีเหตุอันจำเป็นใดๆ เพราะเราสามารถใช้เครื่องอื่นอ่าน/เขียนแผ่นได้ แต่ถ้า MacBook Air จะกลายมาเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวที่มี (เหมือนกรณีของผม) แบบนั้นควรมีไว้ใช้งาน

ผมไม่มีคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นมาทดสอบการลงโปรแกรมข้ามเครื่อง Remote Disk แต่รีวิวเมืองนอกบอกไว้ว่ามันสามารถลงได้เฉพาะ Mac OS X และโปรแกรมของ Mac OS X เท่านั้น ไม่สามารถลงวินโดวส์ ลินุกซ์​รวมถึงดูหนังฟังเพลงข้ามเครื่องได้

ประสิทธิภาพ

จุดอ่อนสำคัญด้านประสิทธิภาพของ MacBook Air คือฮาร์ดดิสก์ซึ่งเป็นแบบ 4200 รอบต่อวินาที (แบบเดียวกับของ iPod) ซึ่งจะเป็นคอขวดเวลาต้องทำงานที่อ่าน/เขียนไฟล์เยอะๆ เท่าที่ใช้มา ผมยังไม่เจอปัญหาที่ว่านี้ คงเป็นเพราะไม่ได้ใช้งานเครื่องที่โหลดมากๆ ด้วย

ส่วนของ CPU เรียกได้ว่าเหลือเฟือเพราะเป็น Core 2 Duo 1.6GHz มากเกินพอสำหรับงานเดสก์ท็อปทั่วไปอยู่แล้ว การ์ดจอเป็น Intel GMA X3100 ใช้งานทั่วไปได้โอเคเช่นกัน ผมไม่มีเกม 3 มิติมาลองประสิทธิภาพ แต่ลง Ubuntu แล้ว Compiz Fusion รันขึ้นนะ

ผมไม่ได้รันเบนช์มาร์คทดสอบเพราะคิดว่าไม่จำเป็น ถ้าใครสนใจลองดูในรีวิวของ Ars หรือ Gizmodo

เรื่องความร้อนนั้น เมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊คแอปเปิลตัวอื่นๆ บอกได้เลยว่า MacBook Air ไม่ร้อน แค่อุ่นๆ สามารถวางบนตักได้ ตัวเครื่องมีพัดลมอยู่ใต้บานพับ เสียงไม่ดังรบกวนจนเกินไป (เทียบกับเสียงพัดลมของ iBook แล้ว ตัวนี้เบากว่าเยอะ)

สิ่งที่น่าผิดหวังคงเป็นแบตเตอรี่ แอปเปิลโฆษณาว่าอยู่ได้ 5 ชั่วโมง ผมดูตัวเลขในไอคอนแบตเตอรี่เวลาครบ 100% แล้วมากถึง 5 ชั่วโมง 45 นาที (ปิด Wi-Fi) อย่างไรก็ตามตัวเลขนี้ลดลงอย่างรวดเร็วตามปริมาณแบตเตอรี่ ผมไม่ได้ทดสอบใช้งานต่อเนื่องจนแบตหมดเพราะต้องย้ายที่ไปมา แต่ประมาณคร่าวๆ ได้ว่าอยู่ได้ 3 ชั่วโมงครึ่งนิดๆ ใกล้เคียงกับรีวิวอันอื่นๆ การชาร์จไฟจากเกือบหมดจนถึงเต็มใช้เวลา 3 ชั่วโมงโดยเฉลี่ย

ทดลองลง Ubuntu

ผมจำเป็นต้องใช้ลินุกซ์เพื่อทดสอบ-รีวิวโปรแกรมในอนาคตอยู่แล้ว คำถามจึงอยู่ที่ว่าจะลงผ่าน Virtual machine หรือลงแบบ native ด้วย Bootcamp ซึ่งสุดท้ายผมตัดสินใจลงแบบ native เพื่อทดสอบความเข้ากันได้ของ Ubuntu กับฮาร์ดแวร์ของ MacBook Air ด้วยเลย (เท่าที่ดูใน Ubuntuforums ยังไม่มีคนลอง)

alt="Ubuntu 8.04a4 on MacBook Air"

ผมยึดคู่มือของ Ubuntu Wiki (1, 2) เป็นหลัก ขั้นตอนไม่ซับซ้อน แบ่งพาร์ทิชันด้วย Bootcamp ก่อน จากนั้นลง Ubuntu แบบ live cd ตามปกติใน Superdrive ผมใช้ Ubuntu 8.04 alpha 4 ซึ่งพึ่งออกเพราะจะเอาเคอร์เนลรุ่นใหม่ที่สุดที่เป็นไปได้ และเพื่อความสะดวกในการอัพเกรดเป็น 8.04 ตัวจริงในอนาคต

alt="Ubuntu 8.04a4 on MacBook Air"

ผลลัพธ์คือติดตั้งราบรื่น และทำงานได้ปกติ ยกเว้น Compiz Fusion มีปัญหาแสดงผลเงา drop shadow เล็กน้อย ผมยังไม่ได้ลองแก้ปัญหาฮาร์ดแวร์ตามใน Wiki เพราะว่าไม่มีเน็ตเวิร์ค (Wi-Fi ไม่ทำงาน ต้องใช้ ndistwrapper เอาไดรเวอร์ของ Broadcom มาใช้ แต่ MacBook Air ไม่มี Ethernet ต้องรอ USB-to-Ethernet ที่เพิ่งสั่งซื้อไป) ปัญหาอีกประการคือคอนฟิกแทร็กแพด Synaptics ของ MacBook ไม่เวิร์คกับ MacBook Air ซึ่งคงเป็นเพราะการเปลี่ยนมาใช้แทร็กแพดแบบใหม่นั่นเอง

เรื่อง Ubuntu บน MacBook Air ไว้มีความคืบหน้าอะไรจะมาอัพเดตเพิ่มเติมครับ

สรุป

ในแง่ของ Ultraportable แล้ว MacBook Air ทำได้น่าประทับใจมากในเรื่องขนาด-น้ำหนัก

จุดเด่นของ MacBook Air เหนือ Ultraportable ตัวอื่นๆ มีสองอย่าง อย่างแรกคือให้คีย์บอร์ดแบบ full-size ซึ่งพิมพ์ได้สะดวก ส่วนที่สองคือการใช้ซีพียูแบบเดียวกับโน้ตบุ๊คปกติ ไม่เป็น Ultra-Low Voltage ซึ่งส่งผลให้ประสิทธิภาพออกมาดีสำหรับงานด้านเดสก์ท็อปทั่วไป ไม่ต้องนั่งลุ้นตอนโหลดเหมือน Ultraportable สมัยก่อนๆ

จุดด้อยที่เห็นชัดๆ คือเรื่องระยะเวลาของแบตเตอรี่ ส่วนเรื่องพอร์ตที่ให้มาน้อยมาก อันนี้คงขึ้นกับการใช้งานของแต่ละคนซึ่งต่างกันไป บางคนอาจจำเป็นต้องใช้ FireWire บางคนจะเอาโมเด็ม แต่สำหรับผมแล้วคิดว่า USB พอร์ตเดียวนี่น้อยไป (คือไม่ถึงกับตาย แต่อึดอัดพอสมควรตอนที่ต้องสลับอุปกรณ์ USB ไปมา)

ส่วนฟีเจอร์อื่นๆ อย่างคีย์บอร์ดเรืองแสง แทร็กแพดมัลติทัช หรือ Wi-Fi draft-N นั้น เหมือนที่ผมเขียนไปก่อนหน้านี้แล้วว่ามีก็ดี ไม่มีก็ไม่เสียหายอะไรร้ายแรง

ควรซื้อหรือเปล่า

ผมเก็บคำถามสำคัญที่สุดไว้ตอนท้าย นั่นคือคำถามว่า “MacBook Air น่าซื้อแค่ไหน”

หลังจาก MacBook Air ประกาศตัวในงาน MacWorld ’08 คำถามนี้เป็นที่ถกเถียงกันมากไม่ว่าจะเป็นที่ไหน แน่นอนว่าทุกคนใฝ่ฝันจะมีโน้ตบุ๊คแสนบางแสนเบา แต่ข้อจำกัดที่แลกมาด้วยความบางเบานี้กลับกลายเป็นปัญหาสำหรับหลายๆ คนเช่นกัน ได้แสนบางแสนเบามาแต่ใช้นี่ไม่ได้ นั่นไม่ดีก็ไม่ไหว แปลง่ายๆ ว่า MacBook Air ไม่เหมาะสำหรับทุกคน

คำตอบของคำถามที่ว่านี้ มีแต่ตัวเราเองที่จะตอบได้ครับ เพราะมันเป็นคำถามนำไปยังคำถามต่อไป “เราต้องการโน้ตบุ๊คไปใช้ทำอะไรกันแน่”

ผมคงไม่สามารถตอบคำถามนี้ให้กับทุกคนได้ ขอยกกรณีของตัวเองขึ้นมาเปรียบเทียบให้เห็นแทนจะดีกว่า

ผมเป็นนักข่าว งานหลักของผมคือเขียนข่าวบน Blognone ซึ่งใช้แค่เว็บเบราว์เซอร์ ในบางครั้งผมต้องปรับปรุงแก้ไข Blognone บ้างตามสมควร มีเขียนโปรแกรมหรือเขียนเว็บบ้าง แต่ถ้าใครทำเว็บโปรแกรมมิ่งก็คงรู้ดีว่าใช้แค่ SSH ช่วงนี้ผมมีงานอ่าน-เขียนเปเปอร์วิชาการเพิ่มมาบ้าง แต่ก็แทบไม่ต่างอะไรกับเขียนเว็บ แค่เปลี่ยนภาษาจาก HTML มาเป็น LaTeX งานทั้งหมดที่เอ่ยมานี้ใช้พลังประมวลผล-พื้นที่เก็บข้อมูลน้อยมากๆ ผมไม่มีงานเขียนโปรแกรมฝั่ง client ที่ต้องใช้ IDE พลังแรงสูง ไม่มีงานกราฟฟิกดีไซน์หรือตัดต่อวิดีโอ (ซึ่งเป็นกลุ่มตลาดของ MacBook Pro) แต่อย่างใด สรุปว่าฮาร์ดแวร์ของ MacBook Air เหลือกินเหลือใช้สำหรับวิถีชีวิตของผม

สำหรับย่อหน้าข้างต้น MacBook ธรรมดาหรือโน้ตบุ๊คทั่วไปในท้องตลาดก็เหลือเฟืออยู่แล้ว ไม่ต้องจ่ายแพงกว่าเพื่อทำงานแบบเดียวกัน แต่ในความเป็นจริงแล้วงานนักข่าวต้องออกนอกสถานที่เป็นระยะ ถึงแม้ผมจะไม่ต้องวิ่งออกไปรายงานข่าวไฟไหม้น้ำท่วมหรือผจญภัยในป่าเขา แต่การแบกโน้ตบุ๊คระดับ 2 กิโลขึ้นไปกับอุปกรณ์เสริมอย่างกล้องถ่ายรูป สมุดจด เอกสารแจก ไปในงานประชุมสัมมนา (อย่างที่เคยไปใน FOWA และ BarCamp Leeds รวมถึงกำลังจะไป FOSDEM) ก็ไม่ใช่เรื่องสนุกนัก การจ่ายแพงกว่าเพื่อน้ำหนักที่เบาขึ้น และชีวิตที่ดีขึ้นระหว่างเดินทางจึงคุ้มค่า

เรื่องสภาพแวดล้อมก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณาครับ การที่ MacBook Air เชื่อมต่อได้เฉพาะ Wi-Fi นั้นเป็นข้อจำกัดสำหรับหลายๆ คน ถ้าใช้ภาษาวิชาการเน็ตเวิร์คต้องบอกว่า MacBook Air นั้นเป็นเส้นแบ่งที่ชัดเจนระหว่าง nomadic กับ mobility ถ้าเกิดต้องการ mobility หรือ always-on จริงๆ เช่น รายงานข่าวบนรถหรืองานกลางแจ้ง ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่ไม่มี Wi-Fi คงต้องตัด MacBook Air ทิ้งเพราะไม่มีช่องเสียบ Aircard ที่เป็น PCMCIA หรือถ้าจะเสียบ USB ก็ขนลำบาก แต่ถ้าชีวิตเรามักมีสถานที่ประจำแค่ไม่กี่แห่ง (nomadic) แต่ต้องเปลี่ยนที่ไปมาบ่อยๆ เช่น บ้าน ที่ทำงาน ไซต์งาน ห้องสมุด ร้านกาแฟ และเกิดโชคดีว่าทุกที่มันมี Wi-Fi หมด Air ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ในกรณีของผมเป็นพวก nomadic และมี Wi-Fi ใช้เกือบหมด จึงไม่มีปัญหานี้

MacBook Air คล้ายกับ iMac รุ่นแรกมากในเรื่องข้อจำกัดทางฮาร์ดแวร์เมื่อเทียบกับยุคสมัย ตอนนั้นแอปเปิลออก iMac ซึ่งไม่มีฟล็อปปี้ไดร์ฟ ซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันมากมายเหมือนเช่นตอนนี้ สิบปีผ่านไปเราแทบลืมเลือนฟล็อปปี้ไดร์ฟกันแล้ว ในขณะเดียวกันเราใช้โมเด็ม, Ethernet หรือ FireWire น้อยลงเรื่อยๆ และเรากำลังเริ่มโยกงานที่ต้องการพลังประมวลผลหรือพื้นที่เก็บข้อมูลมากๆ ไปไว้บนเซิร์ฟเวอร์ (อย่างที่เห็นใน S3 หรือ EC2) รวมถึงเริ่มเปลี่ยนงานหลายอย่างไปทำบนเว็บแทน คนที่เข้ากลุ่ม ahead of time นี้มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ต้องไม่ลืมว่ายังมีคนที่จำเป็นต้องทำงานเฉพาะทางหรือใช้อุปกรณ์เฉพาะอย่างอยู่อีกมาก

ผมขอสรุปเหมือนรีวิวเกือบทุกเจ้าในท้องตลาดว่า MacBook Air ไม่เหมาะสำหรับทุกคน อย่าให้รูปลักษณ์หรือกระแสตลาดมาบดบังความต้องการที่แท้จริง (และเงินในกระเป๋า) ของเรา ผมมีข้อแนะนำเล็กน้อยว่าการตัดสินใจซื้อ MacBook Air ไม่ใช่การตัดสินใจที่ยากลำบาก ถ้าอ่านรีวิวนี้จบแล้วยังลังเล นั่นแปลว่าคุณไม่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายของ MacBook Air ครับ เก็บเงินเอาไว้ก่อนดีกว่า

อย่างไรก็ตาม ความฝันที่จะได้ใช้โน้ตบุ๊คพลังสูงแต่แสนเบาแสนบางยังอยู่กับเราเสมอ MacBook Air เป็นการจุดกระแสความต้องการนี้ให้กลายมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง ดังนั้นอีกไม่นานเกินรอ (จริงๆ ก็เริ่มมีให้เห็นบ้างแล้ว)​เราจะได้เห็นโน้ตบุ๊คในระดับเดียวกันแต่ถูกกว่า มีข้อจำกัดไม่เยอะเท่า ออกมาให้เห็นเต็มไปหมดอย่างแน่นอน

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

Get latest news from Blognone

Comments

By: toandthen
WriterMEconomics
on 16 February 2008 - 03:48 #43512
toandthen's picture

นี่สิที่รอคอย...!!!!!!!

คราวหน้ามีใครเอา MacBook Air มาลอดประตูเล่นแบบนี้อีกนี่ผมดึงจากอีกด้านไปเลยนะ!!!!!!!!!!!!!!!!


@TonsTweetings

By: นายขโมย on 16 February 2008 - 03:52 #43513

ตามมาดูคนไม่หลับไม่นอน review กันตอนตี 3 ^ ^

By: sirn
WriteriPhone
on 16 February 2008 - 03:56 #43514

ผมไม่มีคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นมาทดสอบการลงโปรแกรมข้ามเครื่อง Remote Disk แต่รีวิวเมืองนอกบอกไว้ว่ามันสามารถลงได้เฉพาะ Mac OS X และโปรแกรมของ Mac OS X เท่านั้น ไม่สามารถลงวินโดวส์ ลินุกซ์​รวมถึงดูหนังฟังเพลงข้ามเครื่องได้

ผิดหวังตรงนี้แฮะ แต่เดี๋ยวก็คงจะมีคน hack ให้ใช้กับอย่างอื่นได้ล่ะมั้ง...

By: khajochi
WriteriPhoneIn Love
on 16 February 2008 - 03:58 #43515
khajochi's picture

55 .. เวลาเมืองไทยคงดึกหน่อย แต่ก็ยังได้แว๊บมาอ่าน

---
Khajochi Blog : It's not a Bug ... It's a Feature


แฟนพันธุ์แท้สตีฟจ็อบส์ | MacThai.com

By: jrp13th on 16 February 2008 - 04:18 #43516
jrp13th's picture

ที่ ลอยคอ มาแล้ว เย้ๆ
เมนทก่อนแล้วค่อยอ่าน :P

By: zangetsu
Windows PhoneAndroid
on 16 February 2008 - 07:50 #43523

อ่านรีวิวจบปุ๊บ รู้ปั๊บว่าไม่เหมาะกับผมแน่ๆ เพราะ
1.ไม่มีEthernet Portในตัว(หลายๆที่มันไม่มีWi-Fiนี่ซวยอย่างแรง)
2.ถ้าเสียบEth-USBมันก็จะไม่สามารถใช้Opt.Driveได้
3.พอเสียบOpt.Driveก็เล่นเน็ตบ่ได้ กรณีนี้แตกย่อยมาจากข้อแรก
4.บังคับให้ซื้อHeadphoneอีกละ
4ข้อมานี้สรุปว่าผมเป็นคนที่เล่นอินเตอร์เน็ตไม่ได้ แล้วก็ต้องฟังเพลงไปด้วย ถ้าขาดแล้วจักดิ้นตาย -*-

OK อย่างอื่นไม่มีปัญหาสำหรับผม โดยเฉพาะCore2Duo(Centrino?)แรม2GBนี่ถือว่าดีมากละ ชิปX3100ไม่มีปัญหาถ้าไม่ได้เอาไปเล่นเกม(ชิปตัวนี้เอาไปเล่นเกมนี่ผมว่าบ้าละครับ) ส่วนที่ผมชอบมากที่สุดนี่คงลงUbuntuได้ ฮา

Linux Powered!

By: Jonix
iPhoneAndroidUbuntu
on 16 February 2008 - 08:47 #43526 Reply to:43523
Jonix's picture

พก USB hub อีกตัวอย่างผมสิขอรับ Notebook ผมมี USB แค่ port เดียวเหมือนกัน

By: Icymilk on 16 February 2008 - 08:09 #43524

รีวิวได้ละเอียดดี และก็เป็นกลางด้วยคับ

By: retroboy
iPhone
on 16 February 2008 - 08:16 #43525
retroboy's picture

review ได้เยี่ยมยอดดีจริงๆ ชอบๆ ขอบคุณมากนะครับ

By: latesleeper
Android
on 16 February 2008 - 09:19 #43527

ดู ๆ แล้ว สันขอบ Maxim ค่อนข้างจะเยิน...เป็นแม็กกาซีนที่ถูกใช้งานหนักแน่ ๆ เลย...อิอิ +__+"

By: khajochi
WriteriPhoneIn Love
on 16 February 2008 - 11:23 #43532 Reply to:43527
khajochi's picture
By: นายขโมย on 16 February 2008 - 18:02 #43557 Reply to:43527

+1

By: mk
FounderAndroid
on 17 February 2008 - 00:40 #43600 Reply to:43527
mk's picture

จริงๆ มีรูปถ่ายหน้าปกเทียบขนาดด้วย แต่ปรากฎว่ามันเบลอเลยขี้เกียจถ่ายซ่อมครับ

By: taiko_gogo on 16 February 2008 - 10:08 #43528

สำหรับผม ผมว่าน่าเสียดายเรื่องแบท กับเรื่องลำโพง -_-"

By: BonBon
iPhone
on 16 February 2008 - 11:29 #43533

นานาจิตตัง........แต่ผมคงต้องเสียตังค์

By: fatro
ContributoriPhoneAndroid
on 16 February 2008 - 12:16 #43537
fatro's picture

ไม่เหมาะกับผม เพราะกระเป๋าจะแฟบไป (กระเป๋าสตางค์)

By: molek
WriteriPhoneWindows Phone
on 16 February 2008 - 12:29 #43540
molek's picture

รอมานานตั้งแต่ mk สั่งซื้อแล้ว รอเวลาว่างไปดูตัวเป็นๆที่ istudio อีกที

molecularck โม-เล-กุล-ซี-เค


http://www.digimolek.com

By: zangetsu
Windows PhoneAndroid
on 16 February 2008 - 13:29 #43543

อืม ลืมเรื่องusbHubไปจริงๆด้วย แต่+moneyไปอีกทั้งค่าusbHubแล้วก็ค่าHeadphone :P

Linux Powered!

By: Arthuran
iPhoneAndroidUbuntuWindows
on 16 February 2008 - 13:43 #43544
Arthuran's picture

MacBook Air ไม่เหมาะสำหรับทุกคน +1

แต่ยังไงก็น่าใช้อยู่ดี ถ้า...

-- arthuran.net

By: anu
Contributor
on 16 February 2008 - 14:23 #43548

ผมขอสรุปเหมือนรีวิวเกือบทุกเจ้าในท้องตลอดว่า

สเปิร์มมีคุณภาพมากเลยนะครับ ท้องตลอด เลยเนี่ย..

แซว :)

By: mk
FounderAndroid
on 17 February 2008 - 00:45 #43601 Reply to:43548
mk's picture

แก้แล้ว ขอบคุณครับ

By: tomazzu
AndroidUbuntu
on 16 February 2008 - 15:04 #43550

น่ารัก น่าใช้

แต่ไม่เหมาะกับ งานผม.. ^^
http://tomazzu.exteen.com

By: boyde on 16 February 2008 - 19:19 #43560

อ่านเเล้วอยากใช้เลยครับ

By: ouncoms
ContributorAndroid
on 16 February 2008 - 19:23 #43561
ouncoms's picture

เป็นไงมั้งฮะคุณMk ใช้แล้วเยี่ยมมะ

By: Framekung
iPhone
on 16 February 2008 - 20:11 #43566

ดีใจด้วยนะครับ สำหรับเครื่องใหม่ รีวิวจนหมดเปลือกเลย อ่านแล้วกระจ่างดีครับ ^^

By: konrasee
iPhoneUbuntuWindows
on 16 February 2008 - 21:04 #43578

สุดยอดเลยครับ เขียน review ได้ง่าย และโดนใจกว่าที่เคยอ่านมาก่อนหน้านี้... เห็นแล้วอยากเก็บตังค์เพื่อเป็นเจ้าของ..

By: kamthorn
ContributorAndroidUbuntu
on 17 February 2008 - 00:48 #43602

นอกเรื่องหน่อย จะบอกว่ากล้องตัวนี้ถ่ายดีนิ สีสันตรง ถ่ายชัดเจนดี

--


--

By: toandthen
WriterMEconomics
on 17 February 2008 - 01:18 #43605
toandthen's picture

ว่าไปแล้ว Symbols บน UK Keyboard นี่สวยกว่าบน US แฮะ ไม่ชอบเลยคำว่า Tab, Caps Lock, Option, Enter, Return


@TonsTweetings

By: oakyman
ContributorAndroid
on 17 February 2008 - 02:33 #43614

"ดีวีดีระบบปฏิบัติการ" !!!

อ่านแล้วไม่ค่อยอยากใช้เท่าไหร่ (มีดีตรง CPU แรง)
ว่าแล้วก็ใช้ Let's Note ต่อ

ว่าแต่ราคารวม SuperDrive แล้ว ประมาณเท่าไหร่ครับ?

Oakyman.com

By: BonBon
iPhone
on 17 February 2008 - 13:41 #43622

แสดงว่า ...super drive ใช้ได้กับ macbook air เท่านั้น
ไปเสียบกับ pc ubuntu ก็ใช้ไม่ได้ ?
LG ext ดีกว่าไหมหนอ

By: moniguna on 17 February 2008 - 15:10 #43630

ชอบ keyboard แบบนี้จังเลยครับ

By: tr
Writer
on 18 February 2008 - 04:58 #43657

คงต้องตัดสินกันที่การใช้งาน กับทรัพยากรที่มีอยู่
ส่วนตัวแล้วผมอยากได้ subnotebook ตัวเล็กๆ
เอาไว้หยิบมาเล่นเน็ตกับเขียนโปรแกรมเบาๆ
เห็นตัวนี้ออกมาปุ๊บ ผมไปซื้อ eee เลย
กระเป๋าจะได้ไม่แฟบรุนแรงมาก ฮ่าๆ

ขึ้นอยู่กับการใช้งานจริงๆ
(แนะนำว่าถ้าจะซื้อพวกนี้ควรจะมี Desktop แรงๆ 1 ตัวครับ)

ปล. ชอบ Superdrive อย่างแรง

By: toandthen
WriterMEconomics
on 19 February 2008 - 19:27 #43761 Reply to:43657
toandthen's picture

(แนะนำว่าถ้าจะซื้อพวกนี้ควรจะมี Desktop แรงๆ 1 ตัวครับ)

+1

ไอเดียที่ดีครับ จริง ๆ ตอนผมอยู่บน laptop ผมก็ไม่ได้ทำอะไรมากนอกจากทำงานเบา ๆ เล่นเน็ต ฟังเพลง แค่นั้นเอง จะเล่นเกม หรือทำงานอะไรหนัก ๆ ก็ iMac โลด

ปัญหาอยู่ที่เงินนี่ล่ะ


@TonsTweetings

By: polaromonas
ContributorWindows PhoneWindows
on 18 February 2008 - 10:21 #43667

เห็นด้วยกับท่านอื่นๆครับ เป็นรีวิวที่เขียนได้ดีจริงๆ

By: loptar on 18 February 2008 - 15:55 #43675
loptar's picture

chiclet keyboard ต้องใช้เวลาปรับตัวหน่อย :-)

By: nat3 on 19 February 2008 - 09:41 #43705

อ๊ากกก มันเบา(และบาง)ได้ใจ เหมาะสำหรับเดินทางไป ทำงานไปยิ่งนัก(โดยเฉพาะเวลานั่งเบื่อๆ บนเรือ)

By: lancaster
Contributor
on 2 March 2008 - 00:56 #44557

http://forums.overclockzone.com/forums/showthread.php?t=161606

เหมือนว่าพี่ mk โดนก้อปบทความไปนะครับ คือเท่าที่ดูเค้าก็ให้เครดิตนะครับ แต่เห็นเค้าใส่ watermark เป็นชื่อตัวเองไว้ในทุกๆรูปด้วยน่ะครับ

ป.ล. หรือว่าคนเดียวกันหว่า...

By: sugree
FounderWriterAndroidBlackberry
on 2 March 2008 - 13:08 #44605 Reply to:44557

ไม่มีลิงค์กลับมาหน้านี้ตรงๆ แต่คงไม่เจตนา

By: DoraeMew
AndroidSymbianUbuntuWindows
on 15 March 2008 - 16:24 #45769 Reply to:44557

ถ้าไม่ใช่คนเดียวกัน ก็เจตนาก็อปเห็นๆ เอารูปไปใส่ลายน้ำตัวเองเฉยเลย
อีกอย่าง ที่ Blognone ใช้ CC BY ดังนั้นไม่อ้างอิงแบบนี้ทำผิดเห็นๆ

By: meddlesome on 11 April 2008 - 12:54 #48210 Reply to:44557

จะบอกว่าผมเห็นเหมือนกันครับ ใส่ลายน้ำของตัวเองซะเสร็จ เห้ออ คนไทย

meddlesome.tech.blog

By: elle_famous on 5 June 2008 - 13:06 #53679

เมื่อไหร่ macbook จะราคาตกเหมือน notebook บ้างน๊อ อยากได้จัง

Macbook,mac computer,apple and application for its and article for everybody
Notebook and application for its and article for everybody

at: http://mac-notebook.blogspot.com

thank you very much

By: grob_grob
Blackberry
on 10 September 2010 - 01:46 #208502

ดีคับ คืออยากขอคำปรึกษาเรื่อง mac book air อ่ะคับ

ขอรบกวนด้วยนะครับ

สถานการณ์ตอนนี้ของผมคือมี mac book white core 2 ram 1 G
HDD 80 อยู่ ใช้มาสามปีครึ่งแล้ว เปลี่ยน top case แล้วครั้งนึง ซื้อสายชาร์ตใหม่แล้ว(อันเก่าพัง)
เปลี่ยนพัดลมแล้ว (ใช้จนมันไม่หมุน) สภาพตอนนี้ใหม่ไร้รอยแตก กลับมาใช้ได้ดีทุกอย่าง
รอวันมันจะพังอยู่ ตั้งแต่ซ์้อมาใช้ดีมากไม่เคยต้องล้างลงใหม่ มีทั้ง window และ mac tiger
ซึึ่งผมก้อแปลกใจมากว่าเล่นเข้าไปได้งัย mac 60G window 20 G ก้อยังอุตส่าเห์๋ใช้อยู่ได้
ตอนนี้ก้อคือใช้ไปเรื่อยๆ แต่มีปัญหาคือ ขี้เกียจแบก มันหนัก น่าเบื่อ รู้สึกเป็นภาระ

ก้ออยากได้ mac air ซึ่งเล็งไว้ตั้ง 2 ปีแล้ว

จุดประสงค์ท่ี่ใช้คือ เล่นเนททั่วไป กะ photoshop แค่นั้น
ผมชอบทำพวกโปสเตอร์ ซึ่งบางทีต้องสร้าง layer ออกมาเกือบ 50 layer
เป็นโปสเตอร์ใบใหญ่ๆ 20*30 นิ้ว up หรือขนาดเป็นป้ายผ้า inkjetเลย
หรือไม่ก้อใช้ photoshop เขียนเป็นหนังสือ คือทำเป็นหน้าละ file หน้าละ file
ซึ่งต้องเปิดที 4-5 หน้า หน้าละหลายๆ layer

สำหรับเรื่อง port usb เราก้อใช้ hub ได้ใช่ไหมครับ
และ HDD ก้อไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ( เพราะเครื่องเก่า 80 ก้อยังใช้อยู่ได้ )

ปัญหาคือ core 2 DUO 1.6 หรือ 1.8 ปัจจุบัน 2.1 (แต่แพงเวอร์มาก)
คือ 1.6 จะไม่ไหวหรือเปล่า ส่วน 1.8 ก้อน่าได้อยู่ สำหรับ 2.1 ได้แน่ๆเพราะเครื่องที่เล่นอยู่ก้อ spec
นี้ แม้จะสามปีแล้วก้อตาม

ขอปรึกษาว่าผมพอใช้ได้ไหมครับ ควรซื้อมือสองเพราะถูกและไม่ต้องแคร์ประคบประหงมมาก
หรือว่าถอยใหม่โลดเลยดีเพราะ spec ก้อเวอร์ดีเช่นกัน

By: grob_grob
Blackberry
on 10 September 2010 - 01:47 #208503

รบกวนตอบมาทาง e-mail : wannap0ng@hotmail.com หรือ BB : 223DE9E4 ขอบคุณมากนะครับ