Tags:
Gizmodo

ตามกฏหมายของรัฐแคลิฟอร์เนียแล้ว หลังจากมีการตรวจค้นเป็นที่เรียบร้อย จำเป็นต้องเปิดเผยหมายค้นของคดีนั้นๆ สู่สาธรณชนภายในระยะเวลา 10 วันนอกเสียจากศาลจะสั่งเป็นกรณีพิเศษ วันนี้หมายค้นนั้นก็ถูกเปิดเผยเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ (อ่านได้จาก Wired)

เนื้อหาโดยสรุปของการสืบสวนในหมายค้นมีดังนี้:

Tags:
Mac OS X

ข่าวก่อนมีการคาดการณ์กันว่า Valve จะนำ Steam ลง Mac OS X ในวันนี้ก็ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการออกมาแล้วครับ โดยมีข่าวดีว่าไม่จำเป็นต้องซื้อเกมใหม่แต่อย่างใด สำหรับเกมที่เข้าร่วมในบริการ Steam Play

ในการประกาศครั้งนี้รวมถึงสัมภาษณ์ของ AppleInsider ต่อหัวหน้าทีมพัฒนา Steam สามารถสรุปได้ใจความว่า

  • Valve ได้เพิ่มให้ Source engine สนับสนุน OpenGL และถือให้ Mac เป็นพลเมืองชั้นหนึ่ง โดยเกมทั้งหมดจะรันเป็น native application ไม่ผ่าน compatibility layer อย่าง Cider
  • เกมของ Valve หลังจากนี้ จะวางขายพร้อมกันหมดทั้งบน Windows, Xbox 360 และ Mac OS X โดยเกมแรกที่เป็นเช่นนั้นคือ Portal 2 ที่จะออกภายในสิ้นปีนี้
  • เพิ่มบริการ Steam Play ให้ผู้ที่เคยซื้อเกมบน Steam สำหรับแพลทฟอร์มใดๆ สามารถเล่นเกมบนอีกแพลทฟอร์มได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย (ถ้ามีเวอร์ชั่นของแพลทฟอร์มนั้นๆ และเข้าร่วมใน Steam Play)

ตัว client เวอร์ชั่น Mac OS X รวมถึงเกมของ Valve นั้นจะเปิดให้ดาวน์โหลดภายในเดือนเมษายน โดยทีมพัฒนาได้ให้เหตุผลสำหรับการซัพพอร์ตในครั้งนี้ว่า

"ในอุตสาหกรรมของเรากำลังมีการเปลี่ยนแปลงจากสื่อบันเทิงที่เป็นตัวสินค้าไปเป็นบริการ และ Mac ก็เป็นแพลทฟอร์มที่ดูน่าสนใจสำหรับบริการนั้น"

ที่มา: Steam, AppleInsider

Tags:
Mac OS X

หลังจากที่ช่วงสัปดาห์ก่อนมีการเปิดตัว Steam beta ที่ใช้ WebKit เป็น layout engine สำหรับแสดงผลในส่วนของ store และมีคนพบไฟล์ที่เกี่ยวข้องสำหรับ Mac OS X ในอัพเดท วันนี้ Valve ก็ได้ส่งภาพ teaser จำนวนหกภาพให้แก่เว็บไซต์ข่าวหกแห่ง โดยไม่ให้ข้อมูลใดๆ เพิ่มเติม

ภาพทั้งหกภาพนี้ ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นการล้อเลียนโฆษณาของ Apple ที่เคยมีมาแล้วทั้งสิ้น ทำให้มีการคาดการณ์กันว่าจะมีการประกาศนำเกมของ Valve รวมถึง Steam ลง Mac OS X ในงาน Game Developers Conference สัปดาห์หน้า

ภาพทั้งหกภาพ กดดูหลังเบรคครับ

ที่มา: Rock Paper Shotgun, MacRumors, MacNN, ShackNews, EuroGamer, MacWorld

Tags:
Microsoft

หนึ่งในปัญหาใหญ่ที่ทำให้การอัพเกรดจาก Windows XP ไปเป็น Windows Vista นั้นเป็นไปได้อย่างล่าช้าคือเรื่องความเข้ากันได้ของซอฟท์แวร์โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสำนักงาน แน่นอนว่าถ้าหากไว้เป็นแบบนี้ต่อไป Windows 7 ก็คงจะต้องพบกับปัญหาเดียวกัน

เมื่อเดือนที่ผ่านมา บล็อกเกอร์ชื่อดังสองคน Rafael Rivera และ Paul Thurrott ได้ถูกเชิญจากทางไมโครซอฟท์ให้ทดสอบ "ฟีเจอร์ลับ" อันหนึ่งที่จะมีใน Windows 7 ตัวเต็ม ซึ่งจะนำมาใช้แก้ไขปัญหาที่ว่านั้น ในวันนี้ก็บล็อกเกอร์ทั้งสองก็ประกาศออกมาว่า "ฟีเจอร์" ที่ว่านี้คือ Windows XP Mode for Windows 7

การทำงานของ Windows XP Mode for Windows 7 นั้นจะเป็นการรัน Windows XP ตัวเต็มอยู่ใน Virtual PC 7 (จำเป็นจะต้องใช้ CPU ที่มีการสนับสนุน virtualization) แต่จะแชร์ desktop ร่วมกันกับ host โปรแกรมที่ลงเพิ่มเติมหรือไฟล์ใหม่ที่สร้างใน XP Mode นี้จะไปอยู่ในตัวเครื่องของ host ให้เองโดยอัตโนมัติ

เจ้าตัว Windows XP Mode for Windows 7 นี้มาพร้อมกับ Windows XP SP3 ตัวเต็มพร้อม activate มาให้เรียบร้อย โดยเปิดให้ดาวน์โหลดฟรีสำหรับผู้ใช้ Windows 7 รุ่น Professional, Enterprise และ Ultimate ผ่านทางเว็บไซต์ของไมโครซอฟท์ในวันที่ Windows วางตลาด สำหรับคนที่อยากชมหน้าตา สามารถไปดูได้ใน gallery ของ SuperSite ครับ

ที่มา: Within Windows, SuperSite

เพิ่มเติม: ไมโครซอฟท์ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วครับ (ขอบคุณคุณ nuntawat)

Tags:
Linux

หลังจาก Hans Reiser ผู้สร้าง ReiserFS ถูกกล่าวหาในคดีฆ่าภรรยาเมื่อปี 2006 (ข่าวเก่า) ซึ่งกินการพิจารณาคดีเป็นเวลาร่วมปี ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 เมษายน ศาลตัดสินให้ Hans Reiser มีความผิดจริง ข้อหาฆาตรกรรมโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน (first-degree murder) ถึงแม้ว่าจะยังไม่พบศพของภรรยาก็ตาม

คดีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการฟ้องหย่าของ Nina แก่ Hans เมื่อปี 2004 ซึ่งยังคงดำเนินอยู่เมื่อเจ้าตัวหายตัวไป หลักฐานที่มัดตัวของ Hans เด่นๆ ได้แก่การพบเลือดของ Nina ในถุงนอนและภายในบ้าน หรือการ "ล้างรถ" (ล้างข้างใน) และ "ถอดเบาะทิ้ง" ซึ่งถูกตีความว่าเป็นการทำลายหลักฐาน (ใน Slashdot มีคนสรุปเรื่องนี้ไว้ดีมาก)

แต่หลังจากการตัดสินนี้แล้ว เจ้าตัวยังมีสิทธิ์ขออุทธรณ์แก่ศาลได้ และทนายของเขาเองก็เชื่อว่าเขาจะทำเช่นนั้น แต่ถึงอย่างนั้น สิ่งที่ดูจะเหมือนจะทำร้าย Hans เองที่สุดในคดีนี้ คือการให้การเท็จ และไม่ยอมเชื่อฟังทนายของตัวเอง

ผมตามเรื่องนี้มาซักพักหนึ่ง ยอมรับเลยว่าเป็นดคีที่สนุกมาก (เหมือนดูหนัง) มีอดีตแฟนเก่าของ Nina ที่ให้การสารภาพว่าเป็นฆาตรกรต่อเนื่องเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ถ้าหากต้องการอ่านเพิ่มเติม สามารถอ่านได้ในเว็บไซต์ SFGates ซึ่งมีข้อมูลของคดีนี้อยู่ครบถ้วนพอดู

ที่มา: SFGates, Slashdot, Reddit

Tags:
YouTube

หลายๆ คนคงจะรู้กันดีว่าในปัจจุบันนี้ อนิเมะแทบทุกเรื่องสามารถหาได้ตามเว็บบิทชื่อดังทั้งหลาย ทั้งพวกที่มีซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษ (เรียกว่าแฟนซับ) ไม่เว้นแม้แต่อนิเมะที่กำลังฉายอยู่หรือฉายจบไปแล้ว และก็ถูกเตือนโดยค่ายลิขสิทธิ์หลายต่อหลายครั้งให้หยุดทำ

แต่ในที่สุด G.D.H. เจ้าของสตูดิโออนิเมะใหญ่อย่าง GONZO ก็ออกมาประกาศยอมแพ้ ว่าทางบริษัทกำลังจะฉายอนิเมะสองเรื่องล่าสุดจากทางสตูดิโอฯ พร้อมกันทั่วโลกผ่านทางเว็บไซต์อย่าง YouTube, Crunchyroll และ BOST ในวันเดียวกับที่มีการฉายในญี่ปุ่น พร้อมซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษ

ถึงแม้ทาง G.D.H. ยังไม่ออกมาประกาศอะไรเพิ่มเติม แต่นี่เป็นการชี้ชัดถึงการ "พ่ายแพ้" ของอุตสาหกรรมอนิเมะต่อ P2P ในการดาวน์โหลดอนิเมะบนอินเทอร์เน็ตอย่างผิดกฎหมาย ในเมื่อหยุดไม่ได้ ก็ทำให้มันถูกไปซะเลย

สำหรับอนิเมะทั้งสองเรื่องที่ว่านั้น กำลังจะเริ่มฉายในวันที่ 4 และ 5 เมษายนตามลำดับ

ที่มา: Anime News Network (อ่านเพิ่มเติม: Crunchyroll, BOST)

Tags:
Ruby

หลังจากรอคอยกันมาแสนนาน ในที่สุดตอนนี้ Ruby 1.9 dev ก็ได้ออกสู่สายตาคนทั่วไปเรียบร้อยแล้วครับ หลังจากที่เคยสัญญาไว้ว่าจะออกในวันคริสต์มาสปีนี้ ก็ได้ออกจริงๆ (Perl 6 ผมมองคุณอยู่นะ)

สำหรับในเวอร์ชั่นนี้ การปรับเปลี่ยนที่ใหญ่ที่สุดคือการเปลี่ยนเป็น bytecode compile ซึ่งเป็นผลพลอยได้มาจากการรวม YARV เข้าไป สิ่งที่ได้รับการจากเปลี่ยนแปลงนี้ตรงๆ ก็คือความเร็วที่เพิ่มขึ้นกว่าเดิมอยู่มากโข (ดูได้จาก The Great Ruby Shootout)

แต่สำหรับคนที่เขียน Ruby on Rails ก็ยังคงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายว่า RoR นั้นยังไม่ซัพพอร์ต Ruby 1.9 ถึงแม้จะมีคนลองพอร์ตไปแล้ว ก็พบว่าน่าผิดหวังที่ความเร็วไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก กลับช้าลงด้วยซ้ำ (อ่าน Ruby on 1.9) ก็คงต้องรอกันต่อไปอีกซักพักใหญ่ๆ กว่าอะไรมันจะดีขึ้น

อย่างน้อยที่สุด การที่ 1.9 dev ออกมาแล้ว ก็เป็นสัญญาณที่ดีของจุดเริ่มต้นการปิดตำนานที่ว่า "Ruby ช้า" กันเสียที

ที่มา: Ruby-Lang

Tags:

ในปัจจุบัน สัญญาอนุญาตแบบ GNU GPL ใช้กันอย่างแพร่หลายในซอฟท์แวร์ต่างๆ มากมาย ทั้งในฝั่งเซิฟเวอร์หรือฝั่งผู้ใช้ทั่วไป ถ้าหากมีการแก้ไขซอร์สโค้ดนั้นเพื่อแจกจ่าย จำเป็นต้องเปิดเผยซอร์สโค้ดที่แก้ไขนั้นๆ แต่ในสัญญาอนุญาต GNU GPL นั้น ไม่ได้ครอบคลุมถึงการแก้ไขซอร์สโค้ดและเปิดเป็นบริการให้แก่ผู้ใช้ โดยไม่มีการแจกจ่ายตัวซอฟท์แวร์

เพื่อแก้ไขปัญหาตรงนี้ ทาง Free Software Foundation จึงได้ออกสัญญาอนุญาตแบบ GNU AGPLv3 (GNU Affero General Public License version 3) โดยใช้พื้นฐานจาก GPLv3 และไลเซ่นของ Affero Project ถ้าหากผู้ให้บริการนำซอฟท์แวร์ที่ใช้สัญญาอนุญาตนี้ไปแก้ไข และเปิดให้บริการแก่ผู้ใช้แล้วล่ะก็ จำเป็นต้องเปิดเผยซอร์สโค้ดของส่วนที่ถูกแก้ไข เช่นเดียวกันกับการแจกจ่าย

สัญญาอนุญาต AGPLv3 นี้ครอบคลุมเฉพาะการทำงานผ่านระบบเน็ตเวิร์ค (เช่นเว็บเซอร์วิส) เท่านั้น และยังเข้ากันได้กับ GPLv3 ทำให้นักพัฒนาที่ต้องการจะใช้ AGPLv3 สามารถนำไลบราลี่ต่างๆ ที่เป็น GPLv3 มาใช้ได้อย่างไม่มีปัญหา สำหรับสัญญาอนุญาตฉบับเต็ม สามารถอ่านได้ที่ GNU Affero General Public License

AGPLv3 อาจจะถูกใจหลายๆ คน แต่สำหรับบริษัทใหญ่ๆ ที่ไม่อยากเปิดซอร์สโค้ดคงขำไม่ออก...

ที่มา: FSF

Tags:
Ubuntu

หลังจากที่เขียนบทความรีวิว ASUS Eee PC แบบคร่าวๆ ไปแล้วในรอบแรก และรู้สึกอึดอัดกับ Xandros ซึ่งเป็นระบบปฎิบัติการมาตรฐานของมัน ทำให้เกิดความคิดว่า “เออะ เอามาลง Ubuntu ดีกว่า...” และเจ้าของเครื่องก็เห็นด้วยตามนั้น เป็นอันสรุปว่า ลง Ubuntu กันดีกว่า

ปัญหาที่ผมคิดไว้ก่อนจะลงเลย ก็คือเรื่องประสิทธิภาพ ว่าเครื่องขนาดนี้ลงไปแล้วจะทำงานได้เรอะ หรือปัญหาเรื่องไดรเวอร์ต่างๆ นานาที่มันน่าจะมีปัญหา แต่เมื่อได้บูท Ubuntu ขึ้นมาจาก Live CD แล้วก็พบว่าหลายๆ เรื่องผิดคาด ส่วนเวอร์ชั่นที่นำมาลงก็คือ Ubuntu 7.10 Gutsy Gibbon ครับ

Tags:
ASUS

สำหรับวินาทีนี้แล้ว คงปฎิเสธไม่ได้ว่าโน๊ตบุ๊คขนาดเล็ก หรือที่เรียกกันว่าซับโน๊ตบุ๊คนั้น เรียกได้ว่าไม่มีอะไรมาหยุดกระแสความแรงของ ASUS Eee PC ได้ ด้วยราคาที่แสนถูก เมื่อเทียบกับราคาของซับโน๊ตบุ๊คทั่วไป น่าโชคดีที่คนไทยได้มีโอกาสเป็นเจ้าของ เจ้า Eee PC นี้เป็นชาติแรกๆ ต่อจากไต้หวันและฮ่องกงในงาน Commart 2007 ด้วยการลุ้นซื้อที่บูธของ ASUS ภายในงาน วันละหลายสิบเครื่อง

เอาล่ะ จบบทนำแล้ว ขอบคุณที่เพื่อนผมท่านหนึ่งได้โชคดี มีโอกาสเป็นเจ้าของ Eee PC นี้ หลังจากล่อลวงให้ซื้ออยู่พักใหญ่ๆ จึงดักตีหัวได้มีโอกาสหยิบมารีวิวให้ได้ชมกันครับ สำหรับรุ่นที่จะนำมารีวิวก็คือรุ่น ASUS Eee PC 701 (4GB) ครับ

Tags:
USA

ทุกคนคงคุ้นเคยกับสัญญาอนุญาต GPL กันดี เพราะใช้ในซอฟท์แวร์โอเพ่นซอร์สเต็มไปหมด แต่ปัญหาใหญ่ของ GPL นั้นก็คือยังไม่ได้รับการพิสูจน์ทางด้านกฎหมายอย่างแพร่หลาย (ถึงแม้จะพิสูจน์ได้แล้วในเยอรมนี) ตอนนี้ถึงตาของสหรัฐฯ เสียที

การยื่นฟ้องครั้งนี้เกิดขึ้นโดย Software Freedom Law Center เป็นผู้ฟ้องแก่ Monsoon Multimedia เพราะมีการตรวจพบการใช้งาน BusyBox ภายในตัวสินค้าของทาง Monsoon แต่ไม่ได้ทำการเผยแพร่ซอร์สโค้ดแต่อย่างใด

ผู้พัฒนาของ BusyBox ได้ให้สัมภาษณ์ว่าพวกเขาเลือกใช้ GPL เพื่อให้ผู้ใช้ได้มีสิทธิ์เข้าถึงและแก้ไขซอร์สโค้ดได้อย่างสะดวก แต่ถ้าหากบริษัทต่างๆ ไม่ยอมทำตามสัญญาอนุญาตนี้ เราก็ไม่มีทางเลือกนอกจากการขึ้นศาล

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถอ่านคำร้องในครั้งนี้ได้ภายใน เว็บไซต์ของ SFLC ดูเหมือนว่าการฟ้องครั้งนี้ จะช่วยเป็นการตอบคำถามเรื่องกฎหมายของ GPL ในสหรัฐได้เป็นอย่างดี

ที่มา: Software Freedom Law Center

Tags:
AMD

คนที่ใช้การ์ดจอของ ATi บนลินุกซ์คงจะรู้ถึงความทรมานกันดี เพราะว่าผู้ผลิตนั้นให้ผู้ใช้ลินุกซ์ทั้งหลายใช้ไดรเวอร์ไบนารี่ของตนเอง ทำให้ต้องรอซัพพอร์ตที่ล่าช้า และความเข้ากันไม่ได้กับลิขสิทธิ์ในแต่ละดิสโทร

วันนี้เรื่องนั้นจะเปลี่ยนไป หลังจากเอเอ็มดีมีท่าทางที่จะสนับสนุนโอเพนซอร์สอย่างเป็นทางการในงาน Red Hat Summit เมื่อต้นปี ในงาน Kernel Summit วันนี้ ทางเอเอ็มดีประกาศที่จะเผยสเปคทั้งหมดของการ์ดจอที่ใช้ชิป R500 ขึ้นไป (ATi Radeon X1050 ขึ้นไป)

นอกจากนั้นยังมีแผนการที่จะให้การสนับสนุนการการพัฒนาไดรเวอร์โอเพ่นซอร์สอย่างเต็มที่ ด้วยการสร้างไดรเวอร์ skeleton สำหรับเป็นพื้นฐานในการพัฒนาและเปิดเผยเอกสารสำหรับการสร้างไดรเวอร์และซัพพอร์ตต่างๆ ทั้งหมด โดยมีเป้าหมายที่จะเข็นไดรเวอร์ 2D ให้ออกมาทันสิ้นปีนี้

ไดรเวอร์ทั้งหมดจะทำการร่วมพัฒนากับชุมชนโอเพ่นซอร์สและบริษัทต่างๆ เช่น Red Hat หรือ Novell ไดรเวอร์ไบนารี่ก็ยังคงจะอยู่และให้การสนับสนุนต่อไป เพียงแค่จะสร้างทางเลือกที่ดีกว่าขึ้นมาให้

สุดท้ายแล้วยังไงผลประโยชน์ก็ตกไปอยู่กับผู้ใช้ ปรบมือดังๆ ให้เอเอ็มดีครับ

ที่มา: LWN, Christopher Blizzard

Tags:
Microsoft

เมื่อวานนี้ คนใช้วินโดวส์ลิขสิทธิ์ บางคนอาจจะพบกับปัญหาจู่ๆ เครื่องก็เข้าสู่ Reduced Functionality Mode (สำหรับวิสต้า) หรือแม้แต่คีย์ที่ถูกใส่ไปถูกตรวจสอบว่าเป็นคีย์ปลอม ทั้งหมดนี้เกิดจาก Windows Genuine Advantage Validation Server ล่มอย่างไม่ทราบสาเหตุ

การล่มครั้งนี้มีผลกระทบกับผู้ใช้วินโดวส์ลิขสิทธิ์ทั่วโลก เมื่อใช้บริการที่มีการตรวจสอบ WGA แต่ไม่สามารถตรวจสอบได้ จึงถูกปรับให้กลายเป็นคีย์ปลอมไปในที่สุด โดยจะมีผลกระทบกับวินโดวส์เอ็กซ์พีและวินโดวส์วิสตา ทั้งในรุ่น 32 บิทและ 64 บิท

มีการตั้งข้อสังเกตว่าการล่มครั้งนี้เกิดจากการเพิ่มคีย์ของวินโดวส์เอ็กซ์พี (ข่าวเก่า) ล่าสุด ทางไมโครซอฟท์ออกมาชี้แจงว่าปัญหานี้ถูกแก้ไขเรียบร้อยแล้ว ผู้ที่ประสบปัญหาสามารถเข้าไป Reactivate วินโดวส์ใหม่อีกครั้งได้ตามปกติ ระหว่างแก้ไขนี้ Phil Liu ผู้รับผิดชอบของ WGA ถึงขั้นออกมาบอกว่าจะไม่นอนจนกว่าจะแก้ไขได้ เลยทีเดียว

นี่เป็นตัวอย่างที่ดีของข้อเสียของการ Phone home โชคดีที่ปัญหานี้เกิดขึ้นในวันหยุดสุดสัปดาห์ ไม่งั้นเราจะได้เห็นบริษัทต่างๆ ไม่เป็นอันทำงานกันถ้วนหน้า ...

ที่มา: Ars Technica

Tags:
Microsoft

ณ วินาทีนี้คงไม่มีใครปฎิเสธความ "แรง" ของเกม BioShock ทั้งในด้านบวกและลบได้ ด้วยเสียงตอบรับในด้วยคะแนนเฉลี่ยกว่า 97% จากกว่า 40 สำนัก

เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการค้นพบส่วนของไฟล์คอนฟิคในเดโม BioShock เวอร์ชั่นพีซี ที่อ้างอิงถึง PS3 และกลายเป็น "ข่าวลือ" ว่า BioShock จะลงเครื่อง PS3 ในไม่ช้า และทำให้เหล่าผู้มีเจ้าเครื่องดำบางส่วนนี้ยิ้มออกกันบ้าง

เสียใจด้วยครับ ข่าวลือก็คือข่าวลือ เกมดีไซนเนอร์ Ken Levine ออกมาปฎิเสธข่าวนี้เมื่อวานนี้ว่าจะไม่มี BioShock สำหรับ PS3 แต่อย่างใด และโค้ดที่พบกันนั้นก็มาจากก่อนที่จะมีการปรับแผนการ ก่อนการเซ็นสัญญา exclusive กับไมโครซอฟท์

ดูเหมือนว่าโซนี่ก็ยังคงจะต้องเจ็บตัวไปเรื่อยๆ จนกว่าเกมหัวใหญ่ๆ อย่าง Metal Gear Solid 4 หรือ Final Fantasy จะออก แย่หน่อยนะ (สำหรับผมแล้ว รอ Metal Gear Solid 4 อย่างเดียวเลย)

ที่มา: Kotaku

ข่าวแถม อีกเล็กน้อย 2K Games สัญญาจะแก้ไขปัญหาเรื่อง SecuROM บนเวอร์ชั่นพีซี ที่จำกัดให้ลงได้เพียงแค่สองครั้ง และเรื่องการคาดกรอบดำบนการแสดงผลแบบ Widescreen (ก็คือ คาดแถบดำล่างบน 4:3 ให้กลายเป็น 16:9) แล้วเช่นกัน (ที่มา)

Tags:

ที่ทำงานของหลายๆ คน คงเลือกใช้เครื่องพิมพ์เลเซอร์ด้วยเหตุผลต่างๆ นานากัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเร็วในการพิมพ์ คุณภาพที่พิมพ์ออกมาได้ หรืออะไรก็ตาม แต่หารู้ไม่ว่า คุณกำลังเอาสุขภาพตัวเองเข้าไปเสี่ยงกับการใช้งานเจ้าเครื่องพิมพ์นี่อยู่

นักวิจัยกลุ่มหนึ่งจากมหาวิทยาลัย The Queensland University of Technology ได้ทำการทดสอบเครื่องพิมพ์จำนวน 60 เครื่อง และกว่า 1 ใน 3 นั้น ทำการปล่อยอนุภาคเล็กๆ คล้ายกันกับสารที่ใช้ในโทนเนอร์ออกมาในอากาศ และมีขนาดเล็กพอที่จะสามารถเข้าไปในปอดของผู้ใช้ได้ เช่นเดียวกันกับการรับควันบุหรี่มือสอง

ถ้าหากฟังแล้วยังดูรุนแรงไม่พอ การวิจัยนั้นทำให้พบว่าปัญหานี้จะทวีความรุนแรงสูงขึ้นถึง 5 เท่าในเวลาทำงานปกติ จากการใช้งานเครื่องพิมพ์ที่มากขึ้น และยิ่งจะทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก หากทำการพิมพ์ภาพที่จำเป็นต้องใช้โทนเนอร์เยอะมากกว่าการพิมพ์ตัวหนังสือ หรือแม้กระทั่งการใช้โทนเนอร์ใหม่

นักวิจัยกลุ่มดังกล่าวได้ทำการติดต่อไปยังรัฐบาลของประเทศออสเตรเลียเพื่อออกกฎควบคุม เกี่ยวกับคุณภาพของอากาศในบริเวณที่ทำงาน และเสนอว่าเครื่องพิมพ์ควรจะมีคำเตือนด้านสุขภาพแนบมาด้วยเสมอ

ฟังแบบนี้แล้ว การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่สูบบุหรี่ แต่การนั่งอยู่ในที่ทำงาน อาจจะทำให้มีปัญหาด้านสุขภาพร้ายแรงได้เหมือนกัน ควรจะมีการตื่นตัวและระวังกันไว้ เพื่อสุขภาพของทุกท่านครับ

ที่มา - BBC News via Gizmodo

Tags:
Cisco

หลังจาก Cisco เข้าซื้อ Linksys ไปเมื่อปี 2003 และยังคงทำตลาดด้วยแบรนด์เดิมมาตลอด แต่แล้วล่าสุดผู้บริหารก็ออกมาประกาศยกเลิกการใช้งานแบรนด์ดังกล่าว และจะเริ่มทำตลาดทั้งหมดด้วยชื่อ Cisco แทน

เหตุผลที่แบรนด์ Linksys ยังคงอยู่หลังจากเข้าซื้อกิจการนั้นก็เป็นเพราะชื่อของ Linksys เป็นที่คุ้นเคยต่อกลุ่มผู้ใช้ในสหรัฐฯ มากกว่า แต่เหตุผลนั้้นจะไม่มีประโยชน์อีกต่อไป เมื่อตลาดของ Cisco กว้างขึ้นเป็นระดับสากล

จุดประสงค์หลักๆ ของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือ การให้ตัวแทนจำหน่าย Linksys เดิม สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของ Cisco ได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังต้องการเข้าไปจับกลุ่มลูกค้าที่เป็นธุรกิจขนาดเล็ก ถึงขั้นสร้างแผนกใหม่ เพื่อรับผิดชอบด้านนี้โดยตรงเลยทีเดียว

ผมชอบวิธีการตั้งชื่อรุ่นของ Linksys (เช่น WRT54GL ก็คือ Wireless Router 54g Linux) หวังว่าพอทำแบรนด์ด้วยชื่อใหม่แล้ว คงจะยังใช้วิธีตั้งชื่อแบบเดิมนะ...

ที่มา - Slashdot

Tags:
Apple

Joel Spolsky บล็อกเกอร์คนดังเขียนบทความเกี่ยวกับวิธีการแสดงผลฟอนท์ของทั้งฝั่งแอปเปิ้ลและไมโครซอฟท์ ถึงเหตุผลว่าทำไมฟอนท์ที่ถูกแสดงผลบน Safari 3 for Windows ถึงดูเบลอ?

เหตุผลนั้นก็คือแนวคิดที่แตกต่างกันของทั้งสองฝั่ง ในขณะที่ไมโครซอฟท์ยินดีที่จะแลกความถูกต้อง ของการแสดงผลรูปแบบฟอนท์เพื่อให้ตัวหนังสือที่แสดงผลออกมาดูคมไม่เบลอ แอปเปิ้ลยอมที่จะสละความคมของตัวหนังสือเพื่อความถูกต้องของการแสดงผล

การทำเช่นนี้มีเหตุผลจากกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน ในขณะที่ทางฝั่งของแอปเปิ้ล คุณสามารถสั่งพิมพ์เอกสารใดๆ ออกมาได้เลย โดยไม่ต้องกลัวว่าเอกสารที่ถูกพิมพ์ออกมาจะมีหน้าตาของฟอนท์แตกต่างออกไปจากบนจอ ในขณะเดียวกัน ทางด้านของไมโครซอฟท์ ในหลายๆ ครั้ง ตัวหนังสือที่ถูกพิมพ์ออกมา กับตัวหนังสือที่เห็นบนจอ จะมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน (ดู Tahoma เป็นตัวอย่าง) เพราะการแสดงผลฟอนท์ของไมโครซอฟท์ ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับการแสดงผลเพื่ออ่านบนจอมากกว่า

แต่ผมคิดว่า เข้าเมืองตาหลิ่ว ก็ควรจะหลิ่วตาตามนะ...

ที่มา: Joel on Software

Tags:
iTunes

วันนี้ (2 เมษายน) ทาง EMI Group บริษัทเพลงรายใหญ่ ได้ร่วมแถลงข่าวกับ Apple ในหัวข้อ "an exciting new digital offering." ซึ่งเป็นการประกาศขายเพลงแบบไม่ติด DRM และเพิ่มคุณภาพเป็น 256kbps ในราคา 1.29 เหรียญ (ราวๆ 50 บาท) โดยจะเริ่มขายในเดือนพฤษภาคม

สตี๊ฟจ๊อบส์ได้ให้สัมภาษณ์ว่า "เรากำลังจะมอบทางเลือกให้แก่ลูกค้าของ iTunes --เพลงในเวอร์ชั่นปัจจุบันที่ราคา 99 เซนต์ หรือเพิ่มอีก 30 เซนต์ สำหรับเวอร์ชั่นไม่ติด DRM พร้อมคุณภาพที่สูงขึ้น" และยังมอบทางเลือกให้สำหรับคนที่เคยซื้อเพลงมาครั้งหนึ่งแล้ว โดยให้สามารถ "อัพเกรด" เพลงเดิมไปเป็นเวอร์ชั่นใหม่นี้ได้ โดยเพิ่มเพียง 30 เซนต์ต่อเพลง

Apple ตั้งเป้าหมายไว้ว่า ภายในสิ้นปีนี้จะต้องขายเพลงแบบไม่ติด DRM ให้ได้ครึ่งหนึ่งของที่มีใน iTunes Music Store

ส่วนเรื่อง The Beatles สตี๊ฟจ๊อบส์ไม่ได้ให้คำตอบแต่อย่างใด

ที่มา: Apple Press Release, EMI Press Release

Tags:

OpenBSD คือระบบปฎิบัติการที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงกับสโลแกน "Only one remote hole in default install, in more than 10 years." ในที่สุด สโลแกนดังกล่าวก็ต้องตกไป

เมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมาบริษัท Core Security Technologies ได้พบข้อบกพร่องในส่วนของ IPv6 โดยเกิดจากการรองรับการใช้งาน mbufs ซึ่งเป็นรูปแบบข้อมูลสำหรับการบริหารแพคเกจทางระบบเครือข่ายของ kernel อย่างไม่ถูกต้อง ทำให้ผู้บุกรุกสามารถสั่งรันโค้ดใดๆ ก็ได้ในระดับ kernel จากภายนอก

ข้อบกพร่องนี้มีผลกับ OpenBSD ตั้งแต่รุ่น 3.1 ไปจนถึง 4.1 ที่ออกมาก่อนวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2006

ทาง OpenBSD ก็ได้ออกแพชท์สำหรับแก้ปัญหาดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อย (อ่านเพิ่มเติมได้จาก Core Security) และก็เปลี่ยนสโลแกนเป็น

Only two remote holes in the default install, in more than 10 years!

เป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นกัน

ที่มา: Security Focus via Reddit

Tags:
Wikipedia

โดยปกติแล้ววิกิพีเดียภาษาอังกฤษจะมีมาตรการกับการจัดการกับสแปมด้วยการใช้ URL Blacklist แต่เมื่อไม่กี่วันก่อน Jimmy Wales ออกมาเปลี่ยนมาตรการดังกล่าวเป็นการใช้งาน nofollow แทน

บอกก่อนว่า nofollow มันคือแอททริบิวสำหรับแทค rel บน HTML ที่จะทำให้เซิร์จเอนจิ้น "ไม่นับ" ลิงค์นี้เป็นคะแนน (ไม่ใช่ไม่ให้ Spider ตามลิงค์นะครับ) เช่น PageRank

การปรับเปลี่ยนครั้งนี้มีเหตุผลประกอบหลักๆ ก็คือ สแปมจาก SEO World Championship ซึ่งเป็นการแข่งขันว่าใครจะสามารถทำ SEO ได้ดีกว่ากัน โดยตัดสินจากอันดับในเซิร์จเอนจิ้น ณ วันที่ 1 พฤษภาคม​

มีเสียงวิพากย์วิจารณ์ออกมาว่า เมื่อวิกิพีเดียได้ลิงค์มาจากบล็อกต่างๆ เว็บต่างๆ มากมาย ในแบบที่ไม่ใช่ nofollow ลิงก์ และเป็นส่วนช่วยให้วิกิพีเดียได้ PageRank สูงแบบปัจจุบัน แต่กลับใช้ nofollow กับลิงก์ภายนอกทั้งหมด ถือว่าเป็นการ "ไม่คืน" ผลประโยชน์ให้กับส่วนรวมหรือเปล่า

ส่วนหนึ่งคิดว่าไม่ใช่ปัญหาอะไร แต่อีกส่วนที่ออกมาต่อต้าน แนะนำให้ใช้ rel="nofollow" สำหรับลิงก์ไปยังวิกิพีเดีย, เลิกลิงก์ หรือถ้าจำเป็นจริงๆ ให้ใช้ Answers.com ที่ไม่ได้ทำตามมาตรการนี้แทน

แต่สำหรับผมก็เฉยๆ แฮะ... แต่ไม่ขอสนับสนุนการทำ SEO ด้วยการสแปมลิงก์ทุกกรณี

ที่มา: Google Blogoscoped