Tags:
Canon

หลังจากออก 50D มาหักปากกาเซียนกันเป็นแถว ตอนนี้แคนนอนได้เปิดโฆษณาตัวอย่างกล้องตัวใหม่ของตนที่นี่

ภาพตัวอย่างนี้ไม่มีบอกอะไรเกี่ยวกับกล้องตัวนี้เลย นอกจากคำว่า "Destined Evolution" และภาพกล้องเงาดำๆ แต่ดูจากกล้องของนิคคอนแล้ว หลายๆ คนคาดว่าคงไม่พ้นตัวแทนของ 5D ที่จะออกมาสู้กับ D700 ในตลาด DSLR ขนาดเซ็นเซอร์เท่าฟิล์มราคาต่ำกว่าแสนครับ

ที่มา - DPreview

Tags:
Firefox

ไฟร์ฟ็อกซ์ เบราว์เซอร์ยอดนิยมที่เพิ่งเปิดตัวเวอร์ชั่น 3 ไปแบบตื่นตาตื่นใจ ได้ออกอัพเดตใหม่ออกมาแล้วครับ

มีรายการเปลี่ยนแปลง ก็เช่น แก้ไขบั๊กใหญ่ๆ ไปสามตัวซึ่งเป็นตัวร้ายแรงที่ทำให้เบราว์เซอร์พังได้ทั้งนั้น, ปรับปรุงเรื่องการอัพเดตฐานข้อมูล phishing, แก้ไขบั๊กที่ลงไปที่เดียวกันกับไฟร์ฟ็อกซ์ 2 แล้วทำให้ไฟร์ฟ็อกซ์ 2 ไม่ทำงาน (แก้ไขคู่กับไฟร์ฟ็อกซ์ 2.0.0.15) รวมถึงแก้ไขบั๊กเล็กๆ น้อยๆ อีกจำนวนหนึ่งครับ

ก่อนดาวน์โหลด ก็ลองตรวจสอบ Extension กับ Theme ที่ใช้อยู่ด้วยนะครับ ว่าสนับสนุน 3.0.1 รึยัง

ที่มา - Mozilla Blog

Tags:
Nikon

หลังจากมีข่าวลือหลุดมาได้สักพัก ในที่สุดนิคคอนก็ปล่อย D700 ที่ใช้ CMOS ขนาดเท่าฟิล์ม (35 มม.) ระดับรองลงมาชนกับแคนนอน EOS 5D แล้วครับ

เจ้า D700 นี้เป็นกล้องระดับโปรรุ่นรอง ซึ่งจะมีความสามารถหลักๆ ใกล้เคียงกับ D300 แต่ใช้เซ็นเซอร์ตัวเดียวกับ D3 จึงให้คุณภาพของภาพและ ISO 200 ถึง 6400 เหมือน D3 สิ่งที่ต่างกันเล็กน้อยกับ D300 ก็เช่นช่องมองภาพที่เล็กลงจาก 100% กลายเป็น 95% และความเร็วที่ลดลงไปจากถ่ายได้ 6 เฟรมต่อวินาที ก็เหลือ 5 แทน ส่วนความสามารถอื่นๆ ตามสมัยนิยมอย่าง live view, ระบบขจัดฝุ่น ก็มีมาให้ครบครัน

พร้อมกันนี้ นิคอนยังปล่อยเลนส์ PC-E Micro 45 มม. กับ 85 มม. และแฟลชตัวใหม่อย่าง SB 900 ออกมาด้วยพร้อมๆ กัน ให้เสียเงินอีกด้วย

สำหรับราคาเปิดตัว D700 อยู่ที่ 2599 ยูโร ซึ่งจะวางตัวในกลุ่มนักถ่ายภาพมืออาชีพที่ต้องการคุณภาพระดับ D3 แต่ต้องการตัวกล้องที่แข็งแรงและความสามารถย่อมเยาลงมาครับ

ที่มา - DPreview

Tags:
Microsoft

คุณ Mary Jo Foley ได้สัมภาษณ์ Sam Ramji ไดเรกเตอร์ฝ่ายเทคโนโลยีแพลทฟอร์มของไมโครซอพท์เกี่ยวกับทิศทางของไมโครซอพท์เองกับโอเพนซอร์ส ซึ่งก็ได้คำตอบมาว่า "ตอนนี้ไมโครซอพท์เองกำลังมุ่งไปที่การใช้งานโอเพนซอร์สบน Windows โดยเฉพาะความเข้ากับได้ระหว่างโปรแกรมในชุด LAMP กับ Windows"

พร้อมกันนี้คุณ Ramji แสดงให้คุณ Mary ดูพรีเซนเทชั่นซึ่งแสดงทิศทางของไมโครซอพท์กับโอเพนซอร์สได้ครบถ้วนครับ (ดูรูปที่นี่)

จากรูปจะเห็นได้ว่าไมโครซอพท์พยายามจะสร้าง "WAMP" ให้เกิดขึ้นบน Windows โดยให้โอเพนซอร์สเป็นทางเลือกหนึ่งของโปรแกรมบน Windows ซึ่งจุดมุ่งหมายที่แท้จริงอาจจะไม่ใช่แค่ให้ผู้พัฒนาโอเพนซอร์สพอร์ตโปรแกรมมาบน Windows เท่านั้น แต่อาจจะถึงขั้นทำให้โปรแกรมเหล่านั้นไปผูกกับระบบของไมโครซอพท์เช่น Active Directory, SQL Server, Windows Server, ฯลฯ เลยทีเดียว

แผนการนี้จะเห็นว่าได้เข้าทางไมโครซอพท์มาก ซ้ำยังอาจกำจัด Linux ได้อีกเพราะจะทำให้โปรแกรมโอเพนซอร์สทำงานบน Windows ได้อย่างเดียวเท่านั้น ทางคุณ Ramji ยังย้ำด้วยว่าปัจจุบันนี้ 50% ของผู้ใช้ JBoss นั้นรันบน Windows เช่นกัน

ถ้าไมโครซอพท์เล่นแผนนี้จริง ก็ต้องรอดูนักพัฒนาโปรแกรมและบริษัทพัฒนาโอเพนซอร์สต่างๆ ว่าจะเอายังไงครับ

ที่มา - OSNews

Tags:
Sony

หลังจากเปิดตัว A200 ไปไม่นาน (ข่าวเก่า) โซนี่ก็ทำการซอยย่อยกล้องระดับล่างของตนออกมาเป็นอีกสองรุ่น เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของนักถ่ายภาพครับ

สำหรับ A300 และ A350 นี้มีคุณสมบัติ live-view ยอดนิยม พร้อมระบบออโตโฟกัสที่เคลมว่าเร็วและถ่ายได้ต่อเนื่องกว่าระบบ live-view อื่นๆ ด้วยการหักเหแสงเข้าสู่เซ็นเซอร์รับภาพตัวสองตรงๆ เลยครับ

จุดเด่นอื่นๆ ก็จอ LCD ขนาด 2.7 นิ้วที่ปรับพับได้ โดย A300 และ 350 ต่างกันตรงที่ A300 ใช้ CCD ความละเอียด 10.2 ล้านพิกเซล และถ่ายภาพได้ต่อเนื่อง 3 เฟรมต่อวินาที ส่วน 350 นั้นใช้ CCD ความละเอียด 14.2 ล้านพิกเซล ถ่ายต่อเนื่อง 2 เฟรมต่อวินาที ส่วนความสามารถอื่นๆ ไม่ต่างจาก A200 และคู่แข่งอื่นๆ มากนัก

ใครที่จะรอ A200 ก็รอดูสองตัวนี้ก่อนครับ ราคาชุดคิทของ A200, A300 และ A350 คือ $700,$800 และ $900 ตามลำดับครับ จะเห็นว่าความสามารถต่างกันไม่มาก แต่ราคาต่างกันพอตัวทีเดียวครับ

ที่มา - DPreview

Tags:
Sigma

ซิกม่า บริษัทผู้ผลิตเลนส์อิสระอันดับหนึ่งของโลก ได้เปิดตัวกองทัพเลนส์สู่ตลาดกล้องในงาน PMA ปี 2008 นี้ เลนส์ที่ซิกม่านำมาเปิดตัวปีนี้ประกอบไปด้วยเลนส์ดังนี้ครับ

  • Sigma 200-500mm F2.8 EX DG เลนส์ซูเปอร์เทเลซูมเกรดโปร รูรับแสง 2.8 ตลอดช่วงตัวแรกของโลกครับ แถมยังใส่ ตัวเสริม ให้กลายเป็น 400-1000 F5.6 ได้อีกต่างหาก เจ้าเลนส์ตัวนี้ต้องการแบตเตอรี่เสริมของมันเอง เพื่อหมุนออโตโฟกัสอีกต่างหาก จุดเด่นอีกตัวของเลนส์ตัวนี้คือหน้าตาราวกับอาวุธสงครามครับ (ดูรูป)
  • Sigma APO 150-500mm f/5-6.3 DG OS HSM ยังอยู่กับเลนส์ซูมครับ เจ้าตัวนี้มาพร้อมมอเตอร์ในเลนส์และระบบกันสั่นของซิกม่าเองที่เครมว่ากันสั่นได้ถึง 4 สตอป!!
  • Sigma APO 120-400mm f/4.5-5.6 DG OS HSM ถ้าเลนส์ข้างบนยาวไป ก็ลองเลนส์นี้ครับ มีคุณสมบัติเหมือนกัน ยกเว้นรูรับแสงที่กว้างกว่า (ช่วงซูมแคบกว่านั่นเอง)
  • Sigma 10-20mm F4-5.6 EX DC HSM และ Sigma APO 70-200mm F2.8 II EX DG MACRO HSM ระบบ 4/3 ข่าวดีสำหรับแฟนๆ โอลิมปัสและพานาโซนิคครับ ในที่สุดเลนส์ยอดนิยมก็สนับสนุนเมาท์ 4/3 แล้ว ทั้งเลนส์มุมโคตรกว้างอย่าง 10-20 และเลนส์เทเลซูมระดับโปรอย่าง 70-200 พร้อมคุณสมบัติที่เหมือนเมาท์ค่ายอื่นครบถ้วน
  • Sigma APO 70-200mm F2.8 II EX DG MACRO และ Sigma APO 50-150mm F2.8 II EX DC HSM สำหรับเพนเท็กและโซนี่ สำหรับแฟนๆ เพนเท็กและโซนี่ไม่ต้องน้อยใจครับ เลนส์เทเลซูมระดับโปร มาพร้อมมอเตอร์ HSM และรูรับแสง 2.8 ตลอดช่วง
  • Sigma APO 70-300mm f/4-5.6 HSM เลนส์ยอดนิยมของซิกม่า (ทั้งในตลาดมือหนึ่งและมือสอง) ได้รับการปรับปรุงให้ใช้กับ D40/D40x และ D60 ที่มีข้อจำกัดเรื่องออโตโฟกัสกับเลนส์ที่ไม่มีมอเตอร์ได้แล้วครับ ด้วยการเพิ่มมอเตอร์ HSM ของซิกม่าเข้าไป พร้อมมาโครเช่นเดิมมี ทั้งรุ่นริมแดง APO และรุ่นธรรมดาให้เลือกตามงบครับ
  • Sigma 18-125mm f/3.8-5.6 DC OS HSM เลนส์ช่วงนอมอล-เทเล สำหรับผู้นิยมเลนส์ตัวเดียวเที่ยวทั่วไทยครับ มาพร้อมระบบกันสั่นและมอเตอร์ครบครัน ดูจากช่วงแล้วคาดว่าคุณภาพของภาพดีกว่า 18-200 แน่ๆ (เพราะช่วงสั่นกว่าแต่คุณสมบัติเหมือนกัน)

จะเห็นได้ว่าคราวนี้ซิกม่าเน้นเลนส์ระดับโปรสำหรับมืออาชีพมากเป็นพิเศษ และขยายเลนส์ของตนให้กับค่ายกล้องหลากหลายมากขึ้น เป็นโอกาศดีสำหรับผู้ใช้ค่ายอื่นๆ จะได้ใช้เลนส์คุณภาพดี ราคาสบายกระเป๋าครับ

Tags:
Sony

โซนี่ประกาศความสำเร็จในการพัฒนาเซ็นเซอร์ CMOS ขนาด 35 มม. (เท่าฟิล์ม) ความละเอียดสูงถึง 24.81 ล้านพิกเซลในวันนี้ครับ

สำหรับเซ็นเซอร์ตัวนี้ใช้ระบบการแปลงภาพอนาลอคเป็นดิจิตอลของโซนี่เองที่ชื่อ Column-Parallel A/D Conversion Technique ซึ่งแต่ละคอลัมน์ของ CMOS จะมีตัวแปลงสัญญาณภาพของตนเอง โดยโซนี่เคลมว่าสามารถลดสัญญาณรบกวนในภาพ (noise)ได้สูงมาก พร้อมๆ กับเพิ่มความเร็วในการถ่ายได้ต่อเนื่องถึง 6.3 เฟรมต่อวินาที

การพัฒนาเซ็นเซอร์ตัวนี้แสดงจุดยืนของโซนี่ ว่าพร้อมลงสู้ศึกกล้องมืออาชีพรุ่นบนสุดแข่งกับแคนนอนและนิคอนแล้วครับ

ว่าแต่เซ็นเซอร์ในนิคอน D3 ไม่ใช่ของโซนี่หรอกหรือ?

ที่มา - DPreview

Tags:
Nikon

หลังจากที่นิคอนเปิดศึกกล้องตลาดล่างด้วย D40 เมื่อสองปีก่อนและหักหลังผู้ใช้ด้วย D40x ในหกเดือนต่อมา งาน PMA ปี 2008 นี้นิคอนได้ออก D60 รุ่นเล็กสุดลงมาสู้แล้วครับ

D60 นี้นับเป็นรุ่นปรับปรุงจาก D40x ที่เน้นตลาดผู้ใช้หน้าใหม่ มาพร้อม CCD ขนาด 10.2 ล้านพิกเซล, ระบบกำจัดฝุ่นในเซ็นเซอร์, ใช้ระบบประมวลผล EXPEED เช่นเดียวกับ D300, ระบบ D-Lighting ที่เพิ่มความสว่างของภาพจาก D300, จอ LCD ขนาด 2.5 นิ้วที่จะปิดอัตโนมัติเมื่อเราเอาตาไปแนบกับช่องมองแต่ไม่มี live-view ,รองรับหน่วยความจำแบบ SDHC และเปลี่ยนเลนส์คิทเป็น 18-55 VR ครับ

จะเห็นว่าปรับปรุงจาก D40x น้อยมากๆ ครับ และยังคงใช้ระบบออโต้โฟกัสแค่ได้เลนส์ที่มีมอเตอร์ในตัวเช่นเดิม ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่ค่อนข้างร้ายแรงเลยทีเดียว

พร้อมกันนี้นิคอนได้ปล่อยเลนส์ออกมา 3 ตัวได้แก่ PC-E Nikkor 24mm f/3.5D ED , AF-S Micro Nikkor 60mm f/2.8G ED สำหรับถ่ายมาโคร และที่น่าสนใจคือ AF-S DX Nikkor 16-85mm f/3.5-5.6G ED VR (เคยมีข่าวว่ามีตัวหลุด QC มาในตลาดเมืองไทย)

อนึ่งชื่อรุ่น D60 นี้นั้น จริงๆ ไปซ้ำกับ แคนนอน EOS D60 กล้องรุ่นกึ่งอาชีพเมื่อ 6 ปีที่แล้ว

สำหรับใครที่รอตัวแทน D80 ก็แนะนำให้รอก่อน สำหรับ D60 นี้ก็ระวัง D60x ในอีก 6 เดือนหน้าครับ

ที่มา DPreview

Tags:
Sony

หลังจากปล่อย A700 มาลุยตลาดระดับกลางปลายปีที่แล้ว (ข่าวเก่า) ตอนนี้โซนี่ปล่อย Alpha 200 (A200) มาลงตลาดระดับเริ่มต้นเพื่อสานต่อความสำเร็จของ A100 แล้วครับ

A200 ใช้ CCD 10.2 ล้านพิคเซล (*1.5) สนับสนุนทั้ง CF และ Memory Stick Duo พร้อมด้วยระบบ Sony D-Range Optimizer ที่ช่วยให้สามารถเก็บรายละเอียดในเวลาถ่ายที่ๆ มีความต่างของแสงสูงมากๆ ได้ดีขึ้น พร้อมทั้งจอ LCD ขนาด 2.7 นิ้วและตัวกล้องที่ขนาดเล็กลง

แน่นอนว่าระบบกันสั่นในตัวกล้องและระบบกำจัดฝุ่นก็ยังอยู่ครบถ้วนเช่นเดิม แต่เป็นที่น่าสังเกตุว่าไม่มีระบบ live-view ที่กำลังเป็นที่นิยมในกล้องค่ายอื่นๆ

อนึ่ง สำหรับกล้อง A100 นั้นถือว่าประสบความสำเร็จในตลาดเพราะในราคาเท่ากันแต่ให้ความสามารถมาเยอะที่สุด (ในตอนนั้น) แต่ขายในไทยไม่ค่อยดีนักด้วยนโยบายการขายของไทยครับ

ที่มา - DPreview

Tags:
James Gosling

จากข่าวเก่า คุณ James Gosling ได้ออกมาแก้ข่าวว่าเป็นมีความเข้าใจผิดในเนื้อหาว่าซันกำลังจะยกเลิก JavaME

แต่จริงๆ แล้วนั้นคุณ James แกหมายถึงว่าในปัจจุบันนี้และอนาคตอุปกรณ์มือถือจะมีพลังในการประมวลผลและหน่วยความจำมากขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถทำงานเป็น Desktop ได้เลย ซึ่ง JavaME ก็จะทำการพัฒนาให้มีความสามารถมากขึ้นเรื่อยๆ ตามความสามารถของอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้น จนจะใกล้เคียงกับ JavaSE ครับ

อนึ่ง JavaME นั้นมีทั้งแบบ MIDP/CLDC สำหรับอุปกรณ์ที่มีหน่วยความจำและการประมวลผลน้อยๆ และ CDC สำหรับอุปกรณ์ที่มีพลังสูงกว่าซึ่งคาดว่าตัวนี้เองที่จะเพิ่มขีดความสามารถขึ้นดังที่กล่าวข้างต้นครับ

นอกจากนี้คุณ James ยังทิ้งท้ายด้วยว่า "อย่าตกใจไปถ้าเห็น JavaFX Mobile อยู่ในในรูปแบบหนึ่งบน JavaME"

ที่มา - James Gosling Blog

Tags:
.NET

หลังจากอยู่ในศูนย์วิจัยของไมโครซอฟท์มานาน ในที่สุดภาษา F# ก็จะได้รับการผลักดันให้ทำงานร่วมกับ Visual Studio ได้แล้ว

ภาษา F# นั้นเป็นภาษาสคริปต์ที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยศูนย์วิจัยของไมโครซอฟท์สำหรับสร้างภาษาแบบ Functional Programming ด้วย .NET ตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว ซึ่งแต่ก่อนทำงานได้กับ .NET SDK เท่านั้น ทำงานร่วมกับ Visual Studio ได้ไม่ดีนัก (ผมเคยลองแล้วครับ ยากมากๆ เลย)

การผลักดันให้มาเป็นหนึ่งในภาษาหลักสำหรับ Visual Studio ทำให้นักพัฒนา .NET มีทางเลือกสำหรับภาษา Functional มากขึ้น

ที่มา - TheServerSide.NET

Tags:
Java

หลังจากที่ทำให้ตลาดการพัฒนาโปรแกรมบนอุปกรณ์มือถือแตกตื่นมาก่อน มาวันนี้ซันตั้งใจที่จะยุติ Java ME เสียแล้วล่ะครับ

เหตุผลของการยกเลิกนี้ ทางคุณ James Gosling บิดาของ Java เองได้ให้เหตุผลไว้ว่า "เพราะอุปกรณ์พวกมือถือต่างๆ ตอนนี้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นมาก ทั้งความเร็วในการประมวลผล หน่วยความจำต่างๆ จึงทำให้ Java SE นั้นเริ่มเหมาะสมกับอุปกรณ์พวกนี้มากกว่า"

โดยส่วนตัวคิดว่าเหตุผลส่วนหนึ่งที่ซันเปลี่ยนไปดัน Java SE สำหรับตลาดอุปกรณ์มือถือคือ Consumer JRE ที่จะทำให้ขนาด JRE ของ Java เล็กลงมากๆ นั่นเอง

ที่มา - OSNews

Tags:
Olympus

หลังจากปล่อยออกมาแต่กล้องระดับล่างและระดับกลางมาหลายปี ในที่สุดโอลิมปัสก็กลับมาสานต่อตำนานกล้องระดับบนของตนอีกครั้งด้วย E-3 ครับ

สำหรับตัว E-3 นี้ใช้ระบบ 4/3 (ใช้ตัวคูณ x2) พร้อมประกาศเลยว่าเป็นกล้องที่ออโตโฟกัสได้เร็วที่สุดในโลก (ถ้าใช้กับเลนส์ SWD ของโอลิมปัส) ด้วยจุดโฟกัสถึง 11 จุด และถ่ายต่อเนื่องได้ถึง 5fps และมีระบบกันสั่นในตัวที่คุยว่ากันสั่นได้ถึง 5 stop ใช้เซ็นเซอร์ระบบ MOS (ลูกผสมระหว่าง CCD และ CMOS) ความละเอียด 10 ล้านพิคเซล

จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งคือระบบ Live View ที่มองภาพผ่านทาง LCD ขนาด 2.5 นิ้วที่หมุนได้เป็นตัวแรก พร้อมสามารถซูมได้ถึง 10 เท่าสำหรับถ่ายภาพมาโครครับ แถมยังมีแฟลชแบบไร้สายด้วยในตัว แน่นอนว่าระบบกำจัดฝุ่นที่โอลิมปัสก็ยังมีอยู่ครบถ้วน

ถ้าดูจากความสามารถคร่าวๆ แล้ว ความสามารถและขนาดเซ็นเซอร์ยังห่างจากกล้องระดับบนของคู่แข่งอย่าง D3 และ 1Ds MKIII มากพอดู แต่ราคาก็ต่ำกว่ามากเช่นกันครับ คือบอดี้อย่างเดียวประมาณ 1699 ปอนด์ ซึ่งงก็ไล่ๆ กับ D300 และ 40D เหมือนกัน ยังต้องดูกันอีกยาวครับว่าระบบ 4/3 ของโอลิมปัสจะไปได้ไกลรึไม่

อนึ่ง E-1 ในไทยนั้นขายดีตอนลดราคาลงมาครึ่งหนึ่งหลังเปิดตัวไป 1 ปีกว่าๆ ครับ

ที่มา - DPreview

Tags:

ทางเวบ PC World ได้ทำการสัมภาษณ์ Richard Stallman เกี่ยวกับเรื่องซอฟต์แวร์เสรีและเรื่องเกี่ยวกับ GPL v3 ซึ่งทาง Stallman ก็ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการที่ Linus Torvalds ที่แสดงท่าทีไม่ยอมรับ v3 นี้เท่าไหร่ไว้ดังนี้ครับ

มันเป็นความจริงที่ว่า Linus ใช้คำพูดว่า "โอเพนซอร์ส" แทนที่จะใช้คำว่า "ซอฟต์แวร์เสรี" ซึ่งก็บอกถึงจุดมุ่งหมายของเค้าดีอยู่แล้ว ผมเขียน GNU GPL เพื่อปกป้องเสรีภาพของผู้คนที่มีต่อโปรแกรมของที่พวกเขาใช้ ซึ่งในเวอชั่น 3 นี้จะป้องกันเสรีภาพของผู้ใช้จากการคุกคามใหม่ๆ ได้ดียิ่งขึ้น แต่ Linus ปฏิเสธมัน ซึ่งผมเองก็เคารพความเห็นของเค้าแม้ว่าความเห็นของเค้าจะดูโง่ๆ ไปหน่อยก็ตาม

อย่างไรก็ดีถ้าคุณต้องการปกป้องเสรีภาพของคุณเอง คุณควรจะไม่เชื่อตาม Linus

ที่มา - OSNews

Tags:
Apple

หลังจากออก iPod Nano ตัวใหม่พร้อมหน้าตาเป็นที่ชวนถกเถียงว่าดีหรือไม่ดีกันแน่ ทางเวบ Arstechnica จึงได้ทำการรวบรวมผลิตภัณฑ์ที่เข้าข่ายเดียวกัน (คือหน้าตาชวนถกเถียงกัน) ในรอบ 10 ปีของแอปเปิลมาให้ดูกันครับ

  1. eMate 300 จากปี 1997 : หน้าตาสุดยอดมากๆ
  2. Power Macintosh G3 All-in-one ปี 1998
  3. Power Macintosh G3 (สีน้ำเงินขาว) จากปี 1999 : ไอ้ตัวนี้ผมว่าสวยดีออกนะ
  4. iBook รุ่นแรก (ฝาหอย) จากปี 1999 : ก็สวยอยู่นา
  5. Flower Power iMac จากปี 2001 : สี Solaris มากกกก
  6. eMac จากปี 2002
  7. iMac G5 ปี 2004 : ก็ยังสวยดีอยู่นา ผมว่า
  8. iPod Shuffle รุ่น 1 ปี 2005 : ตัวนี้เห็นด้วยครับว่าหน้าตาธรรมดาๆ โทรมง่ายด้วย (ใช้อยู่)
  9. iPod Nano รุ่นที่ 3 ปี 2007 : ไม่มีอะไรบรรยายครับ

ดูจากที่ Arstechnica รวบรวมมา หลายๆ ตัวก็อยากแย้ง หลายๆ ตัวก็เห็นด้วยเลยครับ

ที่มา - OSNews

Tags:
Sony

หลังจากปล่อยให้แคนนอนและนิคอนออกแซงหน้าเปิดตัวกล้องใหม่ๆ ไปแล้ว ทางโซนี่ก็ได้เปิดตัวกล้องใหม่ต่อจาก A100 ของตนออกมาบ้างครับกับ Alpha 700 (A700)

สำหรับเจ้า A700 นี้เป็นรุ่นระดับกลางครับ ชนกับ 40D และ D300 เต็มๆ ความสามารถที่เปิดเผยออกมาตอนนี้คือใช้ CMOS ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ตัวกล้องทำมาจาก Magnesium alloy เพื่อความแข็งแรงโดยเฉพาะ พร้อมระบบกันสั่นและกำจัดฝุ่นครบครัน

แต่ที่พิเศษสุดๆ ก็คือ A700 นี้มีพอร์ต HDMI เพื่อต่อกับ HDTV สำหรับแสดงคุณภาพของภาพในระดับ HD เวลาดูภาพผ่านทาง HDTV ครับ ซึ่ง D300 ก็มีแต่ไม่ได้นำมาเป็นจุดขาย

ที่หน้าสังเกตก็คือหน้าตาของกล้องเปลี่ยนไปจากของมินอลต้าตรงที่มีแป้นปรับโหมดแค่อันเดียว (ดูรูป)

ที่มา - DPreview

Tags:
Nikon

หลังจากแคนนอนเปิดตัว 1Ds MKIII และ 40D เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว คู่แค้นอย่างนิคอนก็ได้เปิดตัวกล้องของตนออกมาติดๆ กันถึง 2 รุ่นออกมาเกทับทันทีครับ

ตัวแรกคือ Nikon D3 ซึ่งเป็นรุ่นสูงที่สุดของนิคอนในตอนนี้ มีรายละเอียดดังนี้ครับ

  • CMOS ขนาดเท่าฟิล์ม (35 ม.ม) ความละเอียด 12.1 ล้านพิกเซล ความละเอียดแสง 14 บิต
  • รองรับเลนส์แมนนวลตั้งแต่รุ่นเก่าๆ จนถึง DX ครับ โดยจะครอปภาพเป็นเหมือนคูณ 1.5 ให้สำหรับเลนส์ DX ส่วน 1Ds นั้นใส่เลนส์ EF-S ไม่ได้
  • Liveview บน LCD ขนาด 3 นิ้ว ความละเอียด 922,000 พิกเซล
  • ระบบโอโตโฟกัส 51 จุด!!! ถ่ายต่อเนื่องได้ถึง 9 fps และ ISO 200 ถึง 6400!! (ใช้ได้จริงรึเปล่าเนี่ย)

ตัวถัดมาคือรุ่นรองอย่าง D300 ที่สานต่อความสำเร็จของ D200 เมื่อปีก่อนครับ

  • CMOS ขนาด 12.3 ล้านพิกเซล แบบตัวคูณ 1.5 ความละเอียดแสง 14 บิตเช่นกัน มาพร้อมระบบทำความสะอาดเซ็นเซอร์อัตโนมัติ
  • ISO 200 ถึง 3200!!! ระบบโฟกัส 51 จุดเช่นเดียวกับ D3 ครับ
  • ถ่ายต่อเนื่อง 6 fps พร้อม Liveview บน LCD ขนาด 3 นิ้ว ความละเอียด 922,000 พิกเซลเหมือน D3
  • รองรับเลนส์แมนนวลตั้งแต่รุ่นเก่าๆ จนถึง DX เหมือน D3

ราคาเปิดตัวสำหรับ D3 เปิดที่ $4999 นั้นนับว่าต่ำกว่า 1Ds มากพอดู ($7,999) พร้อมความสามารถที่นับกว่าใกล้เคียงกันและบางอย่างเหนือกว่าด้วยซ้ำ

เรียกได้เปิดตัวได้น่าตื่นตาตื่นใจมากครับ ต้องรอดูว่าโซนี่และโอลิมปัสจะสู้ตลาดระดับบนของทั้งนิคอนและแคนนอนอย่างไร แต่กล้องที่ฟาดฟันกันในตลาดจริงๆ เป็นรุ่นรองๆ ลงมาจนถึงระดับเบื้องต้นที่จะได้รับเทคโนโลยีดีๆ จากกล้องบนๆ เหล่านี้ครับ

ที่มา - Nikon D3,Nikon D300 จาก DPreview

Tags:
Blu-ray

แม้ว่าวงการอุตสหกรรมภาพยนตร์สำหรับผู้ใหญ่ในอเมริกาจะเลือก HD DVD แต่ว่าสำหรับที่ญี่ปุ่นกลับเลือกที่จะลง Blu-ray พร้อมกับได้รับการสนับสนุนจากโซนี่อีกด้วยครับ

ที่ผ่านมาโซนี่มีนโยบายไม่สนับสนุนหนังแนวนี้มาโดยตลอด แต่ในงาน Adult Treasure Expo 2007 ที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัวภาพยนตร์สำหรับผู้ใหญ่บนฟอร์แมต Blu-ray พร้อมกันถึง 10 เรื่องด้วยกัน ในขณะที่มีเพียงเรื่องเดียวที่จำหน่ายด้วยฟอร์แมต HD DVD ส่วนเหตุผลที่ชาวญี่ปุ่นเลือกเลือก Blu-ray นั้นก็เพราะว่าโซนี่ดัน Blu-ray ชนิดเต็มกำลัง แถมราคาแผ่นยังถูกกว่า HD DVD อีกต่างหาก

แต่ที่น่าตลกก็คือด้วยกฏหมายของญี่ปุ่นเอง ทำให้ภาพยนตร์สำหรับผู้ใหญ่บน Blu-ray ต้องไปผลิตแผ่นที่ไต้หวัน แล้วส่งกลับเข้ามาแทน

ว่าแต่งาน Adult Treasure Expo 2007 นี่น่าไปเหมือนกันนะ

ที่มา - networkworld

Tags:
Mozilla

หลังจากปล่อย IronRuby ไปได้ไม่นาน ทาง Mozilla ก็ประกาศจะนำทั้ง IronPython กับ IronRuby มาใช้กับโปรเจค Tamarin ของตนทันทีครับ

Tamarin คือโปรเจคที่สร้าง ECMAScript เวอร์ชัน 4 จากการร่วมมือระหว่าง Mozilla และ Adobe นั่นเอง โดย Mozilla จะนำ IronPython/Ruby มาใช้สำหรับการแปลงไบต์โค้ดของ IKVM เพราะไม่ต้องการ fork โค้ดส่วนที่เป็น C# ด้วย Mono

ที่มา - TheServerSide.net

Tags:
Apple

หลังจากเปิดตัวชนิดที่เรียกว่าสร้างความฮือฮาแบบคาดไม่ถึงกับ Safari บน Windows ทางเวบ CoolTechZone ก็ได้สรุปเหตุผล 5 ข้อที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ Safari บน Windows นั้น "เจ๊ง" กลับบ้าน OS X ไปดังนี้ครับ

  1. IE ยังไม่ตาย!!! : IE นั้นยังคงเป็น Browser อันดับหนึ่งขนาด Firefox กับ Opera ยังฆ่าไม่ตาย แถม IE ยังลงมาพร้อม Windows อีก ทำให้หลายๆ คนที่ใช้ Windows นั้นใช้ IE ได้ทันทีเลยไม่ต้องลงเพิ่ม (เหตุผลสำคัญของคนใช้ IE เลยครับ) แล้วใครจะมาใช้ Browser ของบริษัทที่แทบไม่มีใครรู้ว่าทำ Browser เหมือนกัน
  2. Firefox ยังอยู่ : บน Windows นั้นแน่นอนว่า Browser อันดับสองคือ Firefox ที่รุกคืบ IE เข้าไปทุกขณะ ด้วยคุณสมบัติที่ดี ใช้งานง่าย ซ้ำยังอยู่ในกระแสของตลาดอีกต่างหาก Apple ไม่น่าจะแย่งตลาดของ Firefox ได้ง่ายๆ ครับ
  3. อย่าลืม Opera นะ : ถัดจาก Firefox นั้น Opera ก็ยังตามอยู่อีกหนึ่งเจ้า ซ้ำยังเป็นการย้ำให้ Apple เห็นด้วยว่า การเข้ามาเป็นหนึ่งในกระแสตลาด Browser ยากมากๆ เพราะไม่มีใครอยากจะเปลี่ยนไปใช้ Browser อีกเจ้าทั้งๆ ตนก็มีทางเลือกที่ดังกว่าอยู่แล้ว
  4. ไม่มีใครชอบ Safari : ขนาดชาว Mac (และสาวก) ทั้งหลายเองนั้น ยังไม่มีใครชอบเจ้า Safari เลย แล้วจะดึงให้ผู้ใช้ Windows มาชอบได้อย่างไร น่าจะเอาเวลาไปพัฒนาให้ Safari เป็น Browser อันดับหนึ่งบน Mac ก่อนดีกว่า
  5. จะมีใครสนใจมัน? : "เรียบง่าย ใช้ง่าย เร็ว" นี่คือคำโฆษณาของ Safari ซึ่งจริงๆ แล้วไม่มีใครสนใจมันหรอก เพราะ Firefox ก็เป็นแบบนั้น Safari ไม่มีความสามารถอะไรที่เด่นชนะเจ้าอื่นๆ ในตลาด Windows ตอนนี้เลยด้วยซ้ำ

ทางผู้เขียนยังได้ให้ความเห็นไว้ว่า Safari อาจเป็นความพยายามของ Apple ที่ต้องการจะให้คนนิยมใช้จนติดใจในผลิตภัณฑ์ของ Apple จนย้ายมาใช้ Safari บน OS X แทน

ที่มา - OSNews