รวมรายการสินค้าลดล้างสต๊อก ปิดร้าน iStudio สาขา Digital Gateway ลดสูงสุด 70% !!

MacThai - 25 March 2015 - 08:20

หลังจากที่เป็นข่าวฮือฮาไปแล้วกับการประกาศปิดร้าน iStudio สาขา Digital Gateway ซึ่งเป็นสาขาที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในไทย ด้วยเหตุผลการหมดสัญญา และทางห้างเปลี่ยนไปทำแนวแฟชั่นแทน ทำให้มีการลดล้างสต๊อกสินค้าจำนวนมาก สูงสุด 70% !!

สำหรับรายการสินค้าที่ประกาศออกมานั้น มีดังนี้

สินค้าแอปเปิล MacBook, Mac Mini, iMac เน้นที่รุ่นปี 2014 หรือเครื่องตัวโชว์ ซึ่งราคา MacBook Air เริ่มที่ 21,900 บาท หรือ Mac Mini เริ่มที่ 9,500 บาทก็น่าสนใจทีเดียว

สำหรับ iPod ก็มีมาวางขายเช่นกัน แต่ที่น่าสนใจสุดน่าจะเป็น iPod Classic 120 GB ที่แอปเปิลหยุดผลิตไปแล้ว ถือเป็น Rare Item เลยทีเดียว ขายราคาเริ่มต้นเพียง 2,000 บาท

สินค้ากลุ่มสุดฮ็อตอย่าง iPhone, iPad ก็มีมาลดราคาเช่นกัน โดยส่วนใหญ่เป็นเครื่องเดโม หรือเครื่องที่มีตำหนิมีรอย (Cosmetic) ซึ่งอันนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตาดีได้ตาร้ายเสีย

แต่ที่น่าสนใจคือ iPhone 6 ราคาเริ่มแค่ 21,900 บาท, iPad mini เริ่มที่ 8,500 บาท, iPad 2 แค่ 2,000 บาทเท่านั้น

นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เสริม, สายชาร์จแบต, หูฟัง, ลำโพง, เคสกันรอย เรียกได้ว่ายกมาลดราคาล้างสต๊อกแบบถูกสุดๆ กันเลยทีเดียว โดยสินค้าทั้งหมดมีจำนวนจำกัด และลดถึงวันปิดร้าน 31 มีนาคมนี้เท่านั้น

ศัพท์ที่ควรรู้
– EOL = สินค้าใหม่ยังไม่แกะกล่องแต่ตกรุ่น
– Demo = สินค้าตัวโชว์
– Cosmetic = สินค้ามีตำหนิ

ที่มา – iStudio by Copperwired

Categories: Partners

ขยับใกล้มาอีกนิด เผยราคาเปิดตัว Galaxy S6 และ S6 Edge ในประเทศอินเดีย

MXPhone - 25 March 2015 - 08:15
ในช่วงนี้เรายังแอบส่องกล้องมองความเคลื่อนไหวจากรอบๆ ประเทศในภูมิภาคเอเชียอยู่อีกหนึ่งรายการ โดยขยับลงมาที่ตอนใต้ของทวีปในส่วนของประเทศอินเดีย เพราะ ล่าสุดทาง Samsung ก็เริ่มดำเนินการเปิดรับสั่งจอง Galaxy S6 และ Galaxy S6 Edge อย่างเป็นทางการ พร้อมเผยราคาซึ่งผู้ผลิตเกาหลีใต้จะทำตลาดแบบปูพรมครบเซตด้วยขนาดความจุ 32GB / 64GB และ 128GB...
Categories: Partners

แอบส่องราคาเปิดตัวเบาๆ หลัง Asus ส่ง Zenfone 2 ตะลุยแดนมังกรทั้งหมด 3 รุ่น

MXPhone - 25 March 2015 - 07:45
หลังจากเปิดตัวในเกาะไต้หวันครบทั้ง 5 รุ่นแล้ว โดยตัวแรงที่สุดของตระกูล Zenfone 2 จาก Asus เพิ่งเริ่มทำตลาดไปเมื่อวันจันทร์ที่ 23 ที่ผ่านมานี้ พวกเขาก็ไม่ชักช้าเริ่มกระจายสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศกันบ้างแล้ว โดยความคืบหน้าล่าสุดมาจากประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ที่ผู้ผลิตไต้หวันส่งไปประเดิมลุยตลาดด้วยกัน 3 รุ่น ก็น่าจะเป็นโอกาสอันดีที่แอบส่องทิศทางมาฝากกันเช้านี้ ว่ามีรุ่นย่อยอะไรและราคาเท่าไรกันบ้าง สำหรับ Zenfone...
Categories: Partners

ใจหาย !! iStudio สาขา Digital Gateway ประกาศปิดร้าน พร้อมลดล้างสต๊อกสูงสุด 70%

MacThai - 24 March 2015 - 19:57

น่าใจหายทีเดียว เมื่อร้าน iStudio สาขา Digital Gateway ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสาขาที่สวยที่สุดสาขาหนึ่งในไทย และเปิดมาตั้งแต่ปี 2009 ตอนนี้ได้ประกาศปิดตัวลงในวันที่ 31 มีนาคมนี้แล้ว

โดยทาง Copperwired ได้ประกาศว่า เนื่องจากทางห้าง Digital Gateway จะมีการปรับโฉมใหม่พร้อมเปลี่ยนตัวเองจากห้างไอทีเป็นแนวแฟชั่น รวมถึงทางร้านได้หมดสัญญาเช่ากับทางห้างแล้ว จึงประกาศปิดสาขา Digital Gateway ในสิ้นเดือนนี้

อย่างไรก็ดี ทางร้านจะจัดมหกรรมลดราคาล้างสต๊อกสูงสุดถึง 70% พร้อม iPhone, iPad, iPod ในราคาพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 25 – 31 มีนาคมนี้ ใครสนใจไปเยี่ยมชมกันได้

อ่านเพิ่ม -> รวมรายการสินค้าลดล้างสต๊อก ปิดร้าน iStudio สาขา Digital Gateway ลดสูงสุด 70% !! iPhone, iPad, iPod, Mac

ที่มา – iStudio by Copperwired

รูปจาก iStudio by Copperwired

Categories: Partners

เปิดวงเสวนาว่าด้วย “พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์” กับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

Thainetizen - 24 March 2015 - 15:31

หลักการ “ผู้ใดกล่าวอ้าง ผู้นั้นต้องพิสูจน์” ใช้ได้มากน้อยแค่ไหนกับพยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์? เคยสงสัยไหม ว่าถ้าโดนเจ้าหน้าที่ตำรวจยึดมือถือไป มือถือคุณจะผ่านมือใครบ้างจนกระทั่งถึงศาล? พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ เชื่อถือได้แค่ไหน? การแอบใส่ข้อมูลใหม่เข้าไปในอุปกรณ์ของเรา เหมือนกับการ “ยัดยาบ้า” หรือไม่? การหาพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ด้วยการ “ดักฟัง” ปัจจุบันตำรวจเขาทำกันอย่างไร? ชวนมาหาคำตอบกันในบันทึกวงเสวนาว่าด้วยพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์กับพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

(หมายเหตุ บทความนี้เป็นการสรุปย้อนหลังงานสัมมนาเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2558)

จุลศักดิ์ แก้วกาญจน์ นักวิจัยโครงการศึกษาเผยแพร่ความรู้ด้านนิติวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์

ใน “เวทีว่าด้วยการอภิบาลอินเทอร์เน็ตและการเตรียมตัวขององค์กรประชาสังคมในประเทศไทย” ณ มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2558 ได้มีการสัมมนาย่อยหัวข้อ “การใช้พยานหลักฐานดิจิทัลในกระบวนการยุติธรรม” ซึ่งมีผู้ร่วมสัมมนาได้แก่ จุลศักดิ์ แก้วกาญจน์ ผู้ช่วยนักวิชาการปฏิรูปกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) และนักวิจัยเรื่อง “พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์กับการดำเนินคดีตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550″, พ.ต.ท.สันติพัฒน์ พรหมะจุล กลุ่มงานสนับสนุนฯ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และพ.ต.ท.พัฒนะ ศุกรสุต สำนักเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยมีอาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองเน็ตเป็นผู้ดำเนินการสัมมนา

“เวทีว่าด้วยการอภิบาลอินเทอร์เน็ตและการเตรียมตัวขององค์กรประชาสังคมในประเทศไทย” ในครั้งนี้ร่วมจัดโดยมูลนิธิเอเชีย, สภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย, คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น, โครงการจัดการความรู้เพื่อขับเคลื่อนสังคมปลอดพนันภายใต้มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์, มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ, มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี, มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และองค์กรเครือข่าย

บรรยากาศงานสัมมนา “การใช้พยานหลักฐานดิจิทัลในกระบวนการยุติธรรม”

หลัก “fair trial” ในกรณีพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์

จุลศักดิ์ แก้วกาญจน์ นักวิจัยโครงการศึกษาเผยแพร่ความรู้ด้านนิติวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์กล่าวว่า ในการบังคับใช้พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เมื่อพิจารณาหลักการดำเนินคดีที่เป็นธรรม (fair trial) หรือการที่คู่คดีทั้งสองฝ่ายมีเครื่องมือในการสู้คดีที่เท่าเทียมกันนั้น การสำรวจเบื้องต้นพบว่า คดีที่เกี่ยวกับพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์จำนวนมาก จำเลยและทนายของจำเลยไม่มีเครื่องมือที่เพียงพอในการหักล้างพยานหลักฐานทางฝ่ายรัฐ การทำให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงทนายความของจำเลย ทราบถึงวิธีการแสวงหาและการตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของพยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์จึงเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยให้การดำเนินคดีเป็นไปตามหลักการดำเนินคดีที่เป็นธรรมมากขึ้น

ในจุดนี้ รศ.จันทจิรา เอี่ยมมยุรา อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในผู้ร่วมเสวนาให้ความเห็นว่า เรื่องการพิสูจน์พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ ประชาชนธรรมดาคงช่วยเหลือตัวเองได้ยาก ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น เช่น มีผู้แอบอ้างใช้เฟซบุ๊กของตนเพื่อไปทำการผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มีคำถามอยู่ว่า ภาระในการพิสูจน์ควรจะตกเป็นของใคร ซึ่งปกติแล้ว กฎหมายจะยึดหลักที่ว่า หากใครกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอันใด ผู้นั้นต้องเป็นผู้พิสูจน์ ในกรณีข้างต้น การที่ผู้ถูกกล่าวหาจะกล่าวอ้างข้อเท็จจริงว่า ตนไม่ได้เป็นผู้โพสต์แต่มีผู้อื่นเข้าไปในเฟซบุ๊กของตนแล้วโพสต์ข้อความนั้น ตามหลัก เจ้าของเฟซบุ๊กจะต้องเป็นผู้พิสูจน์เองว่ามีคนลักลอบเข้าไปในเฟซบุ๊กของตน ด้วยวิธีการใด

“คำถามก็คือว่า ในแง่การสร้างความเสมอภาคในการพิสูจน์พยานหลักฐาน หลักการที่ว่า ถ้าใครกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอันใด ผู้นั้นต้องเป็นผู้พิสูจน์ ใช้ในกรณีพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์มากน้อยแค่ไหน และควรมีข้อยกเว้นอย่างไร

“สมมติว่าดิฉันเป็นเจ้าของบัญชีเฟซบุ๊ก เราไม่สามารถเข้าไปดูในระบบ หรือไปพิสูจน์ในระบบ เราเป็นชาวบ้านธรรมดา เราไม่สามารถใช้กระบวนการนั้น เพื่อมาช่วยในการต่อสู้ของเรา กฎหมายจะมีสร้างข้อต่อรองให้กับชาวบ้านธรรมดาในการสู้ในเรื่องพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์มากน้อยแค่ไหน”

รศ.จันทจิรา เอี่ยมมยุรา อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ร่วมเสวนา

ในประเด็นนี้ รศ.จันทจิราเสนอว่า จะเป็นไปได้ไหมที่ในกรณีของพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ การพิสูจน์ความบริสุทธิ์จะใช้กลับทิศกับในกรณีพยานหลักฐานทั่วไป โดยในกรณีพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ เพียงแต่เราแสดงให้เห็นตามสมควรว่า มีความผิดปกติในระบบเกิดขึ้น เช่น เคยมี pop-up ขึ้นเตือนว่าเคยมีผู้เข้าบัญชีเฟซบุ๊กของเราจากที่อื่น และเกิดการกระทำความผิดผ่านบัญชีของเรา เพียงเท่านี้ และภาระในการพิสูจน์ที่เหลือจะเป็นของฝ่ายรัฐได้ไหม ที่จะต้องเป็นผู้พิสูจน์ว่าในระบบไม่มีความผิดปกติ และผู้กระทำผิดเป็นเราจริง

อาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล ผู้ดำเนินรายการได้กล่าวเสริมว่า “ในเฟซบุ๊ก เราสามารถเข้าไปดูได้ว่า ล็อกอินชื่อนี้ เคยเข้าระบบเวลาใด จากสถานที่ไหน ซึ่งเป็นข้อมูลที่เจ้าของบัญชีสามารถเข้าไปดูเองได้ สิ่งนี้จะสามารถถูกนำมาใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่ผู้ใช้ทั่วไปหยิบมาเป็นข้อต่อสู้ของตัวเองได้ไหม โดยที่ไม่ต้องมีข้อมูล raw file ของเฟซบุ๊ก หรือข้อมูลเทคนิคที่มากไปกว่านั้นที่ผู้ใช้ทั่วไปคงไม่สามารถเข้าถึงได้สะดวกนัก”

พ.ต.ท.สันติพัฒน์ พรหมะจุล กลุ่มงานสนับสนุนฯ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กล่าวในประเด็นนี้ว่า สำหรับเฟซบุ๊ก เวลาที่เราใช้จะมีร่องรอยปรากฎอยู่ในเครื่องของเรา ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถตรวจพบได้ แต่หากเมื่อผลตรวจออกมาแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาไม่เห็นด้วยกับผลตรวจ ก็มีสิทธิร้องขอให้มีการตรวจพิสูจน์ซ้ำ หรือขอให้หน่วยงานอื่นที่เป็นหน่วยงานกลางพิสูจน์ได้

อาทิตย์กล่าวเสริมว่า ทั้งนี้ นอกจากการใช้กฎหมายแล้ว มาตรการทางเทคโนโลยีก็เป็นอีกหนทางหนึ่งที่สามารถช่วยสร้างความเสมอภาคในการต่อสู้คดีได้ โดยมาตรการทางเทคโนโลยีสามารถช่วยสร้างพยานหลักฐานยืนยันตัวเราเอง ว่าเราเคยอยู่ตรงนี้ ในเวลานี้ และเป็นหลักฐานที่ตัวเราสามารถบริหารจัดการได้ สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองเวลาที่มีคดีเกิดขึ้น นอกจากนี้ ในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาไปมากขึ้น ผู้ใช้ก็อาจจะช่วยเหลือตนเองได้มากขึ้นและไม่ต้องพึ่งพาภาครัฐหรือผู้ให้บริการแต่อย่างเดียว

ขั้นตอนการจัดการกับพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์

“สมมติผมเป็นผู้ต้องสงสัยและโดนยึดมือถือไป มือถือผมจะไปอยู่ที่ไหนบ้างจนกระทั่งถึงศาล” ผู้ดำเนินรายการกล่าวถามในประเด็นเรื่องกระบวนการจัดการกับหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ที่หามาได้

พ.ต.ท.สันติพัฒน์กล่าวว่า สำหรับการยึดมือถือ สิ่งแรกที่ต้องทำคือต้องตัดการติดต่อสื่อสาร เช่น ตั้งค่าให้เป็นโหมดการบิน (flight mode) ต้องให้เจ้าของเครื่องต้องเซ็นรับทราบ สำหรับขั้นตอนการตรวจพิสูจน์ ผู้ที่ตรวจพิสูจน์ซึ่งจะไม่ใช่คนเดียวกับตำรวจที่ยึดมือถือมา จะตรวจพิสูจน์ตามที่ถูกร้องขอมาว่าต้องการให้หาอะไร เช่น หากต้องการหาข้อความหมิ่นประมาท ก็จะหาแต่ส่วนนั้น ผลตรวจจะออกมาเป็นรายงานเพื่อส่งให้พนักงานตำรวจดำเนินการต่อ เมื่อถึงขั้นตอนดังกล่าว หากเจ้าของอยากได้เครื่องคืนก็สามารถยื่นคำร้องได้ และเจ้าหน้าที่จะพิจารณาว่าสมควรคืนเครื่องให้หรือไม่ ซึ่งหากคืนเครื่อง เครื่องนั้นจะอยู่ในสภาพสมบูรณ์ สามารถนำไปใช้งานได้ต่อ สำหรับข้อมูลจากการตรวจ ก็จะไหลไปสู่ชั้นสอบสวน ถึงอัยการ และศาล

ซึ่งในเบื้องต้น ผู้ตรวจหลักฐานคือตำรวจ แต่หากผลตรวจออกมาแล้วจำเลยเห็นว่าไม่เป็นธรรม ก็อาจขอให้หน่วยงานอื่นตรวจได้ แต่ในบางกรณี เช่น ในกรณีที่โจทก์เป็นรัฐ ก็ไม่เหมาะสมที่จะให้ตำรวจเป็นผู้ตรวจ ศาลก็อาจให้เอกชนเป็นผู้ตรวจได้

พ.ต.ท.สันติพัฒน์ พรหมะจุล กลุ่มงานสนับสนุนฯ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

ทั้งนี้ จุลศักดิ์กล่าวว่า จากการสำรวจ ปัจจุบันประเทศไทยมีหน่วยงานของรัฐและเอกชนที่มีความสามารถในการอ่านหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์อยู่จำนวนหนึ่ง หน่วยงานหลักทางฝ่ายรัฐ ได้แก่ กระทรวงไอซีที กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ส่วนเอกชนมีบริษัทเอกชนที่รับอ่านหรือกู้ข้อมูล ซึ่งหากมีการอ่านพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ผ่านทางบริษัทเหล่านี้ ก็มีประเด็นว่าข้อมูลที่ได้จะมีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหนในชั้นศาล

“หน่วยงานเอกชนที่เป็นผู้ตรวจ จะมีความน่าเชื่อถือแค่ไหน ถ้าเราจะจ้างเขาแพงๆ ให้ตรวจออกมาอย่างที่เราต้องการได้ไหม” ผู้ดำเนินรายการถามต่อ

พ.ต.ท.สันติพัฒน์กล่าวว่า หากผลตรวจทั้ง 2 ครั้งออกมาตรงข้ามกัน ก็อาจมีการขอให้หน่วยงานที่ 3 เข้ามาเป็นผู้ตรวจได้ เช่นเดียวกับการตรวจศพ

สำหรับคำถามที่ว่า ในขั้นตอนการตรวจหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น คอมพิวเตอร์ หากเจ้าหน้าที่ต้องการตรวจหาหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับความผิดหนึ่งๆ แต่ไปพบไฟล์ที่เป็นความผิดอย่างอื่นด้วย จะสามารถเอาผิดกับเจ้าของคอมพิวเตอร์ในความผิดอย่างอื่นด้วยได้ไหม พ.ต.ท.พัฒนะ ศุกรสุต สำนักเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ตอบว่าสามารถทำได้ โดยอาศัยข้อยกเว้นตามพ.ร.บ.ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226/1

การนำพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นสู่ชั้นศาล

ในขั้นตอนการนำพยานหลักฐานขึ้นสู่ชั้นศาลนั้น พ.ต.ท.สันติพัฒน์อธิบายว่า ตำรวจในฐานะผู้รวบรวมพยานหลักฐาน จะรวบรวมพยานหลักฐานเป็นสำนวนเพื่อให้อัยการ และอาจมีการสอบปากคำผู้ตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ตรวจพิสูจน์อาจต้องขึ้นเป็นพยานในชั้นศาล ในฐานะพยานผู้เชี่ยวชาญด้วย รวมถึงจะต้องเป็นผู้ที่อธิบายให้ศาลฟัง ว่าข้อมูลตรวจได้มาอย่างไร ข้อมูลแต่ละจุดหมายความว่าอะไร

พ.ต.ท.พัฒนะกล่าวเสริมว่า ตำรวจจะรายงานไปตามข้อเท็จจริงที่พบ เช่น พบไฟล์อะไร อยู่ตำแหน่งไหน วันไหน ขนาดไฟล์ ตามมาด้วยการตีความและการวิเคราะห์ของเจ้าหน้าที่โดยวางบนข้อเท็จจริงดังกล่าว และนำเสนอเป็นรายงานให้ศาล แต่มักพบปัญหาว่า ศาลอ่านรายงานไม่เข้าใจ ในการนำข้อมูลต่อศาล จึงมักอธิบายให้ศาลฟังโดยใช้แผนภูมิรูปภาพประกอบด้วย

พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ เชื่อถือได้แค่ไหน

ผู้ร่วมเสวนาท่านหนึ่งถามถึงความเชื่อถือได้ของพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ว่า ตนเห็นว่าพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์น่าจะเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงง่าย “ในฐานะประชาชนธรรมดา ท่านเอาคอมพิวเตอร์เราไป เราจะรู้ได้ไงว่าท่านจะไม่เอาข้อมูลอื่นใส่เข้าไปเพื่อเอาผิดเรา”

ในประเด็นนี้ พ.ต.ท.สันติพัฒน์กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวไม่เหมือนกับ “การยัดยาบ้า” เนื่องจากคอมพิวเตอร์นั้น เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในระบบ ความเปลี่ยนแปลงนั้นจะถูกบันทึกไว้ในคุณสมบัติ (property) ของไฟล์ เช่น ไฟล์ใหม่ที่ใส่เข้ามานี้ถูกนำเข้าเมื่อใด ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถพิสูจน์ได้

ส่วนฮาร์ดดิสก์ การพิสูจน์ความน่าเชื่อถือของฮาร์ดดิสก์ที่เจ้าหน้าที่โคลนมาคือการเทียบค่า hatch ว่าฮาร์ดดิสก์ที่ตำรวจโคลนมามีค่า hatch ตรงกับค่าในฮาร์ดดิสก์ต้นฉบับของจำเลยหรือไม่

อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.สันติพัฒน์ย้ำว่า พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์เป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งเท่านั้น ในการระบุตัวผู้กระทำผิดอาจต้องใช้พยานหลักฐานอื่นประกอบด้วย

พ.ต.ท.พัฒนะกล่าวเสริมว่า พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ต้องมีมาตรฐาน อย่างแรกก็คือต้องไม่มีการเปลี่ยนแปลงในพยานหลักฐาน ตั้งแต่ขั้นตอนการเก็บจนกระทั่งถึงศาล เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องผ่านการอบรมมาโดยเฉพาะ รวมทั้งการปฏิบัติหน้าที่และการดำเนินการใดทั้งหมดจะต้องได้รับการจดบันทึกไว้ในเอกสารเพื่อให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ด้วย

พ.ต.ท.พัฒนะ ศุกรสุต สำนักเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ

ดักฟัง: อีกหนึ่งวิธีการหาพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์

สำหรับการดักรับข้อมูลการสื่อสาร ซึ่งเป็นวิธีการหาพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์อย่างหนึ่งนั้น ในร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งกำลังอยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาในขณะนี้ ระบุให้เจ้าหน้าที่สามารถดักรับข้อมูลการสื่อสารได้โดยไม่ต้องขอหมายศาล โดยหากร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านออกมาบังคับใช้จริง ก็จะทำให้การดักรับข้อมูล (โดยไม่ต้องผ่านการอนุญาตจากศาล) เป็นอีกหนึ่งวิธีในการแสวงหาพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ของตำรวจ

รศ.จันทจิรามีคำถามถึงประเด็นนี้ว่า หลักเกณฑ์ทั่วไปที่จะใช้ในการพิจารณาดักรับข้อมูลต้องมีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง

พ.ต.ท.สันติพัฒน์กล่าวว่า สำหรับร่างพ.ร.บ.มั่นคงไซเบอร์ฯ ต้องรอให้ร่างกฎหมายออกมาเป็นที่ชัดเจนก่อน จึงจะรู้ได้ว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถทำอะไรได้มากแค่ไหน

แต่หากเป็นในกรณีของการดักรับข้อมูลตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ต.ท.พัฒนะกล่าวว่า การใช้มาตรา 18(5)-(8) ของพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เพื่อเข้าถึงข้อมูลจะต้องขออำนาจศาลทั้งสิ้น ซึ่งส่วนใหญ่ ข้อมูลที่ขอศาลดักรับคือข้อมูลที่ไม่สามารถหาได้โดยวิธีการปกติ และเมื่อศาลไต่สวนอนุญาตแล้ว เจ้าหน้าที่ต้องส่งเอกสารชี้แจงต่อศาลอย่างละเอียดถึงวิธีการเข้าถึงข้อมูลต่างและรายละเอียดต่างๆ รวมทั้งต้องทำรายงานต่อศาลด้วย ตนคิดว่าในกรณีนี้ไม่น่าเป็นห่วงนัก

ด้านพ.ต.ท.สันติพัฒน์กล่าวด้วยว่า เจ้าหน้าที่จะไม่ดักรับข้อมูลทั้งระบบ เพราะข้อมูลมีจำนวนมาก และระบบไม่สามารถรองรับได้อยู่แล้ว แต่จะจำกัดไปเฉพาะบางจุด และในการดักรับจะไม่ไปรบกวนระบบ เพราะจะไม่ได้ใช้เทคนิค “man in the middle” (การดักรับข้อมูลโดยไปอยู่ตรงกลางระหว่างการสื่อสารระหว่างคนสองคน โดยที่คู่สนทนาทั้งสองไม่รู้)

การพิจารณาของศาล เป็นรายกรณีหรือพิจารณาเป็นสำรับ

รศ.จันทจิราถามต่อว่า เวลาที่เจ้าหน้าที่จะขอศาลดักรับข้อมูล การยื่นขอต่อศาลนั้นขอเป็นรายกรณี หรือยื่นขอทีเดียวหลายกรณีเป็นจำนวนมากพร้อมกัน รวมถึงการพิจารณาของศาลด้วย ว่าปกติแล้วศาลจะพิจารณาเป็นรายกรณี หรือพิจารณาหลายกรณีทีเดียวพร้อมกัน

พ.ต.ท.สันติพัฒน์ตอบว่า ในการขอและการอนุญาตของศาล จะอนุญาตเป็นรายกรณี และหากกรณีนั้นมีหลายจุดที่ต้องดักรับ ศาลจะให้เข้าไปดักรับเพียงจุดเดียวก่อน และต้องรายงานผลการดักรับด้วย หากต้องการดักรับที่จุดใหม่จะต้องยื่นขอต่อศาลอีกรอบหนึ่ง ซึ่งเป็นเช่นเดียวกับการให้ศาลพิจารณาปิดกั้นเว็บไซต์

ในจุดนี้ อาทิตย์ ผู้ดำเนินรายการได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชนเคยสำรวจพบว่า เคยมีการส่งคำร้องให้ปิดกั้นเว็บไซต์ครั้งหนึ่ง ที่ขอให้เปิดกั้น URL ถึง 4,000 URL พร้อมกัน ศาลอนุมัติคำร้องนั้นภายใน 1 วัน นำมาสู่คำถามว่าศาลได้พิจารณาทุกกรณีหรือไม่

พ.ต.ท.พัฒนะกล่าวว่า ตนเห็นว่าอาจเป็นไปได้ว่ากรณีดังกล่าวเป็นการแชร์เนื้อหาเดียวกันไปยังหลาย URL และเจ้าหน้าน่าจะได้อธิบายและสรุปให้ศาลฟังแล้วว่า หลาย URL มีเนื้อหาเดียวกัน

พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กฎหมายครอบจักรวาล

ในการสัมมนาครั้งนี้ จุลศักดิ์ได้กล่าวถึงปัญหาของพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ด้วยว่า จากการสำรวจสถิติของคดีที่เกี่ยวข้องกับพ.ร.บ.ฉบับนี้โดยอ้างอิงจากงานวิจัยหัวข้อ “ผลกระทบจากพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และนโยบายของรัฐกับสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น” โดยศูนย์ข้อมูลกฎหมายและคดีของโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ที่รวบรวมสถิติคดีเกี่ยวกับกฎหมายฉบับดังกล่าว ตั้งแต่หลังประกาศใช้กฎหมายในเดือน กรกฎาคม 2550 จนถึงปี 2554 พบว่า

คดีความตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ที่ขึ้นสู่ชั้นศาลแบ่งเป็น 2 แบบ คือ ความผิดต่อระบบ มีจำนวน 62 คดี ขณะที่ความผิดต่อเนื้อหา มีจำนวนมากถึง 215 คดี

จุลศักดิ์ตั้งข้อสังเกตต่อการบังคับใช้พ.ร.บ.ฉบับนี้ว่า ทั้งๆ ที่จุดประสงค์ที่แท้จริงของการมีกฎหมายฉบับนี้คือเพื่อปกป้องข้อมูลของบุคคลในระบบดิจิทัลเป็นสำคัญ หรือเน้นคุ้มครองระบบ แต่กลับมีการฟ้องคดีในส่วนความผิดต่อระบบค่อนข้างน้อย ขณะที่มีการฟ้องคดีเกี่ยวกับเนื้อหาค่อนข้างสูง ซึ่งอาจผนวกกับการเมืองในช่วงเวลาดังกล่าวมีความเข้มข้น โดยเฉพาะในช่วงปี 2552 และ 2553

ในส่วนนี้ พ.ต.ท.พัฒนะเห็นว่า เป็นเพราะกฎหมายใช้คำว่า ความผิด “เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์” จึงทำให้ความผิดที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ทั้งหมด ไม่ว่าจะมากหรือน้อย รวมไปถึงสมาร์ทโฟนและข้อมูลที่อยู่ในระบบทุกอย่างล้วนเกี่ยวข้องหมด ฐานความผิดของพ.ร.บ.นี้จึงกว้าง

ทางด้านพ.ต.ท.สันติพัฒน์กล่าวว่า แทบจะพูดได้ว่า แทบทุกคดีเกี่ยวพันกับคอมพิวเตอร์หมด รวมถึงคดีอย่างคดีฆาตกรรมด้วย “เพราะสิ่งแรกที่ต้องตรวจสอบเมื่อมีเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้นคืออุปกรณ์มือถือและโน้ตบุ๊ก”

กรณีศึกษา: คดี “อากง เอสเอ็มเอส”

วงสัมมนาได้หยิบยกกรณีศึกษาคดี “อากง เอสเอ็มเอส” ซึ่งเป็นคดีที่นายอำพล ตั้งนพกุล หรือ “อากง” ถูกกล่าวหาว่าส่งข้อความเอสเอ็มเอสมีเนื้อหาดูหมิ่นแสดงความอาฆาตมาร้ายต่อพระมหากษัตริย์รวม 4 ข้อความผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ซึ่งศาลได้ตัดสินว่าอำพลผิดจริงและให้ลงโทษจำคุก 20 ปี ขึ้นมาอภิปรายในเรื่องพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์

รศ.จันทจิรากล่าวถึงกรณีศึกษานี้ว่า คำพิพากษาของศาลในคดีดังกล่าว ค่อนข้างชัดเจนว่า มือถือเครื่องดังกล่าวเป็นมือถือที่ใช้ส่งข้อความ ซึ่งสามารถหาได้จากใช้นิติวิทยาศาสตร์ แต่คดีนี้มีความน่าสงสัยในเรื่องความเชื่อมโยงระหว่างผู้กระทำการกับอุปกรณ์ดังกล่าว

“มีพยานหลักฐานในศาลไหม ว่าอากงเป็นคนพิมพ์ข้อความเอสเอ็มเอสนั้น” รศ.จันทจิราถามขึ้น

พ.ต.ท.พัฒนะกล่าวว่า คดีดังกล่าวไม่มีประจักษ์พยานอยู่ด้วย อย่างไรก็ตาม หากเปิดดูคำพิพากษาของศาลฉบับเต็มจะเห็นว่า ศาลได้พิจารณาและชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์อย่างรอบด้านแล้ว และคำตัดสินดังกล่าวเป็นดุลยพินิจของศาลหลังจากที่ได้ชั่งน้ำหนักหลักฐานทั้งหมด

รศ.จันทจิรากล่าวต่อว่า ในเมื่อมีความไม่ชัดเจนดังกล่าว ประกอบกับพฤติการณ์แวดล้อมที่ว่า จำเลยเป็นชายแก่ที่ไม่เคยส่งเอสเอ็มเอสหรือไม่เคยโซเชียลมีเดียเป็นประจำ อยู่มาวันหนึ่งได้ส่งข้อความเอสเอ็มเอส 4 ข้อความออกไป จุดนี้มีข้อที่น่าสงสัย

“นี่คือคดีอาญา ซึ่งเมื่อไหร่ก็ตามที่มีความสงสัย ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้กับผู้ถูกกล่าวหา ถ้าดูพฤติการณ์แวดล้อม บุคคลคนนี้ ประมาณอย่างนี้… มันมีข้อสงสัย ศาลได้พิจารณาหรือไม่ ซึ่งอ่านแล้วไม่พบประเด็นนี้ในคำวินิจฉัยของศาล

“หาความเชื่อมโยงไม่ได้ ว่ามือถือค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นมือถือที่ใช้กระทำความผิด แต่คนที่กระทำความผิดไม่ชัดเจน ในสำนวนทั้งหมด ไม่สามารถยืนยันได้ว่า จะไม่มีทางเป็นคนอื่นได้เลย ประเด็นจึงกลับไปสู่หลักว่า เมื่อมีความสงสัย ต้องยกประโยชน์ให้กับคนที่ถูกสงสัย… เผอิญศาลไม่สงสัยใช่ไหม หรือมีอะไรที่ไม่ปรากฎในสำนวน ตรงนี้เป็นจุดที่อ่อนที่สุดในคำพิพากษานี้”

รศ.จันทจิรากล่าวว่า หากยึดตามคำพิพากษาข้างต้นของศาล เราก็อาจโดนคดีแบบอากงก็ได้หากเราเผลอวางมือถือทิ้งไว้ และมือถือของเราก็ไม่ใส่รหัสไว้ด้วย

รศ.จันทจิราเสนอความเห็นทิ้งท้ายไว้ว่า “ต่อไปถ้าเราจะเอาโทษจากเจ้าของมือถือหรือเจ้าของคอมพิวเตอร์ กฎหมายต้องเขียนให้ชัด แล้วเป็นความรับผิดชอบของเจ้าของอุปกรณ์ที่ต้องไปใส่รหัส หรือไปทำอะไรให้คนอื่นไม่สามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์ของเราได้ แต่ ณ วันนี้กฎหมายยังไม่ได้เขียนแบบนี้ การมีข้อสงสัยแบบนี้ โดยหลักแล้ว ศาลต้องไม่ลงโทษ”

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง สรุปการสัมมนาเวทีย่อยอื่นๆ ของ “เวทีว่าด้วยการอภิบาลอินเทอร์เน็ตและการเตรียมตัวขององค์กรประชาสังคมในประเทศไทย”

 

Categories: Partners

อินสตาแกรมออกแอพ Layout สำหรับทำภาพคอลลาจ

Thai App Update - 24 March 2015 - 10:35

เมื่อวานนี้อินสตาแกรมออกแอพ Layout แอพใหม่สำหรับทำภาพคอลลาจ (collage) สวยๆ ตัวแอพใช้งานง่ายและฟรี (ไม่ต้องมีบัญชีอินสตาแกรม) มีเลย์เอาท์และตัวเลือกปรับแต่งให้เลือกเยอะมาก เพิ่มภาพได้สูงสุด 9 ภาพ รวมทั้งยังสามารถค้นหาคนจากใบหน้าได้ด้วย

สามารถดาวน์โหลดแอพ Layout ได้แล้ววันนี้บน App Store ส่วนของแอนดรอยด์จะตามมาเร็วๆ นี้ครับ

Layout from Instagram
Preis: ฟรี

อินสตาแกรมออกแอพ Layout สำหรับทำภาพคอลลาจ เขียนโดย DobaKung ที่เว็บไซต์ Thai App Update

Categories: Partners

S6 และ S6 Edge ให้ลบบางแอพที่มากับเครื่องได้แล้ว

Thai App Update - 23 March 2015 - 13:46

ซัมซุงเคยบอกว่าจะทำให้ TouchWiz บนสมาร์ทโฟนรุ่นต่อๆ ไป “เบา” ลง ดูเหมือนใน Galaxy S6 และ S6 Edge จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้แล้ว เพราะเราสามารถลบแอพบางแอพที่มากับเครื่องได้

ทั้งนี้แอพบางตัวถึงจะลบไม่ได้ก็สามารถปิดการทำงาน (Disable) ได้แทน โดยแอพที่สามารถลบ/ปิดการทำงานได้ก็เช่น Calculator, S Health, S Voice, YouTube, Google, Voice Search, Gmail, Google+, แอพตระกูล Play ต่างๆ (รวมถึง Play Store) และแอพของไมโครซอฟท์ครับ

ที่มา: XDA Forums

S6 และ S6 Edge ให้ลบบางแอพที่มากับเครื่องได้แล้ว เขียนโดย DobaKung ที่เว็บไซต์ Thai App Update

Categories: Partners

ทีดีอาร์ไอ: เกณฑ์การประมูล “จะคำนึงถึงตัวเงินเพียงอย่างเดียวไม่ได้” เป็นความเข้าใจผิด

Thainetizen - 23 March 2015 - 13:17

ทีดีอาร์ไอชี้ เข้าใจเสียใหม่ การประมูล “โดยใช้เงินเป็นตัววัด” ไม่ได้ทำให้ผู้ใช้จ่ายแพงขึ้นและไม่ได้สวนทางกับประโยชน์สาธารณะ นักกฎหมายเอกชนชี้การตั้งหน่วยงานใหม่จำนวนมากเป็นภาระงบประมาณ ทั้งยังเขียนกฎหมายขัดวินัยการคลัง นักวิชาการกฎหมายระบุ ชุดร่างกฎหมายดิจิทัลขัดหลักรัฐธรรมนูญ 7 ข้อ ตัวแทนผู้บริโภคห่วงผลประโยชน์ทับซ้อน

การสัมมนา “กฎหมาย Digital Economy:ส่งเสริมหรือสวนทางการปฏิรูป” (19 มี.ค.58)

วันที่ 19 มี.ค.58 สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้จัดสัมมนาหัวข้อ “กฎหมาย Digital Economy: ส่งเสริมหรือสวนทางการปฏิรูป”  โดยมีวิทยากรร่วมเสวนาได้แก่ สมเกียรติ ตั้งกิจวาณิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ), นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.), ผศ.ปิยะบุตร บุญอร่ามเรือง อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและอนุกรรมาธิการปฏิรูปการพิจารณากฎหมายดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, กรรณิการ์ กิจติเวชกุล จากมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค, ธีรพล สุวรรณประทีป จากสำนักงานกฎหมายเบเคอร์แอนด์แม็คเค็นซี่ (Baker & Mckenzie), สุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติและผู้ร่างชุดกฎหมายเศรษฐกิจดิจิทัล, วสันต์ ภัยหลีกลี้ รองประธานกรรมาธิการปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ สปช. ดำเนินการเสวนาโดย สารี อ๋องสมหวัง ประธานกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค สปช.

เข้าใจเสียใหม่ ประมูลคลื่นไม่ได้ทำให้ผู้บริโภคจ่ายแพงขึ้น

สมเกียรติ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยกล่าวว่า ในอนาคตอันใกล้จะมีอุปกรณ์อัจฉริยะ (smart device) เกิดขึ้นจำนวนมาก หัวใจสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลจึงหนีไม่พ้นคลื่นความถี่ ที่จะต้องถูกจัดสรรอย่างเหมาะสมเพื่อรองรับอุปกรณ์เหล่านี้ ในทางกลับกัน หากการจัดสรรคลื่นความถี่ไม่เหมาะสม การปฏิรูปเศรษฐกิจดิจิทัลก็จะไม่เกิดขึ้น

โดยร่างกสทช.ฉบับปรับปรุงล่าสุดที่คณะกรรมการกฤษฎีกาเปิดเผยออกมา รวมทั้งร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังร่างกันอยู่ในขณะนี้ ล้วนตั้งอยู่บนฐานความเข้าใจที่ผิดเกี่ยวกับการประมูลคลื่นความถี่ทั้งสิ้น

สมเกียรติกล่าวว่า ความเข้าใจผิดดังกล่าวได้แก่ ความเข้าใจที่ว่า 1) การประมูลจะส่งผลให้ประชาชนต้องเสียค่าใช้จ่ายในการใช้บริการเพิ่มขึ้น 2) การประมูลโดยดูที่จำนวนเงินอย่างเดียว ไม่สอดคล้องกับประโยชน์สาธารณะ โดยจะเห็นได้จากข้อความในร่างมาตรา 8 ของร่างพ.ร.บ.กสทช.ฉบับล่าสุดของกฤษฎีกา ที่ระบุว่า “หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการประมูลต้องคำนึงถึงผลประโยชน์สาธารณะและประโยชน์ที่ผู้บริโภคจะได้รับ โดยจะคำนึงถึงจำนวนเงินที่เสนอให้แต่เพียงอย่างเดียวไม่ได้” 3) การประมูลขัดขวางการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม และการให้บริการอย่างทั่วถึง มีมาตรฐาน และมีคุณภาพ

ทำไมการประมูลจึงไม่ทำให้ผู้บริโภคต้องจ่ายแพงขึ้น

สมเกียรติกล่าวว่า เหตุที่การประมูลไม่ทำให้ผู้บริโภคต้องจ่ายค่าบริการราคาแพงขึ้น เป็นเพราะอัตราค่าบริการที่ผู้ประกอบการเก็บกับผู้บริโภคนั้นขึ้นอยู่กับหลักอุปสงค์และอุปทานในตลาด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับค่าประมูลคลื่นที่ผู้ประกอบการต้องจ่ายแต่อย่างใด

“สมมติท่านเป็นผู้ประกอบการเหมืองแร่และเข้าไปประมูลสัมปทานเหมืองทองคำ ถ้าท่านไปประมูลมาได้ถูก ได้แพง หรือได้ฟรี ท่านจะขายทองคำที่ขุดขึ้นมาในราคาเท่าไหร่ คำตอบก็ตรงไปตรงมา ท่านก็ขายในราคาตลาดโลก ซึ่งเกิดจากอุปสงค์และอุปทาน”

สมเกียรติได้ยกตัวอย่างสนับสนุนทฤษฎีดังกล่าวว่า ในการประมูลคลื่นความถี่ 3G ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการประมูลคลื่นได้ในราคาที่ถูกกว่าที่ควรจะเป็น แต่กลับเก็บค่าบริการจากผู้บริโภคในราคาแพงเกินจริง ขณะที่ในการประมูลทีวีดิจิทัล ค่าประมูลที่ได้มีมูลค่าสูงจากที่ประเมินไว้มาก ทว่าค่าโฆษณา (ค่าบริการ) ที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลเก็บจากบริษัทโฆษณากลับมีราคาถูก ขณะที่ฟรีทีวีซึ่งได้ค่าประมูลต่ำกว่าสามารถเก็บค่าโฆษณาได้สูงกว่าทีวีดิจิทัล ซึ่งเป็นไปตามหลักอุปสงค์อุปทานของทีวีดิจิทัลและฟรีทีวี

สมเกียรติกล่าวต่อว่า ในเมื่อการประมูลไม่ได้ทำให้ค่าบริการแพงขึ้น การเขียนบทบัญญัติทั้งในร่างรัฐธรรมนูญและในร่างพ.ร.บ.กสทช.ฉบับล่าสุด ที่ไม่ให้คำนึงถึงแต่เรื่องเงินแต่เพียงอย่างเดียวนั้น เป็นสิ่งที่ไม่มีเหตุผลทางวิชาการรองรับ

ทั้งนี้ จากที่คณะกรรมการเตรียมการด้านดิจิทัลฯ ได้อนุมัติให้กสทช.เดินหน้าจัดการ “ประมูล” คลื่น 4G เมื่อวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมานั้น สมเกียรติกล่าวในกรณีนี้ว่า คำว่า “ประมูล” ที่คณะกรรมการฯ ใช้ยังคลุมเครือ ว่าจะเป็นจัดสรรโดยวิธีใดกันแน่เมื่อดูจากร่างพ.ร.บ.กสทช.ฉบับล่าสุด

อนึ่ง เมื่อยึดจากตัวบทร่างกฎหมาย ร่างพ.ร.บ.กสทช.ฉบับล่าสุดไม่ได้ระบุชัดเจนว่าการจัดสรรคลื่นโทรคมนาคมจะให้ใช้วิธีการใด แต่ในสรุปสาระสำคัญของร่างกฎหมายที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกามีระบุไว้ว่า การจัดสรรคลื่นโทรคมนาคมเชิงพาณิชย์ ให้ทำโดยวิธีการประมูล “แต่หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการประมูลต้องคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะและประโยชน์ที่ผู้บริโภคจะได้รับ โดยจะคำนึงถึงจำนวนเงินที่เสนอให้แต่เพียงอย่างเดียวไม่ได้” (สรุปสาระสำคัญฯ ข้อ 4)

ส่วนข้อที่ว่าการประมูลจะไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์สาธารณะนั้น แท้จริงแล้ว กสทช.สามารถกำหนดในเงื่อนไขการประมูลได้ว่าต้องการให้บริการโทรคมนาคมหรือโทรทัศน์เชิงพาณิชย์มีลักษณะอย่างไร เช่น กำหนดความเร็วขั้นต่ำ 4G และกำหนดให้ผู้ชนะประมูลต้องทำตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัดเพื่อให้สอดคล้องกับผลประโยชน์สาธารณะและเพื่อประโยชน์ของผู้บริโภค

สอดคล้องกับ นพ.ประวิทย์ กรรมการกสทช.ที่ระบุว่า ร่างพ.ร.บ.กสทช.ไม่เข้าใจสาระสำคัญที่แท้จริงของการประมูล เนื่องจากเงินประมูลที่สูงเป็นตัวสะท้อนว่าผู้ชนะจะมีประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรคลื่นให้ได้ประโยชน์สูงสุด “กสทช.ไม่ได้อยากได้เงินสูง เพียงแต่เงินสูงเป็นตัวสะท้อนว่าผู้ประกอบการรายนั้นจะเอาทรัพยากรไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง ก็เลยให้เงินสูง” นพ.ประวิทย์กล่าว

ร่วมทุนกับเอกชนได้ แต่เอกชนฟ้องไม่ได้

ธีรพล จากสำนักงานกฎหมายเอกชน เบเคอร์แอนด์แม็คเค็นซี่ และ นพ.ประวิทย์กล่าวว่า การให้สำนักงานใหม่ที่จะตั้งขึ้นสามารถร่วมทุนกับเอกชนได้ แต่ทรัพย์สินของสำนักงานไม่อยู่ภายใต้การบังคับคดีนั้น จะทำให้เกิดปัญหาตามมา

ผศ.ปิยะบุตรกล่าวในประเด็นเดียวกันนี้ว่า การเขียนกฎหมายในลักษณะข้างต้น และการให้สำนักงานเหล่านี้ไม่ต้องนำรายได้ส่งเป็นเงินแผ่นดิน ทั้งๆ ที่เงินส่วนนี้เป็นเงินแผ่นดินนั้น ยังผิดหลักหลักวินัยการเงินการคลังอย่างร้ายแรง ทั้งที่หลักการดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญที่ถูกระบุอยู่ในรัฐธรรมนูญด้วย

ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับความเห็นของไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ ที่ปรึกษากฎหมายสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ที่ให้ความเห็นไว้ในงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการของคณะกรรมการกฤษฎีกา เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2558 ว่า การเขียนกฎหมายข้างต้นจะทำให้เมื่อมีปัญหาเอกชนจะไม่สามารถฟ้องหน่วยงานเหล่านี้ได้ ซึ่งจะส่งผลให้ไม่มีเอกชนรายใดอยากร่วมทุนด้วย

สำนักงานกฎหมายเอกชนระบุ ร่างกฎหมายมั่นคงไซเบอร์ฯ ทำเอกชนเสียความมั่นใจ

ธีรพลได้ให้ความเห็นต่อร่างกฎหมายเศรษฐกิจดิจิทัลต่อว่า การใช้เศรษฐกิจดิจิทัลเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจนั้นเหมาะสมแล้ว และการที่จะมีการวางแผนแม่บทเพื่อให้เห็นภาพรวมของการพัฒนาประเทศเป็นสิ่งที่ดี แต่ตนยังเห็นข้อที่น่าวิพากษ์วิจารณ์ของร่างกฎหมายชุดนี้ โดยเห็นว่า

  • การมีร่างพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับบริบทปัจจุบันซึ่งเป็นยุคของ Big Data และ Internet of Things ทว่าคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ปรากฎในร่างกฎหมายกลับไม่มีตัวแทนจากฝ่ายคุ้มครองผู้บริโภคหรือตัวแทนด้านสิทธิมนุษยชนเลย
  • ร่างกฎหมายดังกล่าวยังควรต้องมีการแยกระหว่างผู้ควบคุมข้อมูล (data controller) กับผู้ประมวลผลข้อมูล (data processor) ออกจากกันด้วย มิฉะนั้นจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการธุรกิจคลาวด์ (cloud) เนื่องจากผู้ประกอบการเหล่านี้เป็นเพียงบุคคลที่สาม ไม่ใช่เจ้าของกิจการที่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลโดยตรง
  • ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ฯ ให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐอย่างกว้างขวางทั้งในการเข้าถึงข้อมูลและการสั่งการเอกชนให้สามารถทำอะไรก็ได้ ทำให้ผู้ประกอบการที่มีข้อมูลทางธุรกิจหรือมีความลับทางการค้าเกิดความไม่มั่นใจ
  • ตามกฎหมายแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่จะมีอำนาจได้ต้องมีเหตุก่อน อาทิ เหตุว่าผู้ต้องสงสัยจะทำเรื่องที่มิชอบ (เว้นแต่ในกรณีเรื่องการกระทำผิดซึ่งหน้า) แต่เนื้อหาในางพ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ฯ ระบุให้พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้เลย โดยไม่ต้องมีเหตุ
  • ตามร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ฯ ข้อมูลที่เจ้าหน้าที่สามารถตรวจค้นได้ยังเป็นข้อมูลอะไรก็ได้ จะเป็นข้อมูลที่ไม่เกี่ยวกับเหตุก็ได้ด้วย ทั้งที่จริงควรมีการจำกัดขอบเขตการเข้าถึงข้อมูลไว้ เช่น หากต้องการหากข้อมูลที่เกี่ยวกับการโจมตีทางไซเบอร์ ก็ควรกำหนดว่าให้เข้าถึงข้อมูลส่วนที่เกี่ยวกับกับการโจมตีนี้เท่านั้น
  • ร่างกฎหมายเศรษฐกิจดิจิทัลชุดนี้ยังจะก่อให้เกิดภาระกับงบประมาณของประเทศ เนื่องจากร่างกฎหมายชุดนี้หลายฉบับกำหนดให้ต้องมีการตั้งสำนักงานขึ้นมาจำนวนมาก อันจะนำไปสู่การใช้งบประมาณที่มากขึ้นไปด้วย
  • ร่างกฎหมายชุดนี้ยังขาดการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น ภาคธุรกิจ
ผิดหลักรัฐธรรมนูญ 7 ข้อ

ผศ.ปิยะบุตรกล่าวว่า ร่างกฎหมายชุดนี้มีปัญหาไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญอย่างน้อย 7 ข้อด้วยกัน ได้แก่ เรื่อง 1.หลักธรรมาภิบาล 2.หลักวินัยการเงินการคลัง 3.หลักความเท่าเทียมกันและการไม่เลือกปฏิบัติ 4.หลักการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรม 5.หลักสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน 6.หลักการมีส่วนร่วมของประชาชน 7.หลักการปฏิรูปสื่อ

1.หลักธรรมาภิบาล

  • ในร่างกฎหมายทุกฉบับที่จะมีการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ ระบุให้หน่วยงานดังกล่าว ไม่เป็นส่วนราชการว่าด้วยกฎหมายระเบียบบริหารราชการแผ่นดินและไม่เป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณหรือกฎหมายอื่นๆ ซึ่งแปลได้ว่า ตัดอำนาจตรวจสอบของผู้ตรวจเงินแผ่นดินออกไป เหลือเพียงแต่ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เป็นผู้สอบบัญชี ทำให้หน่วยงานดังกล่าวมีความเป็นหน่วยงานรัฐน้อยลง แต่จะมีความคล้ายเอกชนมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันร่างกฎหมายทุกฉบับก็ให้หน่วยงานเหล่านี้ใช้อำนาจรัฐอย่างเต็มที่

“ถ้าหน่วยงานรัฐใช้อำนาจรัฐแต่ไม่ต้องถูกตรวจสอบก็อาจไม่ถูกต้องตามหลักธรรมาภิบาลนัก ธรรมาภิบาลแปลว่า ถ้าใช้อำนาจก็ต้องมีความรับผิดชอบ” ผศ.ปิยะบุตรกล่าว

สารี ผู้ดำเนินรายการกล่าวเสริมว่า การเขียนกฎหมายเช่นนี้เป็นสาเหตุของปัญหา “ลูกครึ่ง”

“เวลาใช้อำนาจ บอกว่าตัวเองเป็นรัฐ แต่เวลาจะเข้าไปตรวจสอบ จะบอกว่าตัวเองเป็นเอกชน เราจะทำอย่างไรดีกับปัญหาลูกครึ่งนี้”

  • เรื่ององค์ประกอบของคณะกรรมการดิจิทัลฯ แม้ว่าจะมีการจัดตัวแทนจากทีโอทีและกสท.ออกจากคณะกรรมการชุดใหญ่แล้ว แต่ในคณะกรรมการเฉพาะเรื่อง คุณสมบัติของคณะกรรมการยังไม่ได้มีบทบัญญัติที่ห้ามตัวแทนจากทีโอทีและกสท.เอาไว้

2.หลักวินัยการเงินการคลัง

  • ปัญหาอยู่ที่ ร่างกฎหมายระบุให้หน่วยงานที่จะจัดตั้งขึ้นสามารถร่วมทุนกับเอกชนได้โดยไม่ต้องผ่านกฎหมายที่ว่าด้วยการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน (พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556) อีกทั้งรายได้ยังไม่ต้องนำส่งเป็นเงินแผ่นทั้งๆ ที่เงินส่วนนี้เป็นเงินแผ่นดิน

3.หลักความเท่าเทียมกันและการไม่เลือกปฏิบัติ

  • ร่างกฎหมายทุกฉบับให้อำนาจเจ้าหน้าที่แต่กลับยกเว้นการรับผิดของเจ้าหน้าที่ไว้ หากเจ้าหน้าที่ “ทำงานไปโดยสุจริต” ซึ่งจะเป็นการผลักภาระในการพิสูจน์ความสุจริตไปให้ผู้อื่น อีกทั้งความสุจริตของเจ้าหน้าที่เป็นสิ่งที่ยากแก่การพิสูจน์ได้
  • เรื่องเงินชดเชยการคืนคลื่นความถี่ ไม่มีการกำหนดหลักเกณฑ์การเวนคืนคลื่นหรือหลักเกณฑ์การกำหนดค่าชดเชย

4.หลักการแข่งขันเสรีและเป็นธรรม

  • ไม่มีการแบ่งแยกระหว่างผู้กำหนดนโยบายและผู้กำกับดูแลออกจากกัน โดยจากร่างมาตรา 5 ของพ.ร.บ.กสทช.ฉบับล่าสุด กำหนดให้คณะกรรมการดิจิทัลฯ มีอำนาจในการชี้ขาดในการตัดสินลงโทษหากมีผู้ฟ้องว่ากสทช.ไม่ทำตามนโยบายที่คณะกรรมการดิจิทัลฯ ได้ให้ไว้ การที่คณะกรรมการดิจิทัลฯ มีสิทธิชี้ขาดเช่นนี้จะทำลายความเป็นอิสระของกสทช.

5.สิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน

  • ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ฯ รวมทั้งร่างกฎหมายฉบับอื่นๆ ให้อำนาจเจ้าหน้าที่อย่างไร้ขอบเขต และไม่มีกลไกปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน
  • ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ยังขาดหลักการขอความยินยอมในขั้นตอนเก็บข้อมูล (อย่างไรก็ตาม ล่าสุด คณะกรรมการกฤษฎีกาจะออกมาระบุว่าในร่างกฎหมายฉบับใหม่ได้มีการแก้ไขเรื่องนี้แล้ว)

6.หลักการมีส่วนร่วม

  • ร่างกฎหมายชุดดังกล่าวขาดการมีส่วนร่วมจากประชาชน โดยเฉพาะร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ฯ นั้น รัฐไม่สามารถทำเรื่องนี้ได้โดยลำพัง แต่ต้องทำงานร่วมกับเอกชนด้วย
  • การร่างกฎหมายยังไม่มีการประเมินผลกระทบของกฎระเบียบ (Regulatory Impact Assessment – RIA) ก่อนด้วย

7.หลักการปฎิรูปสื่อ

  • แนวทางการปฏิรูปสื่อนั้น เพื่อต้องการเพิ่มการเข้าถึงคลื่นความถี่ของเอกชนและประชาชน แต่ร่างกฎหมายกสทช.ออกมาในทางกลับกัน โดยจะเน้นให้รัฐเป็นฝ่ายถือครองคลื่นมากขึ้น
ห่วงผลประโยชน์ทับซ้อน

กรรณิการ์ กิจติเวชกุล จากมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคกล่าวว่า ชุดร่างกฎหมายนี้มีประเด็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ทั้งระบุด้วยว่าใจความสำคัญของการออกร่างกฎหมายชุดนี้ไม่ใช่เพื่อเศรษฐกิจดิจิทัล แต่เป็นเรื่องของการก่อตั้งหน่วยงานใหม่ เห็นได้จากการที่กฎหมาย 3 ฉบับแรก (ปัจจุบันรวมเป็นร่างกฎหมายฉบับเดียวในชื่อ “ร่างพ.ร.บ.การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ….”) ที่เน้นเรื่องการตั้งหน่วยงานั้นถูกเร่งรัดออกมาก่อน นอกจากนี้ ผู้อำนวยการของหน่วยงานดังกล่าวยังไม่มีวาระดำรงตำแหน่งได้ด้วย ซึ่งกรรณิการ์ตั้งข้อสังเกตว่า การเขียนกฎหมายเช่นนี้มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่

ส่วนการจัดสรรคลื่นความถี่ในร่างพ.ร.บ.กสทช.ที่ระบุให้การจัดสรรคลื่นต้องคำนึงถึงบริการสาธารณะและเพื่อประชาชนนั้น หมายความวา การจัดสรรคลื่นก็ต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนด้วย ไม่ใช่การพยายามคงคลื่นอยู่ในมือหน่วยงานราชการโดยที่อ้างว่าเพื่อบริการสาธารณะ เพราะมีหน่วยงานราชการหลายหน่วยงานที่มีผลประโยชน์ขัดแย้งกับประชาชน

สพธอ.เห็นด้วย วิธีการประมูล 4G ต้องชัดเจน

สุรางคณา ผอ.สพธอ.และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมร่างชุดกฎหมายนี้กล่าวว่า เห็นด้วยว่ากลไกการประมูล 4G ต้องมีความชัดเจน และเห็นด้วยว่าควรต้องมีการเพิ่มตัวแทนจากผู้บริโภคเข้าไปอยู่ในคณะกรรมการดิจิทัลฯ

ส่วนร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ฯ จะต้องมีการแก้ไขอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายไม่ได้ตั้งใจจะให้อำนาจเจ้าหน้าที่อย่างไม่มีขอบเขต เพราะจะต้องมีการกำหนดแนวปฏิบัติในการทำงานอยู่แล้ว

ส่วนคำถามที่ว่าหน่วยงานที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่จะไม่อยู่ภายใต้บังคับคดีนั้น ที่จริงแล้วหน่วยงานเหล่านี้มีกฎหมายอื่นๆ ที่ไม่ใช่กฎหมายหลักคอยกำกับอยู่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง บทความที่เกี่ยวข้อง
Categories: Partners

“แอพประหยัดแบตฯ” จำเป็นหรือไม่

Thai App Update - 23 March 2015 - 13:17

คนรู้จักของผมส่วนใหญ่ที่ใช้แอนดรอยด์มักจะดาวน์โหลดแอพประหยัดแบตเตอรี่มาไว้ในเครื่องกัน (ผมก็เคย) แต่แอพพวกนี้มันจำเป็นจริงๆ เหรอ? วันนี้ผมจะมาไขข้อข้องใจให้ได้ทราบกันนะครับ

การทำงานของแอพ

ก่อนอื่นเลยผมจะขอแยกแอพประหยัดแบตฯ ออกเป็น 2 ประเภทดังนี้ครับ

  1. แอพที่ประหยัดแบตฯ ได้จริง
  2. แอพที่เหมือนจะประหยัดแบตฯ ได้

จริงๆ แล้วแอพประหยัดแบตฯ มันก็ไม่ได้มีแค่สองประเภทนี้นะครับ แต่เพื่อให้เห็นชัดเจนขึ้น ผมเลยแบ่งง่ายๆ ออกมาเป็นสองประเภทเท่านี้พอ ดังนั้นเรามาดูการทำงานของแอพทั้งสองประเภทนี้กันดีกว่า

1. แอพที่ประหยัดแบตฯ ได้จริง

แอพประเภทนี้ ส่วนใหญ่แล้วจะทำหน้าที่ ‘Kill’ หรือก็คือ ‘ปิด’ การทำงานของแอพและบริการบางตัวที่ทำงานอยู่ในพื้นหลังของระบบตลอดเวลา ทำให้แอพเหล่านั้นหยุดทำงานไปเมื่อเราปิดแอพ และจะไม่ทำงานอยู่เบื้องหลังอีก ซึ่งแม้ว่าฟังดูเหมือนจะดี แต่มันก็เป็นดาบสองคมตรงที่ว่า แอพและบริการบางตัวมันจะ รีสตาร์ท ตัวเองขึ้นมาใหม่ ก็เหมือนหลอดไฟครับ ยิ่งเปิดๆ ปิดๆ มันก็ยิ่งเปลืองไฟ

2. แอพที่เหมือนจะประหยัดแบตฯ ได้

แอพประเภทนี้สามารถหาได้ง่ายมากครับ (เกลื่อน Play Store เลยก็ว่าได้) โดยส่วนใหญ่แล้ว แอพพวกนี้จะมาพร้อมกับฟีเจอร์ชนิดที่เรียกว่า “ลอกกันมา” เลยก็ว่าได้ คือในหน้าหลักก็จะมีปุ่มประหยัดแบตเตอรี่ที่ทำหน้าที่ปิดแอพและบริการพื้นหลังเหมือนกับในแบบแรกครับ แล้วมันต่างกันยังไงล่ะ?

มันต่างกันก็ตรงที่แอพเหล่านี้จะมีฟีเจอร์เพิ่มมาอีกเยอะมากจนเกินความจำเป็น และฟีเจอร์เหล่านั้นก็จะย้อนกลับมาสูบแบตฯ เพิ่มซะเองนี่สิ เช่น การเพิ่มสถานะแบตเตอรี่ในแถบการแจ้งเตือน และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งอย่าลืมนะครับว่าถ้ามันแสดงสถานะได้ตลอดเวลา หรือมีฟีเจอร์อัตโนมัติต่างๆ นานา แสดงว่ามันต้องทำงานตลอดเวลาครับ ดังนั้นตรงนี้คือจุดที่เปลืองแบตฯ

แบบไหนดีกว่า

ถ้าถามมาอย่างนี้แล้วก็จะเห็นได้ว่าแบบแรกนั้นดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด เพราะไม่มีลูกเล่นอะไรมากมายครับ มันมีหน้าที่เดียวคือการปิดการทำงานของแอพและบริการพื้นหลัง

สรุปแล้วจำเป็นมั้ย

อธิบายกันมายืดยาวแล้ว ผมขอสรุปเลยแล้วกันว่าแอพประหยัดแบตฯ นั้น ไม่มีความจำเป็น จะต้องติดตั้งครับ แต่ก็ไม่ใช่ว่ามันไม่ดี เพียงแต่หากเราเลือกแอพที่ถูกต้อง สามารถประหยัดแบตฯ ได้จริงก็จะช่วยยืดชั่วโมงการใช้งานแบตเตอรี่ได้ แต่หากเลือกอันที่มีลูกเล่นเยอะก็จะไม่เห็นความแตกต่างครับ

อย่างไรก็ตาม แม้จะลงแอพที่ประหยัดแบตฯ ได้จริงแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเห็นความแตกต่างเยอะ เพราะแอพและบริการที่ทำงานอยู่ในพื้นหลังต่างก็ถูกออกแบบมาให้กินไฟน้อยมากอยู่แล้ว จะมีก็เพียงบางตัวที่กินไฟเยอะกว่าเพื่อน เช่นบริการที่อิงตำแหน่งเป็นต้น (ที่เห็นได้ชัดนี่ Google Now โดนไปเต็มๆ ครับ)

ใครที่ยังสงสัย ลังเลอยู่ว่ามันจำเป็นสำหรับเครื่องของเราจริงหรือเปล่า ผมแนะนำให้ดาวน์โหลดแอพ Greenify มาลองใช้ดูครับ หากไม่พบความแตกต่าง ก็แสดงว่าเครื่องคุณไม่จำเป็นต้องใช้ แต่หากพบความแตกต่างที่เราเห็นว่าโอเค ก็แนะนำให้ใช้ต่อไปครับ

“แอพประหยัดแบตฯ” จำเป็นหรือไม่ เขียนโดย DobaKung ที่เว็บไซต์ Thai App Update

Categories: Partners

Sakanaction วางจำหน่ายอัลบั้มในรูปแบบความละเอียดสูงแล้ว

ReV - 19 March 2015 - 09:34

สำหรับนักฟังเพลงญี่ปุ่น น่าจะเคยฟังหรือได้ยินเพลงร็อคแนว ๆ จากวงชื่อแปลก ๆ จากซัปโปโรอย่าง sakanaction ที่มีชื่อเสียงขนาดได้ขึ้นเวทีงานคอนเสิร์ตขาว – แดงของ NHK มาแล้วในปี 2013

ตอนนี้ทางวงได้นำออกอัลบั้มที่เคยวางจำหน่ายไปแล้ว 6 อัลบั้ม มาขายใหม่ในรูปแบบความละเอียดสูงแล้วครับ

(more…)

Categories: Partners

FitEar ยกเลิกสต๊อกหูฟัง UIEM ใช้ระบบสั่งทำรายตัวแทน

ReV - 17 March 2015 - 09:25

FitEar ผู้ผลิตหูฟังแบบสอดหูชื่อดังจากญี่ปุ่น ที่ขึ้นชื่อในเรื่องเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ งานประกอบอันประณีตตามแบบญี่ปุ่น และเป็นหูฟังที่ใช้งานโดยศิลปินชื่อดัง ๆ ของญี่ปุ่น ได้ประกาศว่าจะหยุดสต๊อกหูฟังในกลุ่ม universal หรือ UIEM ให้กับร้านค้าต่าง ๆ แล้วครับ

(more…)

Categories: Partners

Nishino Kana วางจำหน่ายอัลบั้มในรูปแบบความละเอียดสูงแล้ว

ReV - 16 March 2015 - 09:26

ถ้าพูดถึงศิลปินญี่ปุ่นหญิงที่มีทั้งฝีมือในการร้องเพลงและน้ำเสียงอันไพเราะในช่วงนี้ หนึ่งในนั้นก็น่าจะมี “คานะยัน” หรือ Nishino Kana นักร้องนักแต่งเพลงแนว J-Pop และ R&B ด้วยอย่างแน่นอน

ในที่สุด Sony Music ต้นสังกัดของคานะยันก็ได้นำผลงานอัลบั้มทั้ง 5 ของเธอ มาวางขายใหม่ในรูปแบบความละเอียดสูงแล้วครับ

(more…)

Categories: Partners

รีวิว Sony Walkman ZX2 การกลับมาสู่วงการ Hi-end แบบเต็มขั้น

ReV - 13 March 2015 - 11:51

หลังจากที่ Sony ได้ประสบความสำเร็จกับเครื่องเล่นไฟล์เพลงความละเอียดสูงแบบพกพาในกลุ่มผู้ใช้ทั่วไปและผู้ที่รักในเสียงเพลงมาแล้ว ก็ถึงเวลาที่ Sony จะกลับไปยังกลุ่มผู้ใช้ระดับสูงที่ไม่ได้ไปโฟกัสมานานกันสักที

วันนี้เราขอนำเครื่องเล่นเพลง Walkman ZX2 ที่ Sony ได้หมายมั่นปั้นมือที่จะเข้ามาตีลูกค้ากลุ่มนี้มารีวิวให้อ่านกันครับ

(more…)

Categories: Partners

Huawei Big Blogger Party : Fun Hack Fun Play Day

Noob.in.th - 22 December 2014 - 22:06

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทางทีมงานกากคลับ ได้รับเชิญไปงาน Huawei Big Blogger Party : Fun Hack Fun Play Day ดูจากชื่อหัวเหว่ยก็คงคิดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์มือถือ แล้วเกี่ยวอะไรกับเกม หรือว่าหัวเหว่ยจะทำคอนโซลกันแน่? (เอUะ หรือจะทำแอนตี้ไวรัส อันนี้ก็คิดกันไปต่างๆ นานา)

ตอนแรกเราก็สงสัยอยู่เหมือนกัน จนเมื่อไปถึงงานแล้วก็ถึงบางอ้อครับ เพราะธีมของงานนี้คือ การนำเสนออุปกรณ์รุ่นใหม่ของหัวเหว่ยทั้ง โทรศัพท์มือถือ และแท็บเล็ต หลายรุ่นที่เป็นเรือธงของปีหน้าที่มีความแรงและเร็วเหมาะกับการเล่นเกมบนแอนดรอยด์นั่นเอง สถานที่จัดงานยังสบายซะจนคิดว่าถ้าไม่มีอะไรให้ว้าว อาจจะงีบหลับไปกับที่นั่งของโรง Enigma cinema ใน Siam Paragon โรงหนังที่แพงที่สุดในไทยแน่นอน (รวมถึงมีน้องๆ พริตตี้ที่แต่งตัวเป็นตัวการ์ตูนผมสีๆ คอยให้ข้อมูลอุปกรณ์ใหม่ๆ ของหัวเว่ยที่หน้างาน ทำให้ทีมกากคลับเสียวขวัญเล็กน้อยเพราะกลัวผู้หญิงที่แต่งตัวผิดธรรมชาติ 555)

ทันทีที่เริ่มงาน ทางผู้บริหารของหัวเว่ยประเทศไทย ก็ออกมาพูดถึงวิสัยทัศน์และทิศทางของหัวเว่ยในช่วงปีที่ผ่านมาและในอนาคต ซึ่งกล่าวสรุปได้ว่า

  • จากรายงานของการ์ทเนอร์ ในตลาดโลกขณะนี้หัวเว่ยเป็นเบอร์ 3 (5.3%) รองจาก ซัมซุง (4%) และแอปเปิ้ล (12.7%) ซึ่งถ้านับเฉพาะแอนดรอยด์ หัวเหว่ยจะถือว่าเป็น “Global Top 2 Android Smartphone”
  • หัวเหว่ยมีแผนก R&D ขนาดใหญ่อยู่ทั่วโลก และถือครองสิทธิบัตรอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะเทคโนโลยีในอนาคตอย่าง LTE Advanced ที่หัวเหว่ยสามารถใช้เป็นเครื่องมือเพื่อทำให้ตัวเองขึ้นมาอยู่ในกลุ่มแนวหน้าได้
  • ถึงแม้ชิปเซ็ตของหัวเหว่ยจะไม่เป็นที่รู้จักนัก (Kirin) แต่ก็เป็นชิปที่มีการพัฒนาเป็นลำดับแรกๆ เช่น Kirin 920 ที่เป็นชิปเซ็ต LTE Cat6 แบบ 8 คอร์ตัวแรก และปีหน้าก็เตรียมออก Kirin 930 ฟังสเปคแรงขนาดนี้แอดมินฟังแล้วอยากขี่ไปเชียงใหม่เลยทีเดียว
  • ในยุคอนาล็อกโมโตโรล่าเคยเป็นอันดับหนึ่ง, พอมายุคดิจิตอลโนเกียก็ขึ้นแท่น ถึงยุค 3G ก็กลายเป็นซัมซุงและแอปเปิ้ล แล้วอนาคต 4G จะมีใครจะขึ้นมาแทน?

หลังจากนั้นเป็นการแนะนำมือถือตัวธงของหัวเหว่ย ซึ่งก็คือ Mate 7 โดยสเปคคร่าวๆ คือ

  • Octa Core (big.LITTLE 4+4 คอร์) / GPU Mali-T628 MP4
  • หน้าจอ 6 นิ้ว Full HD / กล้องหน้า 5MP / กล้องหลัง 13MP
  • แรม 2 GB / พื้นที่ 16 GB
  • รองรับ 4G LTE / แบตเตอรี่ 4100mAh

 

ดูจากสเปคแล้ว มือถือเครื่องนี้ คงจะเล่นเกมบนแอนดรอยด์ได้ลื่นมากๆ ลบคำสบประมาทว่าแอนดรอยด์เอาเกมอะไรมาเล่นก็กระตุกเป็นพาร์กินสันไปได้เลยนะเนี่ย หลังจากเปิดตัวมือถือที่แรงปรู๊ดกันไปแล้ว ก็กลับมาเข้าเรื่องเกมกันต่อ กับท่านนายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย ซึ่งมีเรื่องมาเล่าให้ฟังถึงความเป็นไปได้ และเทรนด์ใหม่ๆ ในตลาดเกมที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง ดังนี้

  • เกมบนมือถือจะเป็นแนวฮาร์ดคอร์มากขึ้น (คือกินทรัพยากรมากขึ้น กราฟฟิกสวยงามขึ้น) ไม่เหมือนเกมมือถือสมัยก่อน เพราะสเปคของเครื่องที่สูงขึ้นมากกว่าแต่ก่อน รวมทั้งหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น
  • มีเกมไทยหลายเกมสามารถขายในตลาดโลกได้ เช่น Unblock Me, Candymeleon, Thapster และ So Many Me ที่กำลังจะลงแพลตฟอร์มมือถือเร็วๆ นี้
  • มีแนวโน้มว่าคนจ่ายเงินให้เกมมากขึ้น โมเดลเกมมักจะเป็นแบบ freemium (เล่นฟรี จ่ายเงินซื้อความสามารถพิเศษ)
  • ในต่างประเทศ เริ่มมีเกมที่ใช้เทคโนโลยี Virtual Reality (เช่น Oculus Rift) แล้ว

และเพื่อเป็นการให้เข้ากับธีมเกม ทางผู้จัดงานจึงได้เชิญเน็ตไอดอล น้องพลอยฝน ที่ไม่เคยเล่นเกมมาก่อนมาร่วมเล่นเกมกับผู้โชคดีสามท่าน เพื่อชิงรางวัลโทรศัพท์มือถือ Mate 7 โดยการเล่นเกม จะเป็นการเล่น Fruit Ninja บน Mate 7 ที่ต่อสาย MHL กับระบบฉายของโรงหนัง เรียกได้ว่า เป็นการเล่นเกมโชว์กันบนจอยักษ์เลยทีเดียว ซึ่ง Mate 7 ก็ทำหน้าที่ได้ดี สมกับเป็นมือถือเรือธงของค่ายครับ

ถัดจากนั้นการแสดงโชว์ร่ายรำประกอบลีลาของกลุ่มคอสเพลย์ AKB0048 ให้เหมาะกับกลุ่มเกมเมอร์โอตาคุ และแจกรางวัล lucky draw ซึ่งโอกาสนี้กากคลับก็มีโชคได้มือถือหัวเว่ยมาทดลองใช้สองเครื่อง คือ Huawei Honor 3C Lite และ Y520 มาเล่นกัน

และปิดท้ายงาน ด้วยมินิคอนเสิร์ตของเนโกะจัมพ์ นักร้องขวัญใจวัยรุ่นที่ไปดังถึงญี่ปุ่นมาแสดงปิดงานครับผม โดยรวมแล้วสำหรับงานหัวเหว่ยในครั้งนี้นอกจากจะได้เปิดประสบการณ์ของทิศทางตลาดเกมของไทย และตลาดโลกในปีนี้แล้ว ยังได้พบว่าแบรนด์เอเชียของเราที่นอกเหนือจากของญี่ปุ่น เกาหลีแล้ว ยังมีจีนที่เป็นหัวเรือใหญ่บุกตลาดโลกด้วยมือถือนี่ทีมีคุณสมบัติระดับ Hi-end ในราคาที่จับต้องได้มาให้เราได้สัมผัสกันแบบไม่ต้องหักมาม่ากินซองละสามมื้ออีกต่อไป

 

Categories: Partners

งาน #wpdevnight ครั้งที่ 3

WordPress.in.th - 30 October 2012 - 09:47

WordPress Developer Night (#wpdevnight) เกิดจากแนวคิดอยากจัดงาน WordPress แบบกลุ่มย่อย โดยเน้นไปที่คนทำเว็บ

คำว่า Developer หมายถึงนักพัฒนา ซึ่งครอบคลุมทั้งคนออกแบบและสร้างธีม (Theme Designer & Developer), คนทำปลั๊กอิน (Plugin Developer) หรือรวมถึงคนทำเว็บ (Web Developer) ที่สนใจจะใช้ WordPress เป็นระบบจัดการข้อมูล (CMS)

งานนี้ไม่ได้เน้นว่าต้องเก่งกาจอะไร แต่จะมีการกล่าวถึงด้านเทคนิคอยู่บ้าง เช่น การอ้างถึงโค้ด HTML, CSS, PHP, การใช้ FTP ฯลฯ ดังนั้นหากไม่รู้จักที่กล่าวมาเลย ก็อาจจะมาแล้วงงเปล่า

ซึ่งงานในครั้งนี้ จะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน เวลา 18:00-24:00 น. ให้สมกับการเป็น Developer Night จริง ๆ

แต่เนื่องด้วยสถานที่ อาจจะไม่เอื้ออำนวยให้รับรองคนได้จำนวนมาก จีงต้องมีการจำกัดคนใช้งาน โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนในวันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน เวลา 12:34 น.

ส่วนที่จัดงานนั้น ได้การสนับสนุนจาก Pronto ตาม Map เลยนะครับ

รายละเอียดเพิ่มเติมยังไง เข้าไปดูได้ที่ WordPress Developer Night ลงทะเบียนก็ที่เว็บนั้นเช่นกัน

Categories: Partners

Software Assessment Tool : Intel Concurrency Checker : Demo

SWPark Knowhow - 19 August 2010 - 12:06

You are missing some Flash content that should appear here! Perhaps your browser cannot display it, or maybe it did not initialise correctly.

swfobject.embedSWF("http://knowhow.swpark.org/modules/swftools/shared/flash_media_player/player.swf", "swfobject2-id-12845311661", "400", "320", "7", "", { "width": "400", "height": "320", "file": "http://knowhow.swpark.org/sites/default/files/flash/ICC_DemoClip2.flv" }, { "swliveconnect": "default", "play": "false", "loop": "false", "menu": "true", "quality": "autohigh", "scale": "showall", "align": "default", "salign": "tl", "wmode": "opaque", "bgcolor": "#FFFFFF", "version": "7", "allowfullscreen": "true", "allowscriptaccess": "sameDomain", "base": "http://knowhow.swpark.org/sites/default/files/", "src": "http://knowhow.swpark.org/modules/swftools/shared/flash_media_player/player.swf", "width": "400", "height": "320" }, { "id": "swf12845311661" });

Software Assessment Tool : Intel Concurrency Checker 2

preview: 

Click here to view Flash content.

Categories: Partners

Software Assessment Tool : Intel Concurrency Checker

SWPark Knowhow - 19 August 2010 - 12:02

You are missing some Flash content that should appear here! Perhaps your browser cannot display it, or maybe it did not initialise correctly.

swfobject.embedSWF("http://knowhow.swpark.org/modules/swftools/shared/flash_media_player/player.swf", "swfobject2-id-12845311662", "400", "320", "7", "", { "width": "400", "height": "320", "file": "http://knowhow.swpark.org/sites/default/files/flash/ICC_DemoProject.flv" }, { "swliveconnect": "default", "play": "false", "loop": "false", "menu": "true", "quality": "autohigh", "scale": "showall", "align": "default", "salign": "tl", "wmode": "opaque", "bgcolor": "#FFFFFF", "version": "7", "allowfullscreen": "true", "allowscriptaccess": "sameDomain", "base": "http://knowhow.swpark.org/sites/default/files/", "src": "http://knowhow.swpark.org/modules/swftools/shared/flash_media_player/player.swf", "width": "400", "height": "320" }, { "id": "swf12845311662" });

Software Assessment Tool : Intel Concurrency Checker

preview: 

Click here to view Flash content.

Categories: Partners