AIS สานต่อกลยุทธ์ป่าล้อมเมือง ส่ง AIS Fibre / Super Wifi ให้บริการที่ iCondo Salaya 2

MXPhone - 25 May 2016 - 13:11
บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส เดินกลยุทธ์จากชานเมืองสู่ใจกลาง สานต่อความร่วมมือกับ บมจ. พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค และร้าน Too Fast To Sleep ส่ง AIS Fibre และ AIS Super...
Categories: Partners

4 แอพพลิเคชั่น ฟรี! ประจำวันแบบจำกัดเวลาบน App Store ประจำวันที่ 25 พฤษภาคม 2559

MXPhone - 25 May 2016 - 12:33
apps สำหรับสาวก iPhone, iPad น่าจะพอรู้กันว่าในแต่ละวันจะมีแอพพลิเคชั่นบน Apple App Store แจกฟรีอยู่เรื่อยๆ วันนี้ทีมงานเลยเอาข่าวมาฝากกันว่ามีแอพฯ ไหนที่กำลังแจกฟรีแบบจำกัดเวลาอยู่บ้าง มีอะไรบ้างเชิญชมเลยครับ ^^ 1. Drink Water Reminder PRO – Drinking...
Categories: Partners

Apple เตรียมสั่งผลิตจอ OLED เพิ่มขึ้น 4 เท่า คาดนำมาใช้กับ iPhone ปี 2017

MacThai - 25 May 2016 - 12:00

นอกจากข่าว iPhone 7 ที่ลือกันรายวันแล้ว ข่าวที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือไอโฟนรุ่นปี 2017 โดยทาง Bloomberg ได้ออกมารายงานว่า แอปเปิลเตรียมสั่งผลิตหน้าจอ OLED เพื่อใช้ในผลิต iPhone รุ่นปี 2017

จากรายงานเผยให้เห็นว่า Applied Materials บริษัทที่รับผลิตหน้าจอให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่มากมาย โดยในปีหน้าบริษัทมียอดสั่งผลิตหน้าจอ OLED ในไตรมาสก่อน 180 ล้านดอลลาร์ แต่ไตรมาสนี้มียอดพุ่งขึ้นถึง 700 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นตัวเลขคือ เพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่าเลยทีเดียว

จากยอดสั่งผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นหลายเท่าตัวนี้ เราคาดเดาได้ว่า iPhone รุ่นปี 2017 นั้นจะเปลี่ยนมาใช้จอ OLED แทนจอ LCD ที่ใช้กันมาตั้งแต่ไอโฟนรุ่นแรก

 

หน้าจอ OLED มีข้อดีอย่างหนึ่งก็คือไม่จำเป็นต้องมีแสง Backlight เหมือนจอ LCD ซึ่งทำให้หน้าจอมีความบางและน้ำหนักเบา ยิ่งไปกว่านั้น Contrast ดีกว่า ให้สีสมจริงกว่า, ตอบสนองเร็วกว่า และที่สำคัญก็คือประหยัดพลังงานมากกว่าจอ LCD

สำหรับข่าวลือ iPhone รุ่นปี 2017 ที่อาจจะเรียกว่า iPhone 7s หรือ iPhone 8 ยังไม่มีหลุดออกมามากนัก มีเพียงเรื่องหน้าจอ OLED แบบโค้ง และเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ทั้งหมด

 

ที่มา – MacRumors

Categories: Partners

เปิดตัว Pebble 2, Pebble Time 2 และ Pebble Core

Thai App Update - 25 May 2016 - 10:44

Pebble เปิดตัวสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ Pebble 2 และ Pebble Time 2 รวมถึงผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง Pebble Core อุปกรณ์ fitness tracker ขนาดเล็กสำหรับคนชอบออกกำลังกาย โดยตอนนี้กำลังเปิดระดมทุนใน Kickstarter เริ่มต้นที่ 69 ดอลล่าร์สหรัฐ

หลังจากเปิดตัว Pebble รุ่นแรกไปในปี 2012 และประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามในฐานะผู้บุกเบิกวงการสมาร์ทวอทช์ ตอนนี้ก็ถึงเวลาสำหรับรุ่นใหม่อย่าง Pebble 2 แล้ว โดยหน้าตาภายนอกไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมาก มีเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นหัวใจ แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นาน 7 วัน

ในส่วนของ Pebble Time 2 ก็มีหน้าจอสีที่ขนาดใหญ่กว่ารุ่นแรก 53% มีเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นหัวใจ แบตเตอรี่ใช้งานได้ 10 วัน โดยทั้ง Pebble 2 และ Pebble Time 2 มาพร้อมกับไมโครโฟนเพื่อใช้กับระบบตอบข้อความด้วยเสียง ระบบติดตามการนอนและการออกกำลังกาย และสามารถกันน้ำได้ลึก 30 เมตร

ทั้ง Pebble 2 และ Pebble Time 2 ยังคงมีการทำงานหลักๆ เหมือนเดิมเช่นกัน ทั้งการแจ้งเตือน การควบคุมเพลง และแอพอื่นๆ ที่สามารถดาวน์โหลดมาใช้ได้ ผู้ใช้สามารถตั้งทางลัดสำหรับเปิดใช้งานฟีเจอร์ที่ใช้บ่อยเพื่อเรียกใช้งานแบบรวดเร็วได้ เช่นเรียกรถ Uber

สำหรับคุณสมบัติที่ต้องใช้เซ็นเซอร์ใหม่ที่อยู่บน Pebble ใหม่สองรุ่นนี้ก็เช่นการติดตามการนอน การติดตามการเดินและวิ่งอัตโนมัติ ซึ่งสามารถเข้าไปดูข้อมลต่างๆ ได้ในแอพ จะมีทั้งกราฟและสถิติเกี่ยวกับสุขภาพต่างๆ ของผู้ใช้

Pebble Core เป็นอุปกรณ์ติดตามการออกกำลังกายที่ไม่มีหน้าจอ มีขนาดเล็ก รองรับการเชื่อมต่อ 3G, บลูทูธและ Wi-Fi ระบุตำแหน่งได้ด้วย GPS ในตัว สามารถเชื่อมต่อกับนาฬิกา Pebble ได้ สตรีมเพลงจาก Spotify ได้ในตัว (มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ด้วย และรองรับหูฟังบลูทูธเช่นกัน) และรองรับการจดโน้ตด้วยเสียงเช่นเดียวกันกับ Pebble 2 และ Pebble Time 2 นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ SOS สำหรับส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินด้วย Pebble Core สามารถใช้งานต่อเนื่อง (สตรีมเพลงและวัดระยะทาง) ได้นาน 9 ชั่วโมง

นักพัฒนาสามารถนำ Pebble Core ไปพัฒนาต่อยอดได้ สามารถโปรแกรมปุ่มสองปุ่มบน Pebble Core ให้ทำอะไรก็ได้ เช่นปลดล็อครถ เปิด-ปิดไฟ หรือเชื่อมต่อกับนาฬิกา Pebble เพื่อให้เป็นเหมือนกับฮอตสปอตสำหรับใช้งานกับแอพที่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตได้

Pebble 2 มีราคาขายที่ $129, Pebble Time 2 ราคาขาย $199 และ Pebble Core มีราคา $99

เปิดตัว Pebble 2, Pebble Time 2 และ Pebble Core เขียนโดย DobaKung ที่เว็บไซต์ Thai App Update

Categories: Partners

เปิดตัว Pebble 2, Pebble Time 2 และ Pebble Core

Thai App Update - 25 May 2016 - 10:44

Pebble เปิดตัวสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ Pebble 2 และ Pebble Time 2 รวมถึงผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง Pebble Core อุปกรณ์ fitness tracker ขนาดเล็กสำหรับคนชอบออกกำลังกาย โดยตอนนี้กำลังเปิดระดมทุนใน Kickstarter เริ่มต้นที่ 69 ดอลล่าร์สหรัฐ

หลังจากเปิดตัว Pebble รุ่นแรกไปในปี 2012 และประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามในฐานะผู้บุกเบิกวงการสมาร์ทวอทช์ ตอนนี้ก็ถึงเวลาสำหรับรุ่นใหม่อย่าง Pebble 2 แล้ว โดยหน้าตาภายนอกไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมาก มีเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นหัวใจ แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นาน 7 วัน

ในส่วนของ Pebble Time 2 ก็มีหน้าจอสีที่ขนาดใหญ่กว่ารุ่นแรก 53% มีเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นหัวใจ แบตเตอรี่ใช้งานได้ 10 วัน โดยทั้ง Pebble 2 และ Pebble Time 2 มาพร้อมกับไมโครโฟนเพื่อใช้กับระบบตอบข้อความด้วยเสียง ระบบติดตามการนอนและการออกกำลังกาย และสามารถกันน้ำได้ลึก 30 เมตร

ทั้ง Pebble 2 และ Pebble Time 2 ยังคงมีการทำงานหลักๆ เหมือนเดิมเช่นกัน ทั้งการแจ้งเตือน การควบคุมเพลง และแอพอื่นๆ ที่สามารถดาวน์โหลดมาใช้ได้ ผู้ใช้สามารถตั้งทางลัดสำหรับเปิดใช้งานฟีเจอร์ที่ใช้บ่อยเพื่อเรียกใช้งานแบบรวดเร็วได้ เช่นเรียกรถ Uber

สำหรับคุณสมบัติที่ต้องใช้เซ็นเซอร์ใหม่ที่อยู่บน Pebble ใหม่สองรุ่นนี้ก็เช่นการติดตามการนอน การติดตามการเดินและวิ่งอัตโนมัติ ซึ่งสามารถเข้าไปดูข้อมลต่างๆ ได้ในแอพ จะมีทั้งกราฟและสถิติเกี่ยวกับสุขภาพต่างๆ ของผู้ใช้

Pebble Core เป็นอุปกรณ์ติดตามการออกกำลังกายที่ไม่มีหน้าจอ มีขนาดเล็ก รองรับการเชื่อมต่อ 3G, บลูทูธและ Wi-Fi ระบุตำแหน่งได้ด้วย GPS ในตัว สามารถเชื่อมต่อกับนาฬิกา Pebble ได้ สตรีมเพลงจาก Spotify ได้ในตัว (มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ด้วย และรองรับหูฟังบลูทูธเช่นกัน) และรองรับการจดโน้ตด้วยเสียงเช่นเดียวกันกับ Pebble 2 และ Pebble Time 2 นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ SOS สำหรับส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินด้วย Pebble Core สามารถใช้งานต่อเนื่อง (สตรีมเพลงและวัดระยะทาง) ได้นาน 9 ชั่วโมง

นักพัฒนาสามารถนำ Pebble Core ไปพัฒนาต่อยอดได้ สามารถโปรแกรมปุ่มสองปุ่มบน Pebble Core ให้ทำอะไรก็ได้ เช่นปลดล็อครถ เปิด-ปิดไฟ หรือเชื่อมต่อกับนาฬิกา Pebble เพื่อให้เป็นเหมือนกับฮอตสปอตสำหรับใช้งานกับแอพที่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตได้

Pebble 2 มีราคาขายที่ $129, Pebble Time 2 ราคาขาย $199 และ Pebble Core มีราคา $99

เปิดตัว Pebble 2, Pebble Time 2 และ Pebble Core เขียนโดย DobaKung ที่เว็บไซต์ Thai App Update

Categories: Partners

เปิดตัว Pebble 2, Pebble Time 2 และ Pebble Core

Thai App Update - 25 May 2016 - 10:44

Pebble เปิดตัวสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ Pebble 2 และ Pebble Time 2 รวมถึงผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง Pebble Core อุปกรณ์ fitness tracker ขนาดเล็กสำหรับคนชอบออกกำลังกาย โดยตอนนี้กำลังเปิดระดมทุนใน Kickstarter เริ่มต้นที่ 69 ดอลล่าร์สหรัฐ

หลังจากเปิดตัว Pebble รุ่นแรกไปในปี 2012 และประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามในฐานะผู้บุกเบิกวงการสมาร์ทวอทช์ ตอนนี้ก็ถึงเวลาสำหรับรุ่นใหม่อย่าง Pebble 2 แล้ว โดยหน้าตาภายนอกไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมาก มีเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นหัวใจ แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นาน 7 วัน

ในส่วนของ Pebble Time 2 ก็มีหน้าจอสีที่ขนาดใหญ่กว่ารุ่นแรก 53% มีเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นหัวใจ แบตเตอรี่ใช้งานได้ 10 วัน โดยทั้ง Pebble 2 และ Pebble Time 2 มาพร้อมกับไมโครโฟนเพื่อใช้กับระบบตอบข้อความด้วยเสียง ระบบติดตามการนอนและการออกกำลังกาย และสามารถกันน้ำได้ลึก 30 เมตร

ทั้ง Pebble 2 และ Pebble Time 2 ยังคงมีการทำงานหลักๆ เหมือนเดิมเช่นกัน ทั้งการแจ้งเตือน การควบคุมเพลง และแอพอื่นๆ ที่สามารถดาวน์โหลดมาใช้ได้ ผู้ใช้สามารถตั้งทางลัดสำหรับเปิดใช้งานฟีเจอร์ที่ใช้บ่อยเพื่อเรียกใช้งานแบบรวดเร็วได้ เช่นเรียกรถ Uber

สำหรับคุณสมบัติที่ต้องใช้เซ็นเซอร์ใหม่ที่อยู่บน Pebble ใหม่สองรุ่นนี้ก็เช่นการติดตามการนอน การติดตามการเดินและวิ่งอัตโนมัติ ซึ่งสามารถเข้าไปดูข้อมลต่างๆ ได้ในแอพ จะมีทั้งกราฟและสถิติเกี่ยวกับสุขภาพต่างๆ ของผู้ใช้

Pebble Core เป็นอุปกรณ์ติดตามการออกกำลังกายที่ไม่มีหน้าจอ มีขนาดเล็ก รองรับการเชื่อมต่อ 3G, บลูทูธและ Wi-Fi ระบุตำแหน่งได้ด้วย GPS ในตัว สามารถเชื่อมต่อกับนาฬิกา Pebble ได้ สตรีมเพลงจาก Spotify ได้ในตัว (มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ด้วย และรองรับหูฟังบลูทูธเช่นกัน) และรองรับการจดโน้ตด้วยเสียงเช่นเดียวกันกับ Pebble 2 และ Pebble Time 2 นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ SOS สำหรับส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินด้วย Pebble Core สามารถใช้งานต่อเนื่อง (สตรีมเพลงและวัดระยะทาง) ได้นาน 9 ชั่วโมง

นักพัฒนาสามารถนำ Pebble Core ไปพัฒนาต่อยอดได้ สามารถโปรแกรมปุ่มสองปุ่มบน Pebble Core ให้ทำอะไรก็ได้ เช่นปลดล็อครถ เปิด-ปิดไฟ หรือเชื่อมต่อกับนาฬิกา Pebble เพื่อให้เป็นเหมือนกับฮอตสปอตสำหรับใช้งานกับแอพที่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตได้

Pebble 2 มีราคาขายที่ $129, Pebble Time 2 ราคาขาย $199 และ Pebble Core มีราคา $99

เปิดตัว Pebble 2, Pebble Time 2 และ Pebble Core เขียนโดย DobaKung ที่เว็บไซต์ Thai App Update

Categories: Partners

ยืนยันอีกข่าว​ !! Dual Camera จะมีเฉพาะ iPhone 7 Plus, แต่ไม่มี Smart Connector

MacThai - 25 May 2016 - 10:00

ข่าวก่อนหน้านี้ได้มีข่าวลือเกี่ยวกับกล้อง Dual Camera ในไอโฟนรุ่นถัดไป ซึ่งเผยว่ากล้องคู่นั้นจะไม่มีใน iPhone 7 แต่จะถูกใส่มาใน iPhone 7 Plus เท่านั้น นอกจากนี้ยังเผยอีกว่า iPhone 7 Plus จะมีพอร์ต Smart Connector มาให้ด้วย

แต่ล่าสุด HDBlog ได้มีแผ่นเพลตโลหะของ iPhone 7 และ 7 Plus หลุดออกมา และชี้ให้เห็นว่ากล้องของ iPhone 7 นั้นมีขนาดใหญ่กว่า iPhone 6s จริง ซึ่งอาจจะทำให้ภาพที่ถ่ายออกมานั้น มีความละเอียดมากขึ้น ถ่ายในที่แสงน้อยได้ดีกว่าเดิม

ส่วนแผ่นเพลตของ iPhone 7 Plus นั้น จะเห็นว่ากล้องด้านบนนั้นจะเป็นวงรียาว ซึ่งคาดเดาได้ว่าน่าจะมี 2 เลนส์ และสิ่งที่สังเกตได้อีกจุดหนึ่งก็คือ พอร์ต Smart Connector ที่น่าจะอยู่ด้านหลังตัวเครื่องนั้นกลับไม่พบบนเพลตทั้ง 2 อันเลย

เอาเป็นว่าใครที่คิดจะซื้อไอโฟนรุ่นใหม่ ก็เก็บเงินรอกันไปก่อนแล้วกัน เพราะกว่าแอปเปิลจะเปิดตัวก็น่าจะเดินกันยายน และกว่าจะเข้าไทยอีกก็เดือนตุลาคมโน่น

 

ที่มา – MacRumors

Categories: Partners

Pebble เปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ Pebble 2 และ Time 2 พร้อมอุปกรณ์เสริม Pebble Core

MacThai - 25 May 2016 - 08:54

Pebble เปิดตัวโปรเจกต์สินค้าชุดใหม่ โดยยังใช้วิธีการระดมทุนผ่าน Kickstarter เหมือนกับการเปิดตัว Pebble Time เมื่อปีก่อน โดยมีรายการสินค้าที่เปิดตัวดังนี้

  • Pebble 2 – เป็นรุ่นต่อยอดจาก Pebble รุ่นแรกสุด ยังคงใช้หน้าจอขาวดำ แต่เพิ่มเติมคุณสมบัติใหม่ อาทิ แทร็กการนอนหลับ, นับก้าว, วัดระดับการเต้นหัวใจ
  • Pebble Time 2 – นาฬิกาหน้าจอสี ตัวเรือนสแตนเลสสตีล เพิ่มเติมตัววัดอัตราการเต้นของหัวใจจากรุ่นก่อนหน้านี้ แบตเตอรี่เคลมว่าอยู่ได้นานถึง 10 วัน
  • Pebble Core – อุปกรณ์คอมพิวเตอร์จิ๋ว รันด้วยระบบปฏิบัติการ Android เหมาะสำหรับการพกติดตัวไปวิ่งออกกำลังกาย โดยไม่ต้องนำสมาร์ทโฟนไปด้วย มีความสามารถในการนับก้าว, เช็กพิกัด, มี GPS, บันทึกเสียง และส่งข้อความฉุกเฉินได้ รวมถึงสามารถใช้ micro-SIM เพื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในการฟังเพลงได้

นาฬิกา Pebble รองรับการทำงานบนระบบปฏิบัติการ iOS และ Android

สินค้าทั้งหมดสามารถสั่งซื้อผ่านการระดมทุนบน Kickstarter ได้ โดย Pebble 2 ราคาเริ่มต้น $99 เริ่มส่งสินค้าเดือนกันยายน, Pebble Time 2 เริ่มต้น $169 เริ่มส่งเดือนพฤศจิกายน และ Pebble Core เริ่มต้น $69 ส่งสินค้ามกราคมปีหน้า โดยตัวเลขล่าสุดยอดระดมทุนทะลุ 5 ล้านดอลลาร์ไปแล้ว

ที่มา: MacRumors

Categories: Partners

เริ่มขยับตัว ผู้ผลิตชิ้นส่วนหน้าจออัพเกรดใหญ่โรงงานต้อนรับข่าว iPhone ปรับโฉมใหม่

MacStroke - 24 May 2016 - 22:25

ท่ามกลางกระแสข่าวลือข้ามปีเกี่ยวกับแผนการเปิดตัวโทรศัพท์ iPhone ประจำปี 2017 จากนักวิเคราะห์ตลาดชื่อดัง Ming-Chi Kuo นั้นได้ให้รายละเอียดอ้างอิงเอาไว้ว่าทาง Apple มีแผนการที่จะยกเครื่องดีไซน์กันแบบใหม่หมดจดไปก่อนหน้าแล้วนั้น ล่าสุดทางสำนักข่าว Bloomberg ได้มีการเปิดเผยเพิ่มเติมว่า เมื่อช่วงไตรมาสแรกของปี 2016 ที่ผ่านมา มีการขยับตัวกันอย่างคึกคักในฝั่งของผู้ผลิตชิ้นส่วนหน้าจอรายใหญ่ของตลาด ไม่ว่าจะเป็นทาง Samsung Display, LG Display หรือ Sharp ซึ่งอ้างอิงรายละเอียดได้ว่ามีการสั่งซื้อเครื่องจักรและเครื่องมือจำเป็นต่างๆ สำหรับการผลิตหน้าจอเทคโนโลยี OLED คุณภาพสูงไปดำเนินการติดตั้งสำหรับโรงงานและสายการผลิตของตนเองกันยกใหญ่ โดยคาดว่าเพื่อจะให้เพียงพอกับความต้องการที่ Apple จะนำมาใช้ในการผลิตโทรศัพท์เรือธงประจำปี เนื่องจากเครื่องจักรเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องเตรียมพร้อมเอาไว้ล่วงหน้าพอสมควรเนื่องจากมีขั้นตอนการติดตั้งดำเนินการที่ค่อนข้างจะต้องใช้เวลาอยู่ไม่น้อยเลยครับ

โดยปัจจัยชี้วัดจากการขยับตัวของผู้ผลิตชิ้นส่วนในครั้งนี้อ้างอิงจากยอดรายได้ของบริษัท Applied Material ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นมาถึง 700 ล้านเหรียญสหรัฐ ในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งเปิดเผยออกมาภายหลังจากการปิดบัญชีไตรมาสแรกของปี 2016 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาปกติแล้วอาจจะต้องใช้เวลาเกือบทั้งปีในการทำรายได้ก้อนโตดังกล่าวขึ้นมา เท่ากับว่าการขยับตัวเพิ่มขีดความสามารถของผู้ผลิตเหล่านี้ดูจะมีความน่าคิดชวนให้ติดตามอยู่ไม่น้อยเลยว่ากันไหมครับ


ที่มา: phonearena

อ่านข่าวและบทความอื่นที่น่าสนใจต่อ...
Categories: Partners

[ลือ] Apple จะเปิดตัว MacBook Pro รุ่นใหม่ บางลงและมี Touch ID ปีนี้, MacBook 13 นิ้วจะมาด้วย

MacThai - 24 May 2016 - 20:00

 

มีรายงานออกมาจาก Ming-Chi Kuo ซึ่งเป็นนักวิเคราะห์ ได้ทำนายว่าภายในปีนี้ Apple จะเปิดตัว MacBook Pro รุ่นใหม่ที่จะบางและเบากว่ารุ่นปัจจุบันอีก รวมถึง MacBook ที่มีหน้าจอ 13 นิ้วด้วย

เริ่มต้นที่ MacBook Pro ก่อน Kuo บอกว่า Apple มีแผนที่จะใส่ Touch ID ลงไปใน MacBook Pro รุ่นใหม่ด้วย ซึ่งน่าจะเป็นครั้งแรกของการใส่ Touch ID ลงไปในอุปกรณ์ที่ไม่ใช่ iOS และยังมี OLED display touch bar โดยเป็นของใหม่ที่จะแทนที่ปุ่ม function ต่างๆ ของตัวเครื่องที่อยู่เหนือคีย์บอร์ด (พวกปุ่มเพิ่ม/ลดเสียง, เล่นเพลง, หยุดเพลง, เปลี่ยนเพลง​ ฯลฯ)

จากรายงานเผยว่า ด้วยเทรนด์ “บางกว่า และเบากว่า ย่อมดีกว่า” นั้น ทำให้ Apple จะทำให้ MacBook Pro รุ่นปัจจุบันบางลงไปอีก Kuo บอกว่า Apple อาจจะใช้คีย์บอร์ด butterfly mechanism และแบตเตอรี่ที่เหมือนกับ MacBook เข้าไปใน MacBook Pro รุ่นใหม่ด้วย

ถัดมาคือเรื่องพอร์ต Apple ก็มีแผนใส่ USB-C เข้ามาใน MacBook Pro รุ่นใหม่เช่นกัน พร้อมกับพอร์ต Thunderbolt 3 รวมถึงมีโอกาสสูงที่จะใช้พอร์ต USB-C ชาร์จแทนพอร์ต MagSafe ปัจจุบันไปเลย

Kuo ให้ความเห็นว่าการอัพเกรด MacBook ในปีนี้ถือว่าเป็นการอัพเกรดครั้งใหญ่ที่สุดใน 3 ปีเลยทีเดียว โดย MacBook Pro รุ่นใหม่ Kuo บอกว่าจะเปิดตัวในไตรมาสที่ 4 ปีนี้

ถัดไปคือเรื่องของ MacBook หน้าจอ 13 นิ้ว Kuo ให้ความเห็นว่า Apple เตรียมจะเปิดตัวรุ่นนี้ในไตรมาสที่ 3 ปีนี้ ซึ่งจะมาเป็นรุ่นพี่ของ MacBook จอ 12 นิ้ว

ส่วนฝั่ง MacBook Air นั้น Kuo บอกว่าทั้งรุ่น 11 และ 13 นิ้วน่าจะไม่ได้เห็นการอัพเกรดอะไรที่หวือหวาแล้ว โดยคิดว่า Apple จะทำให้ MacBook Air เป็น entry level เหมือนกับ MacBook พลาสติกโพลีคาร์บอเนตในสมัยก่อนที่เลิกขายไปแล้ว

หากการวิเคราะห์ของ Kuo เป็นจริง เท่ากับว่าสินค้าตระกูล Mac พกพาของ Apple จะมี 3 ตระกูลหลักๆ คือ MacBook Air สำหรับคนที่งบน้อย, MacBook Pro สำหรับคนที่ต้องการเครื่องแรงๆ และ MacBook สำหรับคนที่ต้องการเครื่องพกพาสะดวก

ที่มา – AppleInsider (1), (2)

Categories: Partners

Apple ถูกฟ้อง iPhone และ iPad ละเมิดสิทธิบัตรการบล็อคเบอร์, การโทรศัพท์, การส่งอีเมล

MacThai - 24 May 2016 - 19:00

บริษัท Corydoras Technologies LLC (ซึ่งเป็น Patent Troll คือซื้อสิทธิบัตรมาแล้วไล่ฟ้องคนอื่น) ได้ยื่นฟ้อง Apple ในข้อหาละเมิดสิทธิบัตร ครอบคลุม iPhone และ iPad จำนวน 20 รุ่น ซึ่งสิทธิบัตรทั้งหมดนั้นเป็นฟีเจอร์พื้นฐานทั้งนั้น

สิทธิบัตรนี้จะครอบคลุม iPhone 4, 4s, 5, 5s, 5c, 6, 6 Plus, 6s, 6s Plus และ SE และ iPad 2, 3, 4, Pro, Air, Air 2, mini, mini 2, mini 3 และ mini 4

สำหรับเรื่องที่ Corydoras อ้างว่า Apple ได้ละเมิดสิทธิบัตรของตน เช่น

  • iPhone และ iPad มีความสามารถในการสื่อสารทางเสียง
  • iPhone และ iPad สามารถแสดงตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์บนหน้าจอได้
  • iPhone และ iPad สามารถสั่งโทรศัพท์, โทร FaceTime และ FaceTime Audio ผ่านคำสั่งเสียง
  • iPhone และ iPad ตั้งแต่ iOS 7 เป็นต้นไปสามารถบล็อกผู้โทรที่ไม่ต้องการรับสายได้
  • iPhone และ iPad สามารถส่งและรับอีเมล สามารถสร้างอีเมลจากการรับข้อมูลของผู้ใช้และส่งไร้สายไปยังผู้รับได้

สำหรับรายละเอียดของการถูกฟ้องฉบับเต็ม อ่านได้จากที่มาครับ

ที่มา – Patently Apple

Categories: Partners

แหล่งข่าวไต้หวันอ้าง Apple สั่งผลิต iPhone 7 ยอดรวมกว่า 72 ล้านเครื่อง

MacStroke - 24 May 2016 - 17:17

ภายหลังจากการประกาศผลประกอบการไตรมาสล่าสุดของ Apple ที่เปิดเผยออกมาว่ายอดขายโทรศัพท์ iPhone นั้นเกิดอาการสะดุดหดตัวลดลงเป็นครั้งแรกเมื่อเทียบกันในแบบปีต่อปี ซึ่งเป็นไปตามสภาพกำลังซื้อของเศรษฐกิจโลกที่อยู่ในสภาพชะลอตัวมาอย่างต่อเนื่องในรอบหลายๆ ปี และดูทรงว่าอาจจะหดตัวต่อเนื่องไปจนกว่าที่บริษัทจะเปิดเผยแผนการทำตลาดของ iPhone 7 อย่างเป็นทางการ โดยข้อมูลอ้างอิงล่าสุดจากแหล่งข่าวในไต้หวันนั้นระบุว่าทาง Apple ได้จัดการวางออเดอร์สำหรับการสั่งผลิตโทรศัพท์เรือธงในรอบตลาดปลายปีนี้ไปแล้วด้วยจำนวนระหว่าง 72 – 78 ล้านเครื่อง สำหรับการจัดจำหน่ายภายในช่วงเวลาก่อนสิ้นปี 2016

ในขณะที่พวกกลุ่มนักวิเคราะห์จาก Wall Street มองว่าทาง Apple อาจจะทำยอดขายเครื่องรุ่นใหม่นี้ได้ประมาณ 65 ล้านเครื่อง ซึ่งก็ทำให้เกิดประเด็นชวนคิดว่าทำไม Apple ถึงตั้งเป้าหมายเอาไว้ค่อนข้างสูง แม้ว่าจะยังไม่ได้ยกเครื่องใหม่หมดจดที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายในช่วงปี 2017 ในส่วนของโรงงานผู้รับจ้างดูแลสายการผลิตนั้นจะประกอบไปด้วย Foxconn รับออเดอร์รายใหญ่สุดทั้ง iPhone 7 และ iPhone 7 Pro ตามมาด้วย Pegatron และ Wistron ที่จะกระจายกำลังการผลิตกันไป

บางทีอาจจะเกี่ยวข้องกับคำบอกใบ้ของ Tim Cook ที่แย้มรายละเอียดก่อนหน้านี้ว่า โทรศัพท์ iPhone รุ่นต่อไปจะมอบประสบการณ์ที่แปลกใหม่ในแบบที่เราผู้บริโภคไม่เคยคิดฝันว่าต้องการมาก่อนนั่นเอง ซึ่งจากรายงานข่าวชิ้นดังกล่าวนี้ก็คงต้องบอกว่าดูมีความมั่นใจอยู่ไม่น้อยเลย


ที่มา: phonearena

อ่านข่าวและบทความอื่นที่น่าสนใจต่อ...
Categories: Partners

Free App of the Day : 24/05/16

MacStroke - 24 May 2016 - 17:05

สวัสดีครับ พบกันเช่นเคย วันนี้ขอพาไปติดตามแอปฟรีที่น่าสนใจ งั้นอย่ารอช้า ไปติดตามกันเลยครับ เปิดดูใน App Store » BodyWeight Builder ราคา: ฟรี ขนาด : 46.9 MB อุปกรณ์ที่รองรับ : iPhone 4S หรือใหม่กว่า, iPod touch รุ่นที่ 5, iPad 2 หรือใหม่กว่า และ iPad mini iOS Universal App รองรับหน้าจอ iPhone และ iPad

ประเดิมแอปแรกประจำวันนี้กับแอปเพื่อคนอยากออกกำลังกาย ในแอปมีรูปแบบและหมวดหมู่ของท่าให้คุณได้เรียนรู้และปฏิบัติตาม ในแอปสามารถกำหนดระยะเวลาการออกกำลังกาย พร้อมกับภาพเคลื่อนไหวที่คุณสามารถทำตามได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะทำผิด

 

เปิดดูใน App Store » Coinverter – The Currency Converter ราคา: ฟรี ขนาด : 3.2 MB อุปกรณ์ที่รองรับ : iPhone 4 หรือใหม่กว่า, iPod touch รุ่นที่ 5, iPad 2 หรือใหม่กว่า และ iPad mini

หลายคนเวลาเดินทางไปต่างประเทศ หรืออยากแปลงค่าสกุลเงินต่างๆ ก็คงไม่อยากมานั่งกดเครื่องคิดเลขเอาเอง เพราะแอปนี้จะช่วยลดการเสียเวลา เพียงแค่เปิดเข้าไป เลือกสกุลเงินที่ต้องการจะแปลง เท่านี้คุณก็จะทราบผลลัพธ์แล้ว

 

เปิดดูใน App Store » DekoPro ราคา: ฟรี ขนาด : 9.96 MB อุปกรณ์ที่รองรับ : iPhone 4 หรือใหม่กว่า, iPod touch รุ่นที่ 5, iPad 2 หรือใหม่กว่า และ iPad mini

ใครที่ชอบความเป็นเอกลักษณ์และไม่อยากเหมือนใคร อยากมีวอลล์เปเปอร์ที่แตกต่าง แอปนี้สามารถสร้างวอลล์เปเปอร์แบบ Abstract ให้คุณได้ โดยมีแบบให้เลือกมากมาย อยากเก๋ อยากเท่ไม่ซ้ำใคร ต้องโหลดไปทำโดยด่วน

 

เปิดดูใน App Store » Top Audio Recorder - My Voice Memos PRO ราคา: ฟรี ขนาด : 2.31 MB อุปกรณ์ที่รองรับ : iPhone 4 หรือใหม่กว่า, iPod touch รุ่นที่ 5, iPad 2 หรือใหม่กว่า และ iPad mini iOS Universal App รองรับหน้าจอ iPhone และ iPad

ปิดท้ายวันนี้ด้วยแอปอัดเสียง จริงๆ หลายคนอาจจะไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์กับแอปนี้มากนัก ถ้าคุณไม่ใช่นักเรียน นักศึกษา หรือนักข่าว ความสามารถของแอปนี้ก็คือ การตั้งค่าการบันทึกเสียงได้ตามต้องการ สามารถตั้ง Bitrate คุณภาพที่เลือกอัดไ และยังป้องกันการเข้าถึงด้วย Passcode ได้ด้วย

 

สำหรับวันนี้หมดเวลาลงแล้ว สามารถกลับมาพบกับผมและ Free App of the Day ได้ใหม่ในวันพรุ่งนี้ สวัสดีครับ^^

Categories: Partners

ลือ Meizu MX6 ว่าที่เรือธงขุมพลัง MediaTek Helio X20 จะเปิดตัว 20 มิ.ย.นี้

MXPhone - 24 May 2016 - 16:50
มีข่าวลือใหม่  Meizu MX6 ว่าที่สมาร์ทโฟนระดับเรือธงรุ่นใหม่ ที่มาพร้อมชิปเซต MediaTek Helio X20 จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 มิถุนายนนี้  สเปคของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ตามรายงานข่าวก่อนหน้าระบุว่าจะมาพร้อมกับจอความละเอียด 1080p โดยมี 2 รุ่นย่อย ประกอบด้วยรุ่น RAM 3GB หน่วยความจำภายใน...
Categories: Partners

ไม่น่าพลิกโผ! หลุดเคส iPhone 7 กล้องหลังใหญ่ขึ้น ไร้ช่องหูฟัง ยัดลำโพง 4 ตัว

MXPhone - 24 May 2016 - 16:35
สเปคหลักๆคงไม่น่าจะหลุดไปจากนี้สำหรับ iPhone 7 ว่าที่เรือธงตัวใหม่ของ Apple ที่เล่นมีข่าวหลุดกันแบบรายวัน โดยล่าสุดได้มีชิ้นส่วนเคสฝาหลังสีม่วงออกมาให้เห็นกันแล้ว จากภาพเคสดังกล่าวเหมือนเป็นการยืนยันเรื่องการปรับดีไซน์ของ iPhone รุ่นนี้ ตั้งแต่ตัวโมดูลของกล้องหลังที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และมีการปรับตำแหน่งแฟลช LED มาอยู่ด้านล่างของตัวกล้อง จากปกติที่จะอยู่ทางด้านซ้ายของกล้องหลัง นอกจากนี้ในตัวเคสยังไม่มีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. แบบเก่าเหลือแต่เพียงช่องพอร์ต Lightning...
Categories: Partners

พบหลักฐานชี้ตัว สมาร์ทโฟนรหัส F3311 ของ Sony คือรุ่น Xperia E5

MXPhone - 24 May 2016 - 16:10
ย้อนอดีตกันไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา ได้มีข่าวหลุดเรื่องสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของ Sony ที่มาพร้อมกับรหัส F3216 และ F3311 ซึ่งในเครื่องที่ใช้รหัสตัวแรกก็ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้วในชื่อ Xperia XA Ultra ขณะที่อีกรุ่นยังคงเป็นปริศนาต่อไป แต่ล่าสุดก็ดีเบาะแสใหม่ที่เชื่อถือได้จากกรมศุลกากรรัสเซีย ที่ชี้ชัดว่าตัวเครื่องรหัส F3311 จะมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Sony Xperia E5 จากข้อมูลก่อนหน้านี้ได้เผยว่าสมาร์ทโฟนที่น่าจะอยู่ในตระกูลราคาประหยัด...
Categories: Partners

วิธีเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ใน LINE สำหรับผู้ที่เปลี่ยนเบอร์ใหม่

MacThai - 24 May 2016 - 16:00

ปัญหาหลักที่ผู้ที่เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ใหม่ นั่นก็คือ LINE ID มันยังผูกกับไอดีเก่าอยู่ ทำให้หลายคนถึงกลับต้องสมัคร LINE ID ใหม่เพื่อผูกกับเบอร์โทรศัพท์เบอร์ใหม่ และต้องมานั่งแอดรายชื่อเพื่อนใหม่ทั้งหมด แถมเสียเวลาเป็นอย่างมาก

แต่ล่าสุด LINE ได้ปล่อยอัปเดตใหม่ สามารถเปิดให้ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ที่ผูกกับไอดี LINE ได้แล้ว โดยมีวิธีง่าย ๆ ดังนี้

ขั้นตอนแรกเลยก็คือ ต้องทำการอัปเกรด LINE ให้เป็นเวอร์ชัน 6.2.0 ขึ้นไปเสียก่อน หลังจากนั้นให้เข้าไปในแอป LINE และเลือกแถบ More >> Settings >> Account >> Phone Number

เมื่อกดเข้าไปก็จะเจอหน้า Change Phone Number ให้กด Next จากนั้นทำการใส่เบอร์โทรศัทพ์เบอร์ใหม่ลงไป แล้วกด Verify Phone Number

ซักพัก LINE ก็จะส่งรหัส 4 ตัวมาทาง SMS เพื่อยืนยันเบอร์โทรศัพท์เบอร์ใหม่ จากนั้นก็ใส่รหัส 4 ตัวนั้นลงไปถือว่าเป็นอันเสร็จ

เพียงแค่นี้เราก็สามารถเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ไอดี LINE ของเราได้แล้ว แถมไม่จำเป็นต้องลบแอป LINE ใหม่ หรือว่าสมัครไอดีใหม่เหมือนอย่างที่ทำกัน

 

เรียบเรียงโดย
ทีมงาน MacThai

Categories: Partners

หลุดสเปคเต็ม Galaxy S7 active ยัดแบต 4,000 mAh คาดมีคิวเปิดตัว 10 มิ.ย.นี้

MXPhone - 24 May 2016 - 15:57
หลุดรายละเอียดสเปคเต็มๆของ Galaxy S7 active เรือธงเวอร์ชั่นอึดของ Samsung คาดมีคิวเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่าในรุ่น active จะมีความทนทานมากกว่ารุ่นปกติ ซึ่งตัว S7 เวอร์ชั่นนี้ก็เป็นแบบนั้นเช่นกัน โดยอัดความจุแบตเตอรี่มา 4,000 mAh ใช้จอ Super...
Categories: Partners

ดีแทค ประกาศสู้สุดใจ! ยึดเก้าอี้ผู้ให้บริการเบอร์ 2 หวังรัฐรีบทำแผนจัดสรรคลื่นความถี่เร็วที่สุด

MXPhone - 24 May 2016 - 15:21
นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ dtac ยืนยันว่าจะพาบริษัทรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดในเชิงรายได้ ให้อยู่ในอันดับที่ 2 ในช่วง 3 ปีนี้ พร้อมหวังจะเห็นภาครัฐเร่งทำ แผนจัดสรรคลื่นความถี่ (Spectrum Roadmap) ให้ออกมาชัดเจนโดยเร็ว ซีอีโอ dtac...
Categories: Partners

สอดคล้องกัน ภาพฝาหลังต้นแบบเครื่อง iPhone 7 เผยทรวดทรงชัดๆ อีกรอบหนึ่ง

MacStroke - 24 May 2016 - 15:01

 

ต้องบอกว่ากระแสข่าวของเครื่องโทรศัพท์ iPhone 7 นี้มีความเคลื่อนไหวออกมาอย่างต่อเนื่องแทบตลอดทั้งเดือนพฤษภาคม ซึ่งล่าสุดอ้างอิงจากแหล่งข่าวบนเครือข่ายสังคมออนไลน์นั้นก็ได้นำเอาภาพฝาหลังต้นแบบที่กล่าวอ้างว่าเป็นตัวเครื่อง iPhone 7 อัพโหลดขึ้นสู่ระบบอินเตอร์เนต โดยมีการอ้างอิงรายละเอียดว่าได้ภาพมาจากผู้ผลิตเคสอุปกรณ์เสริมแห่งหนึ่งจากประเทศอิตาลี และจากภาพดังกล่าวนี้ทำให้กระแสข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เรือธงของ Apple นั้นดูต่อเนื่องมีน้ำหนักขึ้นมามากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีความสอดคล้องไปกับข้อมูลต่างๆ ทั้งตัวอักษรหรือภาพเรนเดอร์ที่มีการนำมาบรรยายและปรากฏผ่านโลกออนไลน์มาก่อนหน้านี้แล้วอีกด้วย

โดยโทรศัพท์ iPhone ในปีที่ 9 ของการทำตลาดนั้นอาจจะยึดทรวดทรงจากสองปีก่อนมาปรับกระชับตกแต่งพร้อมกับอัพเดทฮาร์ดแวร์ใหม่ๆ ให้สอดรับกับการแข่งขันในตลาดช่วงถัดจากนี้ต่อไป ทำให้จากกระแสข่าวที่เกิดขึ้นอาจจะทำให้ใครๆ ที่กำลังรอการยกเครื่องดีไซน์ใหญ่ที่จะเกิดขึ้นทุกๆ สองปีครั้งนั้นใจฝ่อไปบ้าง แต่งานนี้ยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการก็อาจจะเก็บความหวังเอาไว้ลุ้นกันลึกๆ กันไปก่อนนะครับ


ที่มา: 9to5mac

อ่านข่าวและบทความอื่นที่น่าสนใจต่อ...
Categories: Partners

Pages