Nintendo จับมือ DeNA เตรียมบุกตลาดเกม Smartphone

BaaGames - 24 March 2015 - 21:18
Satoru Iwata ประธานบริษัท Nintendo ได้ให้สัมภาษณ์กับ Time ประกาศความร่วมมือระหว่าง Nintendo และ DeNA บริษัทพัฒนา mobile games จากญี่ปุ่น เพื่อรุกเข้าสู่ตลาดเกม smartphone Iwata ให้สัมภาษณ์ว่า การพัฒนาหลัก ๆ ของตัวเกมจะถูกพัฒนาโดย Nintendo โดยมี DeNA เป็นผู้พัฒนาในส่วนของ service ต่าง ๆ เพื่อโน้มน้าวให้ผู้เล่นเข้ามาเล่นเกมทุกวันแม้จะเป็นเวลาสั้น ๆ ก็ตาม Iwata เชื่อว่าการเข้ามาบุกตลาดเกม smartphone ครั้งนี้ของ Nintendo จะช่วยให้มีแฟน ๆ ที่สนใจ Nintendo console เพิ่มมากขึ้น จากการเห็นเกมของ… Continue Reading →
Categories: Partners

ใจหาย !! iStudio สาขา Digital Gateway ประกาศปิดร้าน พร้อมลดล้างสต๊อกสูงสุด 70%

MacThai - 24 March 2015 - 19:57

น่าใจหายทีเดียว เมื่อร้าน iStudio สาขา Digital Gateway ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสาขาที่สวยที่สุดสาขาหนึ่งในไทย และเปิดมาตั้งแต่ปี 2009 ตอนนี้ได้ประกาศปิดตัวลงในวันที่ 31 มีนาคมนี้แล้ว

โดยทาง Copperwired ได้ประกาศว่า เนื่องจากทางห้าง Digital Gateway จะมีการปรับโฉมใหม่พร้อมเปลี่ยนตัวเองจากห้างไอทีเป็นแนวแฟชั่น รวมถึงทางร้านได้หมดสัญญาเช่ากับทางห้างแล้ว จึงประกาศปิดสาขา Digital Gateway ในสิ้นเดือนนี้

อย่างไรก็ดี ทางร้านจะจัดมหกรรมลดราคาล้างสต๊อกสูงสุดถึง 70% พร้อม iPhone, iPad, iPod ในราคาพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 25 – 31 มีนาคมนี้ ใครสนใจไปเยี่ยมชมกันได้

อ่านเพิ่ม -> รวมรายการสินค้าลดล้างสต๊อก ปิดร้าน iStudio สาขา Digital Gateway ลดสูงสุด 70% !! iPhone, iPad, iPod, Mac

ที่มา – iStudio by Copperwired

รูปจาก iStudio by Copperwired

Categories: Partners

ฟ้องด้วยภาพ อัพเดทใหม่ช่วย One M9 เย็นลงจริงตามแหล่งข่าวอ้างอิง

MXPhone - 24 March 2015 - 18:15
อัพเดทความคืบหน้าของ One M9 เรือธงจากค่าย HTC ในกรณีปัญหาความร้อนที่เคยมีรายงานออกมาว่าสูงถึง 55 องศาเซลเซียส (ข่าว) แต่ก็จัดการแก้ไขด้วยการอัพเดทซอฟท์แวร์ใหม่ล่าสุดไปเรียบร้อย โดยล่าสุดแหล่งข่าวจากฮอลแลนด์ที่ผู้เผยแพร่ภาพการทดสอบความร้อนด้วยกล้องอินฟราเรดออกมาในตอนแรกนั้น ได้จัดการอัพเดทข้อมูลใหม่ด้วยภาพชุดใหม่ออกมาแล้วเช่นกัน ซึ่งก็เป็นไปตามที่แหล่งข่าวผู้ทดสอบเครื่อง One M9 ได้รายงานเอาไว้ก่อนหน้านี้ว่าอุณหภูมิตัวเครื่องได้รับแก้ไขตามคำกล่าวอ้างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (ข่าว) โดยสามารถรักษาอุณหภูมิตัวเครื่องเอาไว้ได้ในช่วงระดับ 40 องศา...
Categories: Partners

สื่อกิมจิตีข่าว LG ยังใจแข็งไม่ใช้วัสดุโลหะสำหรับเครื่อง G4 ในปีนี้

MXPhone - 24 March 2015 - 17:04
หนึ่งในโทรศัพท์เรือธงที่เตรียมเปิดตัวเป็นคู่ต่อไปนอกจาก Huawei ที่จองคิวช่วงกลางเดือนเมษายนแล้ว ก็มีทาง LG ที่คาดว่าจะพร้อมเปิดตัว G4 เรือธงประจำปีของพวกเขาในช่วงใดช่วงหนึ่งระหว่างเดือนเมษายนหรือพฤษภาคม ซึ่งนอกจากรูปและข้อมูลประกอบบางส่วนที่หลุดออกมาเมื่อสองสัปดาห์ก่อนแล้ว เบาะแสเพิ่มเติมล่าสุดจากแหล่งข่าวในเกาหลีใต้นั้นระบุว่าโทรศัพท์เรือธงของ LG ในปี 2015 ยังจะไม่ใช้วัสดุโลหะเข้ามาเป็นส่วนประกอบแต่อย่างใด ตรงข้ามกับ Galaxy S6 ที่จัดการปรับโฉมตัวเองครั้งใหญ่ไปแล้ว อย่างไรก็ดียังมีคาดการณ์เพิ่มเติมว่า LG...
Categories: Partners

Twitch ถูกเจาะ ผู้ใช้ทุกคนควรเปลี่ยนพาสเวิร์ดด่วน!

BaaGames - 24 March 2015 - 15:36
มีรายงานออกมาว่า Twitch.tv เว็บไซต์ที่บริการการถ่ายทอดการเล่นเกมแบบ Streaming ได้ถูกกลุ่มผู้ไม่หวังดีเจาะระบบและขโมยข้อมูลของผู้ใช้ออกไป ทาง Twitch ได้โพสต์เตือนผู้ใช้ผ่านทาง Twitch blog โดยมีเนื้อหาดังนี้ครับ “เราเขียนบล็อกนี้เพื่อบอกให้คุณรู้ว่า อาจมีการเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ของ Twitch จากผู้ไม่หวังดี เพื่อป้องกันข้อมูลของคุณ เราได้สั่งให้พาสเวิร์ดและ stream key ทุกอันหมดอายุ และได้ตัดการเชื่อมต่อ account ออกจาก Twitter และ YouTube จากการนี้คุณจะถูกขอให้สร้างพาสเวิร์ดใหม่ในครั้งต่อไปที่คุณ login เข้าสู่ Twitch account เราแนะนำให้คุณเปลี่ยนพาสเวิร์ดบนเว็บไซต์อื่น ๆ ที่คุณใช้พาสเวิร์ดเดียวกันหรือคล้ายกันด้วย เราจะติดต่อไปหาผู้ใช้ทุกคนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงพร้อมรายละเอียดเพิ่มเติม” ที่มา: Twitch blog ผ่าน IGN
Categories: Partners

เปิดวงเสวนาว่าด้วย “พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์” กับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

Thainetizen - 24 March 2015 - 15:31

หลักการ “ผู้ใดกล่าวอ้าง ผู้นั้นต้องพิสูจน์” ใช้ได้มากน้อยแค่ไหนกับพยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์? เคยสงสัยไหม ว่าถ้าโดนเจ้าหน้าที่ตำรวจยึดมือถือไป มือถือคุณจะผ่านมือใครบ้างจนกระทั่งถึงศาล? พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ เชื่อถือได้แค่ไหน? การแอบใส่ข้อมูลใหม่เข้าไปในอุปกรณ์ของเรา เหมือนกับการ “ยัดยาบ้า” หรือไม่? การหาพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ด้วยการ “ดักฟัง” ปัจจุบันตำรวจเขาทำกันอย่างไร? ชวนมาหาคำตอบกันในบันทึกวงเสวนาว่าด้วยพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์กับพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

(หมายเหตุ บทความนี้เป็นการสรุปย้อนหลังงานสัมมนาเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2558)

จุลศักดิ์ แก้วกาญจน์ นักวิจัยโครงการศึกษาเผยแพร่ความรู้ด้านนิติวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์

ใน “เวทีว่าด้วยการอภิบาลอินเทอร์เน็ตและการเตรียมตัวขององค์กรประชาสังคมในประเทศไทย” ณ มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2558 ได้มีการสัมมนาย่อยหัวข้อ “การใช้พยานหลักฐานดิจิทัลในกระบวนการยุติธรรม” ซึ่งมีผู้ร่วมสัมมนาได้แก่ จุลศักดิ์ แก้วกาญจน์ ผู้ช่วยนักวิชาการปฏิรูปกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) และนักวิจัยเรื่อง “พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์กับการดำเนินคดีตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550″, พ.ต.ท.สันติพัฒน์ พรหมะจุล กลุ่มงานสนับสนุนฯ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และพ.ต.ท.พัฒนะ ศุกรสุต สำนักเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยมีอาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองเน็ตเป็นผู้ดำเนินการสัมมนา

“เวทีว่าด้วยการอภิบาลอินเทอร์เน็ตและการเตรียมตัวขององค์กรประชาสังคมในประเทศไทย” ในครั้งนี้ร่วมจัดโดยมูลนิธิเอเชีย, สภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย, คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น, โครงการจัดการความรู้เพื่อขับเคลื่อนสังคมปลอดพนันภายใต้มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์, มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ, มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี, มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และองค์กรเครือข่าย

บรรยากาศงานสัมมนา “การใช้พยานหลักฐานดิจิทัลในกระบวนการยุติธรรม”

หลัก “fair trial” ในกรณีพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์

จุลศักดิ์ แก้วกาญจน์ นักวิจัยโครงการศึกษาเผยแพร่ความรู้ด้านนิติวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์กล่าวว่า ในการบังคับใช้พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เมื่อพิจารณาหลักการดำเนินคดีที่เป็นธรรม (fair trial) หรือการที่คู่คดีทั้งสองฝ่ายมีเครื่องมือในการสู้คดีที่เท่าเทียมกันนั้น การสำรวจเบื้องต้นพบว่า คดีที่เกี่ยวกับพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์จำนวนมาก จำเลยและทนายของจำเลยไม่มีเครื่องมือที่เพียงพอในการหักล้างพยานหลักฐานทางฝ่ายรัฐ การทำให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงทนายความของจำเลย ทราบถึงวิธีการแสวงหาและการตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของพยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์จึงเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยให้การดำเนินคดีเป็นไปตามหลักการดำเนินคดีที่เป็นธรรมมากขึ้น

ในจุดนี้ รศ.จันทจิรา เอี่ยมมยุรา อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในผู้ร่วมเสวนาให้ความเห็นว่า เรื่องการพิสูจน์พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ ประชาชนธรรมดาคงช่วยเหลือตัวเองได้ยาก ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น เช่น มีผู้แอบอ้างใช้เฟซบุ๊กของตนเพื่อไปทำการผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มีคำถามอยู่ว่า ภาระในการพิสูจน์ควรจะตกเป็นของใคร ซึ่งปกติแล้ว กฎหมายจะยึดหลักที่ว่า หากใครกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอันใด ผู้นั้นต้องเป็นผู้พิสูจน์ ในกรณีข้างต้น การที่ผู้ถูกกล่าวหาจะกล่าวอ้างข้อเท็จจริงว่า ตนไม่ได้เป็นผู้โพสต์แต่มีผู้อื่นเข้าไปในเฟซบุ๊กของตนแล้วโพสต์ข้อความนั้น ตามหลัก เจ้าของเฟซบุ๊กจะต้องเป็นผู้พิสูจน์เองว่ามีคนลักลอบเข้าไปในเฟซบุ๊กของตน ด้วยวิธีการใด

“คำถามก็คือว่า ในแง่การสร้างความเสมอภาคในการพิสูจน์พยานหลักฐาน หลักการที่ว่า ถ้าใครกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอันใด ผู้นั้นต้องเป็นผู้พิสูจน์ ใช้ในกรณีพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์มากน้อยแค่ไหน และควรมีข้อยกเว้นอย่างไร

“สมมติว่าดิฉันเป็นเจ้าของบัญชีเฟซบุ๊ก เราไม่สามารถเข้าไปดูในระบบ หรือไปพิสูจน์ในระบบ เราเป็นชาวบ้านธรรมดา เราไม่สามารถใช้กระบวนการนั้น เพื่อมาช่วยในการต่อสู้ของเรา กฎหมายจะมีสร้างข้อต่อรองให้กับชาวบ้านธรรมดาในการสู้ในเรื่องพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์มากน้อยแค่ไหน”

รศ.จันทจิรา เอี่ยมมยุรา อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ร่วมเสวนา

ในประเด็นนี้ รศ.จันทจิราเสนอว่า จะเป็นไปได้ไหมที่ในกรณีของพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ การพิสูจน์ความบริสุทธิ์จะใช้กลับทิศกับในกรณีพยานหลักฐานทั่วไป โดยในกรณีพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ เพียงแต่เราแสดงให้เห็นตามสมควรว่า มีความผิดปกติในระบบเกิดขึ้น เช่น เคยมี pop-up ขึ้นเตือนว่าเคยมีผู้เข้าบัญชีเฟซบุ๊กของเราจากที่อื่น และเกิดการกระทำความผิดผ่านบัญชีของเรา เพียงเท่านี้ และภาระในการพิสูจน์ที่เหลือจะเป็นของฝ่ายรัฐได้ไหม ที่จะต้องเป็นผู้พิสูจน์ว่าในระบบไม่มีความผิดปกติ และผู้กระทำผิดเป็นเราจริง

อาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล ผู้ดำเนินรายการได้กล่าวเสริมว่า “ในเฟซบุ๊ก เราสามารถเข้าไปดูได้ว่า ล็อกอินชื่อนี้ เคยเข้าระบบเวลาใด จากสถานที่ไหน ซึ่งเป็นข้อมูลที่เจ้าของบัญชีสามารถเข้าไปดูเองได้ สิ่งนี้จะสามารถถูกนำมาใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่ผู้ใช้ทั่วไปหยิบมาเป็นข้อต่อสู้ของตัวเองได้ไหม โดยที่ไม่ต้องมีข้อมูล raw file ของเฟซบุ๊ก หรือข้อมูลเทคนิคที่มากไปกว่านั้นที่ผู้ใช้ทั่วไปคงไม่สามารถเข้าถึงได้สะดวกนัก”

พ.ต.ท.สันติพัฒน์ พรหมะจุล กลุ่มงานสนับสนุนฯ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กล่าวในประเด็นนี้ว่า สำหรับเฟซบุ๊ก เวลาที่เราใช้จะมีร่องรอยปรากฎอยู่ในเครื่องของเรา ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถตรวจพบได้ แต่หากเมื่อผลตรวจออกมาแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาไม่เห็นด้วยกับผลตรวจ ก็มีสิทธิร้องขอให้มีการตรวจพิสูจน์ซ้ำ หรือขอให้หน่วยงานอื่นที่เป็นหน่วยงานกลางพิสูจน์ได้

อาทิตย์กล่าวเสริมว่า ทั้งนี้ นอกจากการใช้กฎหมายแล้ว มาตรการทางเทคโนโลยีก็เป็นอีกหนทางหนึ่งที่สามารถช่วยสร้างความเสมอภาคในการต่อสู้คดีได้ โดยมาตรการทางเทคโนโลยีสามารถช่วยสร้างพยานหลักฐานยืนยันตัวเราเอง ว่าเราเคยอยู่ตรงนี้ ในเวลานี้ และเป็นหลักฐานที่ตัวเราสามารถบริหารจัดการได้ สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองเวลาที่มีคดีเกิดขึ้น นอกจากนี้ ในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาไปมากขึ้น ผู้ใช้ก็อาจจะช่วยเหลือตนเองได้มากขึ้นและไม่ต้องพึ่งพาภาครัฐหรือผู้ให้บริการแต่อย่างเดียว

ขั้นตอนการจัดการกับพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์

“สมมติผมเป็นผู้ต้องสงสัยและโดนยึดมือถือไป มือถือผมจะไปอยู่ที่ไหนบ้างจนกระทั่งถึงศาล” ผู้ดำเนินรายการกล่าวถามในประเด็นเรื่องกระบวนการจัดการกับหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ที่หามาได้

พ.ต.ท.สันติพัฒน์กล่าวว่า สำหรับการยึดมือถือ สิ่งแรกที่ต้องทำคือต้องตัดการติดต่อสื่อสาร เช่น ตั้งค่าให้เป็นโหมดการบิน (flight mode) ต้องให้เจ้าของเครื่องต้องเซ็นรับทราบ สำหรับขั้นตอนการตรวจพิสูจน์ ผู้ที่ตรวจพิสูจน์ซึ่งจะไม่ใช่คนเดียวกับตำรวจที่ยึดมือถือมา จะตรวจพิสูจน์ตามที่ถูกร้องขอมาว่าต้องการให้หาอะไร เช่น หากต้องการหาข้อความหมิ่นประมาท ก็จะหาแต่ส่วนนั้น ผลตรวจจะออกมาเป็นรายงานเพื่อส่งให้พนักงานตำรวจดำเนินการต่อ เมื่อถึงขั้นตอนดังกล่าว หากเจ้าของอยากได้เครื่องคืนก็สามารถยื่นคำร้องได้ และเจ้าหน้าที่จะพิจารณาว่าสมควรคืนเครื่องให้หรือไม่ ซึ่งหากคืนเครื่อง เครื่องนั้นจะอยู่ในสภาพสมบูรณ์ สามารถนำไปใช้งานได้ต่อ สำหรับข้อมูลจากการตรวจ ก็จะไหลไปสู่ชั้นสอบสวน ถึงอัยการ และศาล

ซึ่งในเบื้องต้น ผู้ตรวจหลักฐานคือตำรวจ แต่หากผลตรวจออกมาแล้วจำเลยเห็นว่าไม่เป็นธรรม ก็อาจขอให้หน่วยงานอื่นตรวจได้ แต่ในบางกรณี เช่น ในกรณีที่โจทก์เป็นรัฐ ก็ไม่เหมาะสมที่จะให้ตำรวจเป็นผู้ตรวจ ศาลก็อาจให้เอกชนเป็นผู้ตรวจได้

พ.ต.ท.สันติพัฒน์ พรหมะจุล กลุ่มงานสนับสนุนฯ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

ทั้งนี้ จุลศักดิ์กล่าวว่า จากการสำรวจ ปัจจุบันประเทศไทยมีหน่วยงานของรัฐและเอกชนที่มีความสามารถในการอ่านหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์อยู่จำนวนหนึ่ง หน่วยงานหลักทางฝ่ายรัฐ ได้แก่ กระทรวงไอซีที กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ส่วนเอกชนมีบริษัทเอกชนที่รับอ่านหรือกู้ข้อมูล ซึ่งหากมีการอ่านพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ผ่านทางบริษัทเหล่านี้ ก็มีประเด็นว่าข้อมูลที่ได้จะมีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหนในชั้นศาล

“หน่วยงานเอกชนที่เป็นผู้ตรวจ จะมีความน่าเชื่อถือแค่ไหน ถ้าเราจะจ้างเขาแพงๆ ให้ตรวจออกมาอย่างที่เราต้องการได้ไหม” ผู้ดำเนินรายการถามต่อ

พ.ต.ท.สันติพัฒน์กล่าวว่า หากผลตรวจทั้ง 2 ครั้งออกมาตรงข้ามกัน ก็อาจมีการขอให้หน่วยงานที่ 3 เข้ามาเป็นผู้ตรวจได้ เช่นเดียวกับการตรวจศพ

สำหรับคำถามที่ว่า ในขั้นตอนการตรวจหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น คอมพิวเตอร์ หากเจ้าหน้าที่ต้องการตรวจหาหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับความผิดหนึ่งๆ แต่ไปพบไฟล์ที่เป็นความผิดอย่างอื่นด้วย จะสามารถเอาผิดกับเจ้าของคอมพิวเตอร์ในความผิดอย่างอื่นด้วยได้ไหม พ.ต.ท.พัฒนะ ศุกรสุต สำนักเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ตอบว่าสามารถทำได้ โดยอาศัยข้อยกเว้นตามพ.ร.บ.ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226/1

การนำพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นสู่ชั้นศาล

ในขั้นตอนการนำพยานหลักฐานขึ้นสู่ชั้นศาลนั้น พ.ต.ท.สันติพัฒน์อธิบายว่า ตำรวจในฐานะผู้รวบรวมพยานหลักฐาน จะรวบรวมพยานหลักฐานเป็นสำนวนเพื่อให้อัยการ และอาจมีการสอบปากคำผู้ตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ตรวจพิสูจน์อาจต้องขึ้นเป็นพยานในชั้นศาล ในฐานะพยานผู้เชี่ยวชาญด้วย รวมถึงจะต้องเป็นผู้ที่อธิบายให้ศาลฟัง ว่าข้อมูลตรวจได้มาอย่างไร ข้อมูลแต่ละจุดหมายความว่าอะไร

พ.ต.ท.พัฒนะกล่าวเสริมว่า ตำรวจจะรายงานไปตามข้อเท็จจริงที่พบ เช่น พบไฟล์อะไร อยู่ตำแหน่งไหน วันไหน ขนาดไฟล์ ตามมาด้วยการตีความและการวิเคราะห์ของเจ้าหน้าที่โดยวางบนข้อเท็จจริงดังกล่าว และนำเสนอเป็นรายงานให้ศาล แต่มักพบปัญหาว่า ศาลอ่านรายงานไม่เข้าใจ ในการนำข้อมูลต่อศาล จึงมักอธิบายให้ศาลฟังโดยใช้แผนภูมิรูปภาพประกอบด้วย

พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ เชื่อถือได้แค่ไหน

ผู้ร่วมเสวนาท่านหนึ่งถามถึงความเชื่อถือได้ของพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ว่า ตนเห็นว่าพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์น่าจะเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงง่าย “ในฐานะประชาชนธรรมดา ท่านเอาคอมพิวเตอร์เราไป เราจะรู้ได้ไงว่าท่านจะไม่เอาข้อมูลอื่นใส่เข้าไปเพื่อเอาผิดเรา”

ในประเด็นนี้ พ.ต.ท.สันติพัฒน์กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวไม่เหมือนกับ “การยัดยาบ้า” เนื่องจากคอมพิวเตอร์นั้น เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในระบบ ความเปลี่ยนแปลงนั้นจะถูกบันทึกไว้ในคุณสมบัติ (property) ของไฟล์ เช่น ไฟล์ใหม่ที่ใส่เข้ามานี้ถูกนำเข้าเมื่อใด ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถพิสูจน์ได้

ส่วนฮาร์ดดิสก์ การพิสูจน์ความน่าเชื่อถือของฮาร์ดดิสก์ที่เจ้าหน้าที่โคลนมาคือการเทียบค่า hatch ว่าฮาร์ดดิสก์ที่ตำรวจโคลนมามีค่า hatch ตรงกับค่าในฮาร์ดดิสก์ต้นฉบับของจำเลยหรือไม่

อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.สันติพัฒน์ย้ำว่า พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์เป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งเท่านั้น ในการระบุตัวผู้กระทำผิดอาจต้องใช้พยานหลักฐานอื่นประกอบด้วย

พ.ต.ท.พัฒนะกล่าวเสริมว่า พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ต้องมีมาตรฐาน อย่างแรกก็คือต้องไม่มีการเปลี่ยนแปลงในพยานหลักฐาน ตั้งแต่ขั้นตอนการเก็บจนกระทั่งถึงศาล เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องผ่านการอบรมมาโดยเฉพาะ รวมทั้งการปฏิบัติหน้าที่และการดำเนินการใดทั้งหมดจะต้องได้รับการจดบันทึกไว้ในเอกสารเพื่อให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ด้วย

พ.ต.ท.พัฒนะ ศุกรสุต สำนักเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ

ดักฟัง: อีกหนึ่งวิธีการหาพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์

สำหรับการดักรับข้อมูลการสื่อสาร ซึ่งเป็นวิธีการหาพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์อย่างหนึ่งนั้น ในร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งกำลังอยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาในขณะนี้ ระบุให้เจ้าหน้าที่สามารถดักรับข้อมูลการสื่อสารได้โดยไม่ต้องขอหมายศาล โดยหากร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านออกมาบังคับใช้จริง ก็จะทำให้การดักรับข้อมูล (โดยไม่ต้องผ่านการอนุญาตจากศาล) เป็นอีกหนึ่งวิธีในการแสวงหาพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ของตำรวจ

รศ.จันทจิรามีคำถามถึงประเด็นนี้ว่า หลักเกณฑ์ทั่วไปที่จะใช้ในการพิจารณาดักรับข้อมูลต้องมีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง

พ.ต.ท.สันติพัฒน์กล่าวว่า สำหรับร่างพ.ร.บ.มั่นคงไซเบอร์ฯ ต้องรอให้ร่างกฎหมายออกมาเป็นที่ชัดเจนก่อน จึงจะรู้ได้ว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถทำอะไรได้มากแค่ไหน

แต่หากเป็นในกรณีของการดักรับข้อมูลตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ต.ท.พัฒนะกล่าวว่า การใช้มาตรา 18(5)-(8) ของพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เพื่อเข้าถึงข้อมูลจะต้องขออำนาจศาลทั้งสิ้น ซึ่งส่วนใหญ่ ข้อมูลที่ขอศาลดักรับคือข้อมูลที่ไม่สามารถหาได้โดยวิธีการปกติ และเมื่อศาลไต่สวนอนุญาตแล้ว เจ้าหน้าที่ต้องส่งเอกสารชี้แจงต่อศาลอย่างละเอียดถึงวิธีการเข้าถึงข้อมูลต่างและรายละเอียดต่างๆ รวมทั้งต้องทำรายงานต่อศาลด้วย ตนคิดว่าในกรณีนี้ไม่น่าเป็นห่วงนัก

ด้านพ.ต.ท.สันติพัฒน์กล่าวด้วยว่า เจ้าหน้าที่จะไม่ดักรับข้อมูลทั้งระบบ เพราะข้อมูลมีจำนวนมาก และระบบไม่สามารถรองรับได้อยู่แล้ว แต่จะจำกัดไปเฉพาะบางจุด และในการดักรับจะไม่ไปรบกวนระบบ เพราะจะไม่ได้ใช้เทคนิค “man in the middle” (การดักรับข้อมูลโดยไปอยู่ตรงกลางระหว่างการสื่อสารระหว่างคนสองคน โดยที่คู่สนทนาทั้งสองไม่รู้)

การพิจารณาของศาล เป็นรายกรณีหรือพิจารณาเป็นสำรับ

รศ.จันทจิราถามต่อว่า เวลาที่เจ้าหน้าที่จะขอศาลดักรับข้อมูล การยื่นขอต่อศาลนั้นขอเป็นรายกรณี หรือยื่นขอทีเดียวหลายกรณีเป็นจำนวนมากพร้อมกัน รวมถึงการพิจารณาของศาลด้วย ว่าปกติแล้วศาลจะพิจารณาเป็นรายกรณี หรือพิจารณาหลายกรณีทีเดียวพร้อมกัน

พ.ต.ท.สันติพัฒน์ตอบว่า ในการขอและการอนุญาตของศาล จะอนุญาตเป็นรายกรณี และหากกรณีนั้นมีหลายจุดที่ต้องดักรับ ศาลจะให้เข้าไปดักรับเพียงจุดเดียวก่อน และต้องรายงานผลการดักรับด้วย หากต้องการดักรับที่จุดใหม่จะต้องยื่นขอต่อศาลอีกรอบหนึ่ง ซึ่งเป็นเช่นเดียวกับการให้ศาลพิจารณาปิดกั้นเว็บไซต์

ในจุดนี้ อาทิตย์ ผู้ดำเนินรายการได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชนเคยสำรวจพบว่า เคยมีการส่งคำร้องให้ปิดกั้นเว็บไซต์ครั้งหนึ่ง ที่ขอให้เปิดกั้น URL ถึง 4,000 URL พร้อมกัน ศาลอนุมัติคำร้องนั้นภายใน 1 วัน นำมาสู่คำถามว่าศาลได้พิจารณาทุกกรณีหรือไม่

พ.ต.ท.พัฒนะกล่าวว่า ตนเห็นว่าอาจเป็นไปได้ว่ากรณีดังกล่าวเป็นการแชร์เนื้อหาเดียวกันไปยังหลาย URL และเจ้าหน้าน่าจะได้อธิบายและสรุปให้ศาลฟังแล้วว่า หลาย URL มีเนื้อหาเดียวกัน

พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กฎหมายครอบจักรวาล

ในการสัมมนาครั้งนี้ จุลศักดิ์ได้กล่าวถึงปัญหาของพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ด้วยว่า จากการสำรวจสถิติของคดีที่เกี่ยวข้องกับพ.ร.บ.ฉบับนี้โดยอ้างอิงจากงานวิจัยหัวข้อ “ผลกระทบจากพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และนโยบายของรัฐกับสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น” โดยศูนย์ข้อมูลกฎหมายและคดีของโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ที่รวบรวมสถิติคดีเกี่ยวกับกฎหมายฉบับดังกล่าว ตั้งแต่หลังประกาศใช้กฎหมายในเดือน กรกฎาคม 2550 จนถึงปี 2554 พบว่า

คดีความตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ที่ขึ้นสู่ชั้นศาลแบ่งเป็น 2 แบบ คือ ความผิดต่อระบบ มีจำนวน 62 คดี ขณะที่ความผิดต่อเนื้อหา มีจำนวนมากถึง 215 คดี

จุลศักดิ์ตั้งข้อสังเกตต่อการบังคับใช้พ.ร.บ.ฉบับนี้ว่า ทั้งๆ ที่จุดประสงค์ที่แท้จริงของการมีกฎหมายฉบับนี้คือเพื่อปกป้องข้อมูลของบุคคลในระบบดิจิทัลเป็นสำคัญ หรือเน้นคุ้มครองระบบ แต่กลับมีการฟ้องคดีในส่วนความผิดต่อระบบค่อนข้างน้อย ขณะที่มีการฟ้องคดีเกี่ยวกับเนื้อหาค่อนข้างสูง ซึ่งอาจผนวกกับการเมืองในช่วงเวลาดังกล่าวมีความเข้มข้น โดยเฉพาะในช่วงปี 2552 และ 2553

ในส่วนนี้ พ.ต.ท.พัฒนะเห็นว่า เป็นเพราะกฎหมายใช้คำว่า ความผิด “เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์” จึงทำให้ความผิดที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ทั้งหมด ไม่ว่าจะมากหรือน้อย รวมไปถึงสมาร์ทโฟนและข้อมูลที่อยู่ในระบบทุกอย่างล้วนเกี่ยวข้องหมด ฐานความผิดของพ.ร.บ.นี้จึงกว้าง

ทางด้านพ.ต.ท.สันติพัฒน์กล่าวว่า แทบจะพูดได้ว่า แทบทุกคดีเกี่ยวพันกับคอมพิวเตอร์หมด รวมถึงคดีอย่างคดีฆาตกรรมด้วย “เพราะสิ่งแรกที่ต้องตรวจสอบเมื่อมีเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้นคืออุปกรณ์มือถือและโน้ตบุ๊ก”

กรณีศึกษา: คดี “อากง เอสเอ็มเอส”

วงสัมมนาได้หยิบยกกรณีศึกษาคดี “อากง เอสเอ็มเอส” ซึ่งเป็นคดีที่นายอำพล ตั้งนพกุล หรือ “อากง” ถูกกล่าวหาว่าส่งข้อความเอสเอ็มเอสมีเนื้อหาดูหมิ่นแสดงความอาฆาตมาร้ายต่อพระมหากษัตริย์รวม 4 ข้อความผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ซึ่งศาลได้ตัดสินว่าอำพลผิดจริงและให้ลงโทษจำคุก 20 ปี ขึ้นมาอภิปรายในเรื่องพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์

รศ.จันทจิรากล่าวถึงกรณีศึกษานี้ว่า คำพิพากษาของศาลในคดีดังกล่าว ค่อนข้างชัดเจนว่า มือถือเครื่องดังกล่าวเป็นมือถือที่ใช้ส่งข้อความ ซึ่งสามารถหาได้จากใช้นิติวิทยาศาสตร์ แต่คดีนี้มีความน่าสงสัยในเรื่องความเชื่อมโยงระหว่างผู้กระทำการกับอุปกรณ์ดังกล่าว

“มีพยานหลักฐานในศาลไหม ว่าอากงเป็นคนพิมพ์ข้อความเอสเอ็มเอสนั้น” รศ.จันทจิราถามขึ้น

พ.ต.ท.พัฒนะกล่าวว่า คดีดังกล่าวไม่มีประจักษ์พยานอยู่ด้วย อย่างไรก็ตาม หากเปิดดูคำพิพากษาของศาลฉบับเต็มจะเห็นว่า ศาลได้พิจารณาและชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์อย่างรอบด้านแล้ว และคำตัดสินดังกล่าวเป็นดุลยพินิจของศาลหลังจากที่ได้ชั่งน้ำหนักหลักฐานทั้งหมด

รศ.จันทจิรากล่าวต่อว่า ในเมื่อมีความไม่ชัดเจนดังกล่าว ประกอบกับพฤติการณ์แวดล้อมที่ว่า จำเลยเป็นชายแก่ที่ไม่เคยส่งเอสเอ็มเอสหรือไม่เคยโซเชียลมีเดียเป็นประจำ อยู่มาวันหนึ่งได้ส่งข้อความเอสเอ็มเอส 4 ข้อความออกไป จุดนี้มีข้อที่น่าสงสัย

“นี่คือคดีอาญา ซึ่งเมื่อไหร่ก็ตามที่มีความสงสัย ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้กับผู้ถูกกล่าวหา ถ้าดูพฤติการณ์แวดล้อม บุคคลคนนี้ ประมาณอย่างนี้… มันมีข้อสงสัย ศาลได้พิจารณาหรือไม่ ซึ่งอ่านแล้วไม่พบประเด็นนี้ในคำวินิจฉัยของศาล

“หาความเชื่อมโยงไม่ได้ ว่ามือถือค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นมือถือที่ใช้กระทำความผิด แต่คนที่กระทำความผิดไม่ชัดเจน ในสำนวนทั้งหมด ไม่สามารถยืนยันได้ว่า จะไม่มีทางเป็นคนอื่นได้เลย ประเด็นจึงกลับไปสู่หลักว่า เมื่อมีความสงสัย ต้องยกประโยชน์ให้กับคนที่ถูกสงสัย… เผอิญศาลไม่สงสัยใช่ไหม หรือมีอะไรที่ไม่ปรากฎในสำนวน ตรงนี้เป็นจุดที่อ่อนที่สุดในคำพิพากษานี้”

รศ.จันทจิรากล่าวว่า หากยึดตามคำพิพากษาข้างต้นของศาล เราก็อาจโดนคดีแบบอากงก็ได้หากเราเผลอวางมือถือทิ้งไว้ และมือถือของเราก็ไม่ใส่รหัสไว้ด้วย

รศ.จันทจิราเสนอความเห็นทิ้งท้ายไว้ว่า “ต่อไปถ้าเราจะเอาโทษจากเจ้าของมือถือหรือเจ้าของคอมพิวเตอร์ กฎหมายต้องเขียนให้ชัด แล้วเป็นความรับผิดชอบของเจ้าของอุปกรณ์ที่ต้องไปใส่รหัส หรือไปทำอะไรให้คนอื่นไม่สามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์ของเราได้ แต่ ณ วันนี้กฎหมายยังไม่ได้เขียนแบบนี้ การมีข้อสงสัยแบบนี้ โดยหลักแล้ว ศาลต้องไม่ลงโทษ”

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง สรุปการสัมมนาเวทีย่อยอื่นๆ ของ “เวทีว่าด้วยการอภิบาลอินเทอร์เน็ตและการเตรียมตัวขององค์กรประชาสังคมในประเทศไทย”

 

Categories: Partners

กลุ่มนำร่อง ผู้ใช้งาน iPhone 6 แค่หกเปอร์เซ็นต์ใช้งาน Apple Pay ส่วนใหญ่ยังไม่สนใจ

MXPhone - 24 March 2015 - 14:57
แม้ว่าจะเปิดตัวมาได้เกือบครึ่งปีแล้วสำหรับระบบการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านโทรศัพท์อย่าง Apple Pay ที่มีบริษัทห้างร้านค้าชั้นนำในสหรัฐให้การสนับสนุนอย่างแพร่หลาย แต่รายงานจากผลการสำรวจล่าสุดนั้นพบว่ายังมีผู้ใช้งานจริงเพียงแค่เลขหลักตัวเดียวจำนวน 6 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ในขณะที่ส่วนใหญ่ยังไม่สนใจหรือไม่ได้ทดลองใช้นั้นมากถึง 2/3 ของผู้ซื้อเครื่อง iPhone 6 ทั้งหมดคิดเป็นกว่า 85 เปอร์เซ็นต์ และมีสัดส่วนอีกจำนวนหนึ่ง 9 เปอร์เซ็นต์ได้ทดลองใช้บ้างแล้ว แต่ก็ยังใช้ได้ไม่คล่องแคล่วหรือนึกไม่ออกว่า Apple...
Categories: Partners

เปิดโผคอลเลคชั่นอุปกรณ์เสริมของ HTC One M9 เรือธงจากไต้หวัน

MXPhone - 24 March 2015 - 14:23
นับว่า HTC เป็นผู้ผลิตโทรศัพท์ชั้นนำรายแรกที่จัดการปล่อยตัวผลิตภัณฑ์ระดับเรือธงออกสู่ตลาดอย่างเป็นทางการ หลังจากที่เริ่มจัดจำหน่าย One M9 ในไต้หวันไปอย่างเป็นทางการเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และคาดว่าในเดือนเมษายนอีกหลายๆ ตลาดก็กำลังเตรียมความพร้อมในการส่งมอบสินค้ากันอย่างขมักเขม้น แต่สินค้ายุคใหม่นี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่เฉพาะตัวเครื่องโทรศัพท์อีกต่อไปแล้ว แต่ยังประกอบไปด้วยอุปกรณ์เสริมหลากหลายรูปแบบที่ออกแบบมาให้สอดรับสนับสนุนการใช้งานเพิ่มเติม ตั้งแต่ปกป้องตัวเครื่องไปจนถึงเสริมความสวยงามหรือหูฟัง ซึ่งจะมีอะไรและหน้าตาแบบไหนบ้างนั้น เราได้รวบรวมมาให้ดูกันคร่าวๆ แล้วในท้ายข่าวบ่ายวันนี้
Categories: Partners

Apple Watch ถูกถ่ายแบบลงนิตยสาร Elle ที่ออสเตรเลีย พร้อมเผยเทคนิคใส่ยังไงให้สวย

MacThai - 24 March 2015 - 13:49

Apple Watch ถูกถ่ายแบบในนิตยสารแฟชั่นระดับโลก Elle ในประเทศออสเตรเลียแล้ว โดยครั้งนี้นอกจากจะมีการถ่ายแบบสวยๆ ให้ได้ชมแล้ว ยังมีการเผยเคล็ดลับการใส่นาฬิกา Apple Watch กับเสื้อผ้าแบบต่างๆ ยังไงให้ดูสวยงามอีกด้วย

Justine Cullen บรรณาธิการนิตยสาร Elle เผยว่า “เราได้ร่วมงานกับแอปเปิลเพื่อถ่ายแบบในแนวสุดชิคสำหรับนาฬิกาเรือนนี้ ทุกสิ่งใส่เพื่อให้มันออกมาดูดี โดยการเพิ่มรองเท้าแนวสปอร์ต ไม่จำเป็นต้องใส่เครื่องประดับอะไรเพิ่มเลย เพราะนาฬิกาคือจุดเด่นสุดของงานนี้”

แนวทางที่บก.ได้แนะนำสำหรับสาวๆ ที่ต้องการใส่ชุดให้เข้ากับ Apple Watch มีดังนี้

On the weekend: Wear it with trackies, your boyfriend’s shirt (worn cuffed and loose) and a chic cashmere overcoat – Acne has a great option in store at the moment. Keep it loose and low-key with sneakers or sandals (worn with socks if you dare). Mix the watch with fine gold and silver jewellery from Petite Grand and Pink LouLou.

For a cocktail party: Wear with a tuxedo suit and sexy heels (think Le Smoking Saint Laurent style with Alexander Wang black heels), or if you have the legs for it, a killer cocktail dress. Mix statement jewels with your watch. Try a fabulous cocktail ring and Cartier’s Love Bracelet would look great sitting side by side with your Apple Watch. It will be the perfect conversation starter at a party.

How to wear it to work: Wear a sexy silk Equipment shirt, buttoned down low with a black silk camisole underneath, and add a sharp tailored blazer and man-style pants. Mean business with a power bag from Saint Laurent and sharp flats from French legend Céline. For added glam, a subtle pair of Tiffany & Co. silver earrings and a fine diamond tennis bracelet will complete the boardroom look and have all the execs talking.

แอปเปิลโปรโมท Apple Watch โดยเน้นไปที่ความเป็นสินค้าแฟชั่นเต็มตัว ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้ลงในนิตสารแฟชั่นระดับโลกมาแล้วมากมาย ซึ่งทางบก.ของ Elle เผยว่าหลังจากที่ได้ลองใช้ดูแล้ว เขาอยากซื้อเก็บไว้ซักเรือนเช่นกัน

ที่มา – Elle, 9to5mac

Categories: Partners

4 แอพพลิเคชั่น ฟรี! ประจำวันแบบจำกัดเวลาบน App Store ประจำวันที่ 24 มีนาคม 2558

MXPhone - 24 March 2015 - 13:23
apps สำหรับสาวก iPhone, iPad และ iPod น่าจะพอรู้กันว่าในแต่ละวันจะมีแอพพลิเคชั่นบน Apple App Store แจกฟรีอยู่เรื่อยๆ วันนี้ทีมงานเลยเอาข่าวมาฝากกันว่ามีแอพฯ ไหนที่กำลังแจกฟรีแบบจำกัดเวลาอยู่บ้าง มีอะไรบ้างเชิญชมเลยครับ ^^ 1. aNote – Screenshot note...
Categories: Partners

HTC Desire 826G เตรียมขายต้นเดือนหน้า 12,490 บาท สเปคเหยียบรุ่นพี่ Desire Eye!!

MXPhone - 24 March 2015 - 12:50
ในที่สุดก็เตรียมวางขายในประเทศไทยแล้ว สำหรับ HTC Desire 826G หลังจากเปิดตัวได้อย่างฮือฮาเมื่อช่วงต้นปีในรุ่น Desire 826 ที่จะมีกล้องหน้า UltraPixel 4MP แต่สำหรับรุ่นขายไทยคือ HTC Desire 826G นะครับ กล้องหน้าเป็นเลนส์ 13 ล้านพิกเซล เหมือนกล้องหลังแบบเดียวกับ Desire...
Categories: Partners

ทำแบรนด์ให้ติดตา ติดใจ ติดด้วย Line Sticker

FaceBlog - 24 March 2015 - 11:12

ที่ผ่านมาการสร้างแบรนด์เคยเป็นเรื่องของธุรกิจขนาดใหญ่ซึ่งมีงบประมาณจำนวนมากสำหรับกิจกรรมการตลาด และวิธีการสร้างแบรนด์ที่นิยมใช้กันก็คือการออกโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ โดยเฉพาะโฆษณาโทรทัศน์ที่มีความสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ในวงกว้าง แต่ก็แลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงมากเช่นกัน ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่มากเกินกำลังสำหรับธุรกิจ SMEs ที่มีขีดจำกัดด้านงบประมาณ ด้วยเหตุนี้การทำแบรนด์ของธุรกิจ SMEs จึงกลายเป็นเรื่องไกลเกินเอื้อมมาโดยตลอด
แต่ปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคนั้นเปลี่ยนไป จากที่เคยรับข้อมูลข่าวสารจากโทรทัศน์เป็นหลักก็กลับย้ายความสนใจไปสู่พื้นที่เพียงไม่กี่ตารางนิ้วบนหน้าจอ Smartphone และ Tablet ที่ตอบสนองความต้องการได้มากกว่าตรงที่สามารถค้นหาข้อมูลได้ด้วยตนเองแทนที่จะรอให้สื่อป้อนข้อมูลให้ รวมไปถึงการเลือกรับข้อมูลเฉพาะอย่างเท่านั้น จึงไม่แปลกที่ผู้บริโภคจะใช้เวลากับ Smartphoneและ Internet มากกว่าโทรทัศน์เพราะความเปลี่ยนแปลงนี้เองที่ทำให้แบรนด์ต่างๆ ต้องพยายามให้มากกว่าการยัดเยียดตัวเองให้ผู้บริโภคเห็นด้วยวิธีการแบบเดิมๆ ไปสู่การหลอมรวมตัวเองไปกับสิ่งที่ผู้บริโภคสนใจ โดยเฉพาะบนสมาร์ทโฟนที่ติดตัวผู้บริโภคไปทุกที่ทุกเวลา หน้าจอกระทัดรัดจึงกลายเป็นสมรภูมิเดือดที่บรรดาแบรนด์ต่างเปิดศึกแย่งชิงความสนใจจากผู้บริโภค และหนึ่งในกลยุทธ์ที่ได้ผลก็คือการผนึกกำลังร่วมกับแอพพลิเคชั่นต่างๆ โดยเฉพาะแมสเซนเจอร์ยอดฮิตอย่าง Line ที่สามารถแสดงแบรนด์คาแรกเตอร์ออกมาอย่างชัดเจนผ่านตัว Stickerอีกทั้งยังสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างใกล้ชิดชนิดที่ไม่มีเครื่องมือสื่อสารใดเคยทำได้มาก่อน เพราะสามารถสร้างโอกาสให้แบรนด์คาแรกเตอร์ได้มีส่วนร่วมลงลึกถึงระดับบทสนทนาของผู้บริโภคในทุกครั้งที่มีการกดส่ง Line Stickerที่สำคัญคือต้นทุนที่ไม่สูงเมื่อเทียบกับการใช้สื่อประเภทอื่นLine Stickerจึงเป็นทางเลือกที่ทำให้การสร้างแบรนด์คาแรกเตอร์ไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินคว้าสำหรับ SMEs อีกต่อไป จึงพบว่ามีสินค้าและบริการหลายอย่างเลือกทำ Line Stickerออกมาแจกให้ใช้กัน

แม้กระทั่งธุรกิจธนาคารอย่างธนาคารกรุงศรีอยุธยาก็จัดทำ Line Stickerน้องหมีซามูไร ชื่อน้องกินจุงกับน้อง ช็อปจุงออกมาให้ดาวน์โหลดไปใช้กันในช่วงต้นปีที่ผ่านมาสติกเกอร์ที่ออกแบบเป็นรูปน้องหมีสีน้ำตาลหน้าตาน่ารักที่ใครๆ ได้เห็นแล้วก็อยากโหลดใช้ มาในชุดเครื่องแต่งกายแบบญี่ปุ่นพร้อมแถบคาดหัวสีเหลืองที่มีข้อความKrungsriที่เปลี่ยนลุคน้องหมีธรรมดาๆ แสนซื่อให้กลายเป็นหมีซามูไร ภายใต้คาแรกเตอร์ซนๆ สนุกสนานและปราดเปรียวสมกับภาพลักษณ์ทันสมัยของธนาคารกรุงศรี จึงไม่แปลกใจที่สติกเกอร์ชุดนี้จะได้รับความนิยมอย่างมาก
ความน่าประทับใจของสติกเกอร์ชุดนี้ก็คือความสามารถแทรกตัวเข้าไปอยู่ในการสนทนาของผู้บริโภคได้บ่อยจนน่าประหลาดใจ และที่เป็นเช่นนั้นก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่อย่างใด เพราะเบื้องหลังของความสำเร็จคือกลยุทธ์การออกแบบสติกเกอร์ที่ถูกวางแผนเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว ทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกใช้สติกเกอร์ได้อย่างยืดหยุ่นในสถานการณ์ที่หลากหลาย เมื่อวิเคราะห์ลงไปก็จะพบว่าสติกเกอร์แต่ละตัวนั้นเมื่อนำมาจัดกลุ่มตามจุดประสงค์และความถี่ในการใช้สติกเกอร์จะแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มย่อยๆ

กลุ่มแรกคือSticker ที่จะถูกเลือกใช้อยู่ตลอดๆ เพราะออกแบบมาภายใต้บริบทของชีวิตประจำวัน โดยจะเน้นไปที่การแสดงอารมณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะดีใจ เศร้าเสียใจ ตลกขบขัน ตกใจ แม้แต่การแสดงการกระทำ ได้แก่ การบอกรัก ขอบคุณ ตอบตกลง รวมไปถึงการแสดงออกบางอย่าง เช่น มีเงิน ร่ำรวย หรือสตางค์หมด เป็นต้น โดยสติกเกอร์ในกลุ่มนี้มีอยู่มากที่สุดถึง 9 ตัวจากทั้งหมด 16ตัว จึงเพิ่มโอกาสให้ถูกเลือกใช้ได้หลายๆ ครั้งในแต่ละวัน

กลุ่มถัดมาคือStickerที่ได้รับการวางแผนมาให้ถูกใช้บ่อยที่สุดเพียงช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น สติกเกอร์จำพวกนี้ได้แก่สติกเกอร์ที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลต่างๆ ซึ่งสติกเกอร์ที่ออกแบบมาอย่างเจาะจงสำหรับแต่ละเทศกาลโดยเฉพาะจะถูกเลือกใช้เป็นสื่อแทนข้อความในช่วงเวลาดังกล่าวได้ดีที่สุด สำหรับสติกเกอร์ของธนาคารกรุงศรีนั้นครอบคลุมเทศกาลความสุขถึง 4 เทศกาลด้วยกัน ได้แก่ คริสต์มาส ปีใหม่ วาเลนไทน์และตรุษจีน

สำหรับ Stickerกลุ่มสุดท้ายนั้นถูกออกแบบมาสำหรับสถานการณ์ที่เฉพาะตัวอย่างยิ่ง เพราะสติกเกอร์กลุ่มนี้เป็นเพียงกลุ่มเดียวที่บอกเล่าเหตุการณ์เรื่องเงินๆ ทองๆ ที่กำลังเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นการไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม การแจ้งโอนเงิน ซึ่งสติกเกอร์จะดึงผู้บริโภคกลับเข้าสู่บริการธุรกรรมการเงินต่างๆ ที่ใกล้ตัวในชีวิตประจำวัน พร้อมสื่อสารกับผู้บริโภคว่าเรื่องเงินนั้นเป็นเรื่องง่าย อันเป็นการเน้นย้ำสโลแกนของธนาคารกรุงศรีแก่ผู้บริโภคอีกครั้งอย่างแนบเนียน

แอพพลิเคชั่นไลน์เป็นช่องทางการสื่อสารที่สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน และเป็นทางเลือกหนึ่งในการสร้างแบรนด์สำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ไปจนถึงธุรกิจ SMEs ผ่านการสร้างสรรค์ไลน์สติกเกอร์ที่สะท้อนแบรนด์คาแรกเตอร์ ซึ่งมีผลอย่างมาต่อการจดจำและรับรู้แบรนด์ของผู้บริโภค ที่สำคัญคือการสร้างความชื่นชอบต่อแบรนด์ให้เกิดขึ้น แต่การทำไลน์สติกเกอร์ให้ประสบผลสำเร็จนั้นจะต้องมีการออกแบบและวางแผนมาเป็นอย่างดี เพื่อให้สติกเกอร์สามารถเข้าถึงชีวิตประจำวันของผู้บริโภคได้ภายใต้สถานการณ์ที่หลากหลายซึ่งมีผลต่อโอกาสที่สติกเกอร์จะถูกเลือกใช้ที่เพิ่มขึ้น และยิ่งความถี่ที่ลูกค้าติดสติกเกอร์ลงบนไลน์บ่อยมากแค่ไหนก็ย่อมหมายถึงโอกาสที่ลูกค้าจะรู้สึกติดตา เกิดความคุ้นเคยและนำไปสู่ความผูกพันกับแบรนด์ก็มีสูงมากขึ้นไปด้วย กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือลูกค้าได้เลือกประทับแบรนด์ลงในใจของตนเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
นอกจากนี้ SMEs ที่อยากอ่านกรณีศึกษาหรือแนวทางการทำธุรกิจ สามารถติดตามข้อมูลดีๆ เพิ่มเติมได้ที่ http://www.krungsri.com/ ครับ

Categories: Partners

อินสตาแกรมออกแอพ Layout สำหรับทำภาพคอลลาจ

Thai App Update - 24 March 2015 - 10:35

เมื่อวานนี้อินสตาแกรมออกแอพ Layout แอพใหม่สำหรับทำภาพคอลลาจ (collage) สวยๆ ตัวแอพใช้งานง่ายและฟรี (ไม่ต้องมีบัญชีอินสตาแกรม) มีเลย์เอาท์และตัวเลือกปรับแต่งให้เลือกเยอะมาก เพิ่มภาพได้สูงสุด 9 ภาพ รวมทั้งยังสามารถค้นหาคนจากใบหน้าได้ด้วย

สามารถดาวน์โหลดแอพ Layout ได้แล้ววันนี้บน App Store ส่วนของแอนดรอยด์จะตามมาเร็วๆ นี้ครับ

Layout from Instagram
Preis: ฟรี

อินสตาแกรมออกแอพ Layout สำหรับทำภาพคอลลาจ เขียนโดย DobaKung ที่เว็บไซต์ Thai App Update

Categories: Partners

Instagram เปิดตัว Layout แอพรวมหลายภาพมาใส่ในภาพเดียว ไม่ต้องพึ่งแอพอื่นแล้ว

MacThai - 24 March 2015 - 06:05

เป็นที่รู้กันว่าผู้เล่น Instagram จำนวนไม่น้อยเลยที่นิยมอัพภาพแบบมีหลายรูปรวมกันในภาพเดียว (ภาพแบบ Collage) ที่ผ่านมาผู้ใช้ IG ต้องพึ่งพาแอพอื่นในการรวมรูปให้เป็นแบบที่ต้องการ แต่ล่าสุด Instagram จัดให้เองแล้วด้วยแอพที่ชื่อ Layout

Layout เป็นแอพสำหรับแต่งภาพแบบ Collage มีแนวคิดคือทำแอพแบบ Collage ให้ใช้งานง่ายที่สุดและดีกว่าแอพอื่นที่มีให้ใช้ เพียงเลือกรูปที่จะนำมารวมกัน (สูงสุด 9 ภาพ) ก็มีตัวแสดงพรีวิวภาพในเลย์เอาต์แบบต่างๆ ให้ดูทันทีด้วยเลย

ฟีเจอร์เด่นของ Layout ที่น่าสนใจมีหลายอย่าง อาทิ แท็บ Faces ให้แสดงเฉพาะภาพที่มีหน้าคนตอนเลือก, Photo Booth ให้เราถ่ายภาพต่อเนื่องเพื่อเอามาทำ Collage ได้เลย รวมถึงฟีเจอร์ตัดภาพ หมุนภาพ หรือทำภาพสะท้อนกระจก ทำให้ได้ภาพสุดแนวตามต้องการ

เมื่อได้ภาพที่ต้องการแล้ว ก็สามารถอัพขึ้นไปที่ Instagram หรือ Facebook (ตลอดจนแอพอื่น) ได้ตามต้องการ

ข้อมูลที่น่าสนใจจาก Instagram คือ คนใช้ IG ถึง 1 ใน 5 (20%) นิยมอัพภาพที่เป็นแบบ Collage ครับ

Layout เปิดให้ดาวน์โหลดกันได้ฟรีแล้ว ซึ่งตอนนี้มีเฉพาะผู้ใช้ iOS เท่านั้น ส่วน Android จะตามมาภายหลัง

ที่มา: Instagram และ The Verge

Categories: Partners

Free App of the Day : 24/03/15

MacStroke - 24 March 2015 - 04:02

สวัสดีครับ พบกันเช่นเคยครับ วันนี้ก็ไม่มีอะไรจะพูดมาก วันๆก็มัวแต่พูดถึงเรื่องเดิมๆซะเป็นส่วนใหญ่เลย งั้นไม่รอช้า ไปติดตามแอปแจกฟรีประจำวันนี้กันดีกว่าครับ Endless Memory ราคา: ฟรี ขนาด : 3.7 MB อุปกรณ์ที่รองรับ : iPhone 3GS หรือใหม่กว่า, iPod touch รุ่นที่ 3 หรือใหม่กว่า, iPad ทุกรุ่น และ iPad mini iOS Universal App รองรับหน้าจอ iPhone และ iPad

ประเดิมวันนี้ด้วยเกมแนว Endless กันเลย สำหรับเกมแนว Endless เกมนี้จะเป็นการฝึกการจดจำ โดยผู้เล่นจะต้องเลือกจุดสีที่เกิดขึ้นมาใหม่ไปเรื่อยๆ เมื่อใดก็ตามที่เลือกผิด เกมก็จะหยุดทันที เกมนี้อาจจะดูเหมือนง่าย แต่เอาเข้าจริง พอสีเริ่มเยอะ เราก็จะเริ่มงงและเลือกไม่ถูกว่าจุดสีอันไหนเกิดใหม่

 

Little Frights ราคา: ฟรี ขนาด : 39.95 MB อุปกรณ์ที่รองรับ : iPhone 4 หรือใหม่กว่า, iPod touch รุ่นที่ 5, iPad 2 หรือใหม่กว่า และ iPad mini iOS Universal App รองรับหน้าจอ iPhone และ iPad

เกมที่สอง ก็ยังคงหนีไม่พ้นเกมแนว Endless เช่นกัน เกมนี้จะต่างจากเกมแรกอย่างสิ้นเชิง เพราะเกมจะมีเรื่องราวเกี่ยวกับการออกไล่ยิงฝูงซอมบี้ โดยแบ่งการเล่นเป็นรอบ ยิ่งรอบสูงขึ้น ความยากก็เพิ่มมากขึ้นไปด้วย ผู้เล่นอาจต้องอาศัยการวางแผน พร้อมกับสังเกตุจุดกำเนิดซอมบี้ เพราะไม่งั้นคุณอาจโดนมันเขมือบได้

 

Ninjas Infinity ราคา: ฟรี ขนาด : 49.29 MB อุปกรณ์ที่รองรับ : iPhone 3GS หรือใหม่กว่า, iPod touch รุ่นที่ 5, iPad 2 หรือใหม่กว่า และ iPad mini iOS Universal App รองรับหน้าจอ iPhone และ iPad

ใครก็ตามที่ชอบเกมแอ๊คชั่นแบบคลาสิค ย้อนยุค คงจะถูกใจเกมนี้ไม่น้อย แต่ต้องบอกก่อนเลยว่าเกมนี้เป็นภาคต่อเนื่องจากเกม Ninjas มาคราวนี้ก็ยังคงรักษามาตรฐาน รูปแบบการเล่น การออกแบบได้เหมือนเดิม โดยมีด่านใหม่ๆ พร้อมกับหัวหน้าตัวใหม่ๆให้ได้ต่อสู้กัน รับรองว่าได้เล่นแล้วต้องถูกใจ

 

Travel List – Trip Packing and Planning ราคา: 1.99 USD ขนาด : 4.56 MB อุปกรณ์ที่รองรับ : iPhone 4S หรือใหม่กว่า, iPod touch รุ่นที่ 5, iPad 2 หรือใหม่กว่า และ iPad mini iOS Universal App รองรับหน้าจอ iPhone และ iPad

ปิดท้ายวันนี้ด้วยแอปเพื่อคนต้องเดินทางและต้องจัดกระเป๋าอยู่ๆบ่อย เพราะแอปนี้จะเป็นเหมือนตัวช่วยเตือนความจำและเป็นที่เช็ครายการสิ่งของที่คุณต้องเตรียมไป โดยสามารถเลือกของที่ต้องการ จำนวน พร้อมกับตั้งเวลาเตือนล่วงหน้า ขณะจัดเตรียมคุณก็สามารถเช็ครายการของที่เตรียมเสร็จผ่านแอปได้ทันที เป็นแอปที่ใช้ง่าย แถมดีขนาดนี้ บอกเลยว่าห้ามพลาด

Categories: Partners

Apple เปิดบ้านพาลุย “ยิมขนา..” เอ๊ย “แล็บลับ” สำหรับใช้พัฒนาฟังก์ชันด้านฟิตเนสและสุขภาพของ Apple Watch

MacStroke - 23 March 2015 - 23:02

apple-offers-rare-inside-look-inside-secret-apple-watchเหตุการณ์ Apple พาสื่อมวลชนบุกบ้าน เรียกได้ว่าเกิดขึ้นไม่บ่อยนักถ้าไม่มีเหตุอะไรใหญ่ๆ แต่ครั้งล่าสุด Apple เปิดบ้านเฉพาะกิจ ให้รายการโทรทัศน์รายการหนึ่งเข้าไปถ่ายทำบรรยากาศการทำงานของฝ่าย Apple Watch โดยเฉพาะ แน่นอนว่างานนี้เปิดบ้านทั้งที มันก็ต้องมีเปิดความลับกันบ้างสิ

ในรายการ Good Morning America ของสำนักข่าว ABC News ได้เผยแพร่ภาพที่ทีมข่าวเข้าไปเก็บรายละเอียดภายในแผนก Apple Watch มา สิ่งที่เกิดขึ้นคือในแผนกนี้มีแล็บลับที่ใช้ทดสอบฟังก์ชันด้านฟิตเนสอยู่ ซึ่งแน่นอนว่าผู้เข้าทดสอบก็ไม่ใช่ใครอื่น เพราะไล่ตั้งแต่นักพัฒนา วิศวกร รวมถึงผู้บริหารบางคนเข้ามาทดสอบด้วยกันทั้งหมด

แล็บดังกล่าวได้เปิดทดสอบมากว่าสองปีก่อนที่ Apple Watch เปิดตัว ซึ่งผู้สื่อข่าวระบุว่า พนักงานรวมถึงผู้บริหารที่เข้าทดสอบช่วงนั้นไม่มีใครรู้ด้วยว่าแผนกนี้จะทดสอบเรื่องนี้ไปเพื่อการอะไร แต่ที่แน่ๆ คือผู้เข้าทดสอบทุกคนจะต้องสวมใส่กำไลข้อมือขนาดใหญ่ (เพื่อบังสินค้าที่ยังเป็นความลับ) ระหว่างการทดสอบด้วย

ทั้งนี้ Jay Blahnik ผู้อำนวยการด้านสุขภาพและฟิตเนสเปิดเผยว่า Apple จำเป็นที่จะต้องทดสอบ Apple Watch ในทุกสภาพ โอกาส และสถานที่ ครั้งหนึ่งทีมทดสอบเคยโยกสถานที่ทดสอบจากรัฐอลาสก้า เป็นเมืองดูไบ เพื่อทดสอบสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไปว่าเป็นอย่างไรบ้าง เป็นต้น

นอกจากนี้ สำนักข่าว ABC News ยังได้เปิดเผยเนื้อข่าวตัวเต็ม ซึ่งมีการระบุเพิ่มว่าพนักงานในแผนกนี้ทำอะไรเพิ่มเติมกันบ้าง นอกจากทดสอบ Apple Watch ไปวันๆ ครับ


ที่มา: ABC News, Apple Insider

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:
Categories: Partners

เผยบน iOS 8.3 เราสามารถตั้งค่าให้โหลดแอพฟรีโดยไม่ต้องใส่ Password ได้

MacThai - 23 March 2015 - 22:55

หลายคนอาจจะเคยสงสัยว่าทำไมเวลาโหลดแอพฟรี จะต้องมาคอยใส่รหัสผ่าน Apple ID อยู่ตลอดเวลา ซึ่งที่เป็นแบบนั้นเพราะเรื่องของความปลอดภัย หรือกันเผลอกดโหลดแอพโดยไม่รู้ตัวนั่นเอง

ล่าสุดมีการเปิดเผยว่าบน iOS 8.3 Beta ที่เปิดให้ใช้เฉพาะนักพัฒนาในตอนนี้ จะมีค่า Setting เพิ่มเข้ามา ให้เราสามารถเลือกโหลดแอพฟรีได้โดยไม่ต้องใส่รหัสผ่าน Apple ID อีกต่อไป

โดยการตั้งค่านี้จะอยู่ที่ Setting -> iTunes & App Store -> Password Setting -> Require Password

 

ที่มา – 9to5mac

Categories: Partners

พิมพ์เขียว Huawei P8 เผยสัดส่วนตัวเครื่องบางเฉียบยิ่งกว่า iPhone 6 นะเออ

MXPhone - 23 March 2015 - 21:54
ถ้าจะบอกว่า iPhone 6 ที่เปิดตัวด้วยความบาง 6.9 มิลลิเมตรนั้นจัดว่าเป็นโทรศัพท์เครื่องหนึ่งที่บางที่สุดในตลาด เปรียบเสมือนกับไม้บรรทัดใหม่ของผู้ผลิตโทรศัพท์รายอื่นๆ ต้องพยายามยกระดับการแข่งขันของตัวเองขึ้นมา แต่กระนั้นถ้าพูดถึงผู้เชี่ยวชาญเรื่องความบางที่ออกแบบผลิตโทรศัพท์บางขนาด 6 มิลลิเมตรมาแล้วสองปีซ้อนอย่าง Huawei นั้นต้องบอกว่าเรื่องแค่นี้สบายมาก และอ้างอิงจากการเปิดเผยพิมพ์เขียวล่าสุดของรุ่น P8 ที่เตรียมเปิดตัวในช่วงวันที่ 15 กลางเดือนเมษายนนั้น ก็ยังบางกว่าโทรศัพท์แบรนด์ดังจากอเมริกาอยู่เหมือนเดิม โดยอ้างอิงจากรูปภาพของแหล่งข่าวนั้นเปิดเผยว่าเครื่องโทรศัพท์เรือธงของเจ้าพ่อวงการโทรคมนาคมจากจีน...
Categories: Partners

ศึกวัดใจ HTC กับเบื้องหลังการออกแบบ One M9 และความพยายามสร้างเอกลักษณ์

MXPhone - 23 March 2015 - 20:23
  ในการเปิดตัวของ HTC One M9 นั้นอาจจะสร้างความยินดีและขัดใจให้กับแฟนๆ ที่เผ้าติดตามรอชมผลิตภัณฑ์ตัวใหม่จากทางผู้ผลิตไต้หวันไปพร้อมๆ กัน โดยนอกจากสีสันใหม่และฮาร์ดแวร์ภายในที่ปรับปรุงให้ทันยุคสมัยแล้ว งานออกแบบภายนอกนั้นแทบจะสังเกตุเห็นความเปลี่ยนแปลงน้อยมาก ยังคงชูจุดขายด้วยการใช้ตัวเครื่องเป็นวัสดุโลหะขัดหรูหราอยู่เช่นเดิม แต่เราก็มีคำให้สัมภาษณ์ของ Peter Chou ภายหลังการเปิดตัว One M9 ที่งาน Mobile World...
Categories: Partners

มาแล้ว! ตัวอย่างแรกของภาพยนตร์ Attack on Titan ฉบับคนแสดงจริง

BaaGames - 23 March 2015 - 20:14
ภาพยนตร์ที่หลายคนรอคอยอย่าง Attack on Titan ฉบับคนแสดงจริง ตอนนี้มีคลิปตัวอย่างออกมาให้ดูกันแล้วครับ ในคลิปสั้นๆ 30 วินี้เผยให้เห็นฉากเมืองที่ถูกถล่มโดยไททัน โลกภายนอกกำแพง และไททันขนาดมหึมา ภาพยนตร์ Attack on Titan มีกำหนดฉายที่ญี่ปุ่นประมาณกลางปีนี้ครับ ใครสนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ ที่มา – The Verge
Categories: Partners