นักวิเคราะห์คาด iPhone ปี 2018 มี Face ID แน่นอน แต่ยังไม่ถอดใจเรื่องสแกนลายนิ้วมือใต้จอ

MXPhone - 20 September 2017 - 17:24
Ming-Chi Kuo นักวิเคราะห์จาก KGI Securities มองเกมล่วงหน้าไปถึง iPhone รุ่นที่จะออกมาในปี 2018 จะมี Face ID ระบบสแกนใบหน้ามาให้ใช้งานอย่างแน่นอน แต่ทาง Apple จะยังคงไม่ทิ้งความพยายามที่จะพัฒนาโซลูชั่นการฝั่งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือลงไปอยู่ใต้จอ Kuo ได้วิเคราะห์ว่า ระบบ Face...
Categories: Partners

Wacom ส่งโปรดักส์ใหม่เอาใจกลุ่มคนครีเอทีฟ ทั้งแท็บเล็ตพร้อมปากกา และสมาร์ทแพด

MXPhone - 20 September 2017 - 17:19
Wacom เปิดตัวโปรดักส์ใหม่หลากหลายรุ่น อาทิ แท็บเล็ตพร้อมปากกา Intuos Pro และ Intuos Pro Paper Edition รวมทั้งสมาร์ทแพด Bamboo Slate และ Bamboo Folio ซึ่งมาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อศิลปิน หรือนักออกแบบสร้างสรรค์ผลงานต่างๆ...
Categories: Partners

หลุดราคา Google Pixel 2 / Pixel 2 XL พร้อมเรนเดอร์ยันตัวเลือกสี

MXPhone - 20 September 2017 - 16:56
ก่อนจะถึงงานเปิดตัวในวันที่ 4 ตุลาคมนี้ เราก็มีเบาะแสสำคัญของ Pixel 2 และ Pixel 2 XL สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของ Google มาให้อัพเดตกันอีกแล้ว ซึ่งคราวนี้เป็นภาพเรนเดอร์ชุดใหญ่โชว์ให้เห็นถึงด้านหลังตัวเครื่องทั้งสองรุ่น พร้อมด้วยสเปคสีที่จะวางจำหน่าย สตาร์ทกันที่ Pixel 2 ซึ่งมีสเปค 3...
Categories: Partners

ส่องโปรฯ Samsung Galaxy S8/S8+ จาก 3 ค่าย สตาร์ทแค่ 17,900 บาท

MXPhone - 20 September 2017 - 15:37
แม้ว่าจะมีการเปิดตัวเรือธงใหม่อย่าง Samsung Galaxy Note 8 ไปกันสดๆร้อนๆ แต่สำหรับรุ่นท็อปประจำครึ่งปีแรกอย่าง Samsung Galaxy S8 และ Galaxy S8+ ก็ยังคงเดินหน้าทำโปรโมชั่นกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเรามาดูกันดีกว่าว่าล่าสุดฝั่งโอเปอเรเตอร์ทั้ง 3 ค่ายมีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง AIS Hot Deal: ลดค่าเครื่องสูงสุด...
Categories: Partners

Tim Cook เผย วันปล่อยอัปเดต iOS 11 + ARKit เป็นอีกวันที่ต้องจดจำ

iPhonemod - 20 September 2017 - 15:19

Tim Cook ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการโทรทัศน์ที่สหรัฐ โดยมีการพูดถึงประเด็นการ ปล่อยอัปเดต iOS 11 ว่าเป็นวันที่ต้องจดจำกันอีกวันหนึ่ง

วันปล่อย iOS 11 + ARKit เป็นวันที่ต้องจดจำ

Tim Cook ได้ไปออกรายการ “Good Morning America” ให้สัมภาษณ์กับ Robin Roberts พิธีกรเกี่ยวกับ iOS 11 และ ARKit ที่ Apple ปล่อยออกมาให้อัปเดตกันวันที่ 20 ก.ย. 2017 นี้

ในรายการมีการสาธิตการใช้แอป AR ที่พัฒนาจาก ARKit ในการวางเฟอร์นิเจอร์ผ่านหน้าจอ iPhone

Tim Cook ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “วันนี้เป็นอีกวันที่ต้องจดจำ” Apple เองได้พัฒนา ARKit แล้วปล่อยให้นักพัฒนาเอาไปพัฒนาแอป AR ต่อ โดย ARKit เป็น Platform ที่ใช้งานง่าย ที่จะเปลี่ยนแอปธรรมดาให้เป็น AR

AR ของ Apple ปล่อยให้คนหลายร้อยล้านคนได้ใช้พร้อมกันในวันเดียว

AR ของ Apple แตกต่างจากที่อื่น เพราะสามารถปล่อยให้คน หลายร้อยล้านคน ได้ใช้พร้อมกันเป็นครั้งแรก หากมี iPhone 6s ขึ้นไปก็สามารถสัมผัสประสบการณ์ AR ได้

ก่อนปล่อยอัปเดต iOS 11 ทาง Apple ก็ปล่อยแอป AR มาให้ดาวน์โหลดกันบ้างแล้ว และตอนนี้ก็มีแอปที่เป็น AR มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเกม หรือแอปอรรถประโยชน์ต่างๆ ก็มีให้โหลดกันมากมาย และแน่นอนว่าต้องมีแอป AR เพิ่มมากขึ้นใน App Store อย่างแน่นอน

ที่มา – idownloadblog

The post Tim Cook เผย วันปล่อยอัปเดต iOS 11 + ARKit เป็นอีกวันที่ต้องจดจำ appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

Samsung พร้อมวางขาย Galaxy Note8 ในไทยเต็มรูปแบบ 22 ก.ย.นี้

MXPhone - 20 September 2017 - 14:48
เปิดตัว Samsung Galaxy Note 8 สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดที่มาพร้อมสุดยอดปากกา S-Pen อย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยจะเริ่มวางขายพร้อมกันทั่วประเทศ 22 กันยายนนี้ มีเข้ามา 3 สี เคาะราคาที่ 33,900 บาท Samsung Galaxy Note 8...
Categories: Partners

การันตี ZTE nubia (NX595J) ก็ตามเทรนด์ใช้ดีไซน์จอขอบบางไซส์ 5.73 นิ้ว

MXPhone - 20 September 2017 - 11:30
สงครามสมาร์ทโฟนหน้าจอขอบจอบางยังคงรุนแรงอย่างต่อเนื่อง เมื่อล่าสุดทาง ZTE เองก็เตรียมจะเข้าร่วมศึกนี้เช่นกัน ผ่านทางสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่อย่าง ZTE nubia (NX595J) ที่ใช้หน้าจอขนาด 5.73 นิ้ว ขณะที่พื้นที่ขอบด้านบนและด้านล่างก็มีพื้นที่เหลืออยู่เพียง 3 มม. ขณะที่ด้านข้างของจอก็บางเฉียถูกคลุมด้วยกระจกขอบโค้งทั้งสี่ด้าน สำหรับตัวขอบเป็นอลูมิเนียม nubia NX595J มากับกล้องหลังคู่ ติดแฟลชทูโทนขั้นกลาง...
Categories: Partners

วิธีแก้ปัญหาอัปเดต iOS 11 แล้วจอดำ, ไม่ขึ้นให้อัปเดต, ค้าง ทำอะไรต่อไม่ได้

MacThai - 20 September 2017 - 11:00

หลังจากที่ iOS 11 เปิดตัวให้ผู้ใช้ทั่วไปได้อัพเดทกันไปเมื่อวานนี้ ซึ่งหลาย ๆ คนก็อัพเดทผ่านฉลุย บางคนก็มีปัญหาโน่นนี่นั่น เช่น อัพเดทอยู่ขึ้นจอดำ เป็นรูปให้เชื่อมต่อกับ iTunes, ไม่ขึ้นให้อัพเดท, ค้าง, ช้า, ขึ้น Error วันนี้ทีมงาน MacThai จะมารวบรวมปัญหาในการอัพเดท iOS 11 กัน

ไม่ขึ้นให้อัปเดต

ปัญหา : หลาย ๆ คน เข้าไปหา Settings >> General >> Software Update เพื่อเข้าไปทำการอัปเดตเป็น iOS 11 แต่ปัญหาก็คือ ในหน้าอัปเดต ยังคงบอกว่า iOS 10.3.3 นั้นเป็นเวอร์ชันล่าสุด ไม่มี iOS 11 มาให้อัปเดต

วิธีแก้ : ให้ลองปิดแอพ Settings ดู จากนั้นให้ทำการปิด Wi-Fi และต่อ 3G/4G ดู เพราะว่าบางครั้งการเชื่อมต่อ Wi-Fi อยู่ มันอาจทำให้ค้นหาเวอร์ชันใหม่ไม่เจอ

เกิดข้อผิดพลาดในการอัพเดท

 

ปัญหา : เมื่อใครทำการอัพเดท iOS 11 แล้ว เกิดมีข้อความด้านบนนี้เด้งขึ้นมาว่า “เกิดข้อผิดพลาดขณะตรวจสอบรายการอัปเดตซอฟต์แวร์” ซึ่งตรงนี้จะขึ้นก็ต่อเมื่อค้นหา iOS 11 ไม่เจอ

วิธีแก้ : อาจจะลอง ปิด-เปิดเครื่องใหม่, ทำการต่อ Wi-Fi ดู ถ้ายังขี้นแบบนี้อีก ให้ลองทำการกด Reset All Network ดู โดยเข้าไปที่ Settings >> General >> Reset >> Reset All Network หลังจากนั้นให้ลองเข้า Software อัปเดตใหม่อีกครั้ง ถ้ายังไม่ได้อีกแนะนำให้ Update ผ่าน iTunes น่าจะง่ายที่สุด

จอดำ ให้เชื่อมต่อกับ iTunes

ภาพจาก iMore.com

ปัญหา : ถัดมาเมื่อเราทำการอัปเดตไปแล้ว แต่เกิดข้อผิดพลาดทำให้ไม่สามารถอัปเดตได้อย่างสมบูรณ์ จนทำให้หน้าจอขึ้นให้เชื่อมต่อกับ iTunes เพื่อทำการอัพเดท

วิธีแก้ : คือ ให้ทำการเสียบ iPhone หรือ iPad เข้ากับคอมพิวเตอร์ หลังจากนั้นเปิด iTunes เพื่อทำการ Update ผ่าน iTunes โดยการกดปุ่ม Update

จากนั้น iTunes จะทำการโหลดไฟล์ Firmware ของ iPhone หรือ iPad มาซึ่งจะใช้เวลาซักระยะนึงเนื่องจากไฟล์มีขนาดใหญ่ประมาณ 2-3 GB จากนั้นให้ทำการรอจนกว่า iTunes จะ Restore เสร็จ

เครื่องเกิดอาการค้าง ช้า ไม่ลื่น

ปัญหา : สำหรับผู้ที่ทำการอัพ iOS 11 ผ่าน OTA แล้วรุ้สึกเครื่องมันช้า ๆ อืด ๆ แอพเด้งบ่อย ลอง Reset All Setting แล้วก็ยังไม่หาย หรืออยากจะล้างเครื่องลงใหม่ ทีมงานแนะนำให้ทำการ Restore ผ่าน iTunes ใหม่

วิธีแก้ : สำหรับการ Restore ผ่าน iTunes นั้นทำได้ไม่ยาก โดยขั้นตอนแรกให้เข้าไปปิด Find My iPhone ใน Settings >> iCloud เสียก่อน หลังจากนั้นตามขั้นตอนในบทความ วิธี Backup และ Restore iOS 11 ผ่าน iTunes ได้จากบทความนี้

Activate ไม่ผ่านซักที

ปัญหา : หลาย ๆ คนอาจจะเคยเจอ เมื่อการอัพเดทและติดตั้ง iOS 11 เสร็จเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการตั้งค่าเริ่มต้นก่อนการใช้งาน ซึ่งระบบจะทำการถาม Apple ID และ Password ในการ Activate ก่อนเข้าใช้งานอุปกรณ์ใหม่ ทุกครั้ง

วิธีแก้ : เช็คให้แน่ใจว่า Apple ID และพาสเวิร์ดเราถูกต้องแน่นอน ซึ่งสามารถเข้าไปเช็คในเว็บ icloud.com ถ้ามั่นใจว่า Apple ID และพาสเวิร์ดถูกต้องแล้ว และเรากรอกไอดีกับพาสเวิร์ดลงไปเพื่อ Activate เครื่อง แต่ถ้ามีข้อความว่า Activate ไม่ได้ ไม่ผ่าน หรือมีข้อผิดพลาดอะไร ให้ทำการรออย่างเดียว เนื่องจากตอนนี้อาจจะมีคนอัพเดท iOS 11 กันเยอะมาก ทำให้เซิฟเวอร์แอปเปิลไม่สามารถ Activate ได้

 

เรียบเรียงโดย
ทีมงาน MacThai

The post วิธีแก้ปัญหาอัปเดต iOS 11 แล้วจอดำ, ไม่ขึ้นให้อัปเดต, ค้าง ทำอะไรต่อไม่ได้ appeared first on Macthai.com.

Categories: Partners

คู่มือผู้ใช้ iPhone พร้อม iOS 11 ฉบับเต็มภาษาไทยจาก Apple

iPhonemod - 20 September 2017 - 10:56

หลังจากที่ Apple ปล่อยอัปเดต iOS 11 เวอร์ชันทางการเมื่อวันที่ 20 ก.ย. ที่ผ่านมา Apple ก็มีการปรับปรุงและเพิ่มข้อมูล คู่มือผู้ใช้ iPhone พร้อม iOS 11 ฉบับภาษาไทย มาให้ศึกษากัน

คู่มือผู้ใช้ iPhone พร้อม iOS 11

หากใครที่กำลังเริ่มใช้ iOS 11 ใน iPhone ใหม่ทางทีมงานแนะนำเลยว่า ให้ศึกษาคู่มือผู้ใช้ iPhone ของ Apple ก่อนเพราะมีความละเอียดมาก

อ่านคู่มือผู้ใช้ iPhone พร้อม iOS 11 ที่นี่ <

สามารถเข้าไปศึกษา คู่มือผู้ใช้ iPhone พร้อม iOS 11 ฉบับล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ Apple เปิดดูได้ทั้งบน Safari ของ iPhone และ Web Browser ของ PC/Mac

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

The post คู่มือผู้ใช้ iPhone พร้อม iOS 11 ฉบับเต็มภาษาไทยจาก Apple appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

เปิดภาพหน้าตรง Huawei Mate 10 ขอบจอบางเฉียบ

MXPhone - 20 September 2017 - 10:30
เกาะติดกันต่อกับข่าวคราวของเรือธงรุ่นใหม่จากตระกูล Mate Series ของ Huawei ซึ่งล่าสุด @evleaks เจ้าพ่อข่าวหลุดคนดังก็ออกมาขยี้เพิ่มโดยปล่อยภาพหน้าตรงของ Huawei Mate 10 ออกมาให้แฟนคลับได้ชมกันแล้ว Huawei Mate 10 การันตีเรื่องงานดีไซน์ขอบจอบางเฉียบ คลุมด้วยกระจกขอบมน 2.5D สำหรับพื้นที่ด้านบนและด้านล่างของจอก็มีการเพิ่มสัดส่วนพื้นที่จอเข้าไปจนมีสัดส่วนที่สมมาตรกัน แต่ก็ยังไม่ชัวร์ว่าภาพที่เราเห็นกันจะเป็น...
Categories: Partners

วิธี Backup และ Restore เป็น iOS 11 ผ่านทาง iTunes

MacThai - 20 September 2017 - 10:00

หลังจากที่แอปเปิลปล่อย iOS 11 ให้ผู้ใช้ทั่วไปได้อัปเดทกัน หลายคนก็อาจจะเจอปัญหา อัพเดทผ่านทาง Over the Air (OTA) แล้วค้าง โหลดไม่ไป ช้า หรือแม้กระทั่ง เครื่องหน่วง ๆ อืด ๆ

ทีมงาน MacThai จึงขอแนะนำให้ทำการ Restore เครื่องใหม่ เมื่อมีการอัพเดท iOS ครั้งใหญ่ ๆ เช่น iOS 10 ไปยัง iOS 11 ซึ่งจะเป็นการอัพเดทที่ดีกว่าวิธี OTA เพราะว่าเหมือนเป็นล้างเครื่องและลงโปรแกรมใหม่ทั้งหมด ซึ่งจะทำให้เกิดอาการเครื่องค้าง อืด ๆ น้อยลง

และวิธีนี้ก็ยังสามารถแก้ปัญหาเครื่องค้าง, ช้า, หรืออัพผ่าน OTA ไม่ได้ ซึ่งควรที่จะ Backup และ Restore ใหม่ โดยมีขั้นตอนง่าย ๆ มีอยู่ไม่กี่ขั้นตอน มีดังนี้

1) อันดับแรก Backup ก่อน

ไม่ว่าเราจะอัพเดทด้วยวิธี OTA หรือผ่านทาง iTunes เราก็ควรจะ Backup ข้อมูลเสียก่อน ถ้าให้ดีเราควรหมั่น Backup ไว้บ่อย ๆ เพราะเราอาจจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น เครื่องโดนขโมย ตกน้ำ เครื่องเปิดไม่ติด ถ้าเราเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นเราจะไม่มีโอกาสได้ Backup ข้อมูลกลับมาได้อีกเลยก็ได้

  • ขั้นตอนแรกก็คือ เปิดโปรแกรม iTunes ขึ้นมา
  • เสียบ iPhone, iPod touch หรือ iPad เข้ากับคอมพิวเตอร์ของเรา
  • จากนั้นให้กดรูป Device ของเราด้านบน

  • จากนั้นให้ติ๊กถูกตรง Encrypt iPhone backup เนื่องจากถ้าไม่ติ๊ก iTunes จะไม่ Backup ข้อมูลในแอพ Health, Activity และ HomeKit ให้ เพราะฉะนั้นควรจะติ๊กไว้
  • เมื่อติ๊กเสร็จก็จะให้ตั้งรหัสผ่าน เผื่อเข้ารหัส Backup ของเรา
  • เสร็จให้กด “Back Up Now” เลย

เมื่อ iTunes ทำการ Backup เสร็จแล้ว ให้เราเข้าไปเช็คเพื่อความแน่ใจว่า มีข้อมูลที่เรา Backup ไว้เมื่อกี้หรือไม่ ?

  • สำหรับเครื่อง Mac ให้เข้าไปที่ iTunes >> Preferences หรือกดคีร์ลัด (cmd ,) แล้วเลือกแท็บ Devices
  • สำหรับ Windows ให้เข้าไปที่ Edit >> Preferences แล้วเลือกแท็บ Devices เช่นกัน

จะเห็น Backup อันล่าสุดที่เราพึ่ง Backup ไป ซึ่งจะมีรูปแม่กุญแจอยู่ด้านหลัง แสดงว่าเรา Backup เรียบร้อยแล้ว

  • จากนั้นนให้คลิกขวา แล้วกด Archive เพื่อป้องกันไม่ให้ Backup นี้มีการเซฟทับ จะมีประโยชน์ตอนที่เรา Downgrade จาก iOS 10 ลงมาเวอร์ชันที่ต่ำกว่า
2) โหลด Firmware ของ iOS 11 มาลงเครื่อง

Firmware ที่จะต้องใช้ในการอัพเดท iOS นั้นจะมีนามสกุล *.ipsw สามารถดาวน์โหลดได้จาก ที่นี่

เราเพียงแค่เช็คว่าเครื่องของเราเป็นรุ่นอะไร ก็เลือกกดโหลดรุ่นนั้น ตัวอย่างในรูป ไฟล์ที่กำลังดาวน์โหลดอยู่เป็นของ iPhone หน้าจอ 4.7 นิ้ว (iPhone 6 และ 6s), iOS เวอร์ชัน 11.0 Build 15A372

3) ปิด Find My iPhone ในเครื่องของเราด้วย

ให้หยิบเครื่องของเราขึ้นมาไม่ว่าจะเป็น iPhone, iPod touch, iPad เพื่อปิด Find My iPhone ก่อนการอัพเดท เพราะแอปเปิลป้องกันการขโมยเครื่องมาแล้วทำการการล้างข้อมูลใหม่

โดยเข้าไปที่ Settings >> iCloud >> Find My iPhone จากนั้นให้ปิดสวิตซ์ Find My iPhone ซะ เครื่องก็จะถามรหัส Apple ID ก็กรอกลงไป เสร็จ

4) เริ่มการอัพเดท Firmware เป็น iOS 11

เมื่อทำทั้ง 3 ขั้นตอน เสร็จเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อมาก็คือทำการ อัพเดท Firmware เป็น iOS 10

  • ถ้าใครใช้ Windows ให้กด Shift ค้างไว้ แต่ถ้าใครใช้ Mac ให้กดปุ่ม option ค้างไว้แทน
  • ให้กดปุ่ม Restore iPhone… ข้างล่าง แล้วก็กด Restore อีกครั้งเพื่อยืนยัน

  • จากนั้น เราก็ รอ รอ รอ… เมื่อ Restore เสร็จมันก็จะ บูทไอโฟนของเรา 1 รอบ

  • เสร็จมันก็จะถามว่าเราจะเซตเป็นไอโฟนใหม่เลยหรือไม่ ?? หรือว่าจะ Restore ข้อมูลที่เรา Backup ไว้มาลงเครื่องด้วย ?? ขั้นตอนนี้แล้วแต่ครับ
    • ถ้าใครจะนำเครื่องไปขาย หรืออยากได้เครื่องใหม่ที่ไม่ลงอะไรเลย ก็ให้เลือก “Set up as new iPhone”
    • ถ้าใครอยากเอาข้อมูลเดิมกลับมาด้วยก็ให้เลือก “Restore from this backup” เราก็เลือก Backup ที่เราต้องการ
  • กด Continue เสร็จแล้วก็รอ ขั้นตอนนี้อาจจะนานหน่อย ขึ้นอยู่กับข้อมูลในเครื่องเยอะแค่ไหน
  • เมื่อเสร็จอย่าพึ่งดึงสายออกเพราะ iTunes กำลังจะ Sync แอพของเรากลับมาวางไว้ที่เดิมทั้งหมดให้ด้วย

เสร็จแล้ววิธี Backup และ Restore อย่างละเอียด ง่าย ๆ ไม่กี่ขั้นตอนเท่านั้น ลองไปทำกันดูนะครับ ขั้นตอนการ Restore นี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นการอัพเดท iOS เท่านั้น แต่สามารถ Restore เครื่องใหม่แต่ยังใช้เวอร์ชันเดิมได้เช่นกัน เพียงแค่โหลดไฟล์ iOS เวอร์ชันที่ต้องการลงมาเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม แอปเปิลไม่ได้อนุญาตให้ Restore ไปเวอร์ชันอะไรก็ได้ เพราะฉะนั้นให้เข้าไปเช็คในเว็บไซต์ http://api.ineal.me/tss/status ก่อนว่าแอปเปิลเปิดให้เรา Restore ไปยังเวอร์ชันอะไรได้บ้าง

ตัวอย่าง จากรูปด้านล่างตอนนี้แอปเปิลยังปล่อยให้ Restore ไป iOS 10.3.3 และ 11 อยู่ นั่นคือเราสามารถ Restore

  • iOS 10.3.3 –> iOS 11
  • iOS 10.3.3 –> iOS 10.3.3
  • iOS 11 –> iOS 10.3.3
  • iOS 11 –> iOS 11

ส่วนใครที่ใช้ Beta อยู่ไม่ว่าจะเป็นเวอร์ชันอะไรก็ตาม สามารถ Restore กลับมาเวอร์ชันปกติได้เช่นกัน

**ข้อควรระวัง** Backup ของเวอร์ชันสูงกว่า ไม่สามารถนำไป Restore เวอร์ชันที่ต่ำกว่าได้ เช่น Backup ของ iOS 11 ไม่สามารถนำไป Restore ของ iOS 10 ได้

 

เรียบเรียงโดย
ทีมงาน MacThai

The post วิธี Backup และ Restore เป็น iOS 11 ผ่านทาง iTunes appeared first on Macthai.com.

Categories: Partners

HTC เตรียมเปิดตัวสมาร์ทโฟนเสริมทัพอีก 3 รุ่น ก่อนหมดปี 2017

MXPhone - 20 September 2017 - 09:30
เมื่อช่วงต้นปี 2017 ทาง HTC เคยประกาศเอาไว้ว่าภายในปีนี้ทางบริษัทจะมีการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ราว 6-7 รุ่น ซึ่ง Corn Chen สมาชิกของชุมชมผู้ใช้ HTC ก็ได้ไปสรรหาเบาะแสจนทราบถึงสเปคและโค้ดเนมของรุ่นที่จะเปิดตัวในช่วงปลายปี ประกอบไปด้วย Ocean Master, Ocean Harmony, และ Ocean...
Categories: Partners

รวมช่องทางโหลด iOS 11 แบบไฟล์ (IPSW) สำหรับ iPhone, iPad และ iPod touch

MacThai - 20 September 2017 - 09:00

ในที่สุด iOS 11 ได้ออกมาให้เราอัปเดตกันแล้ว ซึ่งสามารถอัพเดตได้ทั้งทาง iTunes และทาง OTA บน iOS หากใครยังไม่สามารถอัปเดตได้ คุณก็สามารถดาวน์โหลดไฟล์ไว้ในเครื่องเพื่ออัพเดทผ่าน iTunes ด้วยตัวเองเช่นกัน

สำหรับใครที่ต้องการดาวน์โหลด iOS 11 เก็บไว้ในเครื่องเพื่ออัพเดตผ่าน iTunes ด้วยตัวเอง สามารถดาวน์โหลดไฟล์จากด้านล่างนี้ไป Update หรือจะ Restore ผ่าน iTunes ได้เลยครับ

ไฟล์ที่ถูกดาวน์โหลดจะเป็นไฟล์ .ipsw ถ้าใครได้เป็น .zip ให้เปลี่ยนจาก .zip เป็น .ipsw ได้เลย

วิธีใช้ หากต้องการใช้ไฟล์ในการ Update หรือ Restore เครื่อง ให้ใช้เป็นการกด Shift (Windows) หรือ Option (macOS) และคลิกปุ่ม Update หรือ Restore จากนั้นจะมีให้เลือกไฟล์ที่เราดาวน์โหลดมา สามารถดูวิธีแบบเต็ม ๆ ได้ที่นี่

 

ไฟล์ IPSW ของ iOS 11.0 สำหรับรุ่นต่าง ๆ

 

ถ้าใครที่อัป iOS 11 แล้วเจอปัญหาหน้าจอดำ, ให้เสียบกับ iTunes ดูวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมที่ วิธีแก้ปัญหาอัพเดท iOS แล้วขึ้นหน้าจอให้เสียบสายกับ iTunes ครับ

The post รวมช่องทางโหลด iOS 11 แบบไฟล์ (IPSW) สำหรับ iPhone, iPad และ iPod touch appeared first on Macthai.com.

Categories: Partners

Apple เพิ่มลิมิตขนาดดาวน์โหลดจาก App Store เป็น 150 MB จากเดิมให้ 100MB

iPhonemod - 20 September 2017 - 07:42

เท่าที่เราทราบกันว่า Apple นั้นจำกัดขนาดของแอปไว้ที่ 100 MB สำหรับการดาวน์โหลดผ่านเซลลูล่าร์ซึ่งพบว่าน้อยเกินไปแล้วสำหรับหลายๆ คนที่ใช้เน็ตมือถือแบบไม่อั้น ล่าสุด 20 กันยายน 2560 ทาง Apple ได้ปรับเปลี่ยนให้มีขนาดเพิ่มมาเป็น 150 MB แทนแล้วนะ แม้จะดูว่าไม่เยอะแต่ก็ช่วยได้สำหรับหลายๆ แอป

Apple เพิ่มลิมิตขนาดดาวน์โหลดจาก App Store เป็น 150 MB จากเดิมให้ 100MB

รายงานจาก iClarified แจ้งเรื่องนี้เข้ามา ทุกท่านที่ใช้เน็ตไม่อั้นก็ลองหาแอปที่ใหญกว่า 100 MB แต่ไม่เกิน 150 MB ดาวน์โหลดดูนะ ทำได้ไม่ได้ยังไงก็บอกให้เราทราบด้วยนะ

ปล. ผมทำคลิปเรื่องการดาวน์โหลดไฟล์ที่ใหญ่กว่า 100 MB ไว้นานแล้วลองดูเพิ่มเติมได้หลายท่านบอกว่าเทคนิคนี้ยังใช้ได้อยู่

ปล. ถ้าคนของ Apple อ่านอยู่ ผมว่าควรจะเพิ่มเมนูเปิด ปิด ให้เลือกว่า “Enable download unlimit size on App Strore” เอาไว้น่าจะดีนะครับ อย่างน้อยก็ให้ผู้ใช้เลือกเปิดเลยน่าจะสะดวกกว่า

The post Apple เพิ่มลิมิตขนาดดาวน์โหลดจาก App Store เป็น 150 MB จากเดิมให้ 100MB appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

สรุปฟีเจอร์เด็ดบน iOS 11 อัปเดตใหม่ยกชุด Siri ฉลาดขึ้น, มาพร้อม Machine Learning และ AR

MacThai - 20 September 2017 - 07:00

หลังจากที่แอปเปิลปล่อย iOS 11 เวอร์ชันล่าสุด ให้กับผู้ที่ใช้ iPhone, iPad และ iPod touch ทั่วโลกได้อัปเดตแล้ววันนี้  ทีมงาน MacThai เลยมาสรุปฟีเจอร์เด็ดที่ทุกคนควรรู้ว่ามีอะไรบ้าง มันเจ๋งแค่ไหน มาดูกัน

iMessages
  • ย้ายแถบเลือกสติกเกอร์ลงมาด้านล่าง ให้สามารถเรียกใช้งานได้ง่ายขึ้น
  • Messages in iCloud: ซิงก์ข้อความทั้งหมดระหว่างอุปกรณ์ได้แบบ Real-time

Apple Pay
  • สามารถโอนเงินให้เพื่อนผ่าน Apple Pay ที่ผูกกับบัญชีธนาคารผ่าน iMessages ได้

Apple Maps
  • แสดงรายละเอียดภายในอาคาร ห้างสรรพสินค้า สนามบินในแต่ละชั้น เหมือน Google Maps
  •  แสดงความเร็วสูงสุดที่สามารถวิ่งได้บนถนนแต่ละเส้น

  • แสดงเลนบนถนนและแนะนำเลนที่ต้องเข้าก่อนทำการเลี้ยว
  • Do Not Disturb: เมื่อเชื่อมต่อ CarPlay จะไม่มี Notification แสดงบน iPhone และไม่สามารถใช้งาน iPhone ได้ และเมื่อมีคนส่งข้อความมาหา จะมีข้อความตอบกลับอัตโนมัติว่ากำลังขับรถอยู่ จะตอบกลับภายหลัง

Home
  • รองรับ Speaker ภายในบ้าน
  • AirPlay 2: สามารถเล่นเพลงได้พร้อมกันหลาย ๆ ลำโพงพร้อมกัน, สามารถแชร์เพลงจาก Apple Music, สามารถใช้งานกับ Apple TV รุ่นใหม่ได้
  • เปิด AirPlay 2 audio API ให้นักพัฒนา

Apple Music
  • สามารถกด Follow เพื่อนที่ใช้ Apple Music ได้ และดูว่าเพื่อนฟังเพลงอะไร, Playlist ไหนบ้าง
  • เปิดตัว MusicKit for Apple Music

App Store
  • ไอคอนใหม่ หน้าตาเหมือนกับ tvOS
  • ดีไซน์ใหม่ทั้งหมด มาพร้อม 5 แถบใหม่ ได้แก่ Today, Games, Apps, Updates และ Search
  • Today: แสดงคลิปตัวอย่างสั้น ๆ เนื้อเรื่องของเกม เทคนิคต่าง ๆ ของแอพที่ถูกแนะนำในวันนี้
  • Games & Apps: สามารถกดดูเนื้อเรื่องย่อของเกม คลิปวิดีโอวิธีเล่น แนะนำเกม และดูคะแนนรีวิวได้ง่ายขึ้น และเมื่อเราทำการรีวิวแอพ นักพัฒนาสามารถตอบกลับรีวิว คอมเมนท์ของเราได้

Siri
  • Multi Results: สามารถแสดงผลการค้นหาได้หลายอย่างในการค้นหาครั้งเดียว
  • Translation (Beta): สามารถแปลภาษาและกดให้ Siri พูดได้ทันที โดยตอนนี้รองรับแค่ ภาษาอังกฤษ แปลเป็นภาษาจีน, เยอรมัน, ฝรั่งเศส, อิตาลี และสเปน

  • รองรับ Workout, สแกน QR Code, Car Controls, VoIP Calling, การค้นหารูปภาพ, การจ่ายเงินต่าง ๆ
  • Siri สามารถใช้งานระหว่างอุปกรณ์ได้ เช่น ตั้งนาฬิกาปลุกจาก Mac และ Siri จะไปตั้งปลุกให้ใน iPhone ซึ่งเวอร์ชันปัจจุบันทำไม่ได้

Camera
  • มาพร้อมเทคโนโลยี High Efficieny Video Coding (HEVC)  ที่จะทำให้บีบอัดข้อมูลได้มากขึ้น 2 เท่า ทำให้ภาพและวิดีโอมีขนาดไฟล์เล็กลงในขณะที่คุณภาพเท่าเดิม

  • ปรับปรุงคุณภาพจาก Portrait Mode ใหม่, ถ่ายในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น, ปรับปรุงระบบกันสั่น, True Tone Flash, HDR
  • เปิดตัว Depth API ให้กับนักพัฒนา

Photos
  • Portrait Movie: สามารถสร้างวิดีโอจาก Memories ซึ่งสามารถแสดงได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน

  • Live Photos: สามารถทำ Trim, เลือกรูปให้เป็นรูปหลัก, ปิดเสียงได้, ทำเป็น Loop, Bounce และสามารถสร้างรูปที่มี Long Exposure เหมือนบนกล้อง DSLR ได้

Control Center
  • ออกแบบหน้าตา Control Center ใหม่ทั้งหมด โดยรวมหน้า Now Playing และ Home อยู่ในหน้าเดียว
  • สามารถใช้ 3D Touch ในการค้นหาปุ่มฟังก์ชันอื่น ๆ เพิ่มเติมได้

Machine Learning
  • iOS 11 สามารถเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ใช้ได้ ซึ่งจะคาดเดาสิ่งที่เรากำลังจะพิมพ์ โดยแอปเปิลให้คอนเซ็ปของเทคโนโลยีนี้ว่า จะเป็นการคาดเดาสิ่งที่เราต้องการ และทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้น
  • เปิดตัว CoreML ให้กับนักพัฒนา

Augmented Reality (AR)
  • แอปเปิลสาธิตการใช้ AR ในการสร้างงานกราฟฟิกในชีวิตจริง ซึ่งจะใช้กล้อง, CPU, GPU และเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ในเครื่องเพื่อใช้งานเทคโนโลยี AR
  • เปิดตัว ARKit ให้กับนักพัฒนา

iPad + iOS 11
  • The Dock: สำหรับบน iPad แอปเปิลได้ออกแบบ Dock ใหม่ให้สามารถใส่แอพได้มากขึ้น ซึ่งหน้าตาจะเหมือน Dock บน macOS ซึ่งเราสามารถเรียก Dock ขึ้นมาเพียงแค่ใช้นิ้วปาดขึ้นจากด้านล่าง

  • Multitasking: ขณะที่เราเปิดแอพหนึ่งอยู่ เราสามารถลาก Dock ขึ้นมาและลากแอพจาก Dock มาเพื่อเปิดอีกหน้าต่างหนึ่ง ซึ่งสามารถแสดงเป็นแบบ Pop-up หรือแบบ Split View เหมือนกับ iOS 10 ได้

  • App Switcher: มีการออกแบบ App Switcher ใหม่ โดย Control Center จะย้ายไปอยู่ด้านข้างของ App Switcher เนื่องจากเมื่อปาดนิ้วขึ้นจะเปลี่ยนเป็น Dock แล้ว

  • Drag & Drop: เมื่อเราเปิดแอพ 2 แอพพร้อมกัน เราสามารถลาก URL, รูปภาพ, ตัวอักษร และอื่น ๆ ข้ามไปยังอีกแอพนึงได้
  • Multi-Select: เมื่อเราทำการเลือกไฟล์หรือรูปภาพ เราสามารถใช้นิ้วอีกมือจิ้มรูปอื่นเพื่อเลือกหลาย ๆ รูปได้
  • QuickType: เราสามารถใช้นิ้วปาดลง เพื่อพิมพ์ตัวอักษรที่อยู่ด้านบน โดยไม่ต้องกด Shift

  • File: แอพ File จะเป็นการรวมบริการ Cloud ทั้งหมดมาไว้ในที่เดียวกัน เช่น iCloud Drive, Dropbox, Google Drive เป็นต้น โดยสามารถ ใส่ Tag, ทำ Favorite Folder ได้

  • Markup: สามารถใช้นิ้วหรือ Apple Pencil วาดหรือเขียนโน้ตลงไปใน Safari, ไฟล์ PDF ได้เลยโดยไม่ต้องพึ่งแอพนอก และเมื่อทำการแคปหน้าจอเราสามารถเขียนอะไรลงไปบนรูปได้เลยโดยไม่ต้องเข้าไปที่ Camera Roll

  • Instant Notes: สามารถใช้ Apple Pencil เคาะที่หน้า Lock Screen แล้วจะเด้งไปที่หน้า Notes ได้ทันที
  • Searchable writing: สามารถพิมพ์ค้นหาข้อความที่เราเขียนลงไปได้
  • Inline drawing: สามารถแทรกรูปที่วาดลงไปบน Notes ได้
  • Document Camera: สามารถถ่ายรูปหรือสแกนเอกสารได้แล้ว

 

เครื่องไหนรองรับบ้าง ??

สำหรับ iPhone ตอนนี้แอปเปิลได้ลอยแพ iPhone 5 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วน iPad ตอนนี้รองรับ iPad รุ่นที่ 5 ที่พึ่งเปิดตัวไป, iPad mini 2 ขึ้นไป, iPad Air 1 และ 2, iPad Pro ทุกรุ่น และ iPod touch รุ่นที่ 6 ตามภาพด้านล่าง

เรียบเรียงโดย
ทีมงาน MacThai

The post สรุปฟีเจอร์เด็ดบน iOS 11 อัปเดตใหม่ยกชุด Siri ฉลาดขึ้น, มาพร้อม Machine Learning และ AR appeared first on Macthai.com.

Categories: Partners

การตั้งค่า Control Center สำหรับ iPhone ใน iOS 11

iPhonemod - 20 September 2017 - 02:41

Apple ปล่อยอัปเดต iOS 11 เวอร์ชันทางการแล้ว ฟีเจอร์เด่นที่น่าสนใจ คือ Control Center แบบใหม่ รูปแบบเป็นยังไง ตั้งค่าอย่างไร ไปชมกัน

Control Center สำหรับ iPhone ใน iOS 11

Control Center สำหรับ iPhone ใน iOS 11 มีการจัดวางไอคอนทุกอย่างไว้ใน View เดียวหรือหน้าเดียว ข้อดีนั้น คือ เราสามารถใช้งานทุกฟังก์ชันได้ โดยไม่ต้องปัดหน้าจอไปมา เหมือน iOS 10

นอกจากการปรับโฉมและการจัดวาง Control Center สำหรับ iPhone ใหม่แล้ว iOS 11 ก็ยังใส่แผงควบคุมและปุ่มฟังก์ชันจำเป็นอย่างปุ่มเปิด-ปิด Cellular, Low Power Mode และการอัดวิดีโอหน้าจอมาให้ใช้อีกด้วย

การตั้งค่า Control Center สำหรับ iPhone ใน iOS 11

เราสามารถตั้งค่าปุ่มฟังก์ชันที่ต้องการใช้งานใน Control Center ได้อย่างอิสระ โดยมีฟังก์ชันให้เลือกใช้มากมาย

ไปที่ Settings (ตั้งค่า) > Control Center (ศูนย์ควบคุม) > Customize Controls (กำหนดแถบควบคุมเอง)

เลื่อนจอลงมาด้านล่าง แตะ “+” เพื่อเพิ่มเมนูใน Control Center หรือ แตะ “-” เพื่อเอาออก (ใช้วิธีลากวางก็ได้)

ตัวอย่างหน้าจอ Control Center

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

The post การตั้งค่า Control Center สำหรับ iPhone ใน iOS 11 appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

สิ้นสุดการรอคอย !! Apple ปล่อยอัปเดต watchOS 4 ให้กับผู้ใช้ Apple Watch ทุกคน

MacThai - 20 September 2017 - 01:47

หลังจากที่แอปเปิลได้เปิดตัว watchOS 4 ในงาน WWDC17 พร้อม ๆ กับ iOS 11 ล่าสุดตอนนี้แอปเปิลได้ปล่อยให้ผู้ใช้ Apple Watch ทุกคนได้อัปเดตกันแล้ววันนี้

โดยฟีเจอร์หลัก ๆ ที่มาใหม่ที่มาพร้อมกับ watchOS 4  ได้แก่

  • หน้าปัดแบบ Siri Face และ Toy Story ใหม่
  • ฟีเจอร์ด้านการออกกำลังกาย เช่น การนับรอบว่ายน้ำอัตโนมัติ
  • เป็น UI แอป Workout ใหม่ทั้งหมด
  • แอปฟังเพลงแบบใหม่ที่ฉลาดกว่าเดิม ที่จะซิงก์ playlist ของเราได้แบบอัตโนมัติ

สำหรับ Apple Watch รุ่นที่วางจำหน่ายอยู่ตอนนี้ ยังไม่มีการลอยแพแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นสามารถเข้าไปอัปเดตกันได้แล้วตอนนี้โดยเข้าไปที่แอป Watch >> General >> Software Update

โดยมีการคอนเฟิร์มแล้วว่า watchOS 4.0 เวอร์ชันเต็มที่ปล่อยออกมานี้ เป็นตัวเดียวกับ watchOS 4.0 GM (15R372) และสามารถดูฟีเจอร์ทั้งหมดได้ที่นี่

 

รายงานโดย
ทีมงาน MacThai

The post สิ้นสุดการรอคอย !! Apple ปล่อยอัปเดต watchOS 4 ให้กับผู้ใช้ Apple Watch ทุกคน appeared first on Macthai.com.

Categories: Partners

ดาวน์โหลด iOS 11 IPSW เวอร์ชันสมบูรณ์ ลิงก์ตรงโหลดแรงจาก Apple

iPhonemod - 20 September 2017 - 00:49

Apple ปล่อย iOS 11 เวอร์ชั่นเต็มให้อัปเดตรายละเอียดตามอ่านได้ ที่นี่ ว่ามีอะไรใหม่บ้าง ส่วนหน้านี้จะรวมลิงก์เฟิร์มแวร์ดาวน์โหลด iOS 11 IPSW เวอร์ชันสมบูรณ์ ตรงๆ โหลดแรงจาก Apple ไว้ให้นำไปใช้กันครับ ใช้อัปเดตหรือรีสโตร์ผ่าน iTunes ได้เลย

วิธีการนำ iOS 11 IPSW ไปใช้งาน

หลังได้ไฟล์ .ipsw ไปใช้ให้เปิด iTunes พร้อมเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่ต้องการจะรีสโตร์ (ล้างเครื่อง) หรือใช้ร่วมกับโปรแกรม 3uTools ในการอัปเดตก็ได้เช่นกัน

นำไปใช้กับ iTunes (แนะนำว่าให้อัปเดต iTunes รุ่นล่าสุดจาก iTunes.com)

ทำการ Update (ข้อมูลไม่หาย)

  • เครื่อง PC Windows ให้กดปุ่ม Shift ที่คีบอร์ดค้างไว้ จากนั้นกดปุ่ม Check for Update ที่ iTunes แล้วเลือกไฟล์ IPSW ที่ดาวน์โหลดไป
  • เครื่อง Mac ให้กดปุ่ม Option ที่คีบอร์ดค้างไว้ จากนั้นกดปุ่ม Check for update ที่ iTunes แล้วเลือกไฟล์ IPSW ที่ดาวน์โหลดไป

ทำการ Restore (ข้อมูลหาย)

  • เครื่อง PC Windows ให้กดปุ่ม Shift ที่คีบอร์ดค้างไว้ จากนั้นกดปุ่ม Restore ที่ iTunes แล้วเลือกไฟล์ IPSW ที่ดาวน์โหลดไป
  • เครื่อง Mac ให้กดปุ่ม Option ที่คีบอร์ดค้างไว้ จากนั้นกดปุ่ม Restore ที่ iTunes แล้วเลือกไฟล์ IPSW ที่ดาวน์โหลดไป

โหลดเฟิร์มแวร์ต้องเลือกตัวไหน?

ใน iOS 11 เปลี่ยนแปลงระบบการดาวน์โหลด IPSW แบบใหม่โดยไม่ต้องเลือก Model อีกแล้ว สามารถดาวน์โหลดได้ตามรุ่นเลย เช่น iPhone 5s ไม่ว่าจะซื้อจากประเทศไหน Model หลังเครื่องจะเป็น Axxxx  ตัวไหนก็ IPSW ตัวเดียวกันหมดครับ ถือว่าสะดวกขึ้น

ดาวนโหลด IPSW ของ iOS 11

iOS 11 เวอร์ชันเต็มปล่อยมาพร้อม build หมายเลข 15A372 นี่คือไฟล์ IPSW ของ iOS 11เลือกดาวน์โหลดลงคอมพิวเตอร์เพื่อนำไปใช้งานได้ตามสะดวกเลยครับ

iPhone iPad iPod touch

การดาวน์โหลดไฟล์ที่ถูกต้องนั้นจะต้องได้ไฟล์นามสกลุ .ipsw เท่านั้น (หากใครดาวน์โหลดมาแล้วได้ไฟล์เป็น .zip ไม่ต้องแตกไฟนะครับ เพียงเปลี่ยนนามสกุลจาก .zip ให้เป็น .ipsw เท่านั้นพอ) นะครับ จากนั้นจึงนะไป Shift+Restore ผ่าน iTunes (หากเครื่อง Mac ให้กด option+Restore)

หลังจากรีสโตร์เสร็จสามารถข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจได้ตามลิงก์ด้านล่างครับ

The post ดาวน์โหลด iOS 11 IPSW เวอร์ชันสมบูรณ์ ลิงก์ตรงโหลดแรงจาก Apple appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

มาแล้ว !! Apple เปิดให้อัพเดท iOS 11 ได้แล้วพร้อมกันทั่วโลกตอนนี้ เครื่องไหนอัพได้บ้าง มาดูกัน

MacThai - 20 September 2017 - 00:16

ในที่สุดแอปเปิลก็เปิดให้อัพเดท iOS 11 ได้แล้วอย่างเป็นทางการ พร้อมกันทั่วโลกตอนนี้ ซึ่งรวมถึงในไทยด้วยในช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา โดยการอัพเดทในครั้งนี้ ผู้ใช้ต้องมีพื้นที่ว่างในเครื่อง 3-4 GB

อย่างไรก็ดี มีผู้ใช้กลุ่มหนึ่งพบปัญหาอัพเดท iOS 11 ช่วงแรกที่ยังช้ากันอยู่เนื่องจากมีผู้อัพเดทจำนวนมาก แนะนำให้รอถึงช่วงเวลาผ่านไปสักพักก็จะดีขึ้น

เครื่องไหนอัพได้บ้าง

สำหรับ iPhone ตอนนี้แอปเปิลได้ลอยแพ iPhone 5 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วน iPad ตอนนี้รองรับ iPad รุ่นที่ 5 ที่พึ่งเปิดตัวไป, iPad mini 2 ขึ้นไป, iPad Air 1 และ 2, iPad Pro ทุกรุ่น และ iPod touch รุ่นที่ 6 ตามภาพด้านล่าง

อ่านเพิ่ม

The post มาแล้ว !! Apple เปิดให้อัพเดท iOS 11 ได้แล้วพร้อมกันทั่วโลกตอนนี้ เครื่องไหนอัพได้บ้าง มาดูกัน appeared first on Macthai.com.

Categories: Partners

ปุ่มปรับความสว่างอัตโนมัติ (Auto-Brightness) ใน iOS 11 ย้ายไปอยู่ที่ไหน

iPhonemod - 20 September 2017 - 00:11

หลังจากอัปเดต iOS 11 ใหม่เรียบร้อยแล้ว หลายคนอาจจะหาปุ่มปรับความสว่างอัตโนมัติ (Auto-Brightness) ไม่เจอมาดูกันว่าเราจะเปิด-ปิด Auto-Brightness ใน iOS 11 ตรงไหน

จากเดิมการตั้งค่า Auto-Brightness ใน iOS 10 จะอยู่ในเมนู Display & Brightness

ไปที่ Settings > Display & Brightness > เปิด Auto-Brightness

สำหรับ iOS 11 ตั้งค่าเปิด-ปิด Auto-Brightness ได้ดังนี้

ไปที่ Settings > แตะ General > แตะ Accessibility

แตะเมนู Display Accommodations > เปิด Auto-Brightness

ประโยชน์ของ Auto-Brightness (ปรับความสว่างอัตโนมัติ)

Apple ได้ยืนยันแล้วว่าการเปิด Auto-Brightness ช่วยยืดเวลาในการใช้งานแบตเตอรี่ให้ยาวนานมากขึ้น ใน iOS 11 ได้อธิบายไว้ว่า “Turning off auto-brightness may affect battery life” คือ หากปิด Auto-Brightness ก็จะส่งผลต่อระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่

Auto-Brightness จะมีตัวเซ็นเซอร์วัดแสงที่อยู่ด้านหน้าตัวเครื่องจะทำการปรับแสงของหน้าจอตามสภาพแวดล้อมของเราให้เหมาะสม กล่าวคือเมื่อเราอยู่ในที่สว่างหน้าจอก็จะถูกปรับให้มืดลงและถ้าเราอยู่ในที่มืดหน้าจอก็จะสว่างขึ้นอัตโนมัติ

หลังจากอัปเดต iOS 11 แล้วถ้ารู้สึกว่าแบตเตอรี่หมดไวก็อย่าลืมเปิด Auto-Brightness เพื่อช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ให้ใช้ได้นานมากขึ้น

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

ขอบคุณ Apple

The post ปุ่มปรับความสว่างอัตโนมัติ (Auto-Brightness) ใน iOS 11 ย้ายไปอยู่ที่ไหน appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

Pages