แบรนด์ Smartphone ระบบ Android เริ่มให้ความสนใจเรื่องเซ็นเซอร์ 3 มิติ (3D Sensor) มากขึ้น

iPhonemod - 20 November 2017 - 10:51

เซ็นเซอร์ 3 มิติของ iPhone X ที่ Apple ใช้อยู่นั้นถือว่าเป็นฟีเจอร์เด่นที่น่าสนใจสำหรับ Smartphone มากและ ผู้ผลิต Smartphone ระบบ Android เริ่มให้ความสนใจเรื่องเซ็นเซอร์ 3 มิติมากขึ้น

เซ็นเซอร์ 3 มิติใน Smartphone

DigiTimes รายงานข้อมูลว่าผู้ผลิตแบรนด์ Smartphone ระบบ Android หลายรายอย่าง Huawei, Oppo และ Xiaomi กำลังเริ่มหารือกับ Qualcomm, Himax และ Truly Opto-electronics ในการพัฒนาเซ็นเซอร์ 3 มิติ (3D Sensor) ที่จะเอามาใช้กับ Smartphone ของตัวเอง

Largan Precision ก็เป็นอีกหนึ่งผู้ผลิตที่น่าสนใจในการผลิตเซ็นเซอร์ 3 มิติให้กับ Smartphone ระบบ Android โดย Largan Precision เป็นผู้ผลิตเลนส์กล้องสำหรับ Smartphone ทั้ง Apple และ Andriod มาก่อน ทำให้มีความเป็นไปได้ว่า Largan Precision จะได้ดีลนี้จากแบรนด์ผู้ผลิต Smartphone ระบบ Andriod ไป

กล้องหน้า TrueDepth ของ iPhone X ที่ฝังเซ็นเซอร์ 3 มิติ ใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์นี้ได้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Face ID, การถ่ายภาพ, Animoji และอื่นๆ ทำให้คาดว่าฟีเจอร์นี้จะกลายมาเป็นกระแสในปี 2018 เหมือนกับ Apple ที่ใช้จอ OLED ใน iPhone X เหมือนกับ Smartphone ระบบ Android หลายรุ่นที่ใช้มานานแล้ว

ที่มา – appleinsider

The post แบรนด์ Smartphone ระบบ Android เริ่มให้ความสนใจเรื่องเซ็นเซอร์ 3 มิติ (3D Sensor) มากขึ้น appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

สลด! สาวเวียดนามถูกไฟช็อตดับคาเตียง ต้นเหตุจากสายชาร์จ iPhone เสื่อมสภาพ

MXPhone - 20 November 2017 - 10:42
เป็นอุทาหรณ์สำหรับใครที่ยังทนใช้สายชาร์จที่เสื่อมคุณภาพ รวมถึงสายชาร์จที่ไม่ได้มาตรฐาน เพราะล่าสุดมีรายงานจากสื่อต่างประเทศพบเด็กสาวชาวเวียดนามนามว่า Le Thi Xoan อายุ 14 ปี ถูกไฟช็อตดับคาเตียง โดยมีต้นเหตุมาจากสายชาร์จ iPhone 6 ที่เสื่อมคุณภาพ จากการสืบสวนของทางเจ้าหน้าที่พบว่า Le Thi Xoan ได้เสียชีวิตจากการถูกไฟฟ้าช็อตขณะหลับอยู่บนเตียง โดยที่เหตุการณ์คาดว่าเธอน่าจะชาร์จ...
Categories: Partners

Samsung เปิดตัว Galaxy Tab A ใหม่ จอ 8 นิ้ว มีฟีเจอร์ Bixby Home กล้องหลัง 8MP

MXPhone - 20 November 2017 - 10:20
Samsung เผยโฉมแท็บเลตรุ่นใหม่ Galaxy Tab A (2017) ที่มากับแรงประมวลผล Quad Core 1.4GHz กราฟิก Adreno 308 หน้าจอขนาด 8 นิ้ว ความละเอียด 1280×800 พิกเซล ติดตั้ง...
Categories: Partners

เหตุใดประเทศหัวก้าวหน้าอย่างเยอรมัน ถึงสั่งห้ามสมาร์ทวอชสำหรับเด็ก

iPhonemod - 20 November 2017 - 10:06

สมาร์ทวอชสำหรับเด็ก กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องด้วยความสามารถอาจแตกต่างจาก Apple Watch รวมถึงสมาร์ทวอชสำหรับผู้ใหญ่อยู่เล็กน้อย ตรงที่มีวัตถุประสงค์เอาไว้ติดตามตัวเด็กผ่านทาง GPS ซึ่งอาจรวมถึงการดักฟังและติดต่อกับผู้สวมใส่ (เด็ก) ได้ตลอดเวลา และเร็วนี้ทางเยอร์มันก็ได้สั่งห้ามขาย รวมถึงแนะนำผู้ปกครองทั้งหลายให้ทำลายมันทิ้ง!

เยอรมันสั่งห้ามสมาร์ทวอชสำหรับเด็ก

หน่วยงานด้านโทรคมนาคมของเยอรมนี ได้สั่งห้ามจำหน่ายสมาร์ทวอชสำหรับเด็ก และขอให้ผู้ปกครองทำลายมันทิ้งทันที รวมถึงแจ้งให้โรงเรียนเข้มงวดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้โดยให้เหตุผลเกี่ยวกับเรื่อง “ความปลอดภัย” เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ต่ำ จนเป็นเหตุให้เกิดการคุกคามความเป็นส่วนตัว โดยเฉพาะกับเด็กเล็กที่นอกจาก GPS จะไม่เป็นประโยชน์แล้วยังจะเป็นภัย

กฎหมายนี้มาพร้อมหลังห้ามจำหน่ายตุ๊กตา “มายเฟรนด์ เคย์ลา” ที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ก่อนหน้านี้ ซึ่งก่อนหน้ายังเคยเคยมีประเด็นเกี่ยวกับการ “ดักฟังครู” โดยผู้ปกครองอาศัยสมาร์ทวอทช์ของลูก เพื่อแอบฟังครูสอนในห้องเรียนอีกด้วย รวมถึงบุคคลที่อยู่แวดล้อมของเด็ก ยังมีโอกาสถูกสอดแนมจากเครื่องส่งเหล่านี้

ที่มา – theverge

The post เหตุใดประเทศหัวก้าวหน้าอย่างเยอรมัน ถึงสั่งห้ามสมาร์ทวอชสำหรับเด็ก appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

Apple ช้ำจาก Qualcomm หันซบ Intel ผลิตชิปโมเด็ม 5G ใช้ใน iPhone รุ่นใหม่

MacThai - 20 November 2017 - 10:00

หลังจากที่มีเรื่อง Qualcomm ฟ้องร้อง Apple ในข้อหานำข้อมูลสำคัญของบริษัทไปช่วยเหลือ Intel แต่ล่าสุด ได้มีข่าวออกมารายงานว่า ตอนนี้แอปเปิลกำลังโบกมือลา Qualcomm และหันไปซบ Intel ให้ผลิตชิปโมเด็ม 5G ให้กับทางแอปเปิลเพื่อนำไปใส่ในไอโฟนรุ่นถัด ๆ ไป

เป็นที่รู้กันดีว่า Intel และ Qualcomm เป็นคู่แข่งกันมาตลอดในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีชิปโมเด็ม ซึ่งถ้าแอปเปิลหันไปจับมือร่วมกับ Intel ก็จะทำให้ Qualcomm ตกที่นั่งลำบากอย่างมาก

เนื่องจากมีรายงานมาอีกว่า แอปเปิลจะผลิตชิป A series จะฝังโมเด็มของ Intel มาในตัวเลย และอาจจะมีชิ้นส่วนที่ผลิตจาก Intel อื่น ๆ ใน iPhone และ iPad รุ่นต่อ ๆ ไปอีกด้วย

สำหรับชิปโมเด็มของ Intel รุ่นใหม่ที่พึ่งเปิดตัวคือ Intel XMM 8060 ซึ่งจะรองรับสัญญาณเครือข่าย 5G แบบเต็มรูปแบบ และจะรองรับหลายย่านความถี่ ได้แก่ 600-900MHz, 3.3-4.2GHz, 4.4-4.9GHz, 5.1-5.9GHz, 28GHz และ 39GHz ซึ่งจะส่งให้ผู้ผลิตมือถือได้ประมาณกลางปี 2019 เพื่อให้ทันกับการใช้งานบนเครือข่าย 5G จริง ๆ ได้ประมาณปี 2020

 

ที่มา – iClarified

The post Apple ช้ำจาก Qualcomm หันซบ Intel ผลิตชิปโมเด็ม 5G ใช้ใน iPhone รุ่นใหม่ appeared first on Macthai.com.

Categories: Partners

สั่งซื้อเครื่อง iPhone X แบบไม่ติดสัญญาผ่าน Apple Store US ได้แล้ววันนี้

iPhonemod - 20 November 2017 - 09:07

อัปเดตข่าวให้ทราบสำหรับท่านใดที่อาศัยอยู่ที่สหรัฐอเมริกาและมีความต้องการจะซื้อ iPhone X ผ่านทาง Apple Store Online ของที่นั่นนะครับ วันนี้ท่านสามารถสั่งซื้อรุ่นดังกล่าวแบบไม่ติดสัญญากับทางเครือข่ายได้แล้ว รอสินค้าประมาณ 2-3 สัปดาห์

สั่งซื้อเครื่อง iPhone X แบบไม่ติดสัญญาผ่าน Apple Store US ได้แล้ววันนี้

สั่งซื้อได้ที่ apple.com จากนั้นเลือกความจะที่ต้องการจากนั้นจะมีเมนูให้เลือกชำระว่าจะจ่ายแบบรายเดือน(กับทางเครือข่าย) หรือว่าจ่ายครั้งเดียวเป็นค่าเครื่องเปล่า (Pay in full) ก็ให้ทำการเลือกเมนูการจ่ายเต็ม เพียงเท่านี้เครื่องที่ได้จะเป็นเครื่องที่ปลดล็อคในราคเต็ม $999 USD พร้อมสามารถนำมาใช้งานในประเทศไทยได้และเคลมในประเทศที่มี Apple Store หรือประเทศที่มีโมเดลนั้นๆ จำหน่ายอยู่

ปล. หากใครอยากได้ชิป LTE ของ Qualcomm แนะนำให้ซื้อกับเครือข่าย Verizon นะครับ

ขอบคุณ iClarified

The post สั่งซื้อเครื่อง iPhone X แบบไม่ติดสัญญาผ่าน Apple Store US ได้แล้ววันนี้ appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

แจกพื้นหลัง iPhone X Live Wallpaper สำหรับ iPhone ทุกรุ่น พร้อมวิธีดาวน์โหลดและติดตั้ง

iPhonemod - 20 November 2017 - 08:19

หากใครที่กำลังมองหาภาพพื้นหลังใหม่ๆ มาโหลดพื้นหลัง iPhone X Live Wallpaper สำหรับ iPhone ทุกรุ่น พร้อมชมวิธีดาวน์โหลดและติดตั้ง กันได้เลย

วิธีติดตั้ง iPhone X Live Wallpaper สำหรับ iPhone ทุกรุ่น

iDeviceHelp ได้รวบรวมภาพพื้นหลัง iPhone X Live Wallpaper สำหรับ iPhone ทุกรุ่น มาให้ดาวน์โหลดกัน โดยมีขั้นตอนการดาวน์โหลดง่ายๆ ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1. ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปดังต่อไปนี้

ขั้นตอนที่ 2. เปิดแอป Imgur > (1-2) พิมพ์คำว่า “iDeviceHelp” ในช่องค้นหา > (3) แตะ iDeviceHelp (TAGS) > (4) แตะ iDeviceHelp Live Wallapeper

ขั้นตอนที่ 3. เลือกภาพพื้นหลังที่ต้องการ > แตะที่ภาพค้างไว้ > แตะ Download Video

ขั้นตอนที่ 4. เปิดแอป intoLive > (1) แตะภาพพื้นหลัง (Video) ที่ดาวน์โหลดไว้ > (2) แตะไอคอน —> (Next) > (3) แตะ No repeat > (4) Save Live Photos

ขั้นตอนที่ 5. ไปที่ Settings > (1) Wallpaper > (2) Choose a New Wallpaper > Camera Roll > (3-4) เลือกพื้นหลังที่ตั้งค่าไว้ เป็นอันเสร็จสิ้น

**Live Photo จะทำงานได้กับ iPhone ที่มี 3D Touch ได้แก้ iPhone 6s /6s Plus, iPhone 7 / 7 Plus, iPhone 8 / 8 Plus และ iPhone X โดยรุ่นอื่นนั้นจะเป็นการแสดงภาพปกติ

ชมวิดีโอ

The post แจกพื้นหลัง iPhone X Live Wallpaper สำหรับ iPhone ทุกรุ่น พร้อมวิธีดาวน์โหลดและติดตั้ง appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

พบข้อมูล iMac Pro ใช้ชิพ A10 Fusion รองรับ Hey Siri

iPhonemod - 19 November 2017 - 16:34

นักพัฒนาพบข้อมูลจาก Software Update BridgeOS 2.0 เผยให้เห็นว่า iMac Pro ใช้ชิพ A10 Fusion รองรับ Hey Siri

iMac Pro ใช้ชิพ A10 Fusion

Jonathan Levin นักพัฒนาได้พบข้อมูลบางอย่างจาก BridgeOS 2.0 ที่ Apple ปล่อยออกมา โดยนักพัฒนาได้เผยว่า iMac Pro (Bridge2,1) รุ่นใหม่จะใช้ชิพ A10 Fusion พร้อม RAM 512MB ถือว่าเป็น Mac รุ่นแรกที่ใช้ชิพรหัส “A-Seires”

Steve Troughton-Smith นักพัฒนาเผยว่าชิพ A10 Fusion ใน iMac Pro จะเป็นแบบ ARM Coprocessor ซึ่งจะทำให้การ Boot macOS นั้น มีการป้องกันและรักษาความปลอดภัยมากขึ้น และนักพัฒนาเผยว่า Apple เองก็ใส่ใจและเข้มงวดในประเด็นนี้มากขึ้น

นักพัฒนายืนยัน iMac Pro รองรับ Hey Siri

Guilherme Rambo นักพัฒนาอีกรายยืนยันว่าใน iMac Pro รุ่นใหม่นี้จะมาพร้อมฟีเจอร์ “Hey Siri” หรือการสั่งการ Siri ด้วยเสียง ซึ่งฟีเจอร์ดังกล่าวเป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่ชิพ A10 Fusion จะรองรับ

ข้อมูลที่น่าสนใจอีกอย่างที่นักพัฒนาพบ คือ ตัวชิพ A10 ใน iMac Pro ก็ยังทำงานอยู่ถึงแม้ว่าตัว macOS จะถูกปิด (shut down) ไปแล้ว ทำให้น่าสนใจว่าฟีเจอร์อย่าง Hey Siri จะพร้อมสั่งการและใช้งานตลอดเวลาถึงแม้ตัว macOS จะถูกปิดลงด้วยหรือไม่

อย่างไรก็ตามข้อมูลทั้งหมดนี้เป็นการค้นพบและคาดการณ์จากนักพัฒนา และทาง Apple เองก็ยังไม่ได้ประกาศวันที่เปิดขาย iMac Pro อย่างเป็นทางการ เพียงแต่บอกว่าจะเปิดขายในเดือน ธ.ค. 2017 นี้เท่านั้น ซึ่งลำโพง HomePod ที่เปิดขายในช่วงเดียวกัน ก็ถูกเลื่อนวันเปิดขายออกไปเป็นต้นปี 2018 แล้ว จะเป็นอย่างไรนั้นต้องติดตามกันต่อไป

ที่มา – iClarified

The post พบข้อมูล iMac Pro ใช้ชิพ A10 Fusion รองรับ Hey Siri appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

Apple ขยายเวลา โปรแกรมเคลม MacBook และ MacBook Pro จอลอก ไปอีก 4 ปีนับจากวันที่ซื้อ

MacThai - 19 November 2017 - 14:20

เมื่อตุลาคมปี 2015 แอปเปิลได้เปิดโปรแกรมเคลม MacBook Pro สำหรับผู้ใช้ที่พบปัญหาจอลอก ได้ฟรี จนมาถึงปี 2016 แอปเปิลก็ขยายเวลาการเคลมนี้ไปจนถึงปี ต.ค. 2017 แต่ล่าสุดแอปเปิลได้ประกาศขยายเวลาการเคลมอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้ ขยายเวลาไปแบบยาว ๆ สูงสุด 4 ปี หลังจากที่ผู้ใช้ซื้อเครื่อง

สำหรับ MacBook และ MacBook Pro รุ่นที่สามารถเคลมได้และอยู่ในโปรแกรมเคลมดังกล่าว มีดังนี้

  • MacBook Pro (13-inch, Early 2013)
  • MacBook Pro (15-inch, Early 2013)
  • MacBook Pro (13-inch, Late 2013)
  • MacBook Pro (15-inch, Late 2013)
  • MacBook Pro (13-inch, Mid 2014)
  • MacBook Pro (15-inch, Mid 2014)
  • MacBook Pro (13-inch, Early 2015)
  • MacBook Pro (15-inch, Mid 2015)
  • MacBook Pro (13-inch, 2016)
  • MacBook Pro (15-inch, 2016)
  • MacBook Pro (13-inch, 2017)
  • MacBook Pro (15-inch, 2017)
  • MacBook (12-inch, Early 2015)
  • MacBook (12-inch, Early 2016)
  • MacBook (12-inch, Early 2017)

อย่างไรก็ตามแอปเปิลได้ตัด MacBook Pro รุ่นปี 2012 ออกไป เนื่องจากสินค้ามีอายุมากกว่า 4 ปี หลังจากแอปเปิลวางจำหน่าย

สำหรับใครที่ที่ยังไม่ได้นำเครื่องไปเคลม สามารถส่งเคลมได้ที่ศูนย์  Apple Authorized Service Provider (AASP) ทุกสาขา หรือที่เรียกง่าย ๆ ว่าศูนย์รับซ่อมอย่างเป็นทางการของแอปเปิลในไทย โดยการเคลมหน้าจอในโปรแกรมนี้จะไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

 

ที่มา – MacRumors

The post Apple ขยายเวลา โปรแกรมเคลม MacBook และ MacBook Pro จอลอก ไปอีก 4 ปีนับจากวันที่ซื้อ appeared first on Macthai.com.

Categories: Partners

แอปธนาคารในไทยเจ้าไหน UI รองรับ iPhone X แล้วบ้าง?

iPhonemod - 19 November 2017 - 11:45

อีกเพียง 5 วัน iPhone X ก็จะถูกส่งมอบให้กับผู้ใช้งานในประเทศไทยแล้วในวันที่ 24 พ.ย. 2560 ที่จะถึงนี้ แอปพลิเคชันกลุ่มธนาคารถือว่าเป็นแอปที่จำเป็นในทุกวันนี้ เรามาชมกันว่า ณ วันนี้ 19 พ.ย. มีแอปธนาคารรายใดบ้างที่อัปเดตแอปให้รองรับกับ iPhone X เป็นที่เรียบร้อยแล้วบ้าง ไปชมคลิปกันได้เลยครับ

แอปธนาคารในไทยเจ้าไหนรองรับ iPhone X แล้วบ้าง?

รองรับในที่นี้หมายถึง UI สมบูรณ์เข้ากับ iPhone X แล้ว, ส่วนฟีเจอร์การทำงานนั้นก็ใช้ได้ปกติ ยกตัวอย่างเช่น K Plus ผมก็เช็คยอด โอนเงิน ฯลฯ ได้ปกติ เพียงแค่หน้า UI ไม่แสดงผลที่เหมาะสมกับ iPhone X เท่านั้น

รายชื่อแอปธนาคารต่างๆ จำนวน 10 ที่ที่ยกตัวอย่างมาให้ชมพร้อมเปิดให้ดูเลยว่ารองรับแล้วหรือยัง ชมได้ตามคลิปด้านล่างนะครับ

  • ธนาคารกรุงไทย KTB netbank –  ยังไม่รองรับ
  • ธนาคารไทยพาณิชย์ SCB EASY – รองรับแล้ว
  • ธนาคารกรุงเทพ BualuangM – ยังไม่รองรับ
  • ธนาคารกสิกรไทย K Plus – ยังไม่รองรับ
  • ธนาคารออมสิน MyMo – ยังไม่รองรับ
  • ธนาคารกรุงศรีอยุธยา KMA – รองรับแล้ว
  • ธนาคารธนชาติ ThanaChart Connect – ยังไม่รองรับ
  • ธนาคาร ธ.ก.ส. BAAC – ยังไม่รองรับ
  • ธนาคารทหารไทย ME by TMB – ยังไม่รองรับ
  • ธนาคารยูโอบี UOB Thailand – ยังไม่รองรับ

หวังว่าธนาคารต่างๆ ที่ยังไม่อัปเดตตัวแอปให้รองรับกับ iPhone X ก็ขอให้อัปเดตในเร็ววันนี้ ทั้งนี้เพื่อประสบการณ์ที่ดีต่อผู้ใช้งาน (User Experience) ที่ดีนั่นเองครับ

หากมีอัปเดตเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบอีกครั้ง

The post แอปธนาคารในไทยเจ้าไหน UI รองรับ iPhone X แล้วบ้าง? appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

รู้จัก Apple File System ระบบไฟล์ใช้ตั้งแต่ Apple Watch ยัน Mac Pro ต่างจากเดิมยังไง? มีอะไรดี?

MacThai - 19 November 2017 - 10:00

ใน macOS High Sierra มีฟีเจอร์หนึ่งที่น่าสนใจและถือเป็นการอัพเกรดครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ Mac นั่นคือระบบ Apple File System (APFS) ในบทความนี้ทีมงาน MacThai จะพาไปรู้จักกับ APFS ในเบื้องหลังว่าทำไมต้องมี และเทคโนโลยีนี้สำคัญอย่างไร

File System คืออะไร

File System หรือแปลเป็นไทยว่า “ระบบไฟล์” นั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นบนระบบคอมพิวเตอร์ แต่ก่อนที่จะมีเราคงจะต้องย้อนกลับไปยังสมัยโบราณถึงวิธีการเก็บข้อมูลจนพัฒนามาเป็นระบบไฟล์บนคอมพิวเตอร์

มนุษย์นั้นคุ้นเคยกับการเก็บเอกสารมาเป็นเวลานานนับร้อยปี วิธีการเก็บเอกสารของมนุษย์คือการนำเอกสารไปในไว้ในตู้หรือลิ้นชัก แล้วก็แยกตามหมวดหมู่ ซึ่งหมวดหมู่นี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการเก็บอะไรไว้ที่ไหน จะเก็บตามใจ หรือจะมีดัชนีแบบห้องสมุดก็ย่อมได้ แล้วเมื่อต้องการเอกสาร ก็แค่ไปค้นหาเอกสารที่เก็บไว้ แล้วนำมาเปิดอ่าน, แก้ไข หรือทำลายตามที่ต้องการ ซึ่งการดำเนินการของมนุษย์เหล่านี้คอมพิวเตอร์ไม่เข้าใจ

IBM 2401 Magnetic Tape Unit ภาพจาก https://www-03.ibm.com/ibm/history/exhibits/storage/storage_PH2401.html

ข้อมูลในคอมพิวเตอร์นั้น จะถูกเก็บไว้ในเทปแถบแม่เหล็ก (magnetic tape), ดิสก์แม่เหล็ก (magnetic disk) หรือดิสก์ที่ใช้แสง (optical disk) ไปจนถึงอุปกรณ์แบบอื่น ๆ ซึ่งการเก็บไฟล์นั้นจะเก็บในรูปแบบที่คอมพิวเตอร์ทรานซิสเตอร์เข้าใจ (ซึ่งก็คือรูปแบบเลขฐานสอง) เป็นชุดข้อมูลเรียงต่อกัน ทำให้ระบบปฏิบัติการต้องเชื่อมโยงข้อมูลที่เก็บไว้ให้เป็นไฟล์เพื่อความเข้าใจในรูปแบบของมนุษย์ ในรูปแบบของระบบไฟล์

ไฟล์นั้นมีหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ไฟล์ภาพ, วิดีโอ, ซอร์สโค้ด, โปรแกรมที่ถูกคอมไพล์แล้ว ซึ่งระบบไฟล์ก็ยังมีหน้าที่จัดการเรื่องต่าง ๆ ของไฟล์ ตั้งแต่เรื่องเบื้องต้นอย่างการเรียกไฟล์, ค้นหาไฟล์, จองพื้นที่และเก็บข้อมูลไฟล์ ไปจนถึงระบบเพิ่มเติมอย่างการจำกัดสิทธิไฟล์, การเข้ารหัสไฟล์ ฯลฯ

ปัจจุบันระบบไฟล์ที่ Mac ใช้กันเรียกว่า Hierarchical File System Plus หรือ HFS+ หรืออาจจะเรียกอีกอย่างว่า Mac OS Extended ใช้มาตั้งแต่ปี 1998 และหากย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ระบบไฟล์นี้ถูกพัฒนาต่อมาจาก Hierarchical File System หรือ HFS หรือเรียกอีกอย่างว่า Mac OS Standard ตั้งแต่ปี 1985 ซึ่งระบบไฟล์ HFS นี้ออกแบบมาเพื่อใช้งานกับ Macintosh รุ่นที่มีฮาร์ดดิสก์รุ่นแรก และ HFS+ นั้นมีการขยายบล็อกจาก 16-bit ของ HFS เป็น 32-bit เพื่อให้ใช้งานกับระบบคอมพิวเตอร์ 32-bit ได้ดียิ่งขึ้น

โดยปกติระบบไฟล์มักจะถูกออกแบบให้สามารถใช้ประสิทธิภาพของอุปกรณ์เก็บข้อมูลในแต่ละยุคได้ดีที่สุดเท่าที่ระบบจะสามารถทำได้ และแน่นอนว่า HFS+ นั้นถูกออกแบบมาตั้งแต่ 32 ปีที่แล้ว ในสมัยที่คอมพิวเตอร์ยังใช้ฮาร์ดดิสก์ยุคเก่าและฟล็อปปี้ดิสก์ ระบบต่าง ๆ จึงถูกออกแบบให้เป็นการประมวลผลแบบเดี่ยว และโครงสร้างค่อนข้างเป็นแบบตายตัวเพื่อให้ทำงานได้ดีที่สุดในยุคนั้น

ในยุคปัจจุบันที่พื้นที่เก็บข้อมูลมักถูกแทนที่ด้วย SSD หรือ Flash Storage จึงทำให้ระบบไฟล์แบบเดิมที่ถูกออกแบบมาเพื่อฮาร์ดดิสก์ยุคเก่าไม่สามารถใช้งานกับอุปกรณ์ใหม่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ส่วนชิพประมวลผลทุกวันนี้ก็เร็วพอที่จะทำงานในแบบขนาน ประกอบกับปัจจุบันอุปกรณ์พกพาอย่าง iPhone, iPad, Apple Watch เป็นที่นิยมมากขึ้น ทำให้เทคโนโลยีเก่าอย่าง HFS+ ถึงจุดที่เริ่มไปไม่ได้ จึงเป็นที่มาของการออกแบบ APFS ระบบไฟล์ใหม่ ที่ยืดหยุ่นยิ่งกว่าเดิม พร้อมกับการพัฒนาต่อยอดไปอีกไกลในอนาคต

เทคโนโลยีใหม่ของ Apple File System

ขั้นแรก ต้องอธิบายก่อนว่าระบบไฟล์นั้น จะถูกออกแบบมาให้มีหน่วยย่อยที่สุดคือ “บล็อก” ซึ่งขนาดบล็อกนั้นจะขึ้นอยู่กับระบบปฏิบัติการหรือระบบไฟล์ว่าจะกำหนดให้ขนาดบล็อกเป็นเท่าไร และหากบล็อกถูกเขียนแม้จะไม่เต็มบล็อก ก็ถือว่าบล็อกนั้นถูกใช้ไปเรียบร้อยแล้ว

inode pointer structure (Wikipedia) – https://en.wikipedia.org/wiki/Inode_pointer_structure

ระบบ Apple จะใช้วิธีการอธิบายข้อมูลในแบบ inode เหมือนกับ UNIX ตัวอื่น คือไฟล์จะถูกเก็บไว้ในบล็อกแต่ละบล็อกและ inode จะเป็นบล็อกพิเศษ มีหน้าที่สำหรับการเก็บเมตะดาต้าของไฟล์ (จำพวกเวลา, สิทธิการเข้าถึง และอื่น ๆ) และชี้ไปยังบล็อกของไฟล์ (ซึ่งอาจจะชี้ไปยังบล็อกตรง ๆ หรือชี้ไปยังบล็อกที่มีหน้าที่ชี้ไปยังบล็อกถัดไปก็ได้หากไฟล์มีขนาดใหญ่มาก ๆ)

การทำระบบไฟล์ให้เร็วขึ้น เป็นสิ่งสำคัญต่อความเร็วโดยรวมของอุปกรณ์เป็นอย่างมาก เนื่องจากการดำเนินงานของระบบปฏิบัติการจะต้องเกี่ยวข้องกับการอ่านและเขียนไฟล์ (I/O) อย่างเลี่ยงไม่ได้ แถมขั้นตอนการอ่านและเขียนไฟล์ใช้เวลานานมาก ระบบต้องมารอในขั้นตอนนี้ การประหยัดเวลาในขั้นตอนนี้ให้มากที่สุดก็ทำให้ระบบโดยรวมเร็วขึ้นได้

  • 64-bit: APFS เป็นระบบไฟล์ใหม่ ดังนั้นตัวระบบไฟล์จึงเป็นแบบ 64-bit เต็มตัว เพื่อให้เข้ากับระบบคอมพิวเตอร์ที่ทุกวันนี้เป็น 64-bit กันแทบทั้งหมดแล้ว ดังนั้นระบบไฟล์ APFS จึงรองรับไฟล์ได้สูงสุด 2^64 ไฟล์ หรือคิดเป็นประมาณ 9 ล้านล้านล้านไฟล์ (ซึ่งจริง ๆ ไฟล์ก็คือ inode) ถ้าถามว่าจริง ๆ แล้วผู้ใช้นั้นจะใช้กันถึงจำนวน 9 ล้านล้านไฟล์หรือไม่ คำตอบก็คงจะเป็น “ไม่” แต่ด้วยระบบการทำงานใหม่ของ APFS ทำให้จำนวนไฟล์ที่ต้องใช้ในระบบสูงขึ้น การขยาย inode ไปเลยตอนออกแบบระบบไฟล์ก็จะเหมาะกว่ามาติดปัญหาแล้วค่อยขยายทีหลัง

  • Clones: APFS ใช้ระบบการโคลนไฟล์ ดังนั้นหากผู้ใช้คัดลอกไฟล์จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งในดิสก์เดียวกัน ไฟล์นั้นจะไม่ได้ถูกคัดลอกจริง ๆ แต่จะเป็นการโคลนมาแทน ซึ่งข้อดีของการโคลนก็คือเมื่อคัดลอกไฟล์จะไวมาก และไม่ต้องใช้พื้นที่เพิ่มเติม

  • เมื่อมีการแก้ไขไฟล์ใด ๆ ส่วนที่แก้ไขจะถูกบันทึกเป็นส่วนเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่บันทึกทับไฟล์ต้นฉบับ ทำให้มีข้อมูลสำหรับการย้อนเวอร์ชันไฟล์กลับไปยังเวอร์ชันที่แก้ไขก่อนหน้าโดยที่ไม่ต้องใช้พื้นที่จำนวนมากในการเก็บข้อมูลส่วนนี้
  • Space Sharing: APFS จะมีการแชร์พื้นที่เหลือภายในดิสก์จริง คือแทนที่จะแบ่งดิสก์ออกเป็นส่วน ๆ แบบคงตัวตั้งแต่ตอนสร้างพาร์ทิชั่น และถ้าจะย่อหรือขยายพาร์ทิชั่น ในหลายครั้งอาจจะต้องมีการย้ายไฟล์ภายในพาร์ทิชั่นไป ๆ มา ๆ จะเปลี่ยนเป็นแต่ละพาร์ทิชั่นสามารถย่อหรือขยายได้อย่างอิสระ และพื้นที่เหลือของแต่ละพาร์ทิชั่นจะถูกรายงานออกมาเป็นพื้นที่เหลือทั้งหมดแทน อย่างเช่น ฮาร์ดดิสก์ 100GB พาร์ทิชั่น A ใช้ไป 10GB พาร์ทิชั่น B ใช้ไป 20GB พื้นที่เหลือจะถูกรายงานเป็น 70GB
  • Quota and Reservation: เป็นฟีเจอร์เพิ่มเติมของ Space Sharing คือแม้ว่าจะย่อขยายพาร์ทิชั่นภายในดิสก์ได้อย่างอิสระ แต่ผู้ใช้สามารถกำหนด Quota คือขนาดสูงสุดของพาร์ทิชั่นได้ และในทางกลับกัน ผู้ใช้สามารถกำหนด Reservation หรือขนาดต่ำสุดของพาร์ทิชั่นได้เช่นกัน ซึ่งส่วนนี้เป็นตัวเลือกเพิ่มเติมที่จะกำหนดหรือไม่ก็ได้
  • Sparse File: ระบบจะจองพื้นที่ให้เฉพาะเมื่อต้องการใช้งานจริงเท่านั้น (ลักษณะเดียวกับ Lazy Initialization ในการเขียนโปรแกรม) ทำให้ไฟล์มีขนาดแบบ logical ใหญ่กว่าขนาดที่เขียนลงบนดิสก์จริง ๆ ได้ โดย API สามารถเรียกข้อมูลได้ทั้งขนาด logical และขนาดจริงสำหรับ sparse file ได้ด้วย และยังสามารถ seek through และ rewind back ไปยังส่วนต้นของ hole และส่วนของข้อมูลได้ โดยระบบนี้จะเป็นการทำให้การใช้งานบล็อกว่างบนดิสก์มีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิม และลดเวลาการรอเขียนไฟล์ของผู้ใช้ได้ด้วย เพราะว่าไม่จำเป็นต้องจองพื้นที่จำนวนมากและเขียนข้อมูลเปล่า ๆ ลงไป แต่จะใช้วิธีการจองแบบเสมือนและจะเขียนข้อมูลเมื่อไรจึงจะเขียนลงดิสก์เมื่อนั้น

  • Encryption: APFS รองรับระบบเข้ารหัสไฟล์บนดิสก์เต็มรูปแบบ โดยรองรับโมเดลการเข้ารหัสสามแบบ คือ
    • ไม่เข้ารหัส
    • เข้ารหัสด้วยกุญแจเดียว
    • เข้ารหัสหลายกุญแจ แยกกุญแจเป็นต่อไฟล์และมีกุญแจแยกสำหรับเมตะดาต้าที่สำคัญ

    การเข้ารหัสหลายกุญแจเป็นการยกระดับความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลผู้ใช้ คือถ้ามีใครสักคนที่สามารถทำลายความปลอดภัยในด้านกายภาพได้ และได้รับกุญแจของอุปกรณ์มาแล้ว ก็จะยังไม่สามารถถอดรหัสไฟล์ของผู้ใช้ได้ ทั้งนี้ Apple จะเลือกใช้ระบบการเข้ารหัสแบบ AES-XTS หรือ AES-CBC โดยขึ้นกับอุปกรณ์

  • Crash Protection: APFS ใช้ระบบ copy-on-write metadata scheme แบบใหม่ เพื่อให้ความมั่นใจว่าการอัพเดตไฟล์ต่าง ๆ จะสามารถป้องกันการแครชได้และไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ไฟล์ โดยไม่ต้องมีการเขียนแบบสองครั้งเหมือนกับระบบ Journaling เดิม วิธีทำงานคือ ระบบ copy-on-write จะเลือกพื้นที่ว่างขึ้นมา เพื่อเขียนการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดจนกว่าจะเสร็จ เมื่อมั่นใจว่าระบบเขียนจนเสร็จแล้วและไม่มีปัญหาใด ๆ ไฟล์ก็จะอัพเดตโดยเพิ่มการชี้มายังพื้นที่ใหม่ที่เขียนลงไป ในขณะที่หากมีปัญหาเกิดขึ้น ระบบไฟล์จะทิ้งส่วนที่เขียนไป ซึ่งจะไม่เป็นการรบกวนไฟล์ต้นฉบับ ในขณะที่ Journaling ที่ใช้มาแต่เดิมจะมีการเขียนสองครั้ง คือเขียนลงในส่วนพิเศษที่เรียกว่า Journal ก่อน จากนั้นจึงจะเขียนทับไฟล์ต้นฉบับ
  • Atomic Safe-Save: ระบบป้องกันการกระทำไม่สำเร็จ อย่างเช่น การบันทึก, คัดลอก, ย้ายไฟล์ ระบบจะไม่เขียนการเปลี่ยนแปลงลงในข้อมูลจริง จนกว่าจะมั่นใจว่าการกระทำนั้นเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วจึงจะบันทึกลงไป
  • Fast Directory Sizing: APFS สามารถคำนวณพื้นที่ทั้งหมดที่ใช้โดยลำดับชั้นของไดเรกทอรี่ได้อย่างว่องไว และอัพเดตข้อมูลได้เมื่อลำดับชั้นเปลี่ยนแปลงไป ระบบนี้จะทำงานโดย precomputing ขนาดของไดเรกทอรี่ตอนที่เพิ่มหรือลดคอนเทนต์ภายใน ซึ่งระบบนี้จะเหมาะมากสำหรับไดเรกทอรี่ที่เก็บไฟล์จำนวนมากและมีการเปลี่ยนแปลงน้อย เช่น Documents จะเหมาะกับระบบนี้ ส่วน /tmp ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลง เพิ่มข้อมูลเข้า ๆ ออก ๆ บ่อยจะไม่เหมาะนัก ระบบนี้ APFS จะเปิดใช้งานกับไดเรกทอรี่ว่างเปล่า แต่ไม่สามารถเปิดระบบนี้กับไดเรกทอรี่ที่มีไฟล์หรือไดเรกทอรี่อื่นได้โดยตรง ต้องสร้างไดเรกทอรี่ใหม่ขึ้นมาและเปิดใช้งาน (โดยวิธีเปิดใช้งานจะต้องทำผ่าน API ของ APFS)

  • Snapshot: APFS จะเก็บ snapshot หรืออธิบายง่าย ๆ คือเป็น “ข้อมูลในแต่ละช่วงเวลา” ของดิสก์ ไว้ในรูปแบบอ่านอย่างเดียว ซึ่งจะทำให้ระบบแบคอัพไฟล์สามารถทำงานได้ดีขึ้น และย้อนกลับการเปลี่ยนแปลงไปยังเวลาต่าง ๆ ได้ เนื่องจากระบบ APFS นั้นถูกออกแบบมาให้เขียนเฉพาะส่วนที่เปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว จึงทำให้ snapshot สามารถทำงานได้ทันที
  • Process-level file system write locks: การล็อกพื้นที่ฮาร์ดดิสก์ไว้ให้โปรเซสเขียนนั้นถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะว่าจะได้ไม่มีโปรเซสอื่นมากวนพื้นที่ในขณะที่โปรเซสหนึ่งกำลังใช้งานพื้นที่นั้น ๆ อยู่ และเมื่อใช้งานเสร็จก็จะปลดล็อกคืนให้ระบบ ซึ่ง HFS+ จะใช้การล็อกทั้งดิสก์ คืออนุญาตให้โปรเซสเดียวเท่านั้นที่สามารถใช้งานเขียนดิสก์ได้ แต่ APFS จะล็อกแยกโปรเซสและส่วนของดิสก์ได้ คือให้โปรเซสหนึ่งเขียนเฉพาะส่วนของดิสก์ในส่วนหนึ่งที่ล็อกไว้เท่านั้น ไม่จำเป็นต้องล็อกทีเดียวทั้งดิสก์เพื่อให้โปรเซสเดียวเขียน ซึ่งแน่นอนว่าผลลัพธ์ที่ได้คือการเขียนไฟล์จะไวขึ้น
  • Write Coalescing: ปกติแล้วการเขียนไฟล์ลงฮาร์ดดิสก์ อาจจะมีการเขียนย่อย ๆ เป็นจำนวนหลาย ๆ ครั้ง และนี่คือปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งเพราะการส่งข้อมูลไปเขียน จะต้องรอเวลานานมาก เพราะตัวเครื่องต้องปลุกอุปกรณ์และสั่งการเขียน ซึ่งถ้าเราทำหลาย ๆ ครั้งก็ทำให้ระบบช้าลงได้อย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้น APFS อาจจะมีการรวมไฟล์ไว้จำนวนมากในระดับหนึ่งก่อนแล้วค่อยเขียนลงดิสก์ทีเดียว เพื่อลดระยะเวลาการรอของระบบลง
  • Nanosecond Timestamp: ระบบจะบันทึกเวลาในระดับนาโนวินาที ละเอียดกว่า HFS+ ที่บันทึกระดับวินาที และขยาย timestamp ไปถึง 64-bit ฟีเจอร์นี้อาจไม่ได้เห็นผลมากนักในระดับการใช้งาน แต่ระดับระบบ ฟีเจอร์ต่าง ๆ ใน APFS จะได้ใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์นี้

ข้อมูลฟีเจอร์ทั้งหมดของระบบไฟล์นี้ จริง ๆ แล้วอยู่เบื้องหลัง (แต่สำคัญกับนักพัฒนาโปรแกรมพอสมควร) ส่วนผลลัพธ์ที่แสดงออกมาคือผู้ใช้จะได้เห็นผลการทำงานที่ระบบไฟล์ทำให้ระบบโดยรวมเร็วขึ้น ฝั่งอุปกรณ์พกพาได้ใช้ไปตั้งแต่ iOS 10.3, watchOS 3.2 และ tvOS 10.2 เมื่อปีที่แล้ว ส่วน Mac เพิ่งจะได้ใช้ใน macOS 10.13 นี้ โดยชิพทุกวันนี้ที่เป็น 64-bit และมีการประมวลผลแบบขนานจำนวนมาก การปรับปรุงระบบไฟล์ให้ดีขึ้นจะทำให้ระบบสามารถใช้งานอุปกรณ์เก็บข้อมูลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

Apple ได้เปิด API ของ APFS สำหรับให้นักพัฒนาได้ใช้งานด้วย รายละเอียดเพิ่มเติมให้ดูที่ Apple Developer

ข้อมูลบางส่วนจาก

The post รู้จัก Apple File System ระบบไฟล์ใช้ตั้งแต่ Apple Watch ยัน Mac Pro ต่างจากเดิมยังไง? มีอะไรดี? appeared first on Macthai.com.

Categories: Partners

iPhone ปี 2018 อาจใช้ชิพ Modem จาก Intel และ Qualcomm รับ-ส่งสัญญาณ LTE ได้เร็วขึ้น

iPhonemod - 19 November 2017 - 07:13

iPhone รุ่นใหม่ปี 2018 อาจเปลี่ยนไปใช้ชิพ Modem Intel XMM 7560 และ Qualcomm Snapdragon X20 ช่วยให้รับ-ส่งสัญญาณ LTE ได้เร็วขึ้น

iPhone ปี 2018 อาจใช้ชิพ Modem จาก Intel และ Qualcomm รับ-ส่งสัญญาณ LTE ได้เร็วขึ้น

Ming-Chi Kuo นักวิเคราะห์จาก KGI เผยว่า Apple อาจนำชิพ Modem Intel XMM 7560 และ Qualcomm Snapdragon X20 ที่มีคุณสมบัติการรับ-ส่งสัญญาณแบบ 4×4 MIMO* มาใช้ใน iPhone รุ่นใหม่ปี 2018 ซึ่งมีความเร็วการรับ-ส่งสัญญาณมากกว่า iPhone รุ่นปัจจุบันที่ใช้ 2×2 MIMO

*MIMO multiple-input and multiple-output : การรับ-ส่งคลื่นหลายชุดพร้อมกันในช่องความถี่เดียวกัน

การนำชิพที่มีคุณสมบัติดังกล่าวมาใช้ใน iPhone รุ่นใหม่นั้นจะช่วยให้ iPhone สามารถรับ-ส่งข้อมูลผ่านสัญญาณ LTE ได้เร็วขึ้น โดย MacRumors คาดการณ์ว่า Apple จะสั่งผลิตชิพดังกล่าวจาก Intel เป็นหลัก

iPhone ปี 2018 อาจใช้ Dual-Sim

Ming-Chi Kuo ยังเชื่อว่า iPhone รุ่นใหม่ปี 2018 จะมีคุณสมบัติรองรับซิมคู่ (Dual-Sim) แบบ DSDS** แต่ไม่ใช่เป็นซิมคู่เหมือน Smartphone ทั่วไป แต่จะเป็นซิมคู่ที่รองรับการเชื่อมต่อ LTE กับ LTE (ปกติแล้วจะเป็น LTE+3G) ซึ่งจะเป็นซิมที่ถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับชิพ Modem โดยเฉพาะ

**DSDS Dual SIM Dual Standby: ซิมทั้งคู่ใช้งานได้ในตัวรับ-ส่งสัญญาณเดียว

อย่างไรก็ตามยังไม่ข้อมูลการวิเคราะห์เพิ่มเติมว่าลักษณะซิมคู่ใน iPhone นั้นจะเป็นอย่างไร Apple จะเพิ่ม Slot ใส่ซิมมาหรือไม่ หรือจะฝังหนึ่งซิมไว้เหมือน eSim ใน Apple Watch Series 3 LTE เลย ต้องติดตามกันต่อไป

ที่มา – macrumors

The post iPhone ปี 2018 อาจใช้ชิพ Modem จาก Intel และ Qualcomm รับ-ส่งสัญญาณ LTE ได้เร็วขึ้น appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

Apple Park Visitor Center เปิดให้บริการแล้ว

iPhonemod - 19 November 2017 - 06:40

Apple ได้เปิด Apple Park Visitor Center ให้ผู้คนทั่วไปสามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้แล้ว โดยศูนย์บริการผู้เยี่ยมชม Apple Park แห่งนี้มีความสวยงามไม่แพ้ Steve Jobs Theater

Apple Park Visitor Center เปิดให้บริการแล้ว

เมื่อเช้าวันศุกร์ที่ 17 พ.ย. 2017 ที่ผ่านมาศูนย์บริการผู้เยี่ยมชม Apple Park Visitor Center ได้เปิดบริการให้ผู้คนทั่วไปได้เข้าไปเยี่ยมชมแล้ว โดย Apple ได้เผยภาพบรรยากาศที่น่าสนใจผ่าน Newsroom มาให้ติดตามกันดังนี้

ศูนย์บริการผู้เยี่ยมชม Apple Park Visitor Center ตั้งอยู่ใน Apple Park สำนักงานแห่งใหม่ของ Apple ในคูเปอร์ติโน แคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ โดยสถาปัตยกรรมของแคมปัสใหม่ที่มีเอกลักษณ์ด้วยสุนทรียศาตร์ที่คล้ายคลึงกันไม่ว่าจะเป็นบันได ผนังหิน และพื้นหินขัด หลังคาที่ทำจากวัสดุคาร์บอน ไฟเบอร์ ของ Visitor Center ดูประหนึ่งลอยได้ รองรับน้ำหนักด้วยแกนหุ้มด้วยหินเพียงอย่างเดียวโดยปราศจากเสา

ในงานวันเปิดทำการวันแรกแขกที่มาเยี่ยมชมสามารถสำรวจ Apple Park ในแบบที่น่าตื่นตาและดื่มด่ำด้วยโมเดล 3 มิติ (AR) ของแคมปัสที่มีชีวิตด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริง ผู้เข้าเยี่ยมชมสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับอาคารที่มีการระบายอากาศธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุด และชมหนึ่งในแผงพลังงานโซล่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนี้ผู้เข้าเยี่ยมชมยังสามารถยกหลังคาของอาคารออกเพื่อชมแผนผังพื้นที่ทำงานภายในได้

แขกทุกคนยังสามารถขึ้นไปยังระเบียงดาดฟ้าเพื่อชมวิวที่สวยงามของอาคารหลัก และพืชพันธุ์ท้องถิ่นที่ทนแล้งกว่า 9,000 ชนิดที่ปลูกไว้โดยรอบ และเมื่อกลับลงมายังชั้นหนึ่งก็จะได้สัมผัสกับคาเฟ่ที่รายล้อมไปด้วยต้นมะกอก พร้อมกับร้านค้าที่จำหน่ายทุกผลิตภัณฑ์ของ Apple และสินค้าที่ระลึกของ Apple และ Apple Park

ที่มา – Apple Newsroom

The post Apple Park Visitor Center เปิดให้บริการแล้ว appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

[แจก] Live Wallpaper ของ iPhone X ไว้ใช้ใน iPhone รุ่นเก่า พร้อมสอนวิธีทำ

MacThai - 18 November 2017 - 18:00

หลังจากที่แอปเปิลปล่อย iOS 11.2 Beta สิ่งที่มาพร้อมกับ iPhone X ก็คือ มี Live Wallpaper ใหม่ที่มีเฉพาะ iPhone X เพิ่มเข้ามา รวมทั้งหมดมีถึง 6 แบบด้วยกัน วันนี้ทีมงาน MacThai จะมาแจก Live Wallpaper ของ iPhone X ให้เอาไปใช้กับ iPhone รุ่นอื่น  ได้

แจก Live Wallpaper

สำหรับ Wallpaper ทั้งหมดของ iOS และ macOS แอดได้รวบรวมและแชร์ลิงก์ดาวน์โหลดไว้แล้วบน Google Photos สามารถเข้าไปโหลด Wallpaper ทั้งหมดได้จากลิงก์ด้านล่างนี้

>> โหลด Wallpaper สำหรับ iPhone X ได้ที่นี่ <<

สอนวิธีแปลงคลิปวิดีโอเป็น Live Wallpaper

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ถ้าใครต้องการ Wallpaper ที่กดค้างแล้วมันขยับได้ หรือที่เรียกว่า Live Wallpaper เราจะต้องมีการแปลงไฟล์กันนิดนึง คือทีมงานได้แชร์ คลิปวิดีโอ Wallpaper มาให้แล้วในลิงก์ด้านบน จากนั้นให้เราแปลงคลิปดังกล่าวให้เป็นรูปแบบ Live Photos จากนั้นให้ทำการตั้งพื้นหลังเป็น Live Wallpaper มาดูกันว่าขั้นตอนมีอะไรบ้าง

  • ดาวน์โหลดแอป intoLive มาไว้ในเครื่อง

  • ดาวน์โหลด Wallpapaper ที่เป็นคลิปวิดิโอ (*m4v) จาก ที่นี่
  • เปิดแอป intoLive ขึ้นมา จากนั้นให้เลือกคลิปวิดีโอที่โหลดมา
  • กด Next (ลูกศรด้านบน)
  • กดปุ่ม No repeat
  • กดปุ่ม Save Live Photos ด้านล่าง

  • จากนั้นเปิดแอป Photos ขึ้นมา
  • หารูป Wallpaper ของเราที่เป็น แบบ Live Photos จะมีสัญลักษณ์ว่า LIVE อยู่
  • จากนั้นให้กดปุ่ม More ด้านล่างซ้ายมือ
  • และให้กดปุ่ม Use as Wallpaper
  • ถัดมาให้เลือก Live  Photos และก็ Set เป็นอันเสร็จ !!

เพียงเท่านี้เราก็ได้ Wallpaper ที่ขยับได้ในหน้า Lock Screen ของเราแล้ว !! อย่างไรก็ตาม Live Wallpaper รองรับแค่ไอโฟนที่รองรับ 3D Touch ซึ่ง ได้แก่ iPhone 6s ขึ้นไปเท่านั้น ส่วน iPhone SE, iPhone 6 หรือเก่ากว่าสามารถเซ็ตภาพเป็น Wallpaper ภาพนิ่งได้เท่านั้น

 

เรียบเรียงโดย
ทีมงาน MacThai

The post [แจก] Live Wallpaper ของ iPhone X ไว้ใช้ใน iPhone รุ่นเก่า พร้อมสอนวิธีทำ appeared first on Macthai.com.

Categories: Partners

Trolley problem ปัญหาจริยธรรมกับปัญญาประดิษฐ์ในยุครถไร้คนขับ

Thai Robotics - 18 November 2017 - 18:00

การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์โดยไม่คำนึงถึงจริยธรรมอาจก่อให้เกิดภัยได้ ก่อนหน้านี้เคยกล่าวถึงการทดลองทางความคิด Paperclip maximizer สถานการณ์นี้อาจดูไกลความจริงไปหน่อย ลองขยับมาดูสถานการณ์ที่ใกล้ขึ้นมา นั่นก็คือ Trolley problem ซึ่งถูกนำกลับมาพูดถึงกันมากขึ้นในยุคที่รถไร้คนขับเริ่มถูกใช้งานจริงจัง

Trolley problem เป็นการทดลองทางความคิดที่มีต้นกำเนิดมานานแล้ว มักใช้ในการทดสอบด้านจริยธรรม กล่าวถึงสถานการณ์ที่มีรถรางเสียความควบคุมวิ่งไปบนราง ข้างหน้ามีทางแยกซึ่งตรงไปจะชนคน 5 คน หรือถ้าสับราง จะชนคนเพียง 1 คน คุณจะเลือกไม่ทำอะไรแล้วมีผู้เสียชีวิต 5 ราย หรือเข้าไปสับรางเพื่อช่วย 5 คน แต่ฆ่าคน 1 คนโดยเจตนา ปัญหานี้เรียกว่าเป็นไปได้มากที่จะเกิดขึ้นกับเทคโนโลยีไร้คนขับ ในสถานการณ์ที่ระบบควบคุมรถรู้ว่าไม่สามารถหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุได้ จะเลือกให้เกิดอุบัติเหตุแบบไหน ชนคนแก่ ชนเด็ก ชนคนหมู่มาก หรือยอมให้ผู้โดยสารในรถเสียชีวิต และเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้ว ใครเป็นผู้รับผิดชอบความเสียหาย บริษัทรถ ผู้โดยสารในรถ หรือผู้พัฒนาระบบควบคุมรถ

MIT Media Lab ได้พัฒนาเว็บ Moral Machine มาให้ผู้สนใจทดลองเผชิญสถานการณ์ Trolley problem แล้วตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรดู

ถึงแม้ตัวเทคโนโลยีรถไร้คนขับจะเริ่มทำงานได้ดีมาก ๆ และดีกว่ามนุษย์ แต่การนำมาใช้จริงยังต้องผ่านประเด็นทางจริยธรรมและกฎหมายอยู่อีกมาก

Categories: Partners

แชร์ประสบการณ์ 2 สัปดาห์กับ iPhone X ใช้จริงแล้วเป็นอย่างไร ? ดีอย่างที่โฆษณาไว้ไหม

MacThai - 18 November 2017 - 15:30

แอปเปิลเปิดขาย iPhone X พร้อมกันทั่วโลกมาได้กว่า 2 สัปดาห์แล้ว พร้อมกับปัญหาของขาดตลาด ขายเกลี้ยงในทุกประเทศที่เปิดขาย แม้ในไทยจะเริ่มวางขายจริงแล้ว แต่ก็คาดว่าของจะหมดและขาดตลาดไปช่วงหนึ่งเลยทีเดียว

ทีมงาน MacThai ได้มีโอกาสทดลองใช้งาน iPhone X ตั้งแต่วันแรก ซึ่งเราใช้งานในการรีวิว รวมถึงใช้เป็นเครื่องหลักในชีวิตประจำวันมากว่าครึ่งเดือนแล้ว ซึ่งคิดว่านานพอที่จะแชร์ประสบการณ์ กับ iPhone ที่เปลี่ยนแปลงมากที่สุดในรอบ 10 ปี มาให้ได้ชมกัน

เมื่อ iPhone X คืออนาคต แต่เรากลับติดอยู่กับอดีต
  • ต้องยอมรับว่าช่วงแรกที่ได้ iPhone X มา ก็เห่อมาก ใช้ฟีเจอร์หลายอย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะ Animoji กับ Selfie แบบ Portrait Mode (หน้าชัดหลังเบลอ)
  • ตัวเครื่องสวยมาก งานประกอบเนี๊ยบจริง สมราคา หยิบขึ้นมาในห้องประชุม ทุกคนว้าว มาขอลองเล่นมาลองจับ
  • ในช่วงรีวิว เราพยายามทดลองฟีเจอร์ใหม่ๆ ซึ่งต่างก็ใช้งานได้ดี เพียงแต่เราก็ไม่รู้ว่าถ้าใช้ประจำทุกวันๆ มันจะมีประโยชน์มาน้อยแค่ไหน
  • เวลาผ่านไป เริ่มเข้าสู่โหมดการใช้งานจริง ผ่านช่วงว้าวกับความสวยงามไปแล้ว ซึ่งพบว่า หลายอย่างก็ไม่ได้ดีงามขนาดนั้น

  • ดีไซน์ใหม่ของ iPhone X แม้จอจะใหญ่ขึ้นมาเป็น 5.8 นิ้ว ตามตัวเลขแล้วใหญ่กว่า iPhone 7 Plus ที่ 5.5 นิ้ว แต่ในความเป็นจริงแล้ว นั่นเป็นตัวเลขที่วัดจากขอบมุมไปมุม ซึ่งจอ iPhone X ยาวกว่ารุ่นอื่นๆ ทำให้ตัวเลขนี้หลอกตาอยู่
  • ตัวเครื่องจริงจอเล็กกว่า iPhone 7 Plus พอสมควร ทำให้ถ้าใครชินกับรุ่น Plus ก็จะรู้สึกได้ว่าจอเล็กลง (iPhone X กว้าง 70.9 mm, iPhone 7 Plus กว้าง 77.9 mm)
  • แต่ถ้าคุณชินกับรุ่นปกติอย่าง iPhone 7 ก็จะไม่ได้รู้สึกว่า iPhone X จอใหญ่กว่าเดิมเท่าไหร่นัก (iPhone X กว้าง 70.9 mm, iPhone 7 กว้าง 67.1 mm)
  • นอกจากนี้เครื่องก็ค่อนข้างหนักทีเดียวเมื่อเทียบกับขนาดเครื่อง คือหนักเกือบเท่า iPhone 7 Plus เลยทีเดียว (iPhone 7 : 138 g, iPhone X 174 g,  iPhone 7 Plus188 g)

  • แอพหลายตัวอัพเดทรองรับขนาดเต็มจอของ iPhone X แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter, YouTube ทำให้ดูได้เต็มจอ สะใจมากๆ
  • แต่หลายแอพก็ยังไม่อัพเดท เราก็จะได้จอที่เหมือนใช้ไอโฟนปกติ ไม่ว่าจะเป็นแอพอย่าง LINE, RoV, แอพธนาคาร, Grab ฯลฯ

การจากไปของปุ่ม Home มีทั้งดีและไม่ดี
  • สิ่งที่พลิกการใช้งานระบบ iOS ที่สุดในรอบ 10 ปี คือการที่ iPhone X ไม่มีปุ่ม Home แล้ว
  • ซึ่งการเลื่อนนิ้วจากล่างขึ้นบน ก็ทำงานได้ดีเอามากๆ ใช้งานไม่นานก็จะเริ่มชิน ใช้เวลาปรับตัวไม่นาน
  • จนช่วงหลังทีมงานเผลอไปปัดนิ้วขึ้นเมื่อใช้งาน iPad หรือ iPhone รุ่นเก่าด้วยซ้ำ
  • รวมถึงการสลับแอพที่มีท่าลัดคือปัดซ้ายขวาที่ขอบล่างจอได้ เครื่องเร็วแรงมาก ไม่มีอืดให้เห็นเลย
  • ผ่านไปสิบวัน ผมไม่คิดถึงปุ่ม Home เลยแม้แต่น้อย และคิดว่านี่แหละคืออนาคต
  • แต่ถึงอย่างนั้น การจากไปของปุ่ม Home ก็ทำให้ชีวิตยากลำบากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นท่าลัดในการใช้ Control Center, Siri, Capture หน้าจอ ที่ต้องเรียนรู้วิธีกดใหม่
  • เนื่องจากเป็นคำสั่งที่ไม่ได้ใช้บ่อยมาก เราเลยคุ้นเคยช้าลง นั่นทำให้หงุดหงิดมากขึ้นเมื่อจำวิธีใช้ไม่ได้
  • นอกจากนั้นการไม่มี Touch ID ที่ปุ่ม Home ทำให้การปลดล็อคเครื่องต้องผ่านหลาย Step ขึ้น คือยกเครื่องขึ้นมา สแกนหน้าด้วย Face ID แล้วก็กดนิ้วเลื่อนขึ้นเพื่อปลดล็อค
  • จากเดิมที่บางคนชอบทำ คือเอานิ้วแตะปุ่ม Home ระหว่างหยิบเครื่องขึ้นมา แล้วก็ใช้งานได้เลย อันนี้ถือว่าช้ากว่าเดิม แถม Face ID ก็ยังไม่เร็วมากนัก

Animoji คือฟีเจอร์ “เต๊าะสาว” ที่ดีที่สุดตั้งแต่เคยมี iPhone มา
  • ความน่ารักมุ้งมิ้งของ Animoji ที่ทำให้เราขยับหน้า ตา จมูก ปาก แล้วตัว Emoji ขยับไปตามเรานั้น มันช่างน่าร๊ากกกก
  • น่ารักจนเป็นฟีเจอร์ที่เวลามีใครมาขอลองเล่น iPhone X ต้องมาลองใช้ดู แล้วเราก็จะได้เห็นทุกคนสนุกกับมันมาก
  • โดยเฉพาะสาวๆ ที่ฟันธงได้เลยว่า 90% ที่มาลองเครื่อง จะกรี๊ดกร๊าด ลองเล่นสนุกกับ Animoji แล้วบอกชอบมาก น่าร๊ากกก กันเพียบ
  • จนบางคนบอกว่า “นี่มันคือฟีเจอร์ไว้เต๊าะสาวนี่หว่า” ซึ่งใครจะแปลความว่าอะไรก็สุดแล้วแต่ฮะ 5555

  • เนื่องจากเป็นฟีเจอร์ใน iMessage หลายคนเลยคิดว่าต้องส่งกันใน iMessage เท่านั้น แต่จริงๆ แล้ว Animoji สามารถเก็บเป็นคลิปวิดิโอ แล้วก็ส่งหาเพื่อนใน LINE, Facebook Messanger หรือแม้แต่แชร์ลง Social ต่างๆ ได้ด้วย
  • ฟันธงได้ว่าหลังจากนี้จะเริ่มมีแอพสำหรับทำหน้าที่คล้ายๆ Animoji ของ iMessage ออกมาอีกหลายตัวเลย

Face ID ความเจ๋งขั้นสุดยอด ที่ยังต้องรอการพัฒนา
  • ฟีเจอร์ที่เป็นตัวขายเลยของ iPhone X คือ Face ID หรือระบบสแกนใบหน้า ที่ต้องบอกว่าโคตรล้ำของจริง
  • ด้วยความที่ทำออกมาทีเดียวแซงหน้าทุกค่ายที่ทำมาก่อนหน้านี้เลย เพราะมีการใช้ระบบสแกนหน้าแบบ 3 มิติ แถมยังใช้ AI ที่เรียนรู้ใบหน้าเราได้
  • เรียกได้ว่า เอาภาพมาหลอกกันไม่ได้ (เหมือนที่เป็นข่าวในมือถือรุ่นอื่นๆ) แถมสแกนในที่มืดก็ได้ด้วยนะ
  • จากที่ลองดู ระบบจดจำใบหน้าได้ดีมากๆ เอียงหน้า, เปลี่ยนทรงผม, ตัดผมสั้นลงมากๆ, ใส่แว่นสายตา, ใส่แว่นดำ, ใส่หมวก สแกนผ่านได้หมด ของเขาดีจริง
  • แต่ก็เหมือนกับ Touch ID รุ่นแรก ปัญหาคือความช้า คือถึงแม้จะไม่ได้ช้ามาก แต่พอเราเคยชินกับความโคตรไวของ Touch ID (gen 2) บน iPhone 6s ขึ้นไปมาแล้ว มันเลยรู้สึกว่า Face ID ช้ากว่าพอสมควร

  • ถามว่าวันนึงมีสแกนไม่ผ่านบ้างไหม ก็มีพอสมควร โดยเฉพาะเวลาอยู่ในห้องที่แสงมีหลายสี หรือแสงจ้ามากๆ ก็จะมีไม่ผ่านบ้าง ต้องมากดรหัสผ่านแทน
  • แต่ถ้าให้เทียบกับ Touch ID บนไอโฟนรุ่นก่อนๆ ที่ในหนึ่งวัน ก็มีเจอสแกนนิ้วไม่ผ่านบ้างเหมือนกัน ผมว่าอัตราการปลดล็อคไม่ผ่าน ก็ต่างกันไม่มากนัก
  • แอปเปิลแอบใส่ระบบประหยัดแบตด้วยนะ คือถ้าเราใช้ iPhone X อยู่ แล้วหันไปมองสนใจที่อื่นนานๆ ระบบจะลดแสงสว่างหน้าจอลงมาเอง แล้วพอเราหันกลับไปสนใจ แสงก็สว่างเพิ่มขึ้นมา (แอปเปิลให้สัมภาษณ์ว่าเป็นระบบช่วยประหยัดแบต)
  • ก็ต้องถือว่าเป็นรุ่นแรก ยังมีผิดพลาดให้เห็น ยังมีงงๆ อยู่บ้าง แต่ถ้าถามว่าประทับใจไหม ก็ต้องบอกเลยว่าดีงาม

กลัวตก กลัวหาย กลัวไปหมด … เพราะมันแพง (มาก)
  • แม้ทีมงานจะเคยใช้ iPhone มาตั้งแต่รุ่น 1 และตลอด 10 ปีมานี้ก็เปลี่ยนไอโฟนมาทุกรุ่น
  • แต่กับการที่ต้องพกมือถือ ที่ราคาเท่ากับ MacBook Air หรือ iMac หนึ่งเครื่องนั้น ก็ต้องบอกเลยว่ามัน “หวาดเสียวมาก”
  • หวาดเสียวในที่นี้คือเราจะกลัวเครื่องเป็นรอย กลัวตก กลัวจอแตก กลัวค่าซ่อมสุดแพง กลัวเครื่องขูด ฯลฯ
  • นี่ยังไม่นับสารพัดเพื่อนฝูงที่ผลัดกันมาขอลองเล่น ก็ยิ่งทำให้ใจหายไปได้พอสมควร เพราะถ้าตกแตกที เงินครึ่งแสนก็หายไปด้วยทันที
  • ปกติผมจะไม่ใส่เคส iPhone เลยตลอด 10 ปีมานี้ แต่กับ iPhone X ต้องยอมรับเลยว่าวันแรกที่ซื้อเครื่องมา ก็ต้องขอซื้อเคสมาใส่ด้วย (แต่ช่วงหลังพอชินแล้วก็คงถอดเคสออก)
  • คงอารมณ์เหมือนซื้อรถสปอร์ตแพงๆ ก็คงทะนุถนอมมากเป็นธรรมดา

กล้องสวยจริง จอ Super OLED สวยคมจริง แต่ติ่งบนจอก็แอบหงุดหงิดบ้าง
  • กล้องถ่ายภาพของ iPhone X ที่เหนือกว่า iPhone 8 Plus ขึ้นไปอีกขั้น เพราะกันสั่นทั้ง 2 เลนส์เลย
  • ซึ่งความสวยคมชัดก็พัฒนาขึ้นไปอีกด้วยการประมวลผลข้างในเครื่องแบบ Real Time
  • ตัวอย่างเช่น เวลาถ่ายภาพคนกลางแดดหรือย้อนแสง ถ้าถ่ายด้วย iPhone 7 Plus (แบบไม่เปิด HDR) อาจจะได้ภาพคนชัด แต่ท้องฟ้าหายหมด พอมาใช้ iPhone X (หรือแม้แต่ iPhone 8 Plus) ภาพคนก็ชัด แถมท้องฟ้ายังมีสีฟ้าๆ ให้เห็นออกมาด้วย

  • แอปเปิลอธิบายว่า “โปรเซสเซอร์รับสัญญาณภาพอัจฉริยะที่ Apple ออกแบบจะคอย ตรวจจับองค์ประกอบต่างๆ ในฉากที่คุณถ่าย ไม่ว่าจะเป็นคน การเคลื่อนไหว และสภาพแสง เพื่อปรับแต่งรูปภาพให้สวยยิ่งขึ้น ตั้งแต่ก่อนที่คุณจะถ่ายเสียอีก”
  • ส่วนจอภาพแบบ Super OLED อันนี้ก็ต้องบอกว่า สวยงาม คมชัด และเป็นจอที่สวยมากๆ อย่างที่ได้คะแนนจาก Display Mate ว่าเป็นจอมือถือที่ดีสุดในโลกตอนนี้
  • แถมยังลดปัญหาจอฟ้า เวลามองด้านข้าง แบบที่จอ OLED ยี่ห้ออื่นเป็นอีกด้วยนะ

  • สุดท้ายก็คงต้องพูดถึงเรื่องติ่งบนจอ ที่หลายคนบอกน่าเกลียด หรือดูแปลกๆ
  • เอาเข้าจริง พอใช้งานไปซักพัก เราจะแทบไม่รู้สึกเลยว่ามันมีติ่ง อาจจะเพราะเนื้อหาที่สำคัญของทุกแอบ ถูกจัดวางไว้ให้ไม่ต้องมีปัญหากับมันมาก
  • รวมถึงเวลากดดูภาพและคลิป ด้วย Ratio ส่วนใหญ่ไม่ได้ Wide ขนาดที่เปิดปุ๊บจะเห็นเต็มจอเลย ทำให้โดย Default แล้ว เราจะไม่เห็นติ่งเวลาดูภาพและคลิป
  • ยกเว้นจะกดซูม หรือ ขยายจอให้เต็ม อันนี้ถึงจะเต็มจอจนเห็นติ่งด้านบน

ยังมีอีกหลายเรื่องที่เราอยากแชร์ ไว้รอติดตามตอนที่ 2 รวมถึงการรีวิว iPhone X แบบเต็มๆ กับทีมงาน MacThai ได้ที่นี่เช่นเดียวกัน โปรดติดตาม

เรียบเรียงโดย
ทีมงาน MacThai

The post แชร์ประสบการณ์ 2 สัปดาห์กับ iPhone X ใช้จริงแล้วเป็นอย่างไร ? ดีอย่างที่โฆษณาไว้ไหม appeared first on Macthai.com.

Categories: Partners

LightSpace แอประบายสีด้วยแสงเลเซอร์ 3 มิติ ผ่านกล้อง AR ในโลกแห่งความเป็นจริง

iPhonemod - 18 November 2017 - 14:05

ก้าวล้ำไปอีกขั้นกับการระบายสีที่จะไม่อยู่บนหน้ากระดาษอีกต่อไป ด้วยแอป LightSpace ที่จะช่วยให้คุณสร้างภาพวาดศิลปะสวย ๆ ด้วยแสงเลเซอร์แบบ 3 มิติ ผ่านกล้อง AR บนมือถือ

LightSpace – 3D painting in AR

แอปทาสีหรือระบายสีด้วยแสงเลเซอร์แบบ 3 มิติ ที่มีหัวแปรงหลายรูปแบบให้เลือกใช้งานผ่านกล้องบนมือถือที่ใช้เทคโนโลยี AR ใน iOS 11 เข้ามาใช้งานในโลกแห่งความเป็นจริง ตัวแอปมีเครื่องมือที่ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน สามารถบันทึกเป็นภาพหรืออัดเป็นวิดีโอก็สวยได้ไม่ซ้ำใคร

LightSpace มีวิธีใช้งานง่าย (1) เพียงเข้าแอปและเลือกรูปแบบแสงเลเซอร์ 3 มิติ ที่ต้องการด้วยการสไลด์แถบเครื่องมือขึ้น (2) เลือกแสงเลเซอร์และส่องกล้องไปให้ทั่วบริเวณวัตถุหรือบุคคลที่ต้องการ แล้ววาดระบายสีลงไปตามจินตนาการของคุณ (3) จากนั้นก็กดบันทึกภาพ เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ภาพถ่ายศิลปะที่แปลกแหวกแนว เอาไว้แชร์อวดเพื่อนได้ไม่ซ้ำใครแล้วครับ

ดาวน์โหลดแอป LightSpace

เนื้อที่: 87.3 MB รองรับ iOS 11.0 ขึ้นไป (ใช้ได้กับ iPhone 6S ขึ้นไป, 9.7-inch, 10.5-inch, 12.9-inch iPad Pro, Wi-Fi + Cellular, (2nd Generation), iPad (5th Generation), Wi-Fi + Cellular)
สามารถดาวน์โหลดแอป LightSpace – 3D painting in AR ได้ฟรีที่ App Store

The post LightSpace แอประบายสีด้วยแสงเลเซอร์ 3 มิติ ผ่านกล้อง AR ในโลกแห่งความเป็นจริง appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

ถ่ายด้วย iPhone X ชุดที่ 2 ภาพถ่ายบุคคลโหมด Portrait และจัดแสง Portrait Lighting

iPhonemod - 18 November 2017 - 13:02

ก่อนหน้านี้ได้ลงผลงาน ถ่ายด้วย iPhone X ชุดที่ 1 กล้องสดไม่ปรับแต่ง ให้ชมกันไปแล้ววันนี้มาชมชุดที่ 2 กันบ้างกับผลงานการถ่ายจาก iPhone X เน้นโหมด Portrait หรือการถ่ายภาพบุคคล ซึ่งใช้ความสามารถในเรื่องการจัดแสง(Portrait Lighting) เข้าช่วยครับ ผลงานจะน่าประทับใจเพียงใดไปชมกันเลยครับ

ถ่ายด้วย iPhone X ชุดที่ 2 ภาพถ่ายบุคคลด้วยโหมด Portrait และจัดแสง Portrait Lighting

การถ่ายครั้งนี้ใช้แสงธรรมชาติและแสงไฟในร้านกาแฟ ถ่ายด้วยโหมด Portait ทั้งหมดนะครับ ปรับแสงตามความเหมาะสม ภาพทั้งหมดย่อส่วนจาก 3024 × 4032px ให้เหลือ 1920 × 2560px เพื่อการแสดงผลที่รวดเร็วในการรับชม(หากใครอยากดูไฟล์จริงสามารถดาวน์โหลดได้จากที่นี่) เพิ่มเติมคือใส่ลายน้ำและลบสิวออกให้นางแบบ 1 เม็ดถ้วน นอกนั้นไม่ได้ทำการปรับแสงหรือว่า sharpen รูปแต่อย่างใดนะครับ

สเปคกล้อง iPhone X

กล้องหลัง

  • กล้องมุมกว้างและกล้องเทเลโฟโต้ ความละเอียด 12MP
  • มุมกว้าง: รูรับแสงขนาด ƒ/1.8
  • เทเลโฟโต้: รูรับแสงขนาด ƒ/2.4
  • ซูมออปติคอล และซูมดิจิตอลได้สูงสุด 10 เท่า
  • โหมดภาพถ่ายบุคคล
  • การจัดแสงภาพถ่ายบุคคล (รุ่นเบต้า)
  • ระบบป้องกันภาพสั่นไหวคู่แบบออปติคอล
  • ชุดเลนส์ 6 ชิ้น
  • แฟลช True Tone แบบ LED สี่ดวงพร้อมคุณสมบัติสโลว์ซิงค์
  • พาโนรามา (สูงสุด 63MP)
  • ผลึกแซฟไฟร์ป้องกันหน้าเลนส์
  • เซ็นเซอร์รับแสงด้วยส่วนหลัง
  • ฟิลเตอร์ Hybrid IR
  • ออโต้โฟกัสพร้อม Focus Pixels
  • ระบบการแตะเพื่อโฟกัสพร้อม Focus Pixels
  • คุณสมบัติ Live Photos พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว
  • บันทึกภาพถ่ายและ Live Photos ด้วยขอบเขตสีกว้าง
  • การแมปโทนที่ได้รับการปรับปรุง
  • ระบบตรวจจับใบหน้าและร่างกาย
  • การควบคุมค่าแสง
  • การลดนอยซ์
  • HDR อัตโนมัติสำหรับภาพถ่าย
  • ระบบป้องกันภาพสั่นไหวอัตโนมัติ
  • โหมดภาพถ่ายต่อเนื่อง
  • โหมดตั้งเวลาถ่ายภาพ
  • แนบข้อมูลพิกัดตำแหน่งในภาพถ่าย
  • รูปแบบไฟล์ภาพที่บันทึก: HEIF และ JPEG

กล้องหน้า TrueDepth

  • กล้องความละเอียด 7MP
  • โหมดภาพถ่ายบุคคล
  • การจัดแสงภาพถ่ายบุคคล (รุ่นเบต้า)
  • Animoji
  • บันทึกวิดีโอระดับ HD 1080pRetina Flash
  • รูรับแสงขนาด ƒ/2.2
  • บันทึกภาพถ่ายและ Live Photos ด้วยขอบเขตสีกว้าง
  • HDR อัตโนมัติ
  • เซ็นเซอร์รับแสงด้วยส่วนหลัง
  • ระบบตรวจจับใบหน้าและร่างกาย
  • ระบบป้องกันภาพสั่นไหวอัตโนมัติ
  • โหมดภาพถ่ายต่อเนื่อการควบคุมค่าแสง
  • โหมดตั้งเวลาถ่ายภาพ

การบันทึกวิดีโอ

  • บันทึกวิดีโอระดับ 4K ที่ 24 fps, 30 fps หรือ 60 fps
  • บันทึกวิดีโอระดับ HD 1080p ที่ 30 fps หรือ 60 fps
  • บันทึกวิดีโอระดับ HD 720p ที่ 30 fps
  • ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคอลสำหรับวิดีโอ
  • ซูมออปติคอล และซูมดิจิตอล 6 เท่า
  • แฟลช True Tone แบบ LED สี่ดวง
  • รองรับวิดีโอสโลว์โมชั่น ความละเอียด 1080p ที่ 120 fps หรือ 240 fps
  • วิดีโอไทม์แลปส์ พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว
  • ระบบป้องกันภาพวิดีโอสั่นไหวในคุณภาพระดับภาพยนตร์ (1080p และ 720p)
  • วิดีโอออโต้โฟกัสแบบต่อเนื่อง
  • ระบบตรวจจับใบหน้าและร่างกาย
  • การลดนอยซ์
  • ถ่ายภาพนิ่งความละเอียด 8MP ขณะบันทึกวิดีโอระดับ 4K
  • ซูมขณะเล่น
  • แนบข้อมูลพิกัดตำแหน่งในวิดีโอ
  • รูปแบบไฟล์วิดีโอที่บันทึก: HEVC และ H.264

ทราบสเปคกล้องไปแล้วก็ไปชมภาพที่ถ่ายด้วย Portrait Mode บน iPhone X กันได้เลยครับ (รับชมภาพใหญ่ให้คลิกที่รูป แนะนำว่าดูผ่านคอมพิวเตอร์จะเห็นรายละเอียดมากขึ้น)

ปล. ไฟล์ต้นฉบับบที่เป็น .HEIC จะมีสีที่สดกว่ารูปที่โพสต์ในนี้สามารถคลิกชมได้ที่นี่

ความเห็น

สรุปจากการใช้งาน Portrait บวกกับ Portrait Lighting อย่างจริงจังครึ่งวัน ส่วนตัวแล้วผมชอบการจัดแสงแบบ Studio Light, Natural Light และ Contour Light ตามลำดับ ส่วน Stage Light และ Stage Light Mono นั้น การถ่ายนั้นจะค่อนข้างลำบากอยู่หากใครที่ไม่ทราบหลักการจัดแสงก็จะงงๆ หน่อยเมื่อถ่ายโหมดนี้

การเก็บรายละเอียดทำได้ดี การเบลอทำได้ดีกว่า iPhone 7 Plus และ iPhone 8 Plus (เซตนี้จะลงรูปเปรียบเทียบกับ iPhone 8 Plus ให้ชมอีกครั้งครับ)

ว่าด้วยเรื่องการเก็บขอบของตัวแบบนั้น iPhone X ทำได้ดีแต่ก็ยังมีจุดบกพร่อง ดังนั้นแนะนำว่าให้ถ่ายหลายๆ ช็อตแล้วเลือกภาพที่ดีที่สุดเอานะครับ

กล้องหน้า Portrait Lighting เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่นางแบบเราเอ่ยปากว่าชอบมาก ถ่าย Selfie ได้สวยสุดเมื่อเทียบกับ iPhone 8 Plus และ Galaxy Note8 เนื่องจากสามารถจัดแสงและทำฟีเจอร์หน้าชัดหลังเบลอได้ ทำให้แบบนั้นดูโดดเด่นขึ้นมานั่นเองครับ

ส่วนจุดด้อยก็ยังคงเป็นการถ่ายภาพบุคคลในพื้นที่แสงน้อยจะเห็น Noise ค่อนข้างเยอะ ซึ่งจุดนี้ต้องระวังนะครับ เลี่ยงได้ก็ดี แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้แนะนำว่าให้ถ่ายภาพปกติแบบซูม 2X จะดีกว่านะ

iPhone X เปิดขายในไทย 24 พ.ย. 2560 นี้

เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2560 ที่ผ่านมาทางเครือข่ายได้เปิดจอง iPhone X เป็นที่เรียบร้อย หลายท่านที่จองทันแล้ว ก็รอรับเครื่องในวันที่ 24 พ.ย. 2560 นี้ ส่วนใครที่พลาดก็รอซื้อกับทาง Apple Store Online ในวันนั้นได้นะครับ นอกจากนี้ก็ขอให้ติดตามเพจ iPhoneMod ของเราไว้ให้ดี หากแหล่งไหนมี iPhone X ขายจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

The post ถ่ายด้วย iPhone X ชุดที่ 2 ภาพถ่ายบุคคลโหมด Portrait และจัดแสง Portrait Lighting appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

โหลดฟรี เกม WonderWorlds ออกผจญภัยในโลกแห่งจินตนาการที่สวยงามสุดครีเอท

iPhonemod - 18 November 2017 - 12:26

WonderWorlds เกมมือถือที่มีแนวคิดสุดครีเอทจากค่าย Tequila Works ที่ให้คุณได้ออกผจญภัยไปในสถานที่แห่งจินตนาการ แก้ไขสถานการณ์ พร้อมกับค้นพบความงามสุดแปลกตา

เกม WonderWorlds

เกมปริศนาแนว Adventure RPG ออกผจญภัยสำรวจไปยังสถานที่ต่าง ๆ ในโลกแห่งจินตนาการที่มีแนวคิดสุดครีเอท กราฟิกดูแปลกตา โดยผู้เล่นจะได้รับบทเป็นตัวละครนักผจญภัยที่สามารถปรับแต่ง เสื้อ-ผ้า-หน้า-ผม ได้อย่างอิสระ เล่นดำเนินตามเนื้อเรื่องของเกม ค้นหาและสำรวจเส้นทางด้วยการ กระโดด หยิบ โยน หรือเลื่อนสิ่งของต่าง ๆ เพื่อหาเส้นทางที่ถูกต้องไปยังด่านถัดไป

เกม WonderWorlds จะมีด่านที่ถูกสร้างแบบ Hand-Crafted มาให้เล่นมากกว่า 100 ระดับ พร้อมกับสติกเกอร์ที่สามารถแปะติดไปตามสถานที่ต่าง ๆ ที่เล่นได้ รวมไปถึงเครื่องแต่งกายมากมายให้ปลดล็อกตลอดการเดินทางที่เล่น และอีกหนึ่งโหมดสำหรับผู้ที่ชอบสร้างสรรค์ ก็คือ โหมด Creations ที่เปิดให้ผู้เล่นสามารถสร้างด่านขึ้นมาใหม่ได้ด้วยตัวเองอย่างง่ายดาย

วิธีเล่น

มือซ้าย: ควบคุมการเคลื่อนที่ของตัวละครในรูปแบบของอนาล็อกเกม

มือขวา: ควบคุมมุมมองของผู้เล่น กดปุ่มเพื่อกระโดด และแตะค้างเพื่อทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามสถานที่นั้น ๆ เช่น หยิบ-โยน, แตะค้างเพื่อเลื่อนบันได หรือหมุนสะพาน เป็นต้น (สามารถแตะที่หน้าจอหนึ่งครั้งเพื่อซูมเข้าหรือซูมออกได้)

ภาพตัวอย่างการเล่นจริงภายในเกม

คุณสมบัติเกม WonderWorlds
  • เกมแนวน่ารัก ดนตรีสนุก เล่นเพลิน สามารถเล่นได้ทุกเพศทุกวัย
  • ภาพเกมแนวการ์ตูน 3 มิติ กราฟิกแปลกตา ดูน่าสนใจ
  • มีด่านที่ถูกสร้างแบบ Hand-Crafted ให้เล่นมากกว่า 100 ระดับ โดยเบื้องต้นจะเปิดให้เล่นฟรีเพียง 4 ระดับ แต่คุณสามารถหาด่านที่ถูกสร้างจากผู้เล่นอื่นจากทั่วโลกเล่นแทนได้มากมาย
  • สามารถปรับแต่งตัวละครได้อย่างอิสระ เช่น เพศ ตา ปาก ผม เสื้อผ้า เครื่องแต่งกายอื่น ๆ เป็นต้น
  • มีโหมด Creations ที่เปิดให้ผู้เล่นสามารถสร้างด่านขึ้นมาใหม่ได้ด้วยตัวเองและเปิดแชร์แบ่งปันให้กับผู้เล่นอื่นทั่วโลก
  • มีสติกเกอร์ที่สามารถแปะติดไปตามสถานที่ต่าง ๆ ที่เล่นได้
  • มีภารกิจและของรางวัลให้กดรับฟรี
ดาวน์โหลดเกม WonderWorlds

เนื้อที่เกม: 315 MB รองรับ iOS 9.0 ขึ้นไป (ใช้ได้กับ iPhone 5S ขึ้นไป, iPad และ iPod Touch)
ดาวน์โหลดเกม WonderWorlds ได้ฟรีที่ App Store

The post โหลดฟรี เกม WonderWorlds ออกผจญภัยในโลกแห่งจินตนาการที่สวยงามสุดครีเอท appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

“Mafia Revenge” เกมแอคชั่นพันธุ์เดือด ระเบิดสงครามล้างแค้นมาเฟีย

MXPhone - 18 November 2017 - 10:15
ไม่ดีจริงเราไม่เอามาแนะนำกันอยู่แล้ว เช่นเดียวกันกับเกมนี้ครับ Mafia Revenge เกมแอคชั่นยิงปืนไล่ล่าที่มากับธีมยุคมาเฟียครองเมืองยุค 1960 ซึ่งอีกหนึ่งผลงานจากค่าย 4:33 ที่เราการรับประกันความสนุก Mafia Revenge เป็นเกมยิงบนมือถือแนว Action Shooting ในมุมมองบุคคลที่ 3 และคลุมธีมบรรยากาศของเกมเป็นสงครามแย่งชิงผลประโยชน์ระหว่างแก๊งค์มาเฟียช่วงยุค 50-60 โดยที่เราจะซิ่งรถคู่ใจไปพร้อมๆ กับการสาดกระสุนปลิดชีพคู่อริบนท้องถนน ระบบการควบคุมในเกมนี้จะมาในแนวเกม Shooting คือจะแบ่งพาร์ทหน้าจอออกเป็น...
Categories: Partners

Pages