machine learning เต็มไปหมด แล้ว machine learning มันคืออะไรกันนะ?

MacThai - 23 September 2017 - 10:00

ท่ามกลางกระแสการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ทั้ง iPhone 8, iPhone 8 Plus และ iPhone X เทคโนโลยีที่ถูกพูดถึง 3 อย่างที่น่าสนใจนั่นคือ Face ID, machine learning และ Augmented Reality ซึ่งในวันนี้ทีมงาน MacThai จะมาให้รายละเอียดคร่าว ๆ เรื่อง machine learning กัน และอธิบายว่าฟีเจอร์อะไรของ Apple บ้างที่ใช้ machine learning

machine learning เต็มไปหมด มันคืออะไรกันนะ ??

machine learning นั้น ปัจจุบันเป็นที่นิยมมาก ไม่ใช่เฉพาะ Apple แต่บริษัทอื่น ๆ ที่เป็นบริษัทด้านเทคโนโลยี หรือจะไม่ใช่บริษัทเทคโนโลยีก็ตามแต่ ต่างก็มีการพูดถึง machine learning กันเยอะมากจนเกร่อ

จริง ๆ แล้วนิยามของ machine learning ไม่ได้มีกำหนดไว้อย่างชัดเจน และ machine learning ก็เป็นคำเรียกโดยรวมเท่านั้น ซึ่งโดยปกติแล้ว machine learning มักจะเอาไว้ใช้เรียกโมเดลที่เกิดจากการเรียนรู้ของเครื่อง ไม่ได้เกิดจากการเขียนโดยใช้มนุษย์ มนุษย์มีหน้าที่เขียนโปรแกรมให้เครื่องเรียนรู้จากข้อมูลเท่านั้น ที่เหลือเครื่องจัดการเอง

ขอย้ำไว้ก่อนว่า บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้อ่านว่า machine learning คืออะไรแบบคร่าว ๆ และการประยุกต์ใช้งานเท่านั้น ไม่ได้ลงรายละเอียดลึก ฉะนั้นหากใครสนใจรายละเอียดเชิงลึกในการทำ machine learning บทความนี้ไม่มีนะครับ

machine learning พัฒนาการให้เครื่องเรียนรู้ด้วยตนเอง

จริง ๆ แล้ว แนวคิดด้าน machine learning มีมานานมาก ลักษณะแนวคิดคร่าว ๆ คือให้มนุษย์เขียนโปรแกรมสั่งให้เครื่องเรียนรู้จากข้อมูล เนื่องจากมนุษย์ไม่สามารถประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่และเขียนเพื่อโปรแกรมสร้างเงื่อนไขให้คอมพิวเตอร์ได้อย่างครอบคลุม แต่ความเป็นจริงแล้วนั้นการจะทำ machine learning ได้จะต้องใช้ทรัพยากรสูงมาก ๆ ทั้งด้านการประมวลผล และจำนวนข้อมูลที่เอามาเทรนเครื่อง ทำให้ในอดีตเรื่องเหล่านี้เป็นไปได้ยากมาก ๆ เพราะพลังประมวลผลไม่ได้มีมากมาย และสิ่งสำคัญกว่าคือข้อมูลก็ไม่ใช่ว่าจะหามาได้ง่าย ๆ

Face ID บน iPhone X ภาพจาก Apple

ยุคสมาร์ทโฟนรุ่งเรือง จึงทำให้แนวคิด machine learning กลับมาขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากแรงประมวลผลของคอมพิวเตอร์ที่มีมากเพียงพอ และยังมีทรัพยากรหายากอย่างเช่นข้อมูล ที่ในปัจจุบันนี้กลายเป็นของหาง่ายมาก ๆ เพราะว่าทุกคนต่างก็มีสมาร์ทโฟน กิจกรรมต่าง ๆ ของผู้ใช้ย่อมเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ต่าง ๆ และอุปกรณ์เหล่านี้จึงเป็นตัวแปรสำคัญในการเก็บข้อมูลให้เอามาทำ machine learning ได้ง่ายขึ้นมาก

จริง ๆ แล้วเทคนิคในการอิมพลีเมนต์ machine learning นั้นมีมากอยู่เหมือนกัน ในที่นี้จะขอยกตัวอย่างที่เคยกันได้ยินบ่อย ๆ

Artificial Neural Network หรือเครือข่ายประสาทเทียม สร้างขึ้นโดยแรงบันดาลใจจากประสาทของมนุษย์ คือมีการเชื่อมต่อกันระหว่างเซลล์ประสาท คือแต่ละเซลล์ประสาทจะใส่ weighting ให้กับอินพุตที่ถูกหั่นออก (หรืออธิบายให้เห็นภาพคือเซลล์ประสาทแต่ละเซลล์จะพิจารณาภาพเป็นส่วน ๆ) แล้วก็จะเอาผลที่ได้มารวมกัน (อันนี้เป็นเพียงคอนเซปต์ฉบับคร่าวมาก ๆ หากใครสนใจควรไปหาอ่านเพิ่มเติม) ส่วน deep learning นั้นเป็นเซ็ตของเทคนิคสำหรับการ learning ที่ใช้ใน neural network

สำหรับชิพ Apple A11 Bionic ที่อยู่บน iPhone 8, iPhone 8 Plus และ iPhone X นี้ถูกออกแบบมาเพื่อเสริมความสามารถในด้าน machine learning สำหรับ iPhone ซึ่งชิพที่ออกแบบมาใช้งานในแต่ละด้านโดยเฉพาะนั้นมักให้พลังงานในการประมวลผลที่ดีในงานด้านนั้น ๆ ทั้งยังสามารถประหยัดพลังงานได้อีกมากด้วย

machine learning เอาไปทำอะไรได้บ้าง

machine learning สามารถเอาไปทำงานได้ในหลายสาขา ยกตัวอย่างเช่น

Siri บน iOS 9 ภาพจาก Apple

  • Artificial Intelligence (AI) ชื่อในภาษาไทยคือปัญญาประดิษฐ์ ที่ผู้ใช้รู้จักกันดีก็คงจะเป็น Siri ซึ่งจริง ๆ แล้ว AI คือ “วิธีในการนำเสนอ” แต่เบื้องหลังของการสร้าง AI นั้นอาจจะใช้อะไรก็ได้ ปัจจุบัน AI ใช้ machine learning ในการสร้างความฉลาด เนื่องจาก AI สามารถเรียนรู้ข้อมูลได้เอง ในขณะที่อดีตไม่ได้ใช้วิธีนี้จึงทำให้ AI ในปัจจุบันฉลาดกว่าอดีตได้แบบก้าวกระโดด

QuickType Keyboard ภาพจาก Apple

  • Natural Language Processing (NLP) ชื่อในภาษาไทยคือการประมวลผลภาษาธรรมชาติ โดยปกติแล้วมนุษย์มีการใช้ภาษาที่กำกวม แต่คอมพิวเตอร์ใช้ภาษาที่มีลักษณะแน่นอนในการสื่อสาร จึงทำให้มีความยากในการประมวลผล ซึ่ง NLP ก็มีหลายแขนง เช่น speech recognition (การฟังเสียงและถอดความ ใช้งานกับ Siri) หรือคีย์บอร์ดเดาคำ ในอดีต NLP ใช้การเขียนโปรแกรมแบบใช้เงื่อนไขมาประมวลผลภาษา แต่ด้วยความเป็นไปของภาษาที่เร็วมาก คำใหม่หรือรูปแบบประโยคใหม่ ๆ เกิดขึ้นเร็วมาก การนำ machine learning มาช่วยในปัจจุบันจึงทำให้ NLP แม่นยำขึ้นและตามทันโลกได้ไวขึ้น

  • Digital Image Processing (DIP) ชื่อในภาษาไทยคือการประมวลผลภาพดิจิทัล และ Computer Vision เนื่องจากภาพปัจจุบันถูกเก็บไว้ในฟอร์แมตดิจิทัล ทำให้เมื่อเราต้องการจะจัดเก็บภาพหรือดึงข้อมูลออกจากตัวรูปภาพ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่เครื่องจะจัดการได้ แต่ด้วย machine learning ก็ทำให้ DIP และ Computer Vision ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเช่นกัน ตัวอย่างของฟีเจอร์ในด้านนี้ เช่น การค้นหารูปภาพในแอพ Photos ด้วยสิ่งที่อยู่ในภาพ, การระบุหน้าคนในภาพ

Portrait Lighting บน iPhone 8

  • นอกจากการประมวลผลภาพดิจิทัล (DIP) ในรูปแบบภาพนิ่งที่เก็บไว้แล้ว machine learning ยังมีความสามารถในการประมวลผลภาพเคลื่อนไหวในแบบเรียลไทม์ได้อย่างแม่นยำ จนเกิดเป็นฟีเจอร์เจ๋ง ๆ สำหรับกล้องบน iPhone 8 มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Portrait Lighting, ระบบโฟกัส ฯลฯ

  • Face ID ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งในการใช้ machine learning เพราะว่า Apple จะใช้วิธียิงจุดอินฟราเรดออกไป และใช้การตรวจสอบรูปของหน้า และแม้ว่าหน้าตาจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย เปลี่ยนทรงผม ใส่แว่น Face ID ก็ยังคงสามารถตรวจสอบได้ และจะใช้หน้ากากก็ไม่รอด Face ID เพราะว่า Apple ใช้ machine learning เรียนรู้รูปแบบหน้าที่แตกต่างกันมาเยอะมาก และสร้างโมเดลให้คอมพิวเตอร์เรียนรู้

Core ML เฟรมเวิร์คสำหรับ machine learning ภาพจากเว็บไซต์ Apple Developer

machine learning ไม่ง่าย

ปัจจุบัน ด้วยความนิยมของ machine learning ต่างก็จะทำให้บริษัทใหญ่ ๆ เริ่มอำนวยความสะดวกให้นักพัฒนารายย่อยด้วยการพัฒนาเฟรมเวิร์คสำเร็จรูปในการทำ machine learning ยกตัวอย่างเช่น Apple ที่มีเฟรมเวิร์ค Core ML ให้ใช้งาน ทำให้กระบวนการพัฒนาง่ายขึ้นไป แต่ทั้งนี้แม้กระบวนการจะง่ายขึ้น ก็ใช่ว่านักพัฒนาจะต้องไม่รู้เทคนิคเบื้องหลังเลย จึงทำให้การทำ machine learning ก็ยังไม่ง่ายอย่างที่คิด

จริง ๆ แล้ว machine learning มันง่ายในระดับเบสิก (แน่นอนล่ะ อันนี้ใครก็ทำได้ คลิปสอนใน YouTube ก็มี) แต่การจะทำให้ machine learning ใช้งานในระดับที่ผู้ใช้จำนวนเยอะมาก ๆ ใช้งานได้ หรือทำงานได้ระดับละเอียดมาก ก็ยังต้องใช้คนที่เรียนและมีความรู้ด้านนี้อยู่ดี

เบื้องหลังของ machine learning นั้นมีเทคนิคแพรวพราวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสมการทางคณิตศาสตร์และสถิติ, วิธีการ learn ในแต่ละรูปแบบที่จะให้ผลแตกต่างกัน, การหาและฟิลเตอร์ข้อมูลที่ต้องเอามาเทรน ไปจนถึงการหาเครื่องที่มีประสิทธิภาพมาใช้งาน หรือในบางงานที่เฉพาะมาก ๆ อาจต้องสร้างชิพขึ้นมาประมวลผลข้อมูลโดยเฉพาะเลยก็มี

ปัญหาสำคัญอีกข้อที่ทำให้การทำ machine learning ไม่ง่าย คือในแง่ของความเป็นส่วนตัวผู้ใช้ เนื่องจากการเก็บข้อมูลใด ๆ ก็ตามโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ใช้นั้นผิดกฎหมาย และทำให้ผู้ใช้สูญเสียความเชื่อมั่นต่อแบรนด์เป็นอย่างหนัก ดังนั้นข้อมูลจะต้องถูกเก็บอย่างระมัดระวังและเคารพความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ด้วย

ข้อมูลบางส่วนจาก Nvidia, neuralnetworkanddeeplearning.com, Apple

The post machine learning เต็มไปหมด แล้ว machine learning มันคืออะไรกันนะ? appeared first on Macthai.com.

Categories: Partners

วิดีโอ 4K ใน iTunes ดาวน์โหลดไม่ได้ ดูได้แบบ Streaming เท่านั้นใช้เน็ตฯ ขั้นต่ำ 25Mbps

iPhonemod - 23 September 2017 - 08:08

หลังจากที่ Apple เปิดขาย Apple TV 4K ก็ได้มีการเปิดให้ดาวน์โหลด Content แบบ 4K แต่ผู้ใช้ไม่สามารถดาวน์โหลดแบบ 4K ได้ ดูแบบ Streaming เท่านั้น

เนื้อหาแบบ 4K

Apple ได้ หมายเหตุข้อมูลไว้ เกี่ยวกับรูปแบบการดาวน์โหลดเนื้อหา (Content) ความละเอียดต่างๆ ที่จะรับชมผ่าน Apple TV 4K จุดสำคัญ คือ เนื้อหาอย่างเช่น วิิดีโอความละเอียด 4K ที่เปิดให้เข้าชมใน iTunes ผู้ใช้จะ ไม่สามารถดาวน์โหลด ด้วยความละเอียดดังกล่าวมาไว้ที่เครื่องได้

ผู้ใช้จะสามารถดาวน์โหลดเนื้อหาได้เฉพาะความละเอียด HD, HDR, Dolby Vision ได้เท่านั้น โดยการเข้าชมเนื้อหาความละเอียด 4K จะสามารถเข้าชมแบบ Streaming เพียงอย่างเดียว

นอกจากนั้น Apple ยังระบุเพิ่มเติมว่าการเข้าชมเนื้อหา 4K แบบ Streaming จะต้องมีอินเทอร์เน็ตความเร็ว 25Mbps เป็นขั้นต่ำ และถ้าหากอินเทอร์เน็ตความเร็วไม่พอตัวระบบจะปรับความละเอียดของเนื้อหาเป็น SD อัตโนมัติ

ที่มา – iClarified

The post วิดีโอ 4K ใน iTunes ดาวน์โหลดไม่ได้ ดูได้แบบ Streaming เท่านั้นใช้เน็ตฯ ขั้นต่ำ 25Mbps appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

ชมภาพถ่ายจากกล้อง iPhone 8 Plus โหมด Portrait Lighting และอื่นๆ

iPhonemod - 23 September 2017 - 05:15

หลังจากที่ทีมงาน iPhonemod.net ได้ลองพรีวิวใช้ iPhone 8 Plus ในการถ่ายภาพ พบว่ามีความสวยงามน่าสนใจมาก จะเป็นอย่างไร ไปชมภาพถ่ายกัน

ภาพถ่ายจากกล้อง iPhone 8 Plus

ทีมงาน iPhonemod.net ได้เดินทางไปประเทศออสเตรเลียและสิงคโปร์ เพื่อไปรับ iPhone 8, 8 Plus เพื่อมารีวิวให้ชมกัน โดยจุดเด่นของรุ่นนี้โดยเฉพาะ iPhone 8 Plus คือกล้องหลังที่มีการปรับปรุงสเปคใหม่นั่นเอง

Portrait Lighting

ฟีเจอร์หลักที่เพิ่มเข้ามานั้นก็หนีไม่พ้น Portrait Lighting หรือการจัดแสงภาพถ่ายบุคคล ที่ช่วยให้การถ่ายภาพบุคคลนั้นสวยงามมากขึ้น

NATURAL LIGHT

โหมดนี้หลักๆ แล้ว จะช่วยเกลี่ยแสงโดยรวมให้เป็นธรรมชาติ เหมาะแก่การถ่ายกลางแจ้งและอยากให้ตัวบุคคลกลมกลืนกับฉากหลัง โดยที่ฉากหลังมีความเบลอเล็กน้อย

STUDIO LIGHT

จุดที่หน้าสนใจของโหมดนี้ คือ การให้แสงที่ตัวบุคคลเหมือนกับการใช้ไฟในสตูดิโอมาส่องประกอบการถ่ายภาพ ช่วยให้ตัวแบบมีใบหน้าที่สว่างสดใส่ เด่นกว่าฉากหลังมากพอสมควร

CONTOUR LIGHT

ส่วนตัวค่อนข้างชอบโหมดนี้มาก เพราะนอกจากจะมีการปรับแสงแล้วยังมีการใส่เงาให้ตัวแบบด้วย ทำให้ดูแล้วเหมือนการถ่ายภาพระดับโปรเลยทีเดียว

STAGE LIGHT

โหมดนี้ส่วนตัวคิดว่าการถ่ายภาพต้องเรียนรู้เทคนิคการจัดแสงนิดหน่อยเพราะเป็นโหมดที่จะให้ความสว่างของตัวแบบเพียงจุดเดียว แล้วเกลี่ยเงาโดยรอบให้มืดลง

STAGE LIGHT MONO

โหมดนี้ไม่ค่อยแตกต่างจาก STAGE LIGHT แต่เพิ่มเติมด้วยการปรับโทนสีให้เป็นสี Mono หรือขาวดำ ให้ภาพดูสวยงามไปอีกแบบหนึ่ง

นอกจากจะมีโหมด Portrait Lightning แล้ว กล้องหลัง iPhone 8 Plus ยังสามารถถ่ายภาพแบบมุมกว้างได้สวยงามและคมชัดมาก

ในส่วนของการซูมภาพแบบ 2X ก็ทำได้ดีเช่นกัน

1X

2X

1X

2X

การถ่ายภาพในที่แสงน้อยนั้นก็ทำได้ดีระดับหนึ่ง เพียงแต่การถ่ายภาพเราอาจจะต้องแตะ Focus ที่หน้าจอเพื่อให้ Focus ภาพและเกลี่ยแสงได้ดีขึ้น

กล้องหน้านั้นถือว่าชัดมาก ชัดจนเห็นเหงื่อ เห็นรอยสิวกันเลยทีเดียว

นี่เป็นเพียงบางส่วนเท่านั้นจากการถ่ายภาพผ่านกล้อง iPhone 8 Plus สำหรับวิดีโอนั้นก็สามารถอัดได้ความละเอียดสูงสุด 4K 60fps รอชมรีวิวกันเร็วๆ นี้

ชมภาพถ่ายเพิ่มเติม

The post ชมภาพถ่ายจากกล้อง iPhone 8 Plus โหมด Portrait Lighting และอื่นๆ appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

DxOMark ยกให้ iPhone 8 Plus เป็นกล้องสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดในโลก

iPhonemod - 22 September 2017 - 20:03

iPhone 8 Plus เป็นระบบกล้องคู่คล้ายกับ iPhone 7 Plus คือมีกล้องความละเอียด 12MP ในมุมกว้างและมุมสำหรับซูมวัตถุสำหรับถ่ายภาพบุคคล ซึ่งจากการทดสอบของ DxOMark พบว่ามันคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันสักทีเดียว และยกให้เป็นกล้องสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุด

iPhone 8 Plus เป็นกล้องสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดในโลก

ก่อนหน้านี้กล้องสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดในโลกคือ Google Pixel และ HTC U11 ด้วยคะแนนที่ทำเอาไว้ได้ถึง 90 คะแนน แต่ล่าสุดได้เสียแชมป์ไปให้กับ iPhone 8 Plus รุ่นใหม่ล่าสุดทำคะแนนไปได้ถึง 94 คะแนน ภายใต้มาตรฐานการทดสอบอย่างหนักที่ทาง DxOMark ได้กำหนดไว้

จุดเด่นอยู่ที่เรื่องของ Exposure และ Contrast ที่ได้คะแนนสูงมากรวมถึงการถ่าย HDR

นอกจากนี้ยังชมไม่หยุดปากเกี่ยวกับระบบการตรวจจับใบหน้า รวมถึงการเบลอหลัง (Bokeh) ที่ทำออกมาได้ดีมากกว่า สมาร์ทโฟนกล้องคู่รุ่นอื่นที่เป็นคู่แข่งในตลาดทุกรุ่น แต่ทั้งนี้ก็มีติเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องของ Noise รวมถึงการเบลอหลังบางครั้งที่มีหลุดไปบ้าง และการพัฒนาสามารถทำได้อีก

iPhone 7 Plus vs iPhone 8 Plus สเปคกล้อง iPhone 8 Plus
  • 12MP main (wide-angle) camera with BSI sensor, f/1.8 lens
  • 12MP telephoto camera, f/2.8 lens
  • Optical zoom, with digital zoom up to 10x
  • Portrait mode
  • Portrait Lighting (beta)
  • Optical image stabilization (main camera only)
  • Quad-LED True Tone flash with Slow sync
  • Autofocus with focus pixels
  • Wide-gamut color capture
  • Body and face detection
  • AutoHDR

แต่หากคุณสนใจ iPhone 8 ก็ไม่ต้องน้อยใจไป เพราะถึงแม้ว่าจะไม่มีกล้องคู่แบบ iPhone 8 Plus แต่การทดสอบก็แสดงให้เห็นว่า iPhone 8 ทำคะแนนได้สูงถึง 92 คะแนน ซึ่งก็ยังเอาชนะเหนือ Google Pixel และ HTC U11 อยู่ดี

ภาพที่คุณเห็นในเว็บไซต์จะดรอปลงเล็กน้อย เพราะเกิดจากการแปลง PCI-P3 ไปเป็น sRGB

หากใครต้องการดูภาพทั้งหมด สามารถดูได้ทั้งเว็บไซต์ด้านล่าง โดยมาตรฐานใหม่ของ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus มีการเปลี่ยนไปใช้ DCI-P3 ที่มีขนาดใหญ่และเก็บค่าสีได้มากกว่า sRGB ซึ่งเป็นมาตรฐานอุปกรณ์ส่วนใหญ่รวมถึงเว็บเบราเซอร์ที่แสดงผลได้ (ต้องดูรูปในไอโฟนหรือเครื่องแมครุ่นใหม่จะให้ค่าสีตรงสุด)

10 อันดับคะแนนกล้องสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุด
  1. iPhone 8 Plus คะแนนจาก DxOMark 94 คะแนน
  2. iPhone 8 คะแนนจาก DxOMark 92 คะแนน
  3. HTC U11 คะแนนจาก DxOMark 90 คะแนน
  4. Google Pixel คะแนนจาก DxOMark 89 คะแนน
  5. Samsung Galaxy S8 คะแนนจาก DxOMark 88 คะแนน
  6. Sony Xperia X Performance คะแนนจาก DxOMark 88 คะแนน
  7. HTC 10 คะแนนจาก DxOMark 88 คะแนน
  8. Samsung Galaxy S7 edge คะแนนจาก DxOMark 88 คะแนน
  9. Huawei P10 คะแนนจาก DxOMark 87 คะแนน
  10. Sony Xperia XZ คะแนนจาก DxOMark 87 คะแนน

ที่มา – dxomark

The post DxOMark ยกให้ iPhone 8 Plus เป็นกล้องสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดในโลก appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

DxOMark ให้คะแนน iPhone 8 Plus เป็นกล้องบนมือถือ ที่ถ่ายภาพสวยที่สุดในโลกตอนนี้

MacThai - 22 September 2017 - 20:00

DxOMark เว็บไซต์ทดสอบกล้องถ่ายภาพชื่อดังได้นำ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus มาทดสอบว่าระบบกล้องแบบใหม่จะเป็นอย่างไร โดยจากผลการทดสอบก็พบว่าคะแนนจาก iPhone ทั้งสองรุ่นนั้นติดท็อปสุดของกล้องมือถือ เฉือนแชมป์เก่าอย่าง HTC U11 และ Google Pixel ไปได้เล็กน้อย

สำหรับรายละเอียดของการทดสอบ จะมีหลายด้าน ตั้งแต่ถ่ายภาพปกติ, ถ่ายภาพแสงน้อย, ซูมภาพ, โบเก้, วิดีโอ โดยจะดูรายละเอียดว่าภาพที่ได้แสงตรงไหมและสามารถรักษารายละเอียดของภาพได้หรือไม่

การทดสอบถ่ายภาพธรรมดานั้นกล้อง iPhone ทั้งสองรุ่นแทบไม่ต่างกัน คือสามารถถ่ายภาพในที่แสงจ้าได้ดีทั้งคู่ รักษารายละเอียดของภาพไว้ได้ สีตรง และ dynamic range กว้าง ส่วนในสภาพแสงน้อยก็ยังให้รายละเอียดและแสงที่ดี หรือแม้จะใช้แฟลชก็ยังให้ภาพที่เก็บรายละเอียดดีและ white balance ที่ดีเช่นกัน เพียงแต่ (iPhone 8 Plus) มีน้อยส์ที่เยอะไปหน่อย

ส่วนวิดีโอก็สามารถทำผลงานได้ดี คะแนนของ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus อยู่ที่ 90 และ 89 ตามลำดับ สามารถให้รายละเอียดแสงที่ดี เรนเดอร์สีตรง และระบบกันสั่นก็สามารถทำงานได้ดีในขณะถือมือถือถ่ายวิดีโอ แต่ก็ยังสู้แชมป์เก่าอย่าง HTC U11 และ Google Pixel ที่ 91 คะแนนไม่ได้

ในด้านการซูมและโบเก้ (เฉพาะ iPhone 8 Plus) แม้ตัวกล้องจะสเปคเหมือน iPhone 7 Plus แต่ด้วยระบบประมวลผลภาพแบบใหม่จึงทำให้ประสิทธิภาพสูงขึ้นอีกขั้น โดยเฉพาะการถ่ายภาพพอทเทรตหรือใช้เอฟเฟคด้วยการซูมหรือโบเก้ ซึ่ง Apple ให้คะแนนการซูม 51 คะแนนและโบเก้ 55 คะแนนตามลำดับ

ที่มา DxOMark (iPhone 8, iPhone 8 Plus)

The post DxOMark ให้คะแนน iPhone 8 Plus เป็นกล้องบนมือถือ ที่ถ่ายภาพสวยที่สุดในโลกตอนนี้ appeared first on Macthai.com.

Categories: Partners

พรีวิว iPhone 8, 8 Plus เครื่องจริง ชมสีใหม่ เคสกระจก พร้อมคลิป Hands-on [รูปเยอะมาก]

iPhonemod - 22 September 2017 - 19:42

แม้หลายคนมองว่ารอบนี้ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus เป็นเหมือนพระรองของ iPhone X แต่การเปิดขายก่อน iPhone X ก็ทำให้ทุกสายตาจับจ้องมาที่รุ่นนี้ก่อนอยู่ดี (ฮ่าๆๆ) ถ้าตัดเรื่องจอ OLED, Face ID, จอเต็มขอบ ออกไป iPhone 8 เองก็มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย และวันนี้ทั้งสองรุ่นก็อยู่ในมือของทีมงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เรามาชมภาพจากเครื่องของรุ่นนี้ไปพร้อมๆ กันครับ

พรีวิว iPhone 8, 8 Plus เครื่องจริง ชมสีใหม่ เคสกระจกมาพร้อมชาร์จไร้สายรุ่นแรกสำหรับ iPhone

จั่วหัวด้วยสเปคคร่าวๆ ของ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus กันก่อนนะครับ

  • ตัวเครื่องและการออกแบบ iPhone 8, iPhone 8 Plus ยังจะใช้การออกแบบเหมือนกับ iPhone 7, iPhone 7 Plus อยู่ โดยหน้าจอยังใช้ขนาด 4.7 นิ้วใน iPhone 8 และ 5.5 นิ้วสำหรับ iPhone 8 Plus และทั้งคู่ยังมีปุ่ม Home และ Touch ID เหมือนเดิม เคลือบสี 7 ชั้น เป็นรอยได้ยาก
  • TrueTone Display Apple เปิดตัวเทคโนโลยี TrueTone Display ใน iPad Pro ที่สามารถปรับสภาพสีและแสงของจอให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่ผู้ใช้ใช้งานอยู่ โดย iPhone 8, iPhone 8 Plus มีเทคโนโลยี TrueTone Display ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการแสดงผลเช่นเดียวกันและใช้หน้าจอ Retina HD
  • กล้องหลัง iPhone 8, iPhone 8 Plus ใช้กล้องหลังความละเอียด 12MP กันภาพสั่น OIS และเพิ่มเติม iPhone 8 Plus มาพร้อมกล้องหลัง 2 ตัว 12MP เซ็นเซอร์ใหม่หมดและมีกันภาพสั่น OIS จำนวน 1 ตัว
  • Portrait Lighting ใช้ AI และ Machine Learning มาช่วยปรับโหมดให้ถ่ายภาพ Portrait ใน iPhone 8 Plus จัดแสงของภาพได้สวยงามขึ้น
  • การถ่ายวิดีโอ กล้องหลังของ iPhone 8, 8 Plus ให้ถ่ายภาพวิดีโอได้คมชัดขึ้น เก็บ Frame Rate ได้มากขึ้นละเอียดสูงสุดถึง 4K 60fps พร้อมถ่ายวิดีโอ Slo-Mo ความละเอียด 1080 240p
  • ชาร์จไร้สาย (Wireless Charging) การเปลี่ยนมาเป็นวัสดุกระจกใน iPhone 8, iPhone 8 Plus เพื่อรองรับการชาร์จไร้สายผ่านแท่นชาร์จไร้สายมาตรฐาน Qi
  • ชิป A11 BIONIC ทรงพลัง แบบเดียวกับที่ใช้ใน iPhone X จะมีประสิทธิภาพที่ดีกว่า A10X มากขึ้นไปอีก โดยชิพ A11 BIONIC 10nm 64-bit มีประสิทธิภาพแรงมากกว่า A10 25% เท่า ประหยัดพลังงานกว่า และใช้ CPU 6-Core
  • รองรับ AR เต็มรูปแบบ
  • มาพร้อม iOS 11
  • มี 3 ให้เลือกคือ Space Gray, Silver และ Gold
  • มี 2 ความจุให้เลือก 64GB และ 256GB
  • RAM 2GB ใน iPhone 8 และ 3GB ใน iPhone 8 Plus
ตัวเครื่องและสีจริงของ iPhone 8 และ 8 Plus

รุ่นนี้มีให้เลือก 3 สีได้แก่ Space Gray หรือสีเทา, Silver หรือสีเงินและ Gold สีทอง ทีมงานนำภาพมาให้ชมหลายๆ มุมเพื่อให้ผู้ชมได้เห็นว่าสีที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร เชิญชมกันได้เลยนะครับมีให้ชมกันเยอะหน่อยจะได้เห็นภาพรวม แล้วก็แสงใน Apple Store มันอาจจะมีเพี้ยนๆ บ้าง ก็ลองดูภาพที่ถ่าย 3 สีพร้อมๆ กันจะเห็นชัดขึ้นครับ

iPhone 8 Plus Space Gray, Silver, Gold (ซ้ายไปขวา)

สีเทา Space Gray เมื่อเทียบกับ Jet Black แล้วสีดำ Jet Black จะดำกว่ามาก สีของ iPhone 8 Plus Space Gray จะคล้ายๆ iPhone 5, 5s นะครับ

สี Silver หรือว่าสีเงินที่ขอบเครื่องจะใช้วัสดุอะลูมิเนียมแบบเดียวกับ iPhone 7, 7 Plus ผิวจะด้านๆ หน่อยมันจะไม่ลื่นส่วนฝาหลังนั้นเป็นสีขาวล้วนครับ ให้อารมณ์เหมือน iPhone 4, 4s

สี Gold หรือสีทอง ที่ขอบอะลูมีเนียมจะออกสีคล้ายๆ กับ Rose Gold แต่ว่าฝาหลังกระจกนั้นสีจะจางกว่าเป็นแบบทองอ่อนๆ ครับ ส่วนด้านหน้าเป็นสีขาวครับ

iPhone 8 Plus Gold iPhone 8 Plus Silver iPhone 8 Plus Space Gray

ส่วนนี้คือคลิปสัมผัสแรกกับ iPhone 8, 8 Plus เครื่องจริงโดยทีมงาน iPhoneMod ที่ลงทุนบินไปถึงซิดนีย์ออสเตรเลียเพื่อนำมาถ่ายทอดให้แฟนๆ Apple ในประเทศไทยได้ชมกัน

เอาหละคิดว่าคงจะพอหอมปากหอมคอกันไปบ้างแล้วสำหรับสีของ iPhone 8, 8 Plus ที่นำมาให้ชมกันรอบนี้ เผื่อว่าจะช่วยให้หลายๆ คนตัดสินใจในการเลือกซื้อเครื่อง iPhone 8, iPhone 8 Plus ที่จะขายในไทยปลายปี 2560 นี้นะครับ

หากมีคำถามส่วนไหนที่ต้องการทราบสามารถทิ้งคอมเมนต์ไว้ด้านล่างได้เลย

การรีวิว iPhone 8 จะตามมาเร็วๆ นี้ อดใจรอกันหน่อยนะครับ

The post พรีวิว iPhone 8, 8 Plus เครื่องจริง ชมสีใหม่ เคสกระจก พร้อมคลิป Hands-on [รูปเยอะมาก] appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

กล้องหน้าชัดกว่ากล้องหลัง! vivo เปิดตัว V7+ เซลฟี่สวยด้วยกล้องหน้า 24 MP พร้อมหน้าจอไร้ขอบ FullView Display

MXPhone - 22 September 2017 - 19:10
vivo เปิดตัว V7+ ตอกย้ำความเป็นสมาร์ทโฟนเพื่อเซลฟี่ตัวจริง จัดเต็มด้วยกล้องหน้าความละเอียด 24 ล้านพิกเซล พร้อมกับประสบการณ์ใหม่ในมุมมองที่กว้างขึ้นด้วยหน้าจอไร้ขอบ FullView Display เคาะราคาขายจริง 11,990 บาท เริ่มจำหน่าย 28 ก.ย. นี้เป็นต้นไป vivo V7+ มาพร้อมกับดีไซน์หน้าจอใหม่แบบ...
Categories: Partners

ชมบรรยากาศ Apple วางขาย iPhone 8 / 8 Plus รอบโลกวันแรก จากฝั่งเอเชีย และออสเตรเลีย

MXPhone - 22 September 2017 - 18:45
Apple เริ่มวางจำหน่าย iPhone 8 และ iPhone 8 Plus สองในสามสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดของค่ายอย่างเป็นทางการวันแรก ซึ่งเราก็มีภาพบรรยากาศจากหน้าร้าน Apple Store ในประเทศออสเตรเลีย ไต้หวัน และสิงคโปร์ มาใช้ชมกัน จากการรายงานของ Reuters ระบุว่าบรรยากาศของการวางขาย iPhone...
Categories: Partners

iFixit เผยส่วนประกอบภายใน iPhone 8 เป็นครั้งแรก

iPhonemod - 22 September 2017 - 17:46

หลังจากเริ่มวางจำหน่าย iPhone 8 ในออสเตรเลียโดยล่าสุด iFixit ขาประจำของช่างแกะได้เปิดเผยให้ดูถึงส่วนประกอบภายในแล้ว ซึ่งถึงแม้ว่าโดยรวมจะคล้ายกับ iPhone 7 แต่ก็ไม่เหมือนกันสักทีเดียว เพราะมีบางชิ้นส่วนเด่นเพิ่มเข้ามา อย่างขดลวดชาร์จไร้สายเป็นต้น

ชิ้นส่วนภายใน iPhone 8

จากภาพเอ็กซเรย์พบให้เห็นขดลวดขนาดใหญ่ภายใน ซึ่งรองรับมาตรฐาน Qi ในการชาร์จไร้สาย ส่วนแบตเตอรี่มีความจุ 1,821mAh ซึ่งน้อยกว่า iPhone 7 รุ่นก่อนหน้าที่มีแบตเตอรี่ 1,960mAh แต่ยังคงให้อายุการใช้งานเหมือนกับรุ่นเก่า เพราะมีการปรับปรุงหน่วยประมวลผลให้ประหยัดพลังงาน

ข้อดีของแบตเตอรี่น้อยก็คือคุณจะชาร์จเต็มไวขึ้น

ภายในบอร์ดประกอบไปด้วยหน่วยประมวลผล A11 Bionic พร้อมกับ RAM LPDDR4 2GB จากแบรนด์ SK Hynix ส่วนโมเด็มเป็น Qualcomm MDM9656 Snapdragon X16 LTE และโมดูล NXP 80V18 Secure NFC รวมถึงชิพอื่น

นอกจากนั้นก็มีเพียงความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยใน iPhone 8 ยกตัวอย่างเช่นสายยึดพอร์ตสายอากาศใหม่ รวมถึงตัวรับสัญญาณบริเวณเหลือลำโพงที่ทาง iFixit อุทานว่า “แปลก” นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรมาก หลักเลยคือการเปลี่ยนฝาหลังเป็นกระจกแบบ 7 ชั้น (แทนอลูมิเนียมเพราะต้องชาร์จไร้สาย) รวมถึงโครงสร้างเฟรมแบบใหม่ที่แข็งแรงขึ้น

ที่มา – macrumors

The post iFixit เผยส่วนประกอบภายใน iPhone 8 เป็นครั้งแรก appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

Craig Federighi ยืนยัน กด 3D Touch เพื่อสลับแอพจะกลับมาในอัพเดตหน้า

MacThai - 22 September 2017 - 16:00

หากใครที่ได้อัพเดต iOS 11 แล้วอาจจะพบว่ามีฟีเจอร์หนึ่งหายไปคือการเข้าถึงโหมดสลับแอพหรือ App Switcher โดยใช้ 3D Touch ทำให้หลาย ๆ คนเซ็งไปตาม ๆ กัน และตอนนี้ผู้บริหาร Apple ก็ได้ยืนยันแล้วว่าฟีเจอร์นี้จะกลับมาในอัพเดตหน้า

เนื่องจากมีผู้อ่าน MacRumors นามว่า Adam Zahn ได้ส่งอีเมลไปถาม Craig Federighi หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมซอฟต์แวร์ถึงเรื่องดังกล่าว ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่าในอัพเดตถัด ๆ ไปของ iOS 11 จะนำฟีเจอร์นี้กลับมา

Federighi ให้รายละเอียดว่า เหตุผลที่ฟีเจอร์นี้ซึ่งมีใน iOS 9 และ 10 หายไปจาก iOS 11 เวอร์ชันแรก เนื่องจาก Apple ต้องนำฟีเจอร์นี้ออกไปก่อน เนื่องจากข้อจำกัดด้านเทคนิค

ที่มา – MacRumors

ภาพจาก Apple Events

The post Craig Federighi ยืนยัน กด 3D Touch เพื่อสลับแอพจะกลับมาในอัพเดตหน้า appeared first on Macthai.com.

Categories: Partners

หลุดคลิป โชว์เครื่องจริงเรือธงรุ่นเล็ก Huawei Mate 10 Lite

MXPhone - 22 September 2017 - 14:39
เป็นที่รู้กันว่าทาง Huawei มีคิวจะเปิดตัวสมาร์ทโฟนในระดับเรือธงรุ่นใหม่อย่าง Huawei Mate 10 ในวันที่ 16 ตุลาคมนี้ ซึ่งคาดว่าตัวรุ่นพื้นฐานจะมีมา 3 โมเดล ประกอบด้วยตัว Mate 10 ,Mate 10 Pro และ Mate...
Categories: Partners

ลือ HTC U11 Plus เปิดตัว 11 พ.ย.นี้ ใช้จอ QHD ไร้ขอบ 6 นิ้ว

MXPhone - 22 September 2017 - 14:08
HTC ยังคงเดินหน้าพัฒนาสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของตนเองอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าทีมงานวิศกรฮาร์ดแวร์และนักออกแบบส่วนหนึ่งจะถูก Google ซื้อไป ซึ่งล่าสุดก็มีเบาะแสของ HTC U11 Plus เรือธงรุ่นอัพเกรดของ U11 หลุดออกมาแล้ว HTC U11 Plus คาดว่าเป็น 1 ใน 3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของ...
Categories: Partners

Apple เพิ่มลิมิตขนาดแอปที่โหลดด้วยเน็ตมือถือ จาก 100 MB เป็น 150 MB แล้ว !!

MacThai - 22 September 2017 - 14:00

หลังจากที่แอปเปิลปล่อย iOS 11 ให้ผู้ใช้ทั่วไปได้ใช้กันไปเมื่อ 2-3 วันก่อน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงหนึ่งที่แอปเปิลตั้งใจนั่นก็คือ เราสามารถดาวน์โหลดแอปจาก App Store ด้วยเน็ตมือถือ ได้สูงสุด 150 MB แล้ว

ซึ่งปกติแล้วการดาวน์โหลดแอปด้วย 3G/4G นั้นแอปเปิลจะจำกัดขนาดของแอปอยู่ที่ 100 MB ซึ่งถ้าต้องการดาวน์โหลดแอปที่มีขนาดใหญ่กว่านี้แอปเปิลจะบังคับให้เชื่อมต่อ Wi-Fi ก่อนทำการดาวน์โหลด เพื่อไม่ทำให้เปลืองค่าเน็ต

ทั้งนี้ถือว่าการที่เพิ่มลิมิตขนาดแอปในครั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องดี เนื่องจากในปัจจุบันขนาดแอปใน App Store ก็มีแนวโน้มที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ สังเกตได้จากแอป Facebook ซึ่งเมื่อก่อนมีขนาดไม่กี่สิบ MB แต่ตอนนี้มีขนาด 200+ ?MB แล้ว

 

ที่มา – iClarified

The post Apple เพิ่มลิมิตขนาดแอปที่โหลดด้วยเน็ตมือถือ จาก 100 MB เป็น 150 MB แล้ว !! appeared first on Macthai.com.

Categories: Partners

iPhone X ส่อขาดตลาด! หลังนักวิเคราะห์เผยจนบัดนี้ยังไม่เริ่มเดินสายผลิต

MXPhone - 22 September 2017 - 12:42
เป็นที่ทราบกันว่า Apple จะเปิดให้พรีออเดอร์ iPhone X เรือธงรุ่นฉลอง 10 ปี กันในวันที่ 27 ตุลาคมนี้ และคาดว่าจะเริ่มมีการจัดส่งตัวเครื่องกันในวันที่ 3 พฤศจิกายน แต่ล่าสุดว่ากำหนดการจัดส่งดังกล่าวอาจจะไม่เป็นไปตามที่เดากันไว้ ตามรายงานของ Christopher Caso นักวิเคราะห์จากสำนักงานวิเคราะห์ตลาด Raymond...
Categories: Partners

iPhone 8 รองรับการชาร์จเร็วผ่านไร้สาย (Fast Charge Wireless Charging)

iPhonemod - 22 September 2017 - 12:37

เมื่อครั้งเปิดตัว iPhone 8, 8 Plus และ iPhone X ทาง Apple บอกว่า 3 รุ่นนี้รองรับระบบชาร์จไร้สาย (Wireless Chaging) แต่ไม่ได้บอกว่ารองรับ Fast Charge หรือ Quick Charge แต่อย่างใด ล่าสุดวันนี้ 22 กันยายน 2560 เปิดขาย iPhone 8, 8 Plus วันแรกทีมงาน iPhoneMod ได้เครื่อง iPhone 8 Plus มาแล้วและทดสอบชาร์จไร้สายแผ่นแท่นชาร์จของ Samsung ที่รองรับระบบ Fast Charge ผลที่ได้คือ

iPhone 8, 8 Plus และ iPhone X รองรับการชาร์จเร็วผ่านไร้สาย (Fast Charge Wireless Charging)

iPhone 8 Plus สามารถชาร์จผ่านแท่นชาร์จไร้สายของ Samsung ได้และสามารถรองรับกระแสได้เกิน 1.0A ซึ่งทีมงานทดสอบแล้วกระแสไฟที่ไหลผ่านนั้นมีมากกว่า 1.2XA ก็ยังมีให้เห็น นั่นหมายความว่า

iPhone 8, 8 Plus (และ iPhone X) รองรับระบบชาร์จเร็ว (Fast Charge) ผ่านการชาร์จไร้สาย

ที่น่าแปลกใจคือลองนำมาเทียบกับ Sammsung Galaxy S8+ (0.88A)พบว่า iPhone 8 Plus (1.25A)นั้นสามารถชาร์จได้เร็วกว่าด้วย ทดสอบใช้แท่นชาร์จเดียวกัน สาย USB เดียวกัน ผลที่ได้ก็ตามรูปด้านล่างครับ

ฉะนั้นหากใครชาร์จไร้สาย iPhone 8, 8 Plus และ iPhone X ก็จะพบว่ารุ่นนี้ชาร์จแบตเต็มไวขึ้นนั่นเองครับ

iPhone 8 วางขายในต่างประเทศแล้วแต่ว่าในไทยยังไม่มีกำหนดนะครับ ส่วน iPhone X ก็ยังไม่มีกำหนดในไทยเช่นกันย

The post iPhone 8 รองรับการชาร์จเร็วผ่านไร้สาย (Fast Charge Wireless Charging) appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

วิธีบันทึกวิดีโอหน้าจอ iPhone, iPad โดยไม่ต้องลง App เพิ่มเติม

iPhonemod - 22 September 2017 - 11:49

iOS 11 เพิ่มความสามารถใหม่ในการบันทึกหน้าจอ iPhone หรือ iPad ด้วยวิธีที่แสนง่ายดายเหมาะสำหรับการทำ “คู่มือ” หรือการแคชเกมเป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถบันทึกเสียงจากไมโครโฟนลงไปได้ด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้เราเคยได้ทำ พรีวิว Screen Recording (อัดวิดีโอหน้าจอ) iPhone ใน iOS 11 Beta 1 และสำหรับเวอร์ชันจริงจะมีหน้าตาแตกต่างกันเล็กน้อย

วิธีบันทึกวิดีโอหน้าจอ iPhone, iPad

สำหรับวิธีง่ายที่สุดในการเปิดการตั้งค่าใน iOS 11 ก็คือการเลือกหน้าจอลงมาไปที่ “หน้าค้นหา” จากนั้นพิมพ์คำว่า Control Center (แต่หากเป็นวิธีปกติให้ไปที่ Setting) หลังจากนั้นคุณก็จะสามารถเลือกปรับแต่ง โดยให้สังเกตคำว่า Screen Recording

สำหรับวิธีการใช้งานง่ายมาก เพียงแค่ปาดนิ้วจากด้านล่างขึ้นข้างบน สัญเกตมองหาสัญลักษณ์ Screen Recording ที่เป็นรูปวงกลมสองชั้น แล้วเลือกทำการบันทึกวิดีโอ และหากเครื่องคุณรองรับ 3D Touch โดยขั้นตอนนี้เราสามารถเลือกที่จะเอาเสียงไมโครโฟนเข้าไปด้วยหรือไม่ก็ได้

เมื่อบันทึกเสร็จแล้วให้แตะสัญลักษณ์ดีแดงบริเวณด้านบนสุด จากนั้นทำการคลิก Stop เพื่อหยุดบันทึกวิดีโอ ซึ่งไฟล์ที่ได้จะไปอยู่ใน Photos เพียงเท่านี้ก็เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ

ที่มา – redmondpie

The post วิธีบันทึกวิดีโอหน้าจอ iPhone, iPad โดยไม่ต้องลง App เพิ่มเติม appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

มุ่งสู่แกรนด์ไลน์! Meizu เป็นตัว M6 Note โมเดล One Piece Special Edition

MXPhone - 22 September 2017 - 11:41
สาวกการ์ตูน One Piece มีกระเป๋าสั่น เมื่อ Meizu แบรนด์มือถือของจีนมีการเปิดตัว Meizu  M6 Note One Piece Special Edition ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษสำหรับแฟนๆการ์ตูนโจรสลัดชื่อดังของญี่ปุ่น Meizu M6 Note One Piece...
Categories: Partners

มาตามนัด! เปิดตัว vivo X20 / X20 Plus จอไร้ขอบ Full View 18:9 ชิป SD660

MXPhone - 22 September 2017 - 11:25
vivo ประกาศเปิดตัวสมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยมตัวใหม่  vivo X20 / X20 Plus ที่มาพร้อมสเปคตามข่าวลือ ไม่ว่าจะเป็นจอไร้ขอบ Full View ที่ให้อัตราการแสดงผล 18:9 พร้อมด้วยกล้องหลังคู่ และฟีเจอร์ Face Wake สำหรับปลดล็อคสมาร์ทโฟนด้วยระบบสแกนใบหน้า  vivo X20 มากับจอ...
Categories: Partners

8 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับแอป Files ใน iOS 11 (ไอโอเอส 11)

iPhonemod - 22 September 2017 - 10:32

หนึ่งแอปฯ จัดการไฟล์ที่ครอบคลุมทุกบริการด้านการเก็บข้อมูล ไม่ว่าจะเป็น iCloud, Google Drive, Dropbox เป็นต้น จะถูกรวบรวมให้มาอยู่ในแอปฯ Files เพียงแอปฯ เดียว และนี่คือ 8 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับแอป Files ใน iOS 11

8 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับแอป Files ใน iOS 11 (ไอโอเอส 11) 1. มี iCloud Drive และแหล่งอื่น ๆ

สำหรับใครที่กลัวว่าไฟล์ของตัวเองที่อยู่ใน iCloud Drive นั้นจะสูญหาย ก็ไม่ต้องตกใจไปครับ เพราะในแอปฯ Files ใหม่นี้จะรวม iCloud Drive เข้าเป็นหนึ่งในฟีเจอร์ของแอปฯ ดังนั้น เราจึงสามารถเข้าดู สร้าง หรือจัดการไฟล์ของเราได้ผ่านแอปฯ Files ใหม่นี้ได้เลย และ Apple ยังได้รวมแอปฯ บริการข้อมูลต่าง ๆ ให้สามารถเข้ารวมกับแอปฯ Files ใหม่นี้ได้อีกด้วย เช่น Google Drive, Dropbox, OneDrive, PDF Expert เป็นต้น

ในช่วงของเวอร์ชันเบต้า Dropbox, Google Drive และ PDF Expert ก็ได้ทำการทดสอบและปรับปรุงให้ตัวแอปฯ สามารถใช้งานร่วมกับแอปฯ Files ใหม่นี้ได้หลังจากอัปเดตเป็น iOS 11 แล้ว

2. เพิ่มผู้ให้บริการข้อมูลจากแหล่งอื่นเองได้

สามารถเพิ่มหรือลบผู้ให้บริการข้อมูลต่าง ๆ ได้จากตัวเลือก “Locations” ภายในแอปฯ ได้ โดยแตะที่แถบ “Edit” และทำการเปิดใช้งานผู้ให้บริการข้อมูลที่ต้องการและกด “Done”

ใน iOS 11 ณ ปัจจุบัน หากเราเปิดใช้งานผู้ให้บริการข้อมูลต่าง ๆ เพิ่มเติม มุมมองหรือหน้าจอการใช้งานอาจจะยังไม่เป็นลักษณะเดียวกันกับแอปฯ Files แต่หลังจากที่ปล่อยตัวอัปเดต iOS 11 อย่างเป็นทางการแล้ว ในอนาคตอาจมีการอัปเดตเพิ่มเติมอีกครั้ง ให้มีหน้าจอการใช้งานที่เหมือนกันทั้ง Dropbox, Google Drive และ iCloud Drive

3. หน้าจอจัดการง่ายและเป็นระเบียบ

ในหน้าจอแสดงรายการของ iCloud Drive เราสามารถกดค้างที่ไฟล์หรือโฟลเดอร์เพื่อเปิดแถบจัดการขึ้นมาได้ โดยจะมีตัวเลือกให้จัดการ ดังนี้ Copy, Duplicate, Rename, Move, Delete, Share, Tags และ Info

แต่สำหรับโฟลเดอร์ตัวเลือก Share จะถูกแทนที่ด้วย Favorite (เมื่อเรากด Favorite โฟลเดอร์ดังกล่าวจะเข้าไปอยู่ในเมนู Favorites เพื่อเพิ่มความสำคัญให้กับโฟลเดอร์นั้นแทน)

4. ไอคอน iCloud คืออะไร

จากรูปด้านบน หากสังเกตดี ๆ จะเห็นรายการไฟล์หรือเอกสารที่มีไอคอน iCloud และมีลูกศรชี้ลง นั่นหมายความว่า รายการนั้นจะยังไม่ได้รับการดาวน์โหลดลงในอุปกรณ์ iOS ของเรา เราจำเป็นจะต้องแตะที่ไฟล์หรือรายการนั้น ๆ เพื่อดาวน์โหลดข้อมูลก่อนจึงจะสามารถใช้การได้ (โปรดคำนึงถึงไฟล์ที่มีเนื้อที่ขนาดใหญ่ หากยังไม่ได้เชื่อมต่อ Wifi)

5. การสนับสนุนไฟล์ Zip ยังมีข้อจำกัด

ในส่วนของการทำงานร่วมกับสกุลไฟล์ Zip หรือ Rar ในแอปฯ Files นั้น จะยังคงมีข้อจำกัด โดยเราจะไม่สามารถทำการบีบอัดไฟล์ (Zip) หรือทำการคลายซิปโฟลเดอร์ที่ถูกบีบอัด (Unzip) ได้ แต่สำหรับการดูข้อมูลภายในซิปนั้นอาจสามารถทำได้

ในอนาคตหากมีการอัปเดต คุณสามารถทดลองใช้เครื่องมือ Preview ในแอปฯ Files เพื่อเปิดดูข้อมูลใน Zip และสามารถทดลองลากไฟล์ที่อยู่ข้างใน Zip วางลงในพื้นที่ว่างข้างนอกดูได้

6. iCloud Sharing

หลังจากที่เราเปิดแชร์ไฟล์ (Share Sheet) ภายในแอปฯ Files แล้ว เราสามารถใช้ตัวเลือก “Add People” เพื่อทำการแชร์ไฟล์หรือเอกสารข้อมูลดังกล่าวให้กับบุคคลอื่นใน iCloud Drive ได้โดยการเชิญ (Invite) บุคคลอื่นให้เข้ามาดูหรือแก้ไขไฟล์ดังกล่าว (ข้อมูลบุคคลต่าง ๆ จะ Sync กับข้อมูลบุคคลในบัญชีทั้งหมดของเรา)

7. Drag&Drop ไม่ได้มีเพียงแค่ใน iPad เพียงเท่านั้น

ฟีเจอร์ Drag&Drop ไฟล์หลายไฟล์หรือแอปฯ หลายแอปฯ ที่มีใน iPad จะสามารถใช้ได้ใน iPhone ด้วยเช่นกัน โดยสามารถทำได้ดังนี้ กดค้างไว้ที่ไฟล์แรก จากนั้นแตะที่ไฟล์อื่น ๆ แล้วลากมารวมกับไฟล์แรกที่แตะค้างไว้จนรวมเป็นกองไฟล์หลายไฟล์ จากนั้นลากกองไฟล์ที่ต้องการไปไว้ยังตำแหน่งที่ต้องการแล้วปล่อยมือออก

สำหรับวิธีนี้จะใช้ได้ทั้ง iPad และ iPhone โดย iPad ยังสนับสนุนการย้ายไฟล์ระหว่างแอปฯ แต่ละแอปฯ อีกด้วย แต่สำหรับ iPhone จะสนับสนุนการย้ายไฟล์เฉพาะภายในแอปฯ Files เพียงเท่านั้น

8. Recents

แอปฯ Files จะแสดงไฟล์หรือเอกสารที่เราได้ใช้งานล่าสุดไว้ในส่วน Recents ของแอปฯ Files บนหน้าจอ iPad โดยที่เราไม่ต้องเปิดเข้าไปในแอปฯ เพื่อดูไฟล์ที่ใช้งานล่าสุด

วิธีใช้งาน ดังนี้ กดค้างไว้ที่ไอคอนแอปฯ ประมาณ 2-3 วินาที จนกว่าจะมีการแสดง Pop-up และไฟล์ล่าสุดออกมา คุณสามารถลากไฟล์ดังกล่าวไปยังแอปฯ อื่น ๆ ได้ตามต้องการ

ที่มา – cnet

The post 8 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับแอป Files ใน iOS 11 (ไอโอเอส 11) appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

AirPower อาจสามารถชาร์จใช้ได้แค่ Apple Watch Series 3 เท่านั้น รุ่นเก่าหมดสิทธิ์

MacThai - 22 September 2017 - 10:00

หลังจากที่แอปเปิลเปิดตัว AirPower แท่นชาร์จไร้สายใหม่ที่สามารถชาร์จได้ทั้ง iPhone, Apple Watch และ AirPods และจะวางจำหน่ายในต้นปี 2018

ซึ่งได้มีรายงานออกมาว่า AirPower อาจจะรองรับ Apple Watch แค่ Series 3 เท่านั้น นั่นหมายความว่า Apple Watch รุ่นแรก, Series 1 และ 2 ไม่สามารถชาร์จไร้สายบน AirPower ได้

นอกจากนี้ไอโฟนที่สามารถชาร์จบน AirPower ได้ก็จะมีรุ่นใหม่ที่พึ่งเปิดตัวไป ได้แก่ iPhone 8, 8 Plus และ X ส่วนหูฟัง AirPods อาจจะมีรุ่นที่ 2 ออกมาว่างจำหน่าย คือ จะมีการปรับปรุงกล่องใส่หูฟังใหม่ ที่สามารถชาร์จไร้สายได้นั่นเอง

อย่างไรก็ตามตอนนี้บนเว็บไซต์ของแอปเปิลก็บอกแต่เพียงว่า Apple Watch Series 3 รองรับชาร์จไร้สายบน AirPower เท่านั้น ส่วน Series 1 สามารถชาร์จกับสายชาร์จที่แถมมาให้เท่านั้น ไม่รองรับการชาร์จกับ AirPower สุดท้ายก็ต้องมาดูกันว่า Apple Watch Series 2 ที่แอปเปิลไม่พูดถึงนั้นจะรองรับ AirPower หรือไม่??

 

ที่มา – MacRumors

The post AirPower อาจสามารถชาร์จใช้ได้แค่ Apple Watch Series 3 เท่านั้น รุ่นเก่าหมดสิทธิ์ appeared first on Macthai.com.

Categories: Partners

Pages