Volkswagen ไม่ได้มีแค่รถเต่า แต่คือค่ายผู้ผลิตรถยนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกตอนนี้

Brand Inside - 2 hours 6 min ago

เมื่อพูดถึง Volkswagen หลายคนอาจนึกถึงรถเต่า แต่รู้หรือไม่ว่าผู้ผลิตรายนี้เพิ่งขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งยอดขายรถยนต์ทั่วโลก แถมปัจจุบันไม่ได้มีแค่รถเต่า เพราะมีตั้งแต่ VW, Audi, Porsche, Lamborghini ยัน Bugatti

Volkswagen ยอดขาย 10.7 ล้านคัน รวมมูลค่า 2.3 แสนล้านยูโร

แม้จะเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่เก่าแก่ แต่ Volkswagen (VW) ก็ในช่วง 20 ปีมานี้ค่ายรถยนต์ดังกล่าวไม่สามารถทำยอดขายได้เป็นอันดับ 1 ของโลกได้เลย โดยตามหลังกลุ่ม General Motors (GM) และกลุ่ม Toyota มาโดยตลอด แต่ล่าสุดในปี 2560 กลุ่ม VW ก็สามารถมียอดขายเป็นอันดับ 1 ของโลกได้สักที

โดยยอดขายของกลุ่ม VW มีถึง 10.7 ล้านคัน รวมมูลค่ากว่า 2.3 แสนล้านยูโร (ราว 7.52 ล้านล้านบาท) และแนวโน้มการเป็นเบอร์หนึ่งของ VW ก็ยังเป็นเบอร์หนึ่งได้อีกปีแน่ๆ หลังอดีตเบอร์หนึ่งอย่าง Toyota ยังเมาหมัดตัวเอง รวมถึงฝั่ง GM ก็ยังก้าวกลับมาลำบาก มีเพียงกลุ่มพันธมิตร Renault-Nissan ที่พอจะแข่งได้เท่านั้น

จำนวน และมูลค่าของยอดขายกลุ่ม Volkswagen ในปี 2560

ยิ่งภาพรวมการจำหน่ายรถยนต์ในไตรมาสแรกที่ทำได้ทั้งหมด 2,77 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 6.1% คิดเป็นมูลค่า 58,228 ล้านยูโร (ราว 1.9 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 3.6% และมีกำไรจากการดำเนินงาน 4,211 ล้านยูโร (ราว 1.38 แสนล้านบาท) ซึ่งจำนวนนี้ก็ยังทิ้งกลุ่มพันธมิตร Renault-Nissan และ Toyota อยู่เช่นเดิม

แบรนด์หลากหลายตั้งแต่ Economy ยัน Luxury

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นกลุ่ม VW นั้นไม่ได้ทำตลาดแค่ Volkswagen เพียงแบรนด์เดียว แต่มีแบรนด์รถยนต์ที่กลุ่มบริหารอยู่ถึง 12 แบรนด์ แถมครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์ระดับ Economy ไล่ไปจนถึง Super Luxury เลยทีเดียว โดยในไตรมาสแรกนั้นรถยนต์ที่จำหน่ายมากที่สุดก็คือ Volkswagen ผ่านจำนวน 9.12 แสนคัน

แบรนด์ทั้งหมดของกลุ่ม Volkswagen

ซึ่งก็ไม่แปลกนัก เพราะทางกลุ่มวางรถยนต์แบรนด์นี้เป็นระดับ Economy และตอบโจทย์ตลาดยุโรป รวมถึงในจีนที่มีการเติบโตสูง ถึงขนาดต้องแยกกลุ่มธุรกิจออกมาทำเฉพาะที่นั่นเลยด้วย ส่วนถัดมาก็เป็นแบรนด์ Audi รถยนต์ระดับ Premium ที่แข่งกับ Mercedes-Benz และ BMW ผ่าจำนวนยอดขาย 3.94 แสนคัน

ส่วนระดับ Super Luxury เช่น Porsche ก็ขายไปราว 61,000 คัน รวมถึง Bentley ก็จำหน่ายไป 2,000 คันอีกด้วย ที่สำคัญรถยนต์เกือบทุกแบรนด์ของกลุ่ม Volkswagen ยังเติบโตเกินกว่าภาพรวมการผลิตรถยนต์ของทุกค่ายทั่วโลกรวมกันที่เติบโตเพียง 2%/ปี คิดเป็นจำนวนราว 86,200 ล้านคัน

Strategy 2025 ของกลุ่ม Volkswagen เร่งรถยนต์ไฟฟ้า-บริการร่วมเดินทาง เพื่อความยั่งยืน

แต่ถึงจะเป็นเบอร์หนึ่งเรื่องยอดขายของผู้ผลิตรถยนต์ในตอนนี้ และอีกไม่กี่ปีข้างหน้า แต่กลุ่ม VW ก็ยังเดินหน้ากลยุทธ์ 2568 หรือ Strategy 2025 โดยเน้นที่เรื่องรถยนต์ไฟฟ้า, บริการร่วมเดินทาง รวมถึงการนำเรื่องดิจิทัล และการลดมลพิษเข้ามาเป็นเกณฑ์ในการเดินหน้าธุรกิจมากขึ้นเช่นกัน

เพราะถึงภาพรวมการผลิตรถยนต์ในตลาดโลกยังเติบโตอยู่ แต่ด้วยภาพรวมในตลาดยุโรป และสหรัฐอเมริกานั้นเริ่มชะลอตัว จนเหลือแค่ตลาดจีนที่ยังพอมีความหวัง ทำให้หากไม่เดินหน้าแผนดังกล่าว ก็มีความเสี่ยงที่จะพ่ายแพ้ในตลาดนี้ ยิ่งกลุ่มประเทศยุโรปต่างเดินหน้านโยบายลดมลพิษ การทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าก็มีความจำเป็นมากขึ้น

แผน Roadmap-E ของกลุ่ม Volkswagen

ตัวอย่างที่ดีที่สุดคือ Roadmap E ที่ทางกลุ่มตั้งเป้าว่าจะมีรถยนต์ไฟฟ้าทำตลาดทั้งหมด 80 รุ่น แบ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) จำนวน 50 รุ่น กับรถยนต์ Plug-in Hybrid 30 รุ่น ภายในปี 2568 และภายในปี 2573 ทางกลุ่มตั้งเป้าว่ารถยนต์กว่า 300 รุ่นที่กลุ่ม VW ทำตลาดอยู่ จะต้องมีอย่างน้อย 1 รุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ไฟฟ้า

สรุป

การเดินหน้า Strategy 2025 ของกลุ่ม Volkswagen นั้นต้องใช้เงินลงทุนขั้นต่ำกว่า 34,000 ล้านยูโร (ราว 1.29 ล้านล้านบาท) ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าค่ายนี้จริงจังกับเรื่องอนาคตขนาดไหน และต้องยอมรับว่า VW คงยืนระยะเป็นเบอร์หนึ่งไปอีกระยะแน่ๆ เพราะแบรนด์รองนั้นยังไม่ได้มี Direction และการลงทุนรถยนต์ไฟฟ้ามากขนาดนี้

อ้างอิง // Volkswagen(1),(2),(3)

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Categories: Blognone Network

มาเที่ยวเยอะไม่ได้แปลว่าดี! รพ.ญี่ปุ่นโอด นักท่องเที่ยวไร้ประกัน ทำสูญหลายล้านเยนต่อปี

Brand Inside - 2 hours 21 min ago

ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในจุดหมายที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างต้องการเดินทางไปสัมผัส แต่ปัญหาใหญ่ตอนนี้คือ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่มีประกันเดินทางระหว่างประเทศ ทำให้โรงพยาบาลในญี่ปุ่นปวดหัว เพราะต้องมาจัดการกับเหล่านี้

Photo: Shutterstock นักเดินทางไร้ประกัน ทำญี่ปุ่นปวดหัว แถมเสียเงินหลายล้านมาดูแล

หนึ่งในปัญหาใหญ่ของญี่ปุ่นตอนนี้คือ “ปัญหานักท่องเที่ยวไม่ทำประกันเดินทางระหว่างประเทศ” 

Tomomi Asaka แพทย์หญิงที่ประจำการอยู่ที่โรงพยาบาลกาชาดนาริตะ (Japanese Red Cross Narita Hospital) ระบุถึงปัญหานี้ว่า ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวที่ไม่มีประกันมักจะเข้ามารับการรักษาจากทางโรงพยาบาลแบบฉุกเฉินและเร่งด่วน

ที่สำคัญคือ ในหลายกรณีนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้ทำประกันเดินทางระหว่างประเทศไม่สามารถจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้กับโรงพยาบาลได้ ทำให้โรงพยาบาลญี่ปุ่นต้องเสียเงินรักษานักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เป็นจำนวนหลายล้านเยนต่อปี

Photo: Shutterstock

“ปัญหาเหล่านี้จะแก้ไขได้ด้วยการที่นักท่องเที่ยวเหล่านี้ซื้อประกันการเดินทาง” เธอบอก แต่ในขณะเดียวเธอก็บอกด้วยว่า ประเทศญี่ปุ่นเองก็น่าจะต้องรับผิดชอบกับเรื่องนี้ด้วย เพราะญี่ปุ่นได้ทำการประชาสัมพันธ์เชิญชวนนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศอย่างหนัก

สำหรับโรงพยาบาลกาชาดนาริตะ Asaka บอกว่า ได้สร้างแผนก International Medical Center ขึ้นมาตั้งแต่เดือนเมษายนปีที่ผ่านมา เพื่อดูแลผู้ป่วยต่างชาติที่ไม่มีประกันโดยเฉพาะ โดยในแผนกนี้มีพนักงานที่พูดได้ 3 ภาษาเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน

นอกจากนั้น เธอยังเล่าให้ฟังว่า บางครั้งเธอและทีมงานถึงกับต้องบินกลับไปประเทศต้นทางกับผู้ป่วยด้วยตนเอง เนื่องจากหากผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ประเทศญี่ปุ่น ผู้ป่วยจะไม่สามารถจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การที่นักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศเยอะไม่ได้แปลว่า “ดี” เสมอไป เพราะสุดท้ายอาจต้องมานั่งแก้ปัญหาที่ตามมาอีกมากมาย แต่อย่างไรก็ดี สำหรับเรื่องนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุด คือรัฐบาลญี่ปุ่นน่าจะต้องเร่งทบทวนตัวบทกฎหมายว่าด้วยเรื่องการท่องเที่ยวของชาวต่างชาติอีกสักครั้ง ก่อนที่จะมีปัญหาอื่นๆ ตามมาให้ต้องปวดหัวกันเพิ่มขึ้นอีก

ที่มา – Japantimes

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Categories: Blognone Network

Google ประกาศลงทุนใน JD.com มูลค่า 550 ล้านเหรียญสหรัฐ

Brand Inside - 2 hours 57 min ago

หลังจากความร่วมมือล่าสุดระหว่างเซ็นทรัล และ JD.com ในประเทศไทย ทาง Google ก็มีความเคลื่อนไหวในการลงทุนกับ JD.com มูลค่าถึง 550 ล้านเหรียญสหรัฐ

ภาพจาก Shutterstock

Google จะลงทุนใน JD.com มูลค่าการลงทุนทั้งหมด 550 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยทาง JD.com จะออกหุ้นชุดใหม่ให้กับ Google หุ้นละ 20.29 เหรียญสหรัฐ ประมาณ 27 ล้านหุ้น

การลงทุนครั้งนี้ของ Google ต่อเนื่องจากการที่บริษัทนั้นได้ประกาศเป็นพันธมิตรกับทาง Carrefour ซึ่งการลงทุนใน JD.com ครั้งนี้จะทำให้เกิดความร่วมมือใหม่ๆ ระหว่างสองบริษัทในเรื่องของการพัฒนาในเรื่องค้าปลีกใน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สหรัฐอเมริกา รวมไปถึงยุโรปด้วย

และดีลนี้ยังเป็นการส่งสัญญาณว่า Google เองสนใจในเรื่องธุรกิจค้าปลีกมากขึ้นกว่าเดิม อนาคตอันใกล้นี้เราจะได้เห็นผลิตภัณฑ์สินค้าที่ทาง JD.com เลือก ขึ้นสู่ Google Shopping และรวมไปถึง Google Now ด้วย

ส่วนทางด้าน JD.com นั้น การลงทุนของ Google ครั้งนี้เป็นเป้าหมายหนึ่งของทางบริษัทที่พยายามจะขยายสู่ตลาดใหม่ๆ ทั่วโลก ซึ่งล่าสุดเราเห็นได้จากการจับมือร่วมมือกับเซ็นทรัลในประเทศไทย เป็นต้น

ที่มาBloomberg, Financial Times, JD.com

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Categories: Blognone Network

สายอากาศ 5G เป็นเหตุ อาจจะทำให้สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่หมดยุคสวยเพรียวบาง?

MacStroke - 4 hours 28 min ago

ท่ามกลางกระแสการผลัดใบเทคโนโลยีสื่อสารในยุคต่อไปอย่าง 5G New Radio นั้นกำลังเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นตามลำดับแล้ว และทางผู้ออกแบบผลิตชิปเซ็ตและตัวเครื่องสมาร์ทโฟนอาจจะสามารถเริ่มนำร่องทำตลาดกันอย่างเร็วได้ตั้งแต่ช่วงปี 2019 แต่การเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมาพร้อมกับสัญญาณโทรศัพท์ 5G ในช่วงแรกนั้น อาจจะสร้างความรู้สึกแบบกลืนไม่เข้าคายไม่ออกขึ้นมาก็เป็นได้

เมื่อสัญญาณโทรศัพท์ 5G อาจจะทำให้บรรดาผู้ผลิตสมาร์ทโฟนต้องกลับไปทบทวนงานออกแบบตัวเครื่องกันแบบครั้งใหญ่ โดยเฉพาะบรรดาเครื่องที่ชูจุดขายในด้านความสวยเพรียวบาง เนื่องจากเทคโนโลยีเครือข่าย 5G ที่ทำงานด้วยคลื่นความถี่กำลังสูง มากกว่าระบบที่เราใช้งานกันอยู่ในพื้นฐานปัจจุบัน ทำให้อาจจะต้องมีการปรับรูปแบบการติดตั้งเสาอากาศชุดภาครับสัญญาณภายในตัวเครื่องกันใหม่

หากไม่เช่นนั้นแล้ว ก็อาจจะต้องติดตั้งมากขึ้นหลายจุดเพื่อลดความเสี่ยงของอาการสัญญาณดับบอด และการปรับเปลี่ยนภายในดังกล่าวนี้อาจจะต้องส่งผลกระทบไปถึงสัดส่วนและการเลือกใช้วัสดุผลิตตัวเครื่อง ความเป็นไปได้ที่ว่าอาจจะหมดยุคของเลือกใช้งานวัสดุโลหะ ในโอกาสนี้เลยด้วยหรือไม่ แต่ความซับซ้อนและข้อจำกัดในการสร้างโครงข่ายโทรศัพท์ 5G เองก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน ฉะนั้นแล้วคงมีอีกหลายๆ ประเด็นและความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการสื่อสารให้เราได้ติดตามดูกันในอนาคตยาวๆ เลยทีเดียวครับ

เรียบเรียงโดยทีมงาน GadGuan (สายอากาศ 5G เป็นเหตุ อาจจะทำให้สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่หมดยุคสวยเพรียวบาง?GadGuan)

Categories: Partners

วิธีใช้ฟีเจอร์ Live Listen เพื่อให้ AirPods เป็นเครื่องช่วยฟัง

iPhonemod - 4 hours 49 min ago

iOS 12 มีฟีเจอร์ใหม่มากมายโดยอีกหนึ่งความสามารถที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์อย่างมากคือ Live Listen ซึ่งฟีเจอร์นี้จะช่วยให้หูฟังไร้สาย AirPods ที่ปกติเราเอาไว้ฟังเพลงกันนั้นกลายเป็นอุปกรณ์สำหรับการช่วยฟังที่ใช้ได้กับคนปกติทั่วไปและผู้ที่มีปัญหาในการได้ยินอีกด้วย การใช้งานนั้นทำอย่างไรและเราจะใช้ในกรณีไหนบ้าง เราไปชมกันครับ

Live Listen คืออะไร

อธิบายให้เข้าใจแบบง่ายๆ เลย คือ Live Listen เป็นฟีเจอร์ที่ใช้ iPhone iPad เป็นไมโครโฟนรับเสียง จากนั้นเสียงจะไปดังที่ AirPods ทำให้สามารถได้ยินเสียงที่ชัดมากยิ่งขึ้นนั่นเองครับ

นำไปใช้ในสถานการณ์ไหนได้บ้าง?
  • ร้านอาหารหรือบริเวณที่บรรยากาศรอบข้างนั้นมีเสียงดัง
  • ใช้ในชีวิตประจำวันสำหรับผู้ที่มีความพกพร่องทางการได้ยิน

จากการทดสอบใช้งานจริงสำหรับผมเองโดยไปทานข้าวกับเพื่อนในร้านที่มีการแสดงดนตรีสด ปกติจะต้องพูดเสียงให้ดังและหลายครั้งถึงขั้นเจ็บคอ เราสามารถเปิดใช้ฟีเจอร์นี้ได้โดยใช้ AirPods คนละข้างแล้วเปิดฟีเจอร์ Live Listen นี้ แล้วนำ iPhone iPad วางที่จุดพอเหมาะที่ทั้ง 2 คนจะพูดคุยกัน หรือถ้าจะให้ดีที่สุดก็สามารถยื่นไปให้คนที่กำลังพูดก็ได้เช่นกัน

ผลจากการใช้งานพบว่าช่วยให้ได้ยินเสียงการสนทนาของเรากับเพื่อนได้ดีขึ้นมากโดยที่ไม่ต้องกระแทกเสียงดังๆ ให้เจ็บคออีกต่อไป

สำหรับผู้ที่มีความผิดปกติด้านการได้ยิน อาจจะได้ยินไม่ชัดถ้าเสียงเบาไป เป็นต้น ก็สามารถใช้ฟีเจอร์นี้ในการช่วยฟังได้เช่นกันและอีกอย่างการใส่ AirPods

วิธีใช้ฟีเจอร์ Live Listen เพื่อให้ AirPods เป็นเครื่องช่วยฟัง

ฟีเจอร์ Live Listen จะมาพร้อม iOS 12 ซึ่งจะเปิดให้ใช้งานจริงประมาณเดือนกันยายน 2018 นะครับ โดยการที่จะใช้ฟีเจอร์นี้ได้สิ่งที่ต้องมีคือ

  • iPhone หรือ iPad ที่ติดตั้ง iOS 12 แล้ว
  • AirPods หูฟังไร้สายจาก Apple สามารถหาซื้อได้ที่ Apple Store Online และร้านตัวแทนจำหน่ายอย่าง Studio 7 เป็นต้น

การเปิดใช้งานฟีเจอร์ Live Listen ไปที่

  • Settings (การตั้งค่า) > Control Center (ศูนย์ควบคุม)> Customize Controls (กำหนดแถบควบคุมเอง) > กดเครื่องหมาย + ที่ Hearing

หลังทำเช่นนี้เราจะเห็นฟีเจอร์ Hearing ปรากฏบน Control Center

การเปิดใช้งานฟีเจอร์ Live Listen 

  1. เสียบ AirPods เข้าที่หูจะ 1 หรือ 2 ข้างก็ได้
  2. ให้เลื่อนหน้า Control Center ลงมาจากนั้นเลือกที่ Hearing
  3. แตะที่ Live Listen จาก Off ให้เป็น On

หลังจากสถานะของ Live Listen เปลี่ยนเป็น On เราจะได้ยินเสียงที่หูฟัง AirPods และหากกดล็อคหน้าจอก็จะเห็นไอคอนไมค์สีแดงที่มุมบนซ้ายซึ่งหมายความว่าฟีเจอร์นี้ถูกเปิดใช้งานอยู่นั่นเองครับ

คงได้ทราบกันไปแล้วนะครับว่า Live Listen ใน iOS 12 นั้นคืออะไร มีประโยชน์ยังไงและใช้งานอย่างไร ถือว่าเป็นการเพิ่มประโยชน์ให้กับ iPhone iPad และ AirPods ที่ช่วยให้การใช้ชีวิตของเรานั้นดีขึ้น

ติดตามข้อมูล iOS 12 เพิ่มเติมได้ที่ https://iphonemod.net/ios-12

The post วิธีใช้ฟีเจอร์ Live Listen เพื่อให้ AirPods เป็นเครื่องช่วยฟัง appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

iOS 12 beta 1 ถูก Jailbreak สำเร็จแล้ว (ชมวิดีโอ)

iPhonemod - 4 hours 51 min ago

มีวิดีโอเผยแพร่ใน YouTube สาธิตการ Jailbreak iOS 12 beta 1 ตัวล่าสุดได้แล้ว คาดว่าเป็นการทดสอบและรายงานช่องโหว่ ไม่ปล่อยให้ผู้ใช้ทั่วไปได้ Jailbreak

iOS 12 beta 1 ถูก Jailbreak สำเร็จแล้ว

Liang Chen จาก Tencent Keen Lab เผยว่าสามารถ Jailbreak iOS 12 beta 1 ได้แล้ว โดยเผยแพร่ข้อมุลผ่าน Twitter และมีวิดีโอจาก YouTube ให้ชมกัน

สื่อต่างประเทศรายงานว่า Liang Chen ไม่น่าจะปล่อยตัว Jailbreak iOS 12 beta 1 นี้ให้ผู้ใช้ทั่วไปได้อัปเดต เนื่องจาก Tencent Keen Lab เป็นหน่วยงานก่อตั้งขึ้นมาเพื่อหาช่องโหว่ด้านความปลอดภัยของ Software ต่างๆ เพื่อทำการวิจัยนั่นเอง

สำหรับ iOS ตัวล่าสุดที่มีการเปิดเผยว่า Jailbreak ได้และเตรียมปล่อยอัปเดตคือ iOS 11.3.1 ซึ่งตอนนี้ Apple ก็ได้ปิด Downgrade เพื่อป้องกันการ Jailbreak นั่นเอง

ที่มา – iclarified

The post iOS 12 beta 1 ถูก Jailbreak สำเร็จแล้ว (ชมวิดีโอ) appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

สถานการณ์แรงงานครึ่งหลังปี 2561 งานขายยังครองแชมป์อยู่

Brand Inside - 5 hours 11 min ago

JobThai.com คาดการณ์ภาพรวมสถานการณ์แรงงานในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2561 พบว่าสายงานที่ต้องการมากที่สุดในตลาดยังคงเป็นงานขาย ตามมาด้วยช่างเทคนิค และงานผลิต

ภาพจาก Freepik งานด้านการผลิตมีความต้องการสูงขึ้น

เว็บไซต์หางาน JobThai.com ได้ประเมินภาพรวมตลาดแรงงานในช่วงครึ่งปีหลังนี้ จากการวิเคราะห์ฐานข้อมูลของเว็บไซต์ตั้งแต่ปี 2016 จนถึงปัจจุบัน พบ 10 สายงานที่คาดว่าต้องการแรงงานมากที่สุดยังคงเป็นงานขาย ตามมาด้วยงานด้านการผลิต ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ประจำเดือนเมษายน 2561 ที่พบว่าความต้องการแรงงานของภาคการผลิต ภาคขนส่ง ภาคการบริการมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

  1. ขาย                              จำนวน 17,000 – 21,000 อัตรา
  2. ช่างเทคนิค                     จำนวน   9,000 – 11,500 อัตรา
  3. ผลิต/ควบคุมคุณภาพ       จำนวน   8,000 – 9,800 อัตรา
  4. บริการลูกค้า                    จำนวน   5,800 – 7,000 อัตรา
  5. บัญชี/การเงิน                  จำนวน   5,000 – 6,500 อัตรา
  6. ธุรการ/จัดซื้อ                  จำนวน   4,800 – 5,900 อัตรา
  7. วิศวกรรม                         จำนวน   4,600 – 5,700 อัตรา
  8. อาหารและเครื่องดื่ม           จำนวน   3,900 – 4,700 อัตรา
  9. คอมพิวเตอร์/ไอที             จำนวน   3,200 – 3,900 อัตรา
  10. โลจิสติกส์และซัพพลายเชน จำนวน   2,900 – 3,500 อัตรา
ภาพจาก Freepik

แสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการเว็บไซต์จ๊อบไทยดอทคอม (JobThai.com) กล่าวว่า

“สถานการณ์แรงงานไทยจากผลสำรวจภาวะการทำงานของประชากร ประจำเดือนเมษายน 2561 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าประเทศไทยมีความต้องการแรงงานในกลุ่มของภาคการผลิต ภาคขนส่ง ตลอดจนภาคการบริการ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว สอดคล้องไปกับสถานการณ์ปัจจุบันของเศรษฐกิจประเทศไทยที่อยู่ในช่วงกำลังฟื้นตัว”

การลงทุนยังเป็นปัจจัยสร้างการเติบโต

ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยยังคงเป็นภาคส่งออก ภาคท่องเที่ยว การบริโภคของภาคเอกชน และการลงทุนของภาครัฐในโครงการสำคัญต่างๆ โดยเฉพาะโครงการ EEC ที่คาดว่าจะปิดประมูลเสร็จในไตรมาส 2 ซึ่งจะทำให้ครึ่งปีหลังเริ่มมีนักลงทุนเข้ามามากขึ้น รวมถึงมาตการช่วยเหลือจากภาครัฐในโครงการต่างๆ ก็เริ่มทยอยออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นการบริโภคของประชาชน

ขณะที่ภาคส่งออกและภาคบริการก็ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและการที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งจากในประเทศและต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยคาดว่าครึ่งปีหลังยังมีแนวโน้มที่เป็นบวก ซึ่งการขับเคลื่อนด้านเศรษฐกิจทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลต่อความต้องการแรงงานไทยในอนาคตเพื่อมารองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Categories: Blognone Network

ลดหรูลงหน่อย อย่าบินบ่อยได้ไหม JCPenney เตรียมขายเจ็ทส่วนตัวของอดีตซีอีโอ 3 ลำ

Brand Inside - 6 hours 1 min ago

ข่าวใหญ่ช็อควงการค้าปลีกโลกเมื่อไม่นานมานี้ คือการที่ Marvin Ellison อดีตซีอีโอของ JCPenny ลาออกจากบริษัทท่ามกลางช่วงที่บริษัทกำลังดิ้นรนหาเงินมาจ่ายหนี้

  • ล่าสุด ทาง JCPenny จึงตัดสินใจเตรียมขายเจ็ทหรูส่วนตัวของอดีตซีอีโอทั้ง 3 ลำเพื่อลดค่าใช้จ่ายของบริษัท
Photo: Shutterstock

JCPenny ค้าปลีกรายใหญ่จากสหรัฐอเมริกาเตรียมขายเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว 3 ลำของ Marvin Ellison อดีตซีอีโอเพลย์บอยชื่อดัง ที่ปัจจุบันได้ลาออกจากบริษัท และไปนั่งเป็นซีอีโอที่ Lowe’s ค้าปลีกอีกรายเรียบร้อยแล้ว

เครื่องบินเจ็ททั้ง 3 ลำที่ JCPenny เตรียมขายได้แก่ 2001 Gulfstream IV-SP, 2009 Gulfstream 450 และ 2010 Gulfstream 450

การขายเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของอดีตซีอีโอทั้ง 3 ลำ จะทำให้ JCPenny ลดต้นทุนของบริษัทได้หลายล้านดอลลาร์ เพราะค่าใช้จ่ายและค่าดำเนินการสำหรับเครื่องบินเจ็ททั้ง 3 ลำอยู่ที่ประมาณ 5-10 ล้านดอลลาร์ต่อปี

  • JCPenny คาดว่าการขายเครื่องบินเจ็ททั้ง 3 ลำนี้จะทำให้บริษัทได้รับเงินเพิ่มมาอีกประมาณ 20 ล้านดอลลาร์

สำหรับซีอีโอคนใหม่ที่จะขึ้นมาดำรงตำแหน่งของ JCPenny หลังจากนี้คงจะไม่มีเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวไว้ให้บินไปไหนมาไหนอย่างหรูหราอีกต่อไป เพราะขณะนี้การลดต้นทุนของบริษัทคือหนึ่งในหนทางอยู่รอดของบริษัทในยุคที่ค้าปลีกกำลังล่มสลาย

Marvin Ellison อดีตซีอีโอของ JCPenny Photo: National Retail Federation

ที่มา – Insider

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Categories: Blognone Network

แอบส่งใจอยู่นิดๆ Xperia XZ Premium ครองแชมป์พฤษภาความพึงพอใจลูกค้าจีน

MacStroke - 6 hours 53 min ago

ชื่อเสียงของโทรศัพท์จากค่ายผู้ผลิตญี่ปุ่นอย่าง Sony อาจจะเป็นที่ทราบกันดีว่ามีทั้งเสียงชื่นชมและค่อนขอด ซึ่งอย่างหลังอาจจะเยอะและดังกว่าปกติในบรรดานุแฟนด้วยกันเอง โดยเฉพาะกับการเปลี่ยนแปลงดีไซน์ครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา แต่การเปิดเผยที่สร้างความแปลกใจมากที่สุดยิ่งกว่า Xperia XZ Premium ชนะเลิศรางวัลสมาร์ทโฟนหน้าใหม่ยอดเยี่ยมบนเวทีงานจัดแสดงสินค้า Mobile World Congress ในปี 2017 นั้น ก็คือ ผลการสำรวจความพึงพอใจของผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนชาวจีนผ่านแอปพลิเคชั่น AnTuTu

โดยทาง AnTuTu ได้ทำการเก็บผลสำรวจความพึ่งพอใจ ในการใช้งานสมาร์ทโฟนของผู้บริโภคแดนมังกรตลอดพฤษภาคม 2018 พบว่าสมาร์ทโฟนที่มีถูกลงคะแนนโหวตสูงสุด 96 เปอร์เซ็นต์ คือ Xperia XZ Premium อดีตเรือธงจากปี 2017 ของ Sony ในขณะที่ทางเจ้าตลาดอย่าง Galaxy S8+ นั้นทำคะแนนจากตี๋หมวยแดนมังกรเข้ามาในลำดับที่ 5 ด้วยคะแนน 92 เปอร์เซ็นต์ และแปดอันดับที่เหลือถูกเหมาโดยผู้ผลิตสมาร์ทโฟนแบรนด์จีนทั้งหมด โดยสิ่งที่น่าสนใจในการจัดลำดับครั้งนี้ คือสมาร์ทโฟนปี 2018 เพียงรุ่นเดียวที่หลุดเข้ามาใน 10 ลำดับแรกได้ คือ OnePlus 6

สมาร์ทโฟนชื่อดังจาก Xiaomi อย่าง Mi Mix 2 และ Mi Max 2 มีคะแนนความพึงพอใจจากลูกค้าอยู่ที่ 93 และ 90 เปอร์เซ็นต์ ด้านของ Huawei ติดเข้ามาสองรุ่น คือ Mate 9 และ Mate 9 Pro โดยมีคะแนน 90 และ 88 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ และทาง Meizu ติดเข้ามาอีกสองรุ่น คือ Pro 6 Plus และ Charm Blue X ซึ่งสมาร์ทโฟนในการจัดลำดับดังกล่าวนี้ ล้วนมาจากปี 2017 เป็นส่วนใหญ่ หรือบางรุ่นก็ทำตลาดมาตั้งแต่ปี 2016 แล้วด้วยซ้ำ อาจจะทำให้เห็นได้ว่าอายุการใช้งานสินค้าโทรคมนาคมในแดนมังกร เริ่มถูกยืดระยะเวลาให้ยาวนานขึ้นกว่าเดิมอย่างมีนัยยะอยู่เหมือนกัน

เรียบเรียงโดยทีมงาน GadGuan (แอบส่งใจอยู่นิดๆ Xperia XZ Premium ครองแชมป์พฤษภาความพึงพอใจลูกค้าจีนGadGuan)

Categories: Partners

Nokia 5.1 Plus (หรือ X5) ผ่านการรับรองมาตรฐาน Bluetooth ในจีนแล้ว

MXPhone - 7 hours 36 min ago

เผยข้อมูลสมาร์ทโฟนรหัส TA-1109 จากแบรนด์ Nokia ที่ล่าสุดได้รับการรับรองมาตรฐานการเชื่อมต่อ Bluetooth จาก CCC หน่วยงานของจีนเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งนอกจากการรับรองแล้วยังมีการเผยว่ารุ่นนี้ใช้ชิปเซต Mediatek ตามข้อมูลระบุว่ารุ่นนี้ใช้เทคโนโลยี Bluetooth 4.2 โดยที่ปัจจุบันยังไม่มีการยืนยันว่าตัว TA-1109 จะเป็นสมาร์ทโฟน Nokia รุ่นอะไร แต่จากข้อมูลที่ผ่านมาอ้างว่า...

The post Nokia 5.1 Plus (หรือ X5) ผ่านการรับรองมาตรฐาน Bluetooth ในจีนแล้ว appeared first on mxphone.

Categories: Partners

ปล่อยภาพบัตรเชิญ Nubia Z18 ยืนยันจอดีไซน์ไร้ขอบแน่นอน

MXPhone - 7 hours 56 min ago

หากตามข่าวกันมาตั้งแต่ช่วงแรกๆจะเห็นว่าเบาะแสทุกอย่างจะชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่าตัว Nubia Z18 จะเป็นสมาร์ทโฟนที่มีดีไซน์หน้าจอแบบไร้ขอบ ซึ่งล่าสุดบนบัตรเชิญร่วมงานเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าวก็ได้มีการยืนยันเรื่องงานดีไซน์นี้ พร้อมโปรยคำโปรโมทไว้ว่า “เปิดสู่อนาคต” (Open the future) นอกจากตัวบัตรเชิญที่หลุดออกมาแล้ว ก็ยังมีภาพร่างดีไซน์ออกมาให้ชมกันด้วยซึ่งเผยว่าตัว Nubia Z18 มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านหลังเครื่อง ติดกล้องหลังคู่ มีปุ่มปรับระดับเสียงและปุ่ม Power ที่ขอบเครื่องด้านขวา ขอบเครื่องด้านล่างเป็นพอร์ต...

The post ปล่อยภาพบัตรเชิญ Nubia Z18 ยืนยันจอดีไซน์ไร้ขอบแน่นอน appeared first on mxphone.

Categories: Partners

เปิดแล้ว! JD.co.th อีคอมเมิร์ซจาก JD Central ภายใต้ความร่วมมือ JD.com+Central Group

Brand Inside - 8 hours 11 min ago

JD.co.th เปิดให้บริการเรียบร้อยแล้ว เป็นออนไลน์แพลตฟอร์มที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง JD.com และ Central Group ด้วยเม็ดเงินกว่า 17,500 ล้านบาท ในชื่อกลุ่ม JD Central หรือ บริษัท เซ็นทรัล เจดี คอมเมิร์ซ จำกัด กับเป้าหมายการขึ้นเป็นอันดับ 1 ในประเทศไทย

โดยมีคู่แข่งเจ้าประจำคือ Lazada ของ Alibaba เป็นเจ้าตลาด ตามมาด้วยคู่แข่งอีกหลายราย เช่น Shopee ของ SEA (หรือ Garena เดิม) และ 11Street จากเกาหลี นับดูจริงๆ แม้ Central Group จะเป็นอันดับหนึ่งในห้างค้าปลีกของไทย แต่ถ้าไม่ดึง JD.com เข้ามาร่วม อาจเป็นเรื่องยากที่จะเข้าชิงในตลาดออนไลน์

ลองมาดูกันว่า JD.co.th มีเส้นทางธุรกิจอย่างไร

JD.com ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกออนไลน์จากจีนแผ่นดินใหญ่

เมื่อพูดถึงค้าปลีกออนไลน์ในจีน คนไทยอาจคุ้นเคยกับ Alibaba มากกว่า แต่ JD.com ก็คือคู่แข่งที่มีขนาดใหญ่ไม่แพ้กัน จากข้อมูล JD.com ติดอันดับ Internet Company ระดับ Top10 และมีรายได้สูงที่สุดในประเทศจีน

  • มียอดธุรกรรม 199.1 พันล้านดอลลาร์ เติบโตขึ้น 55% (ปี 2016-2017)
  • ทำรายได้ 55.7 พันล้านดอลลาร์ เติบโตขึ้น 40.3%
  • มีลูกค้ามาใช้บริการเป็นประจำ 292.5 ล้านราย
  • มีร้านค้ากว่า 170,000 ร้าน
  • มีพนักงานกว่า 160,000 คน

JD.com เป็น E-Commerce ที่เติบโตเร็วที่สุดในจีน มีอัตราการเติบโตที่ 150% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และนั่นจึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่เกิดการร่วมทุนระหว่าง JD.com กับ Central Group

จาก Central Group สู่ JD Central

Central Group หรือกลุ่มเซ็นทรัล มีบริษัทลูกแยกย่อยหลายบริษัท ที่ผ่านมามีความพยายามสร้างแพลตฟอร์มออนไลน์และทำตลาดมาอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก ถ้าเราต้องการไปเดินห้างใกล้บ้าน เราอาจนึกถึงเซ็นทรัล แต่ถ้าต้องซื้อของออนไลน์ เซ็นทรัลอาจไม่ใช่ตัวเลือกแรกๆ ที่นึกออก

JD Central จึงเข้ามาสร้าง ecosystem ที่เกี่ยวกับค้าปลีกออนไลน์ใหม่ คือ การสร้างแพลตฟอร์ม E-Commerce, สร้างระบบ E-Logistics และระบบ E-Finance เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับคนซื้อ คำว่า “ประสบการณ์” สำคัญมากในโลกค้าปลีกออนไลน์​ เพราะถ้าผู้ซื้อรู้สึกดี ตั้งแต่หน้าตาเว็บ การค้นหา การจ่ายเงิน การจัดส่ง และสินค้าที่ได้รับ โอกาสที่จะกลับมาซื้อซ้ำอีกคือ การเติบโตของธุรกิจ

JD Central วางเป้าหมายเป็นอันดับ 1 แพลตฟอร์มออนไลน์ และแบรนด์ที่ได้รับความเชื่อถือที่สุด โดยมี 4 องค์ประกอบ

  • Best E-Commerce Experience ที่ดีที่สุด สินค้าคุณภาพไม่มีสินค้าปลอม (Fake)
  • World-Class Logistics and Delivery จัดส่งเร็วที่สุด เป็นมิตรกับผู้ซื้อ และให้บริการทั่วประเทศ
  • Best in Class O2O Integration ที่ดีที่สุด เชื่อมโลกออนไลน์และออฟไลน์ได้อย่างแนบเนียน
  • Local and International Brands มีแบรนด์สินค้าทั้งในและนอกประเทศ

กลยุทธ์เทคโนโลยีสร้างยอดขาย

จากเป้าหมายของ JD Central การใช้เทคโนโลยีเป็นส่วนสำคัญ​เพื่อสร้างยอดขาย โดยมี 5 ธุรกิจหลัก ได้แก่

  • Direct Sales
  • Marketplace
  • B2B Business
  • Logistics
  • Finance

ใช้ 4 เทคโนโลยี ได้แก่ Smart Logistics Solutions, AI Technology, Big Data Solutions และ New Logistics Technologies โดยมีสินค้าและบริการครอบคลุมทุกประเภท เช่น แฟชั่น,​ โมบาย, สุขภาพและความงาม,​ หนังสือ, ท่องเที่ยว,​ กล้อง, กีฬา,​ เครื่องใช้ไฟฟ้า,​ แม่และเด็ก,​ บ้านและของตกแต่ง และบันเทิง ซึ่งทั้งหมดจะมีการตรวจสอบคุณภาพสินค้าและบริการอย่างเข้มข้น

ระยะเวลาในการจัดส่งสินค้าและบริการ ในกรุงเทพกำหนดไว้ Same Day – 2nd Day ต่างจังหวัด 2nd – 3rd Day จัดส่งสินค้าทุกขนาดถึงหน้าประตูผู้ซื้อ (Door-to-Door) และยังแบ่งระบบ Logistics เป็น 4 ประเภท ได้แก่ B2B, Small-to-Medium Logisitcs, การจัดส่งแบบ Oversized และ การส่งสินค้าข้ามประเทศ

นอกจากนี้ยังการันตีการคืนสินค้า โดยกำหนดระยะเวลา 3-5 วันทำการ

ความร่วมมือยังไม่จบ จัดหนักทั้งเทคโนโลยีและแคมเปญ

JD.com ร่วมมือกับ Central Group ทั้งที ก็ต้องมีอะไรใหม่ๆ บ้าง นอกเหนือจากการใช้เทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการคลังสินค้า, การจัดแคมเปญการตลาด เช่น Flash Sale, Best Sellers, New Arrivals และอื่นๆ อีกมากมาย การใช้ Big Data เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค การจัดการสินค้า และการเสนอสินค้าให้ตรงความต้องการ

เวลานี้ JD.co.th เปิดให้บริการเรียบร้อยแล้ว ลองเข้าไปดูกันได้ว่าโปรโมชั่นเปิดตัวจะแรงขนาดไหน และน่าติดตามว่า จะใช้เวลานานแค่ไหนกว่า JD.co.th จะกลายเป็นชื่อเว็บ E-Commerce ที่ติดหูคนไทย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Categories: Blognone Network

FCC ผุดข้อมูลมือถือใหม่ Xiaomi รัน MIUI9 คาดเป็น Mi Max 3

MXPhone - 8 hours 12 min ago

องค์กรบริหารคลื่นความถี่ของสหรัฐอเมริกา (FCC) เผยข้อมูลการรับรองสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของ Xiaomi ประกอบด้วยรหัสโมเดล 2AFZZ-RMSC3DG และ 2AFZZ-RMSC3CG โดยที่มีตัวโมเดล M1804C3DG กับ M1804C3CG ที่ถูกเปิดเผยว่ามากับระบบปฏิบัติการ MIUI 9 น่าเสียดายที่จากข้อมูลไม่มีการเปิดเผยเรื่องชื่อที่จะใช้ทำตลาด หรือราคาที่จะเปิดตัว แต่เป็นที่เข้าใจกันว่าในเดือนหน้าทาง Xiaomi จะมีงานเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่...

The post FCC ผุดข้อมูลมือถือใหม่ Xiaomi รัน MIUI9 คาดเป็น Mi Max 3 appeared first on mxphone.

Categories: Partners

UPS เติมรถยนต์ไฟฟ้าเข้าสายส่ง รับนโยบายลดมลพิษ และประหยัดค่าใช้จ่าย

Brand Inside - 9 hours 13 min ago

บริษัทส่งพัสดุสินค้าต่างเริ่มมองหารถยนต์ไฟฟ้าเพื่อเข้ามาช่วยลดค่าใช้จ่ายของการขนส่ง รวมถึงลดปัญหาเรื่องการปล่อยมลพิษ ซึ่ง UPS ก็คือหนึ่งในนั้น ผ่านการสั่งรถยนต์ไฟฟ้า 1,000 คันจาก Workhorse แล้ว

รถขนส่งพัสดุของ UPS อีกก้าวของ UPS กับการใช้รถยนต์ไฟฟ้า

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของ UPS ในการเดินหน้าใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในธุรกิจขนส่งพัสดุ เพราะเมื่อเดือนก่อนก็เริ่มใช้งานรถบรรทุกไฟฟ้าที่กรุงลอนดอนบ้างแล้ว นอกจากนี้ยังเตรียมใช้งานรถบรรทุกไฟฟ้ากว่า 1,500 คนเพื่อขนส่งพัสดุในเมืองนิวยอร์ก รวมถึงการซื้อรถบรรทุกไฟฟ้าจาก Daimler และ Semi Truck ของ Tesla อีก 125 คันด้วย

ดังนั้นการเดินหน้าซื้อรถยนต์ไฟฟ้าจากบริษัท Workhorse ก็แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อขนส่งพัสดุอย่างชัดเจน โดยก่อหน้านี้ UPS เคยสั่งซื้อรถบรรทุกไฟฟ้ารุ่น 950 N-GEN จากบริษัทดังกล่าวไปแล้ว 50 คัน แต่ล่าสุดทางกลุ่มตัดสินใจสั่งซื้อเพิ่มเป็น 1,000 คันจากบริษัทดังกล่าว

โดยรถบรรทุกไฟฟ้ารุ่น 950 N-GEN มีลักษณะเป็นรถตู้ สามารถวิ่งได้ 160 กม. หลังจากชาร์จเต็ม และหากระยะทางไม่เพียงพอก็สามารถติดตั้งถังน้ำมันเพื่อให้วิ่งไกลขึ้นอีก 120 กม. ได้ เพราะเมื่อเทียบกับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่วิ่งได้ไกลกว่า 200 กม. แล้ว ก็ถือว่าค่อนข้างวิ่งได้สั้นกว่า

สำหรับ Workhorse นั้นหลายคนอาจไม่รู้จักแบรนด์นี้เท่าไรนัก แต่ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายนี้มีความโดดเด่นในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อการใช้งานเชิงพาณิชย์ ตัวอย่างเช่นรุ่น W-15 รถปิ๊กอัพไฟฟ้าที่ยังไม่มีแบรนด์ใดทำตลาดมากนัก และทางบริษัทคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีรถยนต์ไฟฟ้าของแบรนด์ออกมาวิ่งบนท้องถนนกว่า 2,000 คันด้วย

อ้างอิง // Electrek

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Categories: Blognone Network

ค้นหาข้อมูลจากคำหรือข้อความ (Look Up) ในแอป Safari แบบรวดเร็ว บน iPhone, iPad

iPhonemod - 9 hours 25 min ago

หลายคนอาจจะยังไม่เคยใช้หรือยังไม่ทราบว่า เราสามารถเลือกคำในแอป Safari เพื่อดำเนินการค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ เรามาชมวิธีกันเลย

ฟีเจอร์ Look Up หรือค้นดู ในแอป Safari จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคำหรือข้อความที่เลือกได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องคัดลอกหรือพิมพ์ข้อความใหม่ในหน้าค้นหาของ Google หรือช่องค้นหาด้านบนของ Safari เวลาที่เราเจอคำที่ใช่ หรือคำที่ต้องการค้นหา ก็เพียงแค่เลือกแล้วก็ใช้งาน Look Up ได้เลย

วิธีค้นหาข้อมูลจากคำหรือข้อความ (Look Up) ในแอป Safari แบบรวดเร็ว

เปิดแอป Safari และเข้าเว็บไซต์ > เลือกคำที่ต้องการค้นหา > แตะ ค้นดู (Look Up) > จะมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคำที่เราค้นหาทั้งหมดมาแสดงให้เลือก จากนั้นเราก็เลือกไปยังเว็บไซต์ที่ต้องการได้เลย

และนี่ก็เป็นทริคเล็กๆ น้อยๆ สำหรับการค้นหาข้อมูลใน Safari ที่จะช่วยให้การค้นหาจากคำหรือข้อความที่เราเลือกในหน้าเว็บที่กำลังอ่านอยู่ทำได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น ลดความซ้ำซ้อนในการค้นหาข้อมูลได้ดีเลยทีเดียว ใครที่ยังไม่เคยใช้หรือไม่เคยทราบมาก่อน ก็ลองใช้งานกันดูนะคะ

The post ค้นหาข้อมูลจากคำหรือข้อความ (Look Up) ในแอป Safari แบบรวดเร็ว บน iPhone, iPad appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

ยอดขาย TV ในบราซิลเพิ่มขึ้นเพราะแคมเปญโฆษณาล้อผลบอลโลก 7-1 เมื่อ 4 ปีที่แล้ว

Brand Inside - 9 hours 34 min ago

ใครจะไปเชื่อว่าการที่บราซิลแพ้เยอรมัน 7-1 จะทำให้ 4 ปีต่อมายอดขายทีวีในประเทศบราซิลในหลายๆ ช่องทางเพิ่มสูงขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากเพราะแคมเปญโฆษณาล้อเลียนผลฟุตบอล

แฟนฟุตบอลชาวบราซิลที่ผิดหวังจากการแพ้เยอรมัน 7-1 (ภาพจาก Shutterstock)

แคมเปญดังกล่าวนั้นมาจากบริษัทจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ประเทศบราซิลที่มีชื่อว่า Magazine Luiza  ซึ่งล้อเลียนผลฟุตบอลโลกปี 2014 ที่บราซิลแพ้ให้กับเยอรมันถึง 7-1 “ยังใช้ทีวีเครื่องเก่าที่บราซิลแพ้ 7-1 ไว้ดูฟุตบอลโลกรอบนี้อยู่เหรอ” และยังมีการจัดโปรโมชั่นนำทีวีเก่ามาเป็นส่วนลดในการซื้อทีวีเครื่องใหม่ได้อีกต่างหาก

Frederico Trajano ซึ่งเป็น CEO ของทางบริษัทยังได้กล่าวเสริมว่า “ผมจะไม่ปล่อยให้ชาวบราซิลดูทีวีเครื่องเดิมที่แพ้ 7-1 โดยเด็ดขาด” ซึ่งแคมเปญนี้ทำให้ยอดขายทีวีของบริษัทนั้นเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาเลยทีเดียว

โฆษณาในเว็บไซต์ที่ได้ล้อเลียนเรื่องผลฟุตบอลโลกในปี 2014

แน่นอนว่าบริษัทผู้ผลิตทีวีที่มีฐานการผลิตในบราซิลไม่ว่าจะเป็น Panasonic หรือ LG มียอดขายสูงขึ้นถึง 25% จากช่วงปกติ เนื่องจากได้รับผลดีจากฟุตบอลโลก และยังรวมไปถึงแคมเปญที่กล่าวมานั้นก็ช่วยทำให้ทีวีนั้นขายดีขึ้นมากกว่าปกติ ไม่ว่าจะเป็นทั้งออนไลน์ หรือแม้แต่ห้างค้าปลีกอย่าง Carrefour ก็เช่นเดียวกัน

ที่มาBloomberg, New York Times

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Categories: Blognone Network

Hedge Fund ที่เน้นลงทุนใน Cryptocurrency ผลตอบแทน YTD ติดลบไปแล้ว 35%

Brand Inside - 9 hours 36 min ago

ผลตอบแทนของ Cryptocurrency ในปีนี้ให้ผลตอบแทนที่ไม่ดีนัก และมีความผันผวนสูงมากในช่วงที่ผ่านมาอีกด้วย แต่ดูเหมือนนักลงทุนในเอเชียยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ภาพจาก Shutterstock

Hedge Fund Research ได้ออกบทวิเคราะห์มาว่าผลตอบแทนจาก 4 ใน 5 เดือนของ Hedge Fund ที่เน้นลงทุนใน Cryptocurrency นั้นมีผลตอบแทนขาดทุน โดยผลตอบแทนจากต้นปีจนถึงปัจจุบันนั้น -35% ไปแล้ว

โดยเฉพาะผลตอบแทนของ Bitcoin ที่เริ่มต้นปีมาด้วยราคา 17,500 เหรียญสหรัฐ จนล่าสุดราคาเหลือเพียงแค่ 6,511 เหรียญสหรัฐ ทำให้พาผลตอบแทนของ Cryptocurrency อื่นๆ ดิ่งลงเหวตามไปด้วย และจะเห็นว่าช่วงที่ผ่านมาตลาด Cryptocurrency นั้นมีความผันผวนอย่างมาก

การที่สถาบันการเงินเข้ามามากขึ้นอาจเป็นข้อดี

Henri Arslanian จาก PwC ได้กล่าวว่า นักลงทุนรายย่อยจะเห็นว่าตลาด Cryptocurrency นั้นมีความผันผวนมากในช่วงที่ผ่านมาเพราะว่าตลาดอยู่ในช่วงขาลง แต่ Hedge Fund หลายๆ ที่เริ่มมองเห็นโอกาสนั้น

เขายังได้เสริมถึงเรื่องที่สถาบันการเงินใหญ่ๆ เริ่มสนใจซื้อขายและลงทุน Cryptocurrency ว่านั่นเป็นข้อดีระยะยาวของตลาด Cryptocurrency เพราะถึงแม้ว่าในระยะสั้นๆ ราคาจะมีความผันผวนสูงมาก

ตลาดเอเชียยังสนใจสูง

Josh Gu นักวิเคราะห์จาก HFR นั้นกล่าวว่า แม้ว่าตลาดของ Cryptocurrency จะมีความผันผวนสูง แต่เรื่องนี้ยังเป็นประเด็นร้อนในประเทศจีนและญี่ปุ่น ซึ่งนักลงทุนในเอเชียยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ Hedge Fund ที่เน้นลงทุนใน Cryptocurrency ในเอเชียยังมีจำนวนสูงขึ้นต่อเนื่อง

ที่มาFinancial Times

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Categories: Blognone Network

โฆษณา Apple ชุด Switch (ภาษาไทย) ชวนผู้ใช้ Android ย้ายมาใช้ iPhone

iPhonemod - 9 hours 57 min ago

Apple ได้เผยแพร่วิดีโอโฆษณาใหม่ ชุด Switch (แนะนำให้เปลี่ยนมาใช้ iPhone) เวอร์ชันภาษาไทย โดยเป็นการแนะนำฟีเจอร์ Portrait, App Store, ความปลอดภัยและอื่นๆ

รายละเอียดโฆษณาเป็นข้อความจาก Apple

iPhone — ภาพถ่ายบุคคล

ถ่ายภาพถ่ายบุคคลคุณภาพระดับสตูดิโอแบบไม่ต้องมีสตูดิโอ แล้วชีวิตก็ง่ายขึ้นเยอะเมื่อใช้ iPhone เปลี่ยนเลยวันนี้

iPhone — App Store

รีวิวแอพใน App Store ป้องกันมัลแวร์ได้โดยการตรวจเช็คแอพทุกๆ แอพ เพื่อให้ทั้งคุณและ iPhone ของคุณปลอดภัย เปลี่ยนมาใช้ iPhone วันนี้

iPhone — ปลอดภัย

การอัพเดท iOS บ่อยๆ ช่วยให้ iPhone ของคุณปลอดภัยมากขึ้น แล้วชีวิตก็ง่ายขึ้นเยอะเมื่อใช้ iPhone เปลี่ยนเลยวันนี้

iPhone — บริการช่วยเหลือจาก Apple

รับบริการช่วยเหลือคุณภาพระดับโลกจากคนจริงๆ ทางโทรศัพท์หรือออนไลน์ แล้วชีวิตก็ง่ายขึ้นเยอะเมื่อคุณเปลี่ยนมาใช้ iPhone เปลี่ยนเลยวันนี้

iPhone — สบาย

อัพเกรดมาใช้ iPhone แอพ “ย้ายไปยัง iOS” ช่วยให้การย้ายรายชื่อ รูปถ่าย และอีกมากมายเป็นเรื่องง่าย เปลี่ยนเลยวันนี้

iPhone — สิ่งแวดล้อม

iPhone ได้รับการประกอบขึ้นในโรงงานที่ไม่มีการส่งขยะไปยังพื้นที่ฝังกลบ แล้วชีวิตก็ง่ายขึ้นเยอะเมื่อคุณเปลี่ยนมาใช้ iPhone เปลี่ยนเลยวันนี้

เปลี่ยนมาใช้ iPhone

Apple ได้โฆษณาให้ผู้ใช้ Android และระบบอื่นเปลี่ยนมาใช้ iPhone หรือ iOS และได้เปิดหน้าเว็บ apple.com/th/switch เพื่อประชาสัมพันธ์ถึงความง่าย และความสะดวกหากเปลี่ยนมาใช้ iPhone

The post โฆษณา Apple ชุด Switch (ภาษาไทย) ชวนผู้ใช้ Android ย้ายมาใช้ iPhone appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

วิธีล้างข้อมูลเว็บไซต์ (Clear Website Data) เพื่อเพิ่มพื้นที่ Apple Watch ใน watchOS 5

iPhonemod - 11 hours 2 min ago

หลังจากที่ watchOS 5 ได้มีการปรับให้ผู้ใช้สามารถดูหรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้บน Apple Watch จากลิงค์ที่ส่งมาทางข้อความหรืออีเมล จึงได้มีอีกฟีเจอร์เล็กๆ ที่เพิ่มเข้ามา โดยให้ผู้ใช้สามารถเคลียร์ข้อมูลเว็บไซต์บน Apple Watch ได้ เรามาชมวิธีกัน

การล้างข้อมูลเว็บไซต์ (Clear Website Data) เป็นการลบไฟล์แคชที่เครื่องเคยเก็บสะสมคุกกี้ รูปภาพและประวัติการเข้าชมเว็บไซต์ต่างๆ ไว้ในเครื่อง ยิ่งนานวันยิ่งทำให้ไฟล์เหล่านี้เพิ่มมากขึ้น จนกินพื้นที่ในเครื่อง หากเราลบหรือเคลียร์ไฟล์เหล่านี้ออก จะช่วยให้คืนพื้นที่ในเครื่องได้เยอะมากขึ้น

วิธีล้างข้อมูลเว็บไซต์ (Clear Website Data) บน Apple Watch ใน watchOS 5

ไปที่การตั้งค่า (Settings) > ทั่วไป (General) > ล้างข้อมูลเว็บไซต์ (Clear Website Data) > ยืนยันการล้างข้อมูลเว็บไซต์อีกครั้ง (Clear Website Data)

สำหรับใครที่อัปเดตเป็น watchOS 5 beta 1 แล้วต้องเปิดเว็บไซต์ผ่านข้อความหรืออีเมลบ่อยๆ ก็ลองล้างข้อมูลเว็บไซต์ (Clear Website Data) กันดูนะคะ เผื่อว่าจะช่วยให้พื้นที่ใน Apple Watch เพิ่มขึ้น

The post วิธีล้างข้อมูลเว็บไซต์ (Clear Website Data) เพื่อเพิ่มพื้นที่ Apple Watch ใน watchOS 5 appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

แจกภาพพื้นหลัง (Wallpaper) ชุด ‘Vibrant’ สำหรับ iPhone

iPhonemod - 12 hours 28 min ago

หากใครสนใจภาพพื้นหลังลวดลายการ์ตูนพร้อมแสงนีออนสวยงาม เราขอแนะนำ ภาพพื้นหลังชุด “Vibrant” สำหรับ iPhone เราได้รวบรวมมาให้ดาวน์โหลดกัน

ภาพพื้นหลัง (Wallpaper) ชุด ‘Vibrant’ สำหรับ iPhone

แตะที่ลิงก์ “ดาวน์โหลด” เพื่อดาวน์โหลด และ Save ภาพจากลิงก์ที่เปิด (เปิดใน Safari จะดีที่สุด) จะได้ความละเอียดสูงสุด หาก Save จากโพสต์นี้เลยภาพจะไม่ค่อยคมชัด

ภาพที่ 1 – ดาวน์โหลด

ภาพที่ 2 – ดาวน์โหลด

ภาพที่ 3 – ดาวน์โหลด

ภาพที่ 4 – ดาวน์โหลด

ภาพที่ 5 – ดาวน์โหลด

ขอบคุณภาพพื้นหลังสวยๆ จากเว็บไซต์ – idownloadblog

The post แจกภาพพื้นหลัง (Wallpaper) ชุด ‘Vibrant’ สำหรับ iPhone appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

Pages