รวมแอปปล่อยฟรี ในวันที่ 13 ต.ค. 2561 รีบโหลดก่อนหมดเวลา

iPhonemod - 12 October 2018 - 23:30
Free Apps 13 10 2018 Cover

มาแล้วครับ รวมแอปปล่อยฟรี ในวันที่ 13 ตุลาคม 2561 ที่คราวนี้ก็ขนแอปมาให้ชาว iPhoneMod ได้เลือกใช้งานกันอีกมากมายเช่นเคย จะมีแอปไหนน่าสนใจบ้าง เข้ามาชมกันได้เลยครับ

รวมแอปปล่อยฟรี วันที่ 13 ต.ค. 2561

หมายเหตุ: กรุณาเช็คราคาสุดท้ายก่อนโหลดอีกครั้ง เพราะหากช้าไปเพียงชั่วโมงราคาก็อาจปรับขึ้นแล้ว

  1. MyTracks. – เครื่องมือติดตามหรือ GPS ติดตามในแบบเรียลไทม์ มีความแม่นยำสูง ใช้สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น วิ่ง ปั่นจักรยาน หรือเดินป่า เป็นต้น มีการแสดงความเร็ว พิกัด และแชร์กราฟเส้นทางผ่าน Facebook ได้ ถูกปล่อยฟรีจากราคา $4.99
  2. Altimeter GPS – Hike & Trek – สุดยอดแอปสำหรับนักเดินทางไกล นักปีนเขา หรือนักเดินป่า ที่มีเครื่องมือวัดอเนกประสงค์มากมาย เช่น เข็มทิศ เครื่องวัดความสูง ความดัน ความเร็ว นับก้าว อุณหภูมิ และอื่นๆ อีกมากมายครบครัน ถูกปล่อยฟรีจากราคา $8.99 เชียวครับ
  3. Cubit — AR Ruler Toolkit – เครื่องมือวัดขนาดที่ใช้เทคโนโลยี AR เข้ามาช่วยวัดอย่างแม่นยำ สามารถวัดได้ในแบบไม้บรรทัดหรือวัดขนาดของรูปถ่ายบนฝาผนังก็ได้เช่นเดียวกัน ถูกปล่อยฟรีจากราคา $2.99 (แอปนี้ให้ใช้งานฟรี 14 วัน หลังจากนั้นจะเริ่มเก็บเงินอัตโนมัติ)
  4. Cycles – Daily Habit Creator – เครื่องมือสุขภาพที่ช่วยให้คุณสามารถตั้งเป้าหมายและตรวจจับพฤติกรรมของคุณในรูปแบบกราฟสถิติวงกลม (Cycles) สวยงามได้ เช่น บันทึกการวิ่ง การดื่มน้ำ พาหมาไปเดินเล่น เป็นต้น รองรับการใช้งานร่วมกับ Apple Watch ถูกปล่อยฟรีจากราคา $0.99
  5. Heart Mate – แอปที่เปลี่ยน iPhone ของคุณให้กลายเป็นเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ตรวจจับตั้งแต่ตอนพัก ก่อนออกกำลังกาย ระหว่างออกกำลังกาย และหลังออกกำลังกาย เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ ถูกปล่อยฟรีจากราคา $0.99
  6. SodaSpeak – แอปรับ-ส่งข้อความด้วยเสียงแทนการพิมพ์ สะดวก รวดเร็ว สามารถใช้งานร่วมกับ iPhone และ Apple Watch ได้เป็นอย่างดี ถูกปล่อยฟรีจากราคา $0.99
  7. Hallows Eve – แอปแต่งรูป สร้างพื้นหลัง (Background) หรือใส่สติกเกอร์ ติดรูปถ่ายแนว “ผี” สำหรับวันฮาโลวีน มีไลบรารี่ให้เลือกเยอะ จะใช้ตกแต่งแกล้งคนอื่นก็ยังได้ ถูกปล่อยฟรีจากราคา $0.99
  8. Dr. Panda Hospital – เกมสำหรับเด็กวัย 2-6 ขวบ ที่จะช่วยให้เด็กๆ ได้เรียนรู้การเป็นสัตวแพทย์/หมอ เพื่อดูแลสัตว์อื่นๆ ในโรงพยาบาลแพนด้า ถูกปล่อยฟรีจากราคา $2.99
  9. Monster Stunts – เกมรถไต่ถังหรือรถมอนสเตอร์ตีลังกา 360 องศา ไปตามเส้นทางหฤโหด เกมเล่นง่าย มีรถมากกว่า 10 แบบให้เลือก ถูกปล่อยฟรีจากราคา $1.99
  10. Bingo PartyLand – เกมบิงโก (Bingo) ออนไลน์ เล่นกับเพื่อนๆ และคนอื่นๆ จากทั่วโลกในแบบไลฟ์สดวินาทีต่อวินาที ถูกปล่อยฟรีจากราคา $1.99

หมายเหตุ: สำหรับใครที่กลัวว่าแอปไหนจะฟรีเพียงแค่หนึ่งสัปดาห์หรือแอบหักเงินโดยที่ไม่รู้ตัว เมื่อโหลดแอปแล้วโปรดเข้าไปเช็คและดูวิธีการยกเลิกได้ที่ –> วิธียกเลิกสมัครรับบริการทางออนไลน์ เช่น Netflix, Apple Music และบริการอื่นๆ

——————–

หากถูกใจก็โปรดอย่าลืมกด Like กด Share เป็นกำลังใจให้แอดมินด้วยครับ

ขอขอบคุณ
ทีมงาน iPhoneMod

The post รวมแอปปล่อยฟรี ในวันที่ 13 ต.ค. 2561 รีบโหลดก่อนหมดเวลา appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

Canon เปิดตัว Digital Photo Professional Express แต่งภาพใน iPad

iPhonemod - 12 October 2018 - 23:00
Digital Photo Professional Express Cover

Digital Photo Professional Express เป็นแอปพลิเคชันระบบจัดการภาพถ่ายดิจิทัลแบบพกพาและไร้สายของ Canon หรือมีชื่อย่อว่า DPP Express โดยการนำเอาประสิทธิภาพของซอฟต์แวร์ DPP เพื่อเอาไปใช้งานใน iPad และทำงานร่วมกับแอปพลิเคชัน Camera Connect

Dpp Image04

Canon เปิดตัว Digital Photo Professional Express แต่งภาพใน iPad

สามารถประมวลผลไฟล์ได้ทั้ง JPEG และ R3 RAW ใช้งานง่ายแต่มีประสิทธิภาพ สามารถดูภาพและปรับแต่งได้ทันที (พร้อมเปรียบเทียบก่อนและหลัง) จากนั้นจึงเลือกบันทึกไฟล์ลงคลาวด์, คอมพิวเตอร์, หรือกล้อง โดยหน้าตาของแอปพลิเคชันถูกปรับแต่งเพื่อใช้งานกับ iPad โดยเฉพาะ

การปรับภาพ JPEG Support format New RAW format (CR3)
JPEG Import** From Camera Connect (CR3/JPEG)
From Camera Roll (JPEG) Select Select in thumbnail view
Switch preview image by button / flick gesture Focus/Composition Fit to screen, pixel by pixel
Zoom in up to 400%
AF Frame display Histogram RGB, R, G, B, Luminance Export JPEG only Remove Photo From thumbnail view Edit History Remembers 4 histories for each image Copy History Applicable for CR3 images Compare Adjustment Switch between before/after adjustment
Switch between Edit History tabs ** Photos are saved inside app storage
การปรับภาพ RAW Cropping Aspect ratio, Angle Picture Style Standard, Auto, Portrait, Landscape, Fine Detail, Neutral, Faithful, Monochrome, [Custom PS] White Balance Auto, Daylight, Shade, Cloudy, Tungsten, White fluorescent light, Flash, Color temperatures, Gray point, Fine-tune Brightness Brightness
Auto Lighting Optimizer Gamma Level Auto
Black point, Mid point, White point
Contrast, Highlight, Shadow Saturation Color tone, Color saturation
Filter effect, Toning effect (monochrome) Tone Curve RGB, R, G, B, Luminance,
Adjustable for each channel Color Hue, Saturation
Specified color 8 colors palette Lens Correction Shooting distance, Diffraction correction, Chromatic aberration, Color blur, Peripheral illumination, Distortion Detail Noise reduction, Sharpness, Unsharp mask

ภาพสามารถปรับแต่งได้จากการนำเข้ากล้อง EOS R, EOS M50 โดยตรงหรือผ่านทาง iPad ที่มี RAM มากกว่า 2GB (iPad Pro, iPad Air 2, iPad 5, iPad mini 4) บนระบบปฏิบัติการ iOS 11 ขึ้นไป

Dpp Image03 1 Dpp Image03 3 Dpp Image03 2

ที่มา – usa.canon.com

The post Canon เปิดตัว Digital Photo Professional Express แต่งภาพใน iPad appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

OPPO ชักชวนเหล่าวัยรุ่นออกมาทำตามฝัน ออกจาก Safe Zone เพื่อค้นหาสีสันของชีวิต

Brand Inside - 12 October 2018 - 21:22

เราเกิดมามีโอกาสได้สัมผัสชีวิตวัยรุ่นเพียงครั้งเดียว การลองได้ทำอะไรใหม่ๆ ในช่วงวัยรุ่นจึงเป็นหนึ่งในสีสันของชีวิต เหมือนอย่าง OPPO แบรนด์สมาร์ทโฟนที่กล้าทำสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการคิดค้นเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ๆ ออกแบบสีสันลวดลายใหม่ๆ ที่ไม่เหมือนใคร และครั้งนี้ OPPO ก็ได้ Break the line สร้างความ Unique ในแบบที่แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ด้วยการดีไซน์ OPPO F9 Starry Purple ที่มาพร้อมกับการดีไซน์ที่โดดเด่นในแบบไล่เฉดสีสองสีพร้อมประกายระยิบระยับสะดุดตา กล้าออกจากกรอบการดีไซน์มือถือแบบเดิมๆ อันเป็นสาส์นที่ OPPO อยากจะส่งไปให้ถึงวัยรุ่นว่า ถึงเวลาแล้วที่จะทำตามฝัน สร้างสีสันให้กับชีวิต    

OPPO จึงดึง 3 วัยรุ่นระดับแม่เหล็กที่คนไทยรักและชื่นชมในความสามารถและมีเอกลักษณ์ในแบบของตัวเอง อย่างนักแสดงสาวสวย ญาญ่า, นักร้องนักแต่งเพลงคนดัง The Toy และ นักแสดงหนุ่มที่กำลังมาแรงสุดๆ  อย่าง ธนภพ มาเข้าร่วมแคมเปญ “Break the Line to be Unique” เล่าเรื่องและแสดงตัวตน 3 สไตล์ผ่านวิดีโอทั้งสามตัว แสดงให้วัยรุ่นไทยเห็นว่าเราสามารถเป็นคนที่เจ๋งได้ ด้วยการเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ OPPO ให้ความสำคัญมาตลอด

“ทุกคนมีความ Unique ของตัวเอง นั่นคือสิ่งที่ทำให้โลกนี้น่าสนใจ น่าอยู่ และน่าค้นหา” : ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ นักแสดง

ใครจะรู้ว่านักแสดงสาวญาญ่า นอกจากเธอจะเป็นนักแสดงสาวสวยมากความสามารถแล้ว เธอยังมีมุมเล็กๆ ไว้สานฝันของตัวเอง นั่นก็คือการวาดรูป และเธอยังทำมันออกมาได้ดีมากอีกด้วยเพราะสำหรับญาญ่าแล้วการได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลามันเหมือนกับการที่เราได้แต่งแต้มสีสันใหม่ๆ ให้กับชีวิตจนอาจจะทำให้เราได้ค้นพบอีกหนึ่งตัวตนที่ใช่สำหรับเรา ได้รู้จักสีสันใหม่ๆ ที่โดนใจเหมือนกับญาญ่าที่ได้เรียนรู้และตกหลุมรักการถ่ายรูปเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งสี

“ในเส้นทางที่เราเลือกเดิน มันมีความสวยงามแตกต่างกันออกไป” :  The Toy ธันวา บุญสูงเนิน นักร้อง

ส่วนนักร้องนักแต่งเพลงคนดัง The Toy ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่กล้าเสี่ยง กล้าลองเพื่อที่จะเดินในทางที่ตัวเองรัก รวมถึงการกล้าที่จะฉีกแนวการร้องเพลงช้าซึ้งๆ มาผสมผสานกับการแรพจนเกิดเป็นแนวเพลงใหม่ ที่มีเอกลักษณ์ แตกต่าง และไม่เหมือนใคร และยังเป็นเพลงที่ได้รับกระแสตอบรับดีมากๆ จนติดหูวัยรุ่นชนิดที่เดินไปที่ไหนก็ต้องได้ยินเพลงของหนุ่ม The Toy ซึ่งสำหรับทอยนั้น ดนตรีก็เป็นเหมือนสีสันต่างๆ ที่มีหลากหลายสี และสามารถเอามาผสมผสานกันจนเกิดเป็นสีสันใหม่ๆ ที่ใช่สำหรับก็ได้

“ผมเชื่อว่า การเป็นตัวของตัวเอง คือความสวยงามที่แท้จริง” : ต่อ ธนภพ ลีรัตนขจร นักแสดง

ส่วนทางด้าน ต่อ ธนภพ ดาราวัยรุ่นที่ฝากฝีมือจากบทบาทเด็กวัยรุ่นธรรมดา  เมื่อบทที่ได้รับนั้นหินขึ้นเรื่อยๆ และ ต่อ ธนภพก็แสดงฝีมือโดดเด่นเป็นที่ยอมรับ และเปล่งประกายในวงการบันเทิงที่คู่แข่งมากมายได้อย่างสวยงาม เพราะต่อมองว่าการได้เรียนรู้บทบาทที่แตกต่างกันในแต่ละครั้ง ก็เหมือนกับการได้เรียนรู้สีสันใหม่ๆ ในชีวิต เรียนรู้ที่จะทำความรู้จักกับสีสันที่ต่างไปจากเดิม จนบางทีเราอาจจะได้เจอสีที่เป็นตัวเราก็ได้

ทั้งสามคนเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับการพยายามพิสูจน์ตัวเอง และทำในสิ่งที่รัก เลือกเดินบนทางที่ใช่แสดงพลังในการทำตามฝัน สร้างเอกลักษณ์ของตัวเอง และสามารถส่งต่อพลังนี้ต่อไปยังวัยรุ่นไทยทุกคนที่กำลังสับสน และกลัวที่จะเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ  ดังนั้น OPPO จึงอยากจะสนับสนุนให้เหล่าไว้รุ่น กล้าที่จะออกจาก Safe Zone ลองค้นหาสีสันใหม่ๆ ในแบบที่เป็นตัวของตัวเองกับแคมเปญ “Break the Line to be Unique” เหมือนกับที่ OPPO ที่ได้ลองและค้นหาสีสันใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา จนเจอความ Unique ที่ไม่เหมือนใคร อย่าง OPPO F9 Starry Purpleดีไซน์ที่สวยงามโดดเด่นไม่เหมือนใคร มาพร้อมระบบชาร์จไว VOOC Flash Charge ที่ช่วยให้ชีวิตมีเวลาเหลือออกไปค้นหาสีสันให้กับตัวเอง ชาร์จ 5 นาที คุยได้ 2 ชั่วโมง OPPO ยังพร้อมเป็นหนึ่งในการเรียนรู้และ เก็บเกี่ยวทุกประสบการณ์ในชีวิตทุกคน กับกล้องหน้าที่คมชัดถึง 25 MP และกล้องหลังคู่สุดอัจฉริยะให้คุณได้เก็บทุกความทนงจำ และทุก ประสบการณ์ให้อยู่กับเราไปอีกแสนนาน

อย่าลังเลที่จะค้นหาสีสันของชีวิตเพื่อค้นพบตัวตนใหม่ของตัวเองที่ถูกซ่อนไว้ และแสดงตัวตนอีกด้านให้โลกรู้ผ่าน OPPO F9 สมาร์ทโฟนสำหรับวัยรุ่นที่กล้าแสดงออก กล้าที่จะเป็นตัวของตัวเอง

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Categories: Blognone Network

ถึงจังหวะลงทุน! เมื่อหุ้นไทยตก บลจ. ทิสโก้ส่ง ทริคเกอร์ฟันด์ (Trigger Fund) หวังกำไร 5%

Brand Inside - 12 October 2018 - 18:40

เมื่อตลาดหุ้นไทยตกลงกว่า 40 จุด แม้ว่าวันที่ 12 ต.ค. 2561 หุ้นจะฟื้นตัวกลับมา +13 จุด แล้ว แต่บลจ.ทิสโก้ถือว่าเป็นช่วงเวลาทองในการลงทุนหุ้น เลยออกกองทุนทริคเกอร์ฟันด์ (Trigger Fund) ตัวใหม่ หน่วยลงทุนเริ่มต้นที่ 10 บาทเท่านั้น

ภาพจาก shutterstock เมื่อวานหุ้นไทย และทั่วโลกตกเพราะอะไร?

สาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการสายการตลาด บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด บอกว่า ที่ผ่านมาดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงตามตลาดหุ้นอื่นๆ ทั่วโลก สาเหตุหลักมาจากนักลงทุนกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (FED) จะปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังเห็นตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาดี แถมวันที่ 11 ต.ค. 2561 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับลงแรงที่สุด (นับตั้งแต่เดือน ก.พ. 2561) นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ปรับลงแรงกว่า 5%

ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ (Bond Yield) อายุ 10 ปี ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และสูงสุดในรอบ 7 ปี (อยู่ที่ 3.23%) ก็ส่งผลกดดันให้มูลค่าหุ้นทั่วโลกลดลง ซึ่งไทยเราก็ได้รับผลกระทบมาด้วย

แต่ระยะยาวบลจ.ทิสโก้มองว่าตลาดหุ้นไทยยังมีแนวโน้มที่ดี เพราะมีปัจจัยบวกในประเทศอยู่ เช่น เศรษฐกิจไทยน่าจะโต 4.5% การเลือกตั้งมีความชัดเจน และคาดว่าจะมีเงินไหลเข้าหุ้นไทยทำให้ดัชนีหุ้นค่อยๆ ปรับขึ้นโดยบลจ.ทิสโก้คาดว่าภายในสิ้นปีนี้ดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสจะไปที่ระดับเป้าหมายที่ 1,790 จุดได้

ภาพจาก shutterstock กองทุนใหม่ Trigger fund บลจ.ทิสโก้ตั้งเป้าหมายผลตอบแทนประมาณ 5%

ช่วงที่ดัชนีหุ้นไทยปรับลดลงถือเป็นโอกาสเข้าไปลงทุน บลจ.ทิสโก้จึงเสนอขาย กองทุนเปิด ทิสโก้ ไทย อิควิตี้ ทริกเกอร์ 5M#3 (TEQT5M3) ความเสี่ยงระดับ 6 (ความเสี่ยงสูง) เน้นลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีความมั่นคง มีแนวโน้มการเจริญเติบโตทางธุรกิจ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ดัชนีชี้วัดของกองทุนนี้ คือ ดัชนีผลตอบแทนรวมตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET TRI)  มีมูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท

โดยตั้งเป้าหมายเลิกโครงการเมื่อหน่วยลงทุนมีมูลค่า (NAV) มากกว่าหรือเท่ากับ 10.50 บาท/หน่วย ภายในระยะเวลา 5 เดือน โดยเปิดเสนอขายครั้งแรกตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 17 ต.ค. 2561 ราคาอยู่ที่ 10 บาท/หน่วย มูลค่าจองซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท (ค่าธรรมเนียมในการซื้อ 1%) สามารถซื้อได้ที่สาขาธนาคารทิสโก้

ข้อสำคัญที่ต้องอ่านก่อนซื้อคือ การกำหนดเป้าหมายที่จะปิดกองตอน 10.50 บาท/หน่วย ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทนของกองทุน และผู้ลงทุนไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้ในช่วงระยะเวลา 5 เดือนแรก ดังนั้นหากมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุน ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก และเป้าหมายดังกล่าวเป็นเป้าหมายก่อนหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง

สรุป

เมื่อหุ้นตก บลจ.ทิสโก้ เลยออกกองทุน Trigger fund มาให้นักลงทุนระยะสั้นๆ 5 เดือน ตั้งเป้าหมายว่าถ้าผลตอบแทนเพิ่มขึ้น 5% ขึ้นไปจะปิดกองส่งเงินกลับไปหาทุกคน แต่ข้อสำคัญที่นักลงทุนต้องรู้คือ กองทุนนี้ไม่การันตีผลตอบแทน ไม่สามารถขายหน่วยลงทุนได้ภายใน 5 เดือนแรก แถมยังเป็นกองทุนในหุ้น 80% ย่อมมีความเสี่ยงสูง ก่อนจะซื้อลองประเมินความเสี่ยงที่รับได้กันก่อน

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Categories: Blognone Network

แก้ปัญหาขาดแรงงาน! Yamato จับมือทุนสหรัฐฯ พัฒนาอากาศยานไร้คนขับขนาดเล็กเพื่อขนส่งพัสดุ

Brand Inside - 12 October 2018 - 18:16

Yamato หรือแมวดำ ยักษ์ใหญ่บริการขนส่งพัสดุจากญี่ปุ่นได้คิดการใหญ่ด้วยการพัฒนาอากาศยานขนาดเล็กไร้คนขับเพื่อขนส่งพัสดุ หลังตัวธุรกิจเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก ผ่านสถานการณ์สังคมผู้สูงอายุในญี่ปุ่น

อากาศยานขนาดเล็กไร้คนขับที่ Yamato Holdings ร่วมพัฒนา แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานด้วยการไม่มีแรงงาน

ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา Yamato Holdings หรือแมวดำ ค่อนข้างประสบปัญหาทางธุรกิจเป็นอย่างมาก สังเกตจากผลกำไรจากการดำเนินงานที่ลดลง หลังต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้น รวมถึงการมีพนักงานที่ไม่เพียงพอต่อการให้บริการ ถึงขนาดที่บริษัทต้องเพิ่มราคาค่าใช้บริการกับผู้บริโภคทั่วไป 15% และลูกค้าองค์กรก็โดนคิดเพิ่มเช่นกัน

เหตุนี้เอง Yamato จึงต้องคิดค้นวิธีขนส่งพัสดุแบบล้ำๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้หุ่นยนต์มาช่วยบริหารคลังสินค้า หรือการใช้ Drone เข้ามาช่วงส่งพัสดุ และล่าสุดคือการพัฒนาอากาศยานขนาดเล็กไร้คนขับ หรือ Unmanned Cargo Aircraft เพื่อบรรทุกพัสดุจำนวนมาก และไปส่งที่หมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Yamato Holdings

สำหรับการพัฒนาครั้งนี้ Yamato ได้ร่วมกับ Bell Helicopter Textron ผู้พัฒนาอากาศยานจากสหรัฐอเมริกา โดยคาดว่าจะเปิดตัวได้ในช่วงกลางทศวรรษ 2020 และอากาศยานไร้คนขับขนาดเล็กตัวนี้จะแบกพัสดุได้รวมสูงสุด 453 กก. และบินได้เร็ว 160 กม./ชม. ที่สำคัญคือสามารถขึ้นบิน และลงจอดได้ในแนวตั้ง

อย่างไรก็ตามหลังจาก Yamato ประกาศขึ้นค่าบริการเมื่อปลายปีก่อน ทำให้ปีปฏิทิน 2560 ที่เพิ่งจบไป บริษัทสามารถมีผลกำไรจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น 2.3% เป็น 35,700 ล้านเยน (ราว 10,000 ล้านบาท) ถือเป็นครั้งแรกใน 3 ปีที่กำไรจากการดำเนินงานนั้นเพิ่มขึ้น

Flying Taxi // ภาพ Shutterstock

ขณะเดียวกันการพัฒนาอากาศยานขนาดเล็กไร้คนขับนั้น ก็ล้อไปกับนโยบายของรัฐบาลญี่ปุ่นที่กำลังหารือกับบริษัทเอกชนเพื่อพัฒนารถยนต์บินได้ หรือ Flying Car เพื่อแก้ปัญหาการจราจรภายในเมือง รวมถึงใช้งานในภูมิภาคที่เข้าถึงลำบาก และช่วงภัยพิบัติต่างๆ ด้วย โดยคาดว่าสิ่งดังกล่าวจะเริ่มให้บริการในเชิงพาณิชย์ในทศวรรษ 2020

สรุป

นวัตกรรมกลายเป็นเรื่องสำคัญทันทีในธุรกิจขนส่ง เพราะเมื่อต้นทุนเริ่มเพิ่มขึ้น แถมในประเทศญี่ปุ่นก็ยังมาเจอเรื่องแรงงานขาดแคลนอีก การเน้นพัฒนาอะไรก็ได้ที่มาทดแทนคน ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ต้องทำให้เร็วที่สุด ซึ่งอนาคตเราอาจได้เห็นยักษ์ใหญ่ในโลก Logistic เริ่มมาลงทุนอะไรแบบนี้มากขึ้นก็ได้

อ้างอิง // The Japan Times, Yamato

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Categories: Blognone Network

KTC ไตรมาส 3/18 กำไรสุทธิโต 65% ทำสถิตใหม่ มีแผนทำนาโนไฟแนนซ์

Brand Inside - 12 October 2018 - 18:11

บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC ได้รายงานงบการเงินไตรมาส 3 ของปี 2561 โดยกำไรในไตรมาสนี้โตถึง 65% เนื่องจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น มูลค่าการใช้จ่ายต่อบัตรเพิ่มขึ้น รวมไปถึง NPL ลดลงอีกด้วย

ไตรมาส 3/18 ของหุ้น KTC กำไรสุทธิของไตรมาสนี้อยู่ที่ 1,396 ล้านบาท มากกว่าไตรมาส 3 ของปีที่ผ่านมา 65% ขณะที่รายได้ไตรมาสนี้ของบริษัทอยู่ที่ 4,989 ล้านบาท ปริมาณการใช้บัตร KTC เติบโตขึ้น 8.4% ขณะที่ NPL ลดลงมาอยู่ที่ 1.23%

สินเชื่อเติบโตขึ้น 6.9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ของปีที่ผ่านมา ในไตรมาส 3 รายได้จากดอกเบี้ยอยู่ที่ 1,865 ล้านบาท เติบโต 13.3% ส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย อยู่ที่ 3,074 ล้านบาท เติบโต 7.4%

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของบริษัทอยู่ที่ 1,825 ล้านบาท มากกว่าไตรมาส 3 ของปีที่แล้ว 1% เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการติดตามหนี้ ค่าธรรมเนียมจ่าย Interchange ที่เพิ่มขึ้น รวมไปถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับพนักงาน

KTC มีมุมมอง 9 เดือนว่าบริษัททำรายได้ที่ดีได้อย่างต่อเนื่อง และปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต KTC เพิ่มขึ้น รวมไปถึงสินเชื่อของ KTC เองด้วย ทำให้รายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้บริษัทหลักทรัพย์ KT Zmico ยังได้รายงานว่า KTC ยังเตรียมที่จะมาทำธุรกิจนาโนไฟแนนซ์อีกด้วย ซึ่งต้องรอผู้ถือหุ้นใหญ่อย่างธนาคารกรุงไทยอนุมัติอีกที

ที่มาตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Categories: Blognone Network

เปิดงบ Tisco ชี้ 9 เดือนแรกกำไรสุทธิโต 15.8% ทิสโก้ยิ้มรับรายได้โตจากทุกส่วน

Brand Inside - 12 October 2018 - 16:32

แม้จะไม่ใช่แบงก์ขนาดใหญ่ แต่ราคาหุ้นของทิสโก้ก็ขยับไปใกล้แบงก์ใหญ่ขึ้นทุกที แถมตอนนี้ปันผลยังให้สูงถึง 6.33% ว่าแต่ผลประกอบการรอบ 9 เดือนแรกของปีนี้เป็นอย่างไรบ้าง

กลุ่มทิสโก้เผย 9 เดือนแรกปี 61 กำไรสุทธิ 5,290 ล้านบาท โต 15.8%

สุทัศน์ เรืองมานะมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ บอกว่า ผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2561 ของเรามีกำไรสุทธิที่ 5,290 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 722 ล้านบาท ถือว่าเติบโต 15.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ถ้าดูเฉพาะงวดไตรมาส 3 มีกำไรสุทธิที่ 1,815 ล้านบาท เติบโต 15.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ไตรมาส 3 นี้กำไรสุทธิมาจากกธุรกิจหลัก ทั้งรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (ได้มาจากการปล่อยสินเชื่อ) รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจนายหน้าประกันภัย (Bancassurance) และค่าธรรมเนียมธุรกิจจัดการกองทุน แถมยังมีการรับรู้รายได้พิเศษระหว่างไตรมาส ส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น 9.0%

ปัจจัยหลักในการขยายตัวมาจากความสามารถในการสร้างรายได้จากทุกภาคธุรกิจ และความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่กลุ่มทิสโก้ให้ความสำคัญมาโดยตลอด

ภาพจาก Shutterstock กลยุทธ์หลักธุรกิจรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่ม-คุมต้นทุน-คุมหนี้เสีย

ในส่วนของผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2561 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า กำไรสุทธิมีจำนวน 5,290 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.8% มาจากทุกส่วน โดยเฉพาะ 1.รายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้น 14.9% ตามความสามารถในการรักษาอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อรวม 2.การรับโอนธุรกิจสินเชื่อจากธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) 3. รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเติบโต ทั้งจากธุรกิจหลัก ซึ่งรายได้ค่าธรรมเนียมขยายตัว 6.2% 4.การรับรู้รายได้พิเศษตลอด 9 เดือน

วันที่ 30 ก.ย. 61 ยอดสินเชื่อรวมของกลุ่มทิสโก้อยู่ที่ 240,051 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% จากไตรมาสก่อนหน้า ส่วนที่โตมากคือ สินเชื่อ“สมหวัง เงินสั่งได้” เป็นสินเชื่อจำนำทะเบียนโต 8.9% จากไตรมาสก่อนหน้า

แม้ว่าในภาพรวมหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ยังคงที่จากไตรมาสก่อน แต่เรายังตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มขึ้น ตามนโยบายการตั้งสำรองอย่างระมัดระวังเพื่อรองรับความผันผวนทางธุรกิจ ปัจจุบันสัดส่วนเงินสำรองหนี้สูญต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่ระดับ 193.5%

ก่อนสิ้นปีทิสโก้ต้องวางแผนธุรกิจอย่างไร?

ไตรมาสสุดท้ายของปี 2561 กลุ่มทิสโก้จะสร้างการเติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจ เน้นจุดแข็งการให้บริการอย่างผู้เชี่ยวชาญและให้คำแนะนำที่ตอบโจทย์ลูกค้า คัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีและเหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย และทำตาม Market Conduct  ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และบริหารภาพรวมธนาคารให้ดีขึ้นในช่วงเวลาที่อัตราดอกเบี้ยทั่วโลกอยู่ในช่วงขาขึ้น

ธนาคารทิสโก้ยังคงรักษาระดับฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่งมาโดยตลอดทั้งปี โดยมีประมาณการอัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ 22.6%  สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำ 10.375% ที่กำหนดโดย

สรุป

กลุ่มทิสโก้ ออกผลประกอบการ 9 เดือนกำไรสุทธิโต 15.8% เมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน แถมยังโตจากทุกส่วนทั้งรายได้ดอกเบี้ยที่มาจากสินเชื่อ ไหนจะรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจนายหน้ากองทุนรวม ประกันภัย ส่วนไตรมาส 4 นี้ ต้องทำตามเกณฑ์แบงก์ชาติ ขยายบริการให้คลอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่ม

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Categories: Blognone Network

ปลอดภัยสุดๆ Kanye West ปลดล็อกไอโฟนด้วย 000000

MacThai - 12 October 2018 - 16:15

kanye

ในปัจจุบันนี้ เชื่อว่าทุกคนที่มีไอโฟนย่อมตั้งค่าการล็อกหน้าจอก่อนเข้าใช้งานกันเป็นปกติ ไม่ว่าจะตั้งรหัสเป็นตัวเลข, ใช้ Touch ID หรือปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face ID) ก็ตาม เพราะสมาร์ทโฟนก็เปรียบคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งของเรา ที่เต็มไปด้วยข้อมูลสำคัญมากมาย

Kanye West ปลดล็อกไอโฟนด้วยรหัส 000000 ระหว่างออกทีวีขณะเข้าพบประธานาธิบดีสหรัฐฯ

Kanye West แร็ปเปอร์และนักทำเพลงชื่อดังของอเมริกาได้เข้าพบ Donald Trump ประธานาธิปดีสหรัฐฯ โดยมีนักข่าวเข้ามาทำข่าวและถ่ายทอดสดออกอากาศมากมาย

ซึ่งในระหว่างการพูดคุยกันนั้น Kanye ได้หยิบ iPhone X ออกมาปลดล็อกด้วยการกดเลขศูนย์อย่างต่อเนื่องจนเข้าใช้งานได้ หรือแปลว่า Kanye นั้นตั้งรหัสปลดล็อกไว้เป็น 000000 นั่นเอง

Kanye just unlocked his iPhone before the TV cameras in the Oval Office. And his password is just 0 repeatedly pic.twitter.com/mOAbhRLr7s

— Steve Kopack (@SteveKopack) October 11, 2018

จากข่าวนี้ทำให้หลายคนได้วิพากย์วิจารย์ว่า Kanye นั้นละเลยความปลอดภัยของไอโฟนตัวเองที่กำหนดรหัสผ่านง่ายๆ อย่าง 000000 แต่บ้างก็บอกว่ารหัสผ่านดังกล่าวอาจง่ายเกินไปจนคนอื่นไม่สามารถเดาได้ อย่างไรก็ตามการปลดล็อกไอโฟนแห่งประวัติศาสตร์ครั้งนี้ก็ได้ถูกเผยแพร่ไปยังทั่วโลกแล้ว

สำหรับการเข้าพบประธานาธิปดีครั้งนี้ของ Kanye มีจุดมุ่งหมายคือ เขาได้เสนอให้ประธานาธิปดีเปลี่ยนเครื่องบินส่วนตัวจากปกติที่เป็น Air Force One ไปใช้งานเป็นเครื่องบินคอนเซปต์ที่ใช้พลังไฮโดรเจนชื่อว่า iPlane 1

DpPo8bqU0AEKOWP

อย่างที่ทีมงาน MacThai กล่าวไว้ข้างต้น การรักษาความปลอดภัยให้กับสมาร์ทโฟนของเราเองเป็นเรื่องที่สำคัญมากในปัจจุบัน เพราะเราอาจใช้เวลาอยู่กับโทรศัพท์มากกว่าคอมพิวเตอร์เสียอีก จึงอาจมีข้อมูลสำคัญๆ อยู่ด้วยจำนวนมากนั่นเองครับ

ที่มา : The Verge

The post ปลอดภัยสุดๆ Kanye West ปลดล็อกไอโฟนด้วย 000000 appeared first on Macthai.com.

Categories: Partners

พาชม Marvel Experience Thailand และช็อปของที่ระลึก ราคาดีงาม โปรเพียบ สาวกมาเวลไม่ควรพลาด

MacThai - 12 October 2018 - 16:03

marvel_macthai_cover

หลังจากที่เปิดกันมาได้ซักพักแล้ว ทีมงาน MacThai ก็ได้มีโอกาสมาเยี่ยมชม Marvel Experience Thailand ศูนย์บัญชาการ Marvel แห่งแรกในอาเซียน ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณห้างเมกาบางนาบนพื้นที่กว่า 20,000 ตารางเมตร สำหรับ Marvel Experience Thailand นี้เราจะได้เข้ามามีประสบการสวมบทเป็นหน่วย S.H.I.E.L.D และทำงานร่วมกับ ฮีโร่ Marvel อย่าง กัปตันอเมริกา, สไปเดอร์แมน, ไอรอนแมน ละอีกหลาย ๆ ฮีโร่ แถมยังเป็นที่ตั้งของร้านค้าที่ขายสินค้า Marvel ในราคาที่ถูกมาก ๆ แห่งหนึ่ง

เดินทางเข้าชม Marvel Experience Thailand

สำหรับการเดินทางมายัง Marvel Experience Thailand ก็คือการเดินทางมายังเมกาบางนา ถ้ามารถไฟฟ้าคือนั่งมาลงสถานีอุดมสุข แล้วจะมีรถ Shuttle Bus ฟรีของห้างมารับตรงหน้า 7-11 ส่วนใครที่ขับรถมาก็มีที่จอดรถให้เยอะมาก ไม่ต้องกลัวไม่มีที่จอด

เมื่อมาถึงเมกาบางนางแล้วก็จะมีรถกอล์ฟ รับส่งจากประตูของห้างมายัง Marvel Experience ฟรีอีกเช่นกัน (สอบถามจุดขึ้นที่พนักงานได้เลย มารับตรงไหนบ้าง) จากนั้นเราก็ได้เดินทางมาถึงอาคารศูนย์บัญชาการขนาดใหญ่ ที่แค่เห็นก็เริ่มรู้สึกตื่นเต้นแล้ว อลังมาก ๆ

marvel-thailand-review-macthai-2

เมื่อเข้ามาเราก็จะได้พบกับส่วนต้อนรับซึ่งเป็นโถงขนาดใหญ่ บริเวณขายบัตรจะอยู่ด้านซ้าย สิ่งแรกที่เราทำเลยก็คือเดินไปซื้อตั๋วก่อน หรือใครจะเข้ามาเพื่อซื้อของที่ระลึกอย่างเดียวอันนี้ก็ไม่ว่ากัน ซึ่งเดินเข้าไปด้านในจะมีส่วนร้านอาหารด้วย

marvel-thailand-review-macthai-3

มาถึงส่วนที่หลายคนสงสัยก็คือ ราคาตั๋วเข้าชมว่าอยู่ที่เท่าไหร่กันแน่ ตรงนี้ Mavel Experience Thailand เปิดตัวอยู่ที่ 1,500 บาท แต่ก็มีส่วนลดมากมาย เช่น

  • ลูกค้า True ลดเหลือ 422 บาท สำหรับเด็ก 475 บาท สำหรับผู้ใหญ่
  • โปรโมชั่นสำหรับลูกค้า AIS, DTAC หรือการจ่ายผ่าน Rabbit LINE Pay
  • โปรโมชั่นบัตรเครดิต SCB, KTC, กรุงศรี

นั่นทำให้ราคาจริง ๆ ของการเข้าชมจะเหลือเพียงแค่ 400 – 500 บาทเท่านั้น นับว่าไม่แพงอย่างที่คิดและคุ้มมาก ๆ

marvel-thailand-review-macthai-5

หลังจากที่ซื้อบัตรกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทีมงานจะจับเราไปถ่ายรูป (ฟังดูน่ากลัว) เพื่อทำบัตรว่า เราได้เป็นสมาชิกของ S.H.I.E.L.D แล้ว โดยเราจะสามารถเลือกได้ด้วยว่าเป็นมนุษย์, แอนดรอย, ฮีโร่ หรืออื่น ๆ ตามที่เราต้องการ ในส่วนนี้เราจะได้รับบัตรกระดาษมาก่อน ก่อนที่เราจะได้รับบัตรแข็งแบบสมาชิกหน่วย S.H.I.E.L.D จริง ๆ >< หลังทำการฝึกฝนร่วมกับฮีโร่แล้ว

marvel-thailand-review-macthai-6

หลังจากที่ทำบัตรกันเรียบร้อยแล้ว เราก็จะได้เข้ามาสู่โซน Attraction ซึ่งการผจญภัยของเราจะเริ่มต้นจากตรงนี้

สวมบทเป็นหน่วย S.H.I.E.L.D ต่อสู้ร่วมกับฮีโร่

เริ่มต้นด้วยการถูกให้เข้ามาอยู่ในห้องมือ ชมคลิปแนะนำฮีโร่ต่าง ๆ ซึ่งหลังจากคลิปจบเราก็จะได้เจอฮีโร่จริง ๆ แอบวิ่งเข้ามาอยู่กับเราด้วย ในที่นี้ อยู่ดี ๆ ก็มี Spider Man วิ่งออกมาทักทาย แท็กมือ และถ่ายรูปกับเด็ก ๆ เป็นการต้อนรับทุกคนเข้าสู่การเดินทาง

marvel-thailand-review-macthai-7marvel-thailand-review-macthai-8

หน่วย S.H.I.E.L.D จะพาเราเดินชมห้องต่าง ๆ อย่างเช่นภาพนี้คือห้องเก็บชุดเกราะและอุปกรณ์สุดไฮเทคต่าง ๆ ของไอรอนแมน ซึ่งในห้องนี้ Tony Star จะทำการ Video Call เข้ามาพูดคุยกับเราด้วย

marvel-thailand-review-macthai-9marvel-thailand-review-macthai-10

นอกจากนี้จะมีเป็นภารกิจให้เราได้ฝึกหัดเป็นหน่วย S.H.I.E.L.D โดยเราจะถูกนำมาฝึกหัดยิงปืนเป็น Mini Game ซึ่งทุกเกมจะเป็น 3D หรือสามมิติหมด ต้องใส่แว่นในการเล่น ดังนั้นจะเหมือนจริงมาก ๆ คือศัตรูจะลอยออกมาจากจอเลย

marvel-thailand-review-macthai-11

แล้วก็จะมีห้องโถงขนาดใหญ่ ซึ่งด้านบนจะเป็นโดม ในโดมนี้เราจะได้ต่อสู้ไปกับฮีโร่ เราจะรู้สึกเหมือนอยู่ในยานหรือลูกแก้วอะไรบางอย่างแล้วได้เห็นฮีโร่ต่อสู้กับพวกไฮดร้ากันแบบทะลุโดมลงมา (อลังมาก)

ต้องบอกก่อนว่าไม่ใช่แค่เห็น แต่สัมผัสได้จริง ๆ เพราะมากันทั้งเสียง ทั้งลม และอุณหภูมิต่าง ๆ ที่สัมผัสได้จริง ๆ

marvel-thailand-review-macthai-12marvel-thailand-review-macthai-13

สิ่งที่ต้องระวังคือบางครั้งก็จะมีพวกไฮดร้าโผล่ออกมาหวังจ้องทำร้าย แต่ไม่ต้องห่วง เพราะตลอดการเดินทางจะมีพี่ ๆ หน่วย S.H.I.E.L.D ที่มีประสบการณ์แล้วคอยนำทางเราไปตลอดการผจญภัย

marvel-thailand-review-macthai-13-1

อีกสิ่งหนึ่งที่เด็กมาก ๆ เลยก็คือเราจะได้ขึ้นกระสวย และออกบินจริง ๆ สิ่งที่เราเห็นยังคงเป็นภาพสามมิติ เราจะได้นั่งในกระสวยที่โยกขยับได้จริง ๆ (ต้องรัดเข็มขัดกันเลย) ความสมจริงของส่วนนี้สุดยอดมาก

marvel-thailand-review-macthai-14marvel-thailand-review-macthai-15

หลังจากที่ระทึกกับการนั่งกระสวยกันแล้ว ก็จะเข้ามาในส่วน Traning Area ตรงนี้เราจะได้เล่นเกมด้วย Motion Tracking คือเราจะต้องออกท่าทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกระโดด ต่อย หรือ บินแบบไอรอนแมน

marvel-thailand-review-macthai-16

ในห้องเดียวกันก็จะมีเครื่องไม้เครื่องมือและชุดของฮีโร่ต่าง ๆ จัดแสดงให้ได้ถ่ายรูปกันด้วย

marvel-thailand-review-macthai-17

อีกหนึ่งไฮไลท์ ได้ถ่ายรูปกับฮีโร่ และรับบัตรสมาชิก S.H.I.E.L.D

หลังจากจบภารกิจทั้งหมดแล้ว ทีมงานก็จะนำพาเรามายังห้องที่เราจะไม่รู้ว่าเราจะสุ่มได้ถ่ายรูปกับฮีโร่คนไหน (นี่ Marvel หรือ BNK48) ทีมงาน MacThai ในรอบนี้ได้ถ่ายรูปกับ กัปตันอเมริกา พร้อมโล่ คือเท่มาก ในส่วนนี้เราจะสามารถเลือกได้เลยว่าจะถ่ายแบบเดี่ยวหรือถ้ามาด้วยกันหลายคนจะถ่ายด้วยกันก็ได้ (ทีมงานเลือกถ่ายแบบ 3 คน)

  • เราสามารถซื้อรูปพร้อมกรอบสุดเท่เป็นที่ระลึกได้
  • ทีมงานจะถ่ายรูปให้เราฟรีด้วย สามารถเอากล้องหรือมือถือของทีมงานให้ถ่ายด้วยได้

marvel-thailand-review-macthai-18

หลังจากที่ถ่ายรูปแล้ว เราก็จะได้รับบัตรแข็งซึ่งเป็นบัตรแบบเดียวกับกระดาษที่เราใช้เข้ามา แต่เป็นบัตรจริง ๆ นำไปเป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งเราเคยมาร่วมฝึกกับฮีโร่ที่ Marvel Experience Thailand

แวะซื้อของที่ระลึก ราคาน่ารักมาก

อย่างที่บอกไปตั้งแต่ช่วงแรกว่าของที่ระลึกที่ Marvel Experience Thailand นั้นเป็นของแท้ราคาน่ารักที่หาแบบนี้ไม่ได้แล้วนอกจากที่นี่ที่เดียว ก็มีตั้งแต่เสื้อผ้า, โมเดล, ของเล่น, เครื่องใช้ในบ้าน, อุปกรณ์เดินทาง ไปจนถึง Gadget IT ต่าง ๆ มากมาย

  • สำหรับเสื้อยืด หรือหมวก ราคาจะอยู่ที่ 350 – 500 บาท
  • เสื้อ Hoodie ราคาพันต้น ๆ เท่ากับเสื้อผ้าในร้านในห้างทั่วไป
  • ของเล่นและของที่ระลึกต่าง ๆ ราคาไม่แพงมาก มีให้เลือกเยอะ
marvel-thailand-review-macthai-26 marvel-thailand-review-macthai-27 marvel-thailand-review-macthai-22 marvel-thailand-review-macthai-23 marvel-thailand-review-macthai-24 marvel-thailand-review-macthai-25

marvel-thailand-review-macthai-20

สรุป ไม่แพงอย่างที่คิด กิจกรรมสนุก ของที่ระลึกเพียบ

หลายคนอาจจะคิดว่าแพงหรือเปล่า ไม่กล้ามา ไม่รู้ว่ามาแล้วจะเป็นยังไง ทีมงาน MacThai บอกได้เลยว่า แค่ได้มาซื้อของที่ระลึกก็คุ้มแล้ว ส่วนเรื่องของราคาบัตรที่ตอนนี้มีโปรโมชั่นต่าง ๆ มากมาย ทั่งบัตรเครดิต, ค่ายมือถือ ทำให้ค่าเข้าจริง ๆ เริ่มต้นที่ประมาณ 400 บาทเท่านั้น ได้เล่นเครื่องเล่นต่าง ๆ รวมเวลาประมาณ 1.5 – 2 ชั่วโมง ได้ถ่ายรูป และยังได้บัตร S.H.I.E.L.D Agent เป็นที่ละลึกอีก ระดับนี้คนชอบ Marvel ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

Marvel Experience Thailand เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 9 โมงเช้า – 3 ทุ่มโดยการแสดงจะแบ่งเป็นรอบต่าง ๆ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยระยะเวลารอจะอยู่ที่ประมาณครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมง ในแต่ละรอบการแสดง ซึ่งจะจัดเข้าไปเป็นกลุ่ม ๆ ขนาดไม่ใหญ่มาก ทีมงานดูแลได้ทั่วถึง

 

รายละเอียดเพิ่มเติม และโปรโมชั่น – themarvelexperiencethailand.com 

The post พาชม Marvel Experience Thailand และช็อปของที่ระลึก ราคาดีงาม โปรเพียบ สาวกมาเวลไม่ควรพลาด appeared first on Macthai.com.

Categories: Partners

ซีพี ออลล์ ชวนเหล่าบล็อกเกอร์มาส่งผลงานเข้าประกวด Thailand Best Blog Awards 2018 by CP ALL ‘บล็อกกาภิวัฒน์…NOW or NEVER’

Brand Inside - 12 October 2018 - 14:54

ใครๆ ก็เป็นบล็อกเกอร์ได้ในยุคดิจิทัลที่คนๆ หนึ่งสามารถสร้างคอนเทนต์ในแบบฉบับของตัวเองสื่อออกไปให้โลกรู้  แต่การเป็นบล็อกเกอร์ก็ไม่ได้ง่าย เพราะคอนเทนต์ต้องกระชับ มีพลัง ดึงดูด แต่มีคุณภาพและแสดงความรับผิดชอบต่อผู้อ่าน

และโอกาสดีที่เหล่าบล็อกเกอร์และคนทั่วไปจะได้แสดงฝีมือให้โลกเห็นมาถึงแล้ว โดยซีพีออลล์ ร่วมกับ สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย (TWA) และ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (พีไอเอ็ม) จัดงาน “Thailand Best Blog Awards 2018 by CP ALL” (TBBA) ปีที่ 2 ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘บล็อกกาภิวัตน์…NOW or NEVER’ หรือ  บล็อกกาภิวัฒน์ อย่าให้อนาคต Disrupt เรา

มุมมองของผู้จัดงานทั้งสามฝ่าย

นายบัญญติ คำนูณวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ ระบุว่าช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมที่ผ่านมาได้จัดงาน “Blogger’s Bootcamp by CP All” ปีที่ 2 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “บล็อกกาภิวัฒน์ อย่าให้อนาคต Disrupt เรา” ในรูปแบบการบรรยายแลกเปลี่ยนความรู้จากวิทยากร โดยมีเนื้อหาคลอบคลุม 3 หัวข้อ ได้แก่ Content Quality & Reach, Platform และ Data Analysis พร้อมเวิร์คช็อปลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากบล็อกเกอร์ทั่วประเทศสมัครเข้าร่วมกิจรรมจำนวนมาก  

นายวโรรส โรจนะ นายกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย : คอนเทนต์นั้นเป็นปัจจัยสำคัญของคนออนไลน์ที่ใช้ในการหาข้อมูล เสพข่าวสารต่างๆ ซึ่งคุณภาพและประโยชน์ของเนื้อหาถือเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ผลิตคอนเทนต์ ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก

รศ.ดร.จินตวีร์ เกษมศุข คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (พีไอเอ็ม) : โลกดิจิทัลนั้นมีส่วนสำคัญในการใช้ชีวิตประจำวันของทุกคนมากขึ้น โดยเฉพาะเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติที่หากได้รับเนื้อหาที่ขาดคุณภาพหรือไม่เหมาะสม อาจจะส่งผลเสียงในอนาคตก็เป็นได้

งานนี้ต้องบอกว่าน่าสนใจมากๆ เพราะซีพีออลล์ ประสบความสำเร็จในการจัดโครงการประกวดหนังสือดีเด่นเซเว่น บุ๊ค อวอร์ดที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักเขียนไทยมานานกว่า 15 ปี และปีที่ผ่านมาก็ได้จัดโครงการ Blogger’s Society by CP ALL เพื่อให้ทันต่อยุคดิจิทัล และเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและร่วมผลักดันเหล่าบล็อกเกอร์ออนไลน์ยุคใหม่ ให้ได้มีพื้นที่และเวทีของตัวเอง

รางวัล Thailand Best Blog Awards 2018 by CP ALL มี 8 รางวัล และ 2 รางวัลพิเศษ ครอบคลุมทั้งเชิงคุณภาพและไลฟ์สไตล์คือ

  • Blog of the Year (บล็อกยอดเยี่ยมแห่งปี): รางวัลที่มอบให้บล็อกที่มีผลงานดีที่สุด ทั้งในด้านเนื้อหา และรูปแบบการนำเสนอ
  • Best New Blog (บล็อกหน้าใหม่ยอดเยี่ยม): รางวัลที่มอบให้กับบล็อกหน้าใหม่ มีผลงานโดดเด่นที่สุด ทั้งในด้านเนื้อหา และ รูปแบบการนำเสนอ
  • Best Knowledge Blog (บล็อกให้ความรู้ยอดเยี่ยม): รางวัลที่มอบให้กับบล็อกที่ให้ความรู้ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์หรือต่อยอดในชีวิตประจำวันได้
  • Best Creative Blog (บล็อกสร้างสรรค์ยอดเยี่ยม): รางวัลที่มอบให้กับบล็อกที่มีความสร้างสรรค์ในการนำเสนอเนื้อหาที่ทั้งแตกต่างและแปลกใหม่
  • Best Food Blog (บล็อกเห็นแล้วหิวยอดเยี่ยม): รางวัลที่มอบให้กับบล็อกที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับอาหาร ทั้งรูปแบบการรีวิวและทำอาหาร โดยจะต้องมีความโดดเด่นทั้งด้านภาพ การสร้างสรรค์เนื้อหา และรูปแบบการนำเสนอที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร
  • Best Travel Blog (บล็อกสะพายเป้ยอดเยี่ยม): รางวัลที่มอบให้กับบล็อกที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการท่องเที่ยว โดยจะต้องมีความโดดเด่นทั้งด้านภาพ การสร้างสรรค์เนื้อหา และรูปแบบการนำเสนอที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร
  • Best Health and Beauty Blog (บล็อกดูแลตัวเองยอดเยี่ยม): รางวัลที่มอบให้กับบล็อกที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสุขภาพและความงาม โดยจะต้องมีความโดดเด่นทั้งด้านภาพ การสร้างสรรค์เนื้อหา รูปแบบการนำเสนอที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร
  • Best Entertainment Blog (บล็อกแห่งความบันเทิงยอดเยี่ยม): รางวัลที่มอบให้กับบล็อกที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ หนัง ละคร เพลง ซีรีย์ หนังสือ โดยจะต้องโดดเด่นทั้งในแง่ความลึกของข้อมูล และรูปแบบการนำเสนอที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร

รางวัลพิเศษ

  • Blog Social Responsibility (บล็อกสร้างสรรค์สังคม): รางวัลที่มอบให้กับบล็อกสร้างสรรค์สังคม
  • Popular Blog (บล็อกยอดนิยม): รางวัลที่มอบให้กับบล็อกได้รับคะแนนโหวตมากที่สุดจากการเปิดโหวตในเพจ Blogger’s Society by CP ALL Blog Award

สำหรับบล็อกเกอร์ที่สนใจสามารถสมัครส่งผลงานเข้าประกวดได้ตั้งแต่ วันที่ 1 – 25 ตุลาคม 2561 ผ่านทาง http://go.eventpop.me/tbba2018 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร ได้ที่ เว็บไซต์ https://tbba.in.th หรือ เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/blogger.cpall/ โดยงานประกาศรางวัล Thailand Best Blog Awards 2018 by CP ALL บล็อกกาภิวัตน์ …NOW or NEVER’  จะจัดขึ้นในวันที่ 29 พฤศจิกายนนี้

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Categories: Blognone Network

iOS 12 ได้ส่วนแบ่งไปกว่าครึ่งของผู้ใช้งานอุปกรณ์ iOS ทั้งหมด

MacThai - 12 October 2018 - 14:53

ios12

หลังจากที่ Apple ได้ปล่อย iOS 12ให้กับผู้ใช้ทั่วไปอย่างเป็นทางการได้อัปเดตกันเมื่อวันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา ได้มีบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลก็ได้เผยออกมาว่าอุปกรณ์ iOS ทั้งหมดได้อัปเกรดเป็น iOS 12 สูงถึง 46% โดยใช้เวลาเพียงแค่ 2 สัปดาห์เท่านั้น และตอนนี้เรามีข้อมูลล่าสุดที่น่าสนใจจาก Apple มาให้ได้ดูกัน

iOS 12 ได้ส่วนแบ่งไปกว่าครึ่งของผู้ใช้งานอุปกรณ์ iOS ทั้งหมด

เว็บไซต์ Apple Developer ได้รายงานมาว่าในตอนนี้ผู้ใช้งาน iOS ทั้งหมดได้อัปเดทอุปกรณ์ iOS ของตัวเองเข้าสู่ iOS 12 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วกว่า 50% โดยมี 39% ที่ยังคงใช้ iOS 11 และอีก 11% ที่ใช้รุ่นเก่ากว่านั้น

Untitled-12

และถ้าเน้นลงไปที่อุปกรณ์ที่เปิดตัวตั้งแต่ปี 2014 จะเห็นได้ว่าผู้ใช้งานก็อัปเดทเป็น iOS 12 มากคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 53% โดยยังมี iOS 11 ตามมาที่ 40% และเวอร์ชั่นเก่ากว่านั้นอีก 7%

ios12-2

สำหรับใครที่ยังไม่ได้อัปเกรด iOS 12 ทีมงาน MacThai แนะนำว่าควรอัปเกรดกันนะครับ เพราะนอกจากจะทำให้เครื่องรุ่นเก่าๆ เร็วขึ้นอย่างผิดหูผิดตาแล้ว ยังมีฟีเจอร์ใหม่มากมายอย่าง Screen Time, Siri Shortcuts, FaceTime Group และอื่น ๆ อีกด้วย

The post iOS 12 ได้ส่วนแบ่งไปกว่าครึ่งของผู้ใช้งานอุปกรณ์ iOS ทั้งหมด appeared first on Macthai.com.

Categories: Partners

วิธีตั้งเวลาเล่นเพลงในเพลย์ลิสต์ Apple Music อัตโนมัติ ด้วยแอปคำสั่งลัด (Shortcuts) ใน iOS 12

iPhonemod - 12 October 2018 - 14:44
How To Set Limit Time To Play Apple Music Playlist

สำหรับใครที่ชอบฟังเพลงก่อนนอนหรือตั้งเวลาลิมิตในการฟังเพลงแต่ละครั้ง มาชมวิธีตั้งเวลาเล่นเพลงในเพลย์ลิงต์ Apple Music อัตโนมัติ ด้วยแอปคำสั่งลัด (Shortcuts) ใน iOS 12 กันเลย

ปกติแล้ว การตั้งเวลาเล่นเพลงใน Apple Music เรามักจะใช้เทคนิคการเปิดนาฬิกานับถอยหลัง แล้วก็เปิดเพลงใน Apple Music ตาม แต่ถ้าจะดียิ่งว่าหากเราจะใช้แอปคำสั่งลัด (Shortcuts) ใน iOS 12 มาช่วยในการตั้งเวลาเล่นเพลงและให้เพลงหยุดอัตโนมัติตามเวลาที่กำหนด โดยที่เราออกคำสั่งเพียงคำสั่งเดียวง่ายๆ

อย่าลืม!! ดาวน์โหลดแอปคำสั่งลัด (Shortcuts) มาก่อนที่ แอปคำสั่งลัด (Shortcuts)

วิธีสร้างคำสั่งลัด (Shortcuts) การตั้งเวลาเล่นเพลงในเพลย์ลิสต์ที่กำหนด

เริ่มต้นจากการสร้างคำสั่งลัดกันก่อนเลย แอดมินจะใช้คำสั่งสำเร็จรูปที่มีอยู่ในแกลอรี่ Shortcuts มาเพิ่มเติมคำสั่งการรับเพลย์ลิสต์ เพื่อให้การทำงานสมบูรณ์ขึ้น

ไปที่แอปคำสั่งลัด (Shortcuts) > ไปที่แท็บแกลเลอรี่ เลื่อนลงมาด้านล่างในส่วน สำรวจ Apple Music และปัดไปทางซ้าย แตะเลือก ตั้งเวลาเล่นเพลง > แตะเลือกรับคำสั่งลัด ระบบจะเพิ่มคำสั่งลัดนี้ไปไว้ในคลัง

How To Set Limit Time To Play Apple Music Playlist 1

จากนั้นกลับมาที่แท็บคลัง (แท็บแรก) > แตะไอคอน 3 จุดที่คำสั่งลัดตั้งเวลาเล่นเพลง > เราจะทำการเพิ่มคำสั่งรับเพลลิสต์เพลง โดยการปัดส่วนค้นหาคำสั่งขึ้น > ค้นหาคำว่า “เพลย์” > แตะเลือก รับเพลย์ลิสต์

How To Set Limit Time To Play Apple Music Playlist 2

เราก็จะได้คำสั่งรับเพลย์ลิสต์มาต่อในส่วนสุดท้าย ให้แตะค้างที่คำสั่งรับเพลย์ลิสต์และลากมาไว้ด้านบนคำสั่งเล่นเพลง > แตะเลือก และเลือกเพลย์ลิสต์ที่เราบันทึกไว้ใน Apple Music ได้เลย > ปรับแต่งการเล่นเพลงจะให้มีการเล่นแบบสุ่มและเล่นซ้ำหรือไม่ > จากนั้นก็แตะเสร็จสิ้น

How To Set Limit Time To Play Apple Music Playlist 3

ผลลัพธ์

เมื่อเราสร้างคำสั่งลัดการตั้งเวลาเล่นเพลงตามเพลย์ลิสต์แล้ว เรามาชมผลลัพธ์การใช้งานกัน

ไปที่หน้าวิตเจ็ต > แตะคำสั่งตั้งเวลาเล่นเพลง > กรอกจำนวนนาทีที่เราต้องการให้เพลงเล่น > แตะตกลง > เพลงในเพลย์ลิสต์ที่เราตั้งไว้ก็จะเล่นใน Apple Music ทันที เมื่อครบกำหนดเวลาเพลงก็จะหยุด

How To Set Limit Time To Play Apple Music Playlist 4

วิธีสร้างคำสั่งลัด (Shortcuts) การตั้งเวลาเล่นเพลง แบบเลือกเพลย์ลิสต์เอง

แต่สำหรับคนที่ชอบเปลี่ยนเพลย์ลิสต์ฟังเพลงบ่อยๆ แนะนำว่าให้ตั้งค่าให้เลือกเพลย์ลิสต์เอง เวลาที่เรารันคำสั่งลัด จะได้ไม่เบื่อ

แก้ไขคำสั่งลัดโดยไปที่แอปคำสั่งลัด (Shortcuts) > แตะไอคอน 3 จุดที่คำสั่งลัดตั้งเวลาเล่นเพลง > ในส่วนคำสั่งรับเพลย์ลิสต์ให้แตะชื่อเพลย์ลิสต์เพื่อเปลี่ยนใหม่ > เลือก ถามเมื่อเรียกใช้ > แตะ เสร็จสิ้น

How To Set Limit Time To Play Apple Music Playlist 5

ผลลัพธ์

เมื่อเราลองรันคำสั่งในหน้าวิตเจ็ต ก็ทำการกรอกตัวเลขจำนวนนาทีที่ต้องการเล่นเพลง จากนั้นระบบก็จะเด้งให้เราเลือกเพลย์ลิสต์ก่อน

How To Set Limit Time To Play Apple Music Playlist 6

เลือกเพลย์ลิสต์ใน Apple Music ที่ต้องการ จากนั้นแตะเสร็จสิ้น เพลงในเพลย์ลิสต์ที่เลือกก็จะเล่นทันที

How To Set Limit Time To Play Apple Music Playlist 7

วิธีสร้างไอคอน Shortcut บนหน้า Home

สำหรับใครที่อยากจะสร้างไอคอนคำสั่งลัดไว้บนหน้า Home เพื่อให้การกดเข้าถึงคำสั่งทำได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องไปใช้ในหน้าวิตเจ็ต ก็สามารถตั้งค่าได้ดังนี้

แก้ไขคำสั่งลัดโดยไปที่แอปคำสั่งลัด (Shortcuts) > แตะไอคอน 3 จุดที่คำสั่งลัดตั้งเวลาเล่นเพลง > แตะไอคอนตั้งค่า มุมขวา > แตะไอคอน

How To Set Limit Time To Play Apple Music Playlist 8

เราสามารถปรับแต่งสีและรูปภาพของไอคอนได้ หรือจะเลือกเป็นรูปภาพที่ต้องการก็ได้ เช่น รูปภาพศิลปินประจำเพลย์ลิสต์ที่เราบันทึกไว้ในอัลบั้ม เมื่อตั้งค่าไอคอนเสร็จแล้วให้แตะ เสร็จสิ้น

How To Set Limit Time To Play Apple Music Playlist 9

จากนั้นก็ตั้งค่าให้ไอคอนแสดงบนหน้าจอ Home โดยแตะเลือก เพิ่มไปยังหน้าจอโฮม > แตะไอคอนแชร์ > เลือก เพิ่มไปยังหน้าจอโฮม

How To Set Limit Time To Play Apple Music Playlist 10

ตั้งชื่อคำสั่งลัดที่แสดงคู่กับไอคอน และแตะเพิ่ม > คำสั่งลัดจะถูกสร้างเป็นไอคอนบนหน้าจอโฮม ตามที่เราเลือกรูปภาพหรือปรับแต่งสีไอคอน

How To Set Limit Time To Play Apple Music Playlist 11

วิธีสร้างคำสั่งลัด Siri สำหรับการสั่งด้วยเสียง

ส่วนใครที่อยากจะใช้คำสั่งลัดด้วยการสั่ง Siri ก็สามารถตั้งค่าได้ที่ แอปคำสั่งลัด (Shortcuts) > แตะไอคอน 3 จุดที่คำสั่งลัดตั้งเวลาเล่นเพลง > แตะไอคอนตั้งค่า มุมขวา > แตะเพิ่มไปยัง Siri

How To Set Limit Time To Play Apple Music Playlist 12

แตะปุ่มสีแดง > พูดคำสั่งสั้นๆ ที่ต้องการ > แตะ เสร็จสิ้น

How To Set Limit Time To Play Apple Music Playlist 13

ผลลัพธ์

เมื่อตั้งค่าคำสั่งลัด Siri เรียบร้อยแล้ว เราก็เรียก Siri ขึ้นมา และพูดคำสั่งที่เราสร้างขึ้นมา > รอสักครู่ Siri จะทำการค้นหาคำสั่งลัดของเราและรันคำสั่งให้เรากรอกจำนวนนาทีที่ต้องการฟังเพลง จากนั้นก็แตะ ตกลง

How To Set Limit Time To Play Apple Music Playlist 14

และนี่ก็เป็นวิธีการสร้างคำสั่งลัด (Shortcuts) สำหรับการตั้งเวลาเล่นเพลงในเพลย์ลิสต์ Apple Music ที่การสร้างคำสั่งอาจจะดูซับซ้อนยุ่งยากหน่อย แต่ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้เราสะดวกมากขึ้นเลยทีเดียว สร้างคำสั่งครั้งเดียวแต่ใช้งานได้อีกนาน

ใครที่กำลังเริ่มต้นใช้งานคำสั่งลัด (Shortcut) อยู่ แนะนำว่าให้ลองเลือกจากแกลอรี่แล้วประยุกต์ใช้กันดูนะคะ หรือจะชมการสร้างคำสั่งลัดอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ คำสั่งลัด (Shortcut) ซึ่งทีมงานจะอัปเดตคำสั่งลัดที่น่าสนใจให้เรื่อยๆ นะคะ

ขอบคุณ idownloadblog

The post วิธีตั้งเวลาเล่นเพลงในเพลย์ลิสต์ Apple Music อัตโนมัติ ด้วยแอปคำสั่งลัด (Shortcuts) ใน iOS 12 appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

CIRP เผย มีผู้ใช้แอนดรอยด์และ iOS เพียงส่วนน้อยที่จะย้ายค่าย

Thai App Update - 12 October 2018 - 14:17

หากยังจำกันได้ ปีที่แล้ว CIRP ก็ออกรายงาน ผู้ใช้แอนดรอยด์จงรักภักดีต่อแบรนด์กว่าผู้ใช้ iOS มาแล้ว ซึ่งในปีนี้เองข้อมูลก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก โดยผู้ใช้แอนดรอยด์ 92% ยังคงใช้แอนดรอยด์เหมือนเดิม ในขณะที่ฝั่ง iOS อยู่ที่ 89%

ความจงรักภักดีต่อแบรนด์ของทั้งผู้ใช้แอนดรอยด์และ iOS ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนักในช่วงสามปีที่ผ่านมา ผู้ใช้ในแต่ละระบบมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนไปใช้อีกระบบเพียงส่วนน้อยเท่านั้น

Mike Levin พาร์ทเนอร์และผู้ร่วมก่อตั้ง CIRP กล่าวว่า

ประมาณ 90% ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนในสหรัฐฯ เลือกที่จะใช้สมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการเดิมเมื่อซื้อเครื่องใหม่

อนึ่ง รายงานของ CIRP ชิ้นนี้ได้มาจากการเก็บข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่าง 500 คนต่อหนึ่งไตรมาส ในสหรัฐอเมริกา

ที่มา: 9to5Mac

บทความ CIRP เผย มีผู้ใช้แอนดรอยด์และ iOS เพียงส่วนน้อยที่จะย้ายค่าย มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

Categories: Partners

Apple Watch Series 4 รุ่น GPS+Cellular เครื่องหิ้ว ซื้อจากที่ไหนใช้ในไทยได้บ้าง?

iPhonemod - 12 October 2018 - 13:54
Apple Watch Series 4 Cellular เครื่องหิ้ว Cover

เข้าใจว่าหลายคนเดินทางไปต่างประเทศหรืออาศัยอยู่ที่นั่นแล้วเกิดอยากได้ Apple Watch Series 4 รุ่น GPS+Cellular ที่สามารถใช้ e-SIM ได้ บางประเทศขายถูกกว่าที่ไทยเลยอยากจะซื้อมาใช้ และคำถามที่ถามเข้ามาหาทางทีมงานคือ ซื้อจากประเทศ XXX จะเอาไปใช้ที่ประเทศไทยได้หรือเปล่า

Apple Watch Series 4 รุ่น GPS+Cellular เครื่องหิ้ว ซื้อจากที่ไหนใช้ในไทยได้บ้าง?

Apple Watch รุ่น Cellular นี้จะผลิตออกมา 2 กลุ่มประเทศหลักๆ ขึ้นอยู่กับสเปกของระบบเครือข่ายในพื้นที่นั้นๆ ดังนั้นเครื่องที่ขายในบางประเทศอาจจะไม่รองรับระบบ e-SIM ในอีกบางประเทศ ดังนั้นควรจะตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนการซื้อ

ทีมงานให้คำแนะนำว่า “ให้ซื้อในจากประเทศที่อยู่ในกลุ่มเดียวกับไทยจะปลอดภัยในการใช้งานร่วมกับ e-SIM ของเครือข่ายในประเทศไทย” เพราะจะได้เครื่องโมเดลเดียวกัน จากนั้นจะสามารถใช้กับ e-SIM ในไทยจากค่าย TrueMove H, AIS และ dtac ได้นั่นเองครับ

Apple Watch Series 4 Cellular Model

ประเทศที่ขาย Apple Watch Series 4 GPS+Cellular โมเดลเดียวกับประเทศไทย
  1. ออสเตรเลีย
  2. ญี่ปุ่น
  3. เกาหลีใต้
  4. สิงคโปร์
  5. เดนมาร์ก
  6. สวีเดน
  7. ฝรั่งเศส
  8. สวิตเซอร์แลนด์
  9. เยอรมัน
  10. ฮ่องกง
  11. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
  12. อังกฤษ
  13. จีน
  14. อิตาลี
  15. สเปน

สำหรับ Apple Watch Series 4 GPS+Cellular จะต้องใช้งานร่วมกับ iPhone 6 ขึ้นไปเท่านั้นนะครับ และค่าบริการรายเดือนของ e-SIM จะแยกต่างหากประมาณเดือนละ 199 บาท (อ้างอิงจากแพ็กเกจใน Apple Watch Series 3 GPS+Cellular) ทั้งนี้ทั้งนั้นให้เช็ครายละเอียดที่เครือข่ายผู้ให้บริการอีกครั้ง

ปล. Apple Watch ไม่มีการล็อคเครือข่ายดังนั้นเราสามารถสลับใช้งาน e-SIM ของเครือข่ายใดๆ ก็ได้ครับผม

เช็ค Model ของ Apple Watch ได้อย่างไร?

Apple Watch Series 4 Gps Cellular Gold

ถอดสายนาฬิกาออกมาจากนั้นในร่องจะมีเลข Model เขียนกำกับอยู่ครับ หรือไม่ก็ดูจากกล่องของ Apple Watch  ก็ได้เช่นกัน

อ้างอิงข้อมูลจาก Apple

The post Apple Watch Series 4 รุ่น GPS+Cellular เครื่องหิ้ว ซื้อจากที่ไหนใช้ในไทยได้บ้าง? appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

เปิดตัว Bangkok Cybertech District ศูนย์กลางนวัตกรรมที่ True Digital Park จับมือบริษัทไอทีรายใหญ่เพียบ !!

MacThai - 12 October 2018 - 13:43

macthai-true-digital-park-district-6

ประเทศไทยเราเคยพยายามที่จะสร้างศูนย์รวมนวัตกรรม หรือรวมบริษัทไอทีมาหลายยุค แต่ก็ยังไม่ได้มีจุดศูนย์รวมที่เป็นสถานที่ให้หลายฝ่ายได้มามีส่วนร่วมกันเสียที

ล่าสุดได้มีการเปิดตัว Bangkok Cybertech District ว่า การสนับสนุนนวัตกรรมและประเทศไทยให้ก้าวเข้าสู่ยุค 4.0 อย่างแท้จริงนั้น จะต้องเริ่มต้นตั้งแต่อีโคซิสเต็มพื้นฐานอย่างการสร้างศูนย์รวมทางด้านนวัตกรรม

 

โดยจะมีการดึงพาร์ทเนอร์รายใหญ่อย่าง Google เข้ามาถ่ายทอดความรู้ ไม่ใช่เรียนรู้เอาเอง ครั้งนี้ถือว่าเป็น Game Changer หรือ ตัวเปลี่ยนเกมประเทศไทย ที่ไม่ใช่แค่การแข่งขันกันออก Product แต่เป็นการวางรากฐานให้ประเทศในการปลุกปั้นสตาร์ทอัพไทยให้เติบโตระดับโลก

macthai-true-digital-park-district-1

True Digital Park แห่งนี้ จะมีอีโคซิสเต็มส์ที่เอื้อประโยชน์การใช้ชีวิตแบบ Smart ทั้ง Smart Retail, Smart Digital, Smart People และ Smart Security ข่าวดี คือ จะเริ่มเปิดให้ไปสัมผัสประสบการณ์ชีวิตแบบดิจิทัลในช่วงปลายปีนี้ ในส่วนของ Co-Working Space และ Community ต่างๆ คาดว่าจะมีผู้เข้ามาใช้งานไม่น้อยกว่าหลักหมื่นคนต่อวัน ส่วนออฟฟิศบริษัทชั้นนำ คาดว่าจะเปิดเข้ามานั่งทำงานอย่างเป็นทางการในปี 2019

macthai-true-digital-park-district-5

 

นอกจากนี้ สนช.ได้เข้ามาตั้งศูนย์บริการ Startup Thailand Center ซึ่งมีพื้นที่กว่า 200 ตร.ม. ไว้ให้บริการแก่ผู้ประกอบการสตาร์ตอัพทั้งชาวไทยและต่างประเทศได้จัดตั้งบริษัทในไทยอย่างสะดวก รวดเร็ว ภายในศูนย์ฯ มีพื้นที่ co-working space, event space และ private office พร้อมทั้งแพลตฟอร์มสำหรับเหล่าสตาร์ตอัพ เช่น การปลูกฝัง บ่มเพาะบุคลากรผู้มีความสามารถและความเชี่ยวชาญพิเศษ (Cultivate Talents)

macthai-true-digital-park-district-7

การต่อยอดธุรกิจนวัตกรรมระหว่างสตาร์ตอัพและบริษัทชั้นนำ (Integrate Old and New Economy) การขับเคลื่อนการพัฒนาในอุตสาหกรรมเป้าหมาย (Drive Industry Development) การแลกเปลี่ยนสตาร์ตอัพระหว่างประเทศ เป็นต้น คาดว่าภายใน 3 ปี จะมี Global Startup เกิดขึ้นภายในย่านฯ ไม่ต่ำกว่า 100 ราย ก่อให้เกิดรายได้ประมาณ 3,500 ล้านบาท เชื่อมั่นได้ว่า Bangkok CyberTech District จะสามารถสร้างคุณค่า แหล่งงาน และเงินทุน สร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับประเทศไทยอย่างมหาศาล”

macthai-true-digital-park-district-3

The post เปิดตัว Bangkok Cybertech District ศูนย์กลางนวัตกรรมที่ True Digital Park จับมือบริษัทไอทีรายใหญ่เพียบ !! appeared first on Macthai.com.

Categories: Partners

ไม่ถึงเดือน! ผู้ใช้ iOS เกินครึ่งอัพเกรดเป็น iOS 12 แล้ว

Thai App Update - 12 October 2018 - 12:06

แอปเปิลปล่อย iOS 12 ให้ผู้ใช้อัพเกรดกันไปเมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา เกือบหนึ่งเดือนผ่านไปผู้ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS มากกว่าครึ่งหนึ่งก็อัพเกรดกันไปเรียบร้อยแล้ว จากรายงานของ Engadget

เมื่อเทียบกับ iOS 11 แล้ว ถือว่า iOS ได้รับการอัพเกรดจากผู้ใช้รวดเร็วกว่าเท่าหนึ่งเลย โดย iOS 11 นั้นใช้เวลาไป 50 วันถึงมีผู้อัพเกรดครบจำนวนครึ่งหนึ่งของผู้ใช้ iOS คาดว่าเป็นผลมาจากการที่ iOS 11 ค่อนข้างมีบั๊กมากมายในช่วงแรก จนแอปเปิลต้องออกอัพเดตมาแก้หลายครั้ง

ทางด้านแอนดรอยด์นั้นก็ยังคงเสมอต้นเสมอปลาย จากข้อมูลของ StatCounter ณ วันนี้ (11 ตุลาคม 2561) เผยให้เห็นว่าแอนดรอยด์เวอร์ชันล่าสุดหรือ 9.0 Pie ที่ปล่อยให้อัพเกรดไปตั้งแต่ 6 สิงหาคม ยังไม่ติดชาร์ท เนื่องจากยังมีสมาร์ทโฟนไม่กี่รุ่นที่ได้รับ Android Pie โดยเวอร์ชันใหม่ที่สุดที่อยู่ในชาร์ทคือ 8.1 Oreo ซึ่งมีผู้ใช้เพียง 8.1% จากผู้ใช้แอนดรอยด์ทั้งหมด

บทความ ไม่ถึงเดือน! ผู้ใช้ iOS เกินครึ่งอัพเกรดเป็น iOS 12 แล้ว มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

Categories: Partners

รีวิวเคส STM สำหรับ iPad, iPad Pro ปกป้องดีเยี่ยม สวยงาม มีที่ใส่ Apple Pencil ด้วย

iPhonemod - 12 October 2018 - 12:01
Stm Ipad Ipad Pro Case Review

iPad เป็นอุปกรณ์ที่จอใหญ่และมีความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายจากแรงกระแทกได้ เราขอแนะนำเคส STM สำหรับ iPad, iPad Pro ที่นอกจากจะสวยงามแล้วยังปกป้องตัวเครื่องได้ดีอีกด้วย น่าสนใจขนาดไหน ชมรีวิวกัน

เคส STM สำหรับ iPad, iPad Pro

Stm Ipad Case Review 002

เคส STM สำหรับ iPad, iPad Pro นั้นเราได้รีวิวให้ชมกันอยู่ 3 รุ่นสำหรับ iPad แต่ละขนาด ดังนี้

  • เคส STM รุ่น DUX สำหรับ iPad 9.7 นิ้ว (Gen 5, Gen 6)
  • เคส STM รุ่น DUX Plus สำหรับ iPad Pro 12.9 นิ้ว
  • เคส STM รุ่น ATLAS สำหรับ iPad Pro 10.5 นิ้ว

เคส STM สำหรับ iPAd ทั้ง 3 รุ่นนั้นออกแบบที่ออสเตรเลียซึ่งนอกจากตัวเคสจะมีความเรียบหรูสวยงามแล้ว ฟังก์ชันการใช้งานของเคสก็ครบถ้วน และป้องกันตัว iPad จากแรงกระแทกได้แบบหายห่วง

รีวิว เคส STM รุ่น DUX สำหรับ iPad 9.7 นิ้ว

Stm Ipad Case Review 005

เคส STM รุ่น DUX สำหรับ iPad 9.7 นิ้ว จุดเด่นจะอยู่ที่การออกแบบที่สวยงาม โดยตัวฝาพับดีไซน์ออกมาเรียบหรูมาก เน้นการปกป้อง iPad 9.7 นิ้วรอบด้านและมีช่องสำหรับใส่ Apple Pencil ด้วย

Stm Ipad Case Review 008Stm Ipad Case Review 014

ที่ฝาพับตัวเคสนั้นมีแถบแม่เหล็กช่วยให้ปิดหน้าจอได้แนบสนิท ป้องกันรอยขีดข่วนได้

Stm Ipad Case Review 020Stm Ipad Case Review 017

วัสดุตัวเคสนั้นทำมาจากโพลีคาร์บอเนตและยาง TPU ซึ่งแน่นอนว่าเป็นวัสดุที่แข็งแรงทนทาน สามารถป้องกันตัวเครื่องจากแรงกระแทกได้

Stm Ipad Case Review 016 Stm Ipad Case Review 024

ตัวเคสนั้นทำมารองรับปุ่มกดทั้งปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง, ปุ่ม Power กดง่าย มีการเว้นช่องสำหรับช่องหูฟัง, สายชาร์จด้วย

Stm Ipad Case Review 023Stm Ipad Case Review 029

ด้านหลังตัวเคสเป็นแบบใส โชว์ความสวยงามของตัวเครื่อง iPad ได้ และตัวเคสเป็นวัสดุที่ทนทานแข็งแรง เป็นรอยยาก

Stm Ipad Case Review 035

ในด้านการใช้งานนั้นสามารถพับฝาเคสไว้ด้านหลังเพื่อใช้งานแบบแนวราบได้ หรือจะพับให้ตัวเคสเพื่อตั้ง iPad สำหรับการใช้งานก็ทำได้เช่นกัน

Stm Ipad Case Review 027 Stm Ipad Case Review 028 Stm Ipad Case Review 032 Stm Ipad Case Review 033

ไฮไลท์และจุดเด่นของเคส STM รุ่น DUX สำหรับ iPad
  • ตัวเคสใช้วัสดุทนทานแข็งแรง
  • มีช่องสำหรับใส่ Apple Pencil สำหรับใช้ร่วมกับ iPad 9.7 นิ้ว (Gen 6)
  • ที่ช่อง Apple Pencil มีช่องสำหรับวางสายชาร์จในกรณีที่อยากใช้ iPad ไปด้วยชาร์จ Apple Pencil ไปด้วย
  • ตัวเคสสวมใส่กับ iPad ง่ายมาก, แกะง่ายไม่ต้องออกแรงมาก
  • ตัวเคสปกป้องรอบด้าน
  • ฝาพับดีไซน์สวยงามมาก
  • กันกระแทก 26 ครั้ง สูง 1.2 เมตร และสูงสุดถึง 2 เมตร (MIL–SPEC DROP TESTED)
iPad ที่รองรับเคส STM รุ่น DUX / DUX Plus

เคส STM รุ่น DUX มีวางจำหน่ายสำหรับ iPad หลายรุ่นดังนี้

  • เคส STM รุ่น DUX สำหรับ iPad 9.7 นิ้ว (Gen 5, Gen 6)
  • เคส STM รุ่น DUX สำหรับ iPad Pro 10.5 นิ้ว
  • เคส STM รุ่น DUX Plus สำหรับ iPad Pro 12.9 นิ้ว

Stm Ipad Case Review 007Stm Ipad Case Review 072

เคส STM รุ่น DUX / DUX Plus สีที่เปิดขาย

เคส STM รุ่น DUX 

  • Red (iPad 9.7 นิ้ว)
  • Midnight Blue (iPad 9.7 นิ้ว)
  • Black (iPad 9.7 นิ้ว)

เคส STM รุ่น DUX PLUS

  • Red (iPad Pro 10.5 นิ้ว)
  • Midnight Blue (iPad Pro 10.5 นิ้ว, iPad Pro 12.9 นิ้ว)
  • Black (iPad 9.7 นิ้ว, iPad Pro 12.9 นิ้ว)
ราคาเคส STM รุ่น DUX / DUX Plus
  • เคส STM รุ่น DUX สำหรับ iPad 9.7 นิ้ว (Gen 5, Gen 6) – ราคา 1,890 บาท
  • เคส STM รุ่น DUX Plus สำหรับ iPad Pro 10.5 นิ้ว – ราคา 2,090 บาท
  • เคส STM รุ่น DUX Plus สำหรับ iPad Pro 12.9 นิ้ว – ราคา 2,290 บาท
ช่องทางการสั่งซื้อเคส STM รุ่น DUX / DUX Plus
  • PowerMall เดอะมอลล์ บางกะปิ
  • Betrend Emporium
  • PowerMall Paragon
  • Betrend Paragon
  • Online Website www.vgadz.com
รีวิวเคส STM รุ่น ATLAS สำหรับ iPad Pro 10.5 นิ้ว

Stm Ipad Case Review 006

ต้องบอกเลยว่าตอนแกะกล่องเคส STM รุ่น ATLAS สำหรับ iPad Pro 10.5 นิ้วครั้งแรกนั้นส่วนตัวผู้รีวิวประทับใจวัสดุ, ลวดลายของฝาพับมาก สัมผัสได้ถึงความเรียบหรูของตัวเคส

Stm Ipad Case Review 080Stm Ipad Case Review 037

ฟังก๋ชันของตัวเคสนั้นจะคล้ายกับรุ่น DUX แต่วัสดุด้านในของเคสที่ยึดกับตัว iPad Pro 10.5 นิ้วนั้นจะเป็นแบบใส ยึดกับตัวเครื่องได้แน่นหนามาก

Stm Ipad Case Review 040 Stm Ipad Case Review 041

ที่พิเศษคือเคส STM รุ่น ATLAS สำหรับ iPad Pro 10.5 นิ้วนั้นจะใช้ฝาพับและตัวหุ้มด้านหลังเป็นแบบเดียวกัน อย่างตัวที่เราได้รีวิวนี้เป็นสีแดงทั้งหน้าและหลังใส่แล้วดูหรูหรามาก

Stm Ipad Case Review 039Stm Ipad Case Review 043

ด้านหลังเครื่องนั้นปกปิดไว้ทั้งหมดแต่ก็ยังเว้นช่องไว้สำหรับกล้องหลัง ส่วนด้านข้างก็เว้นช่องสำหรับปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง, ปุ่ม Power, ช่องสำหรับสายชาร์จ, ช่องหูฟังและลำโพง ซึ่งดูแล้วลงตัวเป็นอย่างมาก

Stm Ipad Case Review 051Stm Ipad Case Review 049 Stm Ipad Case Review 050

เมื่อทดลองปรับฝาพับเพื่อตั้ง iPad Pro 10.5 นิ้วดูแล้วสวยงามจริงๆ

Stm Ipad Case Review 044 Stm Ipad Case Review 045 Stm Ipad Case Review 046 Stm Ipad Case Review 047 Stm Ipad Case Review 048

ไฮไลท์และจุดเด่นของเคส STM รุ่น ATLAS สำหรับ iPad Pro 10.5 นิ้ว
  • มีช่องสำหรับใส่ Apple Pencil สำหรับใช้ร่วมกับ iPad 9.7 นิ้ว (Gen 6) / iPad Pro 10.5 นิ้ว
  • ที่ช่อง Apple Pencil มีช่องสำหรับวางสายชาร์จในกรณีที่อยากใช้ iPad ไปด้วยชาร์จ Apple Pencil ไปด้วย
  • ตัวเคสสวมใส่กับ iPad ง่ายมาก, แกะง่ายไม่ต้องออกแรงมาก
  • ตัวเคสวัสดุเป็นผ้า ดีไซน์สวยงามมาก
  • เว้นช่องสำหรับปุ่มต่างๆ ทำให้กดง่าย
iPad ที่รองรับเคส STM รุ่น ATLAS

เคส STM รุ่น ATLAS มีวางจำหน่ายสำหรับ iPad หลายรุ่นดังนี้

  • เคส STM รุ่น ATLAS สำหรับ iPad 9.7 นิ้ว (Gen 5, Gen 6)
  • เคส STM รุ่น ATLAS สำหรับ iPad Pro 10.5 นิ้ว
เคส STM รุ่น ATLAS สีที่เปิดขาย
  • Denim (iPad 9.7 นิ้ว)
  • Dark Red (iPad 9.7 นิ้ว, iPad Pro 10.5 นิ้ว)
  • Dutch Blue (iPad 9.7 นิ้ว, iPad Pro 10.5 นิ้ว)
  • Charcoal (iPad Pro 10.5 นิ้ว, iPad Pro 12.9 นิ้ว)
ราคาเคส STM รุ่น ATLAS
  • เคส STM รุ่น ATLAS สำหรับ iPad 9.7 นิ้ว (Gen 5, Gen 6) – ราคา 1,890 บาท
  • เคส STM รุ่น ATLAS สำหรับ iPad Pro 10.5 นิ้ว – ราคา 2,090 บาท
  • เคส STM รุ่น ATLAS สำหรับ iPad Pro 12.9 นิ้ว – ราคา 2,090 บาท
ช่องทางการสั่งซื้อเคส STM รุ่น ATLAS
  • PowerMall เดอะมอลล์ บางกะปิ
  • Betrend Emporium
  • PowerMall Paragon
  • Betrend Paragon
  • Online Website www.vgadz.com

The post รีวิวเคส STM สำหรับ iPad, iPad Pro ปกป้องดีเยี่ยม สวยงาม มีที่ใส่ Apple Pencil ด้วย appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

[ชมคลิป] ทดสอบ Fall Detection บน Apple Watch Series 4 ด้วยนักแสดงสตั๊นท์ ระดับ Hollywood

MacThai - 12 October 2018 - 12:00

apple-watch-series-4-fall-detection-tested-by-hollywood-stunt-double-video

หลังจากที่แอปเปิลเริ่มวางจำหน่าย Apple Watch Series 4 ในกลุ่มประเทศแรก ๆ ไปเมื่อสิ้นเดือนก่อน ตอนนี้ได้มีรีวิวจากหลาย ๆ ที่เริ่มให้เห็นกันแล้ว

โดยล่าสุด 2 นักแสดงสตั๊นท์สาว ระดับ Hollywood ได้ออกมารีวิว Apple Watch Series 4 และทดสอบ Fall Detection ว่าจะต้องล้มท่าไหน Apple Watch ถึงจะแจ้งเตือน

จากคลิปด้านล่างจะเห็นพบว่า มีเงื่อนไขคือ จะต้องล้มและมีการกระแทกพื้นแรกระดับหนึ่ง Apple Watch ถึงจะตรวจจับได้ว่าล้มจริง และหลังจากที่ล้มลง 5 วินาที จะมีการแจ้งเตือนว่า คุณเป็นอะไรหรือไม่ ซึ่งจะมีให้เลือกคือ ขอความช่วยเหลือทันที, หกล้มแต่ไม่เป็นอะไรมาก และไม่ได้หกล้ม แต่ถ้าคุณไม่ได้กดอะไรเลยภายใน 1 นาที Apple Watch จะทำการโทรหาเบอร์ฉุกเฉินโดยอัตโนมัติ

สำหรับประเทศไทยนั้น ตอนนี้มีข่าวลือมาว่าจะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 2 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ ซึ่งราคาน่าจะสูงกว่าปีที่แล้ว โดยคาดการณ์กันว่าจะราคาเริ่มต้นที่ 14,900 บาทเลยทีเดียว

ที่มา – iClarfied

The post [ชมคลิป] ทดสอบ Fall Detection บน Apple Watch Series 4 ด้วยนักแสดงสตั๊นท์ ระดับ Hollywood appeared first on Macthai.com.

Categories: Partners

ซื้อ iPhone 8 รับทันที Wireless Charger ที่ Studio 7, BaNANA วันนี้ – 31 ตุลาคม 2561

iPhonemod - 12 October 2018 - 11:55
Kol Iphone8 1024x535

Studio 7, BaNANA จัดโปรโมชั่นเอาใจคนชอบ iPhone 8 ซื้อ iPhone 8 256GB Gold เพียง 16,400* บาท รับทันที Wireless Charger มูลค่า 1,590 บาท วันนี้ – 31 ตุลาคม 2561

iPhone 8 256GB Gold เพียง 16,400*บาท รับทันที Wireless Charger มูลค่า 1,590 บาท

iPhone 8 สี Gold 256GB ความจุสูงสุดยังเป็นรุ่นที่น่าสนใจอยู่ โดย Studio 7, BaNANA ได้จัดโปรโมชั่นให้เป็นเจ้าของง่ายขึ้นด้วยข้อเสนอสุดพิเศษดังนี้

Iphone 8 256 Gb Gold Studio 7 Banana Promotion Oct 2018 Img 1

พิเศษ สำหรับลูกค้าที่ซื้อ iPhone 8 256GB Gold ให้คุณคุ้มกว่าใครเครื่องเปล่าเพียง 29,900 บาท พร้อมรับทันที Wireless Charger มูลค่า 1,590 บาท และยังสามารถรับส่วนเพิ่มลดสูงสุด 13,500 บาท เมื่อจดทะเบียนเบอร์ทรูมูฟ เอช รายเดือน แพ็คเกจที่กำหนด ดังนี้

  • ลดเพิ่ม 6,500 บาท เมื่อจดทะเบียนเบอร์ทรูมูฟ เอช รายเดือน แพ็คเกจ 699 บาท พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 2,140 บาท
  • ลดเพิ่ม 8,500 บาท เมื่อจดทะเบียนเบอร์ทรูมูฟ เอช รายเดือน แพ็คเกจ 899 บาท พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 3,210 บาท
  • ลดเพิ่ม 9,500 บาท เมื่อจดทะเบียนเบอร์ทรูมูฟ เอช รายเดือน แพ็คเกจ 1,099 บาท พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 4,280 บาท
  • ลดเพิ่ม 11,500 บาท เมื่อจดทะเบียนเบอร์ทรูมูฟ เอช รายเดือน แพ็คเกจ 1,299 บาท พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 5,350 บาท
  • ลดเพิ่ม 12,500 บาท เมื่อจดทะเบียนเบอร์ทรูมูฟ เอช รายเดือน แพ็คเกจ 1,499 บาท ขึ้นไป พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 6,420 บาท
  • ลดเพิ่ม 1,000 บาท เมื่อย้ายค่ายเบอร์เดิมพร้อมจดทะเบียนเบอร์ทรูมูฟ เอช รายเดือน แพ็คเกจที่กำหนด

นอกจากนี้ยังผ่อนสบายๆ 0% นาน 36 เดือน กับ Citibank Ready Credit เมื่อจดทะเบียนเบอร์ทรูมูฟ เอช รายเดือน หรือผ่อน 0% นาน 24 เดือน กับ SCB Speedy Cash และ UOB Cash Plus สำหรับธนาคารอื่นดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก

สำหรับลูกค้า True You ช้อปครบทุก 100 บาท รับ 1 ทรูพอยท์ และทุก 1,000 ทรูพอยท์ แลกรับส่วนลด 200 บาท

บริการหลังการขายที่ให้มากกว่าใคร
  • ฟรี บริการค่าแรง ตลอดอายุการใช้งานที่ iCare ทุกสาขา
  • ฟรี บริการตรวจเช็คเครื่อง ตลอดอายุการใช้งานที่ iCare ทุกสาขา
  • ส่วนลดค่าอะไหล่ 5% สำหรับงานซ่อมบำรุง iCare ทุกสาขา
  • ฟรี คอร์สเรียน iPhone เรียนรู้การใช้งานผลิตภัณฑ์ให้สนุกยิ่งขึ้น ที่ Studio 7 มูลค่า 1,000 บาท

ซื้อ iPhone 8 รุ่นท็อปแล้วยังได้ของแถมพร้อมบริการหลังการขายที่มากกว่าใครแบบนี้ รีบไปช้อปกันได้เลยที่ Studio 7 และ BaNANA ทั้วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ – 31 ต.ค. 2561

ข้อมูลเพิ่มเติม

The post ซื้อ iPhone 8 รับทันที Wireless Charger ที่ Studio 7, BaNANA วันนี้ – 31 ตุลาคม 2561 appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

Tesla ทำยอดขายในสหรัฐฯ แซง Mercedes-Benz แถมไล่จี้ BMW ไม่ถึง 2,000 คัน

Brand Inside - 12 October 2018 - 10:26

แม้สถานะการณ์ในกลุ่มยุโรป และประเทศอื่นๆ ของ Tesla นั้นจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ในสหรัฐอเมริกานั้น แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าของ Elon Musk ยังไปได้สวย เพราะล่าสุดก็ทำยอดขายแซง Mercedes-Benz แล้ว

Tesla // ภาพจาก Shutterstock เป็นครั้งแรกที่มียอดขายมากกว่าแบรนด์หรูเยอรมัน

ในไตรมาส 3 ปี 2561 ทาง Tesla รายงานว่า ได้จำหน่ายรถยนต์ได้ทั้งหมด 69,925 คันในสหรัฐอเมริกา มากกว่า Mercedes-Benz ที่จำหน่าย 66,542 คัน ถือเป็นครั้งแรกที่แบรนด์รถยนต์ที่เพิ่งก่อตั้งมา 8 ปี มียอดขายในสหรัฐฯ มากกว่าแบรนด์รถยนต์หรูจากเยอรมันที่มีอายุ 132 ปี

ขณะเดียวกัน Tesla ก็เกือบจะมียอดขายในสหรัฐฯ แซงหน้า BMW อีกยักษ์ใหญ่ของวงการยานยนต์โลก เพราะมียอดขายในสหรัฐฯ ตามหลังแค่ 1,754 คันเท่านั้น แถมบริษัทวิเคราะห์ยังมองว่า ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2561 ทาง Tesla ก็น่าจะมีโอกาสเพิ่มยอดขายแซงหน้า BMW ได้

ก่อนหน้านี้ Elon Musk เคยแจ้งในเดือนก.ย. 2561 ว่า ไตรมาสที่ 3 จะเป็นอีกช่วงเวลาสำคัญของบริษัท เพราะมันคือหนึ่งในก้าวสำคัญที่ทำให้บริษัทเดินหน้าแผนที่จะทำกำไรได้ในปี 2562 โดยนอกจากตลาดสหรัฐฯ ที่ไปได้สวย การส่งมอบรถทั่วโลกยังทำได้ถึง 83,500 คัน มากกว่าช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนถึง 80%

ในทางกลับกันด้วยกระแสค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ในยุโรปกำลังเดินหน้าพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงผู้ผลิตจากประเทศจีนที่เดินหน้าทำตลาดนี้เต็มที่ ก็ทำให้ไม่ใช่การง่ายเลยที่ Elon Musk จะพา Tesla ไปลุยในตลาดอื่นๆ นอกจากประเทศสหรัฐอเมริกาได้

อ้างอิง // Business Insider

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Categories: Blognone Network

Pages