“อย่ากลัวหุ่นยนต์” แจ๊ค หม่า เตือน เศรษฐกิจทุกวันนี้ต้องโตด้วย AI หยุดสร้างงานด้วยภาคการผลิตเสียที

Brand Inside - 5 hours 39 min ago

ในช่วงร้อยปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจโลกขับเคลื่อนด้วยอุตสาหกรรมการผลิต การจ้างงานเกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง ล่าสุด แจ๊ค หม่า มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลของโลก แนะว่า เราต้องพึ่งพา AI ให้มากขึ้นในภาคการผลิต มนุษย์มีดีกว่านั้น ไม่ตกงานเพราะหุ่นยนต์หรอก

Capture Photo from Youtube แจ๊ค หม่า ว่าด้วย “หุ่นยนต์ AI และเศรษฐกิจ”

วาทะของแจ๊ค หม่า เกี่ยวกับเศรษฐกิจล่าสุดบนเวที Bloomberg Global Business Forum ในนิวยอร์ค เห็นจะหนีไม่พ้นประโยคเด็ดที่ว่า “เราต้องหยุดสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจด้วยภาคการผลิตเสียที”

แจ๊ค หม่า ประธาน Alibaba Group พูดแบบนี้ก็เพราะว่า ตอนนี้เราทุกคนอยู่ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมาก พร้อมกันนั้นเขายังเรียกร้องให้ผู้นำในภาคส่วนต่างๆ นำเอาหุ่นยนต์ AI เข้าไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมเพื่อเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และเลิกเสียทีกับการสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจด้วยภาคการผลิต

คำว่า “ภาคการผลิต” ในความหมายของเขาก็คือ อุตสาหกรรมการผลิต หรือพูดอีกอย่างคือ เลิกเสียทีกับธุรกิจที่พึ่งพาโรงงานและยังต้องใช้แรงงานมนุษย์ในการผลิต เพราะเขามองว่าหุ่นยนต์ AI สามารถเข้ามาทดแทนแรงงานในภาคอุตสาหกรรมการผลิตนี้ได้อย่างสมบูรณ์

ที่สำคัญคือ ต้องอย่ากลัวว่าหุ่นยนต์จะมาแย่งงานของเรา “ผมไม่ชอบเลยเวลาที่นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร หรือผู้นำธุรกิจ มาบอกให้ผู้คนหวาดกลัวเทคโนโลยี เพราะเครื่องจักรเหล่านั้นจะควบคุมมนุษย์” เขาไม่เชื่อแบบนั้น เพราะเขาเชื่อว่ามนุษย์มีศักยภาพมากกว่าที่เป็นอยู่ “ผมคิดว่า เราควรมั่นใจในตัวเองสักหน่อย”

Photo: Pixabay

แจ๊ค หม่า เปรียบเปรยยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจไว้อย่างน่าฟังว่า “ความวิตกกังวลต่อหุ่นยนต์เป็นเรื่องปกติธรรมดา ดูอย่างเมื่อสองร้อยปีก่อน ตอนที่เครื่องจักไอน้ำมาใหม่ๆ ผู้คนต่างก็คิดกันไปเองว่า มันจะมาแย่งงานของคนไปเสียหมด”

ปัจจุบันเราก็เห็นแล้วว่ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น ชัดเจนว่าการปรับตัวเป็นสิ่งสำคัญ ในยุคสมัยนี้ก็เช่นเดียวกัน “เพราะเหตุผลที่ว่าเรามีหุ่นยนต์และ AI จึงควรหยุดสร้างงานด้วยภาคการผลิตได้แล้ว” เราต้องทำให้ผู้คน โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กหันมาใช้อินเทอร์เน็ตในการขยายตลาด นี่คือภาพเศรษฐกิจของศตวรรษนี้ในความหมายของแจ๊ค หม่า

และแน่นอนว่า เขาไม่ได้พูดเรื่องราวเหล่านี้เพื่อสร้างแรงบันดาลใจเฉยๆ แต่เขาทำให้เห็นด้วยธุรกิจของเขาเอง ตอนนี้ถ้าไปดู Alibaba จะพบว่า บริษัทของเขานอกจากจะใช้อินเทอร์เน็ตเป็นฐานในการทำธุรกิจ เขายังใช้จุดนี้เป็นตัวสร้างตลาดให้กับผู้ประกอบรายใหญ่และรายย่อยในจีนอย่างกว้างขวาง สร้างงานมากกว่า 30 ล้านตำแหน่งในประเทศ หรือแม้กระทั่งในสหรัฐอเมริกาเองที่เขาเคยสัญญากับประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ไว้ว่าจะช่วยสร้างงานให้ 1 ล้านตำแหน่ง เขาก็บอกว่าจะช่วยธุรกิจขนาดเล็กด้วยการส่งสินค้าออนไลน์ไปขายในจีน

Photo: Pixabay

เขาได้เล่าให้ฟังในการพูดของเขาด้วยว่า “ย้อนไปเมื่อ 5 ปีก่อน เราเถียงกันหนักมากในบริษัทว่า การซื้อของออนไลน์จากคอมพิวเตอร์ มันจะเปลี่ยนมาเป็นการซื้อบนโทรศัพท์มือถือได้อย่างไร เพราะจอมันเล็กมาก แต่ดูวันนี้สิ ผมพิสูจน์แล้วว่ามันทำได้จริง”

ผมคิดว่าถ้อยคำสำคัญหนึ่งที่เขาบอกกับเราไว้ก็คือ อย่ากลัวความเปลี่ยนแปลง

ตามไปฟัง Jack Ma กันเต็มๆ ได้ที่

ที่มา – Bloomberg

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Categories: Blognone Network

ถึงรัฐจะคุมเข้มรูดปรื๊ด แต่ “กรุงศรี” ยังมียอดใช้เติบโต ผ่านกลยุทธ์ดิจิทัลเป็นศูนย์กลาง

Brand Inside - 21 September 2017 - 23:44

เมื่อ 1 ก.ย. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้จัดระเบียบบัตรเครดิต กับสินเชื่อส่วนบุคคล และอาจทำให้ผู้เล่นในธุรกิจนี้ต่างปาดเหงื่อในช่วง 4 เดือนที่เหลือ แต่นั่นไม่ใช่ “กรุงศรี คอนซูมเมอร์” ที่ยังคงเป้าเติบโตในทั้งสองเรื่อง

ภาพรวมธุรกิจบัตรเครดิตในประเทศไทย ถ้ายังอยากเป็นผู้นำ ก็ต้องโตเหนือตลาด

จริงๆ แล้วอัตราการเติบโตของสินเชื่อส่วนบุคคล และบัตรเครดิตของประเทศไทยนั้นไม่หวือหวามาระยะหนึ่งแล้ว เพราะด้วยภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว ยิ่งมาบวกกับนโยบายใหม่ที่เพิ่งประกาศไปเมื่อ 1 ก.ย. ก็ยิ่งทำให้สองตลาดข้างต้นชะลอตัวเข้าไปอีก และน่าจะยากที่จะกลับมาเติบโตอย่างก้าวกระโดดเหมือนในอดีต

แต่เมื่อว่ากันถึงเรื่องธุรกิจ ไม่ว่าใครก็อยากมีกำไรในธุรกิจที่ตัวเองทำอยู่ทั้งนั้น และเมื่อตลาดที่ทำอยู่นั่นนิ่งสนิท การหากลยุทธ์ใหม่ๆ เข้ามาปรับใช้กับธุรกิจ เพื่อคงอัตราการเติบโตเอาไว้ใกล้เคียงเดิมที่สุดก็จำเป็น ซึ่ง “กรุงศรี คอนซูมเมอร์” ก็กำลังทำแบบนี้ เพื่อคงอัตราการเติบโตเหนือตลาด และรักษาความเป็นผู้นำในตลาดนี้เอาไว้

ฐากร ปิยะพันธ์ ประธานกรรมการ กรุงศรี คอนซูมเมอร์

ฐากร ปิยะพันธ์ ประธานกรรมการ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ เล่าให้ฟังว่า เมื่อมีนโยบายใหม่ออกมา การปรับตัว และลงทุนเรื่องการตลาดของทางบริษัทก็จำเป็นมากขึ้น เพื่อรักษายอดการเติบโตเอาไว้ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการนำเรื่องดิจิทัลในแง่มุมต่างๆ มาพัฒนากับทั้งธุรกิจสินเชื่อรายย่อย และบัตรเครดิต ให้ผ่าน 4 เดือนสุดท้ายไปได้

ดิจิทัลคือศูนย์กลางของทุกกลยุทธ์

“ดอกเบี้ยบัตรเครดิตก็ลดลงเหลือ 18% และวงเงินก็เป็นไปตามรายได้ แถมยังมีข้อจำกัดอื่นๆ มากขึ้น ดังนั้นถ้าเราไม่ทำอะไรก็คงยากจะเติบโต แต่ด้วยตอนนี้กรุงศรี คอนซูมเมอร์ มีข้อมูลฐานลูกค้าจำนวนมาก และได้ลงทุนเรื่องระบบวิเคราะห์ข้อมูลไปก็เยอะ ซึ่งตอนนี้มันถึงเวลาแล้วที่จะนำข้อมูลเหล่านั้นมาช่วยพัฒนาธุรกิจในแง่มุมต่างๆ”

สำหรับการนำดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในธุรกิจของ “กรุงศรี คอนซูมเมอร์” นั้นแบ่งได้ 4 เรื่องคือ

  • Smart Growth ที่ใช้ดิจิทัลเป็นอีกช่องทางใหม่ในการดึงลูกค้า รวมถึงการพัฒนาแผนร่วมกับพันธมิตรต่างๆ
  • Digital Transformation ที่ปรับบริการต่างๆ ให้รองรับดิจิทัล เช่นรับชำระผ่านบัตรเครดิตด้วย QR Code
  • Consumer Experience ที่พัฒนา U Choose หรือ Application ดูเรื่องบัตรเครดิต สิ้นปีนี้น่าจะมีผู้ดาวน์โหลด 1 ล้าน จากปัจจุบันราว 6 แสนดาวน์โหลด พร้อมเตรียมใส่สิทธิประโยชน์ต่างๆ เข้าไปเพิ่ม
  • Organization Transformation ที่ปรับกระบวนการคิดภายนองค์กรให้ก้าวทันดิจิทัลมากขึ้น

คงเป้ายอดใช้บัตรเครดิต และสินเชื่อเพิ่ม

ขณะเดียวกันทางบริษัทยังคงเป้าหมายการเติบโตของยอดสินเชื่อรวมที่ 4% จากปี 2559 คิดเป็นมูลค่า 1.4 แสนล้านบาท เช่นกันกับยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่เพิ่ม 4% คิดเป็นมูลค่า 2.6 แสนล้านบาท และมีจำนวนลูกค้ารวม 8.4 ล้านบัญชีในระบบ ซึ่งเติบโต 4% ซึ่งทั้งหมดนี้โตสูงกว่าตลาดโดยรวมที่แทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากปีก่อน

สรุป

การปรับตัวเข้าหาดิจิทัลเป็นเรื่องจำเป็นของทุกธุรกิจ เพราะผู้บริโภคเริ่มไปอยู่บนช่องทางนั้นมากขึ้น และการเดินเกมดิจิทัลของ “กรุงศรี คอนซูมเมอร์” ก็แสดงให้เห็นว่า แม้จะมีลูกค้าที่เปิดบัญชีน้อยกว่าคู่แข่ง แต่ในเรื่องบัตรเครดิตที่ยกเอาดิจิทัลมาประยุกต์กับบริการ กลับเติบโตแซงเจ้าอื่นๆ ในตลาดได้

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Categories: Blognone Network

[ชมคลิป] Magic Sudoku ที่โชว์ศักยภาพ Apple Vision, Core ML และ ARKit

iPhonemod - 21 September 2017 - 22:47

Sudoku-solving แอปพลิเคชันได้แสดงศักยภาพของ AR เมื่อเอากล้องของ iPhone ส่องไปยังกระดาษที่ว่างเปล่า เพื่อให้แก้สมการ “ซูโดกุ” ซึ่งอาจเป็นเรื่องไหร่สาระสำหรับบางคน แต่เป็นการแสดงศักยภาพของ Apple framework มาได้อย่างเต็มที่ (ชมคลิปด้านล่าง)

Magic Sudoku

การแก้ปัญหาซูโดกุที่แสนยากลำบาก ไม่เพียงแค่คอมพิวเตอร์จะฉลาดพอแก้ได้เท่านั้น แต่กล้องก็ต้องใช้พลังของ Augmented Reality ในการแปลงให้ออกมาเป็นตัวเลขอีกด้วย และแน่นอนว่าต้องทำงานผ่าน iOS 11 พร้อมกับอุปกรณ์ที่มีศักยภาพเพียงพออย่าง iPhone 6s หรือใหม่กว่าเท่านั้น

สำหรับใครที่อยากลองพลังดังกล่าว สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Magic Sudoku ได้ด้วยราคาเพียง $0.99 ส่วนใครอยากเห็นว่ามันทำงานได้น่ามหัศจรรย์เพียงใด สามารถดูได้จากวิดีโอด้านล่างนี้

Just submitted our 1st #madewitharkit app for iOS11! @magicsudokuapp solves Sudokus using #CoreML, #Vision & #ARKit. https://t.co/UxFpA4fMHT pic.twitter.com/PFeXfHdwmQ

— Brad Dwyer (@braddwyer) September 19, 2017

ที่มา – 9to5mac

The post [ชมคลิป] Magic Sudoku ที่โชว์ศักยภาพ Apple Vision, Core ML และ ARKit appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

รายงานเผย! โรงงาน iPhone X ยังไม่ได้เริ่มผลิต ทั้งที่เปิดจองเดือนหน้า

iPhonemod - 21 September 2017 - 22:09

ถึงแม้ว่า Apple จะเปิดให้สั่งจอง iPhone X ในวันที่ 27 ตุลาคมและกำหนดส่งในวันที่ 3 พฤศจิกายน แต่รายงานบอกว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจาก iPhone X ยังไม่ได้เริ่มผลิตเลยสักเครื่อง! (หากไม่นับตัวโชว์ที่ส่งให้สื่อมวลชน)

iPhone X ยังไม่ได้เริ่มผลิต ทั้งที่เปิดจองเดือนหน้า

ตามข้อมูลของนักวิเคราะห์ Raymond James ได้เปิดเผยว่า Apple อาจเริ่มผลิตในช่วงเดือนตุลาคมและอาจมีแนวโน้มไปถึงช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งหากเรื่องนี้เป็นจริงเท่ากับว่า iPhone X จะมีจำนวนจำกัด (มาก) กับปริมาณการผลิตที่ได้ในแต่ละวัน เพื่อหล่อเลี้ยงคนทั้งโลกและมีแนวโน้มว่าจะส่งช้ากว่าที่กำหนดเอาไว้

สอดคล้องกับหลายข่าวก่อนหน้านี้ที่บอกว่า iPhone X อาจผลิตได้แค่วันละ 10,000 เครื่อง

เท่ากับว่า iPhone X น่าจะขาดตลาดเป็นช่วงเวลาหนึ่ง และอาจมีราคาสูงขึ้นตามความต้องการ (ถ้าตอนนั้นยังมี) ส่วนคนที่เคลมเครื่องหรือเป็นห่วงเรื่อง QC อาจมีผลด้านจิตวิทยาบ้าง แต่สำหรับคนที่ไม่คิดจะซื้ออยู่แล้วก็คงไม่มีอะไรน่ากังวล ซึ่งข่าวนี้สุดท้ายแล้วก็ยังคงเป็นการคาดเดา บางครั้ง CEO Apple อาจมีไม้ตายเด็ดซ่อนเอาไว้อยู่ก็เป็นได้

ที่มา – gsmarena

The post รายงานเผย! โรงงาน iPhone X ยังไม่ได้เริ่มผลิต ทั้งที่เปิดจองเดือนหน้า appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

รวมเกมที่รองรับ AR ใน iOS 11 (ทั้งฟรีและไม่ฟรี)

iPhonemod - 21 September 2017 - 20:05

นอกจาก รวมแอปที่รองรับ AR ที่ App Store ได้คัดเลือกมาแล้ว เราลองมาดูในฝั่งของ รวมเกมที่รองรับ AR ใน iOS 11 จาก App Store กันบ้างครับ ว่าจะมีเกมไหนใช้ AR เล่นได้โดนใจกันบ้าง

รวมเกมที่รองรับ AR ใน iOS 11 (ทั้งฟรีและไม่ฟรี)

สำหรับการเล่นเกมที่รองรับเทคโนโลยี AR จำเป็นต้องทำการอัปเดตซอฟต์แวร์ iOS ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด iOS 11 ก่อนการเล่นเกม โดยสามารถตรวจสอบ อุปกรณ์ iPhone, iPad รุ่นใดบ้างที่รองรับ ARKit ใน iOS 11 ได้ที่นี่

Arise (฿99.00)

เกมปริศนา (Puzzle) ค้นหาและเชื่อมต่อเส้นทางด้วยเทคโนโลยี AR เปิดประสบการณ์เกี่ยวกับมุมมองในการเล่นเกมรูปแบบใหม่ ที่ไม่จำเป็นต้องใช้นิ้วแตะหน้าจอ iPhone หรือ iPad อีกต่อไป เพียงแค่เลื่อนหน้าจอไปรอบเกาะที่ลอยตัวอยู่ ค้นหาสัญลักษณ์โบราณหรือตัวชี้นำภาพ หามุมองศาที่สามารถเชื่อมต่อเส้นทางให้ตัวละครเดินไปได้ ก็สามารถเล่นสนุกได้ง่าย ๆ แล้วครับ

ณ ปัจจุบันยังมีด่านให้เล่นเพียง 1 Chapter และกำลังจะทำการอัปเดตเพิ่มเติมอีกในเร็ว ๆ นี้ เกมราคา 99 บาท ใช้ได้กับอุปกรณ์ที่รองรับ ARKit เพียงเท่านั้น

เนื้อที่: 165 MB รองรับ iOS 11.0 ขึ้นไป (ใช้ได้กับ iPhone 5S ขึ้นไป, iPad และ iPod Touch)
ดาวน์โหลด (฿99.00): ARise on App Store

AR Dragon

หากใครที่เคยเล่นเกมทามาก๊อตจิและชื่นชอบมัน ก็ต้องไม่พลาดเกม AR Dragon ฟรีนี้เลยครับ เกมเลี้ยงมังกร 3 มิติ เสมือนจริงที่เราต้องฟักและดูแลเจ้ามังกรตัวน้อยแสนน่ารักที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง (มังกรที่เลี้ยงจะถือเป็นหนึ่งชนิดที่ไม่ซ้ำกับมังกรของบุคคลอื่นทั่วโลก) โดยทุกวันมังกรจะโตขึ้นและมีอายุมากขึ้นโดยอัตโนมัติ สามารถให้อาหาร ฝึกอบรม เล่นเกมกับเจ้ามังกรผ่านกล้องที่ใช้ AR ในมือถือได้อย่างสนุก เสมือนจริง

เนื้อที่: 164 MB รองรับ iOS 11.0 ขึ้นไป (ใช้ได้กับ iPhone 5S ขึ้นไป, iPad และ iPod Touch)
ดาวน์โหลดฟรี: AR Dragon on App Store

Zombie Gunship Revenant AR

เกม AR ยิงฝูงซอมบี้จากฟากฟ้าด้วยเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธหนัก สมจริง สุดมันส์ จากค่ายผู้สร้างเกม Zombies Gunship Survival ยิงซอมบี้ด้วยเครื่องบินรบ AC-130 โดยเราจะได้รับบทเป็นทีมคุ้มกันทหารจากบนฟ้า ควบคุมการเคลื่อนไหวของเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธและยิงโจมตีฝูงซอมบี้ด้วยเรดาร์สุดสมจริง เป็นการเปิดประสบการณ์การเล่นเกม AR แบบใหม่ที่ดีเลยทีเดียวครับ

เนื้อที่: 47 MB รองรับ iOS 11.0 ขึ้นไป (ใช้ได้กับ iPhone 6S ขึ้นไป, 9.7-inch, 10.5-inch, 12.9-inch iPad Pro, Wi-Fi + Cellular, (2nd Generation), iPad (5th Generation), Wi-Fi + Cellular
ดาวน์โหลดฟรี: Zombie Gunship Revenant AR on App Store

AMON (฿99.00)

อีกหนึ่งประสบการณ์การเล่นเกมรูปแบบใหม่ ที่จะเปลี่ยนห้องของคุณให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์น่าค้นหาด้วยเทคโนโลยี AR จำลองพิพิธภัณฑ์เสมือนจริง ให้สำรวจและเดินดูไปรอบ ๆ รูปปั้น 3 มิติ ที่ถูกสแกนมาจากของจริงจากพิพิธภัณฑ์ทั่วโลก ใส่หูฟังให้พร้อม สำรวจและช่วยประกอบชิ้นส่วนรูปปั้นประวัติศาสตร์ไปกับเกม AMON ในราคา 99 บาท ได้แล้ววันนี้ครับ

เนื้อที่: 217 MB รองรับ iOS 11.0 ขึ้นไป (ใช้ได้กับ iPhone 6S ขึ้นไป, 9.7-inch, 10.5-inch, 12.9-inch iPad Pro, Wi-Fi + Cellular, (2nd Generation), iPad (5th Generation), Wi-Fi + Cellular
ดาวน์โหลด (฿99.00): AMON on App Store

PuzzlAR: World Tour (฿99.00)

เกมปริศนาต่อชิ้นส่วนจากแบบจำลอง 3 มิติเสมือนจริง ของสถานที่สำคัญ ๆ หรือสถานที่ที่มีชื่อเสียงจากทั่วโลก เช่น อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ, ทัชมาฮาล, มหาวิหารเซนต์บาซิล เป็นต้น โดยเกมจะแบ่งปริศนาออกเป็น 3 ระดับความยากง่าย แตะและลากชิ้นส่วนที่ลอยอยู่ประกอบกันให้สมบูรณ์ ในขณะเล่นจะมีเสียงเพลงประกอบจากทั่วโลกเช่นเดียวกัน

เกมได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างจาก Poly Art ราคา 99 บาท โดยคุณสามารถโหวตสถานที่สำคัญ ๆ จากเมืองของคุณให้เป็นปริศนาในการอัปเดตครั้งต่อไปในอนาคตได้

เนื้อที่: 289 MB รองรับ iOS 11.0 ขึ้นไป (ใช้ได้กับ iPhone 5S ขึ้นไป, iPad และ iPod Touch)
ดาวน์โหลด (฿99.00): PuzzlAR: World Tour on App Store

Euclidean Lands (฿149.00)

อีกหนึ่งเกมปริศนา (Puzzle) ที่มีสไตล์ไม่ซ้ำใคร ด้วยการใช้ AR และหลักกลศาสตร์ในการสร้างเกมที่มีสถาปัตยกรรมลูกบาศก์ที่สวยงาม มีการเคลื่อนไหวและการหมุนแบบ 3 มิติ ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งครับ เล่นด้วยการหมุนรูบิคหรือสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ เพื่อให้ทหารหลบอุปสรรคและโจมตีศัตรู เกมราคา 149 บาท มีด่านให้เล่น 5 Chapter กว่า 40 ระดับความท้าทาย สามารถ Sync บันทึกข้อมูลกับ iCloud ได้อีกด้วยครับ

เนื้อที่: 344 MB รองรับ iOS 8.0 ขึ้นไป (ใช้ได้กับ iPhone, iPad และ iPod Touch)
ดาวน์โหลด (฿149.00): Euclidean Lands on App Store

Conduct AR! (฿139.00)

เกมควบคุมรถไฟในมุมมอง 3 มิติ ด้วยการสลับราง หยุดรถไฟ เพื่อหลีกเลี่ยงอุปสรรคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ระเบิดภูเขา การชนกัน การชนกับสิ่งกีดขวาง เป็นต้น เกมมีดนตรีประกอบที่สนุกโดย Simon Kölle ดีกรีรางวัลผู้ชนะ International Mobile Gaming Awards สามารถโหลดเกม Conduct AR! ในราคา 139 บาท เข้าเกมเปิดกล้อง และหาพื้นที่ว่าง ๆ เล่นสนุกได้ทุกเพศทุกวัยครับ

เนื้อที่: 133 MB รองรับ iOS 11.0 ขึ้นไป (ใช้ได้กับ iPhone 5S ขึ้นไป, iPad และ iPod Touch)
ดาวน์โหลด (฿139.00): Conduct AR! on App Store

Drive Ahead! Minigolf

เกมกีฬากลอ์ฟแสนสนุกในมุมมอง 3 มิติ จากผู้สร้างเกมแข่งรถและกีฬา Drive Ahead! เกมมินิกอล์ฟประกอบด้วยโหมดการเล่นแบบเดี่ยวและแบบหลายคน (Multiplayer) มีเพลงประกอบที่สนุก ก็สามารถโหลดไปลองเล่นกันดูได้ครับ ฟรี

เนื้อที่: 104 MB รองรับ iOS 11.0 ขึ้นไป (ใช้ได้กับ iPhone 6S ขึ้นไป, 9.7-inch, 10.5-inch, 12.9-inch iPad Pro, Wi-Fi + Cellular, (2nd Generation), iPad (5th Generation), Wi-Fi + Cellular
ดาวน์โหลดฟรี: Drive Ahead! Minigolf on App Store

เป็นอย่างไรบ้างครับกับ รวมเกมที่รองรับ AR ใน iOS 11 ที่ App Store เลือกมาให้เล่น ส่วนตัวแอดมินชอบเกมเลี้ยงมังกร AR Dragon ที่น่ารักและเล่นง่ายดีครับ ก็หากถูกใจก็อย่าลืมกด Like กด Share เป็นกำลังใจให้แอดมินด้วยนะครับ แล้วพบกันในแอปที่น่าสนใจในการใช้ AR บทความหน้าครับ

The post รวมเกมที่รองรับ AR ใน iOS 11 (ทั้งฟรีและไม่ฟรี) appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

รวมคำที่พิมพ์ใน Facebook แล้วกดแล้วจะได้เอฟเฟกต์ฟรุ้งฟริ้งกลับมา

FaceBlog - 21 September 2017 - 17:14
เคยเสนอไปแล้วว่าถ้าพิมพ์ จุ๊บๆ หรือ Harry Potter ใน Facebook แล้วมันจะมีเอฟเฟกต์ฟรุ้งฟริ้งขึ้นกะคำที่เราพิมพ์ (แต่ Harry Potter เล่นไม่ได้แล้วนะ) ตอนนี้ไปเจอมา 2 คำคือ RAD (ไม่ใช่คำว่าแรด แต่มาจาก Radical, cool) ซึ่งถ้าพิมพ์ไทยคือ ปังสุด จะได้พายุไลก์ถล่มในฟีด Congratulations หรือ congrats (ต้องมี s ต่อท้ายนาจา) ถ้าภาษาไทยก็คือ ขอแสดงความยินดี ก็จะได้ลูกโป่งกุ๊งกิ๊งลอยมา ซึ่งบางคำก็จะเห็นเอฟเฟกต์แค่ในคอม บางคนอาจจะไม่เห็นเอฟเฟกต์ใดๆ เลย ก็ว่ากันไป ก็ลองไปทดลองเล่นก็ไม่เสียหาย ถ้าเจออะไรอีกจะมาบอกใหม่นะ…
Categories: Partners

[หลุด] Pixel 2 และ Pixel 2 XL ราคา $649-949 และอาจไม่มีช่องหูฟัง 3.5 มม.

iPhonemod - 21 September 2017 - 16:23

ก่อนหน้านี้ทีมงานได้นำเสนอข่าว ภาพเรนเดอร์ Google Pixel XL รุ่นใหม่ และตอนนี้สื่อต่างประเทศก็เริ่มรายงานข่าวหลุดแบบแทบจะสมบูรณ์ 100% รวมไปถึงราคาเปิดตัวทุกรุ่น ซึ่งสมาร์ทโฟนสองรุ่นใหม่นี้จะใช้ชื่อว่า Pixel 2 และ Pixel 2 XL พร้อมกับระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุด Android 8.0 Oreo โดยจะเป็นตัวในวันที่ 4 ตุลาคมนี้

Pixel 2 และ Pixel 2 XL

DroidLife ได้รายงานเกี่ยวกับสมาร์ทโฟนสองรุ่นนี้ โดยสำหรับ Pixel 2 จะมาพร้อมกับชื่อเรียกสีสุดกวนอย่าง Kinda Blue, Just Black และ Clearly White และสำหรับ Pixel 2 จะมาพร้อมกับชื่อ Black & White (สีแพนด้า) และ Just Black ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าเป็นการเล่นคำล้อเลียน Jet Black ของทาง Apple ด้วยหรือไม่ ?

ราคาเปิดตัว
  • Pixel 2 64GB ราคา $649 (ประมาณ 21,507 บาท)
  • Pixel 2 128GB ราคา $749 (ประมาณ 24,821 บาท)
  • Pixel 2 XL 64GB ราคา $849 (ประมาณ 28,135 บาท)
  • Pixel 2 XL 128GB ราคา $949 (ประมาณ 31,449 บาท)

ก็ถือว่าราคาถูกกว่า Apple อยู่เล็กน้อยเพราะ iPhone X 64GB เปิดตัวที่ราคา $999 ส่วนรุ่น iPhone 8 64GB เปิดตัวที่ราคา $699 และ iPhone 8 Plus เปิดตัวที่ราคา $799 ตามลำดับ แต่ถึงอย่างไร Pixel 2 ก็มีราคาเปิดตัวพอกับรุ่นแรก แต่ถึงอย่างไรก็มีโปรแกรมให้ผ่อนชำระ Google Store เป็นระยะเวลานาน 24 เดือน

ก่อนหน้านี้มีข่าวลือมาว่าจะไม่มีช่องหูฟัง 3.5 มม. แบบเดียวกับที่ Apple ได้ขจัดออกไปเช่นเดียวกัน ซึ่งก็สอดคล้องกับข้อมูลของผู้ผลิตเคส และหากดูจากภาพที่หลุดออกมาก็ดูเหมือนว่าจะยังไม่มีหูฟัง (อยู่ดี)

ที่มา – droid-life

The post [หลุด] Pixel 2 และ Pixel 2 XL ราคา $649-949 และอาจไม่มีช่องหูฟัง 3.5 มม. appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

ศึกแย่งส่วนแบ่งสมาร์ทโฟนตลาดล่าง Wiko ส่งรุ่นเรือธง เริ่มต้น 4,990 บาท เน้นถูก สเปคครบ

Brand Inside - 21 September 2017 - 15:26

ตลาดสมาร์ทโฟนช่วงราคาต่ำกว่า 8,000 จะคึกคักขึ้นอีก Wiko ส่งรุ่นใหม่ ตระกูลวิวซีรีส์ มาลุยในไทย โดยบอกว่าพร้อมมากที่สู้กับแบรนด์อื่นๆ “เพราะต่อให้สเปคเท่ากัน แต่เราราคาถูกกว่า” ส่วนในความเป็นจริง จะเป็นอย่างไร ต้องติดตาม

Wiko รุ่น View Series สมาร์ทโฟนเรือธงที่ส่งมาในไทยปี 2017 Wiko ลุยหนักตลาดล่างสมาร์ทโฟน เพื่อแย่งแชร์ 5%

หลังจากที่ Wiko เปิดตัวในไทยมาแล้ว 2 ปีเศษ นับตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมาจนถึงเดือนมิถุนายนปีนี้ Wiko มียอดขายมือถือรวมแล้วที่ 1,000,000 เครื่องเรียบร้อย ในภาพรวมแล้ว สิ่งที่ทำให้ Wiko ไต่อันดับมาถึงจุดนี้ได้ก็คือมือถือรุ่นราคา 2,000 – 3,000 บาท โดยในตลาดสมาร์ทโฟนราคานี้ Wiko ครองส่วนแบ่งตลาดไว้ถึง 30.7%

แต่การเล่นเพียงตลาดล่างนั้นไม่เพียงพอ เพราะผู้บริโภคพอได้ทดลองใช้สินค้าในระดับหนึ่ง ก็อยากใช้สินค้าที่ดีขึ้น อาจรวมถึงแพงขึ้น (ถ้าทำได้) และต้องตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่มีมากขึ้น

ล่าสุด Wiko เลยต้องส่งสมาร์ทโฟนเรือธงออกมาเล่นในตลาดประเทศไทย โดยเป็นซีรีส์ที่เรียกว่า Wiko View Series (วีโก วิว ซีรีส์) รุ่นที่ราคาต่ำที่สุดในซีรีส์นี้อยู่ที่ 4,990 บาทคือ Wiko View (วีโก วิว) ตามมาด้วย Wiko View XL (วีโก วิว เอ็กซ์แอล) ที่ราคา 5,990 บาท และตัวท็อปคือ Wiko View Prime (วีโก วิว ไพรม์) ในราคา 7,490 บาท

การส่งวิวซีรีส์ออกมาจึงทำให้ราคาเฉลี่ยของสมาร์ทภายใต้แบรนด์ที่แต่เดิมอยู่ประมาณ 4,000 บาท ถีบตัวขึ้นมาอยู่ในระดับ 4,900 บาทขึ้นไป พูดง่ายๆ คือ รุ่นใหม่ที่ส่งออกมาก็เพราะต้องการดันแบรนด์ให้พรีเมี่ยมมากขึ้น เพราะต้องการเพิ่มไลน์การผลิตที่ตอบโจทย์คนหลากหลายกลุ่มมากขึ้น ไม่เล่นแค่ตลาดล่างอีกต่อไป แต่ต่อให้ต้องแข่งตลาดล่างก็จะทำให้ตลาดล่างพรีเมี่ยมขึ้น

อาณัติ วัดจินดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วีโก โมบาย (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า “ตลาดต่างจังหวัดตอนนี้คนที่ชินกับโทรศัพท์แบบปุ่มกดก็น้อยลง เพราะเขาต้องการใช้สมาร์ทโฟนมากขึ้น เอาไว้คุยไลน์ ใช้โซเชี่ยลมีเดียมากขึ้น พฤติกรรมเปลี่ยนไป สำหรับแบรนด์เรา หลายคนใช้เป็นเครื่องแรกในการทดลองใช้สมาร์ทโฟน ซึ่งนั่นเป็นข้อดี เพราะเราพยายามจะทำให้เขาประทับใจ แล้วใช้ Wiko ต่อไปเรื่อยๆ วันนี้เราส่งวิวซีรีส์ออกมาก็เพื่อทำตีทั้งตลาดในเมืองและต่างจังหวัด อย่าลืมว่าตลาดคนต่างจังหวัดตอนนี้ไม่ได้ต่างจากในเมืองแล้ว ไลฟ์สไตล์แทบจะคล้ายๆ กัน”

“เราต้องการแชร์ (ส่วนแบ่งตลาด) ที่ 5% ในปีนี้ ตอนนี้เรามีอยู่แล้วที่ 3.5% เราเชื่อว่าเราจะไปได้ถึงภายในปีนี้ ด้วยสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงที่ส่งมาใหม่”

เหล่าผู้บริหาร Wiko

Wiko ค่อนข้างคาดหวังกับรุ่นใหม่นี้ เพราะเชื่อว่าจะสู้กับแบรนด์อื่นๆ ที่ตีตลาดสมาร์ทโฟนในโซนราคาต่ำกว่า 8,000 เช่น Samsung, Huawei, Oppo, Vivo ฯลฯ เพราะด้วยฟีเจอร์กับฟังก์ชั่นแล้ว Wiko ค่อนข้างมั่นใจในตัวเองสูง ลองดูได้จากความน่าสนใจของ Wiko ในรุ่นวิวซีรีส์ อย่างเช่น

  • หน้าจอขนาด 5.7 นิ้ว 
  • หน้าจอ 18:9
  • กล้องหน้าคู่ ความละเอียด 20 + 8  ล้านพิกเซล
  • ถ่ายเซลฟี่หน้าชัดหลังเบลอได้ และมี Auto-Group Selfie ช่วยให้ถ่ายเซลฟีมุมกว้างได้ถึง 120 องศา มีโหมด Super Pixel ให้รายละเอียดภาพสูงถึง 64 ล้านพิกเซล

ผู้บริหาร Wiko ย้ำว่า ด้วยความครบของสมาร์ทโฟนซีรีส์นี้ ถ้าไปเทียบสเปคกับรุ่นในแบรนด์อื่นๆ ที่มีอยู่ในตลาด เชื่อว่า ราคาจะแพงกว่านี้แน่นอน และที่สำคัญ แม้ว่า Wiko จะส่งสเปคเครื่องหรือกล้องที่อาจจะไม่ต่างจากแบรนด์อื่นที่มีอยู่ในตลาด แต่เราขอยืนยันว่า “มีเหมือนกัน แต่เราทำถูกกว่า” นี่คือจุดขายของเรา

อย่างไรก็ตาม จากการสัมผัส Wiko รุ่นใหม่ที่ส่งออกมา โดยเฉพาะตัว View Prime ที่ถือว่าเป็นตัว Top ค่อนข้างทำได้ดี แถมมาในราคา 7,490 ถ้าวัดแค่ผลิตภัณฑ์ ฟีเจอร์ และฟังก์ชั่นน่าจะไม่ใช่ปัญหา แต่อาจจะอยู่ที่การทำตลาด ตัวแทนขาย และภาพลักษณ์แบรนด์มากกว่า

ทำการตลาด รุกตลาดล่างถึงกลาง มีพรีเซ็นเตอร์ครั้งแรก

งบการตลาดของทั้งปี 2017 ของ Wiko คือ 170 ล้านบาท แต่ใช้ในตอนต้นปีไปเพียง 50 ล้านบาท ส่วนในครึ่งปีหลังจากใช้เต็มสูบคือ 120 ล้านบาท เป็นการทำโฆษณาทุกช่องทาง ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ แต่สิ่งที่แปลกใหม่คือมีพรีเซ็นเตอร์ นับเป็นครั้งแรกที่ Wiko ไปดึงเอานักแสดงสาว “คิมเบอร์ลี แอน เทียมศิริ” มาเป็นพรีเซนเตอร์ โดยให้เหตุผลว่า จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นของแบรนด์ที่ดี คำที่ผู้บริหารบอกคือ “คิมเบอร์ลียังมีดวงตาที่สวย สื่อถึงสมาร์ทโฟนรุ่น วีโก วิว ไพรม์ ซึ่งมีจุดเด่นที่กล้องหน้าคู่”

ทั้งนี้ ด้วยสัดส่วนของ Wiko ที่อยู่ในต่างจังหวัดถึง 75% กับในกรุงเทพเพียง 25% แต่ Wiko มองว่าไม่ใช่ปัญหา เพราะต่างจังหวัดก็ยังมีแรงซื้อที่ดี นอกจากนั้นการส่งรุ่นใหม่ในตระกูลวิวซีรีส์มานี้จะทำให้เจาะตลาดเมืองได้มากขึ้น

เป้าของ Wiko นอกจากที่บอกไว้คือในปีนี้จะแย่งแชร์ในตลาดสมาร์ทโฟนให้ได้ 5% ยังตั้งต่อไปอีกว่า ในครึ่งปีหน้าจะต้องอยู่ที่ 10% ให้ได้ แถมแต่ละเดือนจะต้องมียอดขายที่ 1.5 แสนเครื่อง พร้อมทั้งตั้งเป้ามูลค่าไว้ที่ 2,500 ล้านบาท (ในปัจจุบันอยู่แถวๆ 1,000 ล้านบาทปลายๆ)

สรุป

Wiko แบรนด์สมาร์ทโฟนจากฝรั่งเศสที่บุกตลาดในไทยมาตั้งแต่ปี 2014 ตอนนี้มียอดขายที่ 1 ล้านเครื่องแล้ว ขอบุกต่อด้วยการส่งวิวซีรีส์ที่ถือว่าเป็นการขยับตัวจากตลาดล่างขึ้นอยู่กลางๆ เพื่อสู้ในศึกสมาร์ทโฟนตลาดต่ำกว่า 8,000 บาท แม้ในช่วงราคานี้จะได้รับความนิยมสูงในไทย โดยเฉพาะตลาดต่างจังหวัด แต่ในช่วงเรทราคานี้ ผู้เล่นในตลาดก็ไม่น้อย แถมหลายรายเป็นแบรนด์ใหญ่ ทุนหนา และทำการตลาดอย่างช่ำช่อง ทางเดียวที่ Wiko จะสู้ได้คือการส่งสเปคที่เทียบเท่าหรือไปไกลกว่า แต่ราคาต้องถูกกว่ารายอื่นๆ แต่แค่นั้นจะเพียงพอที่ทำให้ Wiko เป็นผู้เล่นที่น่ากลัวในตลาดสมาร์ทโฟนหรือไม่ ติดตามดูกันต่อไป

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Categories: Blognone Network

Wiko ส่งสมาร์ทโฟนตระกูล View Series 3 รุ่นใหม่ส่งท้ายปี เน้นคุณสมบัติครบครันในราคาที่จับต้องได้

MXPhone - 21 September 2017 - 15:05
Wiko เปิดตัวสมาร์ทโฟนตระกูล View Series 3 รุ่นล่าสุด ที่ประกอบด้วย Wiko View, Wiko View XL และ Wiko View Prime ชูจุดเด่นด้วยหน้าจอขนาดใหญ่สัดส่วน 18:9 และรวมทุกเทคโนโลยีที่ผู้บริโภคต้องการในราคาที่ทุกคนเข้าถึงได้ ดีเดย์วางขายจริง...
Categories: Partners

นักวิเคราะห์เผยยอดพรีออเดอร์ iPhone 8 / 8 Plus ในจีนไม่ค่อยสวยนัก

MXPhone - 21 September 2017 - 14:55
เปิดพรีออเดอร์อย่างเป็นทางการในกลุ่มประเทศแรกเข้ามาเป็นวันที่ 6 แล้ว สำหรับ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus สองในสามสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของ Apple ซึ่งพบว่าตัวเลขยอดจองในตอนนี้ยังออกมาไม่ค่อยดีนักเมื่อเทียบกับรุ่นเก่าอย่าง iPhone 6 และ iPhone 7 โดยทาง Jun...
Categories: Partners

เปิดตัว Moto X4 เวอร์ชัน Android One การันตีได้อัพเดต Android P ก่อนใคร

MXPhone - 21 September 2017 - 14:20
Google ประกาศเปิดตัวสมาร์ทโฟนโปรเจค Android One รุ่นแรกที่จะเข้ามาทำตลาดในสหรัฐฯ ซึ่งก็ได้แก่  Moto X4 มือถือจากค่าย Motorola ที่เปิดตัวมาตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แต่สำหรับเวอร์ชั่นนี้จะเป็น Pure Android นอกจากนี้ผูกเข้ากับเครือข่าย Project Fi ที่เป็นบริการเครือข่ายของ Googleที่ร่วมมือกับผู้ให้บริการเครือข่ายรายใหญ่ในประเทศสหรัฐอเมริกาอย่าง T-Mobile,...
Categories: Partners

STADIUM ONE: Lifestyles Sport Community ครบวงจรสำหรับนักวิ่งแห่งแรกในประเทศไทย

Brand Inside - 21 September 2017 - 13:01

แม้ว่ากรุงเทพฯ จะมีสถานที่ไว้สำหรับออกกำลังกาย โดยเฉพาะเพื่อรองรับการวิ่ง ทั้งสนามชั่วคราวอย่างมาราธอนหรือแม้แต่ฟิตเนสและสวนสาธารณะหลายแห่ง แต่เหล่านักวิ่งก็น่าจะรู้ดีว่าเรามักพบเจออุปสรรคมากมาย ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่เดินทางไม่สะดวก บางที่ไม่มีที่จอดรถ และส่วนใหญ่ยังไม่มีล็อคเกอร์เก็บของ ที่อาบน้ำ และหลังวิ่งเสร็จแล้วยังห่างไกลจากร้านค้าที่จำหน่ายน้ำดื่มหรืออาหารด้วย และแน่นอนว่าตอนนี้ยังไม่มีสถานที่ไหนที่สามารถจะแก้ปัญหาความเจ็บปวดเหล่านี้ได้

Stadium One จึงขอเปิดประสบการณ์ใหม่ให้คนรักการวิ่ง รักสุขภาพ ได้สัมผัสกับไลฟ์สไตล์ สปอร์ต คอมมูนิตี้ (Lifestyles Sport Community) ครบวงจรสำหรับนักวิ่งแห่งแรกในประเทศไทย และรวมทุกอย่างไว้ให้ครบเครื่องตามที่สายสปอร์ตในเมืองต้องการ

1. Lifestyles Sport Community ทำเลที่ดีที่สุดใจกลางเมืองไม่ต้องดั้นด้นไปไหนไกล เพราะทำเลที่ตั้งของโครงการ Stadium One ไลฟ์สไตล์ สปอร์ต คอมมูนิตี้แห่งใหม่นี้ตั้งอยู่ใจกลางเมือง บริเวณหัวมุมถนนบรรทัดทอง และถนนพระราม 1  ฝั่งตรงข้ามห้างโลตัสพระราม 1 จัดเป็นโครงการขนาดใหญ่บนเนื้อที่กว่า 10 ไร่ ซึ่งบริเวณที่ตั้งจะอยู่หลังสนามศุภฯ ซึ่งหลายคนน่าจะรู้จักดีกับย่านขายสินค้ากีฬาชื่อดังอันเก่าแก่ และยังตั้งใจให้เป็นจุดสตาร์ทก่อนจะเชื่อมต่อไปวิ่งที่สนามเทพหัสดินและสนามศุภชลาศัย คนรักสุขภาพจึงสามารถเข้าถึง “สุขภาพดี” ได้อย่างง่ายดายเพราะเดินทางง่ายด้วย BTS สถานีสนามกีฬาหรือถ้าขับรถมาก็มีที่จอดรถสะดวก

2. สตูดิโอออกกำลังกายในร่มรวมกีฬายอดนิยมในร่มมาให้เลือกตามไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นห้องสำหรับฟิตเนส คลาสโยคะ หรือคลาสเรียนต่อยมวย พิลาทิส รวมไปถึงคลาสสอนเต้นซุมบ้า ซึ่งจัดไว้ภายในห้องอย่างเป็นสัดส่วน แต่เด็ดที่สุดคือ มีบริการล็อคเกอร์สำหรับเก็บของส่วนตัว ไปจนถึงห้องอาบน้ำหลังจากออกกำลังกาย แก้ปัญหาความกังวลในการหาที่เก็บกระเป๋าหรือเอกสารหลังเลิกงานแบบเดิมๆ ได้อย่างตรงจุด  ทั้งหมดจะอยู่ในอาคารที่จะรวมเอาสตูดิโอสำหรับออกกำลังกายประเภทต่างๆ เอาไว้มากที่สุดในประเทศไทย

3. ลู่วิ่งและไบค์เลนสำหรับสายเบิร์นอยากใกล้ชิดธรรมชาติไม่ต้องไปต่างจังหวัด เพราะความพิเศษอีกอย่างหนึ่งของ Stadium One ไลฟ์สไตล์ สปอร์ต คอมมูนิตี้แห่งใหม่นี้ตั้งอยู่ใกล้อุทยานจุฬาฯ 100 ปี สวนสาธารณะใจกลางเมืองแห่งใหม่ที่แสนจะร่มรื่น ซึ่งมีลู่วิ่งที่ยาวกว่า 7.5 กิโลเมตร และลู่สำหรับจักรยาน 12 กิโลเมตร ให้สายเบิร์นได้ออกกำลังกายกันอย่างเต็มที่

Unusual low angle back view of a group of friends jogging outdoors on a summer afternoon with sun flare

4. แหล่งรวมอาหารสุขภาพออกกำลังกายอย่างเดียวไม่พอ ต้องดูแลอาหารการกินให้ดีด้วย ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่จุดเริ่มต้นในการออกกำลังกาย แต่ยังรวมเอาร้านอาหารหลากหลายประเภทมาให้เลือกได้ตามไลฟ์สไตล์ของตนเอง โดยเฉพาะร้านอาหารสุขภาพอย่าง อาหารออแกนิกส์ หรืออาหารสายคลีนที่จะมารวมตัวกันที่นี่โดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีร้านกาแฟที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย

5. ช้อปแบรนด์ดังของสายสปอร์ตอยากเล่นกีฬาแค่แรงฮึดอย่างเดียวไม่พอ ควรมีเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้และอุปกรณ์ที่เหมาะสมช่วยสนับสนุนเราด้วย Stadium One จึงรวมแบรนด์ดังร้านค้าสำหรับคนรักสุขภาพและรักการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าอุปกรณ์กีฬาทุกประเภท โดยเฉพาะการวิ่ง และอุปกรณ์จักรยาน ศูนย์ซ่อมบำรุงจักรยาน ศูนย์จำหน่ายเสื้อผ้ากีฬา เสื้อทีมสโมสรฟุตบอลชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ เป็นต้น

Young caucasian man in shoes store buying a jogging pair. He’s holding one shoe and looking at it, smirk of satisfaction shows up on his face. He has short brown hair and navy blue shirt with sleeves rolled back

เตรียมตัวพบกับโครงการ Stadium One ไลฟ์สไตล์ สปอร์ต คอมมูนิตี้แห่งแรกที่จะมาสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับคนรักการออกกำลังกายและใส่ใจสุขภาพ ด้วยการรวมทุกความสะดวกสบายของคนรักสุขภาพมาไว้ที่นี่ที่เดียว

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม http://stadiumone.net/ และ https://www.facebook.com/stadiumonebkk/ หรือสอบถามได้ที่ 097 031 1222

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Categories: Blognone Network

ลือ Huawei วางขาย Maimang 6 ในต่างแดนด้วยชื่อ Mate 10 Lite

MXPhone - 21 September 2017 - 13:00
วันที่ 22 กันยายนนี้ทาง Huawei ก็จะได้ฤกษ์เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ Maimang 6 อย่างเป็นทางการในประเทศจีน โดยที่มีกระแสข่าวหลายสายออกมาเผยว่าตัวสมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าวจะทำตลาดในต่างประเทศ ด้วยชื่อ G10 ตามรอยของ Maimang 5 ที่วางขายในต่างแดนด้วยชื่อ G9 Plus แต่ล่าสุดก็มีเบาะแสใหม่ว่าอาจจะไม่เป็นแบบนั้นเสียแล้ว Evan Blass...
Categories: Partners

Tim Cook ยืนยัน Apple ไม่เก็บข้อมูลสแกนใบหน้า Face ID ของผู้ใช้แน่นอน

iPhonemod - 21 September 2017 - 12:29

Tim Cook ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการโทรทัศน์ที่สหรัฐ ย้ำว่า Apple จะไม่เก็บข้อมูลสแกนใบหน้า Face ID ของผู้ใช้แน่นอน เน้นความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้มากที่สุด

เราเคยรายงานไปก่อนหน้านี้ที่ Tim Cook ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “Good Morning America”  ว่า วันปล่อย iOS 11 + ARKit เป็นอีกวันที่ต้องจดจำ และ Tim Cook CEO ของ Apple ก็ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับฟีเจอร์ Face ID ใน iPhone X ด้วย Apple ไม่เก็บข้อมูลสแกนใบหน้า Face ID ของผู้ใช้แน่นอน

Tim Cook เผยว่า เมื่อผู้ใช้ใช้ฟีเจอร์การสแกนใบหน้า (Face ID) ข้อมูลเหล่านั้น จะไม่ถูกส่งไปที่ Apple แต่ข้อมูลการสแกนใบหน้านั้นจะถูกเข้ารหัสและเก็บไว้ในเครื่อง ซึ่งผู้ใช้จะเป็นคนเก็บรักษาข้อมูลไว้เอง

Apple ให้ความสำคัญกับข้อมูลของผู้ใช้มาก การที่ Apple ไม่ได้เก็บหรือรับข้อมูล Face ID จากผู้ใช้จะช่วยให้ Hacker เจาะข้อมูลได้ยาก ดังนั้นข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้จะอยู่ในมือของผู้ใช้เอง

สำหรับ Face ID ใน iPhone X นั้นเป็นฟีเจอร์การยืนยันตัวบุคคลแบบใหม่ที่มาแทนสแกนนิ้ว Touch ID โดย Face ID จะใช้เทคโนโลยีพิเศษร่วมกับกล้องหน้า TrueDepth สามารถสแกนใบหน้าได้แม่นยำผิดพลาดน้อยกว่า 1:1,000,000 และเรียนรู้ จดจำใบหน้าของผู้ใช้ทุกครั้งที่สแกน

ที่มา – idownloadblog

The post Tim Cook ยืนยัน Apple ไม่เก็บข้อมูลสแกนใบหน้า Face ID ของผู้ใช้แน่นอน appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

วิธีปิด Wi-Fi และ Bluetooth บน iOS 11 ง่าย ๆ ไม่ต้องเข้า Settings แถมประหยัดแบตด้วย

MacThai - 21 September 2017 - 12:00

หลาย ๆ คนคงได้ทำการอัปเกรด iOS 11 กันมาบ้างแล้ว ซึ่งหลังจากที่ได้ลองอ่านความเห็นของแฟนเพจก็พบว่า หลาย ๆ คนชอบ Control Center แบบใหม่ ที่ทำอะไรได้หลายอย่าง แต่ก็มีปัญหาบางอย่างที่พูดถึงกันมากที่สุดก็คือ กดปุ่มปิด Wi-Fi และ Bluetooth ใน Control Center แล้วทำไมไปดูใน Settings แล้วมันยังไม่ปิด

ซึ่งวันนี้แอดจะมาแนะนำวิธีปิด Wi-Fi และ Bluetooth ง่าย ๆ โดยไม่จำเป็นต้องเข้า Settings ไปเลื่อนสวิตซ์เหมือนแต่ก่อนด้วย โดยวิธีก็คือ ใช้ Siri สั่งปิดซะเลย ง่ายนิดเดียว

 

วิธีปิด Wi-Fi และ Bluetooth ด้วย Siri

ก็ไม่ต้องทำอะไรมากเลยก็แค่กดปุ่มโฮมค้างไว้ หรือว่าจะพูด “หวัดดี Siri” เพื่อเรียก Siri ขึ้นมา หลังจากนั้นให้พูดว่า…

  • “ปิด Bluetooth”
  • “ปิด Wi-Fi”

เพียงแค่นี้ Siri ก็จะทำการปิด Wi-Fi และ Bluetooth ให้แล้ว ซึ่งไม่ต้องมาเสียเข้าไปใน Settings เลย

 

เรียบเรียงโดย
ทีมงาน MacThai

The post วิธีปิด Wi-Fi และ Bluetooth บน iOS 11 ง่าย ๆ ไม่ต้องเข้า Settings แถมประหยัดแบตด้วย appeared first on Macthai.com.

Categories: Partners

ปิดจ็อบ Google ควัก 1.1 พันล้านเหรียญฯ เหมาแผนก R&D ของ HTC

MXPhone - 21 September 2017 - 11:42
HTC บรรลุข้อตกลงขายแผนก R&D พร้อมทีมงานยกชุดกว่า 2,000 ชีวิต ซึ่งเป็นเบื้องหลังการผลิตสมาร์ทโฟนตระกูล Pixel ให้กับทาง Google อย่างเป็นทางการ โดยมีมูลค่าในการทำข้อตกลงครั้งนี้เป็นเงินสด 1.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ  จากการทำข้อตกลงครั้งนี้ทำให้ Google ได้ตัวพนักงานแผนก R&D ของ HTC...
Categories: Partners

ทำไมปิด Wi-Fi ที่ Control Center ใน iOS 11 แล้วยังเชื่อมต่อเองอยู่ นี่คือคำตอบ

iPhonemod - 21 September 2017 - 10:12

หลังจากที่เราได้อัปเดต iOS 11 ใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลายคนอาจจะเจอปัญหา iPhone มีการเชื่อมต่อ Wi-Fi เอง ทั้งๆ ที่เราปิด Wi-Fi ในส่วน Control Center ไปแล้ว ลองมาดูชมวิธีการปิด Wi-Fi โดยไม่ให้มีการเชื่อมต่อเอง

ทำไมปิด Wi-Fi ที่ Control Center ใน iOS 11 แล้วยังเชื่อมต่อเองอยู่ นี่คือคำตอบ

จากเดิมใน iOS 10 เราสามารถเปิด-ปิด Wi-Fi ในส่วนของ Control Center ได้เลย ถ้าเปิด Wi-Fi ไว้ iPhone ก็จะเชื่อมต่อทันที แต่ถ้าปิดก็จะไม่มีการเชื่อมต่อ Wi-Fi จนกว่าจะกลับมาเปิดเองอีกครั้ง

แต่

ใน iOS 11 การแตะปิด Wi-Fi ในส่วน Control Center หมายถึง การตัดการเชื่อมต่อ (Disconnect) Wi-Fi เท่านั้น ซึ่งไม่ได้หมายถึงการปิด (Turn off) จริงๆ

โดยได้ยินข้อมูลมาว่า Apple ไม่ต้องการให้ปิด Wi-Fi ส่วนนี้เพราะจะส่งข้อมูล AirDrop ไม่ได้ จึงตัดสินใจเปิดเอาไว้

ดังนั้นเวลาที่เราปิด Wi-Fi ใน Control Center iPhone ก็จะตัดการเชื่อมต่อ Wi-Fi ชั่วคราว พอเรากลับมาเล่นอีกครั้ง iPhone ก็จะเชื่อมต่อ Wi-Fi ให้อัตโนมัติ ถือว่าเป็นข้อดีอีกอย่างหนึ่งในกรณีที่หลายคนเชื่อมต่อ Wi-Fi ต่างจุดกัน เช่น ใช้งาน Wi-Fi ในห้องประชุม 1 สัญญาณเต็ม พอเดินมาที่ห้องประชุม 3 ที่มี Wi-Fi แต่พบว่าเครื่องยังจับสัญญาณที่ห้องประชุม 1 อยู่ เราทำการปิด Wi-Fi ที่ Control Center เพื่อตัดการเชื่อมต่อแล้วเปิดอีกที เครื่องก็จะมาจับที่ห้องประชุม 3 แทน

แล้วจะปิดตัวรับสัญญาณ Wi-Fi เลยต้องทำยังไง?

หากใครต้องการปิด Wi-Fi (Turn off Wi-Fi) โดยไม่ต้องการให้กลับมาเชื่อมต่ออัตโนมัติ แนะนำให้ทำตามวิธีดังต่อไปนี้

ไปที่ Setting > แตะ Wi-Fi > ปิด Wi-Fi

มีวิธีการง่ายกว่านั้นไหม?

มีสิ สั่งด้วย Siri ไง

  • turn wi-fi off
  • turn off wi-fi
  • ปิด wifi

เท่านี้ก็ปิดได้แล้วไม่ต้องดูเครื่องด้วยซ้ำแถมไวด้วย ​:)

ในส่วน Control Center ก็จะแสดงไอคอนปิด Wi-Fi ดังรูปภาพด้านล่าง หากต้องการเปิดก็สามารถแตะไอคอน Wi-Fi ใน Control Center ได้เลย

วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการควบคุมการเปิด-ปิด Wi-Fi เอง โดยไม่ต้องการให้มีการเชื่อมต่ออัตโนมัติ เช่น กำลังประชุมอยู่ นอนหลับพักผ่อน เป็นต้น แต่สำหรับคนที่ใช้ Wi-Fi ประจำหรือต้องการทราบการอัปเดตอยู่ตลอดเวลา เช่น แจ้งเตือน Facebook, Line, Instagram ฯลฯ ก็เปิด-ปิดในส่วน Control-Center แทน

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

เรื่องโดย iPhoneMod.net

The post ทำไมปิด Wi-Fi ที่ Control Center ใน iOS 11 แล้วยังเชื่อมต่อเองอยู่ นี่คือคำตอบ appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

เปิดโค้ดเนม Huawei Mate 10 ยืนยันพร้อมวางตลาด 4 โมเดล

MXPhone - 21 September 2017 - 10:11
เกาะติดข่าวคราวของเรือธงใหม่อย่าง Huawei Mate 10 กันต่อซึ่งแน่นอนว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะมาพร้อมจอดีไซน์แบบไร้ขอบกับกล้องหลังคู่ Leica แต่ที่ยังไม่ชัวร์กันสักทีคือเรื่องจำนวนโมเดลที่จะวางจำหน่าย อย่างไรก็ตามล่าสุดก็มีข้อมูลออกมาแล้วว่าจะมีออกมาให้เห็นกัน 4 รุ่น เริ่มจากตัว Huawei Mate 10 Pro ตัวท็อปของโมเดล จะมาพร้อมโค้ดเนม Blanc รุ่นนี้ใช้จอ AMOLED...
Categories: Partners

Google กำลังจะมีบริษัทมือถือเป็นของตัวเองชื่อว่า HTC

iPhonemod - 21 September 2017 - 09:42

China Times รายงานว่าหุ้นของ HTC ถูกระงับการขายชั่วคราวเพื่อรอประกาศครั้งใหญ่ โดยสำนักงานใหญ่ของบริษัทฯ ก็กำลังยุ่งเกี่ยวกับการประชุมและแถลงข่าว โดยทีมผู้บริหารเรียกพนักงานประชุมทั้งหมดวันนี้ โดยคาดว่าจะเป็นการประกาศเกี่ยวกับการขายกิจการส่วน Mobile เกือบทั้งหมดของบริษัทฯ ให้กับ Google ซึ่งอนาคต HTC จะมุ่งเป้าไปที่เทคโนโลยี VR (HTC VIVE) เพียงอย่างเดียว

HTC ขายกิจการให้ Google

ไม่มีเหตุผลว่า Google จะซื้อกิจการ HTC ไปทำไม แต่คาดว่าจะเป็นเรื่องของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Hardware หรือสิทธิบัตรบางส่วน เพื่อเร่งการเปิดตัว Android ให้เร็วมากยิ่งขึ้น (อาจรวมถึง Pixel 2) และหากย้อนกลับไปในอดีตทาง Google และ HTC ต่างก็มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน Pixel รุ่นที่ดีที่สุด (ในตอนนั้น) ที่ขายดีจะผลิตไม่ทัน

HTC Dream (T-Mobile G1) เคยเป็นมือถือ Android รุ่นแรกของโลก

สำหรับสเปคในยุคนั้น Android รุ่นแรกของโลก ก็จะเป็นหน่วยประมวลผล Qualcomm MSM7201A processor 528MHz, หน้าจอ 3.2″ ความละเอียด 320 × 480 พิกเซล, แรม 192MB, รอม 256MB, กล้องหลัง 3.12MP (ไม่มีกล้องหน้า), พร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 1.6 Donut และ แบตเตอรี่ 1150mAh

อัปเดต : HTC แถลงข้อมูลว่า Google ซื้อเรียบร้อยเป็นวงเงิน 1.1 พันล้านดอลลาร์ และพนักงานบางส่วนในโครงการ Pixel จะย้ายไปทำงาน Google ส่วนสมาร์ทโฟนของ HTC จะยังคงมีอยู่ต่อไป

ที่มา – gsmarena, htc

The post Google กำลังจะมีบริษัทมือถือเป็นของตัวเองชื่อว่า HTC appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

HTC หยุดขายหุ้น คาดเตรียมประกาศข่าวใหญ่ในวันนี้

MXPhone - 21 September 2017 - 09:33
China Times สื่อเมืองมังกรรายงานทาง HTC ได้มีการระงับการซื้อขายหุ้นของบริษัทในวันที่ 21 กันยายน ขณะที่ทางสำนักงานใหญ่ก็กำลังจัดพื้นที่ชั้นสองเพื่อเตรียมจัดงานแถลงข่าวครั้งใหญ่ งานแถลงข่าวดังกล่าวคาดว่าจะเรื่องที่ Google ได้ตัดสินใจเข้าซื้อกิจการบางส่วนของ HTC ตามข่าวลือที่ออกมาเมื่อเร็วๆนี้ ซึ่งเชื่อว่า Google น่าจะเข้าซื้อกิจการในส่วนของธุรกิจสมาร์ทโฟน ขณะที่ HTC เองก็จะยังคงมีอิสระในการดำเนินธุรกิจของตนเองต่อไป แต่จะโฟกัสไปที่ตัว...
Categories: Partners

Pages