กูเกิลทำเซอร์ไพรส์พนักงานด้วยการแจกโบนัสพิเศษในช่วงวันหยุดคนละ $1,000 พร้อมทั้งประกาศขึ้นเงินเดือนให้พนักงานทุกคนอย่างน้อย 10% ทันที โดยมีผลตั้งแต่เดือนมกราคมปีหน้าเป็นต้นไป โดยโบนัสและการขึ้นเงินเดือนพิเศษในครั้งนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการปรับเงินเดือนประจำปีตามปกติของบริษัท
หลายคนอาจมองว่าโบนัสพิเศษ $1,000 ดูเล็กน้อยมาก แต่ถ้าเทียบกับจำนวนพนักงาน 20,000 คนทั่วโลก ก็เป็นเงิน 20 ล้านเหรียญเข้าไปแล้ว โดย Eric Schmidt ได้ส่งอีเมล์แจ้งพนักงานทุกคนในบริษัทถึงข่าวดีนี้ ว่าจากผลสำรวจภายในบริษัท พบว่าเงินเดือนมีผลต่อพนักงานมากกว่าโบนัส หุ้นหรือสวัสดิการอื่นๆ บริษัทจึงตัดสินใจขึ้นเงินเดือนพนักงานทุกคนโดยทันทีอย่างน้อยคนละ 10%
สรุปแล้ว เงินเดือนชนะทุกอย่าง !!
ที่มา - Business Insider
- 24 comments
- 1578 reads
ปีนี้นับเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับหลายต่อหลายบริษัทที่เผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจ หลายที่ใช้วิธีลดเงินเดือน ตัดโบนัส ตัดค่าใช้จ่าย ไปจนถึงการปลดพนักงาน อย่างไรก็ตามในช่วงสิ้นปี บริษัทจัดหางานชื่อดัง Kelly และ Adecco ประเทศไทยได้ออกรายงานสรุปมาตรฐานเงินเดือนไทยในปีนี้ และแนะนำไปถึงต้นปีหน้า
เริ่มจาก Adecco ที่สรุปว่าปีนี้เมืองไทยไม่ได้รับผลกระทบมากเท่ากับประเทศอื่นๆ ในยุโรป และงานในสายไอทีก็ยังคงมีรายได้และการจ้างงานเพิ่มขึ้น ในขณะที่สายงานอื่นๆ มีรายได้ปรับเพิ่มไม่มากนัก ไปจนถึงลดลงจากปีก่อน
- 25 comments
- 10649 reads
- Read more
Ben Southall นักระดมทุนเพื่อการกุศล วัย 34 ปีจากเมืองแฮมเชอร์ประเทศอังกฤษ ได้รับเลือกให้เป็นผู้ดูแลเกาะแฮมมิลตัน ประเทศออสเตรเลีย เอาชนะผู้เข้าแข่งจาก 200 ประเทศ 35,000 คน โดยเขาจะได้รับหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ดูแลเกาะสวรรค์แห่งนี้ พร้อมค่าจ้างเป็นเงิน 110,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 4 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 6 เดือน
Best Job in The World เป็นแคมเปญที่จัดหาเจ้าหน้าที่ดูแลเกาะที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยนอกจากรายได้ที่เป็นตัวเงินแล้ว ยังมีสวัสดิการณ์อีกมากมายไม่ว่าจะเป็นห้องพักหรูขนาด 3 ห้องนอน, บริการอาหาร, สปาหรู, ตั๋วเครื่องบินไปกลับประเทศบ้านเกิด รวมทั้งงานที่ต้องทำก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร คือตื่นเช้ามาให้อาหารปลา ถ่ายรูป วิดีโอ เขียนบล็อกและทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์เกาะ
ว่ากันว่านี่เป็นแคมเปญโปรโมทการท่องเที่ยวที่ชาญฉลาดที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา โดยการท่องเที่ยวประเทศออสเตรเลีย ใช้งบประมาณไปเพียง 1.2 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่สามารถสร้างความสนใจไปทั่วโลก (แคมเปญ Amazing Thailand ใช้งบประมาณกว่า 500 ล้านบาท)
ส่วนตัวผมเชียร์ Cali Lewis แห่งรายการ GeekBrief.tv ที่เข้ารอบ 16 คนสุดท้ายด้วย
ที่มา - Best Job in The World, GeekBrief.tv
- 16 comments
- 4145 reads
Dr Brent Coker จากภาควิชาการจัดการและการตลาด ของมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น พบว่าผู้ที่เล่นอินเทอร์เน็ตเพื่อความสนุกที่ทำงาน (Workplace Internet Leisure Browsing - WILB) โดยจำกัดเวลาเล่นไม่ถึง 20% ของเวลาทั้งหมดนั้นมีประสิทธิภาพในการทำงานดีกว่าคนที่ไม่เล่นเลยถึง 9% นอกจากนี้จากการสำรวจยังพบว่าเกือบ 70% ของคนที่ใช้อินเทอร์เน็ตที่ที่ทำงานนั้นมีการใช้เพื่อความสนุกสนานเป็นหลัก โดยกิจกรรมที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ คือการหาข้อมูลของผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ, อ่านข่าว, เล่นเกมออนไลน์ และดูวิดีโอผ่านทาง YouTube
Dr Coker ยังได้กล่าวอีกว่าหลักการของการเพิ่มประสิทธิภาพนั้นคือการที่มีการพักเป็นเวลาสั้นๆ นั้นจะช่วยให้จิตใจได้พักผ่อน และสามารถเพิ่มความตั้งใจทำงานต่อไปได้อีกในแต่ละวัน แต่หากเป็นผู้ที่เล่นอินเทอร์เน็ตมากเกินไป หรือเล่นไม่เป็นเวลา ซึ่งเป็นอาการของการติดอินเทอร์เน็ตนั้นอาจได้ผลในทางตรงกันข้าม
แล้วคุณละครับใช้เวลาเกิน 20% ของเวลาในที่ทำงานหรือเปล่า?
- 18 comments
- 2291 reads
- Read more
ภายใต้ข่าวร้ายที่ออกมาเป็นระยะๆ ไม่ว่าจะเป็นการปลดพนักงานหรือยอดขายที่ตกต่ำ แต่งานในสายไอทีก็ยังคงเป็นงานที่มีรายได้ดีและมีความน่าสนใจสูง นิตยสาร Business Week ร่วมกับ Payscale ได้จัดอันดับ 10 เมืองที่น่าทำงานที่สุดในสายไอทีขึ้นมา
การจัดอันดับนั้น ดูจากรายได้ในแต่ละสายงานโดยเฉลี่ย อัตราการเติบโต ค่าครองชีพและจำนวนของบริษัทไอทีรายใหญ่ที่เปิดอยู่ในเมืองนั้นๆ โดยรายงานดังกล่าวได้เปิดเผยว่ารายได้ของพนักงานในระดับปฎิบัติการอย่างเช่นโปรแกรมเมอร์ จะมีรายได้สูงในเมืองที่มีบริษัทยักษ์ใหญ่เปิดอยู่อย่างเช่นไมโครซอฟท์หรือกูเกิล แต่ในเมืองที่เป็นหัวเมืองหลักทางธุรกิจ อย่างเช่น ที่นิวยอร์ก รายได้ของพนักงานในระดับบริหารจะสูงกว่าเมืองอื่นๆ
- 21 comments
- 4775 reads
- Read more
จากที่ได้มีงานวิจัยชิ้นก่อนที่ สรุปว่า การใช้ instant messaging ทำให้คนทำงานถูกขัดจังหวะบ่อย ๆ นำไปสู่ประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลง
Ohio State University และ Hniversity of California ได้ทำการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับผู้ที่ทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์จำนวน 912 คน พบว่าการใช้ระบบ instant messaging ในบางรูปแบบสามารถลดการถูกขัดจังหวะการทำงานได้ โดยผู้ใช้สามารถกำหนดสถานะของตัวเองให้เพื่อนร่วมงานได้รับทราบ ว่าสะดวกในการพบปะพูดคุยหรือไม่ รวมทั้งยังสามารถใช้ข้อความโต้ตอบขนาดสั้น ซึ่งใช้เวลาน้อยกว่าการพบปะพูดคุยกัน และสามารถเลือกที่จะโต้ตอบกับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ได้ในภายหลัง ในช่วงเวลาที่ผู้ใช้รู้สึกว่าตนเองสะดวกที่จะโต้ตอบ
การวิจัยในครั้งนี้ ผู้ถูกสัมภาษณ์ส่วนใหญ่มีความรู้สึกว่า การใช้ instant messaging ทำให้ถูกขัดจังหวะในการทำงานลดลง แต่ก็ยังสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกับเพื่อนร่วมงานได้เท่าเดิม ส่วนที่ว่าจะมีประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้น หรือลดลงอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับการปรับแต่งวิธีการใช้งานของแต่ละคน ให้เหมาะสมกับตัวเองก็แล้วกัน
- 14 comments
- 2002 reads
เว็บ RescueTime ได้รายงานผลการรวบรวมเวลาการทำงานของคนจำนวนมาก รวมเวลาหน้าจอคอมพิวเตอร์กว่าสี่แสนชั่วโมงแยกย่อยตามซอฟต์แวร์ที่ใช้งานพบว่าไมโครซอฟท์ยังคงครองเวลาหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้เป็นอับดับหนึ่ง โดยห้าอันดับแรกของเวลาบนหน้าจอคือ
- Outlook ร้อยละ 12.44
- MS Word ร้อยละ 9.44
- Gmail ร้อยละ 6.60
- MS Excel ร้อยละ 5.42
- MSN Messenger ร้อยละ 4.14
สำหรับตัวเว็บ Google.com นั้นอยู่อันดับสิบ และเกมตัวเดียวใน 20 อันดับแรกคือ World of Warcraft
บ้านเราต้อง Hi5
ที่มา - TechCrunch
- 23 comments
- 804 reads





