เมื่อวานนี้เมื่อ 10 ปีที่แล้วคือ 25 ตุลาคม 2001 ไมโครซอฟท์ได้ออกระบบปฏิบัติการวินโดวส์รุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ นั่นคือ Windows XP
ปัจจุบันแม้เวลาผ่านมาถึง 10 ปี และไมโครซอฟท์เองก็ออกวินโดวส์รุ่นใหม่กว่านั้นมาอีก 2 รุ่น แต่ XP ก็ยังได้รับความนิยมสูง และมีส่วนแบ่งตลาดผู้ใช้เน็ตถึง 30% จากข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้ ไมโครซอฟท์เองก็พยายามจะจบวงจรชีวิตของ Windows XP อยู่หลายครั้ง แต่ก็ทนเสียงเรียกร้องจากผู้ใช้ไม่ไหว จนต้องต่ออายุมาหลายรอบ
ตามวัฏจักรธรรมชาติ คงมีวันที่ XP จะต้องจากไป แต่วันนี้แม้ผ่านมา 10 ปีมันก็ยังคงอยู่กับเรา ในโอกาสฉลอง 10 ปีระบบปฏิบัติการตัวนี้ ใครที่ใช้ XP อยู่ก็จงมาคอมเมนต์รำลึกเสียโดยดีครับ พร้อมทั้งบอกเหตุผลว่าทำไมถึงยังใช้ XP อยู่จนถึงวันนี้
ที่มา - The Windows Blog, Ars Technica
หากใครยังจำกันได้ เมื่อหลายเดือนก่อนบริษัท BlueStacks ได้เผย Android Native Runtime บนแพลตฟอร์ม Windows ในที่สุดบริษัทก็ได้ปล่อย BlueStacks App Player เวอร์ชันแอลฟา สำหรับ Windows ให้ดาวน์โหลดได้แล้ว
BlueStacks App Player ใช้เทคโนโลยีเวอร์ชวลไลเซชันของบริษัท BlueStacks เอง เมื่อติดตั้งแล้วผู้ใช้สามารถรัน Android แอพพลิเคชันบน Windows ได้อย่างมีประสิทธิภาพแต่ไม่เกิด overhead ของการใช้ทรัพยากรสูงเหมือนกับการรันบนอีมูเลเตอร์ รวมถึงยังรองรับการรัน Android แอพพลิเคชันแบบเต็มหน้าจอคอมพิวเตอร์ และรองรับการซิงค์ Android ไปมาระหว่างสมาร์ทโฟนกับ App Player ผ่านบริการ Cloud Connect ของ BlueStacks
BlueStacks App Player จะมาพร้อมกับ Android แอพพลิเคชันที่ติดตั้งมาในตัวจำนวน 10 แอพพลิเคชัน อาทิ Bloomberg, Huffington Post และ Creative Mobile เป็นต้น ใครสนใจสามารถดาวน์โหลดเวอร์ชันแอลฟาได้จากเว็บไซต์ของบริษัทครับ
ที่มา: WinRumors
Ubuntu One บริการซิงค์ไฟล์ของค่าย Canonical เคยออกรุ่นทดสอบบนวินโดวส์เมื่อหนึ่งปีก่อน วันนี้มันถูกปรับปรุงใหม่และออกตัวจริงแล้ว
การใช้งานโดยรวมคงไม่ต่างกับ Ubuntu One บนลินุกซ์ ใช้ได้กับ Windows XP/Vista/7 เนื้อที่เริ่มต้น 5GB สำหรับรุ่นฟรีครับ
นอกจากรุ่นบนวินโดวส์แล้ว Ubuntu One ยังมีรุ่น iOS/Android อีกด้วย (ดูหน้า Ubuntu One Download)
ที่มา - Ubuntu One Blog, OMG Ubuntu
ระหว่างที่ไมโครซอฟท์กำลังเร่งให้นักพัฒนาช่วยกันสร้างแอพพลิเคชั่นบน Metro UI อย่างหนักเพื่อให้มีแอพพลิเคชั่นทันกับแพลตฟอร์มอื่นๆ ก่อนที่จะเปิดตัว แต่ข่าวร้ายคือ แอพพลิเคชัั่นที่เป็น Metro UI นั้นจะไม่เปิดให้ผู้ซื้อนำไปติดตั้งกันได้เองแบบแอพพลิเคชั่นบนวินโดวส์เดิมๆ แล้ว แต่จะต้องเป็นนักพัฒนาหรือลูกค้าองค์กรเท่านั้นที่จะลงแอพพลิเคชั่นได้เอง ส่วนผู้ใช้ทั่วไปนั้นต้องติดตั้งผ่าน Windows Store ทั้งหมด
ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำมีความเป็นไปได้ว่าในบรรดาแท็บเล็ตที่ใช้ซีพียูสถาปัตยกรรม ARM นั้นจะมีเพียงแอนดรอยด์เท่านั้นที่รองรับการติดตั้งแอพพลิเคชั่นด้วยตัวเอง
และมันก็คงมีวันที่เราต้องรอข่าว Windows ถูก jailbreak
ที่มา - ArsTechnica, MSDN
ธรรมเนียมการฟอร์แมตฮาร์ดดิสก์เพื่อติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่อาจถึงเวลาต้องล้มหายตายจาก เพราะเราสามารถสั่ง "Factory Reset" ให้ Windows 8 มีสถานะสะอาดสะอ้านเหมือนตอนติดตั้งใหม่ๆ โดยไม่ต้องล้างเครื่องหรือลงทับ
Windows 8 มีคำสั่งเพื่อการนี้มาให้ 2 อย่าง ทำงานที่ 2 ระดับความแรง (หน้าตาดูได้ตามลิงก์)
- Refresh เก็บไฟล์และการตั้งค่าของในส่วนของผู้ใช้ รีเซ็ตการตั้งค่าส่วนของระบบ เก็บแอพที่ติดตั้งจาก Windows Store ไว้ให้ ส่วนแอพอื่นๆ ที่ติดตั้งเองจะถูกลบทิ้ง
- Reset ลบข้อมูลส่วนตัวทุกอย่าง และรีเซ็ตสถานะของระบบกลับไปเหมือนตอนติดตั้งเสร็จใหม่ๆ
นอกจากนี้ไมโครซอฟท์ยังให้ฟีเจอร์ Windows To Go สำหรับการรัน Windows 8 ทั้งตัวจาก USB drive เหมือนการรันจากฮาร์ดดิสก์ปกติ อัพเดตได้ เซฟไฟล์ได้ (เหมือนทุกอย่างยกเว้นบูตช้าลง) สำหรับงานในองค์กรที่แชร์พีซีกัน พนักงานแต่ละคนไม่มีพีซีประจำตัว แต่มีพีซีกลางให้ใช้งานเฉพาะยามที่ต้องการ
ที่มา - Ars Technica
หลังจากเปิดตัว Windows 8 ไปเมื่อวานนี้ วันนี้ก็ถึงเวลาของฝั่งเซิร์ฟเวอร์และเครืองมือพัฒนากันบ้าง โดยไมโครซอฟท์ได้เปิดตัวสินค้าอีกสามชุด คือ Windows Server 8, Visual Studio 11 (พร้อม .NET 4.5), และ Azure รุ่นใหม่
Windows Server 8
เซิร์ฟเวอร์รุ่นต่อไปจากฝั่งวินโดวส์ เน้นไปที่การทำ Virtualization และการเชื่อมต่อกับบริการแบบกลุ่มเมฆมากขึ้น โดยระบบ Virtualization รุ่นใหม่จะให้บริการกับผู้ใช้, คิดค่าบริการ, และเปิดให้ผู้ใช้จัดการเครื่องของตัวเองได้โดยไม่ต้องให้แอดมินเข้ามาจัดการ
ที่งาน BUILD ของไมโครซอฟท์คงไม่มีอะไรเป็นจุดเด่นเกินกว่า Windows 8 ที่ทุกคนหวังว่ามันจะมาทวงคืนความเป็นผู้นำจากทั้ง iOS และ Android โดยเฉพาะในตลาดแท็บเล็ต งานนี้ไมโครซอฟท์ประกาศเปิดตัว Windows 8 Developer Preview ที่เริ่มเปิดให้ดาวน์โหลดสำหรับผู้ร่วมงาน โดยมันจะมาพร้อมกับชุด SDK และแอพพลิเคชั่นตัวอย่างในคราวเดียว
งานนี้เรื่องสำคัญที่สุดคือในงานนั้นยืนยันว่า Windows 8 จะรองรับ ARM อย่างแน่นอน
ไมโครซอฟท์ประกาศผ่านเว็บ Building Windows 8 ว่า จะเปิดให้ดาวน์โหลด Windows 8 Developer Preview (32 บิต กับ 64 บิต) วันที่ 14 ก.ย. เวลา 10:00 ตามเวลาประเทศไทย (วันที่ 13 ก.ย. เวลา 20:00 ตามเวลาสหรัฐฯ) โดยมันจะมาพร้อมกับชุดเครื่องมือในการพัฒนาแอพลิเคชัน รวมถึง SDK และตัวอย่างแอพพลิเคชันแบบที่ผู้ที่ลงทะเบียนเข้างาน BUILD ได้รับ ใครสนใจสามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ http://dev.windows.com (เวอร์ชัน Developer Preview มีเฉพาะโหมดการติดตั้งใหม่เท่านั้น ไม่มีโหมดอัพเกรดจาก Windows 7)
คุณ Steven Sinofsky ยังเสริมว่า ตัวอย่างที่ไมโครซอฟท์โชว์ที่งาน BUILD วันนี้จะสามารถรันบนแพลตฟอร์ม ARM ได้ ส่วนเครื่องมือพัฒนาแอพพลิเคชันที่ไมโครซอฟท์จะแจกนี้รองรับการพัฒนาแอพพลิเคชันในรูปแบบ Metro UI โดยใช้ HTML5/JavaScript, C/C++, หรือ C#/XAML และแอพพลิเคชันที่สร้างขึ้นสามารถรันบนสถาปัตยกรรม x86 (32 บิตและ 64 บิต) หรือ ARM ได้
อัพเดต ไมโครซอฟท์เข้ามาแก้ไขโพสต์ โดยบอกว่า เวอร์ชัน Developer Preview ที่มาพร้อมกับเครื่องมือพัฒนาแอพพลิเคชันนั้นจะมีแค่รุ่น 64 บิตเท่านั้น ส่วนเวอร์ชันที่ไม่มีเครื่องมือพัฒนาแอพพลิเคชันจะมีทั้งรุ่น 32 บิตและ 64 บิต ส่วนเวลาที่จะปล่อยนั้นระบุแค่เป็น "คืนนี้" ใครอยากดาวน์โหลดก็คงต้องตั้งตารอกันต่อไป
ที่มา: Building Windows 8
มีภาพหลุดหน้าจอ Server Management Console บน Windows Server 8 ซึ่งจากภาพ (ดูได้ที่ท้ายข่าว) ไมโครซอฟท์ได้นำธีม Metro มาใช้กับคอนโซลดังกล่าวด้วย
ไมโครซอฟท์เตรียมที่จะเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับ Windows 8 และ Windows Server 8 ในงาน BUILD ที่จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า
ไม่รู้ว่าเหล่าผู้ดูแลระบบจะชอบธีมใหม่มากกว่าหน้าจอขาวดำที่มีแต่ข้อความหรือเปล่านะ
ที่มา: WinRumors
ไมโครซอฟท์เริ่มเปิดฟีเจอร์ของ Windows 8 มาให้เราดูกันเรื่อยๆ และฟีเจอร์ล่าสุดคือ Hyper-V ออกมา โดยฟีเจอร์ที่สำคัญนั้นคือ Hyper-V ที่เปิดเผยแล้วมีดังนี้
- รองรับฟีเจอร์ SLAT (Second Level Address Translation) ของซีพียูรุ่นใหม่ๆ แล้ว ทำให้เราสามารถตั้งค่าแรมให้กับเครื่องเสมือนแต่ละเครื่องรวมๆ กันเกินแรมจริงได้ โดยตั้งค่าเป็นแรมต่ำสุดและสูงสุดสำหรับแต่ละเครื่อง (burst RAM)
- โปรโตคอล RDC รุ่นใหม่ที่รองรับหลายหน้าจอได้ นั่นคือหากเครื่องจริงมีหลายหน้าจอ ก็สามารถยกหน้าจอให้เครื่องเสมือนได้ทั้งหมด นอกจากนี้ยังใช้งานระบบเสียงทั้งลำโพงและไมโครโฟนของเครื่องหลักได้
- สามารถเสียบอุปกรณ์ USB แล้วส่งให้ไปทำงานในเครื่องเสมือนได้เลย (น่าจะต้องการฟีเจอร์ VT-d สำหรับอินเทลและ AMD-Vi สำหรับเอเอ็มดี) ส่วนฮาร์ดดิสก์นั้นก็เช่นเดียวกันคือสามารถเลือกดิสก์แล้วส่งตรงให้เป็นดิสก์ของเครื่องเสมือนได้เลย หรือจะใช้ดิสก์เสมือนเหมือนเดิมก็ได้เช่นกัน
- Live Storage Move คือระหว่างรันเครื่องเสมือนอยู่ สามารถย้ายดิสก์ไปมาได้โดยไม่ต้องหยุดเครื่อง (ที่มาไม่บอกว่าย้ายลงดิสก์จริงได้หรือไม่) ประโยชน์อย่างหนึ่งเช่นเราสามารถแชร์ไฟล์ VHD ลงเซิร์ฟเวอร์แล้วเพื่อนสามารถเปิดเครื่องได้ทันทีแล้วค่อยย้ายไฟล์ลงเครื่องตัวเองทีหลังระหว่างการใช้งานไปเรื่อยๆ
- สามารถทำ snapshot โดยไม่ต้องหยุดเครื่องได้แล้ว อันนี้น่าจะเป็นการอัพเกรดให้ทัน VMware
- แชร์ Wi-Fi ให้กับเครื้่องเสมือนได้ อันนี้เป็นการแก้ปัญหาเพราะปรกติแล้วเคร่ืองเสมือนจะมีหมายเลข MAC ของตัวเอง แต่พอเป็น Wi-Fi นั้นการต่อกับ access point นั้นต้องการ MAC ของเครื่องจริง ใน Hyper-V รุ่นใหม่จึงมี MAC translation มาแก้ปัญหานี้
เห็นฟีเจอร์เยอะๆ น่าใช้หลายๆ อย่างผมได้แต่นึกว่ารอบนี้ Windows 8 จะคิดราคาอย่างไร เพราะสมัย Windows 7 หลายฟีเจอร์ที่น่าใช้มากๆ พอเห็นราคาของรุ่นที่มีฟีเจอร์นั้นๆ แล้วก็ต้องถอยเอาเหมือนกัน
ที่มา - MSDN
ไมโครซอฟท์ประกาศผ่านบล็อก Building Windows 8 ว่า Windows 8 จะมี Hyper-V ฟีเจอร์ด้าน virtualization ที่เคยมีเฉพาะใน Windows Server
ไมโครซอฟท์ระบุว่า Hyper-V จะใช้ได้กับ Windows 8 รุ่น 64 บิตเท่านั้น (แต่รัน Guest OS แบบ 32 บิตได้) โดยซีพียูจะต้องรองรับ Second Level Address Translation (SLAT) ซึ่งมีในซีพียูสมัยใหม่ทุกตัวอยู่แล้ว (ใครใช้ซีพียูอะไรก็เช็คกันเอง) และแรมขั้นต่ำ 4GB
เครื่องที่มีแรม 4GB จะสามารถรัน VM พร้อมกันไม่เกิน 4 ตัวได้สบาย แต่ถ้าต้องการเยอะกว่านั้นก็ต้องเพิ่มแรม Hyper-V รุ่นใหม่จะสร้าง VM ที่มีซีพียูได้สูงสุด 32 ตัวและแรม 512GB
ตอนนี้ไมโครซอฟท์ยังไม่บอกว่า Windows 8 รุ่นไหนบ้างจะมี Hyper-V แถมมาด้วย (คาดว่าจะเป็นรุ่น Pro ขึ้นไป) และยังไม่เปิดเผยว่าฟีเจอร์นี้จะเกี่ยวข้องกับ ARM อย่างไร
ที่มา - Building Windows 8
หลังจากไมโครซอฟท์เปิดบล็อก Building Windows 8 และเผยฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่าง Windows Explorer "Ribbon" หรืออินเทอร์เฟซ Metro ก็สร้างกระแสวิจารณ์ทั้งบวกและลบ จนหัวหน้าทีมวินโดวส์ Steven Sinofsky ต้องเขียนบล็อกอธิบายเรื่อง Metro/Desktop ไปแล้วครั้งหนึ่ง
แต่กระแสวิจารณ์ดูจะยังไม่จบ (โดยเฉพาะเรื่อง Ribbon) ทำให้ Sinofsky ต้องเขียนบล็อกอธิบายอีกครั้ง เขาแบ่งบล็อกเป็นสองตอนคือ ภาค 1 และ ภาค 2 แต่เนื้อหาต่อกัน
จากกรณี Windows Explorer แบบ Ribbon ทำให้ชาวบ้านสับสนกันมากว่า ตกลง Windows 8 จะหน้าตาเป็นอย่างไรกันแน่ เพราะก่อนหน้านั้นเคยออกมาพรีวิว Windows 8 ด้วยหน้าตาแบบ Metro
Steven Sinofsky ออกมาอธิบายบนบล็อก Building Windows 8 แบบสรุปง่ายๆ ว่า "มีทั้งสองอย่างนั่นล่ะ!"
Sinofsky บอกว่าโจทย์ในการออกแบบ Windows 8 คือ "no compromise" หรือต้องไม่มีการใช้งานแบบไหนที่ด้อยลงไปจากเดิม
ไมโครซอฟท์ได้เผยฟีเจอร์ใหม่บน Windows 8 ผ่านเว็บบล็อก Building Windows 8 เช่นเคย คราวนี้ไมโครซอฟท์บอกว่า Windows 8 จะสนับสนุนการ mount ไฟล์ ISO และ VHD (virtual hard disk) ซึ่งผู้ใช้สามารถ mount, เข้าถึงไฟล์ที่อยู่ข้างในเสมือนกับเข้าผ่านไดร์ฟจริงๆ และสามารถยกเลิก (eject) การ mount ไฟล์ ISO และ VHD ได้โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมเสริม
แต่จากเนื้อหาในบล็อกนี้ ดูเหมือนว่าขณะนี้ Windows Explorer แบบ Ribbon (ข่าวเก่า) จะยังไม่รองรับการไฟล์หรือแก้ไขไฟล์ในไฟล์ ISO แต่อย่างไร สำหรับวิดีโอแนะนำการใช้งานนั้นดูได้ที่ท้ายข่าว
สิ่งที่หลายคนคาดเดากันไว้เป็นจริงแล้ว เมื่อไมโครซอฟท์เผยหน้าตาใหม่ของ Windows Explorer ใน Windows 8 และมันเปลี่ยนมาใช้อินเทอร์เฟซแบบ Ribbon ตามความคาดหมาย
ไมโครซอฟท์อธิบายว่า file manager ของวินโดวส์มีพัฒนาการมายาวนานตั้งแต่วินโดวส์ 1.0 และไมโครซอฟท์ก็ใช้สถิติจาก Windows 7 ว่างานชนิดใดใน Windows Explorer ถูกใช้งานมากที่สุด ซึ่งผลก็คือคำสั่งเกี่ยวกับการจัดการไฟล์ 10 อย่างแรก มีส่วนแบ่งรวมกันได้ 81.8% ของคำสั่งที่ถูกใช้ทั้งหมด
มีคนตาดีสังเกตเห็นว่า ไมโครซอฟท์ได้โชว์ทาส์กบาร์ (taskbar) รูปแบบใหม่ในคลิปวีดีโอโฆษณาอันหนึ่งของบริษัท ซึ่งจากคลิป (ดูเฟรมภาพได้ที่ท้ายข่าว) จะเห็นได้ว่าปุ่ม Start จะมีโลโก้ Windows บนพื้นหลังสีเหลี่ยมที่มีการใช้สีเพื่อให้เกิดความโค้งมน และมีนาฬิกาอนาลอกอยู่ตรงกลางทาส์กบาร์
ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าทาส์กบาร์รูปแบบใหม่นี้เป็นเพียงภาพแนวคิดที่ปรากฏในคลิปวีดีโอเท่านั้นหรือไม่ ยังไงก็คงต้องติดตามกันต่อไป
อัพเดต ทาส์กบาร์รูปแบบใหม่นี้ไม่ใช่ไอเดียจากไมโครซอฟท์ แต่เป็นเดสก์ท็อปที่มาจากโปรแกรมเสริมชื่อ Rainmeter - Within Windows และขอขอบคุณ vv47424 ที่มาคอมเมนต์บอก
ที่มา: Microsoft Showcase ผ่าน WinRumors
เมื่อตอนที่ไมโครซอฟท์เผยรายละเอียดการปรับปรุงการก็อปปี้ไฟล์ใน Windows 8 มีคนตาดีสังเกตเห็นว่า ที่ตอนต้นของคลิปวีดีโอนั้นไมโครซอฟท์ได้แสดงหน้าตาปุ่ม Start รูปแบบใหม่ด้วย
จากเฟรมของวีดีโอดังกล่าว (ดูได้ที่ท้ายข่าว) ปุ่ม Start แบบใหม่จะมีโลโก้ Windows บนพื้นหลังที่มีลักษณะแบนราบ ซึ่งต่างกับปุ่ม Start บน Windows 7 หรือ Windows Vista ที่มีรูปโลโก้ Windows บนพื้นหลังวงกลมที่มีความนูน ลักษณะปุ่ม Start แบบใหม่นี้น่าจะเข้ากันกับธีม Metro ที่ไมโครซอฟท์นำมาใช้ทั้ง Windows, Windows Phone และ Xbox ได้เป็นอย่างดี
ที่มา: WinRumors
Stephen Chapman คอลัมนิสต์ของ ZDNet ได้ค้นพบภาพหน้าจอของโปรแกรมจากบริษัทอื่นๆ ที่ไม่ใช่ไมโครซอฟท์ ที่เขียนขึ้นเพื่อรองรับอินเทอร์เฟซใหม่ของ Windows 8
โปรแกรมแรกเป็นของหนังสือพิมพ์ USA Today โดยไปเจอจากเว็บไซต์ส่วนตัวของ Robbie Dillon ฝ่ายกำกับศิลป์ของหนังสือพิมพ์ (ไม่รู้พี่แกจะงานเข้าหรือเปล่า) แสดงให้เห็นอินเทอร์เฟซแบบ tile แนวเดียวกับที่ไมโครซอฟท์เคยโชว์ก่อนหน้านี้
ไมโครซอฟท์เปิดเผยผ่านเว็บบล็อก Building Windows 8 ว่า Windows 8 จะรองรับมาตรฐานยูเอสบี 3.0
ไมโครซอฟท์กล่าวว่า ทีมพัฒนาได้เริ่มพัฒนา software stack สำหรับพอร์ตยูเอสบีใหม่ในลักษณะ "อุปกรณ์เสมือน" (virtual device) (อาทิ พอร์ต, ฮับ, และอุปกรณ์ต่อพ่วงอื่น) ก่อนที่จะมีฮาร์ดแวร์จริงให้ทดสอบเพื่อหาบั๊กและแก้ไขต่อไป การพัฒนา software stack ใหม่จะไม่มีการแก้ไข software stack เดิมที่รองรับมาตรฐานยูเอสบีก่อนหน้านี้ เพื่อให้อุปกรณ์เก่าสามารถเชื่อมต่อกับ Windows 8 ได้อย่างไม่มีปัญหา
ตามมาตรฐานยูเอสบี 3.0 แล้ว ความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลจะสูงกว่ายูเอสบี 2.0 ถึง 10 เท่า ไมโครซอฟท์คาดว่าภายในปี 2015 คอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ทุกเครื่องจะรองรับมาตรฐานยูเอสบี 3.0 กันหมดแล้ว
ที่มา: Building Windows 8
ไมโครซอฟท์เคยใช้กลยุทธเปิดบล็อกอธิบายแนวคิดทางวิศวกรรมของ Windows 7 ประสบความสำเร็จมาแล้ว รอบบนี้เลยเปิดบล็อกใหม่ Building Windows 8 เพื่อทำหน้าที่แบบเดียวกัน
บล็อกนี้เพิ่งเปิดเมื่อวันที่ 16 ส.ค. ที่ผ่านมา โดย Steven Sinofsky ประธานฝ่ายวินโดวส์เป็นคนเขียนเองทั้งหมด (ณ ตอนนี้มี 3 โพสต์) Sinofsky บอกว่าจะค่อยๆ อธิบายแนวคิดเชิงวิศวกรรมของ Windows 8 ไปเรื่อยๆ ก่อนที่เราจะเห็นการแถลงข่าวในงาน BUILD ของไมโครซอฟท์เดือนกันยายนนี้
Sinofsky บอกว่าแนวคิดพื้นฐานของ Windows 8 อยู่ในประโยค Windows 8 reimagines Windows หรือการยกเครื่องวินโดวส์ใหม่อีกครั้ง เปลี่ยนแปลงแนวคิดแบบเดสก์ท็อปที่ใช้มาตั้งแต่ Windows 95 เพราะปัจจุบันพีซีเปลี่ยนรูปแบบจากเดิมไปมาก







