ทุกวันนี้กูเกิลนั้นมีเบราว์เซอร์ที่ได้รับความนิยมสูงมากในความดูแลสองตัวคือ Chrome และเบราว์เซอร์บน Android ที่ใช้ในโทรศัพท์มือถือ แม้ทั้งสองตัวจะใช้ WebKit เหมือนกันแต่ก็ใช้ทีมพัฒนาแยกสายกันมาโดยตลอดส่งผลให้มีความต่างกันเช่น Android นั้นเพิ่งใช้งานจาวาสคริปต์เอนจิน V8 เมื่อไม่นานมานี้ ขณะที่ Chrome ใช้งานตั้งแต่เริ่มต้น หรือการเรนเดอร์ที่ต่างกันไปบ้างในจุดเล็กๆ น้อยๆ จำนวนมาก
กูเกิลรับรู้ปัญหานี้และประกาศแก้ปัญหานี้อย่างเป็นระบบ ด้วยมาตรการสามขั้น
- รวมระบบการ build เบราว์เซอร์เข้ามาใช้ระบบ gyp ของ Chrome เป็นตัวเดียว
- เบราว์เซอร์ทั้งสองตัวจะใช้ WebCore client, แพลตฟอร์ม, และ embed API เข้าเป็นตัวเดียวกัน ทำให้การพัฒนาปลั๊กอินเข้ากับ Chrome และเบราว์เซอร์ Android จะคล้ายกันมากขึ้น
- ชุดทดสอบของ Android จะใช้ร่วมกับ Chrome Linux มากขึ้น ทำให้เราทดสอบการเรนเดอร์บนลินุกซ์ได้โดยมีความต่างกันน้อยลง
- 7 comments
- 2502 reads
- Read more
ร่างมาตรฐาน CSS3 จะต่างไปจาก CSS1 และ CSS2 เพราะจะแยก "โมดูล" ออกเป็นส่วนๆ ซึ่งมีระดับความก้าวหน้าของมาตรฐานไม่เท่ากัน (ปัจจุบันมีโมดูลจำนวนหลายสิบตัว ดูสถานะได้จาก CSS current work)
ข่าวนี้จะพูดถึงโมดูลตัวหนึ่งชื่อ CSS3 Regions Module ซึ่งเสนอโดย Adobe ครับ
CSS3 Regions จะกำหนดการไหลของข้อความ (text flow) ไปยังพื้นที่ต่างๆ ที่เรากำหนดไว้ ซึ่งจะช่วยให้การออกแบบสิ่งพิมพ์บนเว็บทำได้หลากหลายมากขึ้น และข้อความเว็บจะคล้ายกับข้อความบนหน้านิตยสารมากขึ้น (ดูภาพประกอบ)
- 3 comments
- 677 reads
- Read more
RIM เริ่มโฆษณาแท็บเล็ต PlayBook ของตัวเอง โดยเทียบประสิทธิภาพของเว็บเบราว์เซอร์กับ iPad (ซึ่งใช้ WebKit เหมือนกัน)
ในวิดีโอของ RIM สาธิตให้ดูว่าเบราว์เซอร์ของ PlayBook ทำงานได้เร็วกว่าเบราว์เซอร์ของ iPad ทั้งการโหลดเว็บเพจปกติหรือการทำงานของจาวาสคริปต์ นอกจากนี้ยังรองรับ Flash เต็มรูปแบบอีกด้วย ที่เหลือดูกันเองในวิดีโอครับ
ที่มา - Business Insider
- 25 comments
- 2016 reads
- Read more
ล่าสุดแอปเปิลได้ทำหน้าเว็บแสดงพลังของ HTML5 แล้ว โดยตัวอย่างแต่ละอย่างที่แอปเปิลเอามาโชว์อาจจะทำให้นักพัฒนาเว็บหลาย ๆ คนน้ำลายไหลเลยก็ได้ โดยแอปเปิลก็ได้ทิ้งคำพูดเล็กน้อยไว้ว่า...
Standards aren't add-ons to the web. They are the web. "มาตรฐาน[ที่แท้จริง]ของเว็บต้องไม่ใช่ Add-on แต่มันคือตัวเว็บเอง"
ข้อเสียคือแอปเปิลบังคับให้ดาวน์โหลด Safari เพื่อชมเว็บนี้
คลิกเข้าไปดูได้ที่นี่ครับ HTML5 Showcase
ที่มา - Daring Fireball
- 87 comments
- 7666 reads
John Gruber แห่ง DaringFireball ได้ออกมารายงานว่าแอปเปิลเตรียมตัวที่จะเปิดประตูให้สู่นักพัฒนาที่สนใจเข้าพัฒนา Extensions ให้กับ Safari ก็เป็นได้ โดยคาดว่าหากข่าวลือนี้เป็นจริงแอปเปิลน่าจะทำการเปิดตัวในงาน WWDC 2010 นี้
สำหรับข่าวต่าง ๆ ที่ออกมาจากปากของ Gruber นั้นที่ผ่านมามีความแม่นยำค่อนข้างสูง ที่น่าแปลกใจคือสตีฟ จ็อบส์เอง ก็ชอบอ่านบล็อกของ Gruber เหมือนกัน หรือว่าเขามีความสัมพันธ์กับแอปเปิลทางใดทางหนึ่ง?
ที่มา - MacRumors
- 5 comments
- 1310 reads
จุดขายของ Chrome คือการแยกโพรเซสของแต่ละแท็บออกจากกัน ซึ่งวิธีการนี้เริ่มนำมาใช้ใน IE8 และ Firefox เองก็เริ่มสนใจทำบ้าง
ล่าสุดนักพัฒนาของแอปเปิลได้ประกาศ WebKit2 ส่วนขยายเพิ่มเติมของ WebKit ซึ่งเพิ่มฟีเจอร์สำคัญ 2 อย่าง
- แยกโพรเซสของตัวแสดงผล แต่ต่างจาก Chrome ตรงที่แยกในระดับของตัว WebKit เอง (ของ Chrome ทำที่ระดับของเบราว์เซอร์) ทำให้แอพพลิเคชันอื่นๆ ที่เรียกใช้ WebKit2 (นอกเหนือจาก Safari) สามารถใช้ฟีเจอร์นี้ได้ด้วย ดูภาพประกอบเพิ่มเติมด้านใน
- เพิ่ม API สำหรับการเรียกใช้ WebKit2 แบบไม่ต้องรอเรนเดอร์เว็บเพจจนเสร็จ สามารถสั่งเรนเดอร์แล้วให้ WebKit2 แจ้งกลับเมื่อเสร็จแล้วได้ ทำให้แอพพลิเคชันที่เรียกใช้สามารถทำงานอื่นไปพลางๆ ได้
ตอนนี้ WebKit2 ยังมีเฉพาะวินโดวส์และแมค สำหรับลินุกซ์ยังไม่มีข้อมูล
ที่มา - Ars Technica
- 7 comments
- 2549 reads
- Read more
หลังจากที่ RIM เข้าซื้อ Torch Mobile ผู้ผลิตเบราว์เซอร์ตระกูล WebKit เมื่อ 6 เดือนที่แล้ว วันนี้ RIM ก็ได้เปิดสาธิตเบราว์เซอร์ WebKit ในงาน MWC 2010 แล้วครับ
เบราว์เซอร์ตัวใหม่นี้แสดงผลได้เร็วกว่าเดิม (ความเร็วในการตอบสนองลองดูได้จากวิดีโอประกอบที่ได้คะแนน ACID3 100/100), สนับสนุน Gadget ของ BlackBerry และยังอาจจะสนับสนุนเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น HTML5 ด้วย แต่ก็ยังไม่มีข่าวออกมาว่าตัวจริงนั้นจะเปิดตัวเมื่อใด และยังไม่มีการเปิดเผยว่าเครื่อง BlackBerry รุ่นที่มีอยู่ในปัจจุบันนั้นจะได้ใช้หรือไม่ เราคงต้องรอดูต่อไปครับ
- 23 comments
- 4514 reads
- Read more
โครงการ WebKit นั้นเกิดขึ้นมาจากแอปเปิลนำตัวแสดงผล HTML ของโครงการ KDE คือ KHTML และ KJS มาแยกพัฒนาเองเพื่อใช้ใน Safari ภายหลังแอปเปิลประกาศโอเพนซอร์ส WebKit ซึ่งทำให้บริษัทอื่นๆ นำ WebKit ไปใช้ด้วย ที่โดดเด่นคือกูเกิล ซึ่งเอาไปใช้ใน Chrome และเบราว์เซอร์ของ Android รวมถึง Palm ที่ใช้ในเบราว์เซอร์ของ webOS เช่นกัน
ปรากฎว่านักพัฒนาคนหนึ่งของโครงการ Chromium ได้โพสต์สถิติลงในบล็อกส่วนตัวของเขาว่า ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2009 เป็นต้นมา กูเกิลกลับส่งโค้ดเข้าไปยัง WebKit มากกว่าแอปเปิลเสียอีก (นับเป็นจำนวน commit) อย่างไรก็ตาม เขาเสริมว่าจำนวนครั้งในการ commit ไม่ได้บ่งบอกว่าโค้ดส่วนไหนสำคัญ-ไม่สำคัญ และไม่สามารถใช้แทนอัตราการมีส่วนร่วมของแต่ละบริษัทได้
กราฟสถิติดูได้จาก Chromium Notes: Who develops WebKit? ในกราฟจะเห็นชื่อ RIM ด้วย เราคงได้ใช้ WebKit บน BlackBerry ในเร็ววัน
ที่มา - TechCrunch
- 21 comments
- 2324 reads
มาตราฐานการแสดงผลสามมิติกำลังเป็นสงครามครั้งใหม่ของเว็บอีกครั้ง เมื่อ WebKit เริ่มมีการรับเอามาตรฐาน WebGL เข้าเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ
นับแต่มาตรฐาน VRML (ที่เหมือนจะตายไปนานแล้ว) มาตรฐานเว็บสามมิติเพิ่งมาได้รับความสนใจในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มาตรฐานในตอนนี้ที่มีการประกาศออกมาได้แก่ O3D ของกูเกิลที่มีการโปรโมทเมื่องาน Google I/O ที่ผ่านมา, ส่วนแอปเปิลเองนั้นก็มี 3D CSS อยู่ก่อน
ข้อดีของ WebGL คือการเร่งความเร็วด้วยฮาร์ดแวร์นั้นทำได้โดยง่าย เพราะ WebGL คือ OpenGL ES 2.0 ที่อยู่บน Javascript นั่นเอง
ทางกลุ่ม Khronos ที่ดูแลมาตรฐาน OpenGL พยายามดึงกลุ่มต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมในมาตรฐาน WebGL นี้เพื่อให้มาตรฐานได้รับการยอมรับ
ที่มา - ArsTechnica
- 14 comments
- 2718 reads
Research in Motion เจ้าของมือถือตระกูล BlackBerry เข้าซื้อกิจการของ Torch Mobile ผู้สร้างเว็บเบราว์เซอร์ Iris
Iris เป็นเว็บเบราว์เซอร์บนมือถือที่ใช้ WebKit ทำงานบน Windows Mobile และ Qtopia การซื้อกิจการครั้งนี้ชัดเจนว่า RIM ต้องการเว็บเบราว์เซอร์บน BlackBerry ที่สมน้ำสมเนื้อกับคู่แข่งอย่าง Mobile Safari อีกไม่นานเราคงเห็น Iris บน BlackBerry สมรภูมิเริ่มระอุอีกแล้ว
ที่มา - Boy Genius Report
- 2 comments
- 2574 reads
สงครามความเร็วของ HTML+JavaScript ดูเหมือนจะเป็นสมรภูมิหลักของเบราเซอร์ในยุคต่อไป โดยเมื่อกูเกิลปล่อย Chrome และ Chromium นั้นก็มีการประกาศมาเสมอว่าสามารถทำความเร็วได้ดีที่สุด แต่ในอนาคตก็อาจจะไม่จริงอีกต่อไป เพราะ WebKit+Nitro รุ่นล่าสุดของวันนี้สามารถทำความเร็วได้ดีกว่า Chromium แล้ว
ผลการทดสอบนี้ทาง ArsTechnica ใช้ชุดทดสอบ SunSpider 0.9 ทดสอบสามครั้งบนเบราเซอร์หลักหลายตัวด้วย แต่ที่พอจะแข่งกันได้นั้นคงมีเพียง Chromium และ WebKit+Nitro เท่านั้น ส่วน Firefox นั้นแม้จะพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วแต่ก็ยังช้ากว่าเกือบเท่าตัว
- 27 comments
- 2597 reads
- Read more
หลังจากที่ได้มีการรายงานปัญหานี้กับ ผู้พัฒนาไปได้ซักระยะแล้วที่ Issues about delete and insert Thai characters ตอนนี้ Chromium รุ่นล่าสุดของนักพัฒนา (2.0.170.x) ได้มีการแก้ปัญหาภาษาไทยเรียบร้อยแล้ว คือปัญหาของการพิมพ์แทรก และลบตัวอักษรภาษาไทย ซึ่งปัญหานี้เกิดขึ้นเนื่องมาจากตัว WebKit โดยทีมผู้พัฒนาของ Chrome ได้แจ้งปัญหานี้ต่อไปยังทีมของ WebKit อีกที #24342 และคาดว่าตัว webkit รุ่นต่อจากนี้ก็จะไม่มีปัญหาภาษาไทยด้วย
ขอขอบคุณทีมผู้พัฒนาที่เข้ามาช่วยใน Issue 3523 และทุกคนที่ช่วยติดดาว สำหรับใครที่ใจร้อนอยากลองก็สามารถลองจากรุ่นของนักพัฒนาได้จาก ที่นี่
ที่มา - Google Code
- 23 comments
- 3269 reads
เราส่วนมากคงรู้จัก Bitstream ในฐานะบริษัททำฟอนต์ (ฟอนต์ที่โด่งดังก็อย่างเช่น Bistream Prima และ Bitstream Vera) แต่จริงๆ แล้วบริษัทมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ อย่างเว็บเบราว์เซอร์สำหรับมือถือชื่อว่า ThunderHawk
ในงาน Mobile World Congress ที่กำลังจัดอยู่นี้ Bitstream ได้เปิดตัวเว็บเบราว์เซอร์รุ่นใหม่ชื่อว่า BOLT ซึ่งทาง Bitstream อ้างว่าทำงานได้เร็วกว่าคู่แข่งอย่าง Opera ถึง 25-50% เลยทีเดียว
จุดขายของ BOLT นอกจากความเร็วแล้ว ยังมีเรื่องการเรนเดอร์ที่บอกว่าคล้ายคลึงกับเว็บเพจปกติ ถึงแม้ว่าจะทำงานบนมือถือระดับทั่วไปที่ไม่ใช่สมาร์ทโฟน (ใช้ WebKit) สนับสนุน Flash, AJAX, RSS, RDF, Atom, SSL และมีฟีเจอร์ที่ช่วยประหยัดแบตเตอรี่ รวมถึงประหยัดปริมาณการส่งข้อมูล
ตอนนี้ BOLT อยู่ในสถานะเบต้า ยังไม่มีข้อมูลว่าทำงานได้บนมือถือรุ่นไหนบ้าง แต่ที่แน่ๆ ไม่มีบน iPhone ครับ
ที่มา - Smartphone.biz-news
- 8 comments
- 2349 reads
ในงานสัมมนานักพัฒนาที่ซิดนีย์ Steve Ballmer (CEO ของ Microsoft) ถูกนักเรียนคนนึงถามไว้ว่า
คุ้มหรือเปล่าที่ลงทุนพัฒนา Engine ของ IE ทั้งๆ ที่มี Engine แบบ Open source ให้เลือกใช้มากมายที่จะตอบสนองกับการเปลี่ยนแปลงของมาตราฐานได้เร็วกว่า
Ballmer ก็ตอบไปครับว่าใน IE มีส่วนขยายของตัวเองมากมาย แต่ WebKit ของ Apple ก็น่าสนใจเหมือนกัน
ไม่แน่นะครับ เดี๋ยวซักพัก Mozilla จะไปทำ xulrunner บน WebKit บ้างไหมครับเนี่ย
ที่มา: AppleInsider
- 34 comments
- 3851 reads
Maciej Stachowiak ทีมงานของ WebKit ได้รายงานว่า WebKit เบื้องหลังเว็บเบราว์เซอร์ชื่อดัง Safari สามารถผ่านเงื่อนไข ของ Acid3 (ข่าวเก่า) ในหัวข้อ "การแสดงภาพเคลื่อนไหวอย่างลื่นไหลบนเครื่องใดๆที่กำหนด(smooth animation on reference hardware)" ได้เป็นเจ้าแรก โดย Acid3 ได้กำหนดว่าต้อง แสดงภาพเคลื่อนไหวภายใน 3.3 วินาที และ WebKit ทำได้ 0.33 วินาที บนเครื่อง MacBook Pro 2.4 GHz(ใช้เวลา 1 ใน 10 ของที่กำหนด) โดยเบื้องหลังความสำเร็จนี้มาจาก DOM และ JavaScript ที่เร็วขึ้นของ WebKit นั่นเอง
- 16 comments
- 2669 reads
- Read more








