บริการสร้างเอกสารออนไลน์นั้นได้รับความนิยมในช่วงหลังๆ ทางฝั่ง Adobe เองก็ซื้อ Buzzword ซึ่งเป็นโปรแกรมประมวลผลคำออนไลน์มาไว้เป็นของตัวเอง และเปิดให้บริการได้สักระยะแล้ว (ข่าวเก่าโดยคุณ mk: Acrobat 9 และ Acrobat Online) มาวันนี้ Adobe ได้เปิดตัวบริการสร้างสไลด์ออนไลน์เพิ่มแล้วครับ
บริการดังกล่าวที่มีชื่อชั่วคราวว่า Acrobat.com Presentation นั้นมุ่งไปที่การสร้างสไลด์สำหรับนำเสนอผ่านทางโปรแกรมแฟลชบนเว็บเบราว์เซอร์คล้าย Buzzword ข้อดีของบริการนี้ก็อยู่ที่การที่ผู้ใช้บริการนั้นสามารถแก้ไขสไลด์ได้หลายคนพร้อมกันในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้แล้วยังมีสไลด์ต้นแบบที่สวยงามไม่แตกต่างไปจากโปรแกรมที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันด้วย (ถ้าใครใช้ Google Docs อยู่จะรู้สึกอึดอัดกับความสวยงามเล็กน้อย)
ผู้ที่สนใจสามารถลงชื่อเพื่อทดสอบได้ที่ Acrobat.com Labs ครับ เท่าที่ลองบนวินโดวส์นั้นสามารถใช้ภาษาไทยได้ด้วยครับ
StumbleUpon อดีตเว็บ 2.0 ที่เคยมีชื่อเสียง (แนะนำเว็บกันระหว่างผู้ใช้โดยใช้ระบบโหวต คล้ายๆ กับ Digg) แต่หลังจากโดน eBay ซื้อกิจการไปเมื่อปี 2006 ก็ดูจะเงียบไปมาก ล่าสุดตอนนี้ทาง StumbleUpon ประกาศซื้อตัวเองคืนจาก eBay แล้ว
ใน Press Release ของ StumbleUpon บอกว่าตอนนี้บริษัทมีสถานะเป็น "investor-backed startup" อีกครั้งหนึ่ง โดยมีบริษัทนักลงทุนกลุ่มเดิมที่เคยเข้ามาตอนตั้งบริษัทใหม่ๆ ให้การสนับสนุนด้านการเงิน และผู้ก่อตั้งบริษัทสองคนคือ Garrett Camp กับ Geoff Smith ก็ได้กลับเข้ามาดำรงตำแหน่งบริหารอีกด้วย
ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า สองผู้ก่อตั้ง Skype เตรียมซื้อคืนกิจการจาก eBay เช่นกัน แต่ว่าโดน StumbleUpon ตัดหน้าไปแล้ว มูลค่าของการซื้อคืนนั้นไม่เปิดเผย
ที่มา - All Things D
Digg เป็นเว็บไซต์ยอดนิยมเวลาพูดถึงไอเดียใหม่ๆ ของเว็บ 2.0 ที่ผู้ใช้เป็นฝ่ายคัดกรองเนื้อหาด้วยตัวเอง ไม่ต้องผ่านระบบบรรณาธิการ แต่ล่าสุดมีการสำรวจข่าวทั้งหมดที่ได้ขึ้นหน้าแรกของ Digg ในรอบ 7 วัน ปรากฎว่า 46% ของข่าวเหล่านี้ มาจากเว็บไซต์ยอดนิยมเพียง 50 เว็บเท่านั้น
Digg มีผู้ใช้ที่ลงทะเบียนเป็นหลักล้าน และมีเรื่องถูกส่งเข้ามายัง Digg มากกว่า 1 หมื่นเรื่องต่อวัน แต่พฤติกรรมของผู้ใช้ Digg (ไม่รวมพวกที่เป็นสแปม ซึ่ง Digg มีมาตรการหลายๆ อย่างเข้ามาจัดการ) นั้นสร้างวัฒนธรรมว่าข่าวจากบางเว็บจะถูกโหวตขึ้นหน้าแรกเสมอ โดยไม่สนใจว่าเป็นข่าวอะไรหรือใครเป็นคนส่งข่าว ตัวอย่างของเว็บ whitelist เหล่านี้ได้แก่ TorrentFreak และ xkcd เป็นต้น
คำถามที่น่าสนใจก็คือ ถ้า Digg ยังไม่สามารถสร้างความหลากหลายบนหน้าแรกของตัวเองให้มากกว่านี้ อนาคตของ Digg ในระยะยาวจะเป็นอย่างไร? ส่วน 5 เว็บยอดนิยมมีดังนี้ครับ อันดับทั้ง 50 ดูได้จากที่มา
- telegraph.co.uk 26 เรื่องใน 7 วัน
- nytimes.com 23 เรื่อง
- youtube.com 22 เรื่อง
- time.com 17 เรื่อง
- arstechnica.com 15 เรื่อง
ที่มา - Social Media Blog
เป็นของเล่นสนุกๆ ประจำวันอาทิตย์ที่ไม่มีข่าวครับ เว็บไซต์ WeFollow สร้างโดย Kevin Rose (คนสร้าง Digg และ Diggnation) เป็นเว็บไซต์รวมรายชื่อผู้ใช้ Twitter จากทั่วโลก สิ่งที่ต่างออกจากเว็บรวมรายชื่อแบบปกติก็คือ เราสามารถเพิ่มชื่อตัวเองลงใน WeFollow ได้ทาง Twitter ด้วยคำสั่งต่อไปนี้
@wefollow #tag1 #tag2 #tag3
ส่วนของ tag นั้นให้ใส่คำสำคัญที่บรรยายถึงตัวเรา และเพื่อให้เกิดรายชื่อผู้ใช้ Twitter ชาวไทย ผมเสนอให้ใช้ tag เดียวกันหนึ่งอันคือ #thai ซึ่งสามารถดูได้จากหน้า wefollow.com/tag/thai (เรียงตามลำดับของจำนวน follower)
สำหรับบัญชี Twitter ของเว็บในเครือ Blognone ได้แก่ @blognone, @jusci และ @winhpcthai (พื้นที่โฆษณา)
ที่มา - ZDNet
กรมสรรพากรเตรียมปรับปรุงเว็บไซต์ชำระภาษีผ่านอินเตอร์เน็ตเป็น Web 2.0 มีเป้าหมายสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ยื่นภาษีผ่านอินเตอร์เน็ต กรมสรรพากรหวังว่าจะเพิ่มจำนวนผู้เสียภาษีผ่านช่องทางดังกล่าวเพิ่มขึ้น ปัจจุบันบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลมีการยื่นภาษีผ่านอินเตอร์เน็ตเฉลี่ยประมาณ 7 ล้านราย
แหล่งข่าวจากกรมสรรพากรคาดว่าการปรับปรุงดังกล่าวจะทำให้เว็บน่าสนใจ และมีการใช้งานง่ายขึ้น โดยจะลงทุนในงบประมาณที่ไม่มาก เพราะภาวะเศรษฐกิจถดถอย กรมสรรพากรจะประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการลดต้นทุนด้านการบริหารจัดการ เช่น Cloud Computing หรือการ Outsourcing ระบบไอทีให้กับบริษัทผู้เชี่ยวชาญภายนอก คาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการได้เร็วๆนี้
ผมว่าปัจจุบันการยื่นภาษีบุคคลธรรมดา (ภงด.90/91) ก็ใช้งานง่ายพอสมควรนะครับ แต่อยากให้ปรับปรุงเรื่องบุคคลากรมากกว่าครับ ผมยื่นไปเดือนนึงแล้วยังไม่ได้การตอบรับเลยว่าจะได้คืนภาษีเมื่อไร แต่น้องชายผมยื่นไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว 3 วันต่อมาสรรพากรแจ้งว่าได้ส่งเช็คคืนภาษีให้น้องผมเรียบร้อย เหอๆ
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ
ผมเคยเอา Google Friend Connect และ Facebook Connect มาให้ลองเล่นไปแล้ว คราวนี้เป็นคิวของ Yahoo! ที่เปิดตัวบริการแบบเดียวกันชื่อว่า Yahoo! Update
ยาฮูใช้วิธีจับมือกับ JS-Kit ซึ่งเป็นผู้ให้บริการกล่องคอมเมนต์สำหรับเว็บไซต์อื่นๆ (ซึ่งมีลูกค้าระดับ AOL และ Sun) ทำให้เว็บไซต์ที่มี JS-Kit อยู่แล้วสามารถใช้ Yahoo! Update ได้เลยโดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม และแน่นอนว่า Yahoo! Update ย่อมมีฟีเจอร์แบบเดียวกับคู่แข่ง นั่นคือดึงชื่อและเพื่อนมาจากบัญชีผู้ใช้ของยาฮู และในอนาคตอันใกล้ คอมเมนต์ที่ตอบลงไปในกล่องคอมเมนต์ จะไปโผล่ในบริการต่างๆ ของยาฮูด้วย (เหมือนกับ Facebook newsfeed แต่ Facebook Connect ก็รวมอยู่ใน JS-Kit เหมือนกัน)
Yahoo! Update นั้นสนับสนุน OAuth ด้วย เดโมมีให้ทดลองเล่นที่ JS-Kit
ที่มา - ReadWriteWeb, Yahoo!
Mark Zuckerberg ซีอีโอของ Facebook แถลงถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ของ Facebook โดยมีหลักคือจะทำให้ Promo Pages กับ Profiles มีคุณสมบัติรวมเข้าด้วยกัน ซึ่งพอจะอธิบายการเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ ได้สองส่วนดังนี้
ส่วนแรกคือ Pages ที่หน่วยงานต่างๆใช้เพื่อประชาสัมพันธ์ตัวเอง จะเพิ่มความเร็วในการแสดงเนื้อหาที่เกิดจากบรรดา Fans ของ Pages นั้นๆมากขึ้น สิ่งที่ผู้ใช้จะรู้สึกได้ทันทีคือมันจะถูกรวมอยู่ใน Facebook's Feed เหมือนที่เราได้จาก Profiles
อย่างที่สอง คือการปลดล็อกเงื่อนไขที่ Facebook จำกัดจำนวน Friends ไว้ไม่เกิน 5000คน ซึ่งส่งผลให้คนที่ดังมากๆ ไม่สามารถเพิ่ม Friends ได้มากไปอีก จากนี้คุณก็สามารถมี Friends ได้มากขึ้นๆ นอกจากนี้การแสดงอัพเดตของ Friends ก็จะเพิ่มความเร็วให้เป็น real-time มากขึ้น (เดิมเป็นรอบละ 10-15 นาที)
การเปลี่ยนแปลงสองเรื่องนี้ถูกมองว่า Facebook ทำเพื่อสร้างแรงต่อกรกับ Twitter ที่อาศัยเงื่อนไขการส่งข้อมูลที่ไม่จำกัด และ real-time มากกว่า ซึ่งกลายเป็นจุดแข็งที่ทำให้บริษัท หรือสินค้าสักตัวจะเลือกเพื่อใช้กระจายข้อมูลมากกว่า Facebook
ให้มีเพื่อนมาเม้นต์ได้เยอะๆ แบบนี้ไม่รู้น้องแนท-ณัฏฐรินทร เจ้าแม่ Hi5 อันดับ4ของโลก (เขาว่าอย่างนั้น) จะสนใจไหม?
สถาบัน Berkman Center for Internet & Society ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เปิดตัว Herdict เครื่องมือตรวจสอบการบล็อคเว็บที่ใช้ "ปัญญารวมหมู่" หรือ collective intelligence เป็นแนวทาง
Herdict มาจากคำว่า Herd + Verdict เป็นไอเดียของ Jonathan Zittrain ผู้ร่วมก่อตั้งศูนย์ Berkman และเป็นคนเริ่มโครงการ OpenNet Initiative (ONI) ซึ่งคอยตรวจสอบและจับตาสถานการณ์เรื่องการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตในประเทศต่างๆ อีกด้วย (ONI เคยเข้ามาตรวจสอบสถานการณ์ในประเทศไทยเมื่อประมาณ 2-3 ปีก่อน)
การทำงานของ Herdict ก็ไม่ซับซ้อนครับ เราสามารถรายงานเว็บที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ผ่านระบบ Herdict และดูว่าคนอื่นๆ โดนเหมือนกันหรือไม่ เป็นที่ตัวเราคนเดียวหรือว่าโดนบล็อคกันทั้งประเทศ (ลองดูหน้าของประเทศไทย) และเพื่อความสะดวกยังมี Firefox add-on ทำเป็นปุ่มรายงานที่สามารถกดได้ง่ายๆ จาก Firefox
บนเว็บของ FACT ก็มีเขียนถึง Herdict อย่างละเอียดเช่นกัน
ที่มา - Wired
Foxmarks บริการเก็บที่คั่นหน้าข้ามเครื่อง ซึ่งเป็น add-on ยอดนิยมตัวหนึ่งของ Firefox ประกาศเปลี่ยนชื่อเป็น Xmarks แล้ว
เหตุผลหนึ่งคือสะท้อนว่าบริการนี้ไม่จำกัดเฉพาะ Firefox อีกต่อไป (ปัจจุบันมีสำหรับ IE และ Safari/Mac ด้วย) แต่อีกเหตุผลที่เพิ่มเข้ามาก็คือ Xmarks ได้ขยายบริการจากการเก็บที่คั่นหน้าเว็บ มาเป็นการค้นหาและแนะนำเว็บไซต์ด้วย
ไอเดียของเรื่องนี้ก็คือ Xmarks นั้นมีข้อมูลที่คั่นหน้าเว็บเก็บอยู่มาก (เห็นว่า 600 ล้าน URL) และเมื่อคนสั่งคั่นหน้าเว็บใดๆ มันก็มีโอกาสสูงที่เว็บนั้นจะเป็นเว็บมีคุณภาพ Xmarks จึงนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์ และเปิดเป็นบริการค้นหา+แนะนำเว็บ (ลักษณะเดียวกันกับข่าวเก่า Yahoo! ลองเพิ่มลิงก์ Delicious ในผลค้นหา)
ตอนนี้ Xmarks ได้ออก add-on ที่เป็นชื่อใหม่มาให้กับ Firefox เท่านั้น (ของ IE กับ Safari จะตามมา) และบริการ Foxmarks เดิมจะยังใช้ได้อยู่ โดยทางบริษัทจะค่อยๆ รวมระบบเข้าด้วยกันในเร็วๆ นี้
ผมดาวน์โหลด Xmarks มาลองเล่น รีวิวขนาดสั้นดูด้านใน
เมื่อวานนี้ Robin Wauters บรรณาธิการของ Techcrunch ได้โพสข่าวเอาไว้ในเว็บไซต์ของเขาว่า เขาได้สังเกตเห็นความนิยมของการใช้คำว่าเว็บ 2.0 นั้นลดลง โดยดูจากผลการค้นหาบนเว็บไซต์ Google Trends และจำนวนของบริษัทหน้าใหม่ที่ติดต่อเข้าไปทาง Techcrunch นั้น มีการใช้คำว่าเว็บ 2.0 ทั้งในหัวข้อและเนื้อหาของอีเมล์ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
สำหรับความนิยมของคำว่าเว็บ 2.0 ผ่านทาง Google Trends นั้น พบว่าความนิยมของการใช้คำนี้นั้น ได้พุ่งขึ้นไปสูงสุดในประมาณกลางปี 2007 และได้ดิ่งลงเรื่อยมาเป็นระยะๆ จนปัจจุบันมีความนิยมใกล้เคียงกับในช่วงปี 2006 แล้ว
Robin Wauters ยังได้กล่าวอีกว่า ความนิยมของคำว่า "เว็บ 3.0" นั้นก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากเช่นกัน ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปก็แสดงว่าต่อไปอาจจะมีการใช้คำว่าเว็บ 3.0 น้อยลง แต่อาจจะเห็นการใช้คำว่า RIA มากขึ้นแทน
แต่อีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือเมื่อไรเว็บไซต์ที่ถูกสร้างในประเทศเรานั้น จะก้าวข้ามคำว่าเว็บท่า แล้วกลายเป็นเว็บ 2.0 เหมือนต่างประเทศได้สักที ก่อนที่ทั้งโลกจะก้าวไปยังเว็บรุ่นต่อไป ซึ่งปัจจุบันบ้านเรายังคงจะเห่อกับคำว่าเว็บ 2.0 และยังคงก้าวไม่ทันเว็บ 2.0 ของเมืองนอกสักที
(ขออนุญาตไม่กล่าวถึงเว็บของหน่วยงานราชการเมืองไทยครับ เพราะคิดว่าทุกท่านคงทราบกันอยู่ว่าเป็นอย่างไร แม้ผมจะไม่พูดถึงก็ตาม ...)
ที่มา: Techcrunch
กระแส social media (online video, social network, microblogging) กำลังมาแรง เว็บไซต์ Mashable รวบรวมกรณีศึกษาของสินค้า-ผลิตภัณฑ์ 10 แบรนด์ดังที่นำ social media มาใช้ได้อย่างแหลมคม
- วิดีโอชุด Will It Blend? บน YouTube ซึ่งทำให้เครื่องปั่นยี่ห้อ Blendtech ขายดีขึ้นห้าเท่าตัว
- แคมเปญของ Burger King บน Facebook (ดูข่าวเก่า เสียสละเพื่อชาติมามากแล้ว มาเสียสละเพื่อนเพื่อเบอร์เกอร์กันดีกว่า)
- Starbucks ขอไอเดียการปรับปรุงบริการจากลูกค้าผ่านเน็ต (My Starbucks Idea)
- Jonathan Schwartz ซีอีโอของซัน ประกาศข่าวต่างๆ ของบริษัทผ่านบล็อก
- IBM ให้พนักงานเขียนบล็อกกันยกทีม (หน้ารวมบล็อก)
- บริษัทรองเท้า Zappos ประชาสัมพันธ์ผ่าน Twitter
- บริษัทเคเบิลทีวี Comcast ตอบปัญหาการใช้งานผ่าน Twitter (ผมว่าอันนี้จะคล้ายๆ DTAC ในห้องมาบุญครองของ Pantip)
- ฝ่ายกฎหมายของ Ford แก้ข่าวชวนเชื่อผิดๆ ของบริษัทผ่านเว็บบอร์ด
- ผลิตภัณฑ์เด็ก Glaco เชิญชวนให้ลูกค้าโพสต์ภาพถ่ายตอนใช้ผลิตภัณฑ์ลง Flickr
- Dell ใช้งาน social media หลายอย่างผสมกัน (ตัวอย่างเช่น Dell IdeaStorm - ข่าวเก่า)
ที่มา - Mashable
ถือเป็นงานใหญ่ของชาวอเมริกันในยุคอินเทอร์เน็ตเฟื่องฟูนะครับ
- Akamai เจ้าพ่อด้าน CDN เปิดเผยข้อมูลว่าพิธีสาบานตนของบารัค โอบามา ทำสถิติมีคนใช้อินเทอร์เน็ตสูงที่สุดตลอดกาลเป็นอันดับที่ 5 โดยมีคนเข้าชม 5,401.250 คนต่อนาที (อันดับหนึ่งก็ไม่ใช่อื่นไกล เป็นคำประกาศชัยชนะของโอบามานั่นเอง) - Silicon Alley Insider
- ตัวเลขอีกตัวจาก Akamai บอกว่าปริมาณผู้ใช้อินเทอร์เน็ตตัวโลกพุ่งสูงขึ้น 54% ในช่วงเวลานั้น ส่วนในสหรัฐอย่างเดียวเพิ่ม 60% ถ้านับเป็นจำนวนสตรีมของวิดีโอที่ส่งผ่าน Akamai ส่งออกไป 7 ล้านสตรีมพร้อมกัน ถือเป็นสถิติสูงสุดของบริษัท
- Facebook จับมือกับ CNN โดยสร้างโปรแกรมพิเศษส่ง newsfeed ของ Facebook ผ่านทาง CNN ตัวเลขของ newsfeed ของโปรแกรมนี้เพิ่มจาก 200,000 ข้อความต่อชั่วโมงก่อนที่โอบามาจะทำพิธี มาเป็น 600,000 ข้อความ - New York Times
- อัตราการ Twitter ต่อวินาทีเพิ่ม 5 เท่า ส่วนอัตรา Twitter ต่อนาทีเพิ่ม 4 เท่า กราฟมีให้ดูในเว็บบล็อกของ Twitter
- CNN บอกว่าส่งวิดีโอสตรีมไปทั้งหมด 18.8 สตรีม และช่วงที่โอบามาสาบานนั้นดูพร้อมกัน 1.3 ล้านสตรีม CNN ถึงกับต้องทำหน้าพิเศษ เพื่อแสดงความยินดีให้กับคนที่จองที่ในสล็อตวิดีโอของ CNN ได้
- แน่นอนว่าเว็บไซต์วิดีโอออนไลน์ดังๆ ล่มกันถ้วนหน้า มีคนเก็บสถิติและพบว่าของสถานี CBS นั้นให้คุณภาพเยี่ยมที่สุดแถมเป็น HD ด้วย - BusinessofVideo
- ปิดท้ายด้วยภาพถ่ายจากดาวเทียม GeoEye ขณะที่โอบามากำลังสาบานตน เห็นฝูงชนชัดเจน - VentureBeat
ที่มา - CNET
กูเกิลประกาศปิด-หยุดพัฒนา-ย้ายทีมพัฒนา ของบริการหลายตัวที่ไม่ค่อยประสบผลสำเร็จมากนักดังต่อไปนี้
- Jaiku - จะย้ายไปใช้ App Engine, เปิดซอร์สบน Google Code และหยุดพัฒนาตัวโปรแกรม (แต่บริการยังเปิดให้ใช้อยู่)
- Dodgeball - บริการบอกที่อยู่ตัวเองผ่าน SMS ปิดให้บริการภายในอีก 2-3 เดือนข้างหน้านี้
- Mashup Editor - บริการจะเปิดให้ใช้ไปอีก 6 เดือน แล้วจะย้ายไปอยู่บน App Engine
- Google Notebooks - ผู้ใช้เดิมจะยังใช้งานได้ต่อไป แต่จะไม่เปิดรับ account ใหม่อีกแล้ว และจะเลิกสนับสนุน Notebook Extension ต้องเข้าผ่านเว็บอย่างเดียว
- Google Catalog Search - ค้นหาข้อมูลแบบ OCR จะถูกรวมเข้ากับ Google Book Search
- Google Video - เลิกให้บริการอัพโหลดไฟล์ในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า แต่วิดีโอยังอยู่เหมือนเดิม
ที่มา - TechCrunch, Google (3 บริการแรก), Google Notebooks, Google Video
รายการนี้เริ่มมีมาตั้งแต่ปี 2006 จาก 12 รายการเพิ่มเป็น 21 รายการในปีนี้ รายการที่มีต่อเนื่องได้ทั้งสี่ปีก็คือ TechMeme, Skype และ Wordpress และต่อไปนี้คือรายการทั้งหมดเรียงตามลำดับอักษร
SlideShare เว็บไซต์รับฝากไฟล์พรีเซนเทชันออนไลน์ ได้ออกปลั๊กอินสำหรับ Microsoft Office 2007 หรือจะพูดให้ถูกก็คือ PowerPoint 2007 นั่นเอง
สิ่งที่คาดเดาได้ไม่ยากคือ ปลั๊กอินตัวนี้จะช่วยให้เราสร้างสไลด์ด้วย PowerPoint แล้วอัพโหลดเข้า SlideShare โดยอัตโนมัติ แต่สิ่งที่มาเหนือก็คือ ปลั๊กอินตัวนี้ยังสามารถดาวน์โหลดสไลด์ (ทั้งของเราและของคนอื่น) จาก SlideShare มาแก้ใน PowerPoint ได้ด้วยเช่นกัน
ตัวปลั๊กอินจะเพิ่มแถบ ribbon ของ Office 2007 เป็นแถบ SlideShare ซึ่งมีฟีเจอร์อื่นๆ นอกจากที่กล่าวไปแล้วข้างต้น คือ ประกาศข่าวสไลด์ของเรา (บน SlideShare) ลงใน Twitter และ FriendFeed รวมไปถึงการแชร์สไลด์ในหมู่เพื่อนๆ
สไลด์อธิบายการใช้งานดูด้านใน ดาวน์โหลดและดูวิดีโอเดโมได้จาก SlideShare ต้องใช้กับ Office 2007 บน XP หรือ Vista เท่านั้น และต้องติดตั้ง .NET Framework 3.5 SP1 ก่อนใช้งาน ใครมีครบรบกวนช่วยทดสอบ
ที่มา - TechCrunch
หลายๆ คนแถวนี้คงรู้จัก Pownce บริการ microblogging แบบเดียวกับ Twitter ซึ่งทำโดยสาวคนดัง Leah Culver แต่ท่ามกลางสมรภูมิ microblogging ที่สู้กันดุเดือด ตอนนี้ Pownce โดนซื้อกิจการและปิดตัวไปแล้วครับ
บริษัทที่เข้าซื้อ Pownce ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นบริษัท SixApart ผู้พัฒนาโปรแกรมเขียนบล็อกชื่อดัง (ในอดีต) อย่าง Movable Type และเจ้าของเว็บให้บริการบล็อก Typepad กับ Vox นั่นเอง การซื้อกิจการครั้งนี้เป็นการซื้อตัวทีมงานคือ Leah Culver และ Mike Malone ผู้ร่วมก่อตั้งอีกคนให้เข้ามาทำงานกับ SixApart ทาง Leah Culver บอกว่าเธอจะ "กลับมาอีกครั้ง" กับเว็บใหม่ในปี 2009 สำหรับผู้ใช้ Pownce จะยังมีเวลาอีก 2 สัปดาห์ให้ export ข้อความเก่าออกมา ถ้าใครซื้อแบบ Pro ก็รอการติดต่อจากทีมงานได้
ผู้ร่วมก่อตั้ง Pownce อีกคนหนึ่งคือ Kevin Rose แห่ง Digg ซึ่งเป็นผู้ร่วมลงทุน+ช่วยคิด ไม่ได้มาลงแรงเหมือนอย่าง Leah
ที่มา - Pownce Blog, ReadWriteWeb
เว็บให้บริการด้านรูปภาพ Flickr (ซึ่งมีคนแถวนี้สมัคร Pro account หลายคน) เพิ่งประกาศฉลองจำนวนรูปภาพที่ถูกอัพโหลดขึ้นไปครบ 3 พันล้านรูปเมื่อคืนนี้
ถือเป็นอัตราการเติบโตที่น่าสนใจมาก เพราะเมื่อ 1 ปีที่แล้ว หรือ 13 พฤศจิกายน Flickr ได้ประกาศฉลอง 2 พันล้านรูปไป นั่นคืออัตราการเติบโตถึง 50% ภายในระยะเวลาหนึ่งปี
อย่างไรก็ตามจำนวน3พันล้านรูปนี้ ยังห่างจาก Facebook มากมายนัก ประมาณกันว่า Facebook ขณะนี้มีรูปอัพโหลดขึ้นไปมากกว่าหนึ่งหมื่นล้านรูป
ยาฮูเข้าซื้อ Flickr ไปเมื่อปี 2005 ในราคา 35 ล้านดอลล่าร์ ซึ่งนับว่าราคาถูกมากเมื่อเทียบกับ กูเกิลซื้อ YouTube หรือ ไมโครซอฟท์เข้าถือหุ้นFacebook
เชิญชมภาพที่ 3,000,000,000 ของ Flickr ได้ ณ บัดนี้ link
ที่มา: Flickr: 3 Billion Photos Uploaded (and 30% the Size of Facebook)
มาอีกแล้วกับงานสัมมนานอกกรอบ (Unconference) สำหรับคนไอที งานนี้สมาคมผู้ดูแลเว็บไทยจัดขึ้นเพื่อให้นักพัฒนาเว็บไทยเข้าใจว่าการเปิด API ของเว็บตัวเองมีข้อดีอย่างไร และเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาเว็บแบบ Mashup ให้ทัดเทียมกับเว็บต่างประเทศได้
งานนี้มีเว็บไซต์ระดับตำนานแห่งยุค 90s อย่าง Pantip, Sanook, Hunsa และเว็บไซต์ที่มีข้อมูลอยู่ในเว็บจำนวนมากอย่าง Kapook, Tarad, Thailand Yellow Pages ร่วมเป็นสปอนเซอร์ด้วย อาจจะเป็นสัญญาณบางอย่างว่าเว็บไซต์เหล่านี้เริ่มเล็งเห็นประโยชน์ของ Mashup และ API กันมากขึ้น
ช่องทางใช้งาน Twitter ที่หลายๆ คนคงชอบแล้วอยากได้กันมากช่องทางหนึ่งคือผ่านทาง Jabber เช่น pidgin หรือ Google Talk เนื่องจากการตอบสนองที่เร็วมาก และใช้งานได้สะดวก แต่หลังจากที่ Twitter ล่มบ่อยๆ ก็มีการปิดบริการส่วนนี้ไปเพื่อเพิ่มเสถียรภาพให้กับระบบ โดยทาง Twitter เคยระบุว่าจะนำบริการนี้กลับมาเมื่อมีความพร้อมมากกว่านี้
แต่ตอนนี้ทาง Twitter ก็มีประกาศออกมาแล้วว่าบริการผ่าน Jabber นั้นจะไม่ถือเป็นบั๊กที่ต้องแก้ไขอีกต่อไป แต่จะกลายเป็น ฟีเจอร์ที่จะทำเพิ่มในอนาคต หมายความว่าฟีเจอร์นี้จะกลับมาเมื่อทาง Twitter พร้อมแล้วเท่านั้น ซึ่งคงใช้เวลาอีกนาน และลำดับความสำคัญจะลดลงไป
ที่มา - Twitter
Yahoo! ออกบริการ Yahoo! Web Analytics สำหรับเก็บข้อมูลและวิเคราะห์สถิติของเว็บไซต์ แบบเดียวกับ Google Analytics
บริการนี้เป็นผลมาจากการซื้อบริษัท IndexTools เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา (เช่นเดียวกับ Google Analytics มาจากบริษัท Urchin เดิม) จุดขายสำคัญของ Yahoo! Web Analytics คือความเร็วในการอัพเดตข้อมูลแบบ "เกือบเรียลไทม์" ซึ่งดีกว่ารอบ 8-12 ชม. ของ Google Analytics อีกอย่างคือให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลดิบทั้งหมดผ่านทาง API ด้วย เมื่อเทียบกับของกูเกิลที่แสดงเฉพาะข้อมูลที่วิเคราะห์แล้วเท่านั้น ทำให้ผู้ใช้ Yahoo! Web Analytics สามารถเขียนโปรแกรมวิเคราะห์สถิติเพิ่มเติมเองได้
ตอนนี้ยังอยู่ในช่วง private beta คงรอกันอีกไม่นาน
ที่มา - Ars Technica









