Tags:
KDE

ต่อจากข่าวก่อนหน้านี้ Ubuntu 12.04 จะเลิกใช้ "เมนูบาร์" เปลี่ยนมาเป็น HUD แทน ซึ่งสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ทางฝั่ง KDE กำลังจะทำอะไรคล้ายๆ กัน เพียงแต่เป็นฟีเจอร์เสริม ไม่ได้บังคับเปลี่ยนแต่อย่างใดนะครับ

เดิมที KDE มีแอพชื่อ KRunner ทำงานคล้ายกับแอพพวก Quicksilver หรือ GNOME-Do อยู่ก่อนแล้ว พอทาง Ubuntu มีข่าวทำ HUD ออกมา นักพัฒนาของ KRunner เลยขยายความสามารถของมันให้ทำแบบเดียวกัน (พิมพ์คำสั่งเพื่อเปิดเมนู) ได้ด้วย

แอพส่วนขยายนี้มีชื่อเรียกว่า AppMenu Runner ตอนนี้ยังทำไม่เสร็จดีแต่นักพัฒนาก็นำวิดีโอมาโชว์แล้ว คาดว่ามันจะเสร็จทัน KDE 4.9 ครับ

ที่มา - OMG Ubuntu

Tags:
Google

ถ้าใครสงสัย หัวข่าวไม่ผิดหรอกครับ เพราะการเล่นเน็ตแล้วได้เงินฟรีมีอยู่จริงๆ เพียงแต่เราต้องยอมสละความเป็นส่วนตัว แชร์ข้อมูลพฤติกรรมการท่องเว็บของเราให้กูเกิลรับรู้ แลกกับบัตรของขวัญมูลค่าสูงสุด 25 ดอลลาร์

โครงการนี้ของกูเกิลมีชื่อว่า "Screenwise" ซึ่งผู้เข้าร่วมจะต้องติดตั้งส่วนเสริมของ Chrome ที่ส่งข้อมูลกลับไปยังพาร์ทเนอร์ของกูเกิล เพื่อดูว่าเรามีพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างไรบ้าง ซึ่งกูเกิลจะนำข้อมูลนี้ไปวิจัยในโครงการอื่นๆ ต่อไป

ผลตอบแทนที่เราได้รับคือบัตรของขวัญ Amazon มูลค่า 5 ดอลลาร์ (Amazon ไม่เกี่ยวกับโครงการนี้) โดยจะมอบให้ทุก 3 เดือน และมูลค่ารวมสูงสุดคือ 25 ดอลลาร์

สิ่งที่น่าเสียใจคือพอข่าวนี้ออกมา กูเกิลก็ปิดรับสมัครไปเรียบร้อยแล้ว

ที่มา - Search Engine Land

Tags:
Gmail

แถบ sidebar ด้านซ้ายมือของ Gmail นั้นยาวขึ้นเรื่อยๆ ตามกาลเวลา เพราะมันประกอบด้วยของสารพัดอย่าง ไม่ว่าจะเป็น label ของอีเมล, หน้าจอสำหรับ chat, gadget อีกหลายอย่างที่เราสามารถนำมาใส่ได้

ความยาวที่มากขึ้นจนต้องเลื่อนเยอะๆ คงไม่ใช่ผลดีกับ usability แน่นอน ทำให้กูเกิลต้องออกแบบ sidebar ด้านข้างใหม่อีกครั้ง

sidebar แบบใหม่จะแบ่งออกเป็นครึ่งบนกับครึ่งล่าง (ดูภาพประกอบ) ซึ่งผู้ใช้สามารถลากแบ่งความกว้างระหว่างสองส่วนนี้ได้เอง

  • ครึ่งบนจะยังแสดง label ของอีเมลเช่นเดิม แต่แสดงเฉพาะ label สำคัญให้เห็น ถ้าต้องการดูทั้งหมดให้เอาเมาส์ไปวางอยู่บน label แทน
  • ครึ่งล่างจะถูกเปลี่ยนเป็นแท็บ ซึ่งเริ่มต้นจะมี 2 แท็บคือ chat และ gadget โดยจะแสดง chat ให้เห็นเป็นหน้าหลัก
Tags:

Dan Russell นักวิจัยด้านมานุษยวิทยาที่กูเกิล เปิดเผยข้อมูลกับเว็บไซต์ The Atlantic ว่าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตชาวสหรัฐ 90% ไม่รู้จักการใช้ปุ่มลัด Ctrl/Cmd+F เพื่อค้นหาคำในเอกสาร

Russell ต้องศึกษาพฤติกรรมการหาข้อมูลของมนุษย์ และเขาบอกว่าสิ่งที่เจอบ่อยมากคือกลุ่มตัวอย่างนั่งไล่หาคำในเอกสารยาวๆ เป็นเวลานาน เมื่อการทดสอบยุติ Russel จะบอกเทคนิคนี้กับกลุ่มตัวอย่างของเขา และเกือบทุกคนจะตกใจมากว่าเสียเวลาขนาดนั้นมาตลอดชีวิตได้อย่างไร!

แถวนี้ใครไม่รู้ จงสารภาพมาแต่โดยดี

ที่มา - The Atlantic via Slashdot

Tags:

บริษัท The Astonishing Tribe (TAT) ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้จากสวีเดน (เคยมีผลงานออกแบบอินเทอร์เฟซให้ T-Mobile G1) ได้สาธิต "แนวคิด" ของส่วนติดต่อผู้ใช้สำหรับแท็บเล็ตขนาดหน้าจอ 5-12 นิ้ว

อินเทอร์เฟซที่นำมาสาธิตชื่อว่า Velvet UI แนะนำว่าดูจากวิดีโอเข้าใจง่ายกว่า ถ้าให้เขียนบรรยายเป็นอักษรต้องบอกว่ามันคือ "ผ้าม่าน" ครับ

Velvet ยังเป็นแค่ต้นแบบ ยังห่างไกลจากผลิตภัณฑ์วางขายจริง อันที่เราเห็นรันอยู่บน MeeGo แต่ทาง TAT บอกว่าตั้งใจออกแบบมาสำหรับ Android ด้วย

ที่มา - TAT Blog, Engadget

Tags:

นับวันเบราว์เซอร์ยิ่งเหมือนระบบปฏิบัติการขึ้นเรื่อยๆ ช่วงไม่กี่ปีมานี้เราเห็นวิวัฒนาการของเบราว์เซอร์ในทิศทางนี้ไม่น้อย เช่น การแยกโพรเซสของ Chrome, สงครามเอนจินจาวาสคริปต์, Offline Storage, Web Worker Threading ฯลฯ

ล่าสุดทางค่าย Mozilla ได้เผยแนวคิดใหม่ในการจัดการแท็บ อธิบายง่ายๆ มันคือ Expose ของ Mac OS X แต่ผสมเรื่องการจัดกลุ่มเข้ามาด้วย อธิบายเป็นคำพูดยาก ดูวิดีโอเข้าใจง่ายกว่าครับ

ตอนนี้ Tab Candy ยังเป็นแค่รุ่นทดสอบเท่านั้น สามารถดาวน์โหลด Firefox 4 รุ่น Tab Candy ได้ตามลิงก์ที่มา ในวิดีโอก็พูดไว้คร่าวๆ แล้วว่าอนาคตของมันจะไปในทิศทางไหน เช่น แชร์แท็บ, ค้นแท็บ ฯลฯ

ที่มา - Aza Raskin

Tags:

ค่าย Mozilla เผยว่า Firefox 4 จะนำแท็บไปไว้ข้างบนทูลบาร์ เหมือนกับที่ Chrome เป็นคนริเริ่ม โดยให้เหตุผลไว้ 4 ข้อดังนี้ (ดูวิดีโอประกอบเพื่อความเข้าใจที่ดีขึ้น)

  1. Conceptual Model - ปุ่มที่เกี่ยวข้องกับเพจในแท็บ ควรอยู่ภายในแท็บ
  2. App Tabs - ฟีเจอร์ใหม่ของ Firefox 4 ที่ย่อแท็บให้เหลือแต่ไอคอน และแปะค้างไว้เหมือนเป็นช็อตคัตเรียกโปรแกรม การเอาแท็บไว้บนจะทำให้ App Tabs มีทูลบาร์ที่เกี่ยวข้องอยู่ข้างใต้
  3. Tab Based Firefox UI - Firefox จะพยายามเอาหน้าต่างสำคัญๆ มาใส่ไว้ในแท็บ เช่น Bookmarks
  4. Notification - ในอนาคต Firefox จะมีฟีเจอร์ notification ภายในแท็บ การเอาแท็บไว้บนจะได้ไม่บังกัน และให้ความรู้สึกว่าเป็น notification ของแท็บนั้นๆ

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนกลับเป็นแบบเดิมได้ และทาง Mozilla ยอมรับว่าการเอาแท็บไว้บนมีข้อเสียคือ ผู้ใช้จะต้องลากเมาส์ขึ้นไปสูงขึ้น

ที่มา - Alex Faaborg

Tags:

สำนักข่าว TechCrunch รายงานข้อมูลวงในของ Android ว่า ตอนนี้ทีมงาน Android พอใจกับฟีเจอร์ที่มีอยู่ในปัจจุบันพอสมควร (หลังจากเร่งอัดแต่ฟีเจอร์มาตั้งแต่ปี 2008) และในรุ่นถัดไป "Gingerbread" จะหันมาปรับปรุงเรื่องประสบการณ์การใช้งาน ซึ่งยังเป็นจุดด้อยของ Android เมื่อเทียบกับคู่แข่ง

เป้าหมายสำคัญของกูเกิลคือแก้ปัญหา UI พิเศษของผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ อย่าง Sense หรือ MOTOBLUR ที่มีความหลากหลายสูงมาก และกลายเป็นปัญหาทำให้เกิด fragmentation ของแพลตฟอร์ม

ที่มา - TechCrunch

Tags:

เว็บไซต์ PlayingWithWire ได้เปรียบเทียบซอฟต์แวร์ CMS สองตัวคือ Joomla! กับ WordPress ในแง่ usability อย่างละเอียด บทสรุปก็คือถึงแม้ว่า WordPress จะมีฟีเจอร์น้อยกว่า Joomla! แต่กลับมี usability ดีกว่า Joomla! มาก

I will argue that Joomla! is an example of a poorly managed open source project and that WordPress is a very successfully managed one.

อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนได้กล่าวว่า Joomla! 1.5 นั้นเป็นทิศทางที่ถูกต้องที่โครงการ Joomla! กำลังมุ่งไปเพื่อ usability ที่ดีขึ้น และ Joomla! ก็สามารถทำงานซับซ้อนหลายอย่างๆ ที่ WordPress ทำได้ยาก เช่น eCommerce เป็นต้น

เท่าที่ผมอ่านในคอมเมนต์ของข่าวต้นฉบับ และ Slashdot พบว่าข่าวนี้จะโดนโจมตีมากว่าการนำเอาซอฟต์แวร์ที่ไม่ตรงกันทีเดียวมาเปรียบเทียบกันนั้นไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตามต้องเน้นย้ำว่านี่เป็นการเปรียบเทียบเฉพาะ usability เท่านั้น

ในฐานะที่ Blognone ใช้ Drupal ผมต้องยอมรับว่า usability ของ Drupal นั้นห่วยกว่าทั้ง Joomla! และ WordPress ครับ และย้ำอีกครั้งว่าจุดยืนของ Blognone คือไม่สนับสนุนความเป็นสาวกอย่างงมงาย ไม่ว่าจะเป็น Drupal, Joomla!, WordPress หรือแม้กระทั่งแอปเปิล

ที่มา - PlayingWithWire, Slashdot

Tags:

OpenID หรือบริการตรวจสอบผู้ใช้ด้วยไอดีเพียงอันเดียวเพื่อการล็อกอินที่ง่ายขึ้นที่กำลังเป็นที่นิยมในหลายๆ เว็บ (รวมไปถึง Blognone เองด้วย) ได้สร้างความงุนงงให้กับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบางส่วน

การศึกษาล่าสุดทำโดย Yahoo ได้ศึกษาผู้หญิงอายุราว 30 กว่าๆ จำนวน 9 คนที่ติดอินเทอร์เน็ตระดับกลางถึงมาก ให้บอกวิธีการเข้าสู่เว็บไซต์ที่สนับสนุน OpenID โดยใช้รหัสผู้ใช้และรหัสผ่านของ Yahoo!

ผู้ใช้ส่วนใหญ่เห็นดีกับความสะดวกที่มีรหัสเพียงอันเดียว แต่ก็มีบางส่วนแย้งว่าต้องการรหัสผู้ใช้ที่แตกต่างกันไปในแต่ละเว็บเพื่อที่หากมีคนอื่นล่วงรู้ก็จะเข้าได้เพียงที่เดียว และบางส่วนแย้งว่าการล็อกอินผ่าน OpenID นั้นยุ่งพอๆ กับเปิดบัญชีผู้ใช้ใหม่

การศึกษานี้เสนอแนวทางให้ OpenID ควรส่งเสริม และปรับปรุงด้านการใช้งานมากกว่าด้านเทคโนโลยี เช่น ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น, เสนอทางเลือกต่างๆ ในรูปแบบไอคอน, เวลาลงชื่อออกให้เสนอด้วยว่าต้องการลงชื่อออกจากบัญชีหลักด้วยหรือเปล่า (แนะนำให้อ่านใน Presentation ของงานวิจัย (pdf) เองจะเข้าใจกว่าครับ)

ที่มา: Yahoo! OpenID Usability Research via Webmonkey

Tags:

เว็บไซต์ Mac News Online นำเสนอ GUI 5 จุดที่เพิ่มเข้ามาใน Mac OS X 10.5 Leopard แล้วทำให้ชีวิตแย่ลงกว่าเดิม

  • เงา drop shadow ใต้ขอบหน้าต่างเข้มและกว้างมาก
  • ลูกศรสามเหลี่ยมที่ Dock หายไป เปลี่ยนเป็นจุดเรืองแสงสีฟ้าแทน
  • menubar โปร่งแสง ทำให้อ่านข้อความยาก
  • คู่สีของเมนูเวลาเปิด Spotlight ไม่มีรสนิยม
  • ไอคอนโฟลเดอร์ใหม่มีลายจุด ทำให้ดูเหมือนกระดาษรีไซเคิล

ภาพประกอบดูกันเองตามลิงก์ และ Leopard เวอร์ชันที่วิจารณ์ยังเป็นแค่เบต้า

ที่มา - Mac News Online

ข่าวใกล้เคียงกันอีกอันคือมีคนชำแหละการให้แสง-เงาของ Dock 3 มิติตัวใหม่ สรุปว่าทำได้แย่มาก และมีคนลองย้าย Dock ไปไว้ข้างซ้าย-ขวาแล้วพบว่าเละทีเดียว - furbo.org

Tags:

Luke ได้สรุปพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคกับเรื่องของการใช้งานไว้ว่า ตอนที่เขาจะเลือกซื้อสินค้า ก็คือตอนที่ก่อนจะใช้งานจริงนั้น ผู้บริโภคจะตัดสินใจจากความน่าซื้อกับคุณภาพที่มันทำได้ เช่น จำนวนลักษณะการใช้งาน ซึ่งถึงแม้ว่ามันจะทำให้การใช้งานลำบากขึ้นจากการที่มันทำอะไรต่อมิอะไรได้มากขึ้นนั้น ผู้บริโภคก็ยังมีแนวโน้มที่จะเลือกสินค้าที่มี Feature คือการตั้งค่า/การใช้งาน มากกว่าสินค้าที่มีน้อยกว่าอยู่ดี แต่เมื่อใช้งานไปแล้ว ปัจจัยเรื่องคุณภาพของการใช้งานหรือ Usability นั้นก็เริ่มสำคัญขึ้นมาเหนือความหลากหลายใน Feature ทั้งหลาย

นี่เป็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เมื่อเราต้องออกแบบสินค้าให้มีความหลากหลายในการใช้งานเพื่อเรียกร้องความสนใจให้ลูกค้าควักกระเป๋า และในทางเดียวกันก็ต้องทำให้ประทับใจจากการใช้งานที่ง่ายด้วย

Barry Schwartz ได้ยกตัวอย่างความขัดแย้งนี้ ในการทดสอบของ Barry นั้น ผู้ร่วมทดสอบอยากจะมีเครื่องเล่น CD ที่มีฟังก์ชั่นอยู่ 21 รายการมากกว่าอีกอันที่มี 7 รายการ แต่เมื่อเริ่มใช้งานเครื่องเล่น CD 21 รายการนั้นสักพักหนึ่ง ก็จะกลับมาอยากได้แบบ 7 รายการมากกว่า

ในชีวิตเรามีอะไรที่ต้องเลือกมากมาย ในซุปเปอร์ เราอาจจะเจอคุกกี้เป็นร้อยแบบ ชาเป็นสิบๆยี่ห้อ น้ำสลัดสิบกว่าอย่างยี่สิบกว่ายี่ห้อ ยาสีฟันห้าสิบกว่าแบบ ซึ่งการที่มีทางเลือกนั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีในชีวิต แต่ถ้ามีมากไป ก็จะเกิดผลเสียขึ้น ได้แก่

Paralysis: ทางเลือกเยอะไป อาจจะนำไปสู่การที่ลูกค้าไม่เลือกอะไรเลย ในการทดสอบซึ่งนำมายกตัวอย่างกันหลายทีแล้วก็คือ ร้านที่ให้ลูกค้าเลือกแยม 24 แบบ กับ 6 แบบ ร้านที่ให้เลือกถึง 24 จะดึงดูดความสนใจคนได้มากกว่า แต่มีเพียง 1 ใน 10 คนที่จะซื้อ

Decision Quality: ถ้ามีทางเลือกมาเสนอมากเกินไป เรามีแนวโน้มจะไม่ใช้ปัจจัยที่ซับซ้อนในการเลือกแต่จะใช้ปัจจัยที่ง่ายที่สุดในการเลือก เช่น ในร้านเสื้อผ้า ยี่ห้อและราคา เป็นปัจจัยที่ง่ายที่สุดที่คนจะใช้ในการเลือกซื้อสินค้า

Decision Satisfaction: ถึงเราจะเลือกสิ่งๆหนึ่งได้เป็นอย่างดี แต่มีแนวโน้มจะไม่พอใจกับสิ่งที่เลือกมากกว่า เมื่อมีทางเลือกมากขึ้น การเลือกก็จะเลือกในสิ่งที่ดีขึ้น แต่ความพอใจในการเลือกก็จะน้อยลง เพราะว่าถ้าไม่ได้ลองทางเลือกทั้งหมดแล้ว คนเรามีแนวโน้มที่จะคิดว่ามันน่าจะมีทางเลือกอื่นๆที่ดีกว่าทางเลือกที่เราเลือก ซึ่งตรงนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องของ Opportunity cost ด้วย

Escalation of expectations: ทางเลือกที่มากขึ้น ความคาดหวังที่จะเจอสิ่งที่ดีขึ้นก็มีมากขึ้นด้วย แต่ในทางกลับกัน ความ"เกินคาด" ก็จะลดลงหรืออาจจะไม่มีเหลืออยู่เลย

Maximizer Impact: ทางเลือกที่มากเกินไป เป็นเรื่องใหญ่ของคนประเภทที่ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับชีวิต แต่เพราะว่าทางเลือกเยอะเช่นนี้ คนประเภทนี้ก็ต้องเสียเวลาและพลังงานไปกับการค้นหามากขึ้น และในบางเรื่องอาจจะแทบไม่เห็นเลยว่า ทางเลือกที่ดีที่สุดคืออะไร

Leakage: เมื่อเราไม่หยุดตัดสินทางเลือกหลังจากที่เลือกทางใดทางหนึ่งไปแล้ว ทำให้เกิดความไม่พึงพอใจขึ้นจากการเสียโอกาสลองทางเลือกอื่นๆและจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อได้มีประสบการณ์กับทางเลือกที่ตัวเองเลือกมากขึ้น

เราบรรเทาปัญหาทางเลือกมากเกินไปของผู้บริโภคนี้ได้บ้าง โดย:

Satisficing: เลือกทางเลือกที่"ดีพอ" แทนที่จะสร้างทางเลือกให้มากที่สุด เพื่อแก้ปัญหาทางเลือกมากไปตั้งแต่ต้นทาง

Principal Agent Distinction: บรรเทาอาการไม่พึงพอใจในทางเลือกของตัวเองด้วยตัวช่วยตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นคน หรือสื่อ ที่ช่วยเลือกทางเลือกให้ผู้บริโภคในระดับหนึ่ง (ในที่นี้ เช่น online community ต่างๆที่พูดถึงสินค้านั้นๆ)

Libertarian Paternalism: ให้ความใส่ใจกับสถานการณ์ที่ผู้บริโภคไม่ทำอะไรเลย คือ ควรจะมี Default option เพื่อเป็นทางเลือกยืนพื้นสำหรับทุกคน และ Default option นั้นก็ควรจะเป็นทางเลือกที่คิดมาดีแล้ว ยกตัวอย่างเช่น ชาวอเมริกัน 90 เปอร์เซนต์เห็นด้วยกับการบริจาคอวัยวะ แต่มีเพียง 25% เท่านั้นที่เป็นผู้บริจาค ในขณะที่ประเทศหนึ่งในแถบยุโรป 90% ของประชากรเป็นผู้บริจาค ซึ่งความแตกต่างนี้ เกิดจากการที่ใบสมัครบริจาคอวัยวะมีค่า default ต่างกัน ซึ่งในทางยุโรป มี default เป็นลักษณะ opt-out (แปลง่ายๆก็เห็นด้วยและทำตาม) มากกว่าจะเป็น opt-in (แปลง่ายๆก็ลงชื่อเห็นด้วยกับความร่วมมือเฉยๆ)

จะเห็นได้ว่า การออกแบบให้การใช้งานเป็นไปอย่างง่ายนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆอย่างที่เห็น เรายังต้องเอาชนะการเลือกทางเลือกจากความคาดเดาของผู้บริโภคด้วย กระนั้นก็ตาม ไม่ว่าจะมีทางเลือกมากหรือน้อย สิ่งที่ยังต้องเป็นปัจจัยยืนพื้นก็คือ เราควรจะทำให้ระบบหรือทางเลือกนั้นมีการใช้งานที่ง่ายอยู่วันยังค่ำด้วย

อ้างอิงจาก http://www.lukew.com/ff/entry.asp?433 และ http://www.lukew.com/ff/entry.asp?419