Tags:
HTC

หลังจากที่ทางผู้บริหารนิรนามของ HTC ยืนยันถึงเรื่องที่ HTC One ผลิตไม่ทัน แต่ก็ยังไม่มีข่าวคราวว่า HTC One จะขายในแต่ละประเทศวันไหนกันแน่ ล่าสุด HTC ประกาศบน Facebook ของตนแล้วว่า

เนื่องจากความต้องการของ HTC One มีมาก ทำให้ทางบริษัทไม่สามารถผลิต HTC One สู่คนทั่วโลกได้ทันตามที่กำหนด ทำให้ต้องเลื่อนการวางจำหน่ายของ HTC One ในบางประเทศ แต่แน่นอนว่าที่สหราชอาณาจักร, เยอรมนี และไต้หวันยังคงขายสัปดาห์หน้าไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนทวีปยุโรป, อเมริกาเหนือ และทวีปเอเชียในส่วนที่เหลือ จะวางจำหน่ายไม่เกินปลายเดือนเมษายนนี้ HTC หวังว่าลูกค้าจะสามารถอดทนรอได้ และเมื่อได้เครื่องแล้ว ลูกค้าจะตอบรับว่ามันสมกับการรอคอยจริง ๆ

สรุปก็คือ HTC One จะขายในประเทศไทยไม่เกินประมาณสิ้นเดือนหน้าจนถึงต้นเดือนพฤษภาคมอย่างแน่นอนครับ (อ้างอิง)

ที่มา: Facebook HTC

Tags:

Sammy Ohev-Zion ผู้บริหารของ BLU Products ให้สัมภาษณ์ว่าเทคโนโลยีการผลิตและชิ้นส่วนโทรศัพท์มือถือในปัจจุบันเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และบริษัทขนาดเล็กก็สามารถผลิตโทรศัพท์ที่มีคุณสมบัติและต้นทุนการผลิตใกล้เคียงกับผู้เล่นรายใหญ่เช่นซัมซุงหรือโมโตโรลาเช่นกัน แต่การเป็นบริษัทเล็กที่มีรายจ่ายอื่น เช่น โฆษณาและค่าเช่าตึกออฟฟิศหรูๆ น้อยกว่า ทำให้สามารถขายในราคาที่ถูกกว่าได้

โดยบริษัทนี้ตั้งราคามือถือเรือธงรุ่นล่าสุด BLU Life One ไว้ที่ 299 ดอลลาร์เท่านั้น ด้วยเสปค CPU Quad-Core 1.2 GHz, จอ IPS HD 5 นิ้ว, กล้องหลัก 13 megapixel, stock Android 4.2 และขายผ่านร้านค้าปลีก

น่าสนใจว่ากระแสมือถือทางเลือกนี้จะไปได้ดีแค่ไหน โดยปีที่แล้ว BLU ขายมือถือได้รวม 4.1 ล้านเครื่อง และมีอเมริกาใต้เป็นตลาดใหญ่

ที่มา - The Verge

Tags:

แน่นอนว่า วิศวกรของแอปเปิลอยากเห็นผลิตภัณฑ์ของตนเปิดตัวอย่างงดงาม ในงาน Keynote ท่ามกลางสายตาผู้คน จึงไม่น่าแปลกใจที่ีพวกเขาต้องกระเสือกกระสนในการปกปิดข้อมูลทุกอย่างให้เป็นความลับ และต้องการชมปฏิกิริยาที่ผู้คนทั่วโลกเห็นขณะเปิดตัว แน่นอนว่าใคร ๆ ก็คงอยากรู้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ของแอปเปิลก่อนงานเปิดตัว ดังนั้น จึงเกิดข่าวลือต่าง ๆ ออกมามากมาย ซึ่งเหล่าวิศวกรแอปเปิลนั้น เมื่อเห็นข่าวลือพวกนี้ก็คงเหมือนเด็ก ๆ ที่หมดสนุกกับการเปิดกล่องของขวัญ โดยการเขย่า บีบ เพื่อเดาว่าอะไรอยู่ในนั้น แล้วจึงเปิด

Tags:
Apple

พวกเราส่วนใหญ่น่าจะรู้ว่าช่วงปีที่ผ่านมา แอปเปิลนั้นเป็นลูกค้ารายใหญ่ของซัมซุงมาโดยตลอด เมื่อปีที่แล้วซัมซุงมียอดสั่งซื้อชิ้นส่วนจากแอปเปิลเป็นมูลค่ากว่า 10 ล้านล้านวอน (ประมาณ 276,000 ล้านบาท) แต่ดูเหมือนว่าปีนี้แอปเปิลจะเริ่มปรับเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทานของบริษัทแล้ว โดยจะไม่สั่งชิ้นส่วนหน้าจอและชิปหน่วยความจำจากซัมซุงเป็นหลักเหมือนเมื่อก่อนแต่จะหันไปหา โตชิบา, SK Hynix และ Elpida Memory สำหรับการผลิตชิปหน่วยความจำและจะให้แอลจีผลิตหน้าจอเป็นหลักแทน อย่างไรก็ตาม ซัมซุงจะยังเป็นผู้จัดส่งชิปให้กับแอปเปิลก่อนในช่วงแรกแต่ก็มีแนวโน้มว่าจะลดลงไปเรื่อยๆ

การที่แอปเปิลให้มีบริษัทหลายบริษัทเป็นผู้จัดส่งชิ้นส่วนให้นั้นก็เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่แอปเปิลเคยบอกไว้แล้ว ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงที่กระบวนการผลิตสินค้าจะหยุดชะงักไปหากเกิดเหตุที่ไม่คาดคิดขึ้น (เช่นการเกิดแผ่นดินไหวในญี่ปุ่นเมื่อปีที่แล้ว) แต่อีกเหตุผลหนึ่งที่อาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ก็คงหนีไม่พ้นคดีความระหว่างแอปเปิลกับซัมซุงที่ยังคงต่อสู้กันภายในศาลทั่วโลกและมีท่าทีว่าจะไม่จบง่ายๆ ในเร็วๆ นี้ครับ

ที่มา - AllThingsD

Tags:
Atom

หลังจากอินเทลผิดหวังกับตลาดโมบายมาหลายต่อหลายรอบ (นับแต่ MID, จนถึง Moorestown) ความหวังจาก Medfield ที่น่าจะมีการผลิตสินค้าเป็นโทรศัพท์และแท็บเล็ตออกขายก็ทำให้อินเทลเตรียมปรับสายการผลิตของตัวเองให้พร้อมรับคำสั่งซื้อจำนวนมากแล้ว

Brian Krzanich เพิ่งได้รับตำแหน่ง COO ของอินเทลคาดว่ากำลังผลิตของอินเทลจะไปอยู่กับอุปกรณ์เคลื่อนที่มากขึ้นเรื่อยๆ โดยก่อนหน้าที่จะรับตำแหน่งนี้ เขาเป็นหัวหน้าฝ่ายการผลิตมาก่อน มีผลงานสำคัญคือการลดช่วงเวลาเดินสายการผลิตของชิปลงเหลือเพียงครึ่งเดียวในช่วงห้าปีที่ผ่านมา และเขาเชื่อว่ากระบวนการผลิตที่สั้นลงนี้จะดีต่อตลาดโทรศัพท์ด้วยเช่นเดียวกัน

ก่อนหน้านี้มีผู้ผลิตรายใหญ่ที่ประกาศว่าจะผลิตโทรศัพท์ที่ใช้ชิปอินเทลแล้วได้แก่ เลอโนโว, โมโตโรล่า, ZTE, และ Lava จากอินเดีย แต่จนตอนนี้เรายังไม่เห็นโทรศัพท์เหล่านี้วางขายในวงกว้างเท่าใดนัก

วงรอบการออกสินค้าใหม่เป็นความได้เปรียบสำคัญของอินเทล ที่สามารถลงทุนในทุกจุดตั้งแต่กระบวนการผลิต, แบบลายวงจร, สถาปัตยกรรมซีพียู, ไปจนถึงซอฟต์แวร์ แม้จะตกเป็นผู้เล่นรายเล็กในตลาดโมบายแต่หากสามารถเจรจากับผู้ผลิตและทำราคาได้น่าสนใจก็อาจจะเกิดจริงๆ ได้

ที่มา - Reuters

Tags:
Apple

น่าอาจจะเป็นเรื่องน่าขัน แต่จากรายงานล่าสุดจาก iSuppli ได้เปิดเผยข้อมูลว่าซัมซุงเป็นผู้ผลิตรายเดียวที่ทำหน้าจอ Retina Display ส่งให้กับแอปเปิลเพื่อนำมาผลิต iPad โดยข้อมูลนี้ต่างจากรายงานก่อนหน้าที่อ้างว่า LG และ Sharp ต่างก็ทำหน้าจอนี้ส่งให้กับแอปเปิล

โดยในรายงานก่อนหน้านี้เชื่อว่า Sharp เป็นผู้ "ออกแบบ" เทคโนโลยีจอ Retina Display และจะเป็นผู้ผลิตรายเดียวที่สามารถทำหน้าจอดังกล่าวส่งให้กับแอปเปิลได้ แต่หลังจากที่ Sharp ไม่สามารถที่จะผลิตชิ้นส่วนจำนวนมากให้กับแอปเปิล ประกอบกับปัญหาเรื่องคุณภาพของสินค้าที่ออกมาเมื่อต้นเดือนมกราคม ทำให้แอปเปิลต้องเลือกที่จะเปลี่ยนผู้ผลิตชิ้นส่วน

นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แปลกประหลาดระหว่างแอปเปิลกับซัมซุง ที่ยังมีอีกหลายคดีที่จะต้องสู้กันในชั้นศาลรอบโลก แต่แล้วลักษณะของตลาดทำให้ทั้งสองต่างก็ต้องเลือกที่จะทำงานร่วมกันโดยเฉพาะเรื่องห่วงโซ่อุปทาน

ที่มา - Bloomberg ผ่านทาง MacRumors

Tags:
Apple

แอปเปิลเป็นบริษัทที่มีความโดดเด่นด้านการพัฒนาพลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งแผนการตลาดชั้นยอด แต่อีกด้านอันแข็งแกร่งของแอปเปิลซึ่งบรรดาคู่แข่งในอุตสาหกรรมต่างรับรู้โดยผู้คนทั่วไปอาจไม่รู้กันก็คือความสามารถในการจัดการห่วงโซ่อุปทานหรือ Supply Chain นั่นเอง เรามองเห็นด้านหน้าของแอปเปิลกับผลิตภัณฑ์ที่สร้างความโดดเด่นหลายอย่าง แต่เบื้องหลังแอปเปิลเองก็ลงทุนไปเป็นเงินมหาศาลเพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทมีห่วงโซ่อุปทานในการดำเนินงานที่แข็งแกร่งที่สุด ความสำคัญของขั้นตอนการดำเนินงานการผลิตนี้เอง ที่เป็นปัจจัยหนึ่งซึ่งทำให้ทิม คุก ชายผู้สตีฟ จ็อบส์ไว้วางใจมากที่สุดคนหนึ่งในฐานะซีโอโอถูกเลือกมาเป็นซีอีโอคนปัจจุบันของแอปเปิล

แอปเปิลเริ่มให้ความสำคัญกับการจัดการห่วงโซ่อุปทานทุกส่วนตั้งแต่ช่วงที่สตีฟ จ็อบส์เริ่มกลับมาทำงานให้แอปเปิล ในสมัยนั้นผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ยังนิยมขนส่งสินค้าทางเรือเนื่องจากมีต้นทุนที่ถูกที่สุด แต่สตีฟ จ็อบส์กลับคิดต่างออกไป เขาอยากให้ iMac รุ่นสีฟ้ากระจายสินค้าออกไปได้ในวงกว้างและรวดเร็วที่สุดเพื่อทันช่วงเทศกาล จ็อบส์จึงใช้เงิน 50 ล้านดอลลาร์เพื่อซื้อเที่ยวบินขนส่งสินค้าในช่วงเทศกาลที่ว่างอยู่ทั้งหมด ผลลัพธ์ก็คือคู่แข่งต่างเห็นประโยชน์จากการขนส่งทางอากาศที่แม้มีต้นทุนสูงขึ้นแต่ลูกค้าก็พึงพอใจมากขึ้นเช่นกัน และเริ่มหันมาส่งสินค้าทางเครื่องบินตาม วิธีการดังกล่าวยังถูกใช้ในการส่ง iPod รุ่นแรกเมื่อปี 2001 ไปถึงมือลูกค้าโดยตรงจากโรงงานที่ประเทศจีนเลย พอลูกค้าตรวจสอบการเดินทางของสินค้าก็จะพบว่าใช้เวลาแค่ไม่กี่วันเท่านั้นของก็มาส่งถึงหน้าบ้านแล้ว