บริษัท หัวเหว่ย มารีน เน็ตเวิร์คส์ (Huawei Marine Networks) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท หัวเหว่ย เทคโนโลยี กับบริษัท โกลบอล มารีน ซิสเต็มส์ ภายใต้ความตกลงที่มีการลงนามกันเมื่อ 11 ธันวาคม 2551 เปิดดำเนินการแล้วเมื่อเร็วๆนี้ โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เทศบาลนครเทียนจิน (Tianjin)
บริษัทจะจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา และมีฐานการผลิตอยู่ที่ปักกิ่ง, เซินเจิ้น และสหราชอาณาจักร
แหล่งข่าวจากหัวเหว่ยเปิดเผยว่า เหตุผลที่มีการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนครั้งนี้เนื่องจากตลาดเคเบิลใต้น้ำกำลังขยายตัวและเติบโตอย่างรวดเร็วในอนาคต ซึ่งบริษัทคาดว่ามูลค่าตลาดจะอยู่ที่ประมาณกว่า 2 พันล้านเหรียญ หรือราว 70 พันล้านบาท ต่อปีในอีก 5 ปีข้างหน้า
ที่มา - China Tech News
- 2 comments
- 1306 reads
เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2551 เคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศจำนวน 3 เส้นในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนขาด ทำให้การติดต่อสื่อสารและบริการอินเทอร์เน็ตในอียิปต์ ซาอุดิอาระเบีย อินเดีย และประเทศต่างๆในบริเวณใกล้เคียงได้รับผลกระทบอย่างมาก โดยเหตุเสียดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงระหว่างตูนีเซียกับอิตาลี
สำหรับเคเบิลที่เสียหายคือ เคเบิล FLAG Europe-Asia ดำเนินการโดยบริษัท รีไลแอนซ์ โกลบอลคอม ของอินเดีย, เคเบิล SEA-ME-WE3 และ SEA-ME-WE4 ดำเนินการโดยกลุ่มผู้ให้บริการโทรคมนาคมระหว่างประเทศหลายราย นอกจากนั้นแล้วมีรายงานเพิ่มเติมด้วยว่ายังมีเคเบิลที่ต่อเชื่อมระหว่างมอลตากับเกาะซิซิเลีย (Sicilia)ของอิตาลี ได้รับความเสียหายเช่นเดียวกัน แต่ทั้งนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาขึ้นในครั้งนี้ โดยรัฐบาลอียิปต์รายงานว่ามีผลกระทบต่อการให้บริการอินเทอร์เน็ตของประเทศมากกว่า 80%
สำหรับการแก้ไขเหตุเสียดังกล่าว วิศวกรของบริษัท ฟร้านซ์ เทเลคอม (FT) ได้เข้าไปแก้ไขที่เคเบิล SEA-ME-WE3 และ SEA-ME-WE4 เสร็จแล้วเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2551 ส่วนเคเบิล FLAG ตามรายงานของบริษัท รีไลแอนซ์ ระบุว่าจะแก้ไขเสร็จและใช้งานได้ภายใน 1 สัปดาห์
ที่มา - Telegeography
- 2 comments
- 1877 reads