Tags:

ตลาดองค์กรยังเป็นจุดแข็งของ BlackBerry อยู่ไม่น้อย (แม้จะโดน iPhone รุกในตลาดนี้พอสมควร) ทางบริษัทแม่อย่าง RIM ก็มีแผนสำหรับตลาดองค์กรในปี 2011 ดังนี้

  • BlackBerry SharePoint client ต้นปีนี้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับองค์กรที่ใช้ SharePoint อยู่แล้ว จะได้ใช้งานผ่าน BlackBerry ได้เลย
  • สำหรับซอฟต์แวร์องค์กรอื่นๆ จะสามารถต่อเชื่อมกับ BlackBerry ได้ผ่าน BEAM (BlackBerry Enterprise Application Middleware) ซึ่งจะออกในปีนี้เช่นกัน ตอนนี้ RIM กำลังพัฒนาซอฟต์แวร์ร่วมกับยักษ์ใหญ่อย่าง Oracle และ SAP อยู่
  • BES (BlackBerry Enterprise Server) เซิร์ฟเวอร์ BlackBerry ในองค์กร ปัจจุบันต้องติดตั้งเอง แต่จะมีรุ่นที่ฝากไว้บนกลุ่มเมฆของ RIM ไว้จับตลาดองค์กรขนาดเล็กที่ดูแลเซิร์ฟเวอร์เองไม่ไหว

ฝั่งเครื่องลูกก็เป็นหน้าที่ของ PlayBook ที่จะบุกตลาดด้วยราคาต่ำกว่า 500 ดอลลาร์ ส่วนมือถือที่ใช้ BlackBerry OS 6 ยังไม่มีความชัดเจนมากนัก

ที่มา - InfoWorld

Tags:

คุณสตีฟ บัลเมอร์ ซีอีโอของไมโครซอฟท์ประกาศในงาน SharePoint Conference 2009 งานนำเสนอเทคโนโลยีและโซลูชันที่เกี่ยวข้องกับ SharePoint ว่าจะปล่อยรุ่นเบต้าของ Office 2010, Project 2010, Visio 2010 และ SharePoint Server 2010 ในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ และยังเปิดเผย SharePoint Server 2010 เป็นครั้งแรกในงานดังกล่าวด้วย

ฟีเจอร์ที่คุณบัลเมอร์นำเสนอ อาทิ ส่วนติดต่อผู้ใช้เป็น Ribbon สนับสนุนไฟล์มัลติมีเดีย เครื่องมือพัฒนาใหม่ใน Visual Studio 2010 (ดูข่าวเก่าโดยคุณ lew) รองรับการเชื่อมต่อกับข้อมูลจากสายงานธุรกิจ LOB (line-of-business) รวมถึงเว็บเซอร์วิสและชุด Office ส่วนชุด APIs ก็รองรับทั้งซิลเวอร์ไลท์, REST และ LINQ

ผลิตภัณฑ์ SharePoint กลายเป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยทำรายได้ 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 20 ของการเจริญเติบโตของปีที่แล้ว

SharePoint Server 2010 จะมีเฉพาะรุ่น 64 บิทเท่านั้น ทำงานได้บน Windows Server 2008 หรือ Windows Server 2008 R2 ส่วนรายละเอียดอื่นดูได้ทีนี่

ที่มา: Ars Technica, ZDNet

Tags:

ตามติดจากข่าวเดิม มาคราวนี้เกิดการเปลี่ยนชื่อผลิตภัณฑ์ให้งงเล่นกันอีกแล้ว (แต่ก็น่าจะทำให้มันชัดเจนกว่าชื่อเดิมที่คนนอกวงการอ่านแล้วงงว่ามันทำอะไรของมัน)

Groove เป็นผลิตภัณฑ์ตัวหนึ่งที่ไมโครซอฟท์ได้จากการซื้อบริษัท Groove Networks เมื่อเดือนมีนาคมปีคริสตศักราช 2005 และได้ถูกรวมเข้ากับชุดผลิตภัณฑ์ยอดนิยมตลอดกาล Microsoft Office 2007 ซึ่งหน้าที่หลักของมันคือการสร้างพื้นที่ทำงานร่วมกัน ให้แชร์เอกสาร และมีการเชิญสมาชิกเข้ามาสู่พื้นที่ทำงานร่วมกัน โดยทุกอย่างนี้มีระบบเซิร์ฟเวอร์เป็นตัวจัดการทั้งหมด

เนื่องจากสภาพการทำงานที่คล้าย SharePoint มาก ดังนั้นเมื่อถูกรวมเข้าไปอยู่ในชุด Microsoft Office จึงทำให้ตัวโปรแกรม Microsoft Office Groove 2007 มีฟีเจอร์ในการดึงเอกสารจาก Document Library ของ SharePoint ลงมาเก็บในเครื่องในโหมดออฟไลน์ได้ (ผมไม่เคยลองนะ เพราะไม่เคยใช้ Groove มาก่อน รับทราบแค่ว่ามันคล้ายๆ SharePoint)

เวลาผ่านไป 4 ปี บัดนี้ทางไมโครซอฟท์ได้ประกาศแล้วว่าจะเปลี่ยนชื่อผลิตภัณฑ์ Microsoft Office Groove นี้ให้เป็น Microsoft SharePoint Workspace แทน เพื่อลดความสับสนโดยคำแถลงที่ยกมาคือ

Groove กับ SharePoint มันก็เหมือนใช้ Outlook กับ Exchange นั่นแหละ

นอกจากนี้นี่ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนชื่อ แต่เป็นการเพิ่มคุณสมบัติให้ยึดติดกับ SharePoint ให้มากขึ้นอีกด้วย ข่าวดีคือ Microsoft SharePoint Workspace นี้จะถูกรวมอยู่ในชุดผลิตภัณฑ์ Microsoft Office ตั้งแต่รุ่น Professional Plus ขึ้นไป (จากแต่ก่อนที่อยู่ในชุด Ultimate และ Enterprise)

รู้สึกว่าไมโครซอฟท์จะเอาจริงเอาจังกับ SharePoint มากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว ก็หวังว่ามันจะช่วยให้เรามีคุณภาพชีวิตในการพัฒนามากขึ้นนะ

ที่มา: ars

Tags:

ถือว่าเป็นการประกาศครั้งแรกของทีมงานผลิตภัณฑ์ SharePoint ที่ผมคิดว่าน่าจะสร้างผลกระทบต่อผู้ที่จะนำผลิตภัณฑ์ SharePoint ไปใช้ในงาน (ไม่ว่าจะเป็นรับโครงการ หรือทำใช้กันเองภายในองค์กร)

ใน Microsoft SharePoint Server 2010 (คำว่า Office หายไปแล้ว) นี้ ความต้องการขั้นต่ำที่ระบบเรียกหาคือ ระบบปฏิบัติการตระกูล Windows Server 2008 รุ่น 64 บิตขึ้นไป รวมถึงระบบฐานข้อมูลที่ใช้ (คือ Microsoft SQL Server 2005 ขึ้นไป) ต้องเป็นรุ่น 64 บิตด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ SharePoint จะเริ่มละทิ้งการสนับสนุน Internet Explorer 6 ไปด้วยเนื่องจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะหมดอายุการสนับสนุนในเดือนกรกฎาคมปีคริสตศักราช 2010 โดยจะหันไปสนับสนุนการแสดงผลบน Internet Explorer 7 และ 8 รวมถึง Firefox 3 (น่าจะช่วยให้ระบบปฏิบัติการตัวอื่นสามารถเข้าถึง SharePoint ได้ง่ายขึ้น)

กลับไปที่หัวข้อข่าวอีกครั้งและย่อหน้าแรกอีกครั้ง ทำไมผมถึงคิดว่ามันจะมีผลกระทบในการใช้งาน ผมคิดว่านี่คงเป็นอีกวิธีที่ช่วยผลักดันให้ระบบปฏิบัติการรุ่น 64 บิตเป็นกระแสหลัก (เสียที) หลังจากระยะเวลาผ่านมาหลายปีตั้งแต่มีซีพียูที่สนับสนุนการทำงานของชุดคำสั่ง 64 บิต แต่ระบบปฏิบัติการส่วนใหญ่ที่ติดตั้งไปกับเครื่องของผู้ใช้ก็ยังคงเป็น 32 บิต และอีกจุดที่น่าสนใจคือนักพัฒนา ต่อไปเราจะถูกบังคับให้เปลี่ยนวิธีการพัฒนาระบบนี้ เพราะว่าแต่ก่อนเราอาจจะคุ้นเคยการสร้างเครื่องเสมือนที่ติดตั้งตัว SharePoint รวมถึง Visual Studio หรืออาจจะเป็นการติดตั้ง Windows Server รวมทั้ง SharePoint และ Visual Studio ลงในเครื่องของนักพัฒนาเลย ซึ่งต่อไปเมื่อถูกบังคับให้ใช้ 64 บิต วิธีที่กล่าวมาอาจจะไม่เหมาะสมเท่าใดนัก ยังไม่ทราบว่าไมโครซอฟท์หาทางหนีทีไล่ไว้สำหรับนักพัฒนาหรือไม่ เพราะปัญหาที่ (ผม) พบในการพัฒนาสำหรับ SharePoint จริงๆ คือ ตัวชุดพัฒนาไม่มีไลบารี่ที่จำเป็นสำหรับการแปลงโปรแกรม ทำให้ต้องติดตั้ง SharePoint ลงเครื่องที่พัฒนาซึ่งดูไม่ค่อยจะเข้าท่า

ที่มา: Microsoft SharePoint Team Blog

Tags:

กระแส Cloud Computing ยังมาแรงไม่ตก ที่ผ่านมาเรารู้จักบริการซอฟต์แวร์ออนไลน์อย่างพวก Google Apps หรือ Salesforce กันมาบ้างแล้ว ตอนนี้ถึงคิวของไมโครซอฟท์ที่จะออกบริการซอฟต์แวร์ผ่านเว็บแบบสมัครสมาชิกเสียที

บริการของไมโครซอฟท์เรียกว่า Microsoft Online Services โดยระยะแรกจะมีซอฟต์แวร์สองตัวให้ใช้ คือ Microsoft Exchange Online กับ SharePoint Online ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ยอดนิยมของไมโครซอฟท์ในตลาดองค์กรอยู่แล้ว ความแตกต่างของรุ่นปกติกับรุ่นออนไลน์ก็มีแค่ว่า รุ่นออนไลน์เราไม่ต้องหาเซิร์ฟเวอร์มารัน Exchange/SharePoint เอง แต่ใช้เซิร์ฟเวอร์ของไมโครซอฟท์ได้เลย ซึ่งไม่ต้องมาวุ่นวายเรื่องการรับโหลดหรือการดูแลเครื่องให้มากนัก

ไมโครซอฟท์คิดราคาเป็นรายหัว หัวละ 15 ดอลลาร์ต่อเดือนสำหรับทั้ง SharePoint/Exchange ถ้าอยากใช้เพียงโปรแกรมเดียวจะถูกลงมาหน่อย ตอนนี้ยังรับเฉพาะลูกค้าในสหรัฐเท่านั้นครับ

ที่มา - Ars Technica