Vivid Entertainment บริษัทผู้ผลิต 'หนังสำหรับผู้ใหญ่' รายใหญ่ ประกาศทำแอพลง Google TV แล้ว โดยถือเป็นแอพ 'สำหรับผู้ใหญ่' ตัวแรกที่ออกแบบมาสำหรับทีวียุคใหม่
แอพ Vivid เขียนด้วย HTML5 และสามารถเข้าถึงได้จากเบราว์เซอร์ของ Google TV โดยตรง (ไม่มีให้ดาวน์โหลดใน Android Market) ความสามารถของแอพก็ตรงไปตรงมาครับ เอาไว้ดู 'หนังสำหรับผู้ใหญ่' แต่ก็จำกัดเฉพาะสมาชิกแบบเสียเงินของ Vivid เท่านั้น
Steven Hirsch ผู้ร่วมก่อตั้ง Vivid ให้สัมภาษณ์ว่า แอพตัวนี้เป็นจิ๊กซอหนึ่งในยุทธศาสตร์ 'available everywhere' หรือการขยายเนื้อหาของบริษัทให้ดูได้บนอุปกรณ์ทุกชนิด
วิดีโอสาธิตการทำงานของแอพตัวนี้ ดูได้จากเว็บของ Vivid ตามลิงก์
ที่มา - Vivid Entertainment via TechCrunch
- 21 comments
- 4655 reads
เวบไซต์หาคู่ OkCupid ได้เปิดเผยผลสถิติเกี่ยวกับผู้ใช้งาน Twitter เป็นประจำ ที่น่าสนใจชิ้นหนึ่งออกมา โดย OkCupid ได้ให้ข้อสรุป ไว้ 2 ประการ
ข้อสรุปแรกคือ ผู้ที่ใช้งาน Twitter ทุกวัน มีแนวโน้มที่จะมีความสัมพันธ์ไม่ยืดเท่าคนอื่นๆ และปัญหานี้ดูเหมือนจะหนักขึ้นสำหรับกลุ่มคนอายุที่มากขึ้น โดยวิเคราะห์ข้อมูลนี้จากผู้ใช้งานจำนวน 833,987 คน พบว่าความสัมพันธ์เฉลี่ยของสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปี จะอยู่ที่ 9 เดือนครึ่ง ในขณะกลุ่มผู้ติด Twitter อยู่ที่ 9 เดือน และกลุ่มอายุ 50 ปี จะอยู่ที่ 17 เดือนสำหรับบุคคลทั่วไป และ 15 เดือนสำหรับผู้ติด Twitter
- 28 comments
- 1346 reads
- Read more
โครงการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ผ่านทางข้อความนี้ เป็นความร่วมมือของกูเกิล และมูลนิธิเพื่อการกุศลกรามีน โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ยากจน และไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้
โดยมีการสำรวจพบว่ามีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือถึงเก้าล้านคนที่ไม่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ กูเกิลจึงจัดตั้งโครงการนี้โดยผู้มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเพศ สามารถส่งข้อความไปยังศูนย์บริการเพื่อสอบถามได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และจะมีการตอบคำถามกลับมาทางข้อความ
มีหญิงสาวชาวยูกันดาคนหนึ่งให้สัมภาษณ์กับทางบีบีซีว่า บริการนี้ช่วยให้เธอคุยกับลูกของเธอในเรื่องเพศสัมพันธ์ได้ โดยก่อนหน้านี้ตัวเธอนั้นรู้สึกอายที่จะตอบคำถามลูกของเธอเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ แต่ตอนนี้เธอสามารถส่งข้อความคำถามเพื่อรับคำตอบจากศูนย์บริการได้แล้ว
อนึ่ง โครงการนี้มีการจัดตั้งที่กานา และเคนยา แต่ทว่าไม่ได้ครอบคลุมทั่วประเทศเหมือนยูกันดา
ที่มา : BBC
- 7 comments
- 1520 reads
จากแบบสอบถามทางอินเทอร์เน็ตผู้ใหญ่จำนวน 2,119 คน แบบสอบถามนี้ทำให้กับทางอินเทลโดย Harris Interactive พบว่า 95% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมดขอให้มี 'อะไรก็ได้ที่ออนไลน์ได้' 65% บอกว่ามีชีวิตอยู่ไม่ไหวถ้าขาดอินเทอร์เน็ต เกือบครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามเพศหญิง (ประมาณ 46% ) บอกว่าเลือกอินเทอร์เน็ตมากกว่าเซ็กซ์ ถ้าต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นเวลาสองสัปดาห์ โดยเพศหญิงกลุ่มนี้เกือบครึ่ง(ประมาณ 49%) อายุอยู่ระหว่าง 18-34 ปี เลือกอินเทอร์เน็ตมากกว่าร่วมรักอย่างอ่อนโยน และ 52% ของช่วงอายุ 35-44 ปี ก็ตอบแบบสอบถามเช่นเดียวกัน (เลือกอินเทอร์เน็ตมากกว่าการร่วมรัก) ตัวเลขดังกล่าวดูจะลดลงเมื่อสังเกตในกลุ่มผู้ที่มีอายุสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ผู้ชายเองก็เช่นกัน คนที่เลือกอินเทอร์เน็ตมากกว่าอยู่ที่ 30% (น้อยกว่าผู้หญิงเยอะเลย) ในกลุ่มนี้ 39% อายุอยู่ในช่วงระหว่าง 18-34 ปียินดีที่จะเลือกอินเทอร์เน็ตแทนเป็นเวลาสองสัปดาห์ และกลุ่มอายุ 35-44 ปี มีเพียง 23% เท่านั้นที่เลือกอินเทอร์เน็ต
แต่อย่าเพิ่งคิดว่ามีแค่เซ็กซ์เท่านั้นที่ถูกจัดอันดับตำกว่าอินเทอร์เน็ตในแบบสอบถามของอินเทล การดูทีวีผ่านเคเบิล,ออกไปรับประทานอาหารข้างนอก,ซื้อเสื้อผ้า,ออกกำลังกาย สิ่งเหล่านี้ถูกจัดอันดับตำกว่าอินเทอร์เน็ตในแบบสอบถามของอินเทลทั้งหมด
แล้วคุณล่ะ จัดอันดับอินเทอร์เน็ตอยู่ในตำแหน่งไหนของชีวิตคุณ
ที่มา Arstechnica
- 14 comments
- 1318 reads
มีตัวอย่างตามที่ต่าง ๆ อยู่บ่อย ๆ ในหน้าหนังสือพิมพ์ หนัง ละคร ทำให้เราคิดกันไปว่าการมีเซ็กซ์ทำให้ตายคาอกกันง่าย ๆ
จากการรวบรวมสถิติของภาวะหัวใจขาดเลือด (heart attack) พบว่า ผู้ชายอายุ 50 ปี ที่ไม่มีความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด อยู่ที่ 1 ใน 1,000,000 คน ใน 1 ชั่วโมงอยู่แล้ว ในขณะที่การมีเซ็กซ์เพิ่มความเสี่ยงขึ้นมาเป็น 2 ใน 1,000,000 คน (แม้ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า แต่ก็ยังถือว่าน้อยอยู่ดี)
ที่จริงแล้วการมีเซ็กซ์ การคือการออกกำลังกายชนิดหนึ่ง ซึ่งเคยมีการทดลองมาแล้วว่า จะเพิ่มการทำงานของหัวใจโดยเฉลี่ยขึ้นเป็น 130 ครั้งต่อนาทีโดยประมาณ ซึ่งก็เท่ากับการเดินขึ้นบันได 2 สองชั้นเท่านั้นเอง
เรียกว่า ถ้าเดินขึ้นบันไดไหว ก็เตะปี๊บดัง ว่างั้น
ที่มา Times online: Top ten medical myths (มีเรื่องอื่น ๆ ด้วยครับ), Keepthedoctoraway.co.uk
- 16 comments
- 1043 reads
มีรายงานการวิจัยด้านสังคมชิ้นล่าสุดออกมาแสดงความเกี่ยวเนื่องกันระหว่างไอคิวและการมีเพศสัมพันธ์ ระบุว่าเด็กมัธยมปลายในสหรัฐจะมีโอกาสมีเพศสัมพันธ์ลดลงตามไอคิวที่สูงขึ้นตามลำดับ
รายงานฉบับนี้ระบุว่าเด็กที่มีไอคิวอยู่ที่ระดับ 75-90 จะมีโอกาสมีเพศสัมพันธ์สูงที่สุด และค่อยๆ ลดต่ำลงไปเรื่อยๆ ตามลำดับไอคิวที่มากขึ้น โดยเด็กที่มีไอคิวสูงถึง 120-130 นั้นจะมีโอกาสมีเพศสัมพันธ์เพียงหนึ่งใน 1.5 ถึง 5 ของเด็กที่มีไอคิว 75-90 เท่านั้น
รายงานนี้ยังมีการสำรวจไปถึงระดับมหาวิทยาลัยว่าเด็กระดับปริญญาตรีในสหรัฐฯ นั้นจะมีอัตราการมีเพศสัมพันธ์ถึงร้อยละ 87 แต่ในมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันนั้นตัวเลขจะเหลือแค่ร้อยละ 59 และใน MIT จะเหลือร้อยละ 51 สำหรับ MIT นั้นแม้แต่นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาก็ยังมีอัตราการมีเพศสัมพันธ์เพียงร้อยละ 65 เท่านั้น
ในที่มาข่าวยังมีรายงานงานวิจัยในแง่มุมอื่นๆ อีกเยอะ เผื่อใครจะลองศึกษามาทำงานวิจัยในเมืองไทยบ้างก็น่าสนใจดี อย่างน้อยก็ดีกว่าให้นักข่าวโรคจิตไปถ่ายซูมชุดนักศึกษาแล้วให้ป้าๆ มาวิจารณ์ออกทีวี
ว่าแต่คนอ่าน Blognone นี่วัดไอคิวกันได้เท่าใหร่บ้าง?
ที่มา - Gene Express
- 27 comments
- 1735 reads










