มีผู้พบช่องโหว่บน iOS 6.1 ซึ่งทำให้สามารถเข้าไปดูข้อมูลใน iPhone ได้แม้ว่าเครื่องจะตั้งรหัสล็อคเอาไว้ โดยข้อมูลที่เข้าไปดูได้มีทั้งรายชื่อติดต่อ ข้อความเสียง รูปภาพ ตลอดจนสามารถโทรศัพท์ออกได้ด้วย
Trudy Muller ตัวแทนของแอปเปิลให้ความเห็นกับข่าวนี้ว่าแอปเปิลให้ความสำคัญมากในเรื่องความปลอดภัยของผู้ใช้งาน ซึ่งทางแอปเปิลรับทราบปัญหานี้แล้วและจะออกตัวแก้ไขออกมาเร็วๆ นี้
สำหรับวิธีการเจาะผ่าน iOS 6.1 ดูได้ในคลิปท้ายข่าวและที่มาครับ
ที่มา: All Things D และ Jailbreak Nation
บริษัทความปลอดภัย FireEye ระบุว่าพบเห็นการโจมตีผ่านช่องโหว่ของ Adobe Reader รุ่นล่าสุด โดยเวอร์ชันที่พบการโจมตีที่ประสบความสำเร็จคือ 9.5.3, 10.1.5, 11.0.1 (ซึ่งเป็นเวอร์ชันล่าสุด) บนระบบปฏิบัติการตระกูลวินโดวส์
มัลแวร์ที่โจมตีผ่านช่องโหว่นี้จะวางไฟล์ DLL ไว้ในเครื่องของผู้ใช้ 2 ไฟล์ โดยไฟล์หนึ่งจะส่งข้อมูลกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ของผู้โจมตี
บริษัทความปลอดภัยรายอื่นๆ อย่าง Kaspersky ยืนยันการโจมตีผ่านช่องโหว่นี้แล้ว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีคนเจาะระบบความปลอดภัยแบบใหม่ของ Adobe Reader XI ได้สำเร็จ
ทาง Adobe ประกาศว่าทราบเรื่องแล้วและกำลังสอบสวนข้อมูลเพิ่มเติม ตอนนี้ Adobe ยังไม่ออกแพตช์ใดๆ ดังนั้นผู้ใช้ Adobe Reader ต้องระวังตัวกันหน่อยครับ
ที่มา - Adobe, ZDNet, Ars Technica
หลังมีรายงานจากทาง The New York Times เกี่ยวกับประเด็นที่ว่านักข่าวที่ติดตามข่าวในประเทศพม่าหลายคนถูกแฮกอีเมลโดยมีการสนับสนุนจากทางรัฐบาลได้ไม่กี่วัน กูเกิลก็ออกมาเตือนนักข่าวเกี่ยวกับประเด็นนี้แล้ว
ย้อนไปที่ประเด็นการแฮกอีเมลนักข่าว The New York Times ระบุว่านักข่าวที่เป็นเป้าหมายของการแฮคหลายคนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความขัดแย้งของรัฐกะฉิ่นทางตอนเหนือของประเทศ ยกตัวอย่างเช่น Eleven Media และ The Voice Weekly ที่ช่วงหลังเริ่มมีบทความในหัวข้อหนักๆ ทำให้รัฐบาลทำงานกันอย่างอึดอัดมากขึ้น หลังจากที่พม่าเริ่มเบาความตรึงเครียดในการเซนเซอร์สื่อลงได้ไม่นาน
จากข่าว ออราเคิลออกแพตช์ความปลอดภัย Java รอบเดือนกุมภาพันธ์ 2013 ทางออราเคิลออกมาชี้แจงว่า การอัพเดตแพตช์รอบก่อนรีบออกเพื่อแก้ปัญหาความปลอดภัยเร่งด่วน ทำให้ยังปิดช่องโหว่อื่นๆ ไม่ครบ และจะออกแพตช์รอบใหม่ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้
ออราเคิลยังไม่แจ้งว่าช่องโหว่ที่จะแก้ไขในรอบ 19 กุมภาพันธ์มีอะไรบ้าง แต่ก็บอกว่าผู้ใช้หรือหน่วยงานที่ไม่ได้อัพเดตรอบก่อน สามารถรออัพเดตรอบ 19 กุมภาพันธ์ได้ทีเดียวเลยครับ
ที่มา - Oracle
บริษัทรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ระดับองค์กรที่ชื่อว่า Bit9 ถูกแฮกเกอร์บุกรุกเข้าเครือข่ายของบริษัทไปถึงเครื่องที่ทำหน้าที่เซ็นลายเซ็นดิจิตอลเพื่อรับรองความปลอดภัยซอฟต์แวร์ ทำให้ลูกค้าของ Bit9 เชื่อว่ามัลแวร์เหล่านั้นเป็นซอฟต์แวร์ที่ปลอดภัย และตอนนี้มีลูกค้าอย่างน้อยสามรายถูกโจมตีแล้ว
ทาง Bit9 ระบุว่าเครื่องในบริษัทเองไม่ได้ติดตั้งซอฟต์แวร์ของบริษัทไว้บนเครื่องจำนวนหนึ่ง ทำให้แฮกเกอร์สามารถบุกรุกเข้ามาได้ ตอนนี้บริษัทได้ยกเลิกใบรับรองดิจิตอล (certificate) ที่ใช้เซ็นรับรองซอฟต์แวร์ทิ้งไปแล้วขอใบใหม่แล้ว พร้อมกับอัพเดตซอฟต์แวร์ของบริษัทเพื่อให้ตรวจจับมัลแวร์ที่เซ็นด้วยใบรับรองของบริษัทไปแล้วได้
Jeremiah Grossman ผู้เชี่ยวชาญจาก Whitehat Security ระบุว่าการโจมตี Bit9 น่าจะเป็นเพราะแฮกเกอร์ต้องการโจมตีลูกค้าของบริษัทบางรายอย่างเจาะจง แต่เพราะเครื่องเหล่านั้นถูกป้องกันด้วยซอฟต์แวร์ของ Bit9 ทางที่ง่ายกว่าจึงเป็นการแฮก Bit9 ก่อนเป็นอย่างแรก (เหมือนจะปล้นธนาคารให้บุกสถานีตำรวจแถวๆ นั้นก่อน)
ซอฟต์แวร์ของ Bit9 เป็นระบบตรวจสอบแบบ whitelist คือคนทั่วไปไม่สามารถติดตั้งซอฟต์แวร์ลงในเครื่องได้เลย จนกว่าจะได้รับรองความปลอดภัยจากทาง Bit9 เสียก่อน กระบวนการนี้ตรงไปตรงมากว่าความพยายามตรวจสอบจากซอฟต์แวร์สแกนหาไวรัสและมัลแวร์มาก
ที่มา - Krebs on Security, Bit9
ช่วงหลังๆ มานี้ ประเด็นเรื่อง "ความปลอดภัย" ของโลกไอทีกลายเป็นเรื่องใหญ่กว่าในอดีตมาก ความซับซ้อนของภัยคุกคามไซเบอร์เพิ่มขึ้นหลายเท่า และมาตรการป้องกันภัยเองก็พัฒนาขึ้นจาก "แอนตี้ไวรัส" เพียงอย่างเดียวมาเป็นชุดเครื่องมือหลายๆ อย่างทำงานประสานกันแทน
เมื่อพูดถึงบริษัทด้านความปลอดภัยของโลกไอที แบรนด์แรกๆ ที่คนทั่วไปนึกถึงมักเป็น Norton ผลิตภัณฑ์จากบริษัท Symantec ซึ่งเป็นบริษัทด้านความปลอดภัยรายใหญ่ของโลก มีประวัติความเป็นมายาวนาน
ผมมีโอกาสสัมภาษณ์ คุณประมุท ศรีวิเชียร ผู้จัดการประจำประเทศไทย Symantec Thailand ซึ่งจะมาเล่าสถานการณ์ของความปลอดภัยไซเบอร์ที่เปลี่ยนแปลงไป และอธิบายว่าจริงๆ แล้ว Symantec มีสินค้าและผลิตภัณฑ์อื่นๆ นอกเหนือจาก Norton อีกมาก
Adobe ออก Flash Player เวอร์ชันใหม่บนทุกแพลตฟอร์ม เพื่อแก้ปัญหาช่องโหว่ความปลอดภัยที่เพิ่งค้นพบใหม่ 2 จุด
เลขเวอร์ชันของ Flash Player รุ่นใหม่มีดังนี้ครับ
- วินโดวส์/แมค 11.5.502.149
- ลินุกซ์ 11.2.202.262
- Chrome 11.5.31.139
- IE10/Windows 8 11.3.379.14
- Android 4.x 11.1.115.37
- Android 3.x 11.1.111.32
ที่มา - Adobe, Ars Technica
นักวิจัยตีพิมพ์งานวิจัยช่องโหว่ใหม่ของ TLS ในโหมด CBC (Cipher Block Chaining) ที่ตั้งชื่อว่า "Lucky Thirteen" ที่เป็นช่องโหว่ที่อาศัยผลข้างเคียง (side-channel) คือเวลาในการประมวลผลของแต่ละเซสชั่น โดยข้อมูลที่ถูกต้องจะใช้เวลาประมวลผลโดยเฉลี่ยต่ำกว่าข้อมูลที่ผิด
กระบวนการแฮกต้องอาศัยการส่งข้อความเดิมซ้ำๆ ไปนับล้านครั้งบนเครือข่าย แฮกเกอร์จะเข้าดักจับแพ็กเก็ตที่ถูกเข้ารหัสไว้ จากนั้นจึงแก้ไขข้อความที่เข้ารหัสไว้แล้วและดูระยะเวลาตอบสนองของเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งจะยกเลิกการเชื่อมต่อ เพราะพบว่าข้อมูลที่ส่งมาถูกแก้ไขระหว่างทาง แต่เมื่อนำเวลาตอบสนองมาเป็นตัวแปรประกอบ ทีมวิจัยสามารถคาดเดาข้อความภายในทั้งหมดที่กำลังส่งด้วย TLS ได้ภายในการส่ง 2^23 ครั้ง (ประมาณ 8-9 ล้านครั้ง) สามารถคาดเดาได้ภายในการส่ง 2^19 ครั้งถ้าเป็นข้อความ base64 และยิ่งคาดเดาได้ง่ายขึ้นหากรู้ตัวอักษรที่กำลังส่งอยู่แล้วสองตำแหน่ง จะเหลือต้องส่งข้อความเพียง 2^13 ครั้ง
หลังจากประสบปัญหาเรื่องความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ออราเคิลก็ตัดสินใจออกแพตช์ความปลอดภัยของ Java SE ประจำเดือนกุมภาพันธ์ให้เร็วกว่าเดิม จากเดิมที่มีกำหนดออกวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ก็เปลี่ยนมาออกตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์แทน
แพตช์ชุดนี้มีชื่ออย่างเป็ฯทางการว่า Critical Patch Update for Java SE – February 2013 ใช้กับ Java 5u38, 6u38, 7u11 ขึ้นไป รวมถึง JavaFX 2.2.4 ด้วย โดยตัวเลขเวอร์ชันของอัพเดตนี้จะกลายเป็น 6u39, 7u13 และ JavaFX 2.2.5 ครับ
ผู้ที่จำเป็นต้องใช้ Java สามารถดาวน์โหลดได้จาก Java SE Downloads (ผู้ใช้วินโดวส์อัพเดตตรงผ่าน Java Update ได้)
Apple บล็อคปลั๊กอิน Java เป็นรอบที่สองของเดือนมกราคมแล้ว (รอบแรก) อันเนื่องมาจากปัญหาความปลอดภัยของ Java ที่ถูกค้นพบอยู่เรื่อย ๆ และการแก้บั๊กที่ล่าช้าของ Oracle นั่นเอง
คราวก่อน Apple อัพเดตไฟล์ blacklist ที่ชื่อ Xprotect.plist (ปกติไฟล์นี้จะอัพเดตเองอัตโนมัติเมื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต) เพื่อปิดการทำงานของปลั๊กอิน Java จนกว่า Oracle จะออก Java เวอร์ชันใหม่ แต่ถึงแม้จะออก Java เวอร์ชันใหม่มา กลับมีผู้ค้นพบช่องโหว่ที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ (ติดตามได้จากแท็ก Java) และการแก้ไขอันล่าช้าของ Oracle ทำให้ Apple สั่งปิดปลั๊กอิน Java บน OS X อีกครั้ง
การอัพเดตนี้จะมีผลต่อผู้ใช้ OS X 10.6 ขึ้นไป เพราะ Apple ยังคงดูแลอยู่ แต่ระบบปฏิบัติการอื่นที่มีปลั๊กอิน Java ติดตั้ง หากไม่จำเป็นต้องใช้ก็ควรปิดการใช้งานหรือลบทิ้งเพื่อความปลอดภัย
ที่มา - The Next Web, MacRumors
Wall Street Journal และ The New York Times หนังสือพิมพ์ชื่อดังในสหรัฐฯ สองฉบับถูกแฮ็กโดยเน้นไปที่ข้อมูลของนักข่าวในสำนักงานในจีน
The New York Times รายงานว่าพบหลักฐานการขโมยรหัสผ่านของพนักงาน 53 คน รวมถึงนักข่าวประจำกรุงปักกิ่งและประจำที่สำนักงานอินเดียซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ของทั้งภูมิภาคเอเซีย
ทางฝั่ง Wall Street Journal ก็รายงานคล้ายกัน คือ มีความพยายามเข้าไปการเสนอข่าวที่เกี่ยวกับจีน และทางหนังสือพิมพ์ยืนยันว่าไม่มีข้อมูลลูกค้าได้รับผลกระทบจากการแฮ็กครั้งนี้
ผู้เชี่ยวชาญทางฝั่ง The New York Times นั้นตั้งข้อสังเกตว่าแฮ็กเกอร์น่าจะมีความเชื่อมโยงกับรัฐบาลจีน เพราะการแฮ็กมีทั้งหมดไปในทางเดียวกันคือหาข้อมูลเกี่ยวกับข่าวต่างๆ ที่เป็นด้านลบกับรัฐบาลจีน
กระทรวงต่างประเทศจีนออกมาตอบโต้ว่าการกล่าวหาว่ารัฐบาลจีนมีส่วนเกี่ยวข้องเช่นนี้ไร้หลักฐาน และการกล่าวหาแบบนี้ก็นับว่าไร้ความรับผิดชอบโดยสิ้นเชิง
ที่มา - SecurityWeek: The New York Times, SecurityWeek: Wall Street Journal
เมื่อกลางปีที่แล้ว Paypal ประกาศล่าบั๊กความปลอดภัยในเว็บและให้เงินรางวัลแก่ผู้แจ้งบั๊ก วันนี้รายละเอียดบั๊กตัวแรกก็ออกมาแล้ว โดยเป็นบั๊ก SQL Injection ที่แจ้งไปตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา (เพียงเดือนกว่าๆ หลังประกาศล่าบั๊ก)
บั๊กนี้อยู่ในส่วนการยืนยันอีเมล โดยลิงก์ที่ Paypal ส่งไปยังอีเมลผู้ใช้เพื่อยืนยันมีพารามิเตอร์ login_confirm_number_id และ login_confirm_number ที่สามารถถูกโจมตีด้วย SQL Injection ได้
รายงานปัญหานี้ไปถึง Paypal เมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา ทาง Paypal ตอบกลับในวันที่ 7 สิงหาคม จนกระทั่งแก้ปัญหาจริงๆ เมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา ผู้พบบั๊กจึงเผยแพร่รายละเอียดทั้งหมด
ที่มา - The Register, SecLists
Mozilla ประกาศนโยบายใหม่ของ Firefox คือ "Click to Play" หรือปลั๊กอินที่ฝังตัวอยู่บนหน้าเว็บจะไม่โหลดตัวเองขึ้นมาพร้อมกับการแสดงผลหน้าเว็บนั้นๆ จนกว่าผู้ใช้จะเป็นฝ่ายคลิกให้ทำงานด้วยตัวเอง (ลักษณะเดียวกับ Flashblock)
นโยบาย Click to Play จะใช้กับปลั๊กอินทุกชนิด (เช่น Java/Silverlight/Acrobat) ยกเว้น Flash Player เวอร์ชันใหม่ๆ จะยังคงโหลดตัวเองอัตโนมัติอยู่ (แปลว่า Flash รุ่นเก่าเกินไปจะไม่โหลดอัตโนมัตินั่นเอง ในที่นี้คือ 10.2 หรือเก่ากว่า)
เหตุผลของ Mozilla คือความปลอดภัยของผู้ใช้ที่อาจโดนโจมตีจากช่องโหว่ของปลั๊กอิน (ซึ่ง Firefox ช่วยอะไรไม่ได้) และเสถียรภาพ-ประสิทธิภาพในการใช้งาน จากปลั๊กอินที่ออกแบบมาไม่ดีจนส่งผลกระทบต่อระบบ (เช่น ช้าหรือแครช) นั่นเอง
ผู้ใช้สามารถตั้งค่าเองได้ว่าจะปิด-เปิดปลั๊กอินใดได้บ้าง โดยตั้งค่าได้เจาะจงเป็นของแต่ละเว็บด้วย
ที่มา - Mozilla Security Blog
สถาบันวิจัยนานาชาติเทคโนโลยีสารสนเทศของญี่ปุ่นหรือ NICT ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยและหน่วยงานอิสระมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบการสื่อสารและคอยสนับสนุนงานวิจัยต่างๆ ก่อตั้งเมื่อปี 2004 จากเดิมคือสถานวิจัยการสื่อสารและการแพร่ภาพของประเทศญี่ปุ่น ได้วิจัยและค้นคว้าระบบแจ้งเตือนความปลอดภัยโดยแสดงผลในรูปแบบภาพจำลอง 3 มิติ และสามารถตรวจสอบการโจมตีจากภายนอกและภายในระบบโครงข่าย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากมีพนักงานในบริษัทได้รับอีเมลซึ่งมีไฟล์ไวรัสอยู่ด้วย ระบบสามารถตรวจสอบ IP address และสั่งหยุดการทำงานได้ทันที
ในเริ่มแรกนั้น NICT ได้ทำการเฝ้าดู IP address จำนวน 190,000 IP แบบ realtime โดยภาพจำลองนั้นจะบอกการเคลื่อนไหวในระบบ โดยที่ทรงกลมตรงกลางหมายถึงอินเทอร์เน็ต และวงกลมที่หมุนล้อมรอบหมายถึงเครือข่ายที่เราเฝ้าดูอยู่ บริเวณขอบวงกลมสีฟ้าคือ IP address ที่ถูกใช้งานอยู่ ส่วนขอบวงกลมสีดำคือ IP address ที่ไม่มีการใช้งาน และในส่วนวงกลมสีแดงและมีตัวอักษรหมายถึงระบบมีการแจ้งเตือน
ความคิดเห็นของผู้เขียน : สักวันเราจะเห็น hologram แบบใน Call of Duty : Black Ops 2 กันนะครับ
ที่มา - Bit Rebels ผ่าน The Hacker News
Zero Day Initiative (ZDI) ผู้จัดงาน Pwn2Own ได้ออกมาประกาศวันสำหรับการแข่งขันประจำปี 2013 แล้ว พร้อมออกกฎใหม่รองรับการหาช่องโหว่ของปลั๊กอินบนเบราว์เซอร์ด้วย
สำหรับวันในการแข่งขันนั้นคือวันที่ 6, 7 และ 8 มีนาคม ณ เมือง Vancouver ซึ่งการแข่งขันนี้จะดำเนินไปพร้อมกับการสัมมนา CanSecWest 2013
ในส่วนของประเภทของการแข่งขันจะแบ่งออกเป็นการแข่งขันหาช่องโหว่เบราว์เซอร์บนระบบปฏิบัติการต่างๆ ซึ่งในปีนี้มีความแปลกใหม่คือมีการเพิ่มการแข่งขันหาช่องโหว่ปลั๊กอินที่ใช้บนเบราว์เซอร์ด้วย (ดูประเภทการแข่งขันได้ทีแหล่งที่มา) เบราว์เซอร์จะถูกอัพเดตให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อเตรียมไว้ในการแข่งขัน
ผู้ที่สนใจสามารถอ่านวิธีการสมัครเข้าแข่งขันรวมถึงกฎกติกาเพิ่มเติมได้ที่แหล่งที่มาครับ
ที่มา - DVLabs
กูเกิลสนับสนุนการแข่งขันแฮก Chrome ในงานประชุมแฮกเกอร์ที่ต่างๆ ทั่วโลกเป็นประจำ แต่รอบล่าสุดก็เปลี่ยนจาก Chrome มาเป็น Chrome OS แล้ว
ความแตกต่างของการแข่งขันด้วย Chrome OS คือผู้เข้าร่วมมีสิทธิใช้บั๊กในส่วนอื่นๆ ของระบบปฎิบัติการได้เต็มที่รวมถึงบั๊กที่อาจพบในไดรเวอร์ต่างๆ แต่ที่ผ่านมา Chrome OS ค่อนข้างมีชื่อเสียงที่ดีเพราะตัดไดรเวอร์ต่างๆ ออกไปแทบหมด ทำให้ความปลอดภัยสูง
รางวัลรวมของการแข่งครั้งนี้กูเกิลจะอั้นไว้ที่ 3.14159 ล้านดอลลาร์ (เป็นค่า Pi) แต่รางวัลจริงจะแบ่งเป็นสองประเภท คือ การเจาะเครื่องเมื่อเข้าหน้าเว็บ ไม่ว่าจะเป็นระดับระบบปฎิบัติการหรือระดับเบราว์เซอร์ รางวัลละ 110,000 ดอลลาร์ และการเจาะแบบถาวรช่องโหว่ที่เจาะได้ยังคงอยู่หลังบูตเครื่องใหม่ รางวัลละ 150,000 ดอลลาร์ รางวัลนับว่าใหญ่ขึ้นสองเท่าครึ่งจากปีที่แล้ว
การแข่งขันจะใช้เครื่อง Samsung Series 5 550 ติดตั้ง Chrome OS รุ่น stable แต่ในการแข่งห้ามใช้บั๊กใดที่แก้ไปแล้วใน trunk
ที่มา - Google Chromium Blog
Google กลับมาอีกครั้งกับการท้าแฮคเกอร์เจาะระบบซอฟต์แวร์ โดยจะจัดงาน Pwnium 3 ให้ผู้เข้าแข่งขันเจาะระบบ Chrome OS ในเครื่อง Samsung Series 5 550
ครั้งนี้ Google เตรียมเงินรางวัลรวมมูลค่า 3.14159 ล้านดอลลาร์ (ยอดเงินเอาตามค่า pi นี่แหละ) ซึ่งเยอะกว่างานครั้งก่อนมาก ทั้งนี้การพิจารณารางวัลจะดูจากความยากของการเจาะระบบ โดยแบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ รางวัลละ 110,000 ดอลลาร์ และ 150,000 ดอลลาร์
งานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขัน Pwn2Own ซึ่งจะจัดในช่วงงานสัมมนา CanSecWest ในเมือง Vancouver ประเทศแคนาดา ต้นเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้
ที่มา - Engadget
รายงานจากบริษัท Securi ระบุถึงมัลแวร์ใหม่ที่แฮกเกอร์ติดตั้งลงในเซิร์ฟเวอร์ลินุกซ์ที่ถูกยึดเครื่องได้สำเร็จ โดยตัวมัลแวร์เป็นเซิร์ฟเวอร์ SSH ที่เปิดช่องพิเศษให้กับแฮกเกอร์สามารถกลับเข้ามาควบคุมเครื่องได้ตามต้องการ
มัลแวร์ตัวนี้ได้ชื่อว่า Linux/SSHDoor.A มันทำหน้าที่เปิดช่องให้กับแฮกเกอร์พร้อมกับส่งข้อมูลรหัสผ่านของผู้ใช้กลับไปยังเซิร์ฟเวอร์เครื่องหนึ่งในไอซ์แลนด์
ตัวโค้ดของมัลแวร์พยายามอย่างเต็มที่ที่จะซ่อนตัวเองจากตัวตรวจจับไวรัส มันเก็บสตริงต่างๆ ไว้ในรูปแบบที่ต้อง XOR กับข้อมูลอีกชุดก่อนใช้งาน เพื่อไม่ให้แสกนเนื้อไฟล์เจอข้อความน่าสงสัย รวมถึงการส่งข้อมูลกลับก็ยังเข้ารหัสแบบ RSA เพื่อไม่ให้ผู้ที่ดักข้อมูลได้ระหว่างทางล่วงรู้ว่ามีข้อมูลอะไรภายใน
ยังไม่มีข้อมูลว่ามัลแวร์ตัวนี้เข้าไปในเครื่องได้อย่างไรตั้งแต่ทีแรก
ที่มา - ESET
Samsung Venture ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแลเรื่องการลงทุนของเครือ Samsung ได้เข้าซื้อหุ้นบางส่วนของบริษัทซอฟต์แวร์ Fixmo
Fixmo เป็นบริษัทซอฟต์แวร์สัญชาติแคนาดา มีผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ความปลอดภัย เช่น Sentinel และ SafeZone ที่พัฒนาร่วมกับ NSA ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลเรื่องความปลอดภัยและข้อมูลของสหรัฐอเมริกา
Rick Segal ซีอีโอของ Fixmo ได้ให้สัมภาษณ์โดยมองว่าการลงทุนของ Samsung ครั้งนี้เป็นแผนยุทธศาสตร์สำคัญในการพัฒนาระบบความปลอดภัยให้กับบริการของตนเอง เพื่อเน้นตีฐานตลาดของ RIM โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มลูกค้าองค์กรในแคนาดาทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งแต่ไหนแต่ไรมา ลูกค้ากลุ่มดังกล่าวมักจะไว้วางใจระบบความปลอดภัยในการให้บริการของ RIM
ทั้งนี้ Segal ปฏิเสธที่จะเปิดเผยมูลค่าหุ้นที่ Samsung เข้าซื้อ ในขณะที่ Samsung เองก็ยังไม่ได้ให้ความเห็นอื่นใดเกี่ยวกับการลงทุนในครั้งนี้
ที่มา - Bloomberg
ต่อจากข่าว ออราเคิลออกแพตช์อุดช่องโหว่ Java แล้ว ผู้เชี่ยวชาญความปลอดภัยยังไม่เชื่อถือ
ล่าสุดมีนักวิจัยด้านความปลอดภัยจากบริษัท Security Explorations ในโปแลนด์ ออกมาให้ข้อมูลว่าพบช่องโหว่ 2 จุดใน Java 7 Update 11 ตัวล่าสุดที่เพิ่งออก โดยช่องโหว่นี้สามารถลัดขั้นตอนของ sandbox และรันโค้ดประสงค์ร้ายบนคอมพิวเตอร์ได้
ทาง Security Explorations แจ้งข้อมูลช่องโหว่ไปยังออราเคิลแล้ว (ไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ) ซึ่งช่องโหว่นี้เป็นช่องโหว่ใหม่ ไม่เกี่ยวกับช่องโหว่ก่อนหน้านี้ที่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า Java 7u11 ปิดไม่หมดด้วย
ที่มา - PC World










