ภาษา Scala เป็นภาษาโปรแกรมอีกตัวหนึ่ง ที่ผสมผสานระหว่างแนวคิดเชิงวัตถุ (object-oriented) กับแนวคิดฟังก์ชัน (functional) เข้าด้วยกัน มันทำงานบน JVM ของแพลตฟอร์มจาวาอีกต่อหนึ่ง และมีลูกค้าเป็นบริษัทดังๆ อย่าง Twitter และ Foursquare
ในเมื่อมันเป็นภาษาที่ทำงานบน virtual machine อย่าง JVM ในทางทฤษฎีมันก็น่าจะทำงานบน .NET (รวมถึง Mono) ได้ด้วย และล่าสุดไมโครซอฟท์ได้สปอนเซอร์นักพัฒนาจากห้องแล็บของสถาบัน EPFL ในฝรั่งเศสซึ่งเป็นผู้สร้าง Scala พอร์ตมันมาลง .NET แล้ว
สถานะล่าสุดตอนนี้คือโปรแกรม Scala ทำงานบน .NET ได้แล้ว (เว็บไซต์) รวมถึงมี Visual Studio plug-in for Scala แล้ว แต่ยังมีบั๊กและข้อจำกัดอีกหลายประการ ซึ่งทางนักพัฒนาคือ Miguel Garcia บอกว่าปัญหาเหล่านี้จะถูกแก้ภายในสิ้นปีนี้
ที่มา - Scala, ReadWriteWeb
- 6 comments
- 883 reads
Twitter เป็นหนึ่งในกรณีศึกษาตัวอย่างของ Ruby on Rails แต่เมื่อผู้ใช้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด RoR ก็ถึงทางตันเสียแล้ว
Alex Payne นักพัฒนาของ Twitter เล่าว่าเว็บไซต์สมัยใหม่นิยมเลือก Ruby, Python, PHP ด้วยเหตุผลว่ามัน "น่าจะ" agile และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้ง่าย หรือไม่ก็เบื่อ C++/Java แต่ว่ากำแพงที่ Twitter พบก็คือระบบจัดคิวส่งข้อคววาม (message queuing system) ที่เขียนด้วย Ruby นั้นกลับไปติดกำแพงประสิทธิภาพที่ตัว virtual machine ของ Ruby เอง และการขยายตัวรองรับผู้ใช้ที่มากขึ้นเรื่อยๆ นั้นแก้ได้ทางเดียวคือซื้อเครื่องเพิ่มขึ้น ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่นักลงทุนต้องการเท่าไรนัก (และนี่เป็นสาเหตุของ Twitter ล่มบ่อยในช่วงปีก่อน)
นักพัฒนา Twitter จำนวนหนึ่งจึงเริ่มพอร์ตโค้ดเดิมไปเป็นภาษา Scala ซึ่งทรงพลังกว่ามาก (ความเร็วในการกู้คืนเวลาระบบล่ม Ruby ใช้เวลา 2.5 ชม. ส่วน Scala ใช้ 20 วินาที) และนำมาใช้จริงช่วงปลายปี ทันการสาบานตนของโอบามา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ Twitter ต้องรับโหลดหนักที่สุดพอดี
Alex Payne บอกว่า Scala เร็วพอๆ กับ C++ หรือ Java แต่ดีกว่าในแง่ฟีเจอร์ของภาษา ทั้งด้าน OOP และการเขียนโปรแกรมเชิงฟังก์ชัน Scala ยังมีข้อดึงดูดใจอีกอันคือทำงานบน JVM ถ้ามีโค้ดที่รันอยู่บน JVM อยู่แล้ว (ไม่ว่าจะเขียนด้วยภาษาใดก็ตาม) ก็สามารถนำมาใช้งานได้ทันที
ที่มา - The Register
- 37 comments
- 3338 reads



