Tags:

ในปีนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์หรือซีพี วางแผนทำการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาบริการเทคโนโลยีสารสนเทศแบบพร้อมใช้งานด้วยการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ อย่างเช่นการให้บริการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลออนไลน์และซอฟต์แวร์ออนไลน์ประเภท SaaS ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างรวดเร็ว

คุณพูนลาภ ชัชวาลโฆษิต ที่ปรึกษาอาวุโสของซีพีกล่าวว่า การใช้เทคโนโลยีมัลติคอร์สามารถรองรับภาระการประมวลผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการรองรับภาระการประมวลผลที่มีจำนวนมากและสามารถตอบสนองผู้ใช้ได้ทันที จัดว่าเป็นพื้นฐานของการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ นอกจากนี้ ซีพียังได้พัฒนาระบบสารสนเทศให้เป็นหน่วยของบริการด้วยสถาปัตยกรรมที่รู้จักกันในชื่อว่า SOA อันทำให้ผู้ใช้ในซีพีสามารถพัฒนาระบบสารสนเทศได้อย่างยืดหยุ่นและรวดเร็ว ทั้งนี้ ซีพีศึกษามาแล้วว่า การใช้สถาปัตยกรรม SOA ให้เกิดประสิทธิภาพได้นั้น ต้องใช้วิธีจัดการกระบวนการภายในองค์กรที่เรียกว่า BPM ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการรวมบริการและประสานการทำงานของบริการได้

จากข้อมูลที่เปิดเผยในแหล่งข่าว ผมคาดว่าซีพีกำลังจะพัฒนาระบบการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆเพื่อใช้ภายในเครือของซีพีเอง แต่ในอนาคตก็เป็นไปได้ว่า เราอาจจะได้เห็นการให้บริการการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆของซีพีแบบ Amazon EC2, Google App Engine, หรือ Salesforce ที่เปิดให้ลูกค้าของซีพีสามารถเข้ามาใช้บริการได้

ที่มา - Bangkok Post

Tags:

บริษัท IDC คาดการณ์ว่าในปี ค.ศ. 2012 (พ.ศ. 2555) บริการแบบกลุ่มเมฆ * จะมีการเติบโตอย่างมาก ซึ่งบริษัทและหน่วยงานต่างๆจะมีการลงทุนกับบริการแบบกลุ่มเมฆมากถึง 42 พันล้านเหรียญ

บริษัท IDC เผยว่าจะมีช่องทางของโอกาสอยู่ 2 ช่องทางที่บริษัทสามารถสร้างรายได้จากบริการแบบกลุ่มเมฆ โดยช่องทางแรกคือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต อาทิเช่น บริการแบบ SaaS (เช่น Google Apps และ Photoshop Express), บริการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลออนไลน์ (เช่น Amazon S3), และบริการโฮสต์เซิร์ฟเวอร์ (เช่น Amazon EC2) เป็นต้น และอีกช่องทางหนึ่ง เป็นการขายผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าที่ต้องการผันตัวเองไปเป็นผู้ให้บริการแบบกลุ่มเมฆ โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะเป็นเครื่องมือให้ลูกค้าสามารถพัฒนาและติดตั้งบริการแบบกลุ่มเมฆได้

* บริการแบบกลุ่มเมฆ (Cloud Services) เป็นผลิตภัณฑ์และบริการที่ติดตั้งอยู่บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยใช้การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ (Cloud Computing) สำหรับติดตั้ง พัฒนา และเปิดให้บริการแบบกลุ่มเมฆต่อผู้บริโภค [อ้างอิงจาก IDC]

ที่มา - ON-DEMAND ENTERPRISE

สิงคโปร์เปิดตัวศูนย์ SaaS แห่งชาติ ภายใต้ชื่อ AxSaaS Incubation Centre หรือเรียกชื่อย่อว่า AiC โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ได้แก่ A*STAR และ iDA ซึ่งเป็นตัวแทนจากรัฐบาลสิงคโปร์ ส่วนภาคเอกชนประกอบไปด้วยบริษัท Microsoft, HP, SingTel, Singapore Computer Systems (หรือ SCS), GigaSpaces, และ Haley

ศูนย์ AiC แห่งนี้ได้จัดเตรียมแพลตฟอร์มที่ประกอบไปด้วยฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ระบบ เครือข่ายความเร็วสูง และ SaaS application ทั้งนี้ บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์และ ISV สามารถนำ SaaS application ของตนมาติดตั้งและทดสอบบนแพลตฟอร์มนี้ ตลอดจนเปิดบริการ SaaS application ให้กับลูกค้าได้

จากแหล่งข่าวได้กล่าวไว้ว่า การก่อตั้งศูนย์ AiC ครั้งนี้คาดว่าจะสามารถดึงดูดกลุ่มบริษัท SME ในสิงคโปร์ซึ่งมีประมาณ 150,000 บริษัทให้เข้ามาใช้บริการ SaaS application ที่รันอยู่บนแพลตฟอร์มนี้ เนื่องด้วยธุรกิจแบบ SME โดยทั่วไปมีงบประมาณไม่มากพอในการลงทุนกับระบบสารสนเทศขนาดใหญ่ รวมถึงการดูแลรักษาระบบทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์และข้อมูลมีต้นทุนสูงมากและต้องใช้บุคลากรที่มีความชำนาญ การพึ่งพาบริการ SaaS จะช่วยให้บริษัท SME สามารถใช้ระบบสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพและโปรแกรมสำหรับการดำเนินธุรกิจได้ด้วยการลงทุนที่คุ้มค่า