หลังจากกูเกิลประกาศปิดบริการ Google Reader ทางตัวอ่าน feed ค่ายอื่นๆ ก็ประกาศชวนให้ผู้ใช้ย้ายมาใช้บริการของตัวเองกันถ้วนหน้า (เช่น Digg)
Feedly บริการอ่าน feed อีกตัวหนึ่งก็ออกมาเผยสถิติว่าในรอบ 48 ชั่วโมงหลังข่าว Google Reader ปิดบริการ มีผู้ใช้สมัคร Feedly ถึง 500,000 ราย และแอพ Feedly บน iOS ก็ขึ้นเป็นแอพฟรีอันดับหนึ่งด้วย
Feedly สัญญาว่าจะเตรียมความพร้อมของเซิร์ฟเวอร์เพื่อรองรับผู้ใช้จำนวนมาก และรับฟังความเห็นจากผู้ใช้กลุ่มใหม่นี้ด้วย
ที่มา - Feedly
Digg ประกาศวันนี้ว่าจากการประกาศปิด Google Reader นั้น ทีมงานมองว่าการโปรแกรมอ่าน RSS ยังเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ ฉะนั้น Digg จะเร่งโครงการพัฒนาโปรแกรมอ่านฟีดที่เดิมมีแผนจะเปิดตัวในครึ่งหลังของปีนี้ให้ออกมาเร็วขึ้น
Digg หวังว่าโปรแกรมนี้จะยังเก็บคุณสมบัติเดิมของ Google Reader ไว้ได้ครบถ้วนมากที่สุด รวมถึง API ด้วย แต่จะมีการเสริมคุณสมบัติให้เหมาะสมกับพฤติกรรมผู้ใช้งานในปัจจุบัน เช่นการหลอมรวมกับ Facebook หรือ Twitter
ที่มา: Digg Blog
ใครบอก feed ยังไม่ตายต้องคิดใหม่แล้วครับ เว็บอ่าน feed ที่เป็นที่นิยมที่สุดอย่าง Google Reader ได้ประกาศปิดตัวในวันที่ 1 สิงหาคม 2556 ไปแล้วเปิดให้สมาชิด download ข้อมูลเก็บกลับไปเป็น JSON ได้
สิ่งที่ตามมาคือบุคคลตกยุคอย่างผมต้องหาอะไรทดแทนเช่น Google Currents (google ตั้งใจไล่ใช่ไหมเนี่ย), Pulse หรือ Flipboard
ไม่กี่วันก่อนเพิ่งมีข่าวกูเกิลนำลิงก์ Reader ไปซ่อน เปลี่ยนมาเป็น Picasa จนหลายคนมีการวิเคราะห์ว่าเป็นยุคเสื่อมถอนของ RSS หรือเปล่า ?
มาวันนี้ผมเข้าเช็ค Gmail ตามปกติ แล้วก็พบกับลิงก์ของ Reader กลับมาอีกครั้ง หลังจากโดนซ่อนไว้ในเมนูย่อย มา 3 วัน ซึ่งการกลับมาครั้งนี้เป็นการเพิ่มจำนวนลิงก์เข้ามาใหม่ ไม่ได้มีการถอดลิงก์อื่นไปซ่อนแต่อย่างใด ดูภาพหลังเบรคครับ
เพิ่มเติม: ทาง @googlereader ได้ออกมาแถลง ผ่านทางทวิตเตอร์แล้วครับว่าเป็นเพียง "อุบัติเหตุ" เท่านั้น
จริงๆ มันเป็นการเปลี่ยนแปลงระดับเล็กน้อยมากๆ เพียงแต่เกิดขึ้นกับยักษ์ใหญ่อย่างกูเกิล และเกิดในช่วงที่ประเด็น "RSS ตายแล้ว" กำลังร้อนแรง มันเลยน่าสนใจขึ้นมาครับ
คนที่ใช้บริการของกูเกิลคงคุ้นเคยกับแถบเล็กๆ ที่อยู่ด้านบนสุดของหน้า ซึ่งแสดงลิงก์ไปยังบริการอื่นๆ ของกูเกิลที่เกี่ยวข้องกัน ในกรณีของ Gmail ก่อนหน้านี้เราจะเห็นลิงก์ไปยังบริการหลักๆ อย่าง Calendar, Docs, Reader, Web ส่วนบริการย่อยอื่นๆ จะถูกรวมอยู่ในลิงก์ more
แต่ล่าสุดกูเกิลได้นำลิงก์ Reader ไปซ่อนอยู่ในกลุ่ม more และนำลิงก์ Photos (ซึ่งหมายถึง Picasa) มาไว้แทน ซึ่งก่อให้เกิดคำถามว่า "ขนาดกูเกิลยังลดความสำคัญของ RSS เลยหรือเปล่า?"
ที่มา - TechCrunch
จากข่าว Bloglines ปิดตัว จุดจบของโปรแกรม RSS Reader? ทางทีม Google Reader ได้ออกมาเผยสถิติผู้ใช้งานว่ายังเติบโตอยู่ ไม่ได้ถดถอยอย่างที่เป็นข่าว
กราฟของกูเกิลนั้นไม่เปิดเผยตัวเลขว่ามีผู้ใช้งานทั้งหมดเท่าไร บอกแต่เพียงว่า "ผู้ใช้" ที่นับคือผู้ที่ล็อกอินเข้ามาใน Google Reader อย่างต่ำสัปดาห์ละครั้ง แม้ว่าตัวเลขจะไม่ลดลงแต่จากกราฟ เราก็เห็นชัดว่าในปี 2010 อัตราการเติบโตลดลงมาก
ที่มา - Google Reader Blog
ครั้งหนึ่ง Bloglines เคยเป็นโปรแกรมสำหรับอ่าน RSS ผ่านเว็บที่ได้รับความนิยมสูง แต่หลังจากโดน Ask.com ซื้อไปดองตั้งแต่ปี 2005 จนโดน Google Reader เข้ามาตีตลาด บวกกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไป คนหันมาติดตามข่าวจาก Facebook/Twitter กันแทน ทำให้สุดท้ายทาง Ask.com ตัดสินใจปิดบริการ Bloglines ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ เหตุผลของ Ask.com คือต้องการทุ่มทรัพยากรไปกับเว็บถาม-ตอบออนไลน์ของตัวเองมากกว่า
ทีมงานของ Bloglines แนะนำให้ผู้ใช้งาน export ข้อมูล RSS ทั้งหมดเพื่อไปใช้กับโปรแกรมตัวอื่นได้
ทางเว็บไซต์ paidContent มีบทวิเคราะห์ที่น่าสนใจครับว่ายุคสมัยของโปรแกรม RSS Reader มันจบลงแล้ว โปรแกรมตัวอื่นๆ อย่าง Rojo และ News Gator ก็ทยอยปิดตัวไปก่อนหน้านี้ หรือแม้แต่ Google Reader เองก็มีผู้ใช้ลดลงเช่นกัน อย่างไรก็ตามเทคโนโลยี RSS จะยังอยู่ เพียงแต่ไม่ได้ออกมาสัมผัสกับผู้บริโภคโดยตรงเหมือนแต่ก่อน
ที่มา - Ask.com
ตกใจกันเล็กน้อย เมื่อ Pulse แอพพลิเคชั่นสำหรับการใช้งาน RSS Reader ที่เคยถูกเขี่ยทิ้งออกจาก AppStore ไปนั้นกลับถูกดึงมาขายให้ iPad ใน App Store และก็กลายเป็นแอพลิเคชั่นที่ขายดี๊ดีติดลมบนใน Apple App Store และยังกลายมาเป็นแอพลิเคชั่นที่ถูกการันตีจากผู้ใช้งานด้วยเรต 4.8/5 คะแนน ว่าแล้ว Alphonso Lab Inc. ผู้พัฒนา Pulse ที่ได้เห็นความสำเร็จใน iPad ไปแล้วนั้น ก็ไม่รีรอใคร จึงได้จัดการ พอร์ตโปรแกรมนี้ลงบน Android ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีการปล่อยเดโมให้ดูกันด้วย ตามมาดูกันได้หลังเบรคครับ
โดยเวอร์ชั่น Android นั้นก็จะขายอยู่บน Android Market ด้วยราคา $1.99 ซึ่งคนที่ชอบอ่านข่าวผ่าน RSS Reader เป็นนิจนั้นไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ
ที่มา : TechCrunch








