Tags:
Node Thumbnail

กูเกิลให้บริการป้องกันบอทด้วยบริการ reCAPTCHA มาเป็นเวลานาน และพยายามลดความยุ่งยากสำหรับมนุษย์ลงเรื่อยๆ จากก่อนหน้านี้บางคนจะเห็นเพียงช่องติ๊กให้ยืนยันว่าเป็นมนุษย์ ในเวอร์ชั่นใหม่ที่ชื่อว่า Invisible reCAPTCHA จะไม่มีการยืนยันใดๆ เลย

กูเกิลแทบไม่บอกรายละเอียดว่าหากไม่มีการตรวจสอบแล้วจะแยกคนออกจากบอทได้อย่างไร ระบุเพียงว่าเป็นระบบ machine learning ชั้นสูง เพื่อตรวจจับการบุกรุก

เว็บไซต์ที่ต้องการใช้งานต้องเปลี่ยนเป็น Invisible reCAPTCHA ด้วยตัวเอง โดยสมัครได้ตั้งแต่วันนี้

Tags:
Node Thumbnail

บริการ reCAPTCHA ของกูเกิลใช้สำหรับการพิสูจน์ว่าเป็นมนุษย์จริงหรือไม่ เพื่อป้องกันการสแปมเว็บหรือบริการต่างๆ โจทย์สำคัญสำหรับนักวิจัยคือเราสามารถผ่านการพิสูจน์ความเป็นมนุษย์นี้ด้วยคอมพิวเตอร์ได้หรือไม่ ตอนนี้การทดสอบล่าสุดก็สามารถผ่าน reCAPTCHA ด้วยบริการแปลงเสียงเป็นข้อความของกูเกิลเอง

Google Speech Recognition API มีค่าใช้งานเพียง 0.006 ดอลลาร์ต่อเสียง 15 วินาที และฟรี 1 ชั่วโมงต่อเดือน

นักวิจัยใช้ชื่อเพียงว่า East-Ee และยังไม่รายงานถึงความแม่นยำว่าผลลัพธ์จะดีเพียงใด แต่แนวคิดการทำงานเช่นนี้ก็น่าสนใจ เพราะบริการปัญญาประดิษฐ์ที่เป็นคลาวด์มีราคาถูกและเข้าถึงได้ง่ายขึ้นเรื่อยๆ

Tags:
Node Thumbnail

เชื่อว่าหลายๆท่านที่ได้อ่านข่าวนี้ คงประสบกับปัญหาต้องกรอก CAPTCHA ที่บางครั้งก็บิดเบี้ยวจนแม้แต่มนุษย์ก็อ่านไม่ออกกันบ้างนะครับ

ซึ่งถ้ายังจำกันได้ เมื่อช่วงต้นปี กูเกิลได้พัฒนาเทคโนโลยีแปลงภาพเป็นตัวอักษรแบบใหม่ ที่สามารถแก้ reCAPTCHA ได้แม่นยำถึง ร้อยละ 99.8 (ข่าวเก่า) ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ระบบให้กรอก CAPTCHA แบบเดิมๆไม่สามารถแยกแยะระหว่างมนุษย์กับบ็อตได้อีกต่อไป

Tags:
Node Thumbnail

ทีมงาน Google Online Security แถลงว่าทีมงานกูเกิลสามารถพัฒนากระบวนการแปลงภาพเป็นตัวอักษรด้วย Deep Convolutional Neural Networks ทำให้ได้กระบวนการที่แปลงภาพเป็นตัวอักษรที่ความแม่นยำสูงมาก จนสามารถแปลงตัวอักษรใน reCAPTCHA สำเร็จถึงร้อยละ 99.8%

สำหรับตัวอย่างจากโลกความเป็นจริง โดยใช้ภาพจาก Google Street View ที่เราเห็นกูเกิลเริ่มส่งภาพแบบนี้มาใน reCAPTCHA ก็ยังคงได้ความแม่นยำถึง 90%

Tags:
Node Thumbnail

หลายคนแถวนี้คงคุ้นเคยกับ reCAPTCHA บริการตรวจสอบความเป็นมนุษย์ผ่านการอ่านตัวอักษรบิดๆ เบี้ยวๆ ที่กูเกิลซื้อไปเมื่อหลายปีก่อน และคง "รู้ซึ้ง"​ ถึงความยากของมันเป็นอย่างดี

ล่าสุดทีม reCAPTCHA ออกมาให้ข้อมูลว่าเทคโนโลยีด้าน AI ทำให้บ็อตเก่งขึ้นเรื่อยๆ จน reCAPTCHA ต้องสร้างรหัสที่ยากขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นปัญหาว่ามนุษย์เองก็เริ่มอ่านไม่ออก ทางทีมจึงต้องวิจัยหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่ดีขึ้นกว่าเดิม

Tags:
Node Thumbnail

ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบ่อยๆ น่าจะรู้จัก reCAPTCHA กันดีอยู่แล้ว หลังจากที่ถูกกูเกิลซื้อไปเมื่อปี 2009 เพื่อนำเทคโนโลยี OCR นี้ไปใช้กับบริการของตัวเอง

เมื่อไม่กี่วันมานี้มีผู้ใช้ใน blackhatworld ระบุว่าเจอกับ reCAPTCHA แบบใหม่ที่เป็นรูปภาพจาก Google Street View ได้แก่ชื่อถนน หมายเลขถนน เป็นต้น

Tags:
Node Thumbnail

คนแถวนี้น่าจะรู้จักบริการตรวจว่าเป็นคนหรือเป็นคอม หรือที่เราเรียกกันเป็นภาษาเทคนิคว่า CAPTCHA เมื่อปี 2007 เราเคยลงเรื่อง reCAPTCHA ซึ่งนำบริการ CAPTCHA มาผนวกกับ OCR

ล่าสุดกูเกิลซื้อกิจการ reCAPTCHA ไปเรียบร้อยโดยไม่เปิดเผยวงเงิน คาดว่าเทคโนโลยีของ CAPTCHA ด้านการทำ OCR โดยใช้พลังมวลชน จะช่วยงานของกูเกิลในบริการ Google Books และ Google News Archive Search ได้มาก ถ้าคิดไม่ออกลองนึกดูว่าถ้าคนที่ค้นหาข้อมูลบนกูเกิลจะต้องป้อน reCAPTCHA ทุกคน หนังสือที่สแกนเข้ามาเก็บใน Google Books คงถูกแปลงเป็นตัวหนังสือในเวลาไม่นาน

ปิดท้ายข่าวนี้ด้วยภาพความร่วมมือระหว่างกูเกิลกับ reCAPTCHA

ที่มา - Official Google Blog

Tags:
Node Thumbnail

เชื่อว่าทุกคนคงคุ้นเคยกับ CAPTCHA กันอยู่แล้ว (ถ้าไม่เคยได้ยินชื่อ กดเข้าไปตามลิงก์ก็น่าจะอ๋อ) มีการคำนวณว่าแต่ละวันมีคนต้องแก้ปัญหา CAPTCHA ประมาณ 60 ล้านครั้ง ถ้าแต่ละคนใช้เวลา 10 วินาทีในการคิดและพิมพ์ เราก็จะเสียเวลาในการทำงานไปเปล่าๆ 150,000 ชั่วโมงต่อวัน มีวิธีเอาแรงงานตรงนี้มาใช้ประโยชน์ได้หรือเปล่า

โครงการ reCAPTCHA จึงเกิดมาด้วยแนวคิดนี้ ไหนๆ ผู้ใช้ต้องแก้ปัญหาตัวหนังสือที่อ่านยาก และมีโครงการสแกนหนังสือเพื่อทำ OCR จำนวนมาก ที่ผลการสแกนบิดๆ เบี้ยวๆ ต้องใช้แรงคนมานั่งแปลอีกครั้ง ก็เอาสองงานนี้มารวมร่างกันเสีย นั่นแปลว่าทุกครั้งที่เราแก้ปัญหา reCAPTCHA เรากำลังทำประโยชน์โดยการแปลงภาพหนังสือเป็นข้อความกันอยู่