Tags:

เศรษฐกิจแย่ทำให้การจ้างงานของสหรัฐฯ นั้นตกต่ำอย่างต่อเนื่องโดยเดือนล่าสุดตัวเลขนี้ก็ขึ้นไปถึงร้อยละ 9.7 และคาดว่าจะทะลุร้อยละ 10 ในเร็วๆ นี้ แต่ในวิกฤติก็เป็นโอกาสสำหรับหลายๆ คนเมื่อเว็บ oDesk ผู้ให้บริการจับคู่ระหว่างผู้ให้บริการเอาต์ซอร์สกับผู้รับงานได้ออกมาแถลงตัวเลขยอดการจ้างในงานเว็บ และพบว่าตัวเลขชั่วโมงการจ้างงานเอาต์ซอร์สนั้นเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดสวนทางกับเศรษฐกิจมาก

ตัวเลขที่น่าสนใจเช่นไตรมาสที่สองของปีนี้มีการจ้างงานถึงกว่า 1,100,000 ชั่วโมง เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกที่มีการจ้างงานเพียง 800,000 ชั่วโมง ส่วนไตรมาสที่สองของปีที่แล้วนั้นมีเพียงประมาณ 500,0000 ชั่วโมงเท่านั้น

นอกจากปริมาณชั่วโมงแล้ว ปริมาณบริษัทที่ได้รับการจ้างงาน และผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับงานนั้นก็เพิ่มขึ้นในแนวทางเดียวกัน

ประเด็นนี้อาจจะเป็นเรื่องน่าเสียดายสักหน่อย เพราะบ้านเราเองนั้นก็นับว่าเป็นประเทศที่น่าเอาต์ซอร์สอันดับถึงอันดับสี่ของโลก แต่กำแพงภาษาและสภาวะทางการเมืองของบ้านเราคงเป็นอุปสรรคในโอกาสนี้อยู่ไม่น้อย

ที่มา - TechCrunch, oDesk

Tags:

บริษัทที่ปรึกษา A.T. Kearney เปิดเผย 50 อันดับประเทศที่น่าเอาต์ซอร์สงานด้านไอที, call center และงานธุรการอื่นๆ ใต้ชื่อ Global Services Location Index (GSLI) ประจำปี 2009 ประเทศไทยอยู่อันดับ 4 คงที่เช่นเดียวกับ GSLI ครั้งที่แล้วในปี 2007 สิบอันดับแรกได้แก่

  1. อินเดีย (อันดับปี 2007: 1)
  2. จีน (2)
  3. มาเลเซีย (3)
  4. ไทย (4)
  5. อินโดนีเซีย (6)
  6. อียิปต์ (13)
  7. ฟิลิปปินส์ (8)
  8. ชิลี (7)
  9. จอร์แดน (14)
  10. เวียดนาม (19)

สำหรับปี 2009 ภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือเริ่มแรงขึ้นมา เช่น อียิปต์ จอร์แดน ตูนิเซีย UAE โมร็อคโค เป็นต้น ส่วนสามอันดับแรกคือ อินเดีย จีน มาเลเซีย นั้นยังเกาะกลุ่มและทิ้งห่างคู่แข่งด้วยปัจจัยเรื่องทักษะของแรงงาน, สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อธุรกิจและค่าแรงที่ถูก (ในข่าวไม่ได้บอกว่ามาเลเซียทิ้งไทยห่างแค่ไหน)

ที่มา - A.T. Kearney จาก BusinessWeek

Tags:

บริษัทธุรกิจที่ปรึกษา Pierre Audoin Consultants รายงานว่าบริษัทต่าง ๆ เริ่มมองหาที่ตั้งในการเอ้าท์ซอร์สในแหล่งอื่น ๆ แล้ว นอกเหนือจากมุมไบและบังกาลอร์ในประเทศอินเดีย

หากดูจากบริษัทที่เอ้าท์ซอร์สมากที่สุด 50 อันดับของโลก จะเห็นได้ว่าอินเดียยังเป็นที่นิยมสำหรับธุรกิจการเอ้าท์ซอร์ส โดยในขณะนี้ หัวเมืองที่เล็กลงมาหน่อยอย่างเชนไน นอยดา เริ่มเป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้น

สาเหตุหลักของการย้ายฐานเอ้าท์ซอร์ส เกิดจากการแข่งขันแย่งตัวนักศึกษาที่จบใหม่จากสถานศึกษาต่าง ๆ ทำให้ต้องเริ่มมองหาแหล่งทรัพยากรมนุษย์แห่งใหม่ในเมืองอื่น ๆ

สำหรับแหล่งอื่น ๆ ที่ธุรกิจการเอ้าท์ซอร์สกำลังเติบโตมากขึ้นจากข้อมูลของ PAC นั้น คือกลุ่มประเทศลาตินอเมริกาและจีน ส่วนประเทศอื่น ๆ ที่เป็นที่สนใจในสายตาหลาย ๆ บริษัทคือเพื่อนบ้านของเรา มาเลเซียและฟิลิปปินส์ และที่ตามมาคือประเทศรัสเซียและกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออก

สาเหตุหลัก ๆ ที่สำคัญในการเลือกแหล่งเอ้าท์ซอร์สคือความสันทัดทางด้านการสื่อสาร (ภาษา) ทักษะความรู้ และค่าแรงที่ถูก

ที่มา - C|net

Tags:

ขณะที่บ้านเราการปล่อยบอตและขายของในเกมอาจจะเป็นเรื่องปรกติ แต่ใครจะรู้ว่าอุตสาหกรรมนี้กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและสร้างงานได้นับแสน

รายงานนี้สำรวจโดยศาสตราจารย์ Richard Heeks แห่งมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ที่ระบุว่ามีแรงงานในอุตสาหกรรมการขายเงินของสิ่งของในเกมแล้วกว่าสี่แสนราย โดยสร้างรายได้ได้ประมาณห้าพันบาทต่อเดือนรวมแล้วปีๆ หนึ่งอุตสาหกรรมนี้มีมูลค่ากว่า 15,000 ล้านบาทต่อปีเลยทีเดียว

แรงงานร้อยละ 80 ของอุตสาหกรรมนี้อยู่ในจีน น่าสนใจว่าตัวเลขของแรงงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของอินเดียนั้นอยู่ที่ประมาณเก้าแสนคน แสดงว่าอุตสาหกรรมทั้งสองแบบมีความสำคัญในระดับเดียวกันเลยทีเดียว

ที่มา - BBC

Tags:

นาย Kiran Karnik ประธานสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และบริการของอินเดีย (National Association of Software and Services Companies - NASSCOM) ได้ออกมาให้ความเห็นว่าอินเดียกำลังจะต้องการการปรับปรุงการศึกษาครั้งใหญ่ เพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดจากจีนที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

ในการให้ความเห็นนี้นาย Karnik ได้ให้ความเห็นว่าจีนยังคงต้องตามหลังอินเดียไปอย่างน้อยสามถึงห้าปี แต่ด้วยอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด เขาเตือนว่าอินเดียไม่สามารถมองข้ามจีนไปได้แม้แต่น้อย

จีนนับเป็นประเทศที่มีประชากรเกินพันล้านคนเพียงประเทศเดียวนอกจากอินเดีย อีกทั้งมีระบบการศึกษาที่สร้างแรงงานออกมาได้เป็นจำนวนมากไม่แพ้อินเดีย แต่อินเดียนั้นได้เปรียบเนื่องจากมีการใช้ภาษาอังกฤษอยู่มากมาก่อนหน้าแล้ว

อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของอินเดียในช่วงปี 2000 - 2006 โตขึ้นจาก 5.8 พันล้านดอลลาร์มาเป็น 30.2 พันล้านดอลลาร์หรือกว่าหกเท่าตัว ขณะที่จีนนั้นโตจาก 2.4 พันล้านดอลลาร์มาเป็น 12.2 พันล้านดอลลาร์ หรือกว่าห้าเท่าตัว แต่ความแตกต่างกันคือการเติบโตของอุตสาหกรรมในจีนนั้นเกิดขึ้นจากความต้องการในประเทศเป็นหลัก ขณะที่ของอินเดียนั้น ซอฟต์แวร์ส่วนมากมีเพื่อการส่งออก

คุ้นๆ ว่าเคยเห็นตัวเลขของไทยในงาน TLUG

ที่มา - PhysOrg

Tags:

เราคุ้นกันดีว่าอินเดียโกยเงินมหาศาลไปจากการรับงานเอาต์ซอร์ส แต่ผลสำรวจล่าสุดพบว่าจีนขึ้นมาหายใจรดต้นคอแล้ว

บริษัท IDC ได้จัดทำ Global Delivery Index (GDI) โดยเปรียบเทียบความพร้อมของ 35 เมืองแถบเอเชียแปซิฟิกในทุกด้าน อินเดียยังครองอันดับต้นๆ อยู่เช่นเดิม แต่ IDC พยากรณ์ว่าจีนจะล้มแชมป์ในช่วงปี 2011

10 อันดับแรกมีดังนี้ครับ

  1. บังกะลอร์
  2. มะนิลา
  3. นิวเดลี
  4. มุมไบ
  5. ต้าเหลียน
  6. เซี่ยงไฮ้
  7. ปักกิ่ง
  8. ซิดนีย์
  9. บริสเบน
  10. โอ๊กแลนด์

รายงานฉบับเต็มยังไม่ออก เลยไม่รู้ว่ากรุงเทพอยู่อันดับที่เท่าไร

ที่มา - IDC

Tags:

ผมคิดว่าคนอ่าน Blognone น่าจะได้ยินตำนานของบังกะลอร์ เมืองแห่งการ outsource งานไอทีจากสหรัฐ จนกลายเป็นรายได้มหาศาลให้กับอินเดียเป็นอย่างดี (และน่าจะเคยได้ยินนโยบายการเป็นบังกะลอร์ 2 ของรัฐบาลไทยด้วย)

ตอนนี้บรรดาบริษัทรับงาน outsource เริ่มมองหาสถานที่ใหม่ๆ แทนบังกะลอร์ ด้วยสาเหตุทั้งด้านเงิน จำนวนแรงงาน และความแออัดของบังกะลอร์เองแล้ว

สถานที่ซึ่งเอ่ยถึงในบทความได้แก่รัสเซีย, โรมาเนีย, บราซิล, ฟิลิปปินส์, เมืองต้าเหลียงในประเทศจีน (ติดกับเกาหลี รับงานจากเกาหลีญี่ปุ่น) และโฮจิมินห์ซิตี้ในเวียดนาม ซึ่งแต่ละที่ก็มีจุดดีจุดเด่นแตกต่างกันไป อย่างบราซิลจะได้เปรียบประเทศอื่นเรื่องเวลาที่ตรงกับในสหรัฐ เป็นต้น

อย่างไรก็ตามบังกะลอร์ยังไม่หายไปง่ายๆ มูลค่าการส่งออกบริการด้านซอฟต์แวร์ของอินเดียในปี 2005 อยู่ที่ 17.7 พันล้านเหรียญ เทียบกับ 3.6 พันล้านเหรียญของจีน และ 1 พันล้านเหรียญของรัสเซีย

ในข่าวไม่เอ่ยถึงประเทศไทย ใครทำงานอยู่บริษัทด้าน outsource ลองมาแชร์ประสบการณ์กันหน่อยครับ

ที่มา - BusinessWeek