เกิดเรื่องฮา ๆ ขึ้นอีกแล้ว คราวนี้เป็นทีของ Chromebook ที่นักเขียนตาดี Kyle Gray ไปพบเข้าว่า หน้าจอ Chromebook ที่กูเกิลใช้ในหน้าเว็บ YouTube One Channel เป็นภาพหน้าจอ OS X!
หน้าเว็บ YouTube One Channel เป็นการอธิบายว่าช่องบน YouTube สามารถเข้าดูได้ทั้งบนสมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ ซึ่งอุปกรณ์ตัวอย่างนั้น กูเกิลใช้ทั้งสมาร์ทโฟน, แท็บเล็ตแอนดรอยด์ และ Chromebook ของซัมซุง
แต่ว่า Chromebook ของซัมซุงที่กูเกิลนำมาใช้เป็นอุปกรณ์ตัวอย่างเป็นหน้าจอของ OS X โดยเมื่อซูมเข้าไปดูก็จะพบสัญญาณไฟจราจรบนหน้าต่างเหมือน OS X เป๊ะ (ดูภาพท้ายเบรค)
ไม่รู้ว่าทีมงานกราฟิกของกูเกิลจะแก้ข่าวกันอย่างไรล่ะทีนี้?
ที่มา - @kylesethgray ผ่าน The Next Web
หลังจากที่มีการถอดตำแหน่งของ Scott Forstall ออกจากการเป็นหัวหน้าฝ่าย iOS แอปเปิลก็ได้สร้างตำแหน่งใหม่ให้กับ Jony Ive ซึ่งตอนนี้มีหน้าที่ดูแลเรื่อง "ประสบการณ์ของผู้ใช้" (UX) ควบคู่ไปกับ Industrial Design ของตัวสินค้า
รายงานล่าสุดจาก Wired เผยว่าแอปเปิลอาจจะเตรียมเปลี่ยนแปลง UI ของระบบปฏิบัติการของตัวเองใหม่ทั้งหมด จากการที่แอปเปิลได้ประกาศหา Senior Software Engineer สำหรับชุดซอฟต์แวร์ iLife (ที่รวม iPhoto, iMovie และ GarageBand) ใหม่ที่สามารถช่วยแอปเปิล "จินตนาการ UI ใหม่ขึ้นมาได้" ซึ่งน่าไม่น่าจะเป็นเพียงแค่การอัพเดต UI ตามปรกติ แต่จะเป็นการเริ่มใหม่ทั้งหมด
คำเตือน: ผู้เขียนข่าวต้องการให้ผู้ใช้แมคทราบและระวังการทำให้โปรแกรมเกิดการแครชขึ้นเท่านั้น ไม่มีจุดประสงค์ให้ผู้อ่านข่าวนำไปใช้ก่อกวนหรือสร้างความเสียหายต่อคอมพิวเตอร์หรือข้อมูลของตนเองหรือบุคคลอื่นๆ ทั้งสิ้น
เว็บไซต์ 9to5Mac ค้นพบบั๊กจากเว็บไซต์ Open Radar (ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ใช้พูดคุยกันระหว่างนักพัฒนาแอพพลิเคชันของ iOS) ว่าเมื่อพิมพ์ข้อความที่กล่าวถึง (ดูได้ท้ายเบรค) จะทำให้โปรแกรมต่างๆ บนแมคนั้นเกิดอาการแครชในทันที เช่น TextEdit, Chrome หรือแม้กระทั่ง Safari มีเพียงบางโปรแกรมเท่านั้นที่ไม่เกิดการแครชขึ้น
บั๊กนี้ถูกคาดว่าน่าจะเกิดจากระบบตรวจคำผิดอัตโนมัติของแมค (spell checker) แต่บางกรณีที่พิมพ์ข้อความลงในบางกล่องข้อความ เช่น address bar ของ Safari ก็ทำให้เกิดการแครชได้แม้ไม่มีการตรวจคำผิดจากกล่อง address bar ก็ตาม โดยบั๊กนี้เกิดขึ้นกับแมคที่รัน Mountain Lion แต่ไม่เกิดขึ้นกับ Lion หรือ Snow Leopard ครับ
ที่มา: 9to5Mac
ผู้อ่านหลายท่านคงจะเคยได้ยินชื่อ BlueStacks กันมาบ้างแล้วนะครับ โดย BlueStacks นั้นเป็นโปรแกรมบนแมคและพีซีที่จะทำให้คอมพิวเตอร์เราใช้แอพของแอนดรอยด์ได้ ซึ่งเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้ มีแอพเพียง 17 แอพเท่านั้นที่รองรับ แต่วันนี้ทุกแอพบน Google Play นั้นสามารถใช้กับ BlueStacks ได้แล้วครับ
คุณสามารถดาวน์โหลด BlueStacks ได้ที่ http://bluestacks.com/
ที่มา: 9to5mac
ปล่อยรุ่น Alpha มาได้ราวครึ่งปี ตอนนี้ BlueStacks ออกแอพรุ่น Beta สำหรับ Mac ออกมาแล้ว
BlueStacks รุ่น Beta สำหรับ Mac เพิ่มการรองรับแอพเข้ามาอีกหลายตัว จากการทำงานร่วมกับนักพัฒนาอื่น อาทิ HalfBrick, Pulse หรือ Handygames เป็นต้น ตัวแอพดาวน์โหลดได้จากหน้าเว็บ BlueStacks ครับ
ส่วนเป้าหมายหลักของ BlueStacks ก็ยังคงเป็นการทำให้แพลตฟอร์มแอนดรอยด์นั้นถูกให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกของนักพัฒนานั่นเอง
ที่มา - Android Central
หนึ่งในปัญหาหลักของคนที่ใช้ MacBook Pro with Retina Display คือโปรแกรมจำนวนมากยังไม่รองรับหน้าจอความละเอียดแบบนี้ ผลคือทำให้การแสดงผลโปรแกรมค่อนข้างเพี้ยนไปจากเดิมพอสมควร ถึงแม้ในช่วงเวลาที่ผ่านมาแอปเปิลจะพยายามผลักดันให้ผู้พัฒนาทำการพัฒนาโปรแกรมของตนให้รองรับ Retina Display ก็ตาม แต่โปรแกรมจำนวนมากก็ยังคงแสดงผลได้ไม่สมบูรณ์อยู่ดี
หนึ่งในนั้นก็คือ Adobe Photoshop CS6 และ Adobe Illustrator CS6 ที่มีปัญหากับหน้าจอ Retina Display เช่นกัน คือสเกลของปุ่มเครื่องมือจะผิดเพี้ยน คือไม่เล็กไปเลย ก็จะเละไปเลย ทำให้ในช่วงเวลาที่ผ่านมามีผู้ร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหานี้เข้ามาพอสมควร ล่าสุด Adobe ได้ปล่อยอัพเดตแก้ปัญหานี้เรียบร้อยแล้ว มีผลทั้งผู้สมัครเข้าโครงการ Creative Cloud และผู้ซื้อแบบลิขสิทธิ์แยกเดียว/รวมครับ
ในปี 2006 ขณะที่ไมโครซอฟท์กำลังเตรียมวางตลาด Windows Vista ได้จ้างแฮกเกอร์เข้ามาตรวจสอบความปลอดภัยอีกครั้ง โดยมั่นใจว่าจะเจอปัญหาไม่มากนัก แต่ปรากฎว่าเจอช่องโหว่จำนวนมากจนกระทั่งมีผลสำคัญให้ไมโครซอฟท์ต้องเลื่อนการวางจำหน่ายออกไป
แฮกเกอร์คนนั้น คือ Kristin Paget ที่เพิ่งหมดสัญญาไม่เปิดเผยข้อมูลกับไมโครซอฟท์เมื่อปีที่แล้ว จึงสามารถเปิดเผยได้ว่าทำอะไรไปบ้างระหว่างการทำงานกับไมโครซอฟท์ (วิดีโอ WMV) และตอนนี้เธอก็ไปทำงานกับแอปเปิลในตำแหน่ง Core OS Security Researcher
Kristin Paget เป็นหญิงข้ามเพศที่เปลี่ยนเพศมาเมื่อปีที่แล้ว ก่อนหน้านี้เธอชื่อ Chris Paget
นอกจากการทำงานกับไมโครซอฟท์แล้ว Paget ยังสาธิตการดักฟังบัตร RFID จากระยะไกล, และการดักฟังโทรศัพท์ GSM (วิดีโอท้ายข่าว)
ที่มา - ArsTechnica, Wired
หลังจากแอปเปิลปล่อย OS X 10.8.2 ออกมาพร้อมกับ iOS 6 (ข่าวเก่า) ผู้ใช้ Mac mini รุ่นปี 2012 ที่เพิ่งเปิดตัวในงานเดียวกับ iPad mini โวยว่า ไม่สามารถอัพเดต OS X 10.8.2 ได้ (เข้าใจว่าติดเครื่องมาเป็น OS X 10.8.1) ตอนเช็คผ่านเมนู Updates ใน App Store ก็ไม่มีอะไรขึ้น เพราะแอปเปิลลบตัวอัพเดตออกไปอย่างไม่ทราบสาเหตุเมื่อวันศุกร์ หากดาวน์โหลดตัวอัพเดตมาลงเอง ก็จะขึ้นข้อความเตือนว่า "Error: OS X Update can’t be installed on this disk. This volume does not meet the requirements for this update."
ข้อผิดพลาดนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัด โดยคำแนะนำสำหรับผู้ใช้ Mac mini คืออยู่กับ OS X 10.8.1 ไปก่อน ไม่แน่ว่า แอปเปิลอาจข้ามไป OS X 10.8.3 เลยก็เป็นได้
นอกจาก Mac mini รุ่นปี 2012 แล้ว OS X 10.8.2 ก็ยังไม่สามารถอัพเดตได้กับ MacBook Pro 13 นิ้ว Retina Display และ iMac รุ่นล่าสุด
ที่มา - 9to5Mac
รายงานล่าสุดอ้างว่า build แรก ๆ ของ OS X 10.9 ระบบปฏิบัติการตัวต่อไปสำหรับแมคมีการพยายามนำ Siri กับ Maps เข้ามารวมเข้ากับตัวระบบปฏิบัติการ แต่ยังไม่แน่ว่าคุณสมบัติสองอย่างนี้จะผ่านการทดสอบระยะแรกนี้หรือไม่
ในรายงานระบุว่าถ้าแอปเปิลสามารถนำ Maps (แอปเปิลเรียกว่า MapKit) และ Siri เข้ามาสู่ OS X ได้ นักพัฒนาแอพจะสามารถนำแผนที่มา embed ในแอพของตัวเองได้ในลักษณะเดียวกับแอพบน iOS App Store
ตอนนี้ 9to5Mac ระบุว่าแหล่งข่าวนี้ แม้จะมีความน่าเชื่อถือสูง แต่พวกเขาก็ยังไม่สามารถที่จะยืนยันได้ว่าข้อมูลเหล่านี้เป็นจริง
ที่มา - 9to5Mac
หลังจากที่พบช่องโหว่มากมายหลายรอบบนทุกแพลตฟอร์ม ล่าสุดแอปเปิลได้ปล่อยอัพเดตให้แก่ OS X เพื่อถอดเอาปลั๊กอินจาวาออก มีผลทำให้เว็บเบราว์เซอร์ทุกตัวบน OS X จะไม่สามารถใช้งานจาวาได้ นอกเสียจากไปดาวน์โหลดจากปลั๊กอินตัวนี้จาก Oracle โดยตรง
ก่อนหน้านี้บริษัทรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์หลายรายได้ออกมาแนะนำให้ผู้ใช้ทั่วไปลบจาวาทิ้ง แต่หลังจากนั้น Oracle ก็ได้ปล่อยอัพเดตเพื่อแก้ไขปัญหาที่พบในช่วงนั้นเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่นาน ก็พบกับช่องโหว่ใหม่ซึ่ง ณ เวลานี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข
ที่มา - 9to5Mac
Apple ปล่อยอัพเดต iOS 6 ไม่กี่นาที ก็ปล่อยอัพเดต OS X 10.8.2 ตามมาทันที ซึ่งอัพเดตครั้งนี้ได้เพิ่ม Facebook integration เข้ามาในระบบ และมีฟีเจอร์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับ iOS 6 อีกมาก เช่นเพิ่มการซัพพอร์ตของ Game Center โดยผู้ใช้ OS X 10.8 อยู่แล้วสามารถอัพเดตได้ผ่าน App Store ครับ
ขอให้สนุกกับการอัพเดตชุดนี้ครับ
ที่มา: 9to5Mac
เมื่อเช้าที่ผ่านมานี้แอปเปิลได้ปล่อย OS X 10.8.2 Build 12C50 ให้กับนักพัฒนาแล้ว โดยใน Build นี้ได้มีการรวม Release Note มาให้ ซึ่งหมายความว่าแอปเปิลพร้อมแล้วที่จะปล่อย OS X 10.8.2 ให้กับผู้ใช้ทั่วไปในเร็ว ๆ นี้
สำหรับคุณสมบัติใหม่ที่มากับ OS X 10.8.2 ได้แก่การทำงานร่วมกับ Facebook และ Game Center และสิ่งที่อาจจะสำคัญที่สุดสำหรับคนที่ใช้ iMessage บ่อย ๆ ก็คือคุณสมบัติรวม Apple ID กับเบอร์โทรศัพท์เข้าด้วยกัน ซึ่งคุณสมบัตินี้ได้น่าจะมาพร้อม ๆ กับ iOS 6 ซึ่งถูกเปิดตัวไปแล้วก่อนหน้านี้ และคาดว่าจะปล่อยให้ผู้ใช้อุปกรณ์ iOS ทั่วไปดาวน์โหลดในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ทำให้เป็นไปได้ว่า OS X 10.8.2 น่าจะมาพร้อม ๆ กับ iOS 6
ที่มา - MacRumors
รายงานจาก Fast Company ได้พูดถึงปัญหาภายในของแอปเปิลเรื่องการออกแบบและดีไซน์หน้าตาของแอพต่าง ๆ บน iPad และ OS X ซึ่งปัจจุบันดูเหมือนจะมีการขัดแย้งกันภายในองค์กรเล็กน้อยในเรื่องนี้ โดยฝ่ายหนึ่งสนับสนุนให้มีการทำ UI ให้มีรูปร่างใกล้เคียงกับสิ่งของที่เรามีใช้ในประจำวัน ถ้าจะให้ยกตัวอย่างก็คือแอพ iCal เวอร์ชันล่าสุดบน OS X หรือแอพ Game Center ที่มีหน้าตาเหมือนกับโต๊ะพูล
หลังจากที่ได้มีการอัพเกรดมาสู่ OS X 10.8 Mountain Lion ผู้ใช้โน้ตบุ้คของแอปเปิลเกือบทุกรุ่นจะเห็นว่าอายุการใช้งานแบตเตอรี่ต่ำลงกว่าระดับปรกติที่ใช้ได้จากระบบปฏิบัติการรุ่นก่อน ๆ ถึง 38% แต่ในอัพเดตเวอร์ชันล่าสุด OS X 10.8.1 ได้มีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวบ้างแล้ว ทำให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่ดีขึ้นบ้าง แต่ก็ยังไม่ดีเท่าระดับปรกติ
ล่าสุดเว็บ Mac Observer ได้รายงานผลการทดสอบที่พวกเขาทำกับอัพเดตตัวถัดไป OS X 10.8.2 (Build 12C35) พบว่าอายุใช้งานแบตเตอรี่บนเวอร์ชันนี้จะกลับสู่ระดับปรกติ หรือระดับที่ใช้ได้ในระบบปฏิบัติการตัวเก่าอย่าง OS X Lion และ OS X Snow Leopard โดยจากการทดสอบเปรียบเทียบ บน OS X 10.8.0 อายุการใช้งานเฉลี่ยแบตเตอรี่ของเครื่องที่ใช้ทดสอบอยู่ที่ 260-275 นาที บน OS X 10.8.1 อายุการใช้งานเฉลี่ยเพิ่มมาอยู่ที่ 280-300 นาที แต่สำหรับ Build ล่าสุดของ OS X 10.8.2 พวกเขาได้อายุการใช้งานเฉลี่ยเพิ่มมาที่ 380 นาที
ในรายงานเดียวกันนี้ยังพูดถึงเหตุการณ์ลักษณะคล้ายกันนี้ที่เกิดขึ้นตอนที่แอปเปิลอัพเกรดจาก OS X Snow Leopard มาเป็น Lion เช่นกัน ที่กว่าแอปเปิลจะแก้ไขปัญหาเรื่องแบตเตอรี่ได้ ก็ใช้เวลามากกว่าหกเดือน เมื่อแอปเปิลปล่อย OS X 10.7.3 ออกมา
ที่มา - MacRumors
เพิ่งมีทวีต MG Siegler ระบุว่า Twitter จะเลิกพัฒนาไคลเอนต์หลักบนแพลตฟอร์ม OS X อย่าง Twitter for Mac แล้ว โดยจะไม่มีการอัพเดตใดๆ อีกในอนาคต แต่ผู้ใช้ยังสามารถดาวน์โหลดมาใช้ได้
การตัดสินใจของ Twitter ครั้งนี้ถือว่าแปลกมาก หลังจากเพิ่งปรับ API ที่เรียกได้ว่าหักคอนักพัฒนาภายนอก แต่จู่ๆ ก็เลิกทำไคลเอนต์ของตัวเองอย่างกระทันหัน (แถมเป็นตัวที่คนไม่ค่อยบ่นด้วย)
ตอนนี้ Twitter ยังไม่ออกมาบอกอะไรเกี่ยวกับการเลิกทำ Twitter for Mac ในครั้งนี้ ซักพักคงมีข้อมูลเพิ่มเติมครับ
ที่มา - MacRumors
หลังจาก Tweetbot for Mac Alpha โดนพิษ Twitter API จนต้องหยุดให้ดาวน์โหลด มีคนเสนอให้ออกเวอร์ชันทดสอบต่อโดยตัดความสามารถในการเพิ่ม account (คนที่จะใช้ได้ ต้องใช้เวอร์ชัน Alpha มาก่อน และใช้ได้เพียง account เดียวเท่านั้น) และ Tapbots ก็ทำตามคำเรียกร้อง เปิดเวอร์ชัน Beta ให้ดาวน์โหลด มาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่และแก้บั๊กหลายรายการ
Tweetbot for Mac Beta จะเพิ่มหรือ re-authorize account ไม่ได้ ถ้าลบหรือ re-authorize account แล้ว จะเพิ่มไม่ได้จนกว่าเวอร์ชันจริงจะออก
ที่มา: Tapbots
ผมลองดูแล้ว ถ้ากดปุ่ม add account แล้ว จะ redirect ไปยังหน้าของที่มาครับ
บริษัทโฆษณาออนไลน์ Chitika ที่เคยออกมาบอกว่า OS X รุ่นใหม่รหัส Mountain Lion มีส่วนแบ่ง 3.2% ภายใน 48 ชั่วโมงแรก ออกมาเผยข้อมูลชุดใหม่แล้ว จากตัวเลขล่าสุด Mountain Lion มีส่วนแบ่งเกิน 10% โดยใช้เวลาเพียงหนึ่งเดือนนับตั้งแต่ปล่อยให้ดาวน์โหลด
Chitika บอกว่าส่วนแบ่งของ Mountain Lion โตเร็วตามคาด เนื่องด้วยราคาอัพเกรดที่ถูกกว่า และผลการรีวิวจากสื่อที่ส่วนมากบอกว่าดี
แต่เมื่อเทียบสัดส่วนโดยรวมแล้ว Mountain Lion ยังอยู่อันดับสี่เท่านั้น ตามหลังแชมป์เก่า Snow Leopard (43%) Lion (31%) และ Leopard (13%) แต่ด้วยการเติบโตความเร็วระดับนี้น่าจะแซงขึ้นเป็นอันดับสองภายในเวลาไม่นานครับ
ที่มา - Chitika
นโยบายการให้สิทธิ API token ใหม่ของ Twitter เริ่มมีผลกับผู้ใช้บางส่วนบ้างแล้ว หลังจาก Tapbots ผู้พัฒนาแอพเล่น Twitter ชื่อดังอย่าง Tweetbot หยุดให้ดาวน์โหลด Tweetbot for Mac ที่เพิ่งปล่อยรุ่นทดสอบไปได้ราวหนึ่งเดือน
Tapbots ชี้แจงเหตุผลผ่านบล็อกทางการว่าหยุดให้ดาวน์โหลด Tweetbot for Mac รุ่นทดสอบเนื่องจากมีจำนวนผู้ใช้ถึงปริมาณที่ Twitter กำหนดแล้ว ทีมทาง Tapbots ได้เข้าไปคุยกับ Twitter เพื่อหาทางแก้ปัญหา แต่ไม่ได้ผล ทีมจึงตัดสินใจยุติการดาวน์โหลดรุ่นทดสอบแต่เพียงเท่านี้
นอกจากนี้ในบล็อกยังอธิบายถึงหลักการของนโยบาย API ใหม่พอสรุปได้คร่าวๆ ดังนี้
- แอพที่มีอยู่แล้ว หรือแอพใหม่จะใช้ API token ได้ไม่เกินหนึ่งแสนครั้ง ถ้าเกินอยู่แล้วจะเพิ่มไปเป็นสองเท่า
- จำกัดปริมาณตามแต่ละแอพ นั่นหมายความว่าแต่ละแอพมีปริมาณ API token ไม่เท่ากัน
- ถ้าล็อกอินแอพเดียวกัน แต่ต่างเครื่องนับเป็น 1 API token ล็อกอินหลายแอคเคาท์ในหนึ่งแอพนับเป็นหลาย API tokens
- ถ้ามีการกด revoke access จะได้ API token คืน
อย่างไรก็ตาม Tapbots ยังบอกว่านโยบายใหม่นี้ไม่มีผลกับการปล่อย Tweetbot for Mac รุ่นจริงที่จะเปิดขายเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน
ที่มา - Tapbots
สองข่าว แต่ขอรวบเป็นข่าวเดียวครับ
หลังจากนักพัฒนาได้ยืนยันว่า OS X 10.8.1 แก้ปัญหาแบตเตอรี่แล้ว วันนี้ Apple ปล่อยอัพเดต OS X 10.8.1 อย่างเป็นทางการ โดยมีไฟล์อัพเดตเพียง 7MB
และเมื่อไม่กี่วันที่แล้ว Apple ส่ง OS X 10.8.2 ให้นักพัฒนาทดสอบ โดยมีฟีเจอร์ใหม่ ๆ เน้นไปที่ Facebook, iMessage, Game Center และ Reminders
Parallels Desktop ซอฟต์แวร์ virtualization ยอดนิยมบน OS X ออก Parallels Desktop 8 แล้ว โดยปรับปรุงความเข้ากันได้ของ OS X Mountain Lion และ Windows 8
เวอร์ชันจริงจะออกวันที่ 4 กันยายน และผู้ซื้อ Parallels Desktop 7 หลังวันที่ 25 กรกฎาคม สามารถอัพเกรดเป็น Parallels Desktop 8 ได้ฟรี
ที่มา: 9to5Mac










