ในขณะที่แฝดคนละฝาอย่าง LibreOffice เดินหน้าไปได้ดี มีนักพัฒนา-บริษัทร่วมวงสนับสนุนเป็นจำนวนมาก ต้นฉบับอย่าง OpenOffice ที่กลายเป็นโครงการของ Apache Software Foundation (ASF) กลับเงียบๆ ไป จนทำให้นักพัฒนาของฝั่ง LibreOffice ออกมาวิจารณ์ว่าการไปอยู่ใต้เงา Apache ไม่ใช่หนทางที่ถูกต้อง
ฝั่ง ASF เองจึงออกแถลงการณ์แก้ข้อสงสัย โดยบอกว่า ASF มีแนวทางของตัวเองที่เรียกว่า "The Apache Way" ซึ่งไม่จำเป็นต้องเหมือนกับแนวทางการพัฒนาของทีม LibreOffice แต่แนวทางของ Apache นั้นก็พิสูจน์แล้วเช่นกันว่าสามารถพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สดีๆ ได้หลายตัว
- 8 comments
- 1718 reads
- Read more
หลังจากออราเคิลส่งมอบโค้ด OpenOffice.org ให้กับ Apache Foundation ไปก่อนหน้านี้แล้ว วันนี้ทางไอบีเอ็มก็ประกาศตามมาว่าจะส่งโค้ดของ Symphony ซึ่งเป็นชุดออฟฟิศที่ดัดแปลงมาจาก OpenOffice.org อีกทีหนึ่งให้เป็นของ Apache Foundation ด้วยเช่นกัน
ไอบีเอ็มสัญญาว่าจะส่งคนมาช่วยพัฒนา Symphony ต่อไป โดยการมอบโค้ดทั้งหมดให้องค์กรกลางอย่าง Apache Foundation น่าจะช่วยให้นักพัฒนาภายนอกสะดวกใจที่จะเข้าร่วมพัฒนามากขึ้น
โค้ดของ Symphony มีหลายส่วนที่ปรับปรุงเรื่องประสิทธิภาพในการทำงานกับไฟล์ ODF เอาไว้ โค้ดเหล่านี้อาจจะถูกรวมเข้าไปใน OpenOffice.org ในเร็วๆ นี้
ไม่แน่ใจว่าการที่โค้ดทั้งหมดของฝั่ง OpenOffice นั้นถูกรวมไปอยู่ที่ Apache Foundation แล้วทางฝั่ง The Document Foundation (TDF) จะมีท่าทีอย่างใดต่อไป แต่จากการพัฒนาที่ทางฝั่ง TDF เริ่มแยกสายออกไปบางส่วนมาสักพักแล้ว เช่น รุ่นล่าสุดถอด Java ออกทั้งหมดแล้ว ก็อาจจะทำให้การพัฒนาถึงทางแยกอย่างถาวร
ที่มา - ComputerWorld
- 8 comments
- 888 reads
จากข่าว ออราเคิลกลับลำ เตรียมยก OpenOffice.org ให้เป็นของชุมชน วันนี้ประกาศอย่างเป็นทางการแล้ว
โค้ดทั้งหมดของ OpenOffice.org ไม่ว่าจะเป็นส่วนที่เป็นโอเพนซอร์สเดิม (ใช้ GPL) และส่วนที่เป็นโค้ดปิดของออราเคิล จะถูกปรับให้เป็นสัญญาอนุญาตแบบ Apache License และโค้ดทั้งหมดจะถูกยกให้ Apache Software Foundation เป็นคนดูแล
ตามธรรมเนียมของ Apache Software Foundation โครงการใหม่จะต้องเข้าไปอยู่ในสถานะ incubating ก่อน ถ้าสามารถสร้างชุมชนได้มากพอ ก็จะพัฒนาไปสู่โครงการหลักของ Apache ต่อไปในอนาคต
- 18 comments
- 1161 reads
- Read more
หลังจากออราเคิลซื้อซัน และเปลี่ยนนโยบายต่อโครงการโอเพนซอร์สหลายๆ ตัวของซัน จนมีปัญหามากมายไม่ว่าจะเป็นสงครามจาวากับ Apache Harmony, ขึ้นราคา MySQL, ทิ้งโครงการ OpenSolaris และความขัดแย้งกับนักพัฒนาของ OpenOffice.org จนแยกออกไปทำ LibreOffice
ในกรณีของ OpenOffice.org นั้น ออราเคิลมีท่าทีแข็งกร้าวมาโดยตลอด แม้นักพัฒนาส่วนที่ไม่ใช่พนักงานของซัน/ออราเคิลจะแยกออกไปตั้ง Document Foundation/LibreOffice ก็ตาม (ออราเคิลเคยบอกว่าจะพัฒนา OpenOffice.org ต่อไป และ ขอให้ทีมงาน LibreOffice ลาออกจากบอร์ดของ OpenOffice.org)
แต่จู่ๆ สถานการณ์ก็เปลี่ยนแปลงแบบฉับพลัน เมื่อออราเคิลบอกว่าจะเลิกทำชุดออฟฟิศในเชิงพาณิชย์ และเตรียมปล่อย OpenOffice.org ให้เป็นโครงการของชุมชน!
- 33 comments
- 1046 reads
- Read more
คล้อยหลัง LibreOffice 3.3 เพียงไม่กี่ชั่วโมง ทางโครงการต้นทางอย่าง OpenOffice.org ก็ออกรุ่น 3.3 ตัวจริงตามมา
ของใหม่ในรุ่นนี้มีหลายอย่าง ที่สำคัญคงเป็นการเพิ่มฟีเจอร์ให้กราฟ, รองรับข้อมูลใน Calc เพิ่มเป็น 1 ล้านแถวต่อหนึ่งตาราง, ปรับปรุงหน้าต่างสั่งพิมพ์งาน, ปรับปรุง thesaurus เป็นต้น รายการฟีเจอร์เต็มๆ อ่านได้จาก OpenOffice.org 3.3 New Features
ส่วนความแตกต่างระหว่าง OOo 3.3 กับ LibreOffice 3.3 อีกสักพักคงมีคนรีวิวความแตกต่างให้ดูกัน ตอนนี้ก็ลองใช้ไปก่อน ชอบตัวไหนใช้ตัวนั้นครับ
ที่มา - OpenOffice.org, ดาวน์โหลด
- 4 comments
- 1015 reads
Ubuntu นั้นถือหาง LibreOffice อย่างเต็มในศึกสายเลือดกับ OpenOffice.org โดย Mark Shuttleworth ประกาศชัดเจนว่า "Ubuntu รุ่นถัดไปจะใช้ LibreOffice" วันนี้มันมาแล้ว
วันนี้ ทีมพัฒนา Ubuntu ได้เพิ่มแพกเกจของ LibreOffice เข้ามาใน Ubuntu 11.04 Natty Narwhal แล้ว โดยจะแทน OpenOffice.org ที่เคยเป็นชุดออฟฟิศมาตรฐานมานาน ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เราจะเห็น LibreOffice ใน Ubuntu 11.04 ตัวจริงแน่นอน
ตอนนี้ LibreOffice รุ่นล่าสุดคือ RC4 ถ้าอยากทดลองใช้ก่อนก็มี PPA ครับ
ที่มา - OMG Ubuntu
- 13 comments
- 1493 reads
ออราเคิลเปิดตัว Cloud Office ชุดออฟฟิศบนเว็บ ซึ่งจะมาแข่งกับ Google Docs และ Office 365 ของไมโครซอฟท์
รายละเอียดของ Cloud Office ตอนนี้ยังมีน้อยมาก ภาพหน้าจอยังหาแทบไม่มี (พอดูหน้าตาได้จากวิดีโอโปรโมทของออราเคิลเอง) ออราเคิลบอกเพียงว่าจะแยกเป็น 2 เวอร์ชันคือ
- Cloud Office Professional Edition สำหรับองค์กรซื้อให้พนักงานใช้
- Cloud Office for Service Providers สำหรับโอเปอเรเตอร์และ ISP ที่จะนำไปขาย/ให้บริการลูกค้าของตัวเองต่อ
ในเดโมของออราเคิลแสดงการทำงานของ Cloud Office ทั้งบน iPhone และ iPad ให้เห็น แต่ยังไม่มีรายละเอียดเรื่องนี้เช่นกัน
- 13 comments
- 1468 reads
- Read more
หลังจากออราเคิลแสดงท่าทีชัดเจนว่าจะไม่ร่วมมือกับ LibreOffice นักพัฒนา OpenOffice.org ชาวเยอรมัน (ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ OpenOffice.org) ที่ไม่ใช่พนักงานของซัน-ออราเคิลได้เข้าชื่อกัน 33 คน ประกาศสนับสนุน LibreOffice แทน
การประกาศลาออกครั้งนี้ทำให้ทีมภาษาเยอรมันของ OpenOffice.org แทบไม่มีเหลือ ในจดหมายให้เหตุผลไว้ว่าทีมงานไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้กับโครงการ OpenOffice.org ในปัจจุบัน จึงย้ายไปทำงานกับ LibreOffice ซึ่งยังคงเป้าหมายเดิมของพวกเขาไว้ได้
- 33 comments
- 1655 reads
Lotus Symphony คือซอฟต์แวร์ของ IBM ที่พัฒนาต่อจาก OpenOffice.org แต่เขียนส่วนติดต่อผู้ใช้ของตัวเองขึ้นมาครอบแทน ตอนนี้มันออกรุ่น 3.0 แล้ว
Lotus Symphony 3 พัฒนาจาก OpenOffice.org 3.x จึงได้ฟีเจอร์ใหม่ๆ ตามมาด้วย โดยเฉพาะความสามารถในการอ่านฟอร์แมตเอกสารเพิ่มมาอีกหลายแบบ รายการของใหม่ทั้งหมดอ่านได้จาก Release Notes
Lotus Symphony ประกอบด้วยโปรแกรม 3 ตัวในชุดคือ Documents, Presentations, Spreadsheets ทำงานได้บนวินโดวส์ แมค และลินุกซ์ ตัวนี้ไม่ใช่โอเพนซอร์สแต่สามารถดาวน์โหลดได้ฟรี
ที่มา - OMG Ubuntu
- 14 comments
- 1160 reads
ศึกภายในระหว่างออราเคิลในฐานะเจ้าของใหม่ของ OpenOffice.org กับ The Document Foundation ที่แยกตัวออกไปตั้ง LibreOffice ยังไม่จบง่ายๆ
ในการประชุมคณะกรรมการของ OpenOffice.org หรือที่เรียกว่า "OOo community council" ประธานคือนาย Louis Saurez-Potts ซึ่งเป็นผู้จัดการของออราเคิล (เดิมอยู่กับซัน) ได้ขอให้กรรมการที่นั่งควบเก้าอี้ของ OOo community council กับ Document Foundation ลาออกจากตำแหน่งใน OOo community council โดยให้เหตุผลเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างสองโครงการ
ท่าทีของ Louis Saurez-Potts ทำให้เราเดาได้ว่าออราเคิลมอง LibreOffice เป็นศัตรูแน่นอน
ที่มา - Ars Technica, Slashdot
- 17 comments
- 1355 reads
ไมโครซอฟท์โพสต์วิดีโอความยาวเกือบ 3 นาทีลงใน YouTube ของ officevideos โดยเป็น "คำพูด" ของผู้ที่ใช้ OpenOffice.org แล้วบอกว่าไม่ดีอย่างไร
ตอนนี้วิดีโอโดนเก็บไปเรียบร้อยแล้ว (เหลือแต่ภาพ thumbnail ของวิดีโอ ดูได้ท้ายข่าว) แต่ทาง Ars Technica รายงานว่าในวิดีโอนี้รวมคำพูดจากผู้ใช้ 17 ราย ซึ่งส่วนมากมาจากกรณีศึกษาบนเว็บไซต์ของไมโครซอฟท์ ผู้ใช้ 14 รายพูดเรื่องค่าใช้จ่ายแฝงของ OpenOffice.org, ปัญหาเรื่องความเข้ากันได้, ประสิทธิภาพในการทำงานที่แย่กว่า ฯลฯ และอีก 3 รายบอกว่าได้เปลี่ยนกลับมาใช้ Microsoft Office แล้ว
ผมคิดว่าความเห็นส่วนมากเห็นตรงกันว่า Microsoft Office ย่อมดีกว่า แต่พอเทียบคุณภาพต่อราคาแล้ว OpenOffice.org ก็เหลือเฟือต่อความต้องการของผู้ใช้ส่วนใหญ่ครับ
ที่มา - Ars Technica
- 38 comments
- 1422 reads
- Read more
หลังจาก กลุ่มนักพัฒนา OpenOffice.org แยกตัวจากออราเคิล ประกาศโครงการใหม่ LibreOffice ออราเคิลก็เงียบหายไม่พูดอะไร ปล่อยให้ทุกคนสงสัยว่าออราเคิลยังจะทำ OpenOffice.org ต่อไปหรือไม่
แต่ล่าสุดออราเคิลออกมาประกาศแล้วว่า จะเข้าร่วมงาน ODF Plugfest ที่เบลเยียมในสัปดาห์นี้ และพนักงานของออราเคิล (ทีม StarOffice เดิม) จะพัฒนา OpenOffice.org ต่อไป
ออราเคิลยังไม่ตอบคำถามเรื่อง Document Foundation เรียกร้องให้ออราเคิลบริจาคชื่อ OpenOffice.org กลับคืนสู่ชุมชน ดูแนวทางแล้วเราคงต้องเลือกใช้ระหว่างพี่น้อง 2 โปรแกรมนี้ครับ
ที่มา - Computerworld
- 6 comments
- 945 reads
และแล้วก็มีวันนี้จนได้
หลังจากที่โครงการพี่น้องอย่าง OpenSolaris ประกาศแยกตัวออกจากออราเคิล และไปตั้งโครงการใหม่ (fork) ในชื่อ Illuminos ก็ถึงคราว OpenOffice.org ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สอีกตัวของซัน
ชุมชนนักพัฒนา OpenOffice ได้ประกาศตั้งองค์กรไม่แสวงผลกำไร Document Foundation ขึ้นมาแทนการกำกับดูแลโดยซัน/ออราเคิล และนำซอร์สโค้ดของ OpenOffice เดิมมาออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในชื่อ LibreOffice
- 47 comments
- 3284 reads
- Read more
หมายเหตุ Blognone: เรายินดีเปิดพื้นที่ให้กับทั้งทางเครือ TAG และ OSDev ชี้แจงข้อมูลจากทั้งสองฝ่ายครับ ถ้าใครมีคนรู้จักทำงานในเครือ TAG ฝากช่วยติดต่อกลับมาที่ผมด้วยครับ - mk
TAG เจ้าของนิตยสารอย่าง PC World Thailand, PC Today และงาน ComWorld ได้ตัดสินใจทิ้งจริยธรรมสื่อไปเมื่อใดไม่มีใครทราบ แต่ปรากฏกิจกรรมที่เจตนาดิสเครดิต OpenOffice.org ด้วยกลยุทธ์ FUD (fear, uncertainty, and disinformation) มาตั้งแต่ต้นปี
- 64 comments
- 7716 reads
- Read more
Jonathan Schwartz อดีตซีอีโอของซัน ที่เคยประกาศลาออกผ่าน Twitter หลังการควบกิจการของซันกับออราเคิลเสร็จสมบูรณ์ ได้เปิดบล็อก What I Couldn't Say… เล่าเรื่องที่เขาเคยเล่าไม่ได้ในตำแหน่งซีอีโอของบริษัท
เขียนบล็อกได้ไม่กี่ตอน ก็มีประเด็นให้เป็นข่าวเสียแล้ว เพราะเขาเล่าว่าในปี 2003 เมื่อซันเปิดตัวระบบเดสก์ท็อปสามมิติ Project Looking Glass เขาได้รับโทรศัพท์จากสตีฟ จ็อบส์ทันทีว่า เอฟเฟคต์สามมิตินั้นละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของแอปเปิล และขู่ว่าถ้าซันเริ่มขาย Looking Glass เมื่อไร เขาจะฟ้องซันแน่นอน
คำตอบของ Schwartz ในตอนนั้นคือ ขู่จ็อบส์กลับว่าโปรแกรม Keynote ของแอปเปิล เลียนแบบโปรแกรม Concurrence บนระบบปฏิบัติการ NeXTSTEP ของบริษัท Lighthouse Design (บริษัทเก่าของ Schwartz ซึ่งถูกซันซื้อกิจการในปี 1996 จ็อบส์นั้นชื่นชอบโปรแกรมนี้มาก ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้เขาสั่งทำโปรแกรม Keynote ในภายหลัง) ทำให้จ็อบส์เงียบไป
- 47 comments
- 3471 reads
- Read more




