หลังจากปล่อยให้ผู้ใช้รอกันมานาน ล่าสุดผู้ผลิตชิปกราฟิก และ SoC รายใหญ่อย่าง NVIDIA ประกาศเข้าร่วมกับ Linux Foundation แล้ว นั่นเท่ากับว่าองค์กรดังกล่าวมีผู้ผลิตชิปกราฟิกรายใหญ่บนพีซีครบสามค่ายหลัก หลังจากอินเทล และ AMD เข้าร่วมกับ Linux Foundation ไปก่อนแล้ว
การที่เข้าร่วมของ NVIDIA ครั้งนี้จะมีส่วนกับประสิทธิภาพของไดรเวอร์ชิปกราฟิกบนลินุกซ์ในอนาคตทั้งในส่วนของพีซี และมือถือที่ใช้ชิป Tegra อย่างแน่นอน โดยทางฝั่งมือถือเองผู้ผลิตชิปกราฟิกอีกเจ้าอย่าง Broadcom ก็เพิ่งเข้าร่วมเช่นกัน
Scott Pritchett รองประธานฝ่ายซอฟต์แวร์บนแพลต์ฟอร์มลินุกซ์ออกมาพูดถึงการเข้าร่วมกับ Linux Foundation พอเป็นพิธีว่า "การเป็นสมาชิกใน Linux Foundation จะช่วยเร่งการทำงานร่วมกันกับองค์กร และบุคคลที่กำหนดอนาคตของลินุกซ์ให้มีประสบการณ์ใช้งานที่ดีกับผู้ใช้ และนักพัฒนาไปพร้อมกัน"
... ใครที่ใช้พีซีการ์ดจอค่ายเขียวอยู่ก็ยินดีด้วยครับ
ที่มา - The INQUIRER
Qualcomm และ NVIDIA ได้ประกาศว่าจะจัดส่งแท็บเล็ตที่มาพร้อมกับ Windows on ARM (WOA) ให้กับนักพัฒนาที่ได้รับเชิญ โดย Qualcomm นั้นจะส่งฮาร์ดแวร์ที่ใช้หน่วยประมวลผลดูอัลคอร์ Snapdragon S4 รุ่น MSM8960 ที่รองรับเครือข่าย 4G แบบ LTE ในตัว ส่วนทาง NVIDIA จะส่งฮาร์ดแวร์ที่ใช้หน่วยประมวผล 4+1 คอร์ Tegra 3 แต่ทั้งสองบริษัทก็ไม่ได้ระบุเวลาที่ชัดเจนแต่อย่างไร
คาดว่าคงจะมีคนนำฮาร์ดแวร์ทั้งสองค่ายมาทดสอบอีกครั้ง หลังจากที่การทดสอบคราวก่อนแสดงให้เห็นว่า Snapdragon S4 สามารถเอาชนะ Tegra 3 ไปเป็นเท่าตัว
ที่มา: Engadget
เทคโนโลยี DirectTouch ของ NVIDIA ที่อยู่ใน Tegra 3 เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยลดโหลดของ touch controller บนระบบจอสัมผัสต่างๆ ที่ต้องประมวลผลการสัมผัสหน้าจอของผู้ใช้อยู่ตลอดเวลา โดยย้ายโหลดเหล่านี้ไปประมวลผลใน Tegra 3 แทน
ข้อดีของมันคืออัตราการวัดการสัมผัสที่แม่นยำกว่าเดิม โดยเฉพาะกรณีที่สัมผัสหลายจุดมากๆ พร้อมกัน (ดูวิดีโอประกอบ)
NVIDIA ได้พาร์ทเนอร์มาก่อนหน้านี้แล้ว 3 รายคือ N-Trig, Raydium, Focaltech ที่จะผลิตฮาร์ดแวร์ระบบสัมผัสที่รองรับฟีเจอร์นี้ ซึ่งล่าสุด NVIDIA ก็ประกาศชื่อพาร์ทเนอร์ "รายใหญ่" แห่งวงการระบบสัมผัสอีก 3 ราย ได้แก่ Atmel, Cypress, Synaptics (รายหลังเราคงคุ้นชื่อกันดีจากการทำทัชแพด)
NVIDIA เพิ่งประกาศจับมือพาร์ทเนอร์ ทำชิป LTE ให้กับ Tegra 3 แต่หลังจากนั้นไม่นาน ก็เปิดตัวผลิตภัณฑ์ชิปสื่อสาร Icera ของตัวเองที่เป็นรุ่น LTE เช่นกัน
ชิปตัวใหม่ในตระกูล Icera มีชื่อเต็มๆ ว่า NVIDIA Icera 410 LTE ซึ่งเราคงได้เห็นมันในผลิตภัณฑ์ตระกูล Tegra 3 อีกไม่นานจากนี้
Icera 410 LTE สามารถบริการการสื่อสารด้วยเสียงบน LTE (Voice Over LTE หรือ VoLTE) เชื่อมกับเครือข่าย 3G ปกติได้ โดยใช้เทคนิคที่เรียกว่า Single Radio Voice Call Continuity (SRVCC) (ดูรายละเอียดในข่าวเก่า Qualcomm/Ericsson เริ่มทดสอบการเชื่อม Voice over LTE กับเครือข่าย 3G เดิม) และนอกจากนี้จะโชว์การเล่นเกมแข่งกันผ่านเครือข่าย LTE ที่สามารถสลับไปมาระหว่างเครือข่าย 2G/3G ได้กรณีออกนอกพื้นที่
ที่มา - NVIDIA Blog
NVIDIA มีรากฐานมาจากตลาดจีพียู (GeForce) และภายหลังก็ขยายมาทำซีพียูบนมือถือ (Tegra) สิ่งที่ยังขาดอยู่คือชิปสื่อสารไร้สายหรือที่เราเรียกกันว่า "เบสแบนด์" ซึ่งบริษัทก็แก้ปัญหาโดยซื้อกิจการ Icera เมื่อกลางปีที่แล้ว และเราเริ่มเห็นดอกผลของมันใน ZTE Mimosa X ที่ใช้หน่วยประมวลผลของ NVIDIA ครบชุดทั้งสามชิ้น
แต่ Icera เองก็มีเทคโนโลยีระดับแค่ 3G HSPA+ ยังไม่เพียงพอสำหรับตลาด 4G LTE ที่จะบูมในอนาคตอันใกล้ ทำให้ NVIDIA ต้องรีบจับมือกับพาร์ทเนอร์รายอื่นๆ อีกสองรายคือ GCT Semiconductor และ Renesas Mobile ที่มีเทคโนโลยี LTE ทั้งคู่ ให้ช่วยผลิตชิปโมเด็ม LTE เพื่อใช้คู่กับ Tegra 3
NVIDIA ยังให้ข้อมูลว่าทีม Icera เองก็มีแผนการผลิตชิปสำหรับ LTE เหมือนกัน ดังนั้นอนาคตอันใกล้นี้ เราคงเห็นสินค้าที่ใช้ Tegra 3 และมีความสามารถเชื่อมต่อกับ LTE ผ่านชิปของผู้ผลิตรายต่างๆ หลายราย
จากนี้ไปเราคงคุ้นกับชื่อหน่วยประมวลผล NVIDIA Tegra 3 กันมากขึ้น ตามผลิตภัณฑ์ที่ออกสู่ตลาดกันมากขึ้น
Tegra 3 โฆษณาตัวเองว่าเป็นหน่วยประมวลผลแบบ 4 คอร์ก็จริง แต่ในการทำงานจริง มันยังมี "คอร์พิเศษตัวที่ห้า" ที่คอยทำงานสนับสนุนบางอย่าง เช่น รันงานเบื้องหลังต่างๆ โดยกินไฟต่ำกว่าปกติ ซึ่งจะช่วยลดอัตราการบริโภคพลังงานของ Tegra 3 ทั้งตัวได้ (ข่าวเก่า, ภาพประกอบ)
เดิมที NVIDIA เรียกสถาปัตยกรรมแบบนี้ว่า variable symmetric multiprocessing และเรียกคอร์พิเศษตัวนี้ว่า "ninja core"
แต่ล่าสุด NVIDIA คงเห็นว่าชื่อสถาปัตยกรรมเข้าใจยาก และคู่แข่งเริ่มเปิดตัวหน่วยประมวลผล 4 คอร์กันมากขึ้น ทำให้บริษัทตัดสินใจเปลี่ยนชื่อสถาปัตยกรรมเป็น 4-PLUS-1 แถมจดเครื่องหมายการค้าเรียบร้อย
อีกไม่นานเราคงเห็นมือถือ-แท็บเล็ตที่ใช้ Tegra 3 โฆษณาตัวเองว่า "ไม่ได้มีแค่ 4 คอร์ แต่เป็น 4+1 คอร์นะ"
ที่มา - NVIDIA
ผู้ผลิตมือถือรายใหญ่จากจีนอย่าง ZTE ชิงเปิดตัวมือถือรุ่นใหม่ก่อนงาน Mobile World Congress สัปดาห์หน้า (คาดว่าหลบกระแสข่าวในช่วงนั้นเลยชิงลงมือก่อน) ทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ ZTE Mimosa X, ZTE PF200 และ ZTE N910
ZTE Mimosa X
ตัวแรกคือ ZTE Mimosa X จุดเด่นของมันคือใช้ชิปภายในทั้งหมดจากยักษ์เขียว NVIDIA โดยแบ่งเป็น
- หน่วยประมวลผลคือ Tegra 2 (ไม่ใช่ Tegra 3)
- ชิปโมเด็ม Icera 450 HSPA+ 21Mbps ที่ NVIDIA ซื้อกิจการมาตั้งแต่ปีที่แล้ว (อีกไม่นานคงเห็นการผนวกรวมกันที่ชัดเจนกว่านี้)
เจ้าเม่นสีฟ้า Sonic the Hedgehog ที่ออกภาค 4 Episode I ไปในปี 2010 กำลังจะมีภาคต่อคือ Episode II ในเร็วๆ นี้
การกลับมาครั้งนี้ SEGA จะจับมือกับ NVIDIA ส่งเกม Sonic the Hedgehog 4 Episode II ลงแพลตฟอร์ม Tegra เป็นแพลตฟอร์มแรกในช่วงต้นปี 2012 นี้ แถม SEGA ยังจะทำ Sonic 4 เวอร์ชันปรับปรุงพิเศษสำหรับ Tegra 3 โดยเฉพาะอีกด้วย
แฟนๆ Sonic ที่ใช้เครื่องอื่นก็ไม่ต้องน้อยใจไป เพราะสุดท้ายแล้วเกมนี้จะลง PSN, Xbox LIVE Arcade, iOS, Android และ Windows Phone 7 ด้วยครับ
ที่มา - Android and Me
NVIDIA ได้เปิดตัว CARMA (CUDA on ARM development kit) ซึ่งเป็น CUDA เวอร์ชันที่สนับสนุนซีพียู ARM อย่างเป็นทางการ
การเปิดตัว CUDA บน ARM ครั้งนี้ก็สอดคล้องกับข่าวเก่าที่ได้มีการสร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์ด้วยซีพียู ARM ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยมีจุดประสงค์เพื่อลดการใช้พลังงานของซูเปอร์คอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน
สเปคคร่าวๆ สามารถดูได้ในที่มา ขณะที่รายละเอียดฉบับเต็มยังไม่เป็นที่เปิดเผย ส่วนชุดติดตั้งสำหรับนักพัฒนานั้นจะเปิดให้ดาวน์โหลดได้ในวงจำกัดในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2012 สำหรับท่านที่สนใจสามารถติดตามและลงชื่อรอได้ที่นี่
อนึ่ง CUDA เป็นเครื่องมือสำหรับพัฒนาโปรแกรมแบบขนานให้สามารถรันคำสั่งบน GPU ได้ ซึ่งปัจจุบันจะสนับสนุนการเรียกใช้งาน GPU จากทางฝั่งซีพียูที่เป็น x86 อยู่แล้ว
ที่มา - NVIDIA
เทคโนโลยีการพัฒนาซอฟต์แวร์บน GPU นั้นทุกวันนี้มีสองค่ายใหญ่คือ CUDA ของ NVIDIA กับ OpenCL ที่ค่ายอื่นๆ เช่น อินเทล และเอเอ็มดี ใช้งานร่วมกัน ความเสียเปรียบอย่างหนึ่งของ CUDA คือมันเป็นเทคโนโลยีปิดของ NVIDIA เองทำให้ผู้ผลิตรายอื่นๆ ไม่สามารถเข้ามาใช้งานร่วมด้วยได้ และทาง NVIDIA ก็เลือกแก้ปัญหาด้วยการเปิดชั้นคอลไพลเลอร์ด้านล่างที่เป็น LLVM ออกมา
LLVM เป็นโครงสร้างพื้นฐานชั้นล่างสำหรับการพัฒนาคอมไพลเลอร์ที่แยกชั้นระหว่างตัวภาษากับสถาปัตยกรรมที่ใช้รันจริง โดยการสร้าง intermediate form (IF) จากคอมไพลเลอร์เข้าไปยัง LLVM แล้วจึงให้ LLVM สร้างโค้ดแอสแซมบลีออกมาให้อีกที การเปิดซอร์สตัว LLVM ออกมาทำให้นักพัฒนาภายนอกสามารถพัฒนาปลั๊กอินเพื่อให้ CUDA รองรับชิปอื่นๆ เช่น เอเอ็มดี หรือจะสามารถใช้ภาษาอื่นๆ เพิ่มเติมได้
ต้องย้ำก่อนจบว่าการเปิดซอร์สนี้เป็นคนละเรื่องกับการโอเพนซอร์ส โดยผู้ที่ขอดูซอร์สและใช้งานได้จะต้องเป็นหน่วยงานวิจัย, หน่วยงานการศึกษา, และนักพัฒนาเครื่องมือพัฒนาเท่านั้น และต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดการใช้งานของทาง NVIDIA
ที่มา - NVIDIA
ASUS Eee Pad Transformer Prime เป็นแท็บเล็ตตัวแรกที่ใช้ซีพียู NVIDIA Tegra 3 และจะเริ่มขายเดือนธันวาคมนี้
ระบบปฏิบัติการที่มากับเครื่องเป็น Android 3.2 ที่จะได้อัพเป็น Android 4.0 ในไม่ช้า แต่เมื่อพูดถึง Android 4.0 เราก็ยังไม่เคยเห็นหน้าตาของมันที่รันบนแท็บเล็ตแบบชัดๆ เลยสักครั้งเดียว
ทาง NVIDIA ในฐานะพาร์ทเนอร์ร่วมดันก็เลยจัดให้ นำ Transformer Prime มารัน Android 4.0 ให้ดูกันชัดๆ ซึ่งโดยรวมแล้วก็ไม่ต่างอะไรจาก Android 3.x มากนัก (ยกเว้นการสร้างโฟลเดอร์ที่เพิ่มเข้ามา)
NVIDIA ประกาศความร่วมมือกับ Barcelona Supercomputing Center ในสเปน สร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์แนวใหม่ที่ไม่เคยมีใครคิดว่ามันจะเป็นไปได้ นั่นคือสร้างจากซีพียูตระกูล ARM
ซูเปอร์คอมพิวเตอร์เครื่องนี้จะใช้ Tegra 3 ที่เพิ่งเปิดตัวหมาดๆ ร่วมกับ GPU ของ NVIDIA เองเพื่อเร่งประสิทธิภาพในการประมวลผล โดยเขียนโปรแกรมได้ผ่าน CUDA ซึ่งเป็นเทคโนโลยีของ NVIDIA เช่นกัน
จุดเด่นของคอมพิวเตอร์เครื่องนี้คือการลดพลังงานที่ใช้ในซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ซึ่งคาดว่าจะลดลงได้ 40% เมื่อเทียบกับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ทั่วไป (เป้าหมายของ Barcelona Supercomputing Center คือลดลงให้ได้ 15-30 เท่าของซูเปอร์คอมในปัจจุบัน)
คอมพิวเตอร์เครื่องนี้จะเสร็จในครึ่งแรกของปี 2012 และจะเผยรายละเอียดของดีไซน์ในงานประชุม SC11 Conference สัปดาห์นี้
ที่มา - NVIDIA, The Inquirer
NVIDIA นำชิป "Kal-El" มาโชว์ตั้งแต่ต้นปี และออกข่าวตามมาอย่างต่อเนื่อง วันนี้มันเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว ภายใต้เครื่องหมายการค้า Tegra 3 ตามคาด
Tegra 3 เป็นหน่วยประมวลผล ARM Cortex A9 แบบ 4 คอร์ มาพร้อมกับหน่วยประมวลผลกราฟิก GeForce แบบ 12 คอร์ มีประสิทธิภาพด้านกราฟิกดีกว่า Tegra 2 ถึง 3 เท่า และประหยัดพลังงานกว่าเดิม 61% ทางบริษัทโฆษณาว่าสามารถเล่นวิดีโอความละเอียดสูงต่อเนื่องได้ 12 ชั่วโมง (ไม่บอกว่าบนอุปกรณ์อะไร)
หลังจากประสบความสำเร็จไม่น้อยกับ Eee Pad Transformer ทางค่าย ASUS ก็เตรียมเปิดตัวแท็บเล็ตรุ่นที่สอง ซึ่งจะใช้ชื่อว่า Transformer Prime และทางผู้บริหารของ ASUS เองก็หยิบเครื่องมาโชว์ที่งาน AsiaD เมื่อสัปดาห์ก่อนแล้ว เหลือแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการเท่านั้น
ตามกฎเกณฑ์ของ FCC (กสทช. ของสหรัฐ) อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อเครือข่ายมือถือจะต้องผ่านการตรวจสอบจาก FCC ก่อน จึงจะวางขายในสหรัฐได้ ซึ่งเป็นเหตุให้ข้อมูลของผลิตภัณฑ์ที่กำลังจะวางขายหลายตัวหลุดออกมาก่อนเปิดตัวนั่นเอง และ Eee Pad Transformer Prime ก็ไม่ถูกยกเว้น
เว็บไซต์ Wireless Goodness ตามเข้าไปดูในฐานข้อมูลของ FCC ที่มีภาพถ่ายฮาร์ดแวร์ภายในของ Transformer Prime และไปเจอของดีเข้า มันคือซีพียูจาก NVIDIA ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ซึ่งก็คงไม่มีตัวอื่นนอกจาก Kal-El (หรือ Tegra 3) ที่มีกำหนดเปิดตัวปลายปีนี้เช่นกัน
ตามข่าวบอกว่า Transformer Prime จะเปิดตัววันที่ 9 พฤศจิกายนนี้ และน่าจะตั้งราคา 499 ดอลลาร์
ที่มา - Wireless Goodness via Android and Me
ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ JAGUAR ของห้องวิจัย Oak Ridge National Laboratory เคยเป็นคอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดในโลกในปี 2009 (ข่าวเก่า) ก่อนจะถูก Tianhe-1A ของจีนแซงในปี 2010 (ข่าวเก่า) (ซึ่ง Tianhe-1A ก็ถูก K-Computer ของญี่ปุ่นโค่นลงในปีนี้ - ข่าวเก่า)
แต่ Jaguar กำลังจะกลับมาอีกครั้ง เพราะ Oak Ridge National Laboratory เพิ่งอนุมัติแผนการอัพเกรด Jaguar ใหม่ให้แรงกว่าเดิมหลายเท่า และคราวนี้มันจะกลับมาในชื่อใหม่คือ "Titan"
บริษัทที่รับงานอัพเกรด Titan คือ Cray เจ้าเดิม (Jaguar ก็เป็นฝีมือของ Cray) ซึ่ง Cray จะนำระบบ Cray XK6 ตัวใหม่ของบริษัทมาใช้กับ Titan
ปลายปีนี้ NVIDIA กำลังจะเปิดตัวชิปตัวต่อจาก Tegra 2 ตอนนี้ก็เริ่มมีรายละเอียดเพิ่มเติม รายละเอียดที่เพิ่มขึ้นมาคือ Kal-El นั้นไม่ใช่เพียงชิป 4 คอร์เช่นคู่แข่งอื่นๆ แต่ภายในจริงๆ นั้นมีอยู่ 5 คอร์ โดยคอร์หนึ่งถูกสร้างขึ้นพิเศษเพื่อทำงานที่ความเร็วต่ำได้ประหยัดพลังงานกว่าคอร์อื่นๆ โดยเรียกเทคโนโลยีนี้ว่า Variable SMP
เว็บไซต์ heise online ของเยอรมนี เผยภาพหลุดแผนการของ NVIDIA ต่อซีพียูสาย Tegra ในอนาคต
แผนการนี้จะต่างไปจากแผนเดิมของ NVIDIA เมื่อต้นปีนี้ จุดต่างสำคัญคือชิปรหัส "Wayne" จะถูกเลื่อนจากปี 2012 เป็นต้นปี 2013 และมีชิป "Kal-El+" แทรกเข้ามาในปี 2012 แทน
นอกจากนี้จะยังมีชิปตัวใหม่ชื่อ Grey (เข้าใจว่ามาจาก Jean Grey) ซึ่งจะออกไล่เลี่ยกับ Wayne แต่จับตลาดสมาร์ทโฟนแทน (Wayne จะจับตลาดซูเปอร์สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต) โดย NVIDIA อาจจะแยกแบรนด์ใหม่ชื่อ Icera มาทำตลาด และจากภาพจะเห็นว่ามันรองรับ Windows Phone ด้วย
คุณ Jen-Hsun Huang ซีอีโอของ NVIDIA ได้ให้สัมภาษณ์กับ CNET สรุปได้ดังนี้
- ณ เวลานี้ NVIDIA ยังเป็นบริษัทเดียวที่ยังแข่งขันกับ Qualcomm อยู่ ซึ่งดูได้จากครึ่งหนึ่งของสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์และ 70% ของแท็บเล็ตที่รันบน Android ใช้ชิปของบริษัท
- คาดว่าภายในปี 2015 รายได้จากธุรกิจชิปสำหรับอุปกรณ์โมบายจะโตขึ้น 10 เท่า (ราว 20 พันล้านดอลลาร์), รายได้จากธุรกิจชิปประมวลผลกราฟิกบนคอมพิวเตอร์จะโตขึ้น 75% (ราว 7 พันล้านดอลลาร์)
- มองว่าถึงแม้ตลาดแท็บเล็ตที่รันบน Android เติบโตช้าในช่วงเริ่มต้น แต่ภายใน 4 ปีนับจากนี้แท็บเล็ตที่รัน Android จะมีส่วนแบ่งตลาดเป็นครึ่งหนึ่งของตลาดแท็บเล็ตทั้งหมด
NVIDIA เปิดตัวร้านขายเกม Tegra Zone สำหรับแท็บเล็ต Android มาสักระยะหนึ่งแล้ว วันนี้ขยายกิจการมาเป็นหน้าเว็บที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ด้วย
เว็บไซต์ Tegrazone.com จะแสดงรายชื่อและข้อมูลเกมบนแพลตฟอร์ม Tegra เช่นเดียวกับเวอร์ชันแอพบนแท็บเล็ต ส่วนที่เพิ่มเข้ามาคือการแชร์เนื้อหาผ่าน social network และกระดานสนทนาสำหรับผู้ใช้ (ส่วนการซื้อแอพจะลิงก์ไปยังหน้าเว็บ Android Market แทน) โดยรวมคงไม่ต่างอะไรจาก Tegra Zone รุ่นแอพมากนัก เป็นอีกช่องทางที่ให้ดูรายการเกมได้สะดวกขึ้นมากกว่า
สำหรับคนที่อาศัยอยู่ในสหรัฐ NVIDIA ยังแจกโชคในโอกาสเปิดตัวหน้าเว็บนี้ โดยจะแจก Acer Iconia A500 จำนวน 5 เครื่อง ใครที่มีสิทธิลุ้นก็ดูรายละเอียดกันเองตามลิงก์ครับ
ที่มา - Android and Me
Jen-Hsun Huang ซีอีโอของ NVIDIA ตอบคำถามนักวิเคราะห์ทางการเงินในการแถลงผลประกอบการไตรมาสที่สอง มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหน่วยประมวลผล Tegra รุ่นถัดไปรหัส "Kal-El" ซึ่งมี 4 คอร์ (ข่าวเก่า)
Jen-Hsun Huang บอกว่า Kal-El มีประสิทธิภาพดีกว่า Tegra 2 มาก และกินไฟน้อยกว่ามาก (so much lower power) โดยทดสอบแล้วกินไฟน้อยกว่า Tegra 2 ในทุกการทดสอบ
เขาไม่ตอบคำถามเรื่อง Ice Cream Sandwich ที่น่าจะเปิดตัวพร้อม Kal-El แต่บอกเพียงว่า NVIDIA กำลังทำงานร่วมกับกูเกิลอย่างใกล้ชิด ถึงแม้จะมีข่าวว่าคู่แข่งอย่าง TI จะได้เป็นฮาร์ดแวร์มาตรฐานของ Ice Cream Sandwich ก็ตาม
ที่มา - Seeking Alpha, Android and Me








