Tags:
Cisco

ข่าวลือจากสำนักข่าว Bloomberg ระบุว่าซิสโก้กำลังจ้างธนาคาร Barclays เพื่อจัดการขายกิจการส่วนของ Linksys ที่เน้นสินค้าสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและอุปกรณ์สำหรับผู้ใช้ตามบ้านออกไป

ซิสโก้เข้าซื้อแบรนด์ Linksys มาตั้งแต่ปี 2003 ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าซิสโก้จะฆ่า "แบรนด์" ไปเฉยๆ (แต่ยังขายสินค้าต่อ) แต่แม้ทุกวันนี้โลโก้ของซิสโก้บนสินค้า Linksys จะชัดเจนขึ้น แต่แบรนด์ก็ยังคงอยู่

ข่าวลือนี้ไม่ใช่รอบแรก ปีที่แล้วก็มีข่าวลือเดียวกันว่าซิสโก้จะขาย Linksys พร้อมๆ กับ WebEx หลังจากไม่ประสบความสำเร็จกับสินค้าสำหรับผู้ใช้ตามบ้านอย่าง Flip

ที่มา - Bloomberg

Tags:
Cisco

แนวการการกำหนดพฤติกรรมเน็ตเวิร์คด้วยซอฟต์แวร์ หรือ Software Defined Network (SDN) ด้วยแพลตฟอร์มเปิด เช่น OpenFlow นั้นกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ทางซิสโก้ก็กระโดดลงตลาดนี้แล้ว ในชื่อแพลตฟอร์ม Open Network Environment (ONE)

โดยหลักแล้ว Cisco ONE คือการเปิด API ให้กับ IOS, IOS-XR, และ NX-OS ให้นักพัฒนาสามารถเข้าไปจัดการการทำงานได้ลึกกว่าปกติ โดยชุดพัฒนานั้นมีชื่อว่า ONE platfrom kit หรือ ONEpk รองรับภาษา C, Java, และ Python

นอกจาก API ของตัวเองแล้วซิสโก้ยังสัญญาว่าจะสร้าง OpenFlow agent สำหรับ Catalyst 3750-X และ 3560-X ด้วยแม้จะเป็นเพียงตัวทดสอบเท่านั้นก็ตาม

เบต้าจะออกปลายปีนี้ บริษัทเน็ตเวิร์คอาจจะต้องเตรียมโปรแกรมเมอร์กันจริงๆ ก็งานนี้

ที่มา - The Register, Cisco

Tags:

Ubiquiti Networks บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ไร้สายชื่อดัง มีสินค้าที่น่าสนใจและขายดีอยู่หลายตัว ซึ่งผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย (WISPs) ในบ้านเรา (อาทิ Winet (TOT), 3BB Hotspot (3BB), Airnet (AIS) น่าจะรู้จักกันดีไม่แพ้ผู้ผลิตรายอื่น อย่าง Cisco, Motorola, Wavion, Proxim เป็นต้น

และเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2555 ที่ผ่านมา Ubiquiti ได้เปิดให้จองผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ในชื่อ AirFiber เป็นอุปกรณ์ประเภท Wi-Fi สำหรับทำลิงก์เชื่อมต่อระยะใกลใช้ในพื้นที่ ที่ยากหรือไม่สะดวกในการเดินสายสัญญาณ โดยใช้วิธีการ รับ-ส่ง ข้อมูลในรูปแบบไร้สาย (Wireless Backhaul) เหมาะสำหรับใช้งานประเภททำลิงก์เชื่อมต่อ จุดต่อจุด (Point-to-Point: P2P)

ตัวอุปกรณ์ทำงานในคลื่นความถี่ 24GHz ใช้เทคโนโลยีการส่งข้อมูล Hybrid Division Duplex (HDD) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเฉพาะ (proprietary) ของ Ubiquiti Networks ทำให้ได้ความเร็วในการ รับ-ส่ง ข้อมูลสูงถึง 1.4Gbps ซึ่งเร็วและอยู่ในราคาที่คนทั่วไปสามารถเป็นเจ้าของได้

เปิดให้จองแล้ว สนนราคาที่ $2,995 และสั่งขั้นต่ำ 2 ตัวขี้นไป

เฉพาะสหรัฐอเมริกาเท่านั้น เมืองไทยยังอดเช่นเคย เชิญรับชมวีดีโอแนะนำผลิตภัณฑ์ได้ที่ท้ายเบรคครับ

Tags:

เราจะได้เห็น Juniper ค่ายผู้ผลิตอุปกรณ์เน็ตเวิร์กรายใหญ่คู่แข่งของ Cisco เปิดตัวผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่สนับสนุนโปรเจ็กต์ Stratus ของตัวเอง ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มด้านดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์คอมพิวติงในปีหน้าแน่นอน อันประกอบด้วยสวิตช์และเราเตอร์ที่เชื่อมโยงเข้าหากันในรูปของ Virtual Chassis

Juniper ได้ร่วมมือกับ IBM พัฒนาโครงการ Stratus เพื่อยุบรวม switching fabric ระดับต่างๆ ไว้ในฮาร์ดแวร์ชุดเดียวกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดความล่าช้าในการส่งข้อมูลบนระบบคลาวด์

Tags:
Juniper

Juniper นั้นแม้จะมีชื่ออยู่พอตัวในกลุ่มสินค้าเราท์เตอร์แกน (Core Router) แต่ด้วยขนาดบริษัทแล้ว ความครบของสินค้าก็ยังขาดเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างซิสโก้อยู่พอตัว ล่าสุด Juniper ก็เข้าซื้อ Trapeze Networks ผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายไร้สายระดับองค์กรมาเสริมให้ครบช่วงแล้ว

ก่อนหน้านี้ Juniper มีเพียง AX411 ที่เป็น Access Point เป็นสินค้าในกลุ่มเครือข่ายแลนไร้สายเพียงตัวเดียว แต่สินค้าจาก Trapeze Networks นั้นมีความสามารถในการจัดการช่องสัญญาณได้ดีขึ้น ตลอดจนเทคโนโลยี mesh

การซื้อขายครั้งนี้มีมูลค่า 152 ล้านดอลลาร์ ไม่แพงนักหาก Juniper สามารถทำตลาดได้ดี เพราะบริษัทวิจัยอย่าง Dell'Oro Group คาดว่าตลาดนี้มูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 3.4 พันล้านดอลลาร์ในปี 2014

ที่มา - eWeek

Tags:
Cisco

ซิสโก้ออกประกาศคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาสที่สี่ระหว่างเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงเดือนมกราคมปีหน้าว่า อัตราการเติบโตของบริษัทน่าจะอยู่ที่ 3-5% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้กว่าครึ่ง

การคาดการณ์นี้ทำให้นักลงทุนกลัวว่าซิสโก้กำลังเติบโตช้ากว่าตลาดโดยรวม ส่งผลให้หุ้นซิสโก้ตกอย่างหนักรวม 16% ภายในวันเดียว นับเป็นการตกที่หนักที่สุดนับแต่ปี 1994 และยังส่งผลไปถึงหุ้นเทคโนโลยีอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นไมโครซอฟท์, เอชพี, F5, หรือกระทั่ง Juniper คู่แข่งของซิสโก้เองที่ลงไปอยู่ในแดนลบกันโดยถ้วนหน้า

อย่างไรก็ตามซิสโก้ระบุว่าบริษัทน่าจะกลับมาเติบโตได้อย่างแข๋งแกร่งที่ 12-17% ต่อปีได้ในระยะยาว

ที่มา - Reuters

Tags:
Cisco

ช่วงหลังๆ บริษัทไอทีทั้งหลายเริ่มกลยุทธ์แนวดิ่ง (Vertical Integration) กันเป็นการใหญ่ ผลพวงจากกลยุทธ์เช่นนี้ทำให้บริษัทเน็ตเวิร์คเช่นซิสโก้หันมาทำเซิร์ฟเวอร์ และบริษัทเซิร์ฟเวอร์อย่างเอชพีหันมาจับตลาดอุปกรณ์เครือข่ายผ่านการควบรวมกับ 3Com/H3C ทำให้ความร้าวฉานฝังรากลึกลงเรื่อยๆ จนวันนี้เอชพีก็ออกมาประกาศเองว่าศูนย์ข้อมูลของบริษัททั้งหกแห่งนั้นปลอดจากซิสโก้โดยสมบูรณ์แล้ว

เราท์เตอร์ที่นำมาใช้งานแทนซิสโก้นั้นเป็นเราท์เตอร์ตระกูล A ของเอชพีเองทั้งหมด โดยเอชพีอ้างว่าการย้ายอุปกรณ์ทั้งหมดทำได้โดยไม่ต้องเสียเวลาดาวน์ระบบแม้แต่น้อย

เอชพีเตรียมให้รายละเอียดการย้ายศูนย์ข้อมูลนี้ในงาน HP IT Forum ในเดือนพฤศจิกายนนี้

ที่มา - HP

Tags:
IPv6

Blognone เสนอข่าวของ IPv6 มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปัญหา IPv4 ใกล้หมด (ซึ่งเป็นปัจจัยผลักดันสำคัญให้คนย้ายไปใช้ IPv6)

การประเมินก่อนหน้านี้คือ IPv4 จะหมดในปี 2013 (ประเมินปี 2008) และลดลงมาเหลือ 2012 (ประเมินเมื่อต้นปีนี้) ล่าสุดทางซีอีโอของ American Registry for Internet Numbers ซึ่งเป็นผู้บริหารจัดการหมายเลขไอพีของภูมิภาคอเมริกาเหนือ ได้ให้สัมภาษณ์ว่าปริมาณ IPv4 เหลือใช้ได้อีกไม่ถึง 1 ปีดี (ถ้านับจากวันนี้ก็คือหมดประมาณกลางปี 2011) ถ้าคิดเป็นสัดส่วนคือเหลือแค่ 6% เท่านั้น

อัตราการใช้งานหมายเลขไอพีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นเพราะช่วงอินเทอร์เน็ตบูมเมื่อสัก 3-4 ปีที่ผ่านมา รวมถึงความนิยมในอุปกรณ์ชนิดใหม่ๆ ที่ต่ออินเทอร์เน็ตได้อย่างสมาร์ทโฟน เป็นต้น และทางแก้ที่เตรียมการกันไว้คือการใช้ IPv6 ก็ยังไม่ถูกดำเนินการกันมากนัก

ที่มา - ReadWriteWeb

Tags:

ปลายปี 2012 โลกอาจจะยังไม่แตกอย่างที่หลายๆ คนคิด แต่อินเทอร์เน็ตนั้นกำลังจะไม่มีทางเติบโตอีกต่อไป เนื่องจาก IPv4 หมดลงภายในอีก 590 วัน และยังเหลือให้ลูกค้ารายย่อยไปขอใช้อีก 958 วัน (IPv4 Countdown)

The Number Resource Organization (NRO) ตัวแทนของหน่วยงานจดทะเบียนหมายเลขไอพี 5 หน่วยงานได้ออกรายงานฉบับล่าสุดระบุว่าหมายเลขไอพีได้ลดลงต่ำกว่าร้อยละ 10 เป็นครั้งแรก กระทั่งบล็อคที่ไม่เคยมีการใช้งานเช่น 1.0.0.0/8 นั้นก็ถูกแจกจ่ายออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ภาวะเช่นนี้ ประกอบกับความล่าช้าในการย้ายไปสู่ระบบ IPv6 ทำให้ค่อนข้างแน่ชัดว่าจะไม่มีการย้ายแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่โลกของเรากำลังจะใช้ IPv4 จนหมดและคนที่เหลือจะถูกบังคับให้ใช้ IPv6 ไปเอง ข้อเสียของแนวทางนี้คือการเปลี่ยนแปลงจะไม่มีการทดสอบอย่างค่อยเป็นค่อยไป เราอาจจะต้องแปลกใจที่ลูกค้าจำนวนมากไม่สามารถเข้าเว็บใหม่ที่เพิ่งตั้งขึ้นมาได้ เนื่องจากเครื่องเซิร์ฟเวอร์เป็น IPv6 หรือไม่เราก็อาจจะเจอมหกรรม NAT ครั้งมโหฬาร เราอาจจะได้ใช้ www.google.com:89 www.google.com:90 ... ก็เป็นได้

ส่วนตัวผม หายนะครั้งนี้คือโอกาสทองครั้งใหม่ของบริษัท IT Vendor ทั้งหลาย การอัพเกรดทั้งซอฟต์แวร์, ฮาร์ดแวร์, หรือกระทั่งทั้งระบบจะถูกบังคับอย่างไม่มีทางเลือก ดังนั้นเหลือเวลาอีกสองปีก็เก็บๆ ผู้เชี่ยวชาญไว้ในมือกันได้เลย

ที่มา - ArsTechnica, NRO

ในอดีตการพัฒนาประเทศเริ่มจากการทำการเกษตรให้เข้มแข็ง ปัญหาพื้นฐานของศตวรรษที่ 19 และ 20 คือ การหาอาหารเลี้ยงประชาชนให้พอเพียง หลังจากศตวรรษที่ 19 โลกเริ่มก้าวสู้การปฏิวัติอุตสาหกรรม ผลคือ การผลิตสินค้าจากโรงงานอย่างมีประสิทธิภาพ การกระจายสินค้าออกสู่ตลาดอย่างทั่วถึงกลายเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นการสื่อสารคมนาคมจึงได้ถูกปรับปรุงอย่างรวดเร็วทั่วโลก อันที่จริงแล้วความสำคัญของการสร้างถนนเพื่อการเดินทางอย่างรวดเร็วนั้นเป็นที่ประจักษ์ตั้งแต่สมัยโรมัน หรือสมัยราชวงศ์ฉินและฮั่น รวมทั้งสมัยโตกุกาว่าในญี่ปุ่น แต่ยังมุ่งเน้นการใช้งานในแง่การสื่อสารเพื่อการปกครองมากกว่า แต่การปฏิวัติอุตสาหกรรมทำให้การสร้างระบบคมนาคมเป็นหัวใจสำคัญยิ่งที่จะเชื่อมโยง แหล่งผลิตวัตถุดิบ โรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้า ตลาด และ ลูกค้าเข้าด้วยกัน เริ่มจากระบบรถไฟในสมัยวิคตอเรียที่กระจายทั่วยุโรป ระบบถนนที่ถูกผลักดันโดยการสร้าง เอาโตบาห์นในเยอรมันและระบบ อินเตอร์เสตทไฮเวย์ในสหรัฐ ท่าเรือระดับโลกในหลายประเทศ ประเทศที่มีระบบคมนาคมที่ดีจะมีค่าขนส่งต่ำทำให้เกิดขีดความสามารถในการแข่งขันที่ดีกว่าประเทศอื่น ประเทศไทยเราเองก็ทุ่มเทงบประมาณอย่างมหาศาลในการสร้างระบบขนส่งคมนาคมมาจนทุกวันนี้ ทำให้ไทยมีระบบการขนส่งที่ดีขนาดหนึ่ง อย่างไรก็ดีโลกได้เริ่มเปลี่ยนไป แนวทางการพัฒนาเหล่านี้ที่เคยได้ผลจะกลายเป็นของล้าสมัย