Microsoft Security Essentials
Tags:
MSE

เมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา มีผู้ใช้จำนวนหนึ่งรายงานว่าไม่สามารถเข้าถึง Google Chrome ได้หรือกระทั่งไฟล์โปรแกรมดังกล่าวหายไปจากเครื่อง หลังจาก Microsoft Security Essentials (MSE) แจ้งเตือนว่าพบมัลแวร์ PWS:Win32/Zbot และผู้ใช้ทำการสั่งลบมัลแวร์ดังกล่าวออกไป

ต่อมาไมโครซอฟท์ได้ออกมาขอโทษผ่านเว็บไซต์ Malware Protection Center โดยชี้แจงปัญหาว่าเกิดความผิดพลาดขึ้นในการตรวจสอบมัลแวร์ดังกล่าว ทำให้ MSE ได้บล็อคการเข้าถึงหรือกระทั่งลบไฟล์โปรแกรม Google Chrome ซึ่งบริษัทก็ได้รีบปล่อยอัพเดต signature เวอร์ชันใหม่ (1.113.672.0) สำหรับผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบต้องเข้าไปอัพเดต signature ดังกล่าวด้วยตัวเองผ่านทาง MSE ก่อนแล้วค่อยติดตั้ง Google Chrome อีกครั้ง

ไมโครซอฟท์บอกว่ามีผู้ที่ได้รับผลกระทบราว 3,000 ราย แต่รายงานก็ไม่ได้ระบุว่าผู้ใช้ Forefront ได้รับผลกระทบหรือไม่ เพราะหากผู้ใช้ Forefront ได้รับผลกระทบด้วยก็น่าจะมีผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบมากกว่านี้มาก

ที่มา: ZDNet

Tags:
MSE

เว็บไซต์ AV-Test ซึ่งเป็นสถาบันทดสอบโปรแกรมแอนตี้ไวรัสอิสระ นำซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสจำนวน 22 ตัวมาทดสอบ โดยใช้กรณีทดสอบตามสภาพใช้งานจริงๆ ของผู้ใช้ (real world test) ผลปรากฏว่ามีซอฟต์แวร์ที่ "ผ่านเกณฑ์" ขั้นต่ำของ AV-Test จำนวน 17 ตัว

สำหรับ Microsoft Security Essentials หรือ MSE ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่ไมโครซอฟท์แจกฟรีสำหรับผู้ใช้วินโดวส์แท้ ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำของ AV-Test แต่กลับได้คะแนนส่วนของการป้องกันไวรัสและมัลแวร์ใหม่ๆ ไม่เยอะนัก (2.5 เต็ม 6 อันดับรองบ๊วย) ได้คะแนนส่วนการซ่อมแซมระดับปานกลางคือ 3.5 เต็ม 6 และได้คะแนน usability (ไม่หน่วงเครื่องและไม่แจ้งผิด) เกือบเต็ม 5.5 เต็ม 6

แชมป์ของการทดสอบนี้คือ BitDefender Internet Security Suite 2011 ได้คะแนน 3 หมวด 6.0/4/5.5 ตามลำดับ ตารางคะแนนดูได้จาก AV-Test

ที่มา - Infoworld

Tags:

ปัญหาเรื่อง Microsoft Security Essentials กับบริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสยังมีอยู่เรื่อยๆ

ล่าสุดไมโครซอฟท์เริ่มเสนอ MSE ให้กับผู้ใช้วินโดวส์ผ่าน Microsoft Update (เป็นซูเปอร์เซ็ตของ Windows Update) ในสหรัฐและสหราชอาณาจักร ถึงแม้จะเป็น optional update แต่คู่แข่งในวงการอย่าง Trend Micro ก็ไม่พอใจกับเรื่องนี้

Tags:

Microsoft Security Essentials นั้นเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคทั่วไป เพราะไมโครซอฟท์กลัวจะไปทับกันเองกับ Forefront ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ความปลอดภัยองค์กรของตัวเอง

แต่ล่าสุดไมโครซอฟท์ได้ปรับเงื่อนไขใน EULA ของซอฟต์แวร์ ให้ธุรกิจ SME สามารถดาวน์โหลด Security Essentials ไปใช้งานได้ฟรี โดยจำกัดจำนวนไว้ที่บริษัทละ 10 เครื่อง เริ่มเปิดให้ดาวน์โหลดช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้

ที่มา - MSDN, ZDNet

Tags:

เมื่อช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาเราคงจะทราบกันดีว่า ไมโครซอฟท์ได้ปล่อย MSE 2.0 Beta ผ่าน MS Connect ซึ่งจะอนุญาตให้ผู้ใช้ในบางประเทศเข้าไปโหลดมาทดสอบได้ แต่ผมไม่แน่ใจว่า เขาใช้วิธีการเช็คจาก IP หรือเช็คจากการตั้งค่าประเทศใน Windows Live ID ซึ่งทำให้ผมที่ใช้ Windows Live ID ของสหรัฐฯ อยู่ สามารถเข้าไปโหลดมาทดลองได้ ก็เลยว่าถือเป็นการดี เก็บมาบอกเล่าให้ชาว Blognone ได้ฟังกันครับ

ตอนนี้ยังสามารถเข้าไปโหลดได้อยู่นะครับ ใครสนใจไปโหลดมาได้จาก Microsoft Connect ได้เลยครับ

Tags:

ไมโครซอฟท์ได้ปล่อย Microsoft Security Essentials (MSE) 2.0 เบต้า รายละเอียดมีดังนี้

  • บูรณาการร่วมกับ Windows Firewall ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเปิดหรือปิด Windows Firewall ในระหว่างการติดตั้ง MSE ได้
  • บูรณาการร่วมกับ Internet Explorer เพื่อเพิ่มการป้องกันจากการโจมตีผ่านเว็บไซต์
  • เอนจิ้นป้องกันมัลแวร์ใหม่
  • ระบบตรวจสอบเครือข่าย เพื่อป้องกันการบุกรุกผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (ฟีเจอร์นี้ไม่สามารถใช้ได้กับ Windows XP เนื่องจากมันไม่มี Windows Filtering Platform (WFP))

ตอนนี้ไมโครซอฟท์เปิดให้ดาวน์โหลดเฉพาะเวอร์ชันภาษาอังกฤษสำหรับผู้อาศัยในสหรัฐฯ และอิสราเอล และเวอร์ชันภาษาโปรตุเกสสำหรับผู้อาศัยในบราซิลเท่านั้น ไมโครซอฟท์ยังกล่าวว่าจะเปิดตัว MSE 2.0 ตัวจริงได้ภายในปีนี้

Tags:

เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทั่วโลกรวมถึงชาวไทยสามารถดาวน์โหลดโปรแกรม Microsoft Security Essentials ชุดป้องกันมัลแวร์ตัวใหม่ที่เป็นภาษาท้องถิ่นได้แล้ว

ใครที่สนใจสามารถดาวน์โหลดได้จากที่นี่ หากหน้าเว็บภาษาอังกฤษ ให้คลิกปุ่ม Download Now แล้วเลือก Locale or Language เป็น Thai ตามลำดับ

ที่มา: Notebook SPEC

Tags:

AV-Test องค์กรทดสอบและให้คำปรึกษาระบบรักษาความปลอดภัยของเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสากล ได้ทดสอบ Microsoft Security Essentials (MSE) ตัวจริง เมื่อวันที่ 29-30 ก.ย. ที่ผ่านมา มีการทดสอบและผลการทดสอบดังนี้

  • ทดสอบกับรายชื่อตัวอย่างไวรัส 3,732 รายการ และการคุกคามอื่นๆ บน WildList ที่จัดทำโดย WildList Organization แหล่งข้อมูลไวรัสที่กำลังแพร่กระจายอยู่ พบว่า MSE ตรวจจับได้ทั้งหมด
  • ทดสอบกับไวรัส เวิร์ม โทรจัน และการคุกคามอื่นๆ จำนวน 545,034 รายการ พบว่า MSE ตรวจจับได้ 98.44%
  • ทดสอบกับแอดแวร์และสปายแวร์จำนวน 14,222 รายการ พบว่า MSE ตรวจจับได้ 90.95%
  • ทดสอบกับรูทคิทจำนวน 25 รายการ พบว่า MSE ตรวจจับและลบออกได้หมด
  • ไม่ได้ทดสอบมัลแวร์ตามพฤติกรรม (behavior) หรือไดนามิกมัลแวร์ เนื่องจาก MSE ไม่มีฟีเจอร์ "dynamic detection"
  • ทดสอบกับมัลแวร์จำนวน 25 รายการ พบ่วาในบางกรณียังเหลือไฟล์ executable ที่ไม่ทำงาน หรือ registry key อยู่

ส่วนความเร็วในการสแกนนั้นพอๆ กับโปรแกรมอื่น

ป.ล. ตอนนี้ใครตั้งเป็นประเทศไทยในวินโดวส์จะไม่สามารถดาวน์โหลด MSE ผ่านเว็บของไมโครซอฟท์ได้แล้ว ให้ดาวน์โหลดจากลิงก์ใน Ars Technica แทน

ที่มา: C|Net

Tags:

ในที่สุดหลังจากเริ่มต้น Microsoft Security Essentials (MSE) เบต้ามาได้สามเดือน (ดูข่าวเก่า 1, ข่าวเก่า 2) ไมโครซอฟท์ก็ได้เปิดตัวชุดป้องกันมัลแวร์ฟรีอย่างเป็นทางการ เพียงแค่ผู้ใช้งานติดตั้งวินโดวส์มีลิขสิทธิ์ถูกต้องเท่านั้นก็สามารถใช้ MSE ได้ฟรี ไม่ต้องลงทะเบียนแต่อย่างไร

MSE เป็นชุดป้องกันมัลแวร์ที่มีพัฒนาการมาจาก Windows Live OneCare โดยสามารถป้องกันไวรัสและสปายแวร์แบบเรียลไทม์ สามารถจัดการได้กับมัลแวร์ที่แพร่หลายอยู่ทั่วไป รวมไวรัสและสปายแวร์ที่เป็นที่รู้จัก (แต่ตัดฟีเจอร์ไฟร์วอลล์ออกไป) มีฟีเจอร์ที่เป็นหัวใจสำคัญของระบบคือ Dynamic Signature Service (DSS) ลองอ่านตามดูได้ที่ ข่าวเก่า 2

โดยเลขรุ่นล่าสุดคือ 1.0.1611.0 รองรับระบบปฏิบัติการวินโดวส์เอ็กพี วิสต้า และวินโดวส์ 7 ทั้งสถาปัตยกรรม 32 และ 64 บิท

ใครอยากใช้สามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บ MSE หรือลิงก์ตรงจากเว็บ Ars Technica

ที่มา: Ars Technica

Tags:

หลังจากไมโครซอฟต์ออกมาเผยว่าจะออก Microsoft Securities Essentials รุ่น Beta ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและสปายแวร์ตัวใหม่ของไมโครซอฟท์ (ตามข่าวเก่า) นั้น วันนี้ก็ถึงเวลาที่จะได้ดาวน์โหลดกันแล้วครับ

โดยผู้ใช้นั้นสามารถที่จะดาวน์โหลดโปรแกรมได้จากเว็บไซต์ Security Essentials (ซึ่งขณะที่ผมเขียนนี้ยังไม่เปิด) ในเวลา 23.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) โดยจะมีการจำกัดจำนวนการดาวน์โหลดไว้เพียงแค่ 75,000 ชุดเท่านั้น

ซอฟต์แวร์ดังกล่าวจะสามารถลงได้ทั้งสำหรับ XP, Vista และ Windows 7 โดยจะมีทั้งรุ่นที่เป็น 32 และ 64 บิต

ผมว่าต้องแย่งกันหน่อยแล้วมั้ง? หวังว่าคงไม่ล่มเหมือนตอน Windows 7 Beta และ Windows 7 RC ออกนะครับ

ที่มา: PC World, Mary-Jo Foley's Blog at ZDNet Blog Update (21.50 น.): เว็บมาแล้วแต่ผมลงทะเบียนไม่ได้ครับ ใครลงได้บ้าง Update 2 (22.30 น.): ดาวน์โหลดได้แล้วนะครับ (ใครไม่ได้ลองเปลี่ยนที่อยู่ใน MS Passport เป็นสหรัฐฯ ดูนะครับ)

Tags:

หลังจากทั้งชื่ออย่างเป็นทางการ ภาพหน้าจอ และลิงก์ดาวน์โหลดของ Microsoft Security Essentials (MSE) ได้หลุดออกมาตามหน้าเว็บไซต์ต่างๆ (ดูข่าวเก่า) C|Net ได้สัมภาษณ์กับผู้จัดการทั่วไปของทีมพัฒนา MSE และ Ars Technica ก็ได้สัมภาษณ์กับ director of product management ของ MSE ทั้งคู่ได้รับคำตอบมาดังนี้ (ตัดมาเฉพาะข้อที่ยังไม่เคยลงข่าวใน Blognone เท่านั้น):

  • MSE จะป้องกันไวรัสและสปายแวร์แบบเรียลไทม์ สามารถจัดการได้กับมัลแวร์ที่แพร่หลายอยู่ทั่วไป รวมไวรัสและสปายแวร์ที่เป็นที่รู้จัก
  • อัพเดต 2 ไมโครซอฟท์จะเปิดให้ทดสอบรุ่นเบต้าให้กับผู้ที่อาศัยในประเทศสหรัฐฯ อิสรเอล และบราซิล ประมาณวันที่ 23 มิ.ย. เวลา 9:00 ตามเวลาแปซิฟิก (PST) (หรือประมาณ 23:00 ตามเวลาประเทศไทย) ทั้งรุ่น 32 บิตและ 64 บิตผ่าน Microsoft Connect หลังจากนั้น 30 วันก็จะเปิดให้กับผู้ที่อาศัยในประเทศจีน
  • ไมโครซอฟท์จะคงรุ่นเบต้าจนถึงวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยยังไม่ได้ระบุวันที่แน่ชัดแต่อย่างไร
  • ไมโครซอฟท์จะอัพเดตรุ่นเบต้าผ่าน Windows Update และผ่านหน้าเว็บ รวมถึงบริการ Dynamic Signature Service (DSS) (ขออธิบายด้านล่าง เนื่องจากเนื้อหายาว ให้คลิกที่หัวข้อเพื่ออ่านรายละเอียดด้านใน)
  • ไมโครซอฟท์จะพูดคุยกับผู้ผลิต OEMs และ System builders ให้ทางเลือกในการรวม MSE เข้ากับคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ แต่ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากเนื่องจากบริษัทเหล่านั้นมักติดตั้งผลิตภัณฑ์ของคู่แข่งอยู่แล้ว
  • MSE จะถอนการติดตั้ง Windows Defender (หากปรากฏอยู่) เนื่องจาก Windows Defender เป็นส่วนหนึ่งของ MSE
  • เป้าหมายของ MSE คือสำหรับผู้ใช้ที่ไม่สามารถหรือไม่ต้องการที่จะจ่ายเงินสำหรับชุดป้องกันมัลแวร์ โดยผู้ใช้ไม่ต้องลงทะเบียนเพื่อใช้ MSE ไมม่มีวันหมดอายุและผลิตภัณฑ์ทดลองใช้ (trialware) แต่ผู้ที่จะใช้ต้องติดตั้งลงบนวินโดว์ที่ถูกลิขสิทธิ์เท่านั้น (ข้อนี้นักวิเคราะห์มองว่าจะเป็นการจำกัดการใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา)