ไมโครซอฟท์ออกมาประกาศใน keynote ของงาน Computex ที่ไต้หวันว่า ไมโครซอฟท์จะแถมชุด Microsoft Office ให้กับแท็บเล็ต Windows 8 ที่มีขนาดเล็กกว่า 10 นิ้วทุกเครื่อง (ฟังไม่ผิดครับ Windows 8 ครับไม่ใช่แค่ Windows RT)
สำหรับในชุด Microsoft Office ที่แถมมานั้นจะประกอบด้วย Word, Excel, PowerPoint และ OneNote ซึ่งก็เป็นชุดเดียวกันกับที่แจกใน เอเซอร์ Iconia W3 นั่นเอง ขณะที่โปรแกรม Outlook ไมโครซอฟท์บอกว่าจะเริ่มแถมตั้งแต่ Windows 8.1 เป็นต้นไป (เฉพาะ Windows RT เท่านั้น)
ส่วนบรรดาแท็บเล็ตจอใหญ่กว่า 10 นิ้วยี่ห้ออื่นผมไม่ทราบ แต่ที่แน่ ๆ Surface Pro ให้ทดลองใช้ Office 365 รุ่นทดลองใช้ 1 เดือนครับ
ที่มา: Engadget
ในวันที่ 5 มิถุนายน 56 นี้ประเทศไทยเราคงได้สัมผัสกับ Surface อย่างเป็นทางการเสียที ส่วนตัวเลยอยากเขียนสรุปอีกสักรอบ จะได้เลือกได้ตามความต้องการและทราบถึงข้อมูลที่จำเป็นก่อนไปเลือกหาซื้อ Surface ทั้ง RT และ Surface Pro มาใช้ตรงตามความต้องการกันได้
โดยต้องเกริ่นสักหน่อยว่า Surface RT และ Surface Pro นั้นรูปร่างหน้าตาแม้จะคล้ายๆ กัน แต่คุณสมบัติภายในนั้นต่างกัน และบางอย่างก็ต่างกันคนละเรื่องเลยทีเดียวครับ
ในการประกาศสิ่งใหม่ๆ ด้านการพัฒนาโปรแกรมที่งาน TechEd North America นอกจากไมโครซอฟท์เปลี่ยนวิธีคิดเงิน Windows Azure เป็นรายนาที และใช้สิทธิ์ลงโปรแกรมจาก MSDN ได้ วันนี้บริษัทได้เผย Visual Studio 2013 (VS 2013) และ Team Foundation Server 2013 (TFS 2013) เป็นทางการ และได้เผยการปรับปรุงเพิ่มเติมเกี่ยวกับด้าน Application Lifecycle Management (ALM) ดังนี้
ก่อนวันเปิดตัว Surface RT และ Surface Pro ในประเทศอย่างเป็นทางการเพียงวันเดียว IT CITY หนึ่งในหน้าร้านที่จะวางขาย Surface (คู่กับ Banana IT) ได้ชิงวางขาย พร้อมเปิดราคาของทั้งสองรุ่นออกมาเสียแล้ว
โดยราคา Surface RT รุ่น 32GB เปิดมาที่ 16,500 บาท และรุ่น 64GB เปิดมาที่ 19,500 บาท ส่วน Surface Pro รุ่น 64GB เปิดมาที่ 28,500 บาท และรุ่น 128GB เปิดมาที่ 31,500 บาท
ใครที่ซื้อ Surface 100 เครื่องแรกในงาน (ทั้ง RT และ Pro)จะแถม Touch Cover ให้ด้วย ถ้าใครไม่ทันก็ซื้อแยกได้ที่ราคา 4,090 บาทครับ
ที่มา - ผู้จัดการ
Qualcomm เปิดเผยว่า บริษัทกำลังทำงานร่วมกับ Microsoft เพื่อให้ Snapdragon 800 ซัพพอร์ต Windows RT 8.1 และคาดว่าอุปกรณ์ที่ใช้ชิปรุ่นใหม่และมากับ Windows RT 8.1 จะออกสู่ตลาดในปลายปีนี้
Snapdragon 800 มาพร้อมกับซีพียูที่ประมวลผลได้เร็วสูงสุดถึง 2.2 กิกะเฮิรตซ์ต่อคอร์ รองรับ 3G/4G LTE รวมถึง USB 3.0
Windows RT คงยังมีลมหายใจอยู่ต่ออีกสักพัก
ที่มา: Engadget
ไมโครซอฟท์ปรับเปลี่ยนวิธีคิดเงินค่าใช้งาน Windows Azure ใหม่หลายอย่าง ดังนี้
- เปลี่ยนวิธีนับเวลาจากรายชั่วโมงเป็นรายนาที ช่วยให้ผู้ใช้ประหยัดขึ้นในกรณีที่ไม่ได้รันงานตลอดเวลา
- หยุดนับเวลาเมื่อสั่งให้ virtual machine (VM) หยุดทำงาน ซึ่งต่างจากของเดิมที่จะนับเวลาต่อแม้จะหยุด VM ไปแล้ว (ต้องลบ VM ทิ้งจึงจะหยุดนับ)
- ผู้ที่มีสิทธิใช้งานโปรแกรมของไมโครซอฟท์อย่างถูกต้องในโครงการ MSDN สามารถนำสิทธินั้นมาใช้รันงานบน Azure ได้ด้วย
- ผู้ที่เป็นสมาชิก MSDN อยู่แล้ว สามารถสมัครบริการ Azure แบบ Dev/Test ซึ่งจะคิดราคาถูกพิเศษเพียงชั่วโมงละ 6 เซนต์เท่านั้น (ลดลงถึง 97% ในบางกรณี)
- ผู้ที่เป็นสมาชิก MSDN จะได้เครดิตสำหรับรันงานบน Azure แบบ Dev/Test ฟรี มูลค่า 50-150 ดอลลาร์ต่อเดือน (ขึ้นกับระดับของสมาชิก)
การปรับเปลี่ยนวิธีคิดเงินและโปรโมชันครั้งนี้ เรียกว่าจูงใจนักพัฒนาสายไมโครซอฟท์กันสุดๆ และน่าจะช่วยให้ Azure แข่งขันในตลาดกลุ่มเมฆได้อีกมาก
ที่มา - ScottGu
ที่งาน TechEd North America ไมโครซอฟท์ได้นำเสนอฟีเจอร์สำหรับการใช้งานในองค์กรที่ได้รับการปรับปรุงและเพิ่มเติมบน Windows 8.1 แต่เนื่องจากมีการปรับปรุงหรือเพิ่มเติมหลายจุดมาก ผมขอเลือกบางส่วนที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟัง โดยแบ่งหัวข้อตามบทความต้นฉบับของไมโครซอฟท์ ดังนี้
B.Y.O.D (Bring Your Own Device) Enhancements
- Workplace Join ผู้ใช้ที่มีตัวตนบนโดเมนขององค์กรสามารถใช้อุปกรณ์ส่วนตัวเข้าถึงทรัพยากรขององค์กร อาทิ แอพ ข้อมูล ได้เอง และผู้ดูแลระบบขององค์กรก็สามารถบริหารจัดการอุปกรณ์ดังกล่าวได้ อาทิ การให้สิทธิ์เข้าถึงทรัพยากรบางอย่าง การตั้งค่าพารามิเตอร์ของเครื่องที่เข้าถึงทรัพยากรขององค์กรให้เป็นไปตามนโยบายด้านความปลอดภัยขององค์กร เป็นต้น
- Work Folders หลังจากเปิดใช้ Workplace Join ผู้ใช้ยังสามารถซิงค์ไฟล์ระหว่างโฟลเดอร์ของตนในดาต้าเซ็นเตอร์ขององค์กรกับอุปกรณ์ส่วนตัวได้ (บน Windows 8 นั้นเครื่องผู้ใช้ต้อง join โดเมนหรือได้รับ domain credential ในการเข้าถึงไฟล์ที่ถูกแบ่งปันไว้ และการซิงค์ไฟล์ก็ต้องทำผ่านแอพ third-party) และผู้ดูแลระบบก็สามารถจัดการกับไฟล์นั้นได้
- NFC tap-to-pair printing ผู้ใช้สามารถกำหนดค่าเครื่องพิมพ์ที่รองรับ NFC (หรือเครื่องพิมพ์ที่มีแท็ก NFC แปะอยู่) บนอุปกรณ์ส่วนตัวโดยเพียงแตะอุปกรณ์ส่วนตัวที่รองรับ NFC กับเครื่องพิมพ์นั้น
- Wi-Fi Direct printing ผู้ใช้สามารถกำหนดค่าและสั่งพิมพ์ไปยังเครื่องพิมพ์ที่รองรับ Wi-Fi Direct ได้
- Native Miracast wireless display ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อกับโปรเจกเตอร์ที่รองรับ Miracast ผ่านเทคโนโลยี Bluetooth หรือ NFC จากนั้นผู้ใช้จะสามารถส่งนำเสนอขึ้นโปรเจกเตอร์ดังกล่าวผ่าน Wi-Fi ได้
ไมโครซอฟท์บอกกับทางสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า ทางไมโครซอฟท์จะลดราคาค่าลิขสิทธิ์ของ Windows RT เพื่อดึงดูดบรรดา OEM ต่าง ๆ ให้หันมาทำแท็บเล็ต Windows RT มากขึ้น ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งก็คงเป็นเพราะว่าตัวแท็บเล็ต Windows RT ขายได้ต่ำกว่าที่คาดนั่นเอง (ดังคำพูดของผู้บริหาร NVIDIA, เอเซอร์ หรือแม้แต่ซัมซุง)
ส่วนตัวคาดว่า คนที่ได้รับประโยชน์เต็ม ๆ คือ HTC ครับ (เพราะจากข่าวลือบอกว่า HTC อาจเตรียมขนแท็บเล็ต Windows RT ขนาด 7 นิ้วมาขาย)
ที่มา: สำนักข่าวบลูมเบิร์ก ผ่าน Engadget
จากข่าวก่อนหน้านี้ที่มีข่าวลือว่า ไมโครซอฟท์เตรียมจะทิ้ง Microsoft Point และหันไปใช้ Microsoft Gift Card แทน ดูท่าจะเริ่มเป็นจริงขึ้นมาแล้ว เมื่อมีคนค้นพบระบบจ่ายเงินผ่าน gift card ในแอพ wallet บน Windows Phone 8 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
แต่จากที่ผมทดลองหาดู พบว่ายังคงมีแค่บนสหรัฐอเมริกาเท่านั้นครับ ซึ่งคาดว่าระบบนี้คงจะรองรับแค่สหรัฐอเมริกาเท่านั้นครับ (ตัวภาพอยู่ท้ายเบรก)
ที่มา: Windows Phone Central
Mark Shuttleworth ผู้ก่อตั้ง Ubuntu ได้กล่าวถึง iOS และ Android ว่าเป็นกำลังสำคัญในการโค่น Microsoft จากที่เคยยึดครองตลาดของระบบปฏิบัติการสำหรับคอมพิวเตอร์ลงมาได้
Shuttleworth เคยกล่าวไว้ตั้งแต่ปี 2004 ว่าอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในการพัฒนาระบบปฏิบัติการที่เขายกให้เป็น "บั๊กหมายเลข 1" นั่นก็คือสภาพของตลาดพีซีที่ถูกครอบงำด้วย Windows ของ Microsoft แทบทั้งหมด ซึ่งเขาเชื่อว่านั่นจะทำให้ทิศทางการพัฒนาระบบปฏิบัติการนั้นไม่เปิดกว้างเท่าที่ควร แต่ในตอนนี้ Shuttleworth คิดว่าบั๊กตัวเป้งของเขาได้ถูกกำจัดไปเรียบร้อยแล้ว จากการผนึกกำลังกันของ iOS และ Android
Shuttleworth กล่าวว่าในปัจจุบันอุปกรณ์พกพานั้นมีอิทธิพลต่อผู้คนไม่แพ้พีซี และหากนับรวมแพลตฟอร์มทุกรูปแบบแล้วถือได้ว่า Microsoft ไม่ได้เป็นผู้นำเดี่ยวอีกต่อไป เขาเองไม่เกี่ยงว่าใครคือผู้พลิกตลาดที่แท้จริง แต่สิ่งที่เขาสนใจคือขณะนี้ได้เกิดสภาพการแข่งขันของระบบปฏิบัติการแต่ละค่ายขึ้นแล้ว และนั่นย่อมส่งผลสำคัญต่อ Ubuntu เองด้วย
Shuttleworth ชี้ให้เห็นตัวอย่างผลจากการเปลี่ยนแปลงของตลาดว่า บริษัทอย่าง Microsoft เองก็มีท่าทีเปิดกว้างต่อซอฟต์แวร์จากนักพัฒนาภายนอกมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่นการทำงานกับ Azure ของ Microsoft ที่เขาเคยกล่าวว่ารู้สึกดีที่ได้ร่วมงานด้วย
ที่มา - The Verge
ไมโครซอฟท์เผยข้อมูลเบื้องหลังการออกแบบฮาร์ดแวร์ Xbox One ผ่านบล็อก Xbox Wire ดังนี้ครับ
- เป้าหมายการออกแบบ Xbox One คือแสดงให้เห็นศักยภาพของมันในฐานะ "ระบบความบันเทิงครบวงจร" (all-in-one entertainment system)
- กระบวนการออกแบบทำไปพร้อมๆ กันหมดทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ โดยใช้ทีมออกแบบภายในของไมโครซอฟท์เองที่นั่งอยู่ติดกับทีมวิศวกรรม จึงประสานงานกันได้เป็นอย่างดี
- "ภาษาการออกแบบ" (design language) อิงแนวทาง Modern UI โดยใช้ tile และการเคลื่อนไหวที่ลื่นไหล สิ่งที่เพิ่มเข้ามาเป็นแกนกลางของการออกแบบ Xbox One คือ "สัดส่วน 16:9" ที่นิยมในการแสดงผลสมัยใหม่
- ตัวเครื่องคอนโซลใช้สัดส่วน 16:9 โดยแบ่งครึ่งระหว่างวัสดุผิวมัน (gloss) และผิวด้าน (matte) ให้สมมาตรกัน
- ตัว UI ของ dashboard ก็ใช้สัดส่วนของ tile เป็น 16:9 ในขนาดต่างๆ กัน
- สีของ Xbox One คือ "liquid black" ซึ่งเป็นสีดำที่สุดเท่าที่จะดำได้ (the blackest black creatable) เพื่อเป้าหมายลดความเด่นของอุปกรณ์ลง และเน้น content ที่แสดงผลให้เด่นขึ้นเวลาใช้งาน
- จอยเกมใช้สี liquid black แต่ตรงปุ่มควบคุม A/B/X/Y เปลี่ยนมาเน้นสีที่ตัวอักษรเพื่อให้ดูลอยเด่นขึ้นมาท่ามกลางสีดำล้วน
- ทีมงาน Xbox One ออกแบบคอนโซลต้นแบบหลายสิบเวอร์ชัน, Kinect มากกว่า 100 เวอร์ชัน และจอยต้นแบบอีก 200 เวอร์ชันกว่าจะลงตัวเป็นเวอร์ชันสุดท้าย
วันนี้ไมโครซอฟท์ประกาศโปรโมชันให้กับลูกค้าในสหรัฐฯ และแคนาดา สามารถเลือกรับ Touch Cover (มูลค่า 119.99 เหรียญสหรัฐในรุ่นปกติ และ 129.99 เหรียญสหรัฐในรุ่นพิเศษ) หรือ Type Cover (มูลค่า 129.99 เหรียญสหรัฐ) ฟรี เมื่อสั่งซื้อ Surface RT รุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 มิถุนายนปีนี้
เป็นที่น่าสังเกตว่าช่วงนี้ไมโครซอฟท์ออกโปรโมชันลดแลกแจกแถม Surface เป็นพิเศษ นับตั้งแต่การประกาศโปรโมชันเดียวกันนี้ให้กับลูกค้าในยุโรปไปเมื่อ 2 อาทิตย์ก่อน ทั้งๆ ที่เป็นช่วงเริ่มประกาศขาย Surface ตามประเทศต่างๆ รวมไปถึงจัดจำหน่าย Surface RT และ Surface Pro ในราคาพิเศษเพียงแค่ 100 และ 400 เหรียญสหรัฐตามลำดับในงาน TechEd 2013 อาทิตย์หน้า หรือนี่เป็นการกระตุ้นยอดขายก่อนการเปิดตัว Surface ขนาด 7-9 นิ้วตัวใหม่ในงาน Build ปลายเดือนมิถุนายนนี้ตามข่าวลือแล้วจริงๆ
อย่างไรก็ดี คงต้องติดตามและลุ้นกันต่อไปว่าไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จะประกาศโปรโมชันเดียวกันในเร็วๆ นี้ด้วยหรือไม่
ไมโครซอฟท์มีทีม Digital Crimes Unit ที่มีผลงานทลายกลุ่มเซิร์ฟเวอร์ติดโทรจัน (botnet) มาแล้วหลายครั้ง (ข่าวเก่า 1, ข่าวเก่า 2)
ทีมนี้ของไมโครซอฟท์ทำงานร่วมกับ ISP และหน่วยงานด้านความปลอดภัยไซเบอร์ (Computer Emergency Response Teams - CERT) ทั่วโลก มีการแชร์ข้อมูล botnet ระหว่างกันอยู่เสมอ แต่กระบวนการแชร์ข้อมูลยังล้าสมัย (ผ่านอีเมล) แถมการตรวจสอบเซิร์ฟเวอร์จำนวนมหาศาลทั่วโลก (วันละหลายร้อยล้านครั้ง) ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
ไมโครซอฟท์แก้ปัญหาข้างต้นโดยสร้างระบบการวิเคราะห์และแชร์ข้อมูลบนกลุ่มเมฆ (แน่นอนว่าเป็น Azure) ทำให้รองรับโหลดมหาศาลและสามารถวิเคราะห์ botnet ได้แบบ (เกือบ) เรียลไทม์แล้ว ระบบวิเคราะห์ข้อมูลแบบใหม่นี้เรียกว่า Cyber Threat Intelligence Program (C-TIP)
ตอนนี้ C-TIP ถูกใช้งานโดยทีม CERT จากหลายประเทศในยุโรปแล้ว อีกไม่ช้าคงขยายไปยังประเทศอื่นๆ มากขึ้นครับ
หลังเปิดตัวแผนที่แบบใหม่ได้ไม่นาน ตอนนี้ทีม Google Maps ก็เสียกำลังสำคัญไปให้กับคู่แข่ง เมื่อ Raj Shah หัวหน้าทีมวิศวกรของ Google Maps ย้ายไปทำงานให้กับ Microsoft
ในช่วงที่ทำงานกับ Google อยู่นั้น Shah ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลย่อยของแผนที่ทั้งหมดจากทั่วโลกมาผนวกรวมเข้าด้วยกันเป็น Google Maps และย้อนไปก่อนหน้านั้น เขาเป็นผู้สร้างศูนย์วิศวกรรมของ Google ในประเทศอินเดีย ส่วนงานอื่นๆ นอก Google ได้แก่ การก่อตั้งบริษัทรับจัดงานอีเวนท์ชื่อ 123Signup และเป็นรองประธานฝ่ายวิศวกรรมของบริษัทด้านการบริหารองค์กร Ketera
ส่วนงานใหม่ของ Shah ใน Microsoft ก็แน่นอนว่ายังคงวนเวียนอยู่กับงานแผนที่ โดยเขาจะดูแลงานในแผนกบริการออนไลน์ ทั้งตัว Bing Maps และผลิตภัณฑ์ตัวอื่นที่เกี่ยวข้อง
ต้องมาดูว่าในอนาคต Microsoft จะยกระดับบริการแผนที่ตัวเองขึ้นมาสู้กับ Google Maps ได้มากขนาดไหน
ที่มา - TechCrunch
ถ้าจำกันได้ Steven Sinofsky คืออดีตหัวหน้าฝ่าย Windows ที่ประกาศลาออกจากไมโครซอฟท์อย่างกะทันหัน และก็ไม่มีใครรู้เลยว่าเขาไปทำงานอะไรที่ไหนต่อ แต่ล่าสุดที่งาน D11 Conference ในนิวยอร์ค ระหว่างการเสวนาของ Walt Mossberg และ Kara Swisher ที่ Sinofsky ขึ้นไปร่วมเสวนาด้วย ก็มีการพูดถึงชีวิตหลังจากลาออกจากไมโครซอฟท์ ซึ่ง Sinofsky เผยว่าตัวเขายังสบายดีครับ
แต่ประเด็นที่ถูกยกขึ้นมาเป็นข่าวนี้ก็คือเรื่องของสมาร์ทโฟนที่เขาใช้งานอยู่ในขณะนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่กี่อาทิตย์ มีรายงานว่าตัวเขาเล่นทวิตเตอร์ผ่านไอโฟนอยู่ ซึ่งพิธีกรก็ได้ยิงคำถามไปยัง Sinofsky ว่า เขาคิดยังไงกับกูเกิลและแอปเปิล Sinofsky ก็ตอบคำถามนี้แบบสั้นๆ ว่า "พวกเราคือคนใช้ HTC One ในกลุ่มนั้น ณ วันนั้น" และก็พูดถึงกูเกิลในทางที่ดีเรื่อยมา รวมไปถึงบอกว่าแอนดรอยด์เป็นแพลตฟอร์มที่ดีและแข็งแกร่งแล้ว แต่มันก็ยังดีไม่พอที่จะพูดคำว่า "Android is great!" ออกมาได้ครับ
ทั้งนี้ Sinofsky ทิ้งท้ายว่า "ถ้าเขายังอยู่ในไมโครซอฟท์" เขาจะไม่ได้สัมผัสของพวกนี้เลย และจะไม่ได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับ API หลายๆ ตัวที่แอนดรอยด์มีด้วย ซึ่งตอนนี้เขาเผยว่า ตัวเขามีความสุขดีที่ได้สัมผัสกับของพวกนี้ครับ
ที่มา - Android Central
วันนี้ไมโครซอฟท์เริ่มพูดถึง Windows 8.1 อย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากที่มีภาพหลุดและข้อมูลหลุดออกมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา (อ่านย้อนหลังได้ในแท็ก Windows 8.1)
โดยในบล็อก Blogging Windows ไมโครซอฟท์พูดถึงเรื่องการปรับแต่งในส่วนของ Start screen เป็นหลักก่อน ก็คือจะสามารถใช้พื้นหลังเป็นรูปภาพได้แล้ว และยังสามารถทำสไลด์โชว์ให้กับ Lock screen ได้อีกด้วย และนอกจากนี้ ไมโครซอฟท์ยังปรับวิธีการเรียก All Apps จากเดิมเป็นการ "รูดหน้าจอ" จากขอบข้างล่างขึ้นขอบข้างบน เพื่อเรียก All Apps ครับ
นอกจากนั้นไมโครซอฟท์ยังอธิบายถึงการปรับฟีเจอร์ Search, Snap, Windows Store และ SkyDrive ใหม่ ผมคงไม่เขียนซ้ำอีกรอบ เพราะเนื้อหาส่วนใหญ่คล้ายกับข่าวหลุดออกมาแล้ว ใครสนใจก็อ่านฉบับเต็มของไมโครซอฟท์ได้จากที่มาครับ
ที่มา - Blogging Windows
หลังจากโดนวิจารณ์เรื่องเกมของ Xbox One ไปมาก ไมโครซอฟท์ก็ออกมาให้ข้อมูลว่าจะทุ่มเงินลงทุนถึง 1 พันล้านดอลลาร์สำหรับเกมบน Xbox One
Don Mattrick ประธานฝ่าย Interactive Entertainment Business ให้สัมภาษณ์ว่าไมโครซอฟท์รู้ดีว่า "เกมเด่น" เป็นเรื่องสำคัญมากเสมอ และตอนนี้ไมโครซอฟท์กำลังไล่เจรจากับค่ายเกมต่างๆ เพื่อทำเกม exclusive ให้กับ Xbox One อยู่ (ตัวเลขที่ประกาศในวันแถลงข่าว Xbox One คือ 15 เกมในปีแรก)
ในโอกาสไล่เลี่ยกัน Don Mattrick ยังตอบคำถามเรื่องเกมอินดี้จากผู้พัฒนาเกมอิสระว่า Xbox One จะมีโครงการสนับสนุนผู้พัฒนาเกมอิสระ (independent creator program) ผ่านทั้งเครื่องมือและเงินทุน ซึ่งจะเปิดเผยรายละเอียดในอนาคตอันใกล้นี้
Mattrick บอกว่าตอนนี้เขาเป็นผู้บริหาร แต่ในอดีตเขาเป็นนักออกแบบเกมมาก่อน ดังนั้นไม่มีทางเลยที่ไมโครซอฟท์จะไม่สนับสนุนนักพัฒนาเกมอิสระเหล่านี้
ไมโครซอฟท์ออกมาประกาศความสำเร็จของ Office 365 (นับเฉพาะรุ่น Home Premium) ว่ามียอดผู้ใช้ (แบบจ่ายรายเดือน-รายปี) เกิน 1 ล้านรายในช่วงประมาณ 100 วันหลังเปิดตัว ถือเป็น Microsoft Office รุ่นที่ขายดีที่สุดตั้งแต่เคยทำมา (หนึ่งวินาทีขายได้มากกว่าหนึ่งชุด)
ไมโครซอฟท์ยังเทียบตัวเลขให้ดูว่า Office 365 ถือเป็นผลิตภัณฑ์ไอทีที่มีคนใช้ 1 ล้านรายหลังเปิดตัวเร็วเป็นอันดับต้นๆ เร็วกว่า Dropbox, Facebook, Foursquare และเป็นรองแค่ Instagram เท่านั้น
ที่มา - Office News
Paul Thurrott แห่งเว็บ WinSuperSite เผยแพร่ภาพหน้าจอของ Windows 8.1/Windows Blue ที่ยืนยันข่าวก่อนหน้านี้
- ปุ่ม Start กลับมาแล้ว อยู่ที่มุมซ้ายล่างเหมือนเดิม หน้าตาเปลี่ยนไปตามโลโก้ของ Windows 8
- เมื่อนำเมาส์ไปชี้บนปุ่ม Start พื้นหลังจะกลายเป็นสีดำ ปุ่ม Start จะเปลี่ยนสีตามสีไฮไลท์ที่ตั้งค่าไว้ (เหมือนกับ Charm Menu)
- ตอนนี้ยังไม่มีวิธีปิดหรือซ่อนปุ่ม Start จาก Task Bar
- กดปุ่ม Start แล้วจะเรียก Start Screen ขึ้นมา (ไม่มี Start Menu นะครับ)
- Start Screen แสดงภาพพื้นหลังแบบเดียวกับเดสก์ท็อปได้แล้ว
- สามารถบูตตรงเข้าเดสก์ท็อปได้เลย ไม่ต้องผ่าน Start Screen แล้ว
ที่มา - WinSuperSite
เว็บไซต์ Supersite for Windows และ ZDNet ได้เผยข้อมูลและภาพของปุ่ม Start, การกำหนดพื้นหลัง Start screen และ ดังนี้
ปุ่ม Start
ปุ่มเกือบจะเหมือนกับแอพ Start8 และเมื่อผู้ใช้นำเคอร์เซอร์ไปวางที่ปุ่ม พื้นหลังของปุ่มจะกลายเป็นสีดำมีการเน้นสีของโลโก้ Windows คล้ายกับ Start Charm (ดูภาพปุ่มได้หลังเบรก)









