แม้ในแง่เทคโนโลยีแล้ว NVIDIA จะดูน่าตื่นเต้นกว่าคู่แข่งรายอื่นๆ แต่เนื่องจากไม่มีแพลตฟอร์มเป็นของตัวเองอย่างจริงจัง ทำให้ตลาดพีซีของ NVIDIA ดูจะมีปัญหาในยุคที่ GPU ถูกรวมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ CPU แน่นขึ้นเรื่อยๆ โดยส่วนแบ่งล่าสุดของ NVIDIA อยู่ที่ 20% เท่านั้นเมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้วที่อยู่ที่ 22.5% และไตรมาสแรกของปีที่แล้วอยู่ที่ 28% เป็นผู้ผลิตหลักรายเดียวที่มียอดจำหน่ายลดลง
ที่หลายคนคิดไม่ถึงคือเมื่อรวมตลาดกราฟิกรวมแล้ว ตอนนี้อินเทลเป็นผู้ส่งมอบชิปกราฟิกมากที่สุดในโลกด้วยส่วนแบ่งถึง 54.4% เทียบกับปีที่แล้วที่ 49.6% จากการที่รวม GPU เข้าไปในซีพียูแทบทุกรุ่น ส่วน AMD นั้นยังอาการ "ทรง" ด้วยส่วนแบ่ง 24.8% เทียบกับไตรมาสที่แล้ว 24.2% และไตรมาสแรกของปีที่แล้ว 21.5%
ตลาดรวมของ GPU ตอนนี้อยู่ที่ 145% ของตลาดซีพียู เนื่องจากคอมพิวเตอร์จำนวนมากส่งไปพร้อมกับชิปกราฟิกมากกว่าหนึ่งชุด เมื่อคิดถึงข่าวที่อินเทลระบุว่าชิปรุ่นต่อไปจะมีกราฟิกที่รองรับ DirectX11 มาในตัว และทางฝั่ง AMD เองก็จะเปิดตัว Fusion เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อาการของ NVIDIA ในตลาดพีซีก็นับว่าหืดขึ้นคอเลยทีเดียว
แต่ระหว่างนี้ NVIDIA ยังคงทำได้ดีกับ Tegra แต่ด้วยราคาขายต่อหน่วยที่ต่ำกว่าฝั่งพีซีมาก ก็เป็นโจทย์ให้ทาง NVIDIA ต้องคิดหนักว่าจะทำอย่างไรให้บริษัทอยู่รอดต่อไปได้
ที่มา - Jon Peddie Research
- 46 comments
- 1093 reads
บริษัทสำรวจตลาดที่ได้รับความเชื่อถือค่อนข้างสูงในบ้านเราอย่าง The Nielsen Company ได้นำเสนอตัวเลขของบริษัทว่าไตรมาสที่สองของปี 2010 เป็นไตรมาสที่ยอดขาย Android แซงหน้า iPhone ไปได้ โดย Android ครองตลาด 27% ขณะที่ iPhone ครองตลาด 23%
เมื่อต้นปีทาง NPD Group เคยสำรวจแบบเดียวกันแล้วรายงานว่า Android นั้นแซงหน้า iPhone ไปตั้งแต่ไตรมาสแรก ขณะที่ตัวเลขของทาง Nielsen นั้นรายงานว่าไตรมาสแรกของปีนี้ Android ยังครองตลาดเพียง 17% และ iPhone ยังครองตลาดอยู่ 27% น่าสนใจว่าหลังการเปิดตัว iPhone 4 มาส่วนแบ่งของ iPhone กลับลดลงเรื่อยๆ ตามรายงานของ Nielsen
ตัวเลขอีกตัวหนึ่งที่สำคัญคือรายงานสำรวจโทรศัพท์ที่จะซื้อเครื่องต่อไป ที่เคยมีการรายงานจากตัวเลขของ Yankee Group ว่าผู้ใช้ iPhone ถึง 77% คิดจะซื้อ iPhone เป็นเครื่องต่อไปแต่ไม่มีตัวเลขของผู้ใช้ Android ในรายงานฉบับนี้ของ Nielsen ระบุว่าผู้ใช้ iPhone ถึง 89% คิดจะใช้ iPhone เป็นเครื่องต่อไป ส่วนผู้ใช้ Android นั้นมี 71% ที่คิดจะใช้ Android เป็นเครื่องต่อไป ที่อาการย่ำแย่จริงๆ คือ Blackberry ที่มีเพียง 42% จะใช้เป็นเครื่องต่อไป
ที่มา - Giga OM
- 20 comments
- 2941 reads
เว็บจับคู่นายจ้างและคนหางานฟรีแลนซ์อย่าง Freelancer.com รายงาน 50 อันดับแรกของหมวดหมู่งานที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดเทียบไตรมาสที่สองของปีนี้กับไตรมาสแรก (QoQ) พบว่ามีความเปลี่ยนแปลงที่ค่อนข้างน่าสนใจคือมีสามอันดับที่กระโดดขึ้นมาได้แก่ Geolocation ที่เพิ่มขึ้นกว่า 9 เท่าตัว, HTML5 ที่เพิ่มขึ้นกว่า 7 เท่าตัว และ Amazon Web Services ที่เพิ่มกว่า 4 เท่าตัว
ตัวเลขอื่นๆ ทัี่มีความเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นไปตามแนวโน้มที่เราเห็นกัน เช่นโทรศัพท์มือถือ, Saleforce.com, Kindle, audit (ไม่แน่ใจว่าเป็นบริการตรวจรับงาน หรือเป็นอีกแพลตฟอร์ม), และ iPad ที่เพิ่มขึ้นสองถึงสามเท่าตัวกัน
บ้านเราคงมีคงเห็นกระแสเริ่มไล่จับเทคโนโลยีไปก่อนกันมากแล้ว แต่ถ้าใครยังไม่ได้ศึกษา ตอนนี้ก็น่าจะยังทันครับ
ที่มา - TechCrunch
- 1 comment
- 1348 reads
ข้อมูลจาก comScore รายงานว่าตอนนี้ส่วนแบ่งตลาดของไอโฟนนั้นมากกว่า Windows Mobile แล้วในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยข้อมูลนั้นได้มาจากการสำรวจเป็นรายเดือน โดยจากข้อมูลนั้นสหรัฐอเมริกามีผู้ใช้ Smartphone ถึง 36 ล้านคนจากผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทั้งหมด 196 ล้านคน โดยกว่า 40% ของกลุ่มผู้ใช้ Smartphone นั้นกำลังใช้อุปกรณ์ที่รัน BlackBerry OS จาก Research in Motion ส่วนไอโฟนนั้นอยู่เป็นอันดับที่สอง มีส่วนแบ่งตลาด Smartphone ที่ 25%
นอกจากนี้ยังมีรายงานอีกว่าไอโฟนครองส่วนแบ่งตลาด Smartphone ในญี่ปุ่นได้มากถึง 46% โดยตัวเลขนี้มาจาก MobileCrunch และนับรวมทั้ง iPhone 3G และ iPhone 3GS เข้าด้วยกัน โดยในขณะนี้นั้นผู้ใช้ไอโฟนในประเทศญี่ปุ่นมีประมาณ 3 ล้านคน เรียกได้ว่า 10% ของยอดขายไอโฟนทั่วโลกอยู่ในญี่ปุ่นนั่นเอง
ที่มา - MacRumors 1, 2
- 19 comments
- 1935 reads
ช่วงนี้มีข่าว Windows Mobile 6.5 ในนาม Windows Phone, บัญชี Hotmail นับหมื่นถูกโพสต์บนอินเทอร์เน็ต, เปิดตัว Microsoft Security Essentials หรือข่าวที่เกี่ยวข้องกับไมโครซอฟท์อื่นๆ มากลบกระแส Bing ไปเลย มาตามดูกันดีกว่ายอดผู้ใช้ Bing ไปถึงไหนแล้ว...
ผลหลายสำนักเป็นไปในทิศทางเดียวกันคือ ยอดผู้ใช้ Bing ลดลงจากเดือนที่แล้ว (รวมถึงยาฮูด้วย) โดยจากการสำรวจของ NetApplictions พบว่ายอดผู้ใช้ Bing ในสหรัฐฯ ลดลง 0.2% ส่วนยอดผู้ใช้ทั่วโลกลดลง 3.39% ส่วนยอดผู้ใช้ทั่วโลกของยาฮูลดลง 0.44%
ในขณะที่ผลสำรวจจาก StatCounter พบว่ายอดผู้ใช้ Bing ในสหรัฐฯ ลดลง 1.13% ส่วนยอดผู้ใช้ทั่วโลกลดลง 0.33% ส่วนยอดผู้ใช้ทั่วโลกของยาฮูลดลง 0.47%
ในส่วนเจ้าตลาดอย่างกูเกิลผลยังขัดแย้งกันระหว่างผู้สำรวจสองเจ้า โดยจากการสำรวจของ NetApplications พบว่ายอดผู้ใช้ทั่วโลกลดลง 0.2% ส่วนผลสำรวจจาก StatCounter พบว่ายอดผู้ใช้ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 2.25% ส่วนยอดผู้ใช้ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 0.97%
เรียกได้ว่า "หมดช่วงฮันนีมูน" แล้ว ไมโครซอฟท์ต้องพบกับความเป็นจริงอีกครั้ง :P
ที่มา: InformationWeek
- 13 comments
- 1761 reads
DisplaySearch หนึ่งใน NPD Group ได้ออกรายงานในหัวข้อ "Quarterly PC Shipment and Forecast Report" ระบุว่ายอดขายเน็ตบุ๊ก (ถูกระบุเป็น "mini-note PC" ในรายงาน) ในไตรมาส 2 ของปีนี้เป็น 22.2% ของตลาดคอมพิวเตอร์แบบพกพา เทียบกับไตรมาส 2 ของปีที่แล้วเป็นเพียง 5.6% ของตลาดคอมพิวเตอร์แบบพกพาเท่านั้น
นอกจากนั้นรายงานยังให้ข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้:
- อัสซุสผู้บุกเบิกตลาดสูญเสียส่วนแบ่งตลาดอย่างต่อเนื่องจากการรุกตลาดของค่ายอื่น อย่าง เอเซอร์ เอชพี เดลล์ เลโนโว และโตชิบา
- ผู้ผลิตแต่ละค่ายจะออกเน็ตบุ๊กที่มีขนาดจอภาพใหญ่ขึ้น
- ไมโครซอฟท์ได้ชี้ให้เห็นว่าผู้ผลิตแต่ละค่ายพยายามที่จะเพิ่ม "ราคาที่คนมีแนวโน้มจะซื้อมากที่สุด" (average street price หรือ ASP) แต่การที่ ASP สูงขึ้นอย่างมีนัยอาจส่งผลต่อยอดขายเน็ตบุ๊กที่ส่วนมากผู้ซื้อใช้เป็น "คอมพิวเตอร์เครื่องที่สอง"
ที่มา: DisplaySearch ผ่าน ZDNet
- 8 comments
- 1444 reads





