ทีมผู้ก่อตั้ง Last.fm บริการเก็บสถิติเพลง-วิทยุออนไลน์ ได้ลาออกจากบริษัทแล้ว หลังจากเริ่มกิจการในห้องนั่งเล่นเมื่อปี 2002 และเติบใหญ่จนโดนบริษัท CBS ซื้อในปี 2007
ทางทีมผู้ก่อตั้งบอกว่าได้เวลาอันสมควรที่จะแยกจากแล้ว (กิจการไปได้ดีใต้การบริหารของ CBS และน่าจะหมดเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญาตอนซื้อ ว่าซื้อแล้วผู้ก่อตั้งเดิมจะต้องอยู่ไปอีกกี่ปี ส่วนมากมักเป็น 2 ปี) อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวออกมาเรื่อยๆ ว่าแนวทางของทีม Last.fm เดิมกับ CBS ไม่ค่อยจะตรงกันนัก มีขัดแย้งอยู่เป็นระยะ
ทางทีมผู้ก่อตั้งยังไม่ได้บอกว่าจะไปทำอะไรต่อ
ที่มา - TechCrunch
- 3 comments
- 1839 reads
Last.fm เป็นสถานีวิทยุออนไลน์ที่ได้รับความนิยมพอสมควร (คิดว่าคนแถวนี้บางคนก็ฟังอยู่) เนื่องจากคุณภาพเสียงดี, มีเพลงให้เลือกเยอะ, เลือกเพลงที่เกี่ยวข้องได้อย่างใกล้เคียงและยังให้บริการฟรี แต่มาวันนี้คุณอาจจะต้องเปลี่ยนสถานีกันแล้ว
ก่อนหน้านี้นั้น Last.fm คิดค่าบริการเฉพาะผู้ที่ต้องการกำจัดโฆษณาไปจากหน้าเว็บเท่านั้น แต่ในเร็วๆ นี้ผู้ใช้ที่อยู่นอกสหรัฐอเมริกา, อังกฤษ และเยอรมนีนั้นจะไม่สามารถเข้าไปฟังแบบที่ใช้โฆษณาสนับสนุนได้ โดยต้องจ่ายเงินเดือนละ 3 ยูโร (ประมาณ 145 บาท) ต่อเดือนเพื่อสมัครแบบที่ไม่มีโฆษณาเท่านั้น (แต่มีให้ทดลองใช้ 30 วัน) ส่วนบริการอื่นนอกจากการฟังเพลง เช่นดูรายละเอียดเพลง นั้นยังใช้งานได้ฟรีอยู่
สาเหตุที่ต้องเปลี่ยนการให้บริการแบบนี้นั้น แหล่งข่าวจาก Wired ให้ข่าวว่าเนื่องจากโฆษณานั้นทำรายได้ไม่เพียงพอกับค่าลิขสิทธิ์ที่ต้องจ่ายเสียเท่าไหร่ (แต่ในสามประเทศนั้นยังพอขายได้อยู่บ้าง)
หมุนเปลี่ยนดีหรือเสียตังค์ครับ?
ที่มา: Last.fm blog via Wired
- 19 comments
- 1901 reads
ลำดับเรื่องเป็นดังนี้ครับ
- อัลบั้มใหม่ของวง U2 ชื่อว่า No Line on the Horizon กำหนดออกวันที่ 3 มีนาคมนี้
- เว็บไซต์ getmusic.com.au ทำพลาด โพสต์ไฟล์เพลงลงในร้านของตัวเอง และมีคนได้ตัวไฟล์ไป
- แน่นอน ไฟล์เพลงไปอยู่ในเครือข่าย P2P ตามคาด คนจำนวนมากได้ฟังอัลบั้มนี้กันแล้ว
- คนที่ได้ฟังอัลบั้มนี้จำนวนหนึ่ง ส่งข้อมูลเพลงที่ตัวเองฟังไปยัง Last.fm
- TechCrunch ลงข่าว(ลือ) ว่า Last.fm (ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ CBS สื่อรายใหญ่) ได้ส่งข้อมูลของผู้ที่ฟังอัลบั้มนี้ให้กับ RIAA เพื่อตามหาว่าใครบ้างที่โหลดเพลงละเมิดลิขสิทธิ์ จะได้ตามฟ้องได้ถูก
- ผู้ใช้ Last.fm จำนวนหนึ่งตื่นตระหนก บางคนถึงกับเลิกใช้ Last.fm ไปเลย
- ตัวแทนของ Last.fm ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ (รวมถึง RIAA ซึ่งตามออกมาในภายหลัง) ทำให้ตอนนี้กลายเป็นศึกระหว่าง TechCrunch กับ Last.fm ไปแทน
- สุดท้ายแล้วอาจเป็นเรื่องเข้าใจผิด เพราะข้อมูลล่าสุดของ Last.fm บอกว่าส่งข้อมูลเพลงให้กับค่ายเพลงจริง แต่ไม่มีข้อมูลส่วนบุคคลแต่อย่างใด มีแค่ยอดคนฟังกับชื่อเพลงเพื่อใช้วิเคราะห์ความนิยมเท่านั้น
ที่มา - Ars Technica
- 7 comments
- 1854 reads




